อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 11 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 11 พ.ย. 58

โรงแรมคาสเทิลเติบโตอย่างหรูหรา แขกที่มาพักดูดีมีระดับ พนักงานทุกคนยิ้มแย้มตั้งแต่พนักงานต้อนรับจนถึงพนักงานเปิดประตู พนักงานรับรถ โดยการบริหารของ ศิริ เดชาเลิศรัตน์ และชลัมภ์ ฤทธิเดช ...แต่แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ศิริกล่าวในที่ประชุม

“คาสเทิลเติบโตขึ้นมาได้เพราะผมกับคุณชลัมภ์ได้ร่วมกันบริหาร มาถึงวันนี้ผมมีความเสียใจที่จะต้องกล่าวกับทุกคนว่า คาสเทิลจะก้าวต่อไปโดยที่มีผมเป็นผู้ถือหุ้น 60 เปอร์เซ็นต์ และจากการลงมติของผู้ถือหุ้นทั้ง 11 ท่านรวมทั้งผมขอปลดคุณชลัมภ์พ้นจากทุกตำแหน่งของคาสเทิลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”



ชลัมภ์ลุกพรวดโวยจะปลดตนข้อหาอะไร ศิริกล่าวนิ่งๆว่า...ทุจริต ชลัมภ์ตะลึงปฏิเสธตนไม่เคยโกง ศิรินำหลักฐานทั้งหมดมายืนยันทำให้ทุกคนในที่ประชุมไม่มีใครเข้าข้างชลัมภ์เลย

ในขณะที่มะลิวัลย์อดีตเลขาของศิริที่ร่วมมือกับชลัมภ์นั่งอ่านหนังสือเด็กพลางลูบท้องใหญ่ใกล้คลอดอยู่ในบ้าน คุยกับลูกว่าเดี๋ยวคุณพ่อก็กลับมา ไม่ทันไรชลัมภ์เปิดประตูผางเข้ามา

“วัลย์เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ ไอ้ศิริมันใส่ร้ายผม เราต้องหนี” ชลัมภ์ดึงภรรยาที่ท้องแก่ให้ลุก

บนทางหลวง ชลัมภ์ขับรถด้วยความเร็วทำให้มะลิวัลย์กลัวขอให้เขาขับช้าลง แต่ดูท่าจะไม่เป็นผล ท่าทางเขาขาดสติพร่ำพูดว่า “ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไมต้องแพ้มัน ทำไม!”

ทันใดมะลิวัลย์รู้สึกว่าน้ำคร่ำแตกจึงร้องบอกสามี เขาหันมองเห็นน้ำคร่ำไหลนอง พลันมีเสียงแตรรถดังลั่นเขาหันกลับมามองหน้ารถ ต้องตกใจเมื่อเห็นรถบรรทุกแซงสวนทางมาและพยายามเบรก เขาหักหลบแต่ยังโดนเฉี่ยวชน รถหมุนคว้างกระแทกขอบทางอย่างแรง...

เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่ง ชลัมภ์ที่สติเหลือน้อยเต็มทีหันมองภรรยา เห็นเธอโดนกระจกบาดทั้งตัวเลือดท่วมพยายามที่จะพูดถามถึงลูก ชลัมภ์เอื้อมมือไปตรงหน้าเธอแล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง

ในโรงพยาบาล ชลัมภ์ฟื้นขึ้นมาเห็นมัสยาพี่สาวกับหมอประสิทธิ์ยืนอยู่ข้างเตียง มัสยาโผกอดน้องชายด้วยความดีใจ พยาบาลเข็นเตียงเด็กทารกเข้ามา ชลัมภ์ถามถึงมะลิวัลย์ ประสิทธิ์นิ่ง มัสยาน้ำตาร่วง เขารู้ในทันทีว่าภรรยาได้จากไปแล้วจึงฟูมฟาย

