อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนอวสาน[จบตอน] วันที่ 12 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนอวสาน[จบตอน] วันที่ 12 พ.ย. 58

“ได้ครับ”
วิรงรองเดินไปที่ประตูออกสู่สระน้ำ แสงส่องเข้ามาทำให้ วิรงรองดูเป็นนางพญา จิตตินหยิบกล้องขึ้นถ่ายทันที
“ถึงฉันจะไม่ใช่นางแสนดี”
“เป็นคนขายข่าวคาวๆ ฉาวๆ” เลื่อมประภัสเปรย
ฉัตรอาชาเสริม “แถมยังเป็นเมียน้อยเจ้าพ่อใหญ่”
“ถูกต้อง แต่ฉัน.....ก็มีจรรยาบรรณในแบบของฉัน” วิรงรองโพสท่าให้ จิตตินถ่ายแบบ
เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา เข้าร่วมถ่ายด้วย ทำท่าเซ็กซี่ต่างๆ จิตตินลงไปนอนกลิ้งเกลือกถ่ายเช่นที่เคย
ห้องคุณชายรอง คุณชายรองยิ้มสดใสก้าวมารับแสงทองที่หน้าต่างห้อง มองไปยังตำหนักใหญ่ นมย้อยและคุณชายเล็กก้าวมาเบื้องหลัง คุณชายเล็กยังถือหนังสือพิมพ์อยู่

“หมดทุกข์ หมดโศกนะคะคุณรอง”
“ครับนม”
“ถ้าอย่างนั้น เราก็เริ่มต้อนรับว่าที่สะใภ้ทั้งสองได้แล้วใช่ไหมคะ”


“ทำนองนั้นล่ะครับ”
คุณชายเล็กกัดนิ้วยิ้มอียงอาย “นมพูดอะไร พี่รองเขาต้องแต่งก่อนผมซีฮะ”
“ทราบค่ะ แต่เสด็จท่านไม่ทรงให้ทิ้งช่วงนานนักหรอกค่ะ เฮ้อ เดี๋ยวลงไปทานข้าวเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากันนะคะ”
นมย้อยออกไป คุณชายเล็กมากอดคอพี่ชาย “พี่.....งานนี้ ผมขอคืนคำ”
“เรื่องอะไร”
“ที่เคยดูแคลนยายคุณติ่งเอาไว้ คราวนี้ ผมนับถือจรรยาบรรณยายนี่จริง ๆ” ทั้งสองหัวเราะ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คุณชายเล็กรับสาย “สวัสดีครับ วังวุฒิเวสม์ครับ อ้อ คุณจิตริณี สักครู่นะครับ” คุณชายเล็กบอกกับคุณชายรอง “คุณ จิตริณีครับพี่”
คุณชายรองรับสาย “ขอบคุณครับที่ช่วยเรื่องทั้งหมด คุณสมเป็นจินนี่ ทรามวัยกายสิทธิ์จริงๆ อะไรนะครับ วันเล่านิทาน ตกลงผมควรไปช่วยเล่านิทานด้วยใช่ไหม อะไรนะครับผมต้องร่วมเล่นละครด้วย ได้ครับ ยินดี ขอบคุณครับ”
คุณชายรองวางสาย
“มีอะไรครับพี่ เล่านิทานอะไร เล่นละครอะไรเหรอ”
“วันงานนิทานเด็กที่ห้องสมุดของสาลิน เขาเชิญฉันไปเล่นละครด้วย เชิญนายด้วย”
“เชิญผม กับเด็กๆ ไม่ถูกโฉลกกับผม ไม่ไปนะพี่”
“นายควรไป เพราะงานนี้ศรีจิตราก็ไปช่วยด้วยนะ”
คุณชายเล็กยิ้มกรุ่มกริ่มทันที “งั้น....พร้อมช่วยเต็มที่ครับ ว่าแต่พี่จะเล่านิทานเรื่องอะไรล่ะครับ”
“มีอยู่เรื่องนึง เหมาะสมที่จะเล่าที่สุดแล้ว” คุณชายรองยิ้มกรุ้มกริ่มเช่นกัน

สองสามวันต่อมา เด็กๆ และผู้ปกครองนั่งกันเต็มที่เก้าอี้โรงละคร เงียบเสียงลงทันทีเมื่อไฟในห้องหรี่ลง ไนเจลนั่งอยู่ด้านหน้าแต่งตัวเป็นเจ้าชายเหมือนเจ้าชายฟิลลิปส์ ในการ์ตูน “เจ้าหญิงนิทรา” ของวอลท์ ดิสนีย์ ทั้งฮอลล์ปรบมือตาม ไฟสว่างขึ้นกลางเวที
