อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนที่ 11/4 วันที่ 16 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนที่ 11/4 วันที่ 16 พ.ย. 58

ศราภัทรหน้าเครียด “พ่อรู้ข่าว เป็นห่วงเราก็เลยมาเยี่ยม” เขามองไปที่กระเป๋าที่ภัทรลดากำลังเก็บของอยู่ “เก็บของอยู่เหรอ พ่อช่วยมั้ย”
“ขอบคุณค่ะ”
ศราภัทรเดินเข้ามาช่วยภัทรลดาเก็บของใส่เป้ “ตั้งแต่พ่อมา ยังไม่ได้เจอคุณอรรณพเลยนะ สงสัยคงเครียดเรื่องลูกชายอยู่”
“ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งเครียดมากขึ้นเท่านั้นล่ะค่ะ”
“แต่พ่อก็ดีใจนะ ที่ภัทรคุมสติได้ เวลาแบบนี้ ถ้าเราฟูมฟายไปอีกคน คงยุ่งกันใหญ่” ขาดคำ น้ำตาของภัทรลดาก็ค่อยๆไหลลงอาบแก้ม ศราภัทรตกใจที่เห็นลูกร้องไห้ “ยัยภัทร...”

ภัทรลดาร้องไห้ ห่วงไตรภพสุดๆ “ภัทรรู้ค่ะ ว่าภัทรสร้างปัญหามากกว่านี้ไม่ได้ ภัทรเลยต้องทำตัวให้เข้มแข็งเข้าไว้ แต่... แต่...” ภัทรลดาร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ทั้งเครียด ทั้งห่วงไตรภพ แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้


ศราภัทรโอบบ่าลูกเข้ามากอดไว้เป็นการให้กำลังใจ ในขณะที่ภัทรลดาก็กอดพ่อร้องไห้ ระบายความเครียด กดดันทั้งหมดออกมา
อรรณพนั่งอยู่บนรถเข็น พยายามเอื้อมมือไปเปิดตู้เสื้อผ้าชั้นบน อรรณพพยายามเอื้อมแต่ก็ไม่ถึง เลยแข็งใจลุกขึ้นยืน เพื่อเปิดตู้ ขาของอรรพสั่นตลอดเวลาที่ยืน แต่ก็พยายามทรงตัวไว้ให้ได้ อรรณพเปิดตู้ออกมาได้ ก่อนจะหยิบอัลบั้มภาพถ่ายออกมา แต่พอจะหันหลังกลับไปนั่งที่รถเข็น ขาก็อ่อนแรงลง จนอรรณพล้มลงกับพื้น อัลบั้มภาพในมือหล่นกระเด็นไป จนเปิดออก อรรณพล้มลงนอนกับพื้น แต่ก็พยายามคลานไปที่อัลบั้ม ก่อนจะหยิบอัลบั้มขึ้นมาดู
ในนั้นเป็นรูปเด็กทารกคนหนึ่ง กำลังฉีกยิ้มเห็นเหงือก ดูน่ารัก เป็นรูปไตรภพเมื่อตอนเด็กๆนั่นเอง อรรณพน้ำตาคลอเบ้า ใจจริงเป็นห่วงไตรภพมาก แต่ด้วยสภาพพิการอย่างงี้ ทำให้ตนทำอะไรไม่ได้มาก เลยยิ่งเครียดหนักขึ้นเป็นทวีคูณ พิมลภาแอบดูอรรณพอยู่หน้าห้อง เธอค่อยๆปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา แล้วยิ้มร้ายๆด้วยความสะใจ

