อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนที่ 13/4 วันที่ 19 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนที่ 13/4 วันที่ 19 พ.ย. 58

“กระสุนทะลุผ่านออกไป แต่ไม่โดนอวัยวะภายใน อีกไม่กี่วันก็กลับได้แล้วค่ะ” ภัทรลดายิ้มบางๆ “จริงๆคุณหญิงก็บอกแล้วว่าปลอดภัย แต่คุณริกาก็ยังห่วงผู้หมวดขนาดเนี้ย ภัทรว่าเข้าไปเยี่ยมเองเลยดีกว่ามั้งคะ”
ทาริกาหน้าจ๋อยลง “อย่าเลยค่ะ ถึงคุณหญิงจะขอร้องให้ริกามาเยี่ยม แต่ริกาอยากให้มันจบลงตรงนี้มากกว่า ถ้าริกาเข้าไป มันก็คงกลับไปเหมือนเดิมอีกจนได้”
ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงยงยุทธดังขึ้น “แสดงว่าคุณกลัวใจตัวเองใช่มั๊ยล่ะ”
ทั้งคู่หันไปมองตาม เห็นยงยุทธออกมาจากห้อง ทั้งๆที่ยังบาดเจ็บอยู่

ทาริกาห่วงจนโมโห “คุณออกมาทำไมเนี่ย หัดดูแลตัวเอง...” ทาริกาพูดไม่ทันจบ ยงยุทธก็เข้าไปกอดทาริกาแน่น จนทาริกาอึ้ง พูดอะไรไม่ออก


“เราอย่าหลอกตัวเองอีกเลยนะริกา อย่าหลอกว่าเราไม่ห่วงกัน อย่าหลอกว่าเราอยู่ได้โดยไม่มีกันและกัน แล้วก็อย่าหลอกว่าเราไม่รักกัน”
ทาริกาอึ้งไปครู่ ก่อนจะกอดยงยุทธตอบด้วยน้ำตาคลอเบ้า ตนก็หักห้ามความรู้สึกมานาน จนในที่สุดก็ทนไม่ไหวเช่นกัน ทั้งคู่กอดกันด้วยน้ำตาคลอเบ้า ปลื้มใจและดีใจที่ในที่สุดก็กลับมาหากันจนได้ ภัทรลดายิ้มบางๆอย่างสุขใจ ที่เพื่อนที่รักและหวังดีกับตน ลงเอยกันได้ในที่สุด
คุณหญิงนวลสวาทยืนแอบมองอยู่ นวลสวาทเห็นลูกชายรักทาริกามากขนาดนี้ก็คิดหนัก ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำยังไงดี

ภัทรลดาเดินผ่านโถงโรงพยาบาล กำลังจะกลับบ้าน โทรศัพท์มือถือของภัทรลดาดังขึ้น ภัทรลดาดูเบอร์ กดรับ “สวัสดีค่ะ” เธอฟังอีกฝ่าย ยิ้มแย้ม “ลูกเกดเองเหรอจ๊ะ มีอะไรรึเปล่า” ภัทรลดาหน้าเสีย “ร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้น ฮัลโหลๆ ลูกเกดๆ”

บ้านนินันท์ ภัทรลดากำลังยกสปาเก็ตตี้ที่เพิ่งทำเสร็จ 2 จาน มาให้ลูกเกดที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร “สปาเก็ตตี้ได้แล้วจ้ะ ลองชิมดูนะจ๊ะว่าอร่อยมั้ย”
ลูกเกดรินน้ำใส่แก้วให้ตนกับภัทรลดา “ป้าภัทรทำ ต้องอร่อยอยู่แล้วล่ะค่ะ”
“ปากหวานนักนะเรา เดี๋ยวกินไม่ได้ขึ้นมาอย่ามาบ่นที่หลังนะ” ทั้งคู่นั่งกินสปาเก็ตตี้อย่างเอร็ดอร่อย “แล้วนี่คุณพ่อคุณแม่โทรมาบอกรึยังจ๊ะว่าจะกลับเมื่อไหร่”
“โทรมาแล้วค่ะ คุณพ่อบอกว่าช่างเพิ่งซ่อมรถเสร็จ กำลังขับกลับกับคุณแม่ค่ะ” ลูกเกดหน้าจ๋อยๆ “ลูกเกดถูกทิ้ง คุณยายก็ไปถือศีลโทรหาไม่ได้เลย คุณพ่อคุณแม่ก็กลับช้า ลูกเกดกั๊วกลัวค่ะ”
ภัทรลดาลูบหัวลูกเกดด้วยความเอ็นดู “ไม่ต้องกลัวหรอกจ้ะ ถ้าเกิดเรื่องอย่างนี้อีกเมื่อไหร่ ก็โทรหาป้าภัทรได้เสมอนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ทั้งคู่กินสปาเก็ตตี้กันต่อ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

