อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 1 วันที่ 23 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 1 วันที่ 23 พ.ย. 58

27 ปีก่อน...

ณ โถงวังเทวาสถิตย์ มีงานพิธีหมั้นจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ดอกไม้สดสวยบานสะพรั่งทุกแจกัน เป็นพิธีหมั้นระหว่าง หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ กับพันโทวินิตนายทหารหนุ่ม มีวงดนตรีไทยบรรเลงเพลงหวานตลอดเวลา...

พระองค์หญิงวิสุทธิโสภีกับพระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ ประทับที่เก้าอี้ประธาน อีกด้านเป็นนายพลผู้มาเป็นผู้ใหญ่ของพันโทวินิต

“ลูกสาวเรายังเด็กนัก นี่ถ้าไม่ใช่ท่านแม่ทัพมาเป็นเถ้าแก่ เห็นทีจะไม่ยกให้ละ” พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์เอ่ย



“เป็นพระกรุณา กระหม่อมเองก็เมตตาผู้พันวินิต พ่อแม่รึก็สิ้นเสียแต่ยังเยาว์ ทิ้งไว้แต่มรดกมากมาย ถึงร่ำรวยเป็นหนุ่มเนื้อทอง ก็น่าสงสาร” นายพลเย้าหยอกสร้างบรรยากาศ

ม.จ.กิรติโสภณ สบตาเขินพันโทวินิตเขินๆ

“เงินทองมีไว้มันก็ดี แต่ถ้าเป็นคนดีมีศีลมีธรรม รักเดียวใจเดียว จะยิ่งวิเศษ จริงไหมคะ” พระองค์หญิงเอ่ย

“จริงที่สุดกระหม่อม” นายพลยิ้มแย้ม ผู้ใหญ่

ทั้งสามสรวลเสกันอย่างรื่นรมย์

พระองค์หญิงหันไปมองนาฬิกา เป็นเวลา เก้าโมงห้านาที

ooooooo

ที่ห้องเตรียมอาหารในวัง...

สาวใช้ทยอยยกถาดอาหารจากในครัวมาตั้งเตรียม ทิวาเอ่ยกับราตรีและเพื่อนๆว่า

“ทรงสนทนารอฤกษ์อยู่ เร็ว...เร้ว...จะสวมแหวนแล้ว พวกเราออกไปดูกัน” บรรดาสาวคึกคักตื่นเต้น ทิวากับราตรีประคองถาดเครื่องน้ำชาและของว่างเดินตามกันออกไปวางที่มุมโถง แล้วรีบลงนั่งชะเง้อดูพิธีอย่างปลาบปลื้ม

พระองค์หญิงเหลือบมองนาฬิกา ใกล้จะเก้าโมงเก้านาทีแล้ว จึงหันมองท่านนายพล

“สวมแหวนท่านหญิงได้แล้ว วินิต” ท่านนายพลเอ่ย พันโทวินิตหยิบแหวนจากกล่องที่เปิดอยู่ หยิบแหวนออกมา เอื้อมไปรับมือท่านหญิงที่ค่อยๆยื่นออกมา แหวนกำลังแตะที่ปลายนิ้วนางเรียวงาม

“หยุดเดี๋ยวนี้!!” เสียงแหลมปานฟ้าผ่าดังก้องจนทุกคนสะดุ้ง “ฉันไม่ยอมให้คุณหมั้นกับใครเด็ดขาด คุณวินิต!”

พระองค์หญิงตวาดถามว่า “เธอเป็นใคร บังอาจเข้ามาแสดงกิริยาหยาบในวังของฉัน”

“กราบขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันชื่อจริยา เป็นภรรยาของคุณวินิต”

“หล่อนเป็นเมียผู้ชายคนที่กำลังจะหมั้นกับลูกสาวฉันงั้นรึ!” พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ลุกยืน

“ไม่ใช่แค่เมียเพคะ แต่กำลังเป็นแม่ของเด็กในท้องนี่” จริยาก้มมองท้องตัวเอง

“ท้อง!!” หม่อมเจ้าหญิงอุทาน มองหน้าวินิต ในขณะที่จริยายังประกาศให้รู้ทั่วกันว่า

“ใช่! ฉันจำเป็นต้องมาทวงสิทธิ์ให้กับลูก...ไม่ให้น้องเกิดมาโดยไม่มีพ่อ!”