พิมลภาเดินคุยมากับแม่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “คุณแม่บอกคุณพ่อว่าไม่ต้องห่วงนะคะ มีอะไรอัพเดท พิมจะโทรรายงานทุกระยะเอง”
“ถึงยังไงพ่อกับแม่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดีแหละ” ปิ่นมณีหน้าเครียดๆ “ยัยภัทรเพิ่งแต่งงานได้ไม่เท่าไหร่ จู่ๆจะต้องมาเป็นม่ายเสียตั้งแต่ยังสาวก็ไม่รู้ บอกแล้วว่าให้แต่งงานกับหมวดยงยุทธก็ไม่เชื่อ นี่ล่ะน๊า ไม่ฟังผู้หลักผู้ใหญ่”
พิมลภาแอบยิ้มสะใจ ก่อนจะปั้นหน้าเศร้า “อย่าพูดเป็นลางอย่างงั้นสิคะคุณแม่ คุณไตรภพอาจจะไม่เป็นอะไรก็ได้นะคะ”
“ยัยภัทรก็ลูกแม่ แม่จะไปแช่งลูกเขยตัวเองทำไม แต่หายสาบสูญกลางทะเล จะมีโอกาสรอดซักเท่าไหร่กัน” เธอถอนใจ เป็นห่วงภัทรลดา “แล้วนี่ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ไม่รู้น้องเราจะเหลือติดตัวซักกี่บาท”
พิมลภาปั้นหน้าเศร้า “พิมว่าภัทรคงไม่สนใจเรื่องเงินหรอกค่ะ แต่พูดกันตรงๆก็คงมหาศาลอยู่ เพราะคุณไตรภพก็มีทรัพย์สมบัติไม่น้อยนะคะ”
“โอ๊ย มีเท่าไหร่ก็ต้องตกเป็นของลูกสาวเค้าสิ ยัยภัทรไม่ได้จดทะเบียน เราไม่รู้เหรอ”
พิมลภาตกใจสุดๆ ตนรู้แต่ว่าน้องสาวแต่งงานใช้หนี้ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าภัทรลดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับไตรภพ

คำรณโวยวายลั่น “งั้นที่ทำมาทั้งหมดก็เสียเปล่าน่ะสิ เรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมไม่รู้จักรอบคอบให้มันมากกว่านี้ล่ะคุณ”
พิมลภาโมโห “ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ ว่าน้องฉันมันจะโง่ได้ขนาดนี้ แต่งงานกับเศรษฐีทั้งที แต่ไม่ยอมจดทะเบียนสมรส งี่เง่าที่สุด”
คำรณพยายามระงับอารมณ์ “งั้นคุณจะเอาไงต่อ ท่านมงคลลงทุนเสี่ยงกับเราไปมากนะ ถ้ายังไม่ได้เกาะไข่หงส์มาอีก เรื่องไม่จบง่ายๆแน่”
“นายคิดว่าไอ้ไตรภพมันจะมีโอกาสรอดมั้ย”
คำรณยิ้มเยาะ “ทีอย่างงี้ กลัวมันตายขึ้นมาเชียวนะ ตอนเกลียดล่ะก็ อยากให้ตายวันตายพรุ่งซะด้วยซ้ำ”
พิมลภาตวาดแว๊ด “ฉันถามก็ตอบ อย่ากวนประสาทได้มั้ย”
“คนของท่านมงคลแต่ละคน มือฉมังทั้งงั้น จะพลาดได้ไงล่ะคุณ”

คำรณเห็นเรือที่ไตรภพนั่งมา พุ่งเข้าชนหินโสโครกเต็มๆ จนระเบิดไฟลุกท่วม” คำรณนั่งอยู่บนเรือ ใช้กล้องส่องทางไกล ส่องดูเรือที่ไตรภพนั่ง พุ่งเข้าชนหินโสโครก โดยมีลูกน้องมงคลเป็นคนขับเรือให้
คำรณยิ้มสะใจ “ระเบิดเละอย่างงี้ ไม่รอดแน่ไอ้ไตรภพ” หันไปพูดกับลูกน้อง “แกแน่ใจนะ ว่าจะไม่มาถึงพวกเรา”
“ต่อให้ตำรวจเจอศพ ก็คิดได้แค่เป็นอุบัติเหตุเท่านั้น สาวมาไม่ถึงหรอก”
คำรณยิ้มสะใจ ในที่สุดก็กำจัดไตรภพคนที่ตนเกลียดไปจนได้