จิตริณีแต่งกายเป็นจินนี่ในนิทาน ทรายวัยกายสิทธิ์ ก้าวออกมา “ต่อไป....เป็นเทพนิยายเรื่อง “บิวตี้แอนด์เดอะบีสต์” ค่ะ แปลเป็นไทยว่า “สาวน้อยกับเจ้าอสูร” เทพนิยายเรื่องนี้ กำลังบอกเราว่า เปลือกนอกของเราเหมือนหน้ากากที่บดบังความจริงภายใน ซึ่งเป็นเนื้อแท้ของเรานั่นเอง เด็กๆ ดูแล้ว อย่าตัดสินใครหรืออะไรแค่เปลือกนอกหรือแค่ที่ตาเห็นนะคะ ภายในของเขาอาจจะงดงามอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เชิญปรบมือต้อนรับเดอะบีสต์ด้วยค่ะ”
คนดูปรบมือกราว จิตริณีผายมือ ร่างในชุดเสื้อคลุมขนสัตว์ ปกเสื้อฟูราวแผงคอสิงโต สวมหน้ากากปิดเสี้ยวหน้า คล้ายหน้ากากมนุษย์หมาป่า เห็นชัดเจนว่าคือคุณชายรอง เดินมากลางเวที ม่านโรงละครแยกออก เห็นฉากหลังเป็นปราสาทใหญ่ จิตริณีมานั่งกับไนเจล ไนเจลยิ้มให้ จิตริณียังทำหน้าเชิด
คุณชายรองเล่า “กาลครั้งหนึ่งมีเจ้าชายใจร้าย เย่อหยิ่ง เอาแต่ใจไม่เคยยอมรับผิด นางฟ้าจึงลงโทษเขา”
นางฟ้ากรายออกมาคือศรีจิตรา สวยสุดชีวิต แว่นในร่างเจ้าชายหันหลังให้คนดู “เจ้าเป็นเจ้าชายที่เอาแต่ใจตัว เย่อหยิ่ง ใจร้าย ทำผิดแต่ไม่เคยยอมรับผิด ข้าจะลงโทษเจ้า ณ บัดนี้”
“อย่า นางฟ้าผู้อารี อย่าสาปข้า อย่าสาปข้า” แว่นยกมืออ้อนวอนกับนางฟ้า ศรีจิตราร่ายคฑา แว่นร้องโหยหวน ร่างแว่นทรุดลงล้มพับไป เทคนิคไฟระยิบ คนดูและเด็กตื่นตาตื่นใจ ไนเจล จิตริณี ยิ้มปลื้ม
บนเวที คุณชายรองเล่าต่อ ฉากหลังกลายเป็นบ้านของเบลล์ “ที่เมืองเมืองหนึ่ง มีพ่อค้ามีลูกสาว 3 คน”
คุณชายเล็กถือไม้เท้า ใส่หนวดเคราหงอกขาว ผมขาว เดินกระย่องกระแย่งออกมาพร้อมบราลี ลลิตาที่ทำท่าสำรวยสวยกราก ถือกระจกส่องหน้าตัวเองตลอดเวลา
คุณชายรองทำเสียงสั่น “ลูกคนสวยของพ่อ”
“ขา คุณพ่อ”
คนดู โดยเฉพาะเด็กๆ หัวเราะร่า
“พ่อจะต้องเดินทางไปค้าขายหลายวัน ลูกบราลี อยากได้อะไรบ้างละจ๊ะ แฮมกับไส้กรอกรมควันไหมลูก ทานเยอะ ๆ จะได้ไม่ผอมแห้งแรงน้อยอย่างนี้
“พ่อขา หนูระหงทรงเพรียวสวยนางแบบอยู่แล้ว สิ่งที่หนูปรารถนาที่สุดคือ เพชรค่ะ เพชรต่างหู สร้อยคอ ข้อมือ ข้อเท้า จนถึงเพชรบนกบาล”
ลลิตากล่าวแก้ “หมายถึงมงกุฎใช่ไหมเธอ”
“ถูกต้อง”
“แล้วโลลิตุ่ม เอ๊ย โลลิตา อยากได้อะไรบ้าง”
“พี่แบลลี่ปรารถนาเพชรส่วนตุ่มขอเบาๆ ไข่มุกค่ะพ่อ ล้อมคอ ล้อมมือ ล้อมแขน ล้อมหน้า ล้อมหลัง ล้อมก้น”
“คงหลายเมตรอยู่นะ เอ แล้วลูกสาวสุดท้องของพ่ออยู่ไหน”
“ยายเบลล์ออกมาซิยะ / ออกมาจากก้นครัวของหล่อนนั่นแหละ หลบเป็นนางห้องอยู่ทำไม”
สาลินก้าวออกมา สะสวยน่ารัก คนดูปรบมือกราว
“เบลล์ ลูกรักของพ่อ พ่อจะไปค้าขาย อยากได้ของขวัญอะไรบ้าง”
“อย่าลำบากเลยค่ะ เท่านี้ พ่อก็ทำเพื่อลูกมากแล้ว ลูกไม่ต้องการอะไรอีก”
