อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 17 วันที่ 3 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 17 วันที่ 3 พ.ย. 58

“ครับ จะใจดีกว่านี้นะครับ ถ้ายอมให้ฉัตรสนตะพาย เอ๊ย คล้องสายสะพายให้อีก”
“ขอบคุณครับ ผมไม่รบกวนแล้ว” คุณชายโตเซไปอีกทาง
“แหม...นังฉัตรอาชา นังเลื่อมได้ทีเชียวนะ”
“เป็นโอกาสของฉัตรและเลื่อมแล้วครับ”
“ย่ะ โอกาสมาถึงเรา ตอนผู้ชายเมาค่ะ” ทั้งสามหัวเราะลั่น
วิรงรองมองไปที่เสื้อคลุมขนห่าน “อุ๊ย เสื้อคลุมขนห่าน”
“เอาไปคืนคุณหญิงเถอะค่ะ ดีกว่าเอาไปให้นังสะใภ้ไพร่คนนั้นมันสวม” ทั้งสามหัวเราะร่ากันอีกครั้ง

ริมสระบัว ศรีจิตราในชุดเซเฮราซาดนั่งอยู่ริมน้ำ มองดูเงาสะท้อนของตัว ดวงตาเศร้า “คุณหญิงกลางคงเป็นคนรักของคุณใช่ไหมคะ คุณเล็ก” น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินจากตาหยดลงน้ำ เงาสะท้อนศรีจิตราพลันพร่าไหวเป็นระลอก เมื่อน้ำคืนสภาพสงบนิ่ง กลับมีร่างในชุดทหารเสือยืนอยู่ข้างหลัง ศรีจิตราเบิกตากว้าง หันขวับมา


คุณชายเล็กพลันนั่งลง “ทำไมมาแอบอยู่คนเดียวมืด ๆ ตรงนี้ล่ะฮะ”
“ฉันมึนศีรษะค่ะ”
“เป็นอะไรฮะ เมาคน เมาอาหาร หรือเมาแชมเปญ”
ศรีจิตราหัวเราะออก “ถูกทุกข้อมังคะ แล้วคุณเล็กล่ะคะ เออ...ไม่เต้นรำกับคุณหญิงกลางต่อเหรอคะ”
“อ๋อ....หญิงกลางไม่ถนัดเต้นรำหรอกครับ เธอถนัดเรื่องเข้าครัวเสียมากกว่ากับข้าวคาวหวานที่หญิงทำ อร่อยทุกอย่างเลยนะครับ คุณศรีต้องทานเค้กสายรุ้งของเธอ อร่อยจนลืมไม่ลง”
ศรีจิตราอยากจะร้องไห้ออกมา “ลืมไม่ลงเลยเหรอคะ”
“ครับ ลืมไม่ลงจริง ๆ” ศรีจิตรายิ่งเศร้า คุณชายเล็กมองดูแล้วงันไป เพราะยิ่งเศร้าก็ยิ่งสวยซึ้ง

คุณชายรองพาสาลินออกมาเดินเล่นในสวนสวยหน้าตำหนัก เห็นแขกในงานทยอยออกมาบางคู่ สาลินมองดูคุณชายรอง เหน็บในใจ “มีรอยโกนหนวดเขียวๆด้วย” สาลินเคลิ้ม เผลอยิ้มออกมา คุณชายรองเหลือบลงดู
สาลินเคลิ้มต่อ “ตัวก็ฮ้อมหอม” สาลินถอนใจ หน้าหม่นลง “ถ้าปล่อยให้เข้าใกล้พี่ศรีมากๆ พี่ศรีต้องหลงรักแน่”
สาลินหน้าบึ้ง โกรธโลก
คุณชายรองมองดู “นี่เธอเป็นอะไร”
สาลินสะดุ้ง “ทำไม ฉันเป็นยังไง”
“ก็แค่วินาทีเดียว หน้าเธอเปลี่ยนไปตลอด เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวกังวล เดี๋ยวก็บึ้ง”
สาลินใจวูบ รีบทำโกรธกลบเกลื่อน “นี่ คุณว่าฉันคุ้มดีคุ้มร้ายเหรอ คุณต่างหากที่คุ้มดีคุ้มร้าย”
คุณชายรองไม่โกรธ เลิกคิ้ว “ยังไง”
“ก็แต่ก่อนนี้ คุณเคยพูดดีทำดีกับฉันที่ไหน เพิ่งจะมีวันนี้นี่แหละที่คุณไม่อาละวาด จิกกัดฉัน ทำตัวเป็นเจ้าชายได้ตลอด”
“ปรกติฉันเป็น “อสูร” เดอะบีสต์น่ะซี”
“ใช่ คุณน่ะเป็นเจ้าชายที่ถูกสาปเป็นอสูรร้าย” สาลินพูดเล่น
“เรื่องมันเป็นยังไงนะ วันหลังเธอเล่าให้ฉันฟังบ้างซี”
“ไม่เอา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณไม่รู้จักเรื่องนี้”
“ทำไม”
“ก็คุณนะฉลาด แล้วก็รู้มากจะตาย”
“ความรู้มาก ไม่ใช่รู้มาก”
สาลินเชิดใส่