วินิตหน้าซีดสนิทมองหน้าหม่อมเจ้าหญิงขยับถอยออก พยายามจะชี้แจงว่าตนไม่...ไม่...จริยาถามทันทีว่า

“ไม่ปฏิเสธใช่ไหมคะคุณวินิต ว่าคุณกับฉันเป็นอะไรกัน คุณก็รู้ว่าคุณไม่มีสิทธิ์แต่งงานกับใคร นอกจากฉัน!”

ท่านนายพลลุกยืนค้อมไหว้พระองค์เจ้ามรุพงษ์และพระองค์หญิงซึ่งยืนหน้าตึงเครียด หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณร้องไห้วิ่งหนีออกไปจากโถงขึ้นห้องบรรทม จริยามองตาม ยิ้มอย่างพอใจ ส่วนวินิตพยายามหว่านล้อมจริยา

“ออกไปจากวังของฉันไป ไปให้พ้น แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก!!” พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ตวาดไล่

พันโทวินิตกราบบาทแล้วถอยออก จริยาสะบัดตามไป ท่านนายพลเดินตามออกไปอีกคน

ทุกคนในงานแตกตื่นตกใจ พระองค์เจ้ามรุพงษ์ เหวี่ยงหัตถ์ปัดแจกันดอกไม้แตกกระจาย ดอกไม้ที่เบ่งบานกลีบปลิดปลิวกระจาย...

ooooooo

หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ...นอนร้องไห้น้ำตาไหลพราก...ลุกเดินไปที่หน้าต่าง...ก้มมองท้องตัวเอง... เศร้า...เครียด...

ที่หน้าห้องบรรทม พระองค์เจ้ามรุพงษ์กับพระองค์หญิง เดินไปมาเครียดหนัก...

“ลูกหญิงไม่ออกจากห้องเลยเพคะ”

“ไอ้ผู้ชายสารเลว มีเมียมีลูกแล้วยังมีหน้าพาแม่ทัพภาคมาสู่ขอลูกเรา”

“ลูกหญิงรักผู้ชายคนนี้มากด้วยเพคะ”

“นี่ถ้ามันมาทำผิดประเพณีกับลูกเรา แบบที่ทำกับผู้หญิงคนนั้นล่ะก็...จะฆ่าเสียให้ตายทั้งคู่เลย”

หลังประตูในห้องบรรทม... ม.จ.กิรติโสภณ ได้ยินทุกถ้อยคำที่พ่อพูด ก้มมองท้องตัวเองอย่างหวาดหวั่น...

คืนหนึ่งหลังจากนั้น... ม.จ.กิรติโสภณ เก็บเสื้อผ้าจากตู้ หยิบกล่องแหวนในโต๊ะออกมาเปิดดูแล้ววางในกระเป๋าเดินทาง เปิดหน้าต่างมองออกไปเบื้องล่างอย่างระแวดระวัง...

“หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ จำเป็นต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต แบบที่คนไทยเรียกว่าไปตายเอาดาบหน้านั่นแหละ...” แนนซี่เพื่อนรักของหม่อมเจ้าหญิงที่อยู่อังกฤษ รำพึงอย่างเข้าใจและเห็นใจ

จนเมื่อเวลาผ่านไป...แนนซี่มองหม่อมเจ้าหญิงเพื่อนรัก ที่ไกวเปลกล่อมทารกเพศชาย แนนซี่เอ่ยยิ้มๆ...

“เธอเลือกที่จะเลี้ยงเด็กชายน้อยคนนี้เพียงลำพังในต่างแดน อาจเป็นเพราะเธอรักผู้ชายคนนั้นมาก จนไม่อยากให้บิดาไปทำร้ายเขา หรืออาจจะเพราะเธอต้องการรักษาพระเกียรติของสกุลวงศ์...” จนเวลาผ่านไป 6 ปี จึงได้รับคำตอบว่า

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ ฉันต้องหักใจอย่างมากที่จะไม่ติดต่อกลับไปหาใครที่เมืองไทยอีก...” ม.จ.กิรติ นอนมองเด็กชายวิศรุตวัย 6 ขวบที่นั่งเล่นอยู่บนเตียงข้างกาย “ลูกอาจจะเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจอะไรที่เราเล่านะแนนซี่ แต่ฉันอยากให้เขารู้ไว้บ้าง...เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด...ฉันอยากจะฝากฝังเขาไว้กับเธอ จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาโตพอจะกลับไป...”