“ต๊าย แม่แสนดี ขอแค่ชุดสวย ๆ สิบชุดใช่ไหมยะ / หรือผู้ชายรูปหล่อสักคนสองคน” สองสาวหัวเราะร่า
สาลินก้าวออกมาเบื้องหน้า “ไม่ค่ะ เบลล์ต้องการแค่ดอกกุหลาบสวยๆ สักดอกหนึ่ง เท่านั้นก็พอ”
บราลี ลลิตาหัวเราะนางร้าย สาลินสบตาคุณชายรองที่ยืนอยู่ข้างเวที ทั้งสองยิ้มให้กัน
ที่นั่งคนดู จิตริณีรีบลุกขึ้น “ถึงเวลาฉันเล่าแล้วค่ะ” จิตริณีออกไป ไนเจลมองตาม จิตริณีขึ้นมาทำหน้าที่ผู้เล่าเรื่องต่อ ฉากปราสาทเลื่อนมาอีกครั้ง “แต่ช่วงนั้นเป็นฤดูหนาวอันทารุณ พ่อค้ากลับหาได้เพียงเพชรและไข่มุก” คุณชายเล็กโซเซเข้าไปหน้าฉากปราสาท “พ่อค้าหลงทางไปถึงปราสาท แต่ไม่เจอผู้คน พ่อค้าออกไปที่สวน เจอกุหลาบงามดอกหนึ่ง” คุณชายเล็กหยิบกุหลาบที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ “พ่อค้าเด็ดกุหลาบขึ้นมา มีเสียงคำรามกึกก้อง อสูรปรากฏกายขึ้น”
คุณชายเล็กผงะหงายไป อสูรผุดขึ้น เด็กๆ ร้องวี๊ด “เจ้าขโมยดอกกุหลาบของข้า”
“ได้โปรดเถอะท่านอสูร ข้าจะนำกุหลาบดอกนี้ไปฝากลูกสาวข้า”
“โดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้างั้นรึ ฉะนั้นเจ้าจะต้องนำลูกสาวของเจ้ามาอยู่กับข้าที่ปราสาทนี้”
“ไม่นะ ไม่” อสูรหัวเราะร่า เสียงดนตรีสะเทือนลั่น ไฟดิมลง
“พ่อจำใจพาเบลล์ไปที่ปราสาท” จิตริณีเล่าต่อ
คุณชายเล็กพาสาลินมาที่ปราสาท สาลินมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดหวั่น อสูรปรากฏขึ้น สาลินเห็นเข้ากรีดร้องเข้ากอดพ่อ “เจ้าอสูร กักขังข้าไว้ ปล่อยลูกสาวข้าไปเถอะ”
“ไม่ค่ะ หนูต้องทดแทนบุญคุณพ่อ หนูยินดีอยู่ที่นี่กับเขา”
“ดีมาก เธอต้องอยู่กับฉันที่นี่ตลอดไป”
คุณชายเล็กกลับเข้าหลังเวที คุณชายรองจูงมือสาลินมานั่งที่โต๊ะ มีอาหารวางอยู่ จิตริณีบรรยาย “เวลาผ่านไป เบลล์ได้สอนให้อสูรรู้จักการให้และการรับ สอนเรื่องความเมตตา การรับผิด การขอโทษและการให้อภัย” คุณชายรองสบตากับสาลิน สาลินยิ้มน้ำตารื้น มีแววดื่มด่ำบางอย่าง สาลินรู้ความนัย “จนเจ้าอสูรรักเธอจับใจ วันหนึ่งมันถามว่า” จิตริณีเล่า “เบลล์ เจ้าจะแต่งงานกับข้าไหม”
“ไม่ได้ ข้าไม่ได้รักท่าน”
คุณชายรองแยกมาแล้วทำท่าเศร้า ทรุดลงกลางเวที สาลินมองตามอย่างสงสาร

บนเวที สาลินดูกระจกในมือ แล้วอุทาน “ท่านอสูร กระจกวิเศษบอกว่าพ่อข้าป่วย ข้าต้องกลับไปดูแลพ่อ ปล่อยข้าไปเถอะนะ”
“เจ้าเป็นลูกกตัญญู ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่เจ้าต้องสัญญาว่าเจ้าจะต้องกลับมา”
“ข้าสัญญา ข้าจะกลับมาภายในสองเดือน”
คุณชายรองชูแหวนวงหนึ่ง “แหวนวิเศษจะพาเจ้าเดินทางไปได้ทุกที่ จงนำกลับไปพร้อมกระจกวิเศษนี้”
ไฟดิมลง จิตริณีก้าวออกมา ฉากหลังกลายเป็นบ้านของพ่อเช่นเดิม คุณชายเล็กนอนบนเตียง สาลินดูแล
“เบลล์กลับไปบ้านและพยาบาลพ่อจนหายดี แต่แล้วพี่สาวใจร้าย....”
