อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 1 วันที่ 25 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 1 วันที่ 25 พ.ย. 58

“ลูกเต้าเหล่าใคร? บ้านอยู่ไหน? จะพาไปส่ง” วิศรุตถาม พอสโรชาได้ยินว่าจะพาไปส่งบ้านก็ปฏิเสธไม่เอาไม่ต้อง ทั้งสี่รุมกันถามว่าทำไมไม่ต้อง เป็นพวกไร้บ้านหรือโจร สโรชาในสภาพอ่อนเพลียเห็นทุกคนจ้องอยู่ก็โงนเงนแล้วทรุดฮวบลง วิศรุตรับไว้ทันแล้วพาเข้าไปนอนพักที่โซฟาในบ้าน

ธาราถามว่าจะให้แม่คนนี้นอนอย่างนี้อีกนานแค่ไหน เขาบอกว่าจนกว่าจะตื่น ไม่เป็นไรเพราะวันนี้เราไม่มีแขก ธาราเลยจะปลุกขึ้นมาถามให้รู้เรื่องว่าเธอเป็นใครมาจากไหน แต่พอแตะตัวก็สะดุ้งเพราะสโรชาตัวร้อนจี๋ ถามว่าจะเอาอย่างไรดี จะเรียกตำรวจหรือตามหมอ



“เอางี้ ไปเอากะละมังใส่น้ำมา ขอผ้าขนหนูเล็กผืนนึง ฉันจะเช็ดตัวลดไข้”

ธาราเดินไปเอาของตามที่บอก วิศรุตเห็นสภาพสโรชาที่เปรอะเปื้อนมอมแมมเต็มไปด้วยโคลน มองตัวเองสภาพก็ไม่ต่างกัน เขาจึงถอดเสื้อตัวเองออกพลางเดินไปทางห้องนอน เขาใส่เสื้อกล้ามตัวเดียวออกมาเพื่อเช็ดตัวให้สโรชา

พอเธอรู้สึกตัว เห็นหน้าวิศรุตก็จ้องมองจำได้ว่าเป็นคนที่เคยเจอ...พลันก็พยายามลุกขึ้น

“ลุกได้แล้วเหรอ แม่พลับพลึง” วิศรุตทัก สโรชาถามว่าใคร? พลับพลึง? “ก็เรานั่นแหละ มุดไปซุกเป็นลูกหมาอยู่ในดงพลับพลึง ไหนเล่าให้ฟังซิ ว่าไปยังไงมายังไง” พลางชุบผ้าขนหนูบิดหมาดๆ โปะที่หน้าผากเธอ สโรชายังมึนๆ เอามือแปะมือเขาไว้ วิศรุตดึงมือตัวเองออก แล้วบอกให้ตอบคำถามตน

“ข้อแรก เธอมาจากไหน” สโรชาตอบมึนๆว่ามาจากเมืองนอก เขาได้ยินเป็นบ้านนอกถามว่าจังหวัดอะไร พอสโรชาบอกว่าแอลเอ วิศรุตพูดขำๆว่า “เล่นคำซะด้วย แอลเอ ร้อยเอ็ด” ถามต่อว่าแล้วเธอชื่ออะไร

“เอาเหอะ เมื่อกี๊คุณเรียกฉันว่าอะไร ฉันก็ชื่อนั้นแหละ” วิศรุตถามว่าเรียนหนังสือหรือทำมาหากินอะไร สโรชาตอบเสียงแผ่วว่า เรียน...ตลาด... “อะไรนะตลาด ขายของอยู่ในตลาดงั้นเหรอ ขายอะไรล่ะ ตลาดไหน”

สโรชาอ่อนใจ พยายามเรียกสติตั้งหลักจะเริ่มเล่า...

“คือยังงี้ค่ะ...”