“ไม่จริง!วัลย์ต้องไม่ตาย” ชลัมภ์จะลงจากเตียง วินาทีนั้นเขาถึงรู้ว่าขาทั้งสองข้างของเขาไม่มีความรู้สึกใดๆ ยิ่งทำให้เขาแทบบ้า ทุบขาตัวเองร่ำไห้อดสูกับสภาพตัวเอง

ooooooo

เวลาผ่านไป โรงแรมคาสเทิลฉลองครบรอบ 25 ปี ศิริชูแก้วแชมเปญอยู่บนเวทีท่ามกลางความยินดีของแขกที่มาร่วมงาน เบื้องหลังเป็นภาพโปรเจกเตอร์การออกแบบตึกลักษณะสามมิติ

“ขอบคุณครับ กว่า 25 ปีที่เดอะคาสเทิลได้รับการสนับสนุนจากทุกท่าน ก้าวที่ 26 ของเรา ทุกท่านจะได้พบกับเพชรเม็ดงามใจกลางทะเลอันดามัน...

คาสเทิลแลนด์ รีสอร์ท ที่ผสมผสานความหรูหรากับธรรมชาติให้เป็นหนึ่งเดียว ออกแบบและสร้างสรรค์จากผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งในทุกด้านกับข้อเสนอดีเยี่ยม ที่จะทำให้ลูกค้าทุกท่านได้รับประสบการณ์แสนพิเศษ”

เสียงปรบมือดังกึกก้อง ผู้รายงานข่าวหันกลับมาหากล้อง กล่าวสรุปนี่คือภาพการฉลองความสำเร็จครบรอบ 25 ปีของโรงแรมคาสเทิล ภายใต้การบริหารของศิริ เดชาเลิศรัตน์...

ศิริยืนอยู่กับกัลยาและลูกๆ ณรัล ศตวรรษและศิรินธารกับหาญกล้าสามี ให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงคำถามที่ว่าจริงหรือเขาจะวางมือจากการบริหาร ศิริยอมรับว่าถึงเวลาที่คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพจะเข้ามาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และคาสเทิลแลนด์คือก้าวแรกที่เป็นผลงานของลูกๆ

นักข่าวคิดว่าคงเป็นไอเดียของณรัล ศิริแทรก “นรุตม์ครับ ลูกชายคนรองของผมเอง”

ณรัลกำลังยิ้มยืดต้องชะงักรู้สึกเสียหน้า ด้วยความที่กัลยารักณรัลมากจึงรีบแก้หน้าให้ว่า ณรัลช่วยในการบริหาร ศตวรรษกับศิรินธารกำลังเรียนรู้งาน...หาญกล้ายิ้มรอแต่กัลยากลับไม่เอ่ยถึงและตัดบทว่า “ดิฉันหวังที่จะเห็นลูกๆทุกคนพาเดอะคาสเทิลให้เติบโตไปสู่ความสำเร็จ”

ศิรินธารเห็นสามีที่หน้าเสียจึงกล่าวเสริม

“คุณหาญกล้าในฐานะลูกเขยก็ต้องเหนื่อยไม่น้อย หยีก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก แต่ทุกคนก็พยายามเพื่อบริการที่ดีที่สุดสำหรับแขกทุกท่านค่ะ”

นักข่าวถามอีกว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ศิริตอบอย่างยิ้มแย้มว่าครอบครัว ภรรยาและลูกๆที่ทำให้ตนมีกำลังใจในการทำงานและประสบความสำเร็จในวันนี้

ภาพข่าวทำให้ชลัมภ์เขวี้ยงกรอบรูปที่ตัวเขาถ่ายกับลูกสาวใส่จอแตก เสียงดังสนั่นทีวีดับ มัสยาตกใจวิ่งเข้ามาเห็นรถเข็นล้มตะแคง ชลัมภ์นอนหายใจแรงเหมือนจะขาดใจก็ตื่นตระหนก

ooooooo

ณ กรุงโรม...ทีมงานนิตยสารของไทยบินมาเพื่อทำสกู๊ปเรื่องของลีลา สาวสวยมีเสน่ห์ เธออยู่ในชุดเท่เรียบหรูโพสท่าให้ตากล้องราวกับนางแบบก็ไม่ปาน

“คุณเอมิลี่...”

