อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 12 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 12 พ.ย. 58

เช้าวันใหม่ ชลัมภ์ได้กลับมาอยู่บ้านตามความ ต้องการ แต่ไม่ยอมทานอะไรจนลีลาเป็นห่วง พยายามชวนคุยและป้อนอาหารอยากให้พ่อมีแรง เขากลับย้อนด้วยดวงตาเจ็บปวดว่า มีแรงอยู่เพื่อเห็นความสำเร็จของพวกมันหรือ ลีลาเห็นพ่อก็เจ็บปวดไม่แพ้กันหันมองภาพข่าวศิริก่อนจะซักถามถึงหลักฐานการโกงของศิริ เพื่อเอามาฟ้องศาลบังคับให้คืนที่ดิน

มัสยาเข้ามาฟังการสนทนาของสองพ่อลูก ชรัมภ์บอกไม่มีหลักฐานเพราะไว้ใจเพื่อนมากเกินไป ลีลาจึงถามถึงสนนราคาที่ดิน มัสยาแทรกคงไม่คิดจะไปซื้อคืนเพราะมันมากกว่าร้อยล้าน ลีลาอึ้งแต่ก็ยืนยันจะทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อได้ที่ดินนั้นคืนมา และจะทำให้พวกนั้นได้รับผลกรรม



ในขณะที่ศิริกับกัลยานั่งที่โต๊ะอาหาร ศิริถามเพ็ญว่านรุตม์กลับจากระยองหรือยัง นรุตม์ก้าวเข้ามาในชุดเตรียมออกไปทำงานกล่าวอรุณสวัสดิ์ยิ้มแย้ม กัลยาแอบค้อนหมั่นไส้ ศิริถามถึงงานที่ไปทำเรียบร้อยดีไหม เขารับว่าดี ศิริกล่าวชมถึงงานครบรอบ 25 ปีของบริษัท ที่เขาจัดว่าดีมาก แขกในงานชื่นชม กัลยาแทรกว่าถ้าณรัลไม่ช่วยต้อนรับแขกคงไม่ออกมาดีแบบนี้

“ที่จริงพ่ออยากให้อยู่พร้อมหน้ากันนะ จะได้แนะนำรุตม์กับนักข่าว” ศิริเบี่ยงความสนใจแต่กัลยายังแทรก “ทำพีอาร์ทางโน้นก็ได้หน้าเพียวๆ งานใหญ่ๆหลายๆคนจะโฟกัสที่ตัวคนคนเดียวมันยากตารุตม์ เขาไม่ชอบหรอกค่ะ”

นรุตม์รู้ดีว่าณรัลมักจะเป่าหูกัลยาว่าตนทำงานเอาหน้า คอยกันท่าบ่อยๆจนกัลยาพลอยมีอคติกับตน ศิริปรามภรรยา นรุตม์รู้สึกถึงบรรยากาศมาคุจึงรีบขอตัวอ้างว่ามีนัดคุยงานแต่เช้า...เอ๋สาวใช้เห็นเจ้านายเถียงกันก็กระซิบถามเพ็ญ ว่าทำไมดูกัลยาไม่ค่อยรักนรุตม์ เพ็ญเอ็ดไม่ใช่เรื่องของเรา ทำหน้าที่ตัวเองให้เรียบร้อยจะดีกว่า

กัลยาไม่พอใจที่ถูกศิริตำหนิจึงประชดด้วยการขอโทษที่ไปแตะลูกรักของเขา ศิริสวนว่าตนรักลูกทุกคนเท่ากัน กัลยาจึงตำหนิบ้างว่าเขาไม่เคยชมณรัลเลย

ทั้งที่เป็นลูกคนโต หนุนแต่นรุตม์ให้ทำงานใหญ่ๆจนออกนอกหน้า ทำให้ณรัลน้อยใจ ศิริโต้เราตกลงกันแล้วว่าเรื่องในบ้านเธอเป็นคนจัดการ ส่วนเรื่องที่บริษัทเธอจะไม่ก้าวก่าย กัลยาแย้งแต่ณรัลเป็นลูกคนโต