บราลี ลลิตา ถือกระจกและแหวนออกมา สาลินหันมา “พี่บราลี พี่โลลิตุ่ม ผ่านมาสองเดือนสองวัน ฉันต้องกลับไปหาท่านอสูรที่ปราสาท”
“ฉันไม่ให้แกกลับ”
“แกต้องอยู่ก้นครัว รับใช้เราตลอดไป”
“ไม่นะ ฉันสัญญากับท่านอสูรไว้แล้วว่าฉันต้องกลับ นี่ก็เลยมาสองวันแล้ว ขอแหวนกับกระจกคืนเถอะค่ะ”
“ไม่ให้ โลลิตุ่ม เอาไปซ่อนกันเถอะ”
“ไม่นะ” สาลินแย่งกระจกและแหวนมาได้ มองภาพในกระจก เห็นด้านหลังผ่านม่านบาง อสูรเจ็บหนัก ๆ ค่อย ๆ
ทรุดลง ในมือยังถือดอกกุหลาบ “ท่านอสูรกำลังป่วยหนัก”
“ช่างมันปะไร เอากระจกคืนมา”
สาลินผลักพี่สาวทั้งสองเซไป ลลิตาทับร่างบราลี บราลีร้องหายใจไม่ออก ไนเจลหัวเราะร่า เด็กหัวเราะลั่นโรง สองสาวลุกขึ้นได้ จับสาลินยึดไว้ สาลินร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร

สาลินวิ่งมาหาคุณชายรองที่นอนสลบ มือถือกุหลาบ เบลล์ประคองอสูรที่คราง จิตริณีบรรยาย “เบลล์พบอสูรในสวน เขาหายใจแผ่วเบาเหลือเกิน เขาบอกว่า”
เสียงคุณชายรองปนสะอื้น “เธอกลับมาแล้ว ฉันดีใจที่เธอทำตามสัญญา”
“ค่ะ ฉันทำตามสัญญา ฉันจะกลับมาดูแลท่าน”
“ไม่มีเธอ ฉันจะอยู่ได้อย่างไร สาวน้อยของฉัน”
“ท่านจะไม่เป็นไร ฉันกลับมาแล้ว อย่าตายจากฉันไปนะคะ”
“ดีใจเหลือเกินที่เธอกลับมา แต่....มันสายเกินไปแล้ว” คุณชายรองกระตุก ก่อนจะแน่นิ่งไป กุหลาบหล่นจากมือ
ไนเจลหน้าเบะร้องสะอื้นเบาๆ บนเวที
สาลินน้ำตาไหลพราก “เธอต้องฟื้นนะ ฉันรักเธอ ฉันจะแต่งงานกับเธอ”
จิตริณีบรรยายต่อ “แต่อสูรก็ยังแน่นิ่ง” สาลินก้มจูบคุณชายรองแผ่วเบา คนทุกคนนิ่งงัน มีอาการลุ้น จิตริณีเล่าต่อ “ทันใดก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้น”
ศรีจิตราก้าวออกมาอีกครั้ง พร้อมแสงมลังเมลืองรอบตัว “เพราะเจ้าได้เรียนรู้ที่จะเป็นคนดี มีความเมตตา รู้จักการรับผิด การขอโทษและการให้อภัย คำสาปทั้งหมดสิ้นสุดลงแล้ว” ศรีจิตราโบกคฑาวิเศษ เกิดแสงเรืองรองรอบกายอสูร คุณชายรองค่อย ๆ ลุกขึ้นประคองสาลินขึ้นมา คุณชายรองถอดหน้ากาก ถอดเสื้อคลุมออก เห็นคุณชายรองในชุดเจ้าชายงามสง่า หันมาโชว์หน้าหล่อเหลาให้คนดู ศรีจิตราหลบเข้าข้างเวที เด็ก ๆ ปรบมือ เด็กหญิงปลื้มความหล่อของเจ้าชาย ไนเจลหัวเราะ ปรบมือพร้อมกัน
แล้วอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด คุณชายรองคุกเข่าลงต่อหน้าสาลิน
สาลินหน้าแดง ขัดเขิน ดีใจ ตื้นตัน ปั่นป่วน “คุณชายทำอะไร ไม่มีในบทนี่คะ”
จิตริณีเก้อไป เลยไม่ได้เล่าเรื่องต่อ
คุณชายรองเล่าเสียเอง “เจ้าชายคุกเข่าต่อหน้าเบลล์ กุมมือเบลล์ไว้และบอกว่า ฉันรักเธอยิ่งกว่าชีวิต เธอจะแต่งงานกับฉันไหม”
ไนเจลยิ้มทั้งน้ำตา ข้างเวที คุณชายเล็ก ศรีจิตรา บราลี ลลิตา แว่นมองหน้ากัน
“ตกลงอยู่ในบทหรือเรื่องจริงฮะ”
“น่าจะเรื่องจริงแล้วล่ะค่ะ”
บนเวที คุณชายรองแหงนมองวิงวอน สาลินพลันพยักหน้า “ตกลงค่ะ ฉันจะแต่งงานกับคุณ” คุณชายรองหยิบแหวนท่านพ่อออกมา บรรจงสวมแหวนให้ที่นิ้วนางซ้าย ทุกคนรอบด้านปรบมือกราว ศรีจิตราน้ำตาเอ่อ คุณชายเล็กดึงมาโอบ แว่น บราลี ลลิตาโอบกอดกัน ไนเจลน้ำตาริน สาลินมองแหวนในมือ “แหวนนี่พาฉันไปที่ไหนบ้างคะ”
“ไปสู่หัวใจของฉันไง”