ลูกเกดเดินอยู่คนเดียวภายในบ้าน แล้วก็มาหยุดที่ห้องๆหนึ่ง ก่อนจะเคาะประตูห้อง ประตูห้องเปิดออก ลูกเกดรีบเข้าไปในห้องทันที ภายในห้อง มีวิสา นินันท์ ธนาธิป อยู่กันครบ
นินันท์ลุ้นๆ “เป็นไงบ้างลูกเกด”
“เรียบร้อยค่ะ” ลูกเกดวางมาด “มือชั้นนี้แล้ว”
ธนาธิปกระหยิ่มยิ้มย่อง ขยี้หัวลูกเกด “เก่งมากลูกพ่อ อีกเดี๋ยวลุงภพก็ถึงแล้ว เชื่อพ่อ งานนี้มีเคลียร์”
“แต่ลูกเกดไม่อยากโกหกป้าภัทรเลยค่ะ ไหนคุณพ่อคุณแม่สอนว่าการโกหกเป็นสิ่งไม่ดีไงคะ”
นินันท์ ธนาธิปจ๋อยไปทันที
ธนาธิปหน้าเหยเก “อุ้ยยยย ไปไม่เป็นเลย”
“สมน้ำหน้า เจ้าแผนการดีนัก แล้วยังลากแม่เข้ามาเกี่ยวอีก โดนลูกสอนน่ะถูกแล้ว” วิสาขนาบ
นินันท์จ๋อยๆ “แต่นิทำเพื่อคุณภพนะคะคุณแม่ ถ้าไม่ทำอย่างงี้ แล้วจะหาโอกาสให้คุณภพกับคุณภัทรมาปรับความเข้าใจกันได้ยังไงล่ะคะ”
วิสาถอนใจ แม้ตนจะไม่เห็นด้วย แต่ก็อยากให้ไตรภพคืนดีกับภัทรลดาเหมือนกัน