คำรณเซ็งสุดๆ “นึกว่าไอ้ไตรภพตายแล้ว เกาะไข่หงส์จะตกเป็นของน้องคุณ คุณจะได้บังคับน้องให้ขายให้ท่านมคลง่ายๆ เสียแผนหมด”
พิมลภาหงุดหงิด “ถ้ารู้อย่างงี้ ฉันทำดีกับยัยเด็กปิศาจนั่นซะหน่อยก็ดีหรอก จะได้เข้าไปดูแลมรดกซะเลย”
ทันใดนั้น พิมลภา คำรณก็ฉุกคิดขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะหันไปมองหน้ากันทันที พิมลภายิ้มเจ้าเล่ห์ “ยัยภัทร”

ภัทรลดากำลังจับมือของสมชาย เพื่อช่วยดึงขณะลงเรือ สมชายเครียดมาก “พอช่วยกันดับไฟเสร็จ ผมก็รีบหาทางติดต่อคุณภพทันที แต่เรือบนเกาะถูกวางยาหมด วิ่งไม่ได้ซักลำ ไม่อย่างงั้น ผมก็คงมารับคุณภพด้วยตัวเองไปแล้ว ไม่เกิดเรื่องอย่างงี้ขึ้นมาหรอกครับ”
“มิน่า ทางตำรวจเค้าถึงต้องสอบปากคำ มีพิรุธอย่างงี้นี่เอง”
“ตอนนี้ผมได้ข่าวว่ามีการจัดทีมค้นหา แล้วก็มีนักประดาน้ำด้วยใช่มั้ยครับ”
“ใช่จ้ะ เพื่อนฉันเค้าช่วยประสานกับทางตำรวจให้แล้ว แต่ฉันอยากค้นหาตามเกาะใกล้ๆด้วย” เธอหน้าเครียด รู้ว่าเลื่อนลอยแต่ก็ยังหวัง “เผื่อจะได้ร่องรอยอะไรบ้าง”
“งั้นก็เอาเลยครับ คุณผู้หญิงอยากไปเกาะไหน ผมจะพาไปทุกที่เลยครับ”
ภัทรลดาลงเรือ ก่อนที่สมชายจะขับเรือออกไป