แว่น ลลิตา บราลี คุณชายเล็ก ศรีจิตราเฮออกมาพร้อมโปรยกลีบกุหลาบ จิตริณีช่วยโปรยด้วย ไนเจลก้าวขึ้นเวที
“แล้วเขาก็ครองรักกันอย่างมีความสุข ตลอดชั่วนิรันดร์ครับ”
“ขอขอบคุณนักแสดงกิตติมศักดิ์ทุกท่านด้วยนะคะ”
ทุกคนปรบมือ ไนเจลเข้าไปรวมกลุ่มเคียงข้างจิตริณี นักแสดงทุกคนโค้งให้คนดู กุหลาบและกระดาษสียังโปรยปราย จิตริณีเช็ดน้ำตาให้ไนเจล คุณชายรองเช็ดน้ำตาให้สาลิน ทุกคนชื่นมื่น

หลายวันต่อมา หน้าตำหนักเล็ก คุณชายรองพาสาลิน คุณชายเล็กพาศรีจิตราเดินมาหน้าตึก เห็นรองเท้าผู้หญิงเยอะแยะ
“รองเท้าเยอะจัง มีงานอะไรหรือคะ” แม้สาลินจะเคยเห็นบ่อนถูกบุกมาก่อน แต่ก็ไม่ทันคิด
คุณชายรองอายนิดๆ “เอ้อ วันนี้หม่อมแม่มี เออ....มีสังสรรค์น่ะ” คุณชายเล็กหัวเราะพรืด ศรีจิตราหยิก

ห้องโถงตำหนักเล็ก นมย้อยนั่งเก้าอี้ สาลิน ศรีจิตรากราบลงกับตัก นมย้อยน้ำหูน้ำตาไหล แม่น้อม เจียม 2 ข้าหลวงใหม่ยืนรับ คุณชายโตนั่งเก้าอี้ประจำ จรวยนั่งกับพื้นข้างๆ ยิ้มละไม คุณชายรอง คุณชายเล็กยืนมองสุขใจ
“อายุมั่นขวัญยืนเถอะจ๊ะ”
มีเสียงหม่อมอำพันตวาดกึกก้อง “มาแล้วเหรอ !”
สาลินผวาหันไป หม่อมอำพันก้าวมายืนตระหง่านกลางโถง ชุดดูเป็นนางพญาข่มทุกคน สาลินค่อยๆ ลุกขึ้น ศรีจิตราจับแขนสาลิน คุณชายรอง คุณชายเล็กเตรียมรับศึก คุณชายโต จรวยลุกขึ้นตกใจ
หม่อมอำพันก้าวเร็วตรงมาหาสาลิน สะบัดผ้าโดนแม่น้อม “เอ้า แหก แหก แหก”
สาลินหน้าซีด หม่อมอำพันจ้องหน้า สาลินนิ่ง เหมือนจะทะลุเข้าไปในสมอง
“หม่อมครับ อย่า”
“ถอยไปเจ้าเล็ก” หม่อมอำพันปาด คุณชายเล็กเซถลาไป แล้วโถมเข้ากอดสาลินแน่น สาลินตาเหลือก หม่อมอำพันจูบจอมถนอมเกล้า คุณชายรอง คุณชายเล็ก ศรีจิตรา คุณชายโต จรวย นมย้อย เจียม แม่น้อม 3 ข้าหลวง อ้าปากค้าง หม่อมอำพันลูบหลังลูบไหล่สาลิน “แม่คูน ทูนหัวของแม่ แค่บอกว่าจะมาแค่นั้น แม่ก็กินทุกตามาตั้งแต่เช้า หนูคือเทวีแห่งโชค.....ลูกจ๋า” หม่อมอำพันกอดจูบสาลินต่อ ท่ามกลางการโล่งอกของทุกคน
ที่ไนท์คลับ “เดอะคาสเซิล” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงสวมแว่นตาดำปีกนก มีผ้าพันคอตวัดโพกผม ปิดหน้า เดินมาตามโถง ขึ้นบันได คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงผ่านห้องโชว์ ชะงักเพราะเห็นนางกระต่ายกลุ่มหนึ่งทั้งร้อง ทั้งเต้นอยู่ นักร้องคือ ชบาทิพย์นั่นเอง กำลังร้องเพลงลูกทุ่งอยู่อย่างเมามัน แขกผู้ชายมีทั้งเสี่ย ฝรั่งและนิโกรเฮฮากันลั่น คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเดินตรงไปยังโต๊ะวีไอพี แล้วชะงักเมื่ออัศนีย์นั่งเบียดชิดโสภาพรรณ
โสภาพรรณเอียงอายอ่อนหวาน “สุดแท้แต่คุณอัศนีย์เถอะค่ะ” โสภาพรรณมองมาเห็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยืนโพส ถอดแว่น ดึงผ้าพันคออก โสภาพรรณขยับถอยห่างจากอัศนีย์ มองคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงอย่างหวั่นๆ อัศนีย์ลุกขึ้น
“ออเซาะอะไรกันอยู่เหรอ นังครูปัญญาอ่อน”
“พูดจาสุภาพหน่อยครับ ผมกับคุณโสภากำลัยคุยเรื่องกำหนดวันหมั้น”
“อะไรนะ”
“ผมกำลังกำหนดวันหมั้นกับคุณโสภาพรรณอยู่”
“แล้วฉันล่ะ”
“ถ้าจำไม่ผิด เราหย่าขาดกันอย่างถูกต้องตามนิตินัยแล้วนะฮะ”