“ผมเลือกคนทำงานที่ความสามารถไม่ใช่อายุ ผมมีโอกาสและทางเลือกให้เดิน ถ้าณรัลอยากได้งานสำคัญ เขาก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ผมเห็น เหมือนที่นรุตม์ทำเท่านั้น จะไม่มีทางลัดในการทำงานไม่ว่าตำแหน่งไหนก็ตาม ผมไม่อยากให้คุณพูดหรือทำกับนรุตม์เหมือนเมื่อครู่อีก”

กัลยาเห็นสามีขอร้องก็จำใจรับคำทั้งที่จิตใจเอนเอียงรักณรัลมากเกินไป...ด้านนรุตม์มาถึงโรงแรมในมาดผู้บริหารดูโดดเด่น ธีรพัฒน์เข้ามารายงานว่าให้ทุกคนรอที่ห้องทำงานแล้ว นรุตม์ถามถึงณรัล เขาบอกว่าพักอยู่ห้องสวีตตั้งแต่เมื่อคืน นรุตม์พยักหน้ารับรู้แล้วเดินไป

ณรัลพาดาวสาวเซเลบริตี้มากกกอด ท่าทางทั้งสองผ่านศึกหนักหน่วง เช้ามาชายหนุ่มยังถามเธอมีธุระที่ไหนไหม เมื่อเธอตอบว่ามีตอนเที่ยง เขาก็ยิ้มกริ่มจะปฏิบัติศึกต่อ ไม่ทันไรมีคนโทร.มาบอกเรื่องนรุตม์ก็ตกใจลุกขึ้นแต่งตัวบอกหญิงสาวตนต้องเข้าออฟฟิศด่วน

ในห้องทำงานนรุตม์ เจ้าหน้าที่บัญชีสามคนยืนหน้าซีดอยู่ นรุตม์เสียงเข้มจะไม่ถามว่าพวกเขาทำเพราะอะไร แต่พวกเขาต้องบอกกระบวนการทั้งหมดว่าทำอะไรลงไปบ้าง ถ้าไม่พูดก็เก็บไว้พูดกับตำรวจ ทั้งสามมองกันเลิ่กลั่ก ก่อนจะยอมสารภาพ...ณรัลเดินหน้าเหวี่ยงมาถึง ธีรพัฒน์เดินนำพนักงานบัญชีทั้งสามออกมา ณรัลรีบถามจะพาสามคนนี้ไปไหน เขาตอบว่าพาไปฝ่ายบุคคลเพราะสามคนนี้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของโรงแรม ทั้งสามหลบตาณรัล

ณรัลโกรธมากเดินเข้ามาโวยนรุตม์ในห้องทำงาน ที่ไล่คนของตนออก นรุตม์ใจเย็นบอกว่าพวกนั้นไม่ซื่อสัตย์ทำบริษัทเสียหาย ณรัลว่าทั้งสามเป็นคนของตน เขาไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย

“ผมมีคำถาม...บัญชีในบริษัทสองปีหลังมีการโยกย้ายอยู่หลายครั้ง โดยที่ไม่มีที่มาที่ไป พี่รู้เรื่องนี้ไหมครับ” นรุตม์หยั่งเชิงถาม

ณรัลชะงักก่อนจะแก้ตัวว่า ตนรู้ว่าทั้งสามคนทำผิดแต่ตนให้โอกาสคนผิดกลับตัว นรุตม์แย้งว่าจำนวนเงินเป็นหลักล้าน พนักงานระดับนี้ไม่น่าทำได้ แต่ตนจะไม่สาวถึงคนสั่งการ ขอแค่ได้เงินจำนวนนั้นคืนมา ณรัลหน้าเสียพาลตวาดอย่ามาสั่ง เพราะเรามีตำแหน่งเท่ากัน เสียงศิริดังขึ้นว่า...ไม่เท่ากัน ณรัลตกใจที่เห็นศิริเข้ามา เสียงอ่อนลงถามพ่อหมายความว่าอย่างไร