วิศรุตจ้องเป๋ง ทั้งอย่างคาดคั้นและจับพิรุธ

ooooooo

ฟังสโรชาเล่าเรื่องที่ตนเผชิญมาในวันนี้แล้ววิศรุต ถามว่า

“สรุปว่าเธอหลงทางในกรุงเทพฯ แล้วก็เลยโดนโจรในคราบแท็กซี่หลอกมาปล้น” สโรชาบอกว่ามันจะปล้ำด้วย “ดีนะที่รอดมาได้ เธอจะไปแจ้งความไหมฉันจะพาไป”

สโรชาส่ายหัวดิกอ้างว่าตนไม่อยากดัง ทำตาเศร้าถามว่าเขาจะไล่ตนไหม วิศรุตถามว่าเธอมีที่ไปไหมล่ะ ตนจะไปส่งที่หมอชิตกลับร้อยเอ็ดก็ได้ สโรชาพูดไม่ออกเฉไฉทำเป็นจัดหนังสือท่องเที่ยวที่วางอยู่บนโต๊ะ วิศรุตเห็นท่าทางแล้วบอกว่า

“งั้นฉันก็คงไล่เธอไม่ลงหรอก” พูดแล้วลุกไปสโรชาเอานิ้วกลางไขว้นิ้วชี้ขึ้นมาตรงหน้า ลุ้นว่าจะเป็นยังไงต่อไป

เมื่อตัดสินใจให้อยู่ด้วยแล้ว วิศรุตเอาเสื้อทีเชิ้ตกับกางเกงเลยัดใส่มือสโรชาไล่ให้ไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวค่อย

ว่ากัน เตือนว่าอย่าอาบนานล่ะเดี๋ยวไข้ขึ้นอีกจะยุ่ง

พอเข้าไปอาบน้ำ ถูกอึ่งอ่างที่อยู่ในห้องน้ำกระโดด เกาะขา เธอตกใจร้องลั่นคว้าผ้าขนหนูคลุมวิ่งฟองแชมพูเต็มหัวออกจากห้องน้ำ

ที่กรีนเนอรี่ โฮมสเตย์นี้ นอกจากริดกับจ้อนแล้วมีประพันธ์ เซลส์แมนมือทองอารมณ์ดีขี้เล่นและขี้หลีเจ้าชู้ไก่แจ้เจอสาวเป็นป้อใส่ กับสุทิศ หนุ่มชนบททิ้งบ้านมาหางานทำและวิศรุตช่วยไว้ รวมทั้งธาราหนุ่มหน้าสวย

รักงานบ้านงานเรือน ได้ยินเสียงร้องของสโรชาก็วิ่งมาดูเธอบอกปากคอสั่นว่า

“เอ่อ...ในห้องน้ำมี...มีคางคก...เอ่อ...กบ...เอ่อ...เขียด” เธอนึกอะไรได้ก็บอกหมดเพราะไม่รู้ว่ามันคืออึ่งอ่าง!

ประพันธ์เข้าไปดูเจออึ่งอ่างพองลมตัวกลมอยู่ จึงหยิบเหวี่ยงออกไปนอกรั้วไม้ระแนง สโรชามองอึ้งแล้วเข้าห้องน้ำไป ประพันธ์ชะเง้อคอยาวจนสุทิศกับธาราเรียกปรามจึงสะดุ้งหันกลับมาทำหน้าเหลอหลา

เมื่อประพันธ์กับสุทิศรู้ว่าวิศรุตรับสโรชาที่เขาเรียกเธอว่าพลับพลึงให้อยู่ที่โฮมสเตย์ด้วย ก็ยินดีเพราะทั้ง ประพันธ์และสุทิศแม้กระทั่งธาราที่ได้งานทำก็เพราะวิศรุตช่วยหางานให้ทั้งนั้น แต่ทั้งสามถือว่าพวกตนเป็นรุ่นพี่ จึงใช้งานสโรชาเป็นการรับน้องใหม่ ประเดิมที่โต๊ะอาหารเย็นนี้ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยธารา

แต่วิศรุตไม่ได้เจ้ายศเจ้าอย่าง ให้มานั่งกินข้าว ด้วยกัน พอสโรชาตักผัดกะเพราเข้าปากก็คว้าน้ำดื่มแทบไม่ทันเพราะเผ็ดจนปากสั่น วิศรุตบอกว่าแถวบ้านเธอน่าจะกินอาหารรสจัด แต่ก็บอกว่า

“จะกินอะไรก็ช่วยๆกันทำกับธาราแล้วกันระหว่างนี้ไม่มีแขกพักก็ฝึกงานไป ถ้าเธอทำงานคล่อง ธาราเขาก็จะเหนื่อยน้อยลง”

“แต่ถ้าไม่คล่องก็หาที่อยู่ใหม่” ธาราพูดหน้าตาเฉย พอถูกสุทิศกับประพันธ์เรียกปรามก็ทำไม่รู้ไม่ชี้บอก

สโรชาให้รีบกินเดี๋ยวจะได้เริ่มงานกัน

พอกินอาหารเสร็จเข้าครัว ธาราก็ยืนชี้นิ้วเป็น รุ่นพี่สอนให้สโรชาทำโน่นนี่นั่นสบายอารมณ์

สายๆก็ให้ไปกวาดกิ่งไม้ใบไม้ที่ถูกลมฝนร่วงเมื่อคืน ให้กวาดเก็บโกยใส่ถังเอาไปหมักทำปุ๋ย สโรชา

ถามทึ่งว่าที่นี่ทำปุ๋ยด้วยหรือ ธาราบอกว่าทำเองเพราะที่นี่ เป็นกรีนโฮมสเตย์ ถามว่ารู้จักรึเปล่า กรีนน่ะ...กรีน... แต่พอสโรชาพึมพำว่า

“อ๋อ...Eco Tourism ทำไมจะไม่รู้จัก”

ธาราฟังแล้วงงถามว่าอะไรนะ พูดใหม่ซิ สโรชา

ทำเหลอหลาไม่รู้เรื่องเฉไฉกวาดใบไม้งุดๆ

“กวาดเข้า กวาดรวมไว้ทางโน้น” ธาราสั่งการ สโรชาก้มหน้าก้มตากวาด พอเงยหน้าอีกธาราหายไปแล้ว ส่วนริดกับจ้อนซนเป็นทโมนปีนต้นไม้เล่นกันสนุกสนาน

ooooooo

แม้จะตัดสินใจอยู่ที่โฮมสเตย์แล้ว แต่เจอพวก ที่อยู่ร่วมด้วยแต่ละคนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน สโรชาก็ยังลังเล ครั้นจะกลับไปก็เสียเหลี่ยม ตัดสินใจอยู่รบกับกะเทยสักตั้งดู

สโรชาลากเข่งที่ใส่ใบไม้ออกมา ประพันธ์แถเข้ามาช่วยแต่แทนที่จะคว้าเข่งกลับคว้าทั้งมือทั้งเข่ง ทำเป็นพูดตื่นเต้น

“โอ๊ย...มาถึงก็ขยันขันแข็ง มาครับ ผมช่วยดีกว่า ไอ้จ้อนไอ้ริดหนีไปเล่นอีกละสิ โธ่...น้องใหม่ ตัวสักกะตี๊ดเดียว ธาราก็ช่างใจร้ายเนาะ ใช้งานหนักตั้งแต่วันแรก”

“ไม่ทำวันแรก จะอู้ไปทำเมื่อไหร่ แล้วจะต้องดูฤกษ์ดูยามก่อนรึไง ถึงจะทำงานได้ กินข้าวยังต้องกินทุกวัน งานก็ต้องไปทำทุกวันเหมือนกัน ใครจะทำวันหยุดสองวันเหมือนคุณประพันธ์ล่ะ ไม่เคยได้ยินรึไง อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้น...”