“แต่ตามพฤตินัยคุณยังยุ่งกับฉันอยู่”
“คุณหญิงต่างหากที่มายุ่งกับผม ขอทีเถอะคุณหญิง ผมไม่อยากมีภาพถ่ายโจ๋งครึ่มลงหน้าหนึ่งอีก”
“ทำใจเถอะ เพราะวันนี้คงมีข่าวลงหน้าหนึ่งอีกแน่ ๆ”
“คุณหญิงจะทำอะไรผม”
“เปล๊า แค่ฉันจะตบนังครูสนิมสร้อยนี่ต่างหาก”
โสภาพรรณหวั่นไหวขยับถอยหลัง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงย่างสามขุมเข้าหา อัศนีย์เข้าขวาง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงผลักไป อัศนีย์เซล้มไปบนโซฟา “โอ๊ย....หลังผม”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตรงมาหาโสภาพรรณที่ถอยไปติดสระน้ำ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงก้าวเข้าไป โสภาพรรณวิงวอน “อย่าค่ะ คุณหญิง”
“อย่าห้ามฉัน นังครูอนุบาล” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเงื้อมือตบ
โสภาพรรณยกแขนรับ แล้วย่อตัวลงเตะเลียดพื้น คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเสียหลักเซแซ่ดๆ ทุกคนมองดูตกตะลึงตาค้าง อัศนีย์ยิ้มร่า โสภาพรรณตามติด หมุนตัวเตะ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงลอยขึ้นกลางอากาศทุกคนมองตาม คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตกโครมในสระน้ำ สำลักพรวดผมมวยเปียกน้ำหลุดมาทั้งยวง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงกรี๊ด ๆ ตะกายมาข้างสระ บนเวทีชบาทิพย์หยุดร้องทันที รีบวิ่งมาดูเหตุการณ์
โสภาพรรณยืนค้ำพูดอ่อนหวาน “ขอแก้ข่าวนะคะ ฉันเป็นครูพละที่วิทยาลัยค่ะ ไม่ใช่ครูอนุบาล
“ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่ายุ่งกับน้องสาวของผม”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงกรี๊ดๆ อยู่ในสระน้ำ โสภาพรรณประคองอัศนีย์ลุกขึ้นอย่างบึกบึน
ชบาทิพย์เข้ามาดูอาการ “คุณอัศนีย์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“หลังผม”
“ชบา ช่วยไหมคะ”
“ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวฉันจะทำกายภาพบำบัดให้คุณอัศนีย์เอง”
“ก็ชบาอยากช่วยนี้คะ”
โสภาพรรณตวาด “คุณชบาค่ะ”
“ค่ะ ค่ะ”
“ดีไหมคะ คุณอัศนีย์”
“สุดแท้แต่คุณโสภาเถอะครับ”
โสภาพรรณประคอง อัศนีย์เข้าห้องด้านใน ชบาทิพย์สั่งคนงานให้ลงไปช่วย คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงที่ยังร้องกรี๊ด ๆ อยู่

หลายวันต่อมา ที่ศาลาการเปรียญมีการทำบุญเลี้ยงพระ คุณชายรอง คุณชายเล็ก สาลิน ศรีจิตรา อุ่นเรือน คุณตาคุณยายนั่งรับศีลอยู่ บรรดาชาวบ้านชื่นชมบุญผู้ดี พุดซ้อนค้อนขวับอยู่ในกลุ่มญาติธรรม ทันใดที่ลานวัดมีรถยุโรปคันยาวมาจอดลง ทุกคนหันไปดู รองเท้าบู๊ทสีแดงมันวับยื่นออกมา ทิ้งจังหวะครู่หนึ่งแล้วถึงก้าวมายืนเด่น เห็นชุดกระโปรงสั้นพลาสติกสีแดง เสื้อแหวะอกเห็นบราดันทรง โชว์สะดือวับแวมอันเป็นเครื่องแบบของ “เดอะ แคสเซิล” สาวเปรี้ยวถอดแว่นดำออก เห็นตาที่กระหน่ำหนัก ปากมุก พุดซ้อนเซซวน ชาวบ้านจำกันได้หมด พุดซ้อนชี้นิ้วระริกระรัว “อี อีชบา” พุดซ้อนมอง เสียงชบาทิพย์ดังขึ้นในโสตประสาท “แล้วหนูจะหาผัวดี ๆ มาให้แม่กราบเท้า”