สมชายขับเรือพาภัทรลดาไป ภัทรลดานั่งอยู่บนเรือด้วยสีหน้าเคร่งครียด
อาทรกำลังคุยกับตำรวจอยู่บริเวณท่าเรือ โดยตำรวจกางแผนที่ให้ดู ว่าจะค้นหาไตรภพบริเวณไหนบ้าง ในขณะที่พราวกำลังพิมพ์ข้อมูลที่คุยกับตำรวจลงไปในไอแพด
สมชายกำลังจอดเรือให้ภัทรลดาถามชาวบ้านอยู่กลางทะเล สีหน้าภัทรลดาดูเคร่งเครียด เพราะไม่ได้ข่าวอะไรเลย
ทีมงานนักประดาน้ำกำลังดำลงไปในน้ำ โดยมีอาทร พราว รออยู่บนเรือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ได้แต่ภาวนาว่าอย่าเจอศพไตรภพเลย
ภัทรลดาถามชาวบ้านที่อยู่บนเกาะ แต่ทุกคนก็ส่ายหน้า ไม่มีใครเห็นไตรภพแม้แต่น้อย
อรรณพกำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ ด้วยสีหน้าเคร่งเคียด “ไม่เป็นไรหรอกหนู ฉันเข้าใจ มองโลกในแง่ดี อย่างน้อยถึงเราไม่ได้ข่าวไอ้ภพ แต่เราก็ยังไม่เจอศพมันเหมือนกัน มันอาจจะไม่เป็นไรก็ได้ ..... ยัยแคทยังไม่รู้เรื่องหรอก ฉันบอกแต่ว่าไอ้ภพมันไปทำงานหลายวันเท่านั้นเอง หนูไม่ต้องห่วงนะ อยู่ค้นหาไอ้ภพไปเถอะ ..... จ้ะหวัดดี” อรรณพกดวางสาย หน้าเศร้าๆ ความหวังเริ่มจะเลือนรางไปทุกที
พิมลภาเดินกลับเข้าบ้านมา เธอเหลือบเห็นอรรณพเข้า เดินเข้าไปหา ยิ้มๆ “เป็นยังไงบ้างคะคุณ ได้ข่าวคุณไตรภพบ้างมั้ยคะ”
อรรณพมองพิมลภาด้วยความเอือมระอา “ยัง นี่คุณออกไปแต่เช้า เพิ่งกลับเหรอ”
“พิมไปพบเพื่อนคุณพ่อที่เป็นทหารเรือน่ะค่ะ เผื่อว่าจะช่วยอะไรคุณไตรภพได้บ้าง”
อรรณพสนใจทันที “เหรอ แล้วได้เรื่องอะไรมั้ย”
“ท่านก็รับปากว่าจะช่วยดูให้นะคะ ก็คงจะประสานงานกับทางตำรวจอีกที”
อรรณพพยักหน้ารับ สีหน้าเซ็งๆ ไม่มีความหวังอะไรเพิ่มขึ้นเลย ก่อนที่อรรณพจะกดปุ่มให้รถเข็นวิ่งเลี่ยงไป
พิมลภามองตามแล้วยิ้มเยาะ เพราะรู้ว่าไตรภพคงไม่รอดแน่

โรงแรมแถบเมืองชายทะเล ภัทรลดาเพิ่งวางสายจากอรรณพ ก็หน้าตาซึมลงทันที พราวยืนมองอยู่ใกล้ๆ ก็ยิ่งหนักใจกับเพื่อน อาทรเดินออกมาจากห้องน้ำ พอเห็นสภาพภัทรลดาเข้าก็แปลกใจ
อาทรถามพราวเบาๆ “ภัทรเป็นอะไรอ้ะ”
พราวพูดเบาๆ “พอโทรคุยกับคุณอรรณพเสร็จ ก็เป็นแบบนี้เลย สงสัย เครียดเรื่องคุณไตรภพมั้ง”
อาทรปั้นยิ้ม “ภัทร ไปเดินเล่นรับลมกันหน่อยมั้ย เครียดมาทั้งวันแล้ว รีแล็กซ์บ้างก็ดีนะ”
ภัทรลดาหน้าเศร้าๆ “พี่อาทกับพราวไปเถอะค่ะ ภัทรไม่อยากไปไหน”
พราวเข้าไปปลอบเพื่อน “ฉันเข้าใจแกนะ แต่แกก็เครียดมาตลอด แถมเมื่อตอนเย็นแกก็ไม่ได้กินอะไรด้วย ฉันกลัวแกจะเป็นอะไรไปอีกคนน่ะสิ”
“เดี๋ยวฉันกินขนมรองท้องแล้วกัน แกไม่ต้องห่วงฉันนะ ฉันไม่อยากออกไปไหนจริงๆ”
พราว อาทร ได้แต่มองภัทรลดาด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง

อาทรเดินคุยมากับพราวอยู่ในสวนของโรงแรม พราวถอนใจเฮือกใหญ่ หน้าเครียดๆ
“ถอนใจทำไม” อาทรถาม
“มีความสุขมั้ง แฟนเพื่อนจะตายหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”
อาทรเหล่ๆพราว “กวน”
“ก็พี่อาทถามไม่สร้างสรรค์ รู้อยู่แล้วยังจะถามอีก”
อาทรหน้าขรึมลง “ไม่ใช่ว่าพี่ไม่เครียด แต่มาถึงตรงนี้แล้ว ก็ไม่รู้จะเจอตัวคุณไตรภพได้ยังไง เท่าที่ทำ ก็สุดความสามารถแล้ว” พราวหน้าเครียดลงไปอีก แต่ก็ยอมรับว่าอาทรพูดถูก “แต่ยังไงก็ทำให้พี่รู้อย่างนึง ว่าภัทรห่วงคุณไตรภพจริงๆ นอกจากตอนที่คุณพ่อภัทรเข้าโรงพยาบาล พี่ยังไม่เคยเห็นภัทรห่วงใครอย่างงี้เลย”
พราวแซวๆ “อิจฉาเหรอ”
อาทรยิ้มเล็กน้อย “นิดหน่อย พี่ก็แค่อยากให้มีใครห่วงพี่แบบนี้บ้างเท่านั้นเอง” เขามองหน้าพราวนิ่ง “แต่สงสัยจะไม่มีหวัง”
พราวเห็นอาทรมองตนนิ่งก็ชักเขินๆ “ก็ไม่แน่มั้ง ถ้าไม่เลือกมากก็คงได้เจอแหละ”
อาทรยิ้มๆ แกล้งพราวเลยชะโงกหน้าเข้ามาใกล้หน้าพราวในระประชิด “จริงเหรอ งั้นบอกพี่หน่อยสิว่าใคร”
พราวเขินอาย รีบโวยวายกลบเกลื่อน “จะไปรู้เหรอ พี่อาทก็หาเอาเองสิ” พราวรีบเดินหนีไปทันที
อาทรมองตามแล้วยิ้มขำๆ รู้สึกว่าเวลาพราวเขิน ก็น่ารักดีเหมือนกัน

ที่บ้านอรรณพ แคทร้องกรี๊ดๆ จะเข้ามาตีพิมลภาด้วยความโกรธจัด แต่พวกคนรับใช้ช่วยกันจับเอาไว้ “อย่าค่ะคุณแคท อย่าค่ะ”
แคทโมโหมาก “ก็เค้ามาว่าแดดดี๊ก่อนทำไม แดดดี๊ยังไม่ตายซะหน่อย มาว่าแดดดี๊ทำไม”
พิมลภายิ้มเยาะ “ฉันไม่ได้ว่านะจ๊ะ ฉันก็แค่พูดเผื่อเอาไว้ ก็แดดดี๊ของเธอเรือคว่ำกลางทะเล นี่ก็ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว มันก็ควรจะต้องทำใจได้แล้วไม่ใช่เหรอ”
แคทกรี๊ดลั่น “ไม่จริง แดดดี๊ไปทำงานเดี๋ยวก็กลับ อย่ามาโกหกนะ”
ขณะนั้นเอง อรรณพก็กดปุ่มให้รถเข็นวิ่งออกมา อรรณพหน้าเครียด “นี่มันอะไรกันน่ะพิม จู่ๆยัยแคทร้องกรี๊ดๆขึ้นมาทำไม”
แคทรีบวิ่งเข้าไปหาอรรณพทันที “คุณปา คุณปาช่วยแคทนะคะ ผู้หญิงคนนี้โกหก หาว่าแดดดี๊เรือแตกตายไปแล้ว ไม่จริงใช่มั้ยคะ”
อรรณพตกใจมาก “นี่คุณไปบอกยัยแคทอย่างงี้เหรอ คุณทำทำไม”
“พิมหวังดีนะคะ เรื่องแบบนี้ซักวันหนูแคทก็ต้องรู้ คุณไม่คิดบ้างเหรอคะ ว่ารู้ที่หลังแกจะยิ่งเสียใจมากกว่านี้” พิมลภาหันไปพูดกับแคท “แคทจ๊ะ ฟังนะ แดดดี๊ของหนูเรือคว่ำ โอกาสจะรอดชีวิตมีน้อยมาก หนูควรจะทำใจได้แล้วนะจ๊ะ”
อรรณพโมโหมาก ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ “หยุดเดี๋ยวนี้นะพิม...” แต่ยืนได้นิดเดียว ขาก็อ่อนแรงจนต้องนั่งลงไปกับรถเข็นอีก
พิมลภาปั้นหน้าเศร้า “พิมหวังดีนะคะคุณอรรณพ การปิดบังเด็กไม่ให้เค้ารับรู้ความจริงที่เกี่ยวกับพ่อเค้า มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกเลยนะคะ”
ได้ยินเสียงวิสาดังขึ้น “พวกเราทราบค่ะ แต่เรามีวิธีของเราเอง คงไม่ต้องรบกวนคุณมั้งคะ” ทุกคนหันไปมองตาม เห็นวิสาเดินเข้าบ้านมา
แคทรีบวิ่งเข้าไปกอดวิสาทันที “คุณย่า”
วิสากอดแคทไว้ แล้วหันไปพูดกับพิมลภาพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณนะคะ ที่หวังดี แต่ยัยแคทเป็นหลานฉัน ฉันน่าจะรู้มากกว่าคุณ ว่าต้องคุยกับแกยังไง”
พิมลภายิ้มอย่างอ่อนหวาน แต่สายตาจ้องไปที่วิสาเขม็ง วิสาเองก็ยิ้มรับ แต่สายตาก็จ้องไปที่พิมลภาเขม็งเช่นกัน ไม่มีใครยอมใคร