“เรียกลีก็ได้ค่ะ เอมิลี่เป็นชื่อที่ใช้เวลาทำงานที่นี่”

“เวลา 5 ปีสำหรับการเป็นดีไซเนอร์ไทยที่ได้รับเลือกให้ดูแลลุคของภรรยาท่านประธานาธิบดี สิ่งที่ได้จากงานนี้คืออะไรคะ”

ลีลาตอบว่าชื่อเสียงและการยอมรับ ประสบการณ์แต่ละงานทำให้มีมุมมองใหม่ๆเพิ่มขึ้น คอลัมนิสต์ชมว่าเมื่อสองปีก่อนเธอทำให้ผู้หญิงไทยหันมาสนใจเสื้อสูทที่มีกิมมิคจนสาวๆตามหาแบรนด์ลาลูนในเมืองไทย ลีลากล่าวขำๆว่า หลังจากนั้นงานของตนก็ถูกก๊อบปี้ทุกคอลเลกชั่น ฉะนั้นคงถึงเวลาที่ควรจะเปิดแบรนด์ลาลูนที่ประเทศไทย

“...ฉันอยากสร้างลาลูนในฐานะแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ”

คอลัมนิสต์ถามถึงครอบครัว ลีลาตอบยิ้มๆ “ฉันว่าเรื่องส่วนตัวมันคงไม่สำคัญเท่ากับผลงาน ฉันอยากแยกเรื่องส่วนตัวกับงานออกจากกันค่ะ ฉันอยากขอความเข้าใจในจุดนี้ด้วยนะคะ”

ท่าทีลีลาไม่ต้องการพูดถึงเรื่องครอบครัว เธอหันมาสรุปด้วยโครงการที่จะจัดแฟชั่นเปิดคอลเลกชั่นใหม่ในเมืองไทยเร็วๆนี้ แล้วขอตัวกลับไปทำงาน...

เจสซี่ผู้ช่วยชาวฝรั่งเศสของลีลา ส่งมือถือให้พร้อมบอกว่าจากคุณป้าของเธอ ลีลารับสายแล้วหน้าเสีย ต้องกลับเมืองไทยด่วน...

ออฟฟิศลาลูนทางเมืองไทย วัลภาและฤดีเป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วนของลีลา วัลภาเป็นคนเนี้ยบเข้มจริงจังกับทุกเรื่อง ส่วนฤดีจะเป็นคนสบายๆไม่ซีเรียสกับอะไร ขณะที่วัลภากำลังตำหนิพนักงานอย่างรุนแรงเรื่องลืมสั่งผ้าลูกไม้ ฤดีสงสารเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ไปตามผ้ามาให้เร็วที่สุด วัลภาไม่พอใจหาว่าก้าวก่ายหน้าที่ที่แบ่งกันชัดเจน ฤดีบอกว่าตนรู้แต่สงสารเด็กที่กลัวลาน แล้วหาทางเอาตัวรอดด้วยการบอกว่าลีลาไลน์มาจะกลับเช้านี้ วัลภาตกใจลืมเรื่องโกรธรีบออกไปรับที่สนามบิน ลีลาลากกระเป๋าออกมาดูโดดเด่นในชุดเดินทางสุดเก๋จนคนมองด้วยความสนใจ...วัลภากับฤดีวิ่งเข้ามากอดรุมถามทำไมกลับมาก่อนกำหนด ลีลาบอกว่าป้าเรียกตัว ฤดีส่งกุญแจรถพร้อมบอกว่าตามที่สั่งตนจัดให้ วัลภาหันมองจิกๆ ฤดียิ้มเก้อๆสารภาพว่าวัลภาเป็นคนจัดการ ลีลาเย้า ตนก็คิดว่าอย่างนั้น แล้วถามเรื่องงาน วัลภาบอกว่าทันเปิดตัวแน่ ฤดีแจง