ชบาทิพย์จูงมือคนหนึ่งลงจากรถ ทุกคนมอง คนนั้นออกมาเดินเคียงชบาทิพย์ เป็นนิโกรรูปหล่อ ผูกไทใส่สูท แต่ผิวดำสนิท กลุ่มสาลินทึ่ง ชบาทิพย์พาแฟนนิโกรขึ้นศาลา ผ่านกลุ่มคุณชายรอง ตรงมาหาพุดซ้อน นิโกรหนุ่มหล่อไหว้นอบน้อม
“แม่ขา นี่อุมแบร์โต้ ผัวหนู เรียกมันไอ้อู๊ดก็ได้”
“Hi Mom! ไฮ มัม”
“ไอ้อู๊ด แกไปรู้จักมันได้ยังไง”
“เค้าเป็นแขกที่ร้านจ๊ะแม่”
“แกไปตกถังไข่เยี่ยวม้ามารึไง รับบ่ได้” พุดซ้อนตากลับ ร้องอุทานคล้ายประกาศชื่อละครภาคต่อ “เขยนิโกร” พุดซ้อนเป็นลมล้มพับ ยายปริก ชาวบ้านช่วยกันรับ กลุ่มตา ยายและชาวบ้านหัวเราะกันลั่น

หลายวันต่อมา วังวุฒิเวสม์เวลากลางคืน มีงานอาวาหมงคล ไฟประดับแพรวพรายระยิบระยับทั่วทุกหนแห่ง ห้องหอใหญ่โตอลังการ เป็นห้องนอนใหญ่ดูราวห้องนอนในเทพนิยาย เตียงนอนมีหัวเตียงอลังการ มีมุ้งใหญ่ทอดจากเบื้องบนรวบไว้ มีกลีบกุหลาบโปรบเต็มเตียง คุณชายรองสวมสูทเรียบ สาลินสวมชุดไทยประยุกต์ดูงดงามมลังเมลือง นั่งอยู่หน้าเตียง เสด็จประทับนั่งบนเตียง ทรงถอดมงคลให้บ่าวสาวแล้ววางลงบนพานแก้วเจียระไน
คุณชายรอง และสาลินกราบลง ทางด้านหนึ่งคุณสร้อย สอางค์ อุ่นเรือน หม่อมอำพัน นั่งเป็นแถวมองดูอย่างปลาบปลื้ม
อุ่นเรือนปลื้มในใจ “ลูกแม่ แม่ดีใจกว่าหนูเสียอีก”
คุณสอางค์เศร้าในใจ “ห้องหอควรจะเป็นของเรา โธ่เอ่ยเสด็จพระองค์ชายไม่น่าพระชนม์สั้นเลย”
คุณสร้อยปลงในใจ “มาแต่งานเขา ไม่เคยมีงานของเรา”
หม่อมอำพันคาดคิดในใจ “แม่สามาอยู่ที่นี่ โชคลาภมันยังแผ่ไปถึงตำหนักโน้นบ้างไหมนะ”
เสด็จทรงมองคุณชายรอง สาลิน “ป้าขอให้เธอสองคนจงมีแต่ความสุขความเจริญ”
“ยายสาแม่ส่งหนูถึงฝั่งฝันแล้ว ต่อไปหนูต้องเดินต่อเองนะลูก”
“ป้ารู้ว่าหนูจะเดินต่อไปได้อย่างงดงาม”
“คุณชายฝากยายสาด้วยนะคะ ทูนหัวของป้า”
“แม่สา ต้องแวะไปตำหนักโน้นทุกวันนะลูก”
คุณชายรอง สาลิน ยิ้มพลางยกมือไหว้รับคำ
“ไป....ออกไปกันได้แล้ว” บรรดาผู้ใหญ่ทยอยออก แล้วปิดประตูลง
คุณชายรองลุกขึ้น “ลุกขึ้นซี”
“ไม่ไหวค่ะ ฉันเป็นเหน็บ” คุณชายรองอ่อนใจดึงสาลินขึ้นสาลินเซเข้าอ้อมกอด คุณชายรองประคองสาลิน มองลึกในดวงตาดื่มด่ำ “มีอะไรก็พูดมาซีคะ ฉันไม่ได้มีเจโตปริญาณนะ”
“คนที่พูดน้อยที่สุด อาจมีความรักที่มากที่สุดก็ได้”
“ฮึ คุณจำแมรี่ คอเรลลี่มาพูด”
“ฉันพูดสิ่งที่อยู่ในใจฉันต่างหาก” คุณชายรองประคองสาลินนั่งลงบนเตียง แล้วหันไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง ส่งกล่องของขวัญให้ “ฉันมีอะไรให้เธอ”
สาลินเบิกตากว้าง “ขอบคุณค่ะ” สาลินคาดหวังในใจ “กล่องเครื่องเพชร สมบัติต้นตระกูลแน่ๆ” สาลินฉีกกระดาษของขวัญแล้วชะงัก เมื่อเห็นว่าคือหนังสือสองเล่ม “หนังสือ” สาลินต่อว่าในใจ “อีตาบ้า ให้หนังสือ”
“หนังสือบันเทิงทศวารกับจันดาราไง ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าเธอแต่งงานแล้ว ฉันถึงจะยอมให้อ่าน”
สาลินค้อน

วันต่อมา ที่ศาลาใหญ่หินอ่อน ศรีจิตรา คุณชายเล็กนั่งอิงแอบกัน ศรีจิตราอ่านนิทานจบลง ปิดหนังสือ “จบแล้วค่ะ”
“โชคชะตานี่มหัศจรรย์จริงนะฮะ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะมีคุณคอยเล่านิทานให้ผมฟังไปตลอดชีวิต”
“ฉันจะเป็น “เซเฮราซาด” ของคุณค่ะ”