ภัทรลดาลงมาจากชั้นบน พร้อมกับเรียกลูกเกดไปด้วย “ลูกเกดๆ ลูกเกดจ๊ะ” ภัทรลดามองไปรอบๆหาลูกเกด แต่ก็ไม่เจอ ภัทรลดาแปลกใจ “หายไปไหนเนี่ย” ภัทรลดาจะเดินเข้าข้างใน ไปหาลูกเกดต่อ แต่ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูใหญ่ตรงโถงบ้าน ภัทรลดานึกว่าลูกเกด เลยเดินกลับไปดู “ไปไหนมาจ๊ะ ลูก...” ภัทรลดาชะงัก เมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาคือไตรภพนั่นเอง
ไตรภพเห็นภัทรลดาอยู่ที่นี่ก็นึกไม่ถึง
ภัทรลดาหน้าขรึมลง “คุณนิกับคุณธิปรถเสียกลางทาง ยังกลับมาไม่ถึงค่ะ ส่วนน้าสาไปถือศีลที่ต่างจังหวัด”
“ผมรู้แล้ว ยัยลูกเกดโทรบอกผมหมดแล้ว ผมก็เลยมาอยู่เป็นเพื่อนแกนี่ไง”
“ลูกเกดมีคุณอยู่เป็นเพื่อนแล้ว งั้นฉันกลับก่อนนะคะ” ภัทรลดาจะเดินเลี่ยงไป
ไตรภพรีบเรียกไว้ “เดี๋ยวสิภัทร” ภัทรลดาหันไปมองไตรภพ ไตรภพอึกๆอักๆ จะง้อตรงๆก็เสียฟอร์ม เลยปั้นหน้าเครียด “เอ่อ เรื่องหนี้ที่คุณบอกจะใช้ผม ไปถึงไหนแล้ว นี่ใกล้จะครบกำหนดแล้วนะ”
“รับรองทันแน่ค่ะ ยัยพราวรวบรวมเงินได้แล้ว ส่วนพี่อาทก็ยื่นเรื่องไปแล้ว กำลังรออนุมัติอยู่”
ไตรภพยิ้มกวนๆ “ได้งั้นก็ดี เพราะคุณออกจากบ้านผมไปตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ได้ตามสัญญา ก็คงต้องมีการคิดดอกเพิ่มกันหน่อยแล้ว”
“ได้ค่ะ คุณอยากคิดดอกอะไรก็ตามใจ แต่ฉันจะไม่มีวันกลับไปอยู่กับคุณอีกแล้ว”
ไตรภพแทงใจดำ “ผมก็ไม่ได้ต้องการให้คุณกลับไปซะหน่อย ที่พูด เพราะกลัวคุณตีเนียนๆแล้วชักดาบต่างหาก”
ภัทรลดาจ้องไตรภพนิ่ง ด้วยความโมโหปนน้อยใจลึกๆ เช่นเดียวกับไตรภพที่มองภัทรลดาด้วยความรู้สึกเดียวกัน
ทันใดนั้น บ้านก็ไฟดับมืดลงทันที ภัทรลดาตกใจ “อุ๊ย ไฟดับ”
ธนาธิป ลูกเกด แอบมาสับคัตเอ๊าท์ สองพ่อลูกจับมือกัน ที่ทำให้ไตรภพ ภัทรลดาอยู่มืดๆได้ จะได้เคลียร์กันตามสะดวก ก่อนที่ทั้งคู่จะค่อยๆย่องเลี่ยงไป ปล่อยให้ไตรภพ ภัทรลดาอยู่กันตามลำพัง
ไตรภพมองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อมองบ้านใกล้ๆ ก่อนจะหันไปพูดกับภัทรลดา “ไม่เห็นมีบ้านไหนดับเลย สงสัยจะมีบ้านนี้บ้านเดียวซะล่ะมั้ง”
“งั้นคุณลองไปดูที่แผงไฟนะคะ ฉันไปตามหาลูกเกดก่อน ป่านนี้แกกลัวแย่แล้ว” ภัทรลดาจะเดินคลำทางไป แต่รอบๆตัวมืดมาก ภัทรลดาเลยเดินเตะเก้าอี้เข้าเต็มๆ ภัทรลดาเจ็บเท้า “โอ๊ย”
