อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 17/4 วันที่ 4 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 17/4 วันที่ 4 พ.ย. 58

เช้ามืดวันรุ่งขึ้น แขกยามนั่งถือไม้เท้าอยู่บนแคร่ มีจักรยานแขกโพกผ้าอีกคนขับมา ท้ายจักรยานมีตะกร้าห้อย 2 ข้าง หนังสือพิมพ์เต็มล้น แขกทักทายกัน ส่งรับหนังสือพิมพ์มา 3-4 ฉบับแขกส่งหนังสือขับรถไป
แขกยามหันมาเห็นจรวยในชุดนอนบาง ดูโตงเตงโตงเว้า ก็สะดุ้ง “โอ แม่ยอดขมองอิ่ม อิ่มไปทั้งตัวเลยจ๊ะเธอจ๋า”
“อิ่มบ้าอิ่มบออะไร เอาหนังสือพิมพ์มา” จรวยกระชากหนังสือพิมพ์ไปแล้วรีบพลิกอ่าน สีหน้าสะใจเป็นที่ยิ่ง

นมน้อยกับเจียมจัดอาหารเช้าที่โต๊ะสนาม คุณชายรองใส่ชุดนักกีฬาพร้อมจะออกไปตีเทนนิส
“รับประทานอะไรดีคะ มีขนมปังไส้กรอกเบคอน ไข่ดาว กับโจ๊กสาคูค่ะ”


“ขอโจ๊กอย่างเดียวดีกว่าครับ”
เจียมเลื่อนถ้วยกาแฟให้ “กาแฟค่ะ”
“หนังสือพิมพ์ล่ะ”
จรวยแต่งตัวอยู่บ้านหรูหรา ถือหนังสือพิมพ์พับหน้าสังคมไว้ เดินมาวางให้ “นี่ค่ะ คุณชาย”
“ขอบใจ” คุณชายรองหยิบขึ้นมาแล้วชะงัก จรวยถอยไปสังเกตการณ์
หน้าข่าวสังคมลงรูปอัศนีย์ประคองสาลินข้ามถนน แต่ครอปภาพใกล้จนเหมือนตระกองกอดคำบรรยายเขียนว่า “ใครกันเอ่ยตุ๊กตาหน้ารถคนใหม่ของอัศนีย์ เถลิงการ” ภาพถัดมาเป็นภาพ สาลินนั่งรถของ อัศนีย์ หน้าตาระรื่น
คุณชายรองวางหนังสือพิมพ์ลง หน้านิ่งแต่ดวงตาแข็งกระด้าง จรวยยิ้มสะใจ คุณชายรองพับหนังสือพิมพ์กลับเอาหน้าหนึ่งออกแล้ววางลง
คุณชายเล็กเดินเข้ามา “มีอะไรทานบ้างนมย้อย”
“หลายอย่างค่ะ มี...”
“ทานโจ๊กเหมือนพี่รองก็แล้วกันครับ” คุณชายเล็กหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน แล้วสะดุดกับข่าวสาลินและอัศนีย์ทันที มองหน้าคุณชายรอง คุณชายรองหน้าเครียด คุณชายเล็กพูดไม่ออก จรวยยิ้มสะใจ

ที่สปอร์ตคลับ คุณชายรองกำลังหวดลูกอย่างแรง ศุภรรับลูกพลาด รู้สึกถึงความพลุ่งพล่านเดือดดาล
“เฮ้ย เลิกเล่นก่อนเถอะว่ะ แกเล่นอย่างนี้เดี๋ยวได้พังทั้งไม้ ทั้งลูก ทั้งเน็ท แล้วก็กบาลฉันด้วย” คุณชายรองเดินกลับมาที่โต๊ะสนาม เช็ดเหงื่ออย่างหัวเสีย ศุภรหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านดู “แกคิดยังไงวะ”
“ไม่คิดอะไรเลย ก็ภาพแค่นี้ เขาไม่ได้ทำเสียหายอะไรนี่หว่า”
“แต่ก็ไม่ควรไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของเจ้าเพลย์บอยนั่น แล้วแกเห็นไหมข้างหลังทั้งคู่น่ะ มันผับบาร์ย่านโลกีย์ทั้งนั้น”
“อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลย เอาอย่างนี้ เดี๋ยวฉันจะลองไปสืบจากคุณจินนี่ ทรามวัยกายสิทธิ์ให้ เธอคงรู้อะไรดี ๆ และถูกต้องกว่าที่แกคิดแน่ๆ” คุณชายรองยังไม่คลายใจ