คุณชายเล็กเลื่อนตัวลงหนุนตักศรีจิตรา ศรีจิตราลูบผมแผ่วเบา คุณชายเล็กเอามือศรีจิตรามาจูบ บอกให้เล่านิทานอีก ศรีจิตรายิ้มอ่อนโยนแล้วเล่านิทานต่อ
ได้ยินเสียงพิมพ์ดีด พร้อมเสียงสาลินเล่า “คุณชายเล็กเลื่อนกายลงนอนหนุนตักหญิงสาว หญิงสาวก้มลงดูใบหน้าคมสันนั้นอย่างรัญจวน” ศรีจิตรามองหน้าคุณชายเล็ก “เธอสอดนิ้วเรียวลงในเส้นผมหยักศกของชายหนุ่ม” ศรีจิตราลูบเส้นผมของคุณชายเล็กอย่างรักใคร่

สาลินกำลังพิมพ์ดีดอยู่หน้าตำหนักใหญ่ ดูเปล่งปลั่งขึ้น แต่ก็ยังปล่อยผมสยายหน้าดูเยาว์วัย ดวงตาสดใสซุกซนเหมือนเดิม สาลินชะงัก รำพึง “ทำไมต้องหยักศกด้วยนะ” สาลินพิมพ์ต่อ ข้างพิมพ์ดีดมีจานสตรอเบอรี่สด แก้วน้ำ เหยือก และตลับแป้ง “นิ้วของเธอเลื่อนไล่ไปยังจอนผม สู่ผิวแก้ม มีไรหนวดเคราดูเขียวตัดกับผิวขาวสะอาด ชายหนุ่มพลันคว้านิ้วเรียวนั้นมาจุมพิต ริมฝีปากเร่าร้อนด้วยความรู้สึกภายใน หญิงสาวผวาเยือกขึ้นทั้งตัวราวมีประกายไฟฟ้าพุ่งจากปลายนิ้วเข้าสู่ส่วนลึก...ของ” สาลินชะงักกึก “ว้าย ทำไมยิ่งเขียนยิ่งโป๊ ต่ำกว่า 20 ห้ามอ่าน พี่ศรีต้องไม่ยอมแน่ๆ เลย”
สาลินดึงกระดาษควากออกจากพิมพ์ดีด ขยุ้มเป็นก้อนกลมโยนลงถังผง แล้วใส่แผ่นใหม่เข้าเครื่อง นั่งคิด
ตีบตัน คุณชายรองแต่งกายลำลองเดินเข้ามาโอบไหล่ “เกือบจบหรือยัง”
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ เกือบจบแล้วค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะจบยังไงดี”
คุณชายรองก้าวมาใกล้ 2 มือเท้าพนักเก้าอี้ สาลินแหงนมอง “จบยังไงก็ได้ ขอให้มันแฮปปี้เอ็นดิ้งก็พอ”
สาลินทำจมูกย่น “ไม่ได้ซีคะ ฉันเป็นว่าที่นักเขียนใหญ่นะ”
“เธอเป็นคุณหญิงท่านทูต ที่เป็นนักเขียนกิตติมศักดิ์ต่างหาก”
สาลินยิ้มเชิดนิดหนึ่ง คุณชายรองหยิบปึกนิยายที่เป็นตั้งสูงมาอ่าน สาลินลุกขึ้นตามเข้าไปใกล้ “เป็นยังไงคะ”
คุณชายรองก้มลงจูบผมสาลิน กอดจากด้านหลัง “สวยแล้วก็หอมมากด้วย”
“นี่คุณไม่ได้พูดถึงนิยายนี่คะ”
คุณชายรองจับสาลินมาประจันหน้า “นิยายจะสู้ความจริงแสนสวยตรงหน้าฉันได้ยังไง” คุณชายรองประคองหน้าสาลิน สาลินแหงนเงยสบตา สาลินคลี่ยิ้ม ปากเผยอ “ความจริงแสนสวยที่ทำให้ฉันรักเธอ”
“ฉันรู้ค่ะ ฉันรู้” สาลินพยักหน้า คุณชายรองก้มลงจุมพิตแผ่วเบา
เสียงดังมาจากเบื้องหลัง คุณชายเล็ก ศรีจิตราเดินตรงมา “ฮั่นแน่ะ จูบกันหน้าตึกเลย เกรงใจกันหน่อยซีครับพี่รอง”
“ไง ยายสา เขียนจบหรือยัง พี่อยากอ่านต่อแล้ว”
“ยังเขียนต่อไม่ออกค่ะ”
“คุณรองคงต้องช่วยต่อจินตนาการให้ยายสาแล้วค่ะ”
“จินตนาการที่คนแต่งขึ้น ก็ยังมหัศจรรย์ไม่เท่าสิ่งที่โชคชะตาบันดาลให้เป็นไปจริงไหม”
“จริงครับ โชคชะตาของเราทั้งคู่”
ทั้งสี่ชนแก้วกัน หัวเราะครึกครื้น เห็นเมฆขาวมหึมาเคลื่อนเกลื่อนกล่นออยูบนท้องฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย ภาพงดงามยิ่งกว่าเทพนิยาย ตัวอักษรขึ้น “และพวกเขาก็ครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดกาลนิรันดร์”


******อวสาน******

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนอวสาน[จบตอน] วันที่ 12 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