สวนหน้าวัง วิรงรองสวมเสื้อคลุมกลับคืนให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงที่ยืนโงนเงน มือถือแก้วไวน์ ยกดื่มตลอด
“อากาศเย็นนะคะหญิง ใส่เสื้อคลุมเสีย”
“แล้วชายรองอยู่ไหนล่ะติ่ง”
“อุ๊ย....ไม่ทราบหรอกค่ะ”
“ใส่หน้ากากให้ฉันหน่อย ฉันจะเซอร์ไพรส์คุณรอง เมื่อคุณรองออกมาดูพลุ”
วิรงรองใส่หน้ากากให้อย่างรำคาญ “ค่ะ เดี๋ยวจะมีการยิงพลุหน้าตำหนักแล้ว คงได้รูปสวยๆ เยอะเลย ติ่งขอตัวก่อนนะคะ” วิรงรองแยกไป
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเดินเซมา กลางสวนที่มุมหนึ่งคุณชายโตยืนทอดถอนใจอยู่ข้างเก้าอี้สนาม ใส่หน้ากากเช่นกัน คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง เห็นสายสะพายสีม่วง “สายสะพายสีเขียว คุณรอง” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง เดินเซเข้าไปหา “คุณชายขา”
คุณชายโตหันมา เห็นเสื้อคลุมขนห่านเข้าใจว่าจรวย “เธอ...รวย”
“ใส่ชุดนี้แล้วดูรวย เออ ดูริชมากใช่ไหมคะ คุณชาย” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงโผเข้ากอดคุณชายโตทันที ซบหน้ากับอกกว้าง “คุณชาย ยกโทษให้หญิงนะคะ”
“ถ้าเธอสำนึกในความผิด ฉันพร้อมจะยกโทษให้เธอ”
“หญิงผิดไปแล้วค่ะ ผิดมาตลอด คุณชายเข้าใจเถอะนะคะ ครั้งนั้นที่หญิงจูบกับอาร์นี่ หญิงทำเพื่อประชดคุณชาย หญิงไม่ได้รักเขาแม้แต่นิดเดียว”
“หืมม์ เธอเคยจูบกับฝรั่งด้วยเหรอ ฉันก็พอจะรู้หรอกนะว่าเธอเคยมีผู้ชายมาก่อนหน้าฉัน แต่ไม่ยักรู้ว่าคือฝรั่ง” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง นิ่งไปนิดนึง งงๆ “แต่เมื่อเธอสารภาพ ฉันก็ให้อภัยและเชื่อว่าเธอพูดความจริง ดีใจที่เธอสำนึกได้ ทำตัวเป็นเมียที่ดีเถอะนะ เพื่อหน้าที่การงานของฉันด้วยไง”
“เป็นเมียที่ดี” คุณชายตายแล้ว ภาษาคุณชายช่างเถื่อนอะไรอย่างนี้ แต่มันก็ “เร้าอารมณ์” ดีเหลือเกินค่ะ”
“เวลาเธอเรียกตัวเองว่า “หญิง” มันก็เร้าอารมณ์ฉันเหมือนกันนะ”
“ค่ะ หญิงพร้อมจะเป็นภริยาทูต เอ๊ย เมียทูตของคุณแล้วค่ะคุณชาย” คุณชายโตเป็นฝ่ายงง ๆ บ้าง แต่ไม่ติดใจ กอดคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงไว้แน่น “เราคือราชา และราชินีของงานนะคะ”