ไตรภพหัวเราะเยาะ “ผมว่าคุณอยู่เฉยๆดีกว่ามั้ง เดี๋ยวสะดุดล้มหัวร้างข้างแตกไป จะเป็นภาระผมกับยัยลูกเกดเปล่าๆ” ไตรภพหยิบมือถือออกมา ใช้แสงจากมือถือส่องนำทาง ภัทรลดาหมั่นไส้ท่าทางไตรภพ เลยหันไปเหยียบเท้าไตรภพแทน ไตรภพเจ็บเท้า “โอ๊ย”
ภัทรลดาหัวเราะสะใจ “โทษค่ะ มันมืด” ภัทรลดาจะเดินไป แต่ไตรภพรีบดึงมือภัทรลดาเอาไว้
ไตรภพโวยวาย “ง่ายไปมั้ง กระทืบมาซะเต็มๆขนาดเนี้ย แล้วคิดจะเดินหนีเหรอ”
“ก็คุณมาหัวเราะเยาะฉันก่อนทำไมล่ะ” ภัทรลดาพยายามดึงมือออก “ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ไม่ปล่อย ขอโทษผมก่อน”
ทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ ก่อนที่จะกลายเป็นไตรภพดึงภัทรลดาเข้ามากอดไว้ไม่ให้ดิ้น ทั้งคู่ชะงักไป แม้จะอยู่ในความมืด เห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ค่อยชัด แต่ก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากอีกฝ่าย ทั้งคู่สบตากันนิ่งอยู่ในความมืด ก่อนที่ไตรภพจะดึงภัทรลดาเข้ามากอดแน่น ราวกับกลัวว่าภัทรลดาจะจากตนไปอีก
ภัทรลดารู้สึกอบอุ่นมั่นคงอย่างประหลาด ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไป จะกอดไตรภพตอบ แต่ไม่ทันได้กอดตอบ ภัทรลดาก็ชะงัก พยายามหักห้ามใจ ไม่ให้หวั่นไหวแล้วกลับไปซ้ำรอยเดิมให้ไตรภพดูถูกอีก ภัทรลดาค่อยๆใช้มือดันหน้าอกไตรภพออกไป ไตรภพหน้าเสีย ก่อนจะตัดใจ จับมือภัทรลดามาแบออก แล้วใช้ปลายนิ้วเขียนที่ฝ่ามือของภัทรลดา “ผมขอโทษ ที่เข้าใจคุณผิด ยกโทษให้ผมนะ”
ภัทรลดาอึ้งไป ตั้งแต่รู้จักกันมาไตรภพไม่เคยง้อตนมากขนาดนี้ “ฉันยกโทษให้คุณค่ะ” ไตรภพดีใจสุดๆ ที่ภัทรลดายกโทษให้ “แต่ฉันไม่มีวันลืมในสิ่งที่คุณทำ สำหรับผู้หญิงคนนึง ไม่มีการดูถูกจะอะไรจะเจ็บปวดยิ่งไปกว่า การถูกกล่าวหาว่ามีชู้หรอกค่ะ และฉันก็ไม่ต้องการกลับไปเจ็บปวดแบบนั้นอีกแล้ว”
ไตรภพหน้าเสีย รีบเขียนฝ่ามือต่อ “คุณไม่รักผมบ้างเหรอ”
ภัทรลดาอึ้งไปครู่ “แล้วคุณ ไม่ไว้ใจฉันบ้างเหรอคะ ความรักที่ไม่มีความไว้ใจ มันอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอกค่ะ” ภัทรลลดาค่อยๆดึงมือออก แล้วเดินไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ไตรภพมองตาม แม้จะอยู่ในความมืด แต่ก็รู้ได้ว่าสีหน้าไตรภพ เต็มไปด้วยความผิดหวัง เจ็บปวดสุดๆ