“นรุตม์ทำถูกแล้วที่จัดการทุกอย่าง ไม่ว่าจะตำแหน่งเหนือกว่าหรือต่ำกว่า ถ้าทำผิดกับโรงแรม นรุตม์ก็มีสิทธิ์จัดการกับทุกคนเพื่อปกป้องโรงแรม”

ณรัลแย้งว่าตนเป็นพี่ สมควรแล้วหรือที่ให้น้องขึ้นมาควบคุม ศิริยืนกรานว่าที่นี่วัดที่ผลของงานไม่ใช่อาวุโส ตนต้องการคนซื่อสัตย์และทำงานเป็น ไม่ใช่เอาตำแหน่งไว้โชว์ไปวันๆ นรุตม์จะแทรกเปลี่ยนเรื่องแต่ศิริกลับเน้นย้ำกับณรัล ให้ทำทุกอย่างตามที่นรุตม์สั่ง ถ้าทำไม่ได้ ตำแหน่งประธานจะเหลือคนเดียว นรุตม์ตะลึงพยายามจะไกล่เกลี่ยแต่ศิริตัดบท

“พ่อเป็นประธานบริษัท เป็นคนตัดสินใจทุกอย่างและพ่อเลือกคนทำงานจากวิสัยทัศน์ของนายทุน เข้าใจตามนั้นนะ...จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” ศิริพูดจบเดินออกไป

ณรัลตามออกมาต่อว่า “พ่อครับ ทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรม ผมรู้ว่ารุตม์มันเป็นลูกรักของพ่อ แต่พ่อลืมไปรึเปล่าครับว่าผมก็เป็นลูกพ่อเหมือนกัน”

“พ่อไม่เคยลืม แต่ที่ทำงานไม่มีพ่อลูก มีแต่หัวหน้ากับลูกน้องที่มีสิทธิ์เท่ากันทุกคน”

ณรัลแย้งว่าไม่จริง หาว่าพ่อไม่เคยให้โอกาสตนเท่านรุตม์ “พ่อไว้ใจมันให้มันทำแต่งานใหญ่ๆ บีบให้ผมอยู่ใต้อำนาจมัน มันใส่ร้ายผมแล้วพ่อก็เชื่อมัน”

“ไม่มีเรื่องไหนที่เกิดขึ้นในโรงแรมนี้แล้วพ่อไม่รู้ พ่อให้โอกาสแกเสมอ...หลายครั้ง ที่แกยังมีตำแหน่งอยู่ก็เป็นโอกาส แกได้ดูแลแผนกที่เป็นเส้นเลือดของโรงแรม แต่เป็นแกที่ทำลายมันเอง...การยอมรับและแก้ไขคือสิ่งที่พ่อสอนแกตั้งแต่เล็กจนโต พ่อหวังว่าแกจะจำในสิ่งที่พ่อสอนได้”

ณรัลจะแย้ง ศิริสุดทนตัดบทว่าคนที่ไม่เคยมองว่าตัวเองผิดก็เสียเวลาที่จะคุยกัน ศิริไม่ฟังคำแก้ตัวอีกเดินออกไป ณรัลเจ็บใจหันมองนรุตม์ด้วยความแค้น ไม่ได้สำนึกผิดสักนิด ยังมาเล่นงานวิทยาเลขา ที่ปล่อย ให้คนล้วงข้อมูลจากบัญชีไปได้ และที่สำคัญอยากรู้ว่า ศิริรู้เรื่องได้อย่างไร วิทยาก้มหน้าเกรงกลัว ฟังณรัลโวยวายว่า นรุตม์จงใจจับผิดคิดแย่งเก้าอี้ประธานของตน

ooooooo

มัสยาหน้าเครียดเมื่อหมอประสิทธิ์มาตรวจอาการชลัมภ์ที่บ้านและบอกผลตรวจล่าสุด ลีลากลับมาพอรู้จากป้าก็สะเทือนใจเข้าไปหาพ่อ ชรัมภ์ยิ้มเศร้าๆ บอกให้ช่วยหาอะไรให้กิน