อรรณพกดปุ่มให้รถเข็นวิ่งมาที่ระเบียงช้าๆ ซักพัก วิสาก็เดินตามเข้ามาหา
อรรณพหน้าขรึมลง “ผมคิดว่าคุณจะไม่มาหาผมซะแล้ว”
“ฉันก็คิดอยู่นานเหมือนกันล่ะค่ะ”
“คุณคงโกรธเกลียดผมมากล่ะสินะคุณสา แม้กระทั่งผมเป็นแบบนี้แล้ว คุณก็ยังไม่ยอมให้อภัยผม”
“พูดตรงๆนะคะ ฉันไม่เคยโกรธหรือเกลียดคุณเลย” วิสาหน้าเศร้าลง “แต่ฉันเสียใจในสิ่งที่คุณทำ”
“แล้วทำไมคราวนี้ คุณถึงยอมมาหาผมได้ล่ะ”
“เพราะคุณภพค่ะ คุณภพเป็นลูกของฉัน เป็นลูกของเราสองคน ตอนนี้เค้าจะเป็นตายร้ายดียังไง เราก็ไม่รู้ แล้วเราจะไม่อยู่ด้วยกันในเวลาอย่างงี้ได้เหรอคะ”
อรรณพซึ้งใจ น้ำตาคลอ เอื้อมมือไปจับมือวิสาไว้ “ขอบคุณมากคุณสา ขอบคุณมาก”
วิสายิ้มรับบางๆ แล้วกุมมืออรรณพอีกที ต่างคนต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน

ฝนกำลังตก แม้จะไม่ตกหนักมากจนเป็นพายุ แต่ก็ตกไม่หยุดและฝนหนาเม็ดมาก จนแทบจะมองไม่เห็นข้างหน้า
ภัทรลดา อาทร พราว และเจ้าหน้าที่ทีมค้นหากำลังหลบฝนอยู่ในอาคารแถวท่าเรือ เพราะฝนที่ตกหนักก็เลยยังออกเรือไปหาไตรภพไม่ได้
พราวหน้าเครียด “ฝนตกมาตั้งแต่เช้ายังไม่หยุดเลย อย่างงี้จะออกเรือได้รึเปล่าคะเนี่ย”
“ถ้ายังไม่หยุด ยังไงก็ไม่ได้ครับมันอันตราย”
“ผมฟังพยากรณ์อากาศ เค้าบอกว่าจะมีพายุเข้าอีกวันสองวันนี่แล้วด้วย ถ้าเป็นอย่างงี้ เราก็ต้องหยุดการค้นหายาวเลยสิครับ”
“ครับ ก็คงต้องอย่างนั้น”
“เอาไงดีภัทร”
ภัทรลดาหน้าเครียดๆ “ชีวิตคุณภพสำคัญ ชีวิตคนอื่นก็สำคัญเหมือนกัน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็พักการค้นหาไว้ก่อนดีกว่าค่ะ” ภัทรลดาเก็บข้าวของจะกลับที่พัก
ขณะนั้นเอง ก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง วิ่งเข้ามาหา “ขอโทษครับ มีเรือเล็กเข้ามาเทียบฝั่ง แล้วมีผู้ชายคนนึงติดมาด้วย เค้าบอกว่าเค้าเรือแตก ตอนนี้ผมให้พักอยู่ที่เต็นท์ด้านโน้นครับ” ว่าแล้วชี้นิ้วให้ดู
ภัทรลดาดีใจสุดๆ รีบวิ่งฝ่าสายฝนออกไปทันที โดยที่อาทร พราวยังห้ามไม่ทัน
ภัทรลดาวิ่งฝ่าสายฝนไป เต็มฝีเท้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้สายฝนจะเทกระหน่ำลงมา จนภัทรลดาเปียกปอนไปทั้งตัว แต่ภัทรลดาก็ไม่สน ยังคงวิ่งต่อไปไม่ยอมหยุด ภัทรลดาวิ่งมาถึงเต็นท์ที่พัก เห็นเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง กำลังดูแลผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในเต็นท์ โดยผู้ชายคนนั้นใช้ผ้าห่มคลุมตัว แล้วกำลังดื่มเครื่องดื่มร้อนๆแก้หนาวอยู่
ภัทรลดาดีใจสุดๆ “คุณภพ” ภัทรลดาจะเข้าไปหา แต่ชายคนนั้นหันหน้ามาก่อน ปรากฏว่าเป็นคนอื่น ไม่ใช่ไตรภพ
ภัทรลดาหน้าเสียขึ้นมาทันที แทบหมดแรง ในที่สุดความหวังที่จะเจอไตรภพก็พังทลายลง
อาทร พราว ก็เดินถือร่มเข้ามาหาภัทรลดา อาทรถือร่มกางให้ภัทรลดา “กลับกันเถอะภัทร เปียกไปทั้งตัวแล้ว เดี๋ยวไม่สบาย”
ภัทรลดาเศร้าใจสุดๆ “ค่ะ” ภัทรลดาหันหลังจะเดินกลับกับอาทร พราว
ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงไตรภพดังขึ้น “ภัทร”
ภัทรลดารีบหันไปมองตามเสียง เห็นไตรภพยืนตากฝน เสื้อผ้าสกปรกยับย่น อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ไตรภพกำลังมองมาทางตนด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อ ว่าจะเจอภัทรลดาที่นี่ ภัทรลดามองไตรภพแบบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ต้องเพ่งมองฝ่าสายฝนว่าใช่ไตรภพแน่ๆ
พราวนึกไม่ถึง “คุณไตรภพ”
ด้วยความอ่อนเพลีย และความเครียดที่สะสมมาสองสามวัน พอได้เห็นไตรภพปลอดภัย ความอดทนของภัทรลดาก็มาถึงขีดจำกัดพอดี ในที่สุด ร่างของภัทรลดาก็ค่อยๆทรุดลงไป พร้อมกับสติที่ดับวูบลง
อาทรตกใจ รีบเข้าไปรับตัวภัทรลดาที่เป็นลมไว้ “ภัทรๆ เป็นอะไรไปภัทร”
ไตรภพเห็นภัทรลดาเป็นลมก็ตกใจ แต่พอเห็นอาทรประคองโอบภัทรลดาไว้ ก็หน้าตาบึ้งตึง อดหึงหวงขึ้นมาไม่ได้