ทางเดินในสโมสร อัศนีย์และจิตตินในชุดกีฬาเดินเท่ห์มาด้วยกัน ถือไม้เทนนิสมาด้วย จิตตินมองเพื่อนอย่างขำ ๆ “หมู่นี้รู้สึกหางตากระตุกบ้างไหมวะ หรือไม่ก็จามไม่มีสาเหตุ”
“แกกำลังจะบอกอะไรฉันวะ มีคนเล่นของใส่ฉันรึไง”
“เปล่า แค่ทักดู เห็นว่าไนท์คลับจะเปิดแล้ว ลองให้พระอาจารย์ดูดวง ดูฤกษ์ยามดูบ้าง ศัตรูคู่แข่งจะได้ลดน้อยถอยลง”
อัศนีย์ชะงักเมื่อเห็นคุณชายรองและ ศุภรอยู่ในคอร์ท อัศนีย์เปรย “ไม่ทันไรก็เจอคู่แข่งเข้าแล้วว่ะ”
“ไม่ต้องเข้าไปทักก็หมดเรื่อง”
“ตามมารยาท ต้องเข้าไปทักทายเสียหน่อย” อัศนีย์และ จิตตินตรงเข้าคอร์ท

คุณชายรองอึ้งเมื่อเห็น อัศนีย์ จิตตินเดินเข้ามา ศุภรเตรียมไม้ตั้งท่าเหมือนจะตีเบสบอล
“มาได้จังหวะดีจริงๆ ถามเจ้าตัวมันตรง ๆ เลยไอ้หม่อม”
“สวัสดียามเช้าครับ คุณชาย บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะครับ”
“เป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจของคุณกันแน่”
“คุณชายพูดอะไรครับ”
“คุณตั้งใจมาเจอผม เพราะข่าวที่คุณเอาไปลงนี่ใช่ไหม” คุณชายรองโยนหนังสือพิมพ์ลงตรงหน้าอัศนีย์ จิตตินเบือนหน้าไปทางอื่น
“ข่าวอะไร”
“แหม....คุณอาร์นี่ ทำเป็นไม่รู้เรื่อง แนบเนียนดีจังนะครับ”
อัศนีย์หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นอ่านและดูภาพ หันขวับมามอง จิตติน “แกเหรอวะไอ้จิต”
“เปล่า ไม่รู้เรื่อง นี่มันคอลัมน์ยายติ่ง อยากรู้ไปถามยายติ่งเอาเอง”
อัศนีย์หันมามองคุณชายรอง แล้วยิ้มออกมาเมื่อเห็นคุณชายรองทำหน้าราวเป็นเรื่องใหญ่โต “เอ.....ก็แค่รูป ก็คำบรรยายแค่นี้ ทำไมต้องซีเรียสล่ะครับ”
“คุณเอารูปสาลินไปลงแบบนี้ มันเสียหายถึงตัวเธอ ครอบครัวของเธอ แถมคำบรรยายว่าตุ๊กตาหน้ารถ มันเหมาะสมแล้วเหรอสำหรับผู้หญิงดีๆ สักคน คุณควรเอาไปใช้กับผู้หญิงเสเพลระดับเดียวกับคุณมากกว่า”
“เฮ้....โอเว่อร์ รีแอ็คไปรึเปล่าคุณชาย ลินซี่ไปกับผมด้วยความสมัครใจ ไม่ได้บังคับอะไรเธอสักนิด”
“แล้วต้องพาไปในย่านผับ บาร์แบบนั้นด้วยรึไง”
“แหม.....แด้ดดี้ ทำตัวเป็นผู้ปกครองดีจัง จะบอกให้เอาบุญนะ ต่อไปเธอจะลาออกจากห้องสมุดแล้วมาทำงานกับผม”
“งานอะไร”
“งานไนท์คลับแห่งใหม่ของผมไงครับ ที่ผมพาเธอไปคุยก็เรื่องงานนี้นี่แหละ ผมจะให้เธอเป็นฝ่ายต้อนรับ เงินดือนมากกว่าเดิมสิบเท่า”
“สาลินไม่ทำงานต่ำๆ ของนายหรอก”
“อย่าอึงไปคุณพ่อ ท่าทางเธอสนใจเสียด้วยซี ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าลินซี่มาทำงานกับผม ผมจะเป็นคุณพ่อคนใหม่ของเธอแทน จะดูแลเธออย่างดีทีเดียว”
คุณชายรองทำท่าจะถลาเข้าหาอัศนีย์ ศุภรรั้งไว้ “เฮ้ย อย่าวู่วามว่ะ”
อัศนีย์หยิบไม้พร้อมฟาด จิตตินเช่นเดียวกัน “เฮ้ย ถ้าอยากจะฟาดปากกันละก็ ไปหวดลูกสักหลาดกันดีกว่า แมนกว่าเยอะไปว่ะ ไอ้อัศ” จิตตินพาอัศนีย์ที่หัวเราะขำแยกไปฝั่งตรงข้าม
ศุภรปรามเพื่อน “ใจเย็นโว้ย เดี๋ยวกลับไปร้านแล้วค่อยว่ากัน” คุณชายรองยังฮึดฮัดขัดใจ คิดแต่เรื่องของสาลิน