สวนหน้าตำหนัก คุณชายรอง สาลินเดินมา วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาถ่ายรูปคู่ สาลินบอกขอใส่หน้ากากก่อน

คุณชายรองและสาลินมองท้องฟ้า พลุสีต่าง ๆ พุ่งขึ้นแตกกระจายบนท้องฟ้าลูกแล้วลูกเล่า เกิดแสงสีพร่างพราย
“ดูท้องฟ้าซิ”
“งดงามเหลือเกิน”
มุมสระ คุณชายเล็กฉุดศรีจิตราให้ยืนขึ้น จับมือศรีจิตราดูพลุ คุณชายเล็กแหงนดู ศรีจิตรามองดูมือตัวเองในมือคุณชายเล็ก แล้วมองหน้าคุณชายเล็ก
คุณชายเล็กยังคงแหงนดูฟ้า “มีความสุขจัง”
“ค่ะ มีความสุขจัง”
คุณชายรอง มองสาลินที่อ้าปากค้างมองพลุ คุณชายรองเอามือไปแตะที่คางของสาลิน สาลินรีบหุบปากทันที
คุณชายรองเกือบหัวเราะออกมา แต่ยังทำเก๊ก “หุบปากค่อยน่ารักหน่อย” สาลินค้อน คุณชายรอง ยิ้มดูพลุ
“วันนี้เมื่อสองปีก่อน ฉันเคยยืนอยู่ตรงนี้ ในงานประสูติของเด็จป้า แต่คนที่อยู่ข้างๆ ไม่ใช่เธอ สายลมแห่งโชคชะตาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปหมด”
สาลินนึกแต่ว่าคุณชายรอง อาลัยอาวรณ์คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง เกิดสงสารอย่างแรงกล้า “คุณชายคะ ฉันผิดเองที่ก่อเรื่องให้คุณ ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ”
“เธอนี่ประหลาดจริง อารมณ์เธอยังกะพลุบนท้องฟ้า บางทีก็สวยระยิบระยับ บางทีก็ระเบิดตูม เผาทุกอย่างรอบตัว”
“อะไรที่ฉันผิด ฉันก็ขอโทษซี ไม่เหมือนคุณหรอกทำขี้โคลนเปื้อนฉันก็ไม่ขอโทษ”
“นี่เธอยังจดจำอยู่อีกหรือ”
“คุณชายคะ ฉันจะทำทุกอย่างให้คุณคืนดีกับคุณหญิงให้ได้”
“ช่างมันเถอะ ปล่อยให้ทุกอย่างจบไปก็ดีแล้ว”
พลุเริ่มทิ้งระยะห่าง ทุกคนเริ่มดึงหน้ากากออก คุณชายรองปลดหน้ากาก เหลือแต่สาลินที่ยังใส่หน้ากาก จังหวะนี้เลื่อมประภัสและฉัตรอาชาวิ่งผ่านมา และถ่ายภาพไว้ สาลินหันมายิ้มเห็นฟันพอดี เลื่อมประภัสและฉัตรอาชาวิ่งเลยไป คุณชายรองปลดหน้ากากสาลินออกอย่างนุ่มนวล
“คนที่รักชีวิตเคยกล่าวไว้ว่า มีทิฐิอะไรก็มีไป แต่อย่ามีทิฐิกับความรัก เพราะมันอาจทำให้ต้องเสียใจไปตลอดกาล”
“แก่แดดจริง ฉันก็รู้ว่าคนเราไม่ควรมีทิฐิกับความรัก” คุณชายรองดวงตาวูบวับ “แต่ที่ฉันรีรอ ก็เพราะ....อยากดูให้แน่ชัดว่าอะไรคือความรักจอมปลอม อะไร..คือความรักที่แท้จริง”
สาลินไม่รู้เรื่อง “ไม่รู้ล่ะ ฉันจะช่วยให้คุณกับคุณหญิงคืนดีกัน”
“ถ้าเธอทำไม่สำเร็จล่ะ เธอจะทำยังไง”
“ฉันจะไปรู้เหรอ”
“ก็ง่ายๆ ถ้าเธอหวง ไม่ให้พี่สาวของเธอแต่งกับฉัน เธอก็ต้องหาคนรักคนใหม่ให้ฉัน คนที่ฉันจะรักได้อย่างแท้จริงไง” คุณชายรองมีแววรื่นรมย์ใจ
สาลินสบตายังไม่รู้เรื่อง “แล้วฉันจะไปหาที่ไหน”
“มันอาจจะไม่หายากอย่างที่เธอคิดก็ได้”