โรงแรมแถบเมืองชายทะเล ภัทรลดากำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง โดยมีไตรภพ อาทร พราว คอยดูแล
พราวจับหน้าผากภัทรลดา “ไม่มีไข้ แต่คงจะเพลียเพราะพักผ่อนน้อยน่ะค่ะ ตั้งแต่เกิดเรื่องกับคุณไตรภพ ยัยภัทรก็แทบจะไม่ได้กินได้นอนเลยด้วยซ้ำ”
ไตรภพหน้าขรึมลง มองภัทรลดาด้วยความห่วงใย อาทรเอื้อมมือไปจับหน้าผาก และซอกคอภัทรลดา เพื่อเช็คดูว่าไม่มีไข้จริงๆ ไตรภพชักสีหน้าไม่พอใจ เหล่มองอาทรตาเขียวปั้ดทันที ที่เห็นอาทรจับเนื้อต้องตัวภัทรลดา
“แล้วนี่ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นน่ะครับ ทำไมเรือที่คุณนั่งไปถึงเกิดอุบัติเหตุ แล้วใครเป็นคนช่วยคุณไว้เหรอครับ”
ไตรภพถอนใจ พยายามระงับอารมณ์หึง “ดวงผมคงยังไม่ถึงฆาต เจอชาวประมงที่ขับเรือผ่านมาช่วยไว้พอดี” เขาหน้าเครียดขึ้นมา “แต่มันไม่ใช่อุบัติเหตุหรอกนะครับ มันมีอะไรมากกว่านั้น”
ไตรภพเล่าให้ฟังว่าตนรอดมาหวุดหวิดได้ยังไง เมื่อเรือถูกเร่งความเร็วเต็มที่ ไตรภพที่ยืนอยู่เลยเสียหลักล้มลง ถึงจะรีบลุกขึ้นและรู้ว่าไม่เข้าท่าแล้ว แต่ก็ยังช้าเกินไป เรือพุ่งเข้าหาหินโสโครกด้วยความเร็วสูง คนร้ายรีบกระโดดลงจากเรือลงสู่ทะเลเอาตัวรอดทันที ทำให้ไตรภพตกใจแล้วกระโจนลงจากเรือ เรือพุ่งเข้าชนหินโสโครกจนระเบิดไฟลุกท่วม เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
พราวตกใจมาก “ฆาตกรรมเหรอคะ แล้วใครกันคะที่ทำแบบนั้น”
ไตรภพหน้าเครียดๆ “คนที่เกลียดผมพอที่จะฆ่ากันได้ ก็คงมีอยู่คนเดียวล่ะครับ แต่ผมก็ไม่คิด ว่าเค้าจะมีศักยภาพพอทำอะไรแบบนี้ได้ เพราะไอ้คนที่จะฆ่าผม มันมืออาชีพมาก คงไม่ได้หาจ้างกันได้ง่ายๆหรอกครับ”
อาทรคิดอยู่ครู่นึง “แล้วถ้าไม่ใช่การฆ่ากันเพราะความเกลียดล่ะครับ”
ไตรภพแปลกใจ “คุณหมายความว่าไง”
“ตอนนี้เกาะไข่หงส์ของคุณ มันยิ่งกว่าทองคำฝังเพชรอีกนะครับ ใครๆก็อยากได้ทั้งงั้น เพียงแต่คุณไม่ยอมขาย”
“แต่ถึงฆ่าผมไป พวกเค้าก็ไม่มีทางได้เกาะไปอยู่ดี”

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนที่ 11/4 วันที่ 16 พ.ย. 58

ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพบทโทรทัศน์โดย : วิสุทธิชัย บุญยะกาญจน, ฝนพรำ
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ กำการแสดงโดย : ชัชวาล ศาสวัตกลูน
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ผลิตโดย : บริษัท ทีวีธันเดอร์ จำกัด
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