ที่บ้านศราภัทร พิมลภากำลังคุยกับศราภัทร ปิ่นมณี ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ปิ่นมณีตกใจสุดๆ “หย่า!!! จู่ๆเราก็มาบอกแม่ว่ากำลังจะเป็นแม่หม้ายเนี่ยนะยัยพิม”
พิมลภาหน้านิ่งๆ “ไม่ได้ “กำลังจะ” เป็นค่ะ แต่เมื่อวานนี้พิมไปหย่ากับคุณอรรณพมาแล้ว”
ปิ่นมณีช็อกมาก “ยัยพิม!!! นี่เรื่องสำคัญอย่างนี้ เราทำไปโดยไม่ปรึกษาพ่อแม่ซักคำอย่างงั้นเหรอ”
พิมลภาถอนใจเซ็งๆ “พิมขอโทษนะคะ แต่ถึงพิมบอกคุณพ่อคุณแม่ก่อน ก็คงต้องหย่าอยู่ดีล่ะค่ะ มันไม่มีทางแก้ไขอะไรได้แล้ว”
“นี่มันร้ายแรงอย่างนั้นเลยเหรอยัยพิม มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“มันมีหลายเรื่อง ปัญหามันสะสมมานานแล้วล่ะค่ะ พอพิมมาโดนคดีอีก คุณอรรณพเค้าก็เลยขอหย่า”
“กะอีแค่คดีทำร้ายร่างกายเนี่ยนะ ถึงกับต้องหย่าเลยเหรอ พ่อว่าคงต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะ”
“ไม่มีอะไรต้องคุยหรอกค่ะ เพราะยังไงพิมก็จะไม่กลับไปอยู่กับเค้าอีกแล้วพิมก็มีศักดิ์ศรีของพิมนะคะ หย่ากันตอนนี้ ภายหน้าก็ยังพบปะพูดคุยกันได้ ดีกว่าทนอยู่กันไป แล้วต้องเกลียดกันไปทั้งชีวิต”
“ถ้าพิมว่าไม่ไหว มันก็คงไม่ไหวจริงๆล่ะนะ” ปิ่นมณีนึกขึ้นได้ งกขึ้นมาทันที “เอ่อ แล้วเรื่องสินสมรสล่ะ คุณอรรณพเค้าแบ่งให้เท่าไหร่”
พิมลภาขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ แต่ต้องฝืนใจตอบ “บาทเดียวพิมก็ไม่เอาค่ะ ให้มันจบไปอย่างงี้ดีแล้ว”
“แม่รู้ว่าเราเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่ไม่เอาเลยได้ยังไง อย่างน้อยมันก็ต้องมีติดตัวมาบ้างสิยัยพิม”
ศราภัทรหงุดหงิด “จะมาคิดเรื่องเงินอะไรกันตอนนี้ล่ะคุณ เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงหย่ากันง่ายนักก็ไม่รู้ คุณคิดเรื่องนี้ไม่ดีกว่าเหรอ”
“ยังไงก็หย่าไปแล้ว จะไปแคร์ทำไมล่ะคะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ลูกเราไม่มีอะไรติดตัว เรื่องใหญ่กว่านะคะ”
ศราภัทร ปิ่นมณีเถียงกันไม่เลิก พิมลภาหงุดหงิดกับพ่อแม่ เลยเดินออกมาจากห้องด้วยใบหน้าบึ้งตึง