ลีลาพยายามร่าเริงทำข้าวต้มมาวางแล้วเย้า “พ่อยังจำฝีมือข้าวต้มเกลือของลีฝังใจใช่ไหมคะ ลีอยู่ที่โน่นฝึกทำแทบทุกวัน กะว่ากลับมาจะทำข้าวต้มกุ้งที่อร่อยที่สุดให้พ่อกินให้ได้ โชคดีที่วันนี้มีโอกาสให้ลีแก้มือ ชิมดูสิคะพ่อว่าอร่อยไหม”

ชรัมภ์ชิมแล้วชมว่าอร่อย ลีลาดีใจแต่พอเห็นพ่อน้ำตาร่วงก็ใจแป้ว ชรัมภ์เปรยว่า “รสชาติของการได้แก้ไขความผิดพลาดมันดีแบบนี้นี่เอง รสชาติที่พ่อไม่มีวันจะได้สัมผัสมัน”

ลีลารีบปลอบว่าต้องมีวันนั้น ขอให้เข้มแข็ง แต่ชรัมภ์กลับบอกว่าตนไม่มีเวลาแล้ว ลีลาโผกอดสะอื้นเบาๆด้วยความเจ็บปวดทุกข์ใจไปกับพ่อด้วย

ความเครียดและสับสนทำให้ลีลาโทร.มาปรึกษาวัลภา พูดไปร้องไห้ไปว่าตนสู้อุตส่าห์ทำงานหนักสิบกว่าปีเพื่อให้มีทุกอย่างให้พ่อกับป้าภูมิใจ แต่กลับเหลือเวลาน้อยนิด

“แกมีชื่อเสียง กำลังจะมีบริษัทของตัวเอง มีกำลังเลี้ยงดูพ่อกับป้าให้สบายอย่างที่แกตั้งใจแล้วนะลี อีกแค่อาทิตย์เดียว ทุกอย่างที่แกฝันไว้ก็จะเป็นจริง”

“แต่พ่อฉันกำลังจะตาย เซลล์มะเร็งมันลุกลามไวเกินไป ฉันไม่ได้จากบ้านไปเป็นสิบปีเพื่อมีเวลาเหลืออยู่กับพ่อแค่สามเดือน แกเข้าใจฉันไหมภา” ลีลาสะอื้น

วัลภารับฟังสีหน้าหนักใจ พยายามปลอบว่าเอาเวลาที่ฟูมฟายนี้ไปทำให้พ่อมีความสุขจะดีกว่า ลีลาฟังแล้วคิดได้ กลับเข้ามาในห้องพ่อ เห็นมัสยาฟุบหน้าร้องไห้อยู่ข้างเตียง ทำให้เธอต้องเข้าไปกอดป้าร้องไห้กันอย่างเงียบๆสองคนป้าหลาน

ooooooo

เมื่อนรุตม์กลับถึงบ้าน เห็นเอ๋ยืนรอก็รู้ว่าต้องเป็นเรื่องของกัลยา เอ๋รับว่าใช่เธอรออยู่ที่ห้องหนังสือ แล้วถามอย่างห่วงใยจะให้ตนไปเรียนศิริไหม เขาส่ายหน้าไม่อยากให้พ่อลำบากใจ แต่เอ๋ก็ยังเป็นห่วงจึงแอบไปตามศตวรรษให้มาช่วย

ทันทีที่นรุตม์เปิดประตูเข้ามา กัลยาก็ใส่ว่ามีความสุขมากไหมที่ยุแยงให้พ่อเกลียดพี่ชายได้ เขาปฏิเสธไม่เคยคิดอย่างนั้น กัลยาโวยแล้วใส่ร้ายณรัลทำไม นรุตม์บอกว่าตนตั้งใจทำให้เรื่องเงียบที่สุด แต่ไม่รู้ว่าพ่อรู้ได้อย่างไร กัลยาไม่เชื่อหาว่าโกหก ณรัลแอบฟังด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ

ไม่ว่านรุตม์จะอธิบายอย่างไรกัลยาก็ไม่รับฟัง เขาจึงบอกว่าตนไม่เคยคิดหาเรื่องใคร แต่ถ้ามันมาเกี่ยวพันกับงานส่วนรวม ไม่ให้ตนยุ่งคงไม่ได้ นรุตม์ยกมือไหว้ขอโทษ กัลยาปรี๊ด

“ไม่ว่าฉันจะเลี้ยงดูแกดีแค่ไหน คงจะเปลี่ยนกำพืดลูกโจรอย่างแกให้เป็นคนดีอย่างคนอื่นเขาไม่ได้ เลือดนอกอกมีแต่จะสร้างปัญหา”

นรุตม์เจ็บปวดเพราะเจียมตัวในกำพืดของตัวเองมาตลอด ศตวรรษโผล่มาด้านหลังณรัลและโต้แทน ไม่ใช่นรุตม์คนเดียวที่สร้างปัญหา เพราะบ้านนี้มีเลือดนอกอกถึงสองคน และนรุตม์ก็เป็นคนแก้ปัญหาไม่ใช่สร้างปัญหา...ณรัลหน้าเสียที่ถูกเผยให้เห็นว่าแอบฟังอยู่ กัลยาเดือดเนื้อร้อนใจแทน เอ็ดลูกชายคนเล็กอย่ามายุ่ง เขากลับเถียงว่าไม่อยากยุ่งถ้าแม่จะยุติธรรมกับทุกฝ่าย

กัลยาโกรธ ศตวรรษรู้แกวเข้ากอดเอาใจตะล่อมว่า “เรื่องวันนี้พ่อออกโรงจัดการเอง ถ้าพี่รุตม์ไม่ทำตามที่พ่อบอก พี่รัลอาจจะโดนปลดนะครับ แม่ก็รู้ว่าพ่อเข้มงวดกับเรื่องงานมากแค่ไหน พี่รุตม์ไม่ได้หาเรื่อง แต่ช่วยพี่รัลต่างหาก”

กัลยาจะเถียง ศตวรรษตัดบทบอกว่าพ่อให้มาเรียกแม่ เธอชะงักร้อนใจบอกลูกแม่ต้องรีบไป ณรัลท้วงแล้วเรื่องของตน เธอจึงบอกว่ามีโอกาสจะช่วยพูดกับศิริให้ ศตวรรษเห็นณรัลหัวเสียก็แกล้งกวนประสาท “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องแม่...สักครั้งคงทำไม่ได้ใช่ไหมพี่”

ณรัลโกรธเอ็ดไม่ใช่เรื่อง ศตวรรษจึงพูดจี้ใจว่าไม่อยากให้แม่โดนสะกดจิตย้ำว่านรุตม์ไม่ใช่ลูก เพราะความจริงเขาก็ไม่ใช่เหมือนกัน ณรัลตาเขียวแต่ไม่กล้าทำอะไร ศตวรรษอ่อนลงบอกตนกับศิรินธารไม่เคยคิดว่าพี่ทั้งสองไม่ใช่เดชาเลิศรัตน์ แต่ถ้าเขาย้ำกับแม่บ่อยๆ ตนคงต้องย้ำกับเขาเช่นกัน นรุตม์ปรามน้องก่อนจะหันมาบอกพี่ว่าไม่ต้องกังวลแค่คืนเงินบริษัทที่หายไป เรื่องที่ออฟฟิศวันนี้ก็จบ....ณรัลมองทั้งสองด้วยสายตาเกลียดชังก่อนจะเดินหนีไป ศตวรรษเห็นนรุตม์มองก็รู้แกวรีบยกมือห้ามอย่าบ่นตนเลย ตนมาช่วย นรุตม์ยิ้มขำๆก่อนจะกล่าวคำขอบใจ