“ชุดต่างๆขึ้นตามที่แกสั่งแล้ว เหลือแค่แกมาเก็บดีเทล”

“โอเค ฉันขอเวลาสองสามวันจะตามมาเคลียร์ทุกงาน”

ฤดีตะเบ๊ะรับคำ วัลภาส่ายหน้ากับความกวนของเพื่อน ลีลายิ้มขำๆเพื่อนทั้งสองคน

ooooooo

เช้าวันใหม่ ขณะที่ศตวรรษกำลังเล่นเปียโน กัลยานั่งฟังด้วยความภูมิใจ ณรัลเดินเข้ามานั่งข้างๆสีหน้าเครียด กัลยารักณรัลมากรู้ว่าไม่พอใจเรื่องอะไร พยายามปลอบว่าพ่อให้เครดิตลูกทุกคน แต่ณรัลแย้งว่าพ่อหักหน้าตนคนอื่นๆจะคิดอย่างไร ศตวรรษแทรกคงคิดว่าเอาดีเข้าตัว

ณรัลหันขวับมามองแต่ไม่กล้าโวย กัลยาปรามแต่ศตวรรษยังพูดต่อ “พี่รัลจะคิดมากทำไมที่คุณพ่อพูดมันก็เรื่องจริงทั้งนั้น พี่รุตม์เป็นคนเริ่มโครงการนี้ก็สมควรได้เครดิตจริงไหมครับ”

กัลยาให้พอแล้วติงว่าศิริก็ไม่น่าพูดแบบนั้น เพราะณรัลก็ทำงานหนักเพื่อครอบครัวไม่น้อย ศตวรรษยังเถียงว่านรุตม์ทำมากกว่า กัลยาเอ็ดให้หยุด ณรัลบ่นน้อยใจ

“ไม่ว่าผมจะพยายามแค่ไหน วรรษก็ไม่เคยเห็นผมเป็นพี่เหมือนรุตม์”

กัลยาปลอบอย่าคิดมาก ศตวรรษเอือมเดินหนี ณรัลมองตามเคืองๆก่อนจะเบนสายตาไปมองรูปนรุตม์ที่ตั้งอยู่ด้วยสายตาเกลียดชัง

ในขณะที่นรุตม์แม้จะมีตำแหน่งใหญ่โต แต่ก็ทำตัวสบายๆมาช่วยมุงกระเบื้องหลังคาห้องสมุดให้แก่โรงเรียนที่จันทบุรีร่วมกับทีมงาน และได้มอบอุปกรณ์กีฬาพร้อมเงินหนึ่งแสนบาทเป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กๆอีกด้วย

เอสเข้ามาถามว่าเห็นภาพข่าวงาน 25 ปีบริษัทหรือยัง ที่จริงเขาน่าจะอยู่ฉลองที่โรงแรมไม่เห็นต้องมาเหนื่อยแบบนี้ นรุตม์ตอบยิ้มๆว่าตนเริ่มโครงการนี้เพราะอยากช่วยเด็กที่ขาดโอกาส จึงอ้างว่ามาทำพีอาร์ เอสยิ้มอย่างเข้าใจเจ้านายตนดีแล้วหันไปบอกทีมงานให้เก็บของกลับ ไม่ทันไรศตวรรษโทร.เข้ามาเหน็บเรื่องปล่อยให้ณรัลคาบผลงานไปกินทั้งที่เป็นผลงานของตัวเอง

“ผลงานใครก็ช่าง ขอให้คุณพ่อมีความสุขที่เห็นคาสเทิลสำเร็จอย่างที่ท่านต้องการก็พอ”

“ถ้าพี่รัลคิดแบบพี่ก็ดี...”