“ควายยยยให้ลูกท่านเล่น” ประพันธ์ต่อให้จบ

แล้วโวย “โอ๊ย...เหนื่อยมั่งไหม ยืนอู้น่ะ”

“ใครว่าอู้ นี่กำลังสอนงานง่ายๆ เดี๋ยวเสร็จจากนี่จะพาไปตรวจโรงผัก ไปขัดท่าน้ำ แล้วก็ล้างรถให้คุณวิศรุต จากนั้นก็จะพาเข้าครัวเตรียมอาหารเย็น เสร็จแล้วจะให้ไปจัดห้องพักแขก เผื่อพรุ่งนี้มีทัวร์มาลงจะได้ไม่ต้องให้แขกรอนาน”

สโรชาอ้าปากค้างกับงานที่จะต้องทำ ประพันธ์หมั่นไส้ ด่าว่า “เยอะ! เยอะ ปกติแกกับไอ้จ้อนไอ้ริด

ทำทุกอย่างพวกนี้เสร็จในครึ่งวันรึเปล่า” ธาราทำหน้าตายบอกว่าก็ค่อยๆทำไป วันละหน่อย วันไหนพวกเขาหยุดก็มาช่วยกันไง ประพันธ์พยักหน้าอย่างรู้ทันความกะล่อน ของธารา เลยไปช่วยสโรชาโกยใบไม้ใส่เข่ง

วิศรุตสังเกตอากัปกิริยาของสโรชาตลอดเวลา

เมื่อกลับมาที่ห้องพัก เป็นห้องโล่งๆ มีเตียงที่นอนสะอาด มีตู้หลังหนึ่งกับโต๊ะหนึ่งตัว ธาราบอกว่า

“ห้องนี้ของเธอ คงอยู่ได้นะ พลับพลึง”

“เหนื่อยชะมัด พลับพลึง...ลิลลี่ พลับพลึง ชื่อนี้ก็เก๋ดีเหมือนกันนะ” สโรชาพึมพำกับตัวเอง แล้วกระโจน

นอนแผ่บนเตียง หลับตาลงอย่างหมดแรง...

ooooooo

นอนที่โฮมสเตย์ที่จัดอย่างง่ายๆ แต่สะอาดแล้ว สโรชาอดคิดถึงอดีตไม่ได้...

เวลานั้นเธออยู่ในวัย 5-6 ขวบ เธอนอนอยู่บนเตียง ละเมอร้องไห้สะอึกสะอื้น พิสิฐกับลัดดาในชุดไว้ทุกข์เดินเข้ามาปลุก สโรชาสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นผวาถามว่าแม่ไม่อยู่แล้วตนจะอยู่กับใคร

พิสิฐบอกว่าอยู่กับป๊าไง ลัดดาก็บอกว่าอยู่กับน้าด้วย จะให้เป็นน้าเป็นแม่ได้ทั้งนั้น

ลิลลี่มองพ่อกับลัดดาสลับไปมางงๆ ส่วนพี่เลี้ยงยืนดูอยู่ห่างๆ

หลายปีต่อมา เมื่อสโรชาเรียนอยู่ในชั้นมัธยม เธอปะเหลาะพิสิฐขอไปเรียนเมืองนอก สัญญาว่าจะตั้งใจเรียน พิสิฐถามว่าทำไมไม่รอให้เรียนจบมัธยมก่อน

“ไปเมื่อไหร่ก็เหมือนกันล่ะค่ะป๊า... ถึงอยู่เมืองไทย ป๊าก็ส่งลูกไปโรงเรียนประจำอยู่ดี” พิสิฐบอกว่าลูกขอไปเองป๊าก็ตามใจลูกไง “งั้นตอนนี้ ป๊าก็ตามใจลูกอีกสิคะ ลูกอยากเรียนเมืองนอกค่ะ” สโรชาอ้อน

“ลูกไม่ชอบน้าลัดดาใช่ไหม”

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 1 วันที่ 25 พ.ย. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