ที่ริมสระ พลุเริ่มทิ้งระยะ คุณชายเล็กมองศรีจิตรา “ถอดหน้ากากได้แล้วฮะ”
ศรีจิตราพลันเอื้อมมือไปถอดหน้ากากคุณชายเล็ก คุณชายเล็กอึ้ง แล้วปลดผ้าคลุมหน้าศรีจิตราออก ศรีจิตราหลบตาลง แล้วช้อนสายตามอง คุณชายเล็กตะลึง ทันใดพลุใหญ่ที่สุดระเบิด พร่างพรายเต็มท้องฟ้า
“ว้า ลูกสุดท้ายแล้ว”
“ความสุขอยู่กับเราสั้นเสมอค่ะ”
“ความสุขอยู่ที่ใจต่างหากครับ” ศรีจิตราดวงตาวาววาม คุณชายเล็กข่มใจ “คู่หมั้นพี่รอง คู่หมั้นพี่รอง”
ศรีจิตราบอกตัวเองในใจ “เขารักคุณหญิงกลาง เขารักคุณหญิงกลาง”

กลางลาน คุณชายรองจูงมือสาลินมาดู สาลินตื่นเต้นจนไม่รู้สึกเรื่องจูงมือ คุณชายเล็กจูงมือศรีจิตราเดินมาสมทบอีกคู่ เสด็จทรงยืน แขกทั้งมวลยืนด้วย พลุไฟที่พื้นพุ่งขึ้น ทุกคนมองไปแล้วตกตะลึง ที่หน้ากังหันไฟลูกไฟกระจายเป็นรัศมี คุณชายโตและคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงจูบกันดูดดื่ม คุณชายโตโน้มตัวลงจูบ ฝ่ายหญิงเอน 45 องศาแบบท่าเต้นรำ ฝ่ายชายอยู่ในชุดทหารเสือ ฝ่ายหญิงมีขนนกโด่ชี้รอบทิศ จึงดูอัศจรรย์พันลึกยิ่งกว่าหน้าปกหนังสือโรแมนเล่มไหนทั้งสิ้น คุณชายรอง สาลินตะลึง คุณชายเล็กอ้าปากค้าง ศรีจิตรายกมือปิดปาก
เสด็จทำพระเนตรปริบๆ คุณสร้อยตบอกผาง คุณสอางค์ยืนระทวย หม่อมอำพันตาเบิกโพลง
หม่อมวาณียกมือทาบอก “ต๊าย นั่นใครมันหน้าด้าน”
หม่อมอำพันว่า “แต่งตัวโป๊ดำเป็นอีกาขนาดนี้ หญิงก้อยของหม่อมสิคะ”
“ว้าย นังหน้าด้านสะพานช้างโรงสี เอ๊ะ หม่อมว่าอะไรนะคะ หญิงก้อยของดิฉัน ว้ายตายแล้ว แล้วหญิงก้อยจูบกับใคร”
“ฮ่ะ ฮ่ะ ชายรอง ชายเล็กอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ลูกชายดิฉันแน่ ๆ”
คุณสอางค์ยืนยัน “ค่ะ ไม่ใช่ชายรอง”
“แต่เป็นลูกชายค่ะหม่อม” คุณสร้อยเหน็บ
ทั้งสี่อุทานพร้อมกัน “ชายโต”
จรวยวิ่งมาสมทบนางทั้งสี่พอดี มองอ้าปากค้าง “คุณชายโต”
วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาถ่ายภาพจากสามมุมพร้อมกัน
คุณชายโตถอนปากออก คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยิ้มพราย จับหน้ากากคุณชายโตดึงออก เห็นหน้าคุณชายโต คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงชะงัก “คุณโต”
“หญิงก้อย” คุณชายโตปล่อยคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง ๆ นอนหงายแผ่กับพื้น จรวยก้าวไป คุณชายโตหน้าซีด
“รวย ฉันเปล่า”