พิมลภาเดินออกมาจากห้อง ด้วยใบหน้าถมึงทึง พิมลภาขบกรามแน่นด้วยความแค้น “มันไม่จบแค่นี้หรอก” นัยน์ตาพิมลภาดูแข็งกร้าว เต็มไปด้วยความแค้นความเกลียดชังเต็มเปี่ยม

อรรณพกำลังหัดเดินอยู่ที่สนามหญ้าในสวนสาธารณะ โดยมีพยาบาลคอยจับเข็มขัดที่เอวไว้ ในขณะที่ไตรภพกำลังเดินตามคุยกับอรรณพไปด้วย
ไตรภพเซ็งๆ “ท่านเป็นคนให้หุ้นบริษัทกับเค้าแท้ๆ หย่ากันแล้ว ยังต้องซื้อคืนอีกเหรอ”
“แกอย่างกให้มันมากนักเลยวะ พิมเค้ายอมหย่าดีๆ ก็ให้เค้าไปหน่อยละกัน แล้วนี่ก็ซื้อถูกจะตาย ถ้าต้องฟ้องร้องกัน หมดมากกว่านี้อีกนะโว้ย”
“หย่าดีๆที่ไหนกัน ถ้าท่านไม่มีไม้เด็ด คงยอมหย่าร็อก”
“เอาเถอะน่ะ แกไปจัดการเรื่องหุ้นให้เรียบร้อยก็แล้วกัน อย่าเยอะ”
ไตรภพถอนใจเซ็งๆ “แต่ท่านนี่ก็เด็ดขาดเหมือนกันนะครับ ตอนแรก นึกว่าจะอิดออดกันอีกหลายยก ที่ไหนได้ วันเดียวท่านจัดการเรียบร้อย”
อรรณพเดินกลับมานั่งที่รถเข็น โดยมีพยาบาลตามดูแล อรรณพหันไปพูดกับพยาบาล “ฉันคอแห้ง หนูช่วยไปเอาน้ำให้หน่อยนะ”
“ค่ะท่าน” พยาบาลเดินไป
อรรณพมองตามพยาบาลไปจนแน่ใจว่าไม่ได้ยิน ก่อนจะหันไปพูดกับไตรภพ “ขืนชักช้า เขาบนหัวฉันก็ยาวขึ้นเรื่อยๆสิวะ แล้วไหนจะแกอีก ซักวันแกคงไม่รอดแน่ ถ้าพิมยังอยู่ใกล้ๆตัวฉัน”
ไตรภพยิ้มบางๆ รู้ว่าเนื้อแท้แล้ว พ่อก็รักและห่วงใยตนมาตลอด
คำรณแอบดูอรรณพตาไม่กะพริบ สีหน้าแววตาถมึงทึงดูน่ากลัว
ที่บ้านอาทร ภัทรลดา พราว กำลังช่วยกันทำอาหาร เพื่อเอาไปทำบุญเลี้ยงเด็กกำพร้า
“ฉันนึกแล้วว่าต้องหย่ากันจนได้ แล้วนี่พ่อแม่แกว่าไงบ้าง”
“ก็ระเบิดลงทั้งบ้านน่ะสิถามได้ ดีนะ ที่วันนี้มีนัดทำบุญกับแกกับพี่อาทอยู่ก่อนแล้ว ไม่งั้น ฉันโดนหางเลขไปด้วยแน่ๆ”
“ทั้งหย่าทั้งพ่วงคดีเต็มตัว งานนี้ พี่แกคงเข็ดแล้วมั้ง”
อาทรเดินเข้ามาในครัว “ดูถูกกันเกินไป คนอย่างพิมเค้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆหรอก”
พราวยิ้มๆ “แหม คงรู้ฤทธิ์มาเยอะล่ะสิพี่อาท ถึงได้เข้าใจกันดี”
“อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว” อาทรหันไปพูดกับภัทรลดา “จริงมั้ยภัทร”
พราวเหล่ๆภัทรลดากับอาทร หน้าบึ้งตึงไม่พูดอะไร
ภัทรลดายิ้มรับ “อย่าถามภัทรเลยค่ะ ภัทรไม่ทราบหรอก เอ่อ แล้วกล่องใส่อาหารล่ะคะพี่อาท”
“อยู่ในรถน่ะ พี่ลืมหยิบลงมา”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวภัทรไปเอาเอง” ภัทรลดาเดินออกไปจากครัว
พราวหน้าบึ้งๆ “ไม่ใช่แต่พี่พิมนะที่หย่า ยัยภัทรเองก็เลิกกับคุณไตรภพแล้ว ถ้าคืนหนี้เมื่อไหร่ก็จบเมื่อนั้น”
อาทรเดินไปรินน้ำมาดื่ม “อยากพูดอะไรก็พูดมาตรงๆเลยดีกว่า ไม่ต้องอารัมภบทหรอกน่า”
“ไม่คิดจะดามอกให้ยัยภัทรบ้างเหรอ”
“พี่ดามอกให้ภัทรไม่ได้หรอก เพราะภัทรเค้าไม่ได้ชอบพี่”
พราวนึกไม่ถึง “ทำไมยอมรับง่ายนักล่ะ”
“ไม่ง่ายหรอก กว่าจะทำใจได้ก็นานเหมือนกันแหละ” อาทรเหล่ๆมองพราว “แต่เผอิญเริ่มคิดได้ ว่าควรจะมองสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวบ้าง ไม่ใช่มองแต่สิ่งไกลตัวเลื่อนลอย แล้วพอลองมองจริงๆ” เขายื่นหน้ามามองพราวนิ่ง “มันก็ดีเหมือนกันนะ”
พราวเขินอาย รีบหลบสายตาแล้วเดินเลี่ยงไปทางอื่น “พูดอะไรไม่รู้ งง” พราวรีบหันไปทำอาหารต่อ ไม่คุยกับอาทรอีก
อาทรมองพราว แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม รู้สึกว่าเวลาพราวอาย ก็น่ารักดีเหมือนกัน

ภัทรลดาเดินผ่านโถงบ้าน กำลังจะเดินไปที่รถของอาทรที่จอดอยู่ โทรศัพท์มือถือของภัทรลดาดังขึ้น ภัทรลดาหยิบมาดูเบอร์ กดรับ “ฮัลโหล เป็นยังไงบ้างคะคุณยุทธ” เธอฟังอีกฝ่ายแล้วก็ตกใจ “ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทำไมรีบออกนักล่ะคะ ..คดีด่วน คดีอะไรคะ...” แล้วเธอก็ต้องตกใจสุดๆเมื่อรู้ข่าวจากยงยุทธ