แนนซี่ถามว่ากลับทำไม ที่ผ่านมาเธอเคยส่งจดหมายไปก็ไม่มีใครตอบมา แม้เด็กชายวิศรุตจะยังเด็กมากแต่ก็พยายามจำคำพูดของแม่ที่พยายามพูดกับแนนซี่ทั้งที่ไอหนักเป็นระยะ

“มันอาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง...ยังไงเสีย เขาก็ต้องกลับไปทวงสิทธิ์ของเขา” ม.จ.กิรติพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เอื้อมหยิบกล่องแหวนที่หัวเตียงหยิบแหวนออกมา “แหวนนี่จะทำให้เขาได้รับสิ่งที่เขาควรได้รับ ...แหวนเทวาสถิตย์” เอ่ยแล้วพยายามสวมแหวนให้วิศรุต แต่แหวนร่วงจากมือ วิศรุตคว้าไปถือไว้

“รอโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนค่อยใส่จ้ะ ไม่ต้องห่วงหรอกนะหญิงกิรติ...ฉันจะทำตามที่เธอต้องการ จะดูแลลูกชายเธอ จนกว่าเขาพร้อมที่จะกลับไป”
เป็นคำมั่นสัญญาจากเพื่อนรักก่อนที่ ม.จ.กิรติจะจากไป

จนเมื่อประกอบพิธีศพที่อังกฤษเสร็จ แนนซี่กับเด็กชายวิศรุต ออกจาก Funeral Home มือประคองโถอัฐิหน้าเศร้า วิศรุตมือถือช่อลิลลี่ แนนซี่ถามวิศรุตขณะมาขึ้นรถว่า

“จำได้ไหม ว่าแม่สั่งอะไรไว้”

“จำได้ฮะ...ผมไม่อยากโตเลย...”

ooooooo

20 ปีต่อมา...เรือลำหนึ่งแล่นมาจอดที่ท่าน้ำ วิศรุต หนุ่มหล่อ เท่ ก้าวขึ้นท่าน้ำ หยุดมองตัวบ้านเบื้องหน้านิ่ง

พลันก็ชะงัก เมื่อธาราเดินตรงมาหาในมือถือแอร์เมล

“คุณวิศรุต...ไปขับเรือเล่นเหรอคะ จดหมายค่ะ มาส่งเดี๋ยวนี้เอง”

วิศรุตรับจดหมายไปแกะอ่าน เป็นจดหมายของแนนซี่ที่เขียนด้วยลายมืออย่างสวยงาม

“หลานรัก...หวังว่าหลานคงสนุกกับชีวิตที่เมืองไทย ส่วนป้าสบายดีและกำลังจะเดินทางไกลไปเที่ยวทิเบตกับเพื่อนๆ หลานคงรู้ว่าป้าเกลียดอินเตอร์เน็ต ดังนั้นเราคงไม่ได้ติดต่อกันอีกสักพัก...ที่เขียนมาครั้งนี้ ก็เพื่อจะเตือนไม่ให้หลานลืมคำสั่งของแม่ว่าให้มาเมืองไทยเพื่ออะไร อย่ามัวเพลินกับการใช้ชีวิต จนลืมเป้าหมายของชีวิตนะหลานรัก...ป้าจะเขียนมาอีกครั้ง เมื่อกลับจากทิเบตจ้ะ ...รัก...แนนซี่”

วิศรุตถอนใจ พับจดหมายช้าๆ มองแหวนที่สวมอยู่อย่างใช้ความคิด

“อย่าลืมไปรับแขกที่สนามบินนะคะ ธาราเตรียมห้องพักไว้พร้อมแล้ว” ธาราที่แอบมองปลื้มอยู่เดินมาเตือน

“ไม่ลืมหรอก จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” วิศรุตบอก พลางเดินผ่านพลับพลึงกอเล็กๆที่มีป้ายเขียนไว้ว่า

“Greenery Homestay”

ooooooo

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 1 วันที่ 23 พ.ย. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