ตกดึกนรุตม์มักจะมาสวดมนต์กับเพ็ญที่เรือน เพราะแต่เล็กคนที่ดูแลเลี้ยงดูเขามาคือเพ็ญ เขาจึงเคารพเพ็ญเหมือนแม่คนหนึ่ง และทุกครั้งที่เขามีเรื่องไม่สบายใจก็จะมาระบายให้เธอฟัง และเพ็ญก็จะปลอบเสมอว่า ทำความดีต้องมีใจที่เข้มแข็ง สู้กับโทสะโมหะ ที่สุดคนทำดีต้องได้ดี

ooooooo

รุ่งเช้า ลีลาตื่นมาพบว่าชรัมภ์หายไปจากเตียงก็ตกใจ ร้องบอกมัสยาแล้ววิ่งมาที่ชายหาด พบรถเข็นล้มตะแคงอยู่ มองออกไปเห็นพ่อกำลังจะจมน้ำก็รีบวิ่งลุยทะเลลงไปช่วยดึงพ่อขึ้นมา มัสยาร้องไห้โฮ ชรัมภ์ฟูมฟายที่คิดจะตายยังทำไม่ได้ น่าสมเพชตัวเองจริงๆ ลีลารู้สึกเครียด

หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย ลีลาฟังมัสยาเล่าเรื่องในอดีตว่าพ่อของเธอเป็นคนเก่งมีภรรยาที่ดี ชีวิตสมบูรณ์แบบ แต่ถูกศิริเพื่อนทรยศ ทำให้เขาต้องพิการจมอยู่กับความทุกข์

“ป้าอยากจะทวงทุกอย่างคืนมาแต่ป้าก็ไม่มีอะไรไปต่อสู้กับมัน ชื่อเสียงเงินทอง สุดท้ายพ่อเขาคงต้องตายไปกับความรู้สึกผิด” มัสยาร่ำไห้

ลีลามักจะใช้เล็บจิกแขนตัวเองให้รู้สึกเจ็บเป็นการตอกย้ำให้มีสติ ทุกครั้งที่ฟังเรื่องเคียดแค้นของพ่อ และสัญญาจะเอาทุกอย่างที่เป็นของพ่อคืนมาให้จงได้...

ที่ด้านหน้าโรงแรม หาญกล้าขับรถเข้ามา วางท่ากร่างให้พนักงานรับรถไปจอด พนักงานกำลังจะรับกุญแจก็มีเสียงแตรดังไล่จากรถอีกคัน ทั้งสองหันมองเป็นรถหรูของณรัล เขาลงจากรถโยนกุญแจให้พนักงานเอารถไปจอด พนักงานมองหาญกล้าอย่างลำบากใจ ณรัลเหน็บ

“ให้คุณหาญกล้าเขาจัดการรถของเขาเอง คงยังไม่ลืมนะว่าตัวเองมาจากไหน...กว่าจะสบายได้ขนาดนี้ แกคงต้องเหนื่อยกับน้องสาวฉันมาก ต่อให้แกพยายามยกตัวเองให้สูงแค่ไหน แกก็ไม่มีวันเทียบฉันได้”

หาญกล้ามองณรัลด้วยความเจ็บแค้นที่หักหน้ากันแบบนี้ แต่เขาก็ยังเรียกความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการจีบพนักงานสาว ไม่เข็ดขยาดถึงแม้จะโดนศิรินธารจับได้หลายครั้ง...ลำไพรเลขา สาวที่เป็นเมียเก็บคนหนึ่งของเขารู้ทัน คอยขัดขวางและถ้าเหลือบ่ากว่าแรงก็จะรายงานศิรินธาร

ลำไพรฉลาดทำตัวเป็นสาวเนิร์ด ให้ดูท่าไม่มีใครน่ามีจิตคิดชู้สาว เหมือนคนถือตัวและคอยเป็นสายรายงานศิรินธาร พนักงานสาวเอือมระอากับพฤติกรรมของหาญกล้าแต่ต้องอดทน ด้วยเพราะศิรินธารรักและเข้าข้างสามีมาก จนผู้หญิงทุกคนต้องผิดหมด