“พี่รัลเขาก็ดีในแบบของเขา วรรษก็ดีได้นะถ้ามาเริ่มเรียนรู้งานที่โรงแรมสักที”

ศตวรรษโอดโอยที่วกมาเรื่องนี้อีก นรุตม์ย้ำว่าโรงแรมนี้เป็นของเขาเป็นสิ่งที่พ่อสร้างให้เขา ศตวรรษแย้งว่าเป็นของนรุตม์ด้วย นรุตม์สวน “แกก็รู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์”

“เปลี่ยนเรื่องเลย...พี่จะกลับเมื่อไหร่” ศตวรรษเซ็ง

นรุตม์เน้นย้ำจะเลี่ยงความจริงตลอดไปไม่ได้ ศตวรรษตัดบทร้องว่าหิวข้าวไม่คุยแล้ว บอกให้เขารีบกลับบ้านเร็วๆแล้ววางสายไปดื้อๆ นรุตม์มองมือถือขำๆที่น้องชายไม่ยอมรับความจริงเสียที ก่อนจะเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์คู่ใจบึ่งออกไป

ร้านกาแฟเล็กๆริมทางหลวง ลีลาแวะซื้อกาแฟ ระหว่างรอก็เปิดแท็บเล็ตดูแบบร่างเสื้อผ้าที่ออกแบบไว้ พอได้รับกาแฟถือเดินกลับมาที่จอดรถ กดรีโมตรถแต่เปิดประตูไม่ถนัด จู่ๆก็มีมือหนึ่งมาช่วยเปิดให้ ลีลาชะงักหันมอง นรุตม์ตะลึงเล็กน้อยกับความสวยเท่ของเธอ ลีลาขอบคุณแล้ววางของในรถหันมาเห็นรถบัสเล็กวิ่งผ่าน เสียงเด็กๆตบมือร้องเพลงโบกมือให้อย่างไร้เดียงสา ก็โบกตอบ นรุตม์มองท่าทางเธออย่างชื่นชม

ผ่านไปชั่วครู่ นรุตม์ขี่รถมาเห็นรถของลีลาจอดอยู่ข้างทาง เบื้องหน้ามีอุบัติเหตุรถบัสเล็กชนเสาไฟฟ้า เด็กๆร้องกันระงม ชาวบ้านช่วยกันเอาคนเจ็บออกจากรถ ลีลาอุ้มเด็กคนหนึ่งมาวางรวมกลุ่มแล้ววิ่งกลับไปช่วยคนอื่นอีก นรุตม์เห็นเธอพยายามจะดึงเด็กที่ติดใต้เบาะจึงเข้าไปช่วยดันเบาะขึ้นแล้วให้อุ้มเด็กเบาๆเพราะไม่รู้ว่ากระดูกหักบ้างหรือเปล่า แล้วเขาก็เห็นคนขับหมดสติคาพวงมาลัย ที่ฝาถังน้ำมันมีน้ำมันรั่วไหลออกมา ใกล้จะถึงสายไฟที่ขาดห้อย จึงรีบไปช่วย

ลีลาวิ่งกลับมา นรุตม์ห้ามอย่าเข้ามาเพราะเกรงรถจะระเบิด ลีลาชะงักเล็กน้อย ตัดสินใจเข้าไปช่วยอุ้ม

คนขับพากันวิ่งออกมาแบบสุดแรง สักพักรถระเบิดตูม ...เด็กๆเข้ามากอดลีลาด้วยความกลัว นรุตม์ทิ้งตัวนอนอย่างหมดแรง

ทุกคนถูกนำส่งโรงพยาบาล ลีลาเดินแยกจากตำรวจที่สอบปากคำมานั่งกับเด็กๆ นรุตม์ยื่นขวดน้ำให้ เห็นที่แขนเธอมีรอยช้ำจะพาไปใส่ยา เธอบอกว่าเล็กน้อย เขายิ้มๆ ลีลาถามยิ้มอะไร

“ขอโทษครับ คือตอนแรกผมเห็นคุณ ผมคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงแบบที่ชอบเปิดแมกกาซีนแล้วก็แต่งตัว...”