ยงยุทธกำลังสอบปากคำพยาบาลที่อยู่กับอรรณพ และคนขับรถอยู่ โดยมีไตรภพอยู่ใกล้ๆ
“ปกติ ท่านจะตื่นแต่เช้า เพื่อไปเดินเหยียบน้ำค้างค่ะ บางทีก็เดินที่บ้าน บางทีก็ไปสวนสาธารณะ แต่ท่านก็ไปเกือบทุกวัน ไม่เคยขาดเลยนะคะ”
“แล้วพอจะจำหน้าคนร้ายที่ลักพาตัวท่านอรรณพไปได้รึเปล่าครับ”
“ไม่ได้ค่ะ พวกมันใส่หมวกไหมพรมปิดบังหน้าไว้”
“พอจะเล่าเหตุการณ์ตอนนั้นให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ”
“ได้ค่ะ มันเกิดขึ้นเร็วมาก...”

พยาบาลคนนั้นเริ่มเล่าว่า เธอเข็นรถพาอรรณพมาที่รถซึ่งจอดอยู่ด้านหลังสวนสาธารณะ โดยมีคนขับรถรออยู่
คนขับรถเปิดประตูให้อรรณพ พยาบาลล็อกรถเข็น เตรียมพยุงอรรณพขึ้นรถเพื่อจะกลับบ้าน
ทันใดนั้น ก็มีรถตู้คันหนึ่งขับด้วยความเร็วเข้ามาจอด คำรณพร้อมลูกน้อง 2-3 คน ใส่หมวกไหมพรมปิดหน้าก็กรูกันลงจากรถ แล้วตรงเข้าจับตัวอรรณพทันที พยาบาลตกใจมากจะกรีดร้อง แต่ก็ถูกคำรณปิดปากไว้ได้ทันแล้วชกท้องจนจุก ทรุดร่วงลงกับพื้น คนขับรถจะเข้าไปช่วย ก็โดนลูกน้องชกสวน แล้วรุมทำร้ายจนบาดเจ็บ ก่อนที่คำรณกับลูกน้อง จะช่วยกันลากตัวอรรณพขึ้นรถตู้ไป
อรรณพพยายามดิ้นรนจะร้องโวยวาย แต่ก็ถูกล็อกตัวแน่น ถูกเอามือปิดปาก แถมพอลากขึ้นรถตู้ได้ ก็ใช้ผ้าดำคลุมหน้าอรรณพไว้ทันที ไม่ให้จำทางได้ ก่อนจะรีบขับรถออกไป
พยาบาล คนขับรถ ที่นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้น เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ช่วยอะไรไม่ได้

“แล้วพวกมันบอกรึเปล่า ว่าต้องการอะไร”
“ไม่ครับ ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกมันไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียวเลยครับ”
“เราคงต้องรอพวกมันติดต่อกลับมาอีกที แต่ไม่ต้องกลัวนะครับคุณไตรภพ ผมมั่นใจ ว่าคุณพ่อคุณยังปลอดภัย”
ไตรภพมีสีหน้าเคร่งเครียดหนัก ห่วงพ่อมาก

อรรณพถูกเหวี่ยงลงบนพื้น ทั้งที่ยังสวมผ้าดำคลุมหน้าอยู่
คำรณยืนมองอรรณพตะเกียกตะกายอยู่บนพื้นเพราะยืนไม่ได้ ด้วยความสะใจ
อรรณพพูดทั้งๆที่ถูกคลุมหน้าอยู่ “พวกแกเป็นใคร ต้องการเงินใช่มั้ย จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา”

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนที่ 13/4 วันที่ 19 พ.ย. 58

ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพบทโทรทัศน์โดย : วิสุทธิชัย บุญยะกาญจน, ฝนพรำ
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ กำการแสดงโดย : ชัชวาล ศาสวัตกลูน
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ผลิตโดย : บริษัท ทีวีธันเดอร์ จำกัด
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