เผอิญอรเป็นพนักงานใหม่เพิ่งเข้ามาทำงาน อารีย์กำลังสอนงาน เห็นหาญกล้าก็ส่งสายตาหวานให้ อารีย์ อ่อนใจกับความไวไฟของเด็กสมัยนี้ จึงบอกเป็นนัยๆ ว่าหาญกล้าเป็นใคร แต่ด้วยความทะเยอทะยานทำให้เล็กส่งซิกให้หาญกล้า แล้วเดินตามเขาไปที่ห้องทำงาน ลำไพรทำทีเป็นมองนิ่งๆ แต่ในใจร้อนระอุ คิดกำจัดโดยไม่ต้องลงมือเอง

ไม่นานศิรินธารเดินหน้าตึงเข้ามาในโรงแรม ณรัลกำลังจะเข้าประชุมเห็นสีหน้าน้องสาวก็รู้ว่าไม่พ้นเรื่องหาญกล้าแน่ จึงบอกวิทยาว่าที่ห้องหาญกล้ามีเรื่องสนุกกว่า ว่าแล้วก็เดินไป วิทยาหนักใจรีบโทร.รายงานนรุตม์ทันที

ลำไพรทำทีตกใจเมื่อเห็นศิรินธารมา ศิรินธารเดินตรงไปเคาะประตูห้องทำงานอย่างแรง หาญกล้าเปิดออกมาอย่างอารมณ์เสียกำลังจะโวย กลับต้องช็อกเมื่อเห็นหน้าภรรยา พยายามยืนบังไม่ให้เธอเห็นในห้อง ศิรินธารนิ่งมากสั่งให้เรียกมันออกมาเดี๋ยวนี้ ณรัลที่ตามมา นั่งมองด้วยความสนุก แรกๆหาญกล้าทำเป็นไม่มีอะไรแต่พอรู้ว่าแถไม่ได้แล้วก็ไปดึงเล็กออกจากห้อง

สาวใจแตกมีท่าทางกลัวมากแต่ไม่ทำให้ศิรินธารเห็นใจ เธอตบเล็กหน้าคว่ำแล้วสั่งลำไพรให้จิกหัวขึ้นมาให้ตบอีกหลายฉาด ณรัลนั่งดูแบบหวาดเสียวกับศึกตรงหน้า มีของปลิวออกมาประปราย ไม่นานก็มีเสียงห้าม ศิรินธารชะงักหันมองแต่ไม่ยอมหยุด นรุตม์เสียงเข้มบอกให้หยุดแล้วสั่งลำไพรพาเล็กไปห้องพยาบาล ศิรินธารหงุดหงิดแต่ไม่กล้าขัดคำสั่ง นรุตม์ดุว่าไม่ควรทำแบบนี้ในที่ทำงาน ณรัลเข้ามาแทรก

“แต่พี่ว่าที่หยีทำมันไม่ผิดนะ จะผิดก็ตรงที่เลี้ยงสามีเท่าไหร่ก็ไม่เชื่อง มีแบรนด์เนมอยู่ในมือยังคุ้ยหาของกินราคาถูก...ยัยหยีคงโดนพนักงานระดับล่างนินทากันสนุกปาก”

หาญกล้าโกรธที่โดนเปรียบเป็นสุนัข ศิรินธารฟังแล้วของขึ้นจะไปจัดการเล็กอีก นรุตม์ต้องขวางแล้วยื่นคำขาดอยากให้พ่อลงมาเคลียร์เรื่องนี้เองหรือ เธอชะงัก นรุตม์ให้ไปคุยกันที่ห้อง เธอยืนนิ่งจะไม่ไป แต่พอนรุตม์มองแบบให้เลือกเอา จึงต้องยอมเดินตาม ณรัลหันมองหาญกล้าอย่างสะใจ หาญกล้าแค้นใจสบถ สักวันจะเอาคืนให้ได้