“สวยไร้สมองน่ะเหรอคะ”

“เอ่อ...ก็ทำนองนั้น พอผ่านเรื่องเมื่อกลางวันแล้ว คุณเปลี่ยนความคิดผมไปเลย”

ลีลายิ้มเป็นมิตร ตำรวจพาพ่อแม่เด็กมาขอบคุณทั้งนรุตม์และลีลาที่ช่วยลูกๆพวกเขา ทั้งสองสะเทือนใจเล็กๆเมื่อเห็นความรักความห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูก...ลีลาขอตัวกลับ นรุตม์รีบแนะนำตัว เธอลังเลนิดหน่อยก่อนจะบอกชื่อตัวเอง นรุตม์คิดในใจ เราต้องได้พบกันอีก...

ฟ้าเริ่มมืด ลีลาขับรถมุ่งหน้าไปจันทบุรี มัสยาโทร.เข้ามาถามทำไมยังไม่ถึง เธอบอกมีเรื่องนิดหน่อยแล้วถามกลับว่ามีอะไร มัสยาร้องไห้บอกเรื่องชลัมภ์ ลีลารีบขับรถมาโรงพยาบาล เจอมัสยายืนรอหน้าห้องคนไข้ ทั้งสองสวมกอดกัน ลีลาถามทำไมพ่อถึงอาการหนักขึ้นขนาดนี้

“พวกมันกำลังเอาที่ดินมรดกของหนูไปย่ำยี ที่ดินบนเกาะนั่นเป็นมรดกของคุณย่าที่ยกให้กับพ่อของลี พ่อเขาเอาไปลงทุนเข้าหุ้นกับนายศิริหวังจะต่อยอดสร้างมรดกไว้ให้ลี แต่ก็ถูกเพื่อนทรยศโกงเอาไปหน้าด้านๆ พ่อของลีต้องพิการแม่ต้องตายเพราะพวกมัน พวกเดชา-เลิศรัตน์”

ลีลามึนงงกับเรื่องที่เพิ่งรับรู้ เธอเข้ามาเยี่ยมชลัมภ์ในห้องที่นอนอิดโรยอยู่บนเตียง พอเขาเห็นเธอก็บอกเพียงว่าอยากกลับบ้าน ลีลาจึงต้องมาปรึกษาหมอประสิทธิ์ ท่าทางเขาหนักใจอยากตรวจให้ละเอียดอีกสักหน่อย ลีลาฟังด้วยความกังวล

ooooooo

นรุตม์กลับมาถึงโรงแรมคาสเทิลตอนค่ำ ธีรพัฒน์เลขาคนสนิทเอาแฟ้มมาวาง รายงานว่าเป็นข้อมูลจากทางบัญชีช่วงสองปีหลังที่เขาต้องการ ตนจัดการอย่างเงียบที่สุดแต่สำหรับศิริตนไม่แน่ใจ นรุตม์พยักหน้า รู้ว่าไม่มีเรื่องไหนในบริษัทที่พ่อไม่รู้ แล้วลงมืออ่านเอกสารหน้าเครียด

เช้าวันใหม่ ชลัมภ์ได้กลับมาอยู่บ้านตามความ ต้องการ แต่ไม่ยอมทานอะไรจนลีลาเป็นห่วง พยายามชวนคุยและป้อนอาหารอยากให้พ่อมีแรง เขากลับย้อนด้วยดวงตาเจ็บปวดว่า มีแรงอยู่เพื่อเห็นความสำเร็จของพวกมันหรือ ลีลาเห็นพ่อก็เจ็บปวดไม่แพ้กันหันมองภาพข่าวศิริก่อนจะซักถามถึงหลักฐานการโกงของศิริ เพื่อเอามาฟ้องศาลบังคับให้คืนที่ดิน

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 11 พ.ย. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