“นี่แน่ะ เปล่า” จรวยตบหน้าคุณชายโตฉาด คุณชายโตหน้าสะบัด
หม่อมอำพันผวามา “แก กล้าดียังไงมาตบลูกฉัน”
หม่อมอำพันตบจรวยฉาด จรวยผวาไปล้มลงข้างคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง ช่วยกันประคองกันขึ้นมา จรวยมองหน้าคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมองหน้าจรวย จรวยก็เข้าบีบคอ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงร้องวี๊ดสู้
“นังคุณหญิง แย่งผัวฉันทำไม” สองหญิงกลิ้งกันไปมา ขนนกกระจายว่อนเหมือนหมาฟัดไก่
วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาตามถ่ายรูปเมามัน หม่อมวาณีเข้าดึงคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง คุณชายรอง คุณชายเล็กถลาไปดึงจรวยออก คุณชายโตรีบมาล็อคจรวยไว้จนนมแอ่น คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยืนโงนเงน สบตาคุณชายรองแล้วเข่าอ่อนทรุดลง หม่อมวาณีร้องวิ๊ด
คุณชายรองเข้าตวัดอุ้มคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงขึ้น “หญิง”
หม่อมวาณีร้อนรน “พาไปที่รถเลยชายรอง ชายเล็ก อาอยู่ต่อไม่ได้แล้ว พาไปขึ้นรถเถอะค่ะ น้าอาย” คุณชายรองและคุณชายเล็กช่วยประคองคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงออกไป หม่อมวาณีตาม
หม่อมอำพันสั่ง “ชายโตกลับตำหนัก พานังเมียแกกลับไปด้วย เดี๋ยวนี้” คุณชายโตพาจรวยแยกไปอีกทาง หม่อมอำพันตามไป
เสด็จทรงทรุดลงนั่งบนพระเก้าอี้ คุณสอางค์ คุณสร้อยเข้านวดเฟ้น สาลินและศรีจิตราลงนั่งเฝ้ากับพื้นอย่างเป็น
ห่วงเสด็จ
“เด็จกลับที่โถง ทรงฟังดนตรีต่อดีกว่านะเพคะ” คุณสร้อยแนะ
“อย่าเพิ่งทรงหมดสนุกนะเพคะ” คุณสอางค์กังวล
“ใครบอกล่ะว่าฉันหมดสนุก ไม่ได้แม่ก้อย เจ้าโต นังจรวย งานคงกร่อยกว่านี้เยอะ ฮ่ะ ฮ่ะ” คุณสร้อย คุณสอางค์ สาลิน ศรีจิตรา อ้าปากค้าง เสด็จหัวเราะร่า “โอย สนุกกว่าปีไหนๆ ทั้งนั้น รวมทั้งพวกเจ้าด้วยนะ ยายสา ยายศรี”
“พวกเราด้วยเหรอเพคะ”
“ทุกคนจ๊ะ ผิดฝาผิดตัวกันสนุกที่สุด ฮ่ะฮ่ะ มันคือพรหมลิขิต พรหมลิขิตจริงๆ ฮ่ะฮ่ะ” เสด็จยังหัวเราะต่อ ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน สาลินเป็นคนแรกที่หัวเราะตาม แล้วทุกคนก็หัวเราะร่าตามทั้งลานหน้าตำหนักนั้น ทั้ง ๆ ที่บางคนก็ไม่รู้ว่าขำอะไร ชาวสโมสรทั้งหมดหัวเราะกันบรรเทิงสนุกสนานตามเสด็จ เมฆขาวลอยเคลื่อน พระจันทร์เต็มดวงสุขสว่าง