ในห้องทำงาน นรุตม์เตือนสติให้ศิรินธารรู้ตัวว่าเราอยู่ในระดับผู้บริหารไม่ควรลงไม้ลงมือแบบนั้น เธอโต้ว่ามีคนมาสอยสามีถึงที่จะให้ยกมือไหว้ขอบคุณหรืออย่างไร นรุตม์ตะล่อมต่อไปทำอะไรอย่าใช้อารมณ์ ไม่นึกถึงตัวเองก็นึกถึงพ่อแม่บ้าง ตนจะจัดการเรื่องนี้เอง

เล็กถูกให้ออกแต่นรุตม์ยังปรานีให้เงินชดเชย 3 เดือน พนักงานไปจนถึงเมดเม้าท์เรื่องนี้อย่างสนุกปาก ลำไพรได้ยินวางหน้าเฉยแกล้งทิ้งบอมบ์ไว้ว่า ตนได้ยินก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้แต่จะให้ไปคุยกับศิรินธารดีไหม ทุกคนหน้าเจื่อนเม้าท์กันอีกว่าลำไพรเบ่งถือว่าสนิทกับเจ้านาย

“ไม่ต้องถึงคุณลำไพรหรอก ฉันนี่แหละจะจัดการก่อน” อารีย์แทรกเอือมๆ ทุกคนวงแตก

ด้านหาญกล้ามาซักไซ้ลำไพรว่าทำไมศิรินธารถึงรู้ ลำไพรอ้างว่าเขาไม่เคยเก็บอาการ แสดงออกเปิดเผยจนพนักงานเอาไปนินทาทั้งโรงแรม หาญกล้าโอ่ว่าตนเป็นลูกเขยเจ้าของโรงแรม ใครมันกล้านินทาจะไล่ออกให้หมด ลำไพรเตือน

“ดิฉันว่าทำแบบนั้นคุณจะเป็นคนลำบากที่สุด ทั้งคุณณรัล คุณนรุตม์...อยู่นิ่งๆจะดีกว่า”

หาญกล้าเคืองย้ำกับลำไพรอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก เธอรับคำว่าจะรอบคอบให้มากกว่านี้ แต่ในใจคุกรุ่นไม่มีวันยอมให้ใครมาเทียมตน

เมื่อศิรินธารกับหาญกล้ากลับมาบ้านก็โดนศิริกับกัลยาเล่นงานทันที ศิรินธารแก้ตัวแทนสามีตามเคยแล้วบีบน้ำตาเอาตัวรอดเพราะรู้ว่าพ่อกับแม่รักตนมาก กัลยาใจอ่อนทันที ปรามศิริให้หยุดต่อว่าลูก แล้วพาศิรินธารออกไป เพ็ญรีบเอาน้ำเย็นมาวางให้ศิริจะได้ใจเย็นลงเขาบ่น

“ฉันคุมคนเป็นร้อยเป็นพัน ยังไม่เหนื่อยใจเท่ากับยัยหยีคนเดียวเลย”

เพ็ญยิ้มอย่างเห็นใจ บอกจะเก่งมาจากไหนก็แพ้ทางเลือดในอกทุกคน ศิริถอนใจ...

ศิรินธารรู้ว่าหาญกล้าโกรธที่โดนแม่กับพ่อต่อว่า จึงพยายามเอาใจแต่เขาปัดอย่างรำคาญก็ชักโกรธขึ้นมาบ้างว่าเรื่องวันนี้เขาเป็นคนผิด หาญกล้าใช้แผนเดิมคือพูดแบบน้อยใจว่าเธอจะไปฟ้องพ่อแม่หรือพี่ให้มาเล่นงานตนอีกก็ได้ เธอประจานหักหน้าตนที่ทำงานยังไม่พอ ยังให้ทุกคนมองตนเป็นกาฝากเป็นสัตว์เลี้ยงอีก ไม่รู้จะอยู่กันต่อไปทำไม หย่ากันเลยดีกว่า เท่านั้นศิรินธารก็ฟูมฟายโผกอดเขาแน่นไม่ยอมหย่า ยอมสัญญาจะไม่ทำแบบนั้นอีก หาญกล้ายิ้มสมใจ

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 1 วันที่ 12 พ.ย. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