ห้องนอนศรีจิตรา ศรีจิตราใส่ชุดนอนแล้วทำตาปริบ ๆ อยู่ที่สตูลหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
สาลินสวมกางเกงขาสั้น เสื้อเชิ้ตเก่านั่งหน้าหงิกอยู่บนเตียง “ฮึ มาทำเป็นบอกว่า จบแล้วไม่คืนดีแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงก็หน้าซีดรีบวิ่งเข้าไปอุ้ม สาแน่ใจว่าเขายังไม่หมดเยื่อใยกันหรอก”
ศรีจิตราลุกมานั่งข้างเตียง “แล้วถ้าคุณชายรองคืนดีกับคุณหญิง แล้วพี่ล่ะสา พี่จะเป็นยังไง”
“พี่ศรีก็เป็นอิสระไง เขาก็คงกราบทูลเสด็จให้เลิกล้มงานแต่ง”
“คุณป้าใหญ่กับคุณป้าสร้อยคงจับคู่ให้พี่กับใครอีกแหละ”
“ก็คุณชายเล็กไงคะ” สาลินโพล่งขึ้น ล้อเลียนไม่จริงจัง
ศรีจิตรากลับอึ้งหน้าแดง “บ้าน่ะสา คุณชายเล็กน่ะของสาต่างหาก”
“สาไม่เอาหรอก อีกอย่างคุณชายเล็กไม่ใช่ของใครทั้งนั้นละค่ะ เพราะตาพลบอกว่าเขามีแฟนแล้ว”
ศรีจิตราใจหาย “มีแฟนแล้ว เป็นใครรู้ไหมสา”
“คุณพลบอกว่า คุณชายไปจีบเขาบ่อยๆ ที่บ้าน แถมยังติดใจอาหารที่บ้านสาวคนนั้นด้วยนะคะ” สาลินไม่รู้เลยว่า คุณชายเล็กหมายถึงตน ศรีจิตราแน่ใจแล้วว่าคือศศิรัชนี นึกย้อน
ตอนศศิรัชนีกับบดินทร์ เต้นรำด้วยกัน
ศรีจิตราหน้าเผือด ลุกไปเกาะหน้าต่างมองออกไป ที่ตำหนักเล็ก ห้องคุณชายเล็กปิดหน้าต่างอยู่ ศรีจิตราไหล่ลู่ลง สาลินสงสัย “นั่น พี่ศรีเป็นอะไร”
ศรีจิตราเสียงเครือ “เปล่า สา”
สาลินลุกพรวดมา ดึงศรีจิตราให้หันมา ศรีจิตราน้ำตาหยด “พี่ศรี พี่ศรีร้องไห้” สาลินมองไปบ้าง ที่ตึกเรือนหอ เริ่มมีการตั้งเสาลงฐานราก สาลินอ้าปากค้าง “อะไร พี่ศรี มามองเรือนหอแล้วร้องไห้” ศรีจิตราอึ้งไป “หรือว่า พี่ศรีเสียใจที่จะไม่ได้แต่งงาน นี่พี่ศรีหลงรักคุณชายรองเข้าแล้วหรือนี่”
ศรีจิตราชะงักเบิกตากว้าง “ไม่ใช่นะสา”
“ถ้าไม่ใช่ แล้วพี่ศรีร้องไห้ทำไม”
“พี่ พี่”
“ฮึ พี่ศรีตอบไม่ได้ ฮึ นี่เขาเพิ่งพูดว่าใครเข้าใกล้เขาก็หลงรัก ฮึ พี่ศรี ไปเข้าใกล้เขาตอนไหน ถึงรักเขาได้รวดเร็วอย่างนี้ โธ่ แล้วจะทำยังไงนี่” สาลินในใจสับสนอลหม่าน ศรีจิตราพูดไม่ออก

ตำหนักใหญ่เวลาใกล้รุ่ง แสงเงินแสงทองเริ่มจับท้องฟ้า มีเสียงไก่ขันดังแว่วๆ บรรยากาศสงบ ทันใดมีเสียงร้องกรี๊ดดังขึ้น
ห้องนอนศรีจิตรา ศรีจิตราเปิดไฟหัวเตียง ห้องสว่างขึ้นเห็นสาลินลุกนั่งหน้าตาตื่น “สา อะไร”
“อี๊ย์ พี่ศรี”
ประตูเปิดออก คุณสร้อยปะแป้งลายพร้อยชุดนอนโทรม เข้ามากับคุณสอางค์ในชุดนอนกรุยกรายไม่แพ้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง มาลา วรรณาโผล่มาด้วย
คุณสร้อยโวย “อะไรกันยะ เสียงยังกะเปรตมาขอส่วนบุญพระเจ้าพิมพิสาร”
“ยายสาค่ะ”
“ฮือ สาฝันร้ายค่ะ”
“อ้อ ก็กินเข้าไปกี่ขนานล่ะยะ ธาตุก็กำเริบ เอ๊ะ หรือแกไม่ได้จุดธูปบอกเจ้าที่ เจ้าทาง โอ๊ย พี่สอางค์หยิกหนูทำไม” คุณสอางค์ค้อนน้องสาว เข้าจับแขนสาลิน มาลา วรรณาคุกเข่าลงข้างเตียง “ขวัญเอ๊ย ขวัญมาลูก ฝันอะไรเล่ามา จะได้ไปแก้ฝันให้ถูก”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 17 วันที่ 3 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