ในห้องสมุด แว่นอ่านภาพข่าวอัศนีย์ สาลินในข่าวสังคมอยู่ มือสั่น “ใครกันเอ่ยตุ๊กตาหน้ารถคนใหม่ของอัศนีย์ เถลิงการ”
สาลิน ลลิตา บราลี อยู่ที่เคาน์เตอร์ ทำงานวุ่นจนหน้าหงิกทั้งสามนาง
สาลินบ่น “วันนี้บอสเป็นอะไร เดี๋ยวประชุม เดี๋ยวให้เช็คสต๊อก เดี๋ยวให้เตรียมงาน เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแล้ว”
ลลิตารู้ใจ “จะอะไร ก็งอนคุณจินนี่น่ะซี แล้วมาลงกับเรา ว้าย”
แว่นมาเกาะเคาน์เตอร์ ลลิตาสะดุ้ง บราลี สาลินมองอย่างสงสัย “มีอะไรคะ”
“แค่ไปทานมื้อค่ำครั้งเดียว เขาก็เอาคุณไปลงข่าวว่าคุณเป็นตุ๊กตาหน้ารถของเขาแล้ว”
“อะไรนะ”
“เขาว่ารูปๆ เดียวแทนคำพูดได้พันคำ นี่ครับ ดูข่าวซะ”
สามสาวเข้ามาดูข่าว จิตริณีเพิ่งเดินมาจากห้องด้านใน เข้ามาดูด้วย ภาพอัศนีย์แตะแขนประคองสาลิน ข้ามถนน และภาพ สาลินนั่งรถกับอัศนีย์ สาลินอ้าปากค้าง ลดหนังสือพิมพ์ลง บราลีมองเซ็งๆ ลลิตาหอบนมกระเพื่อมชื่นชมแกมริษยา
สาลินไม่พอใจ “กล้าดียังไงนะ”
ลลิตาพูดเยาะๆ “ตอนนี้เธอเป็นบรรณารักษ์ไฮโซไซตี้ไปแล้ว”
บราลีสงสัย “แล้วเขาลงรูปเธอได้ยัง”
จิตริณียืนเกาะเคาน์เตอร์ครุ่นคิด นึกถึงตอนที่ห็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง วิรงรองและจิตติน ในรถ
ลลิตาเดา “ถ้าให้ฉันอนุมาน คงจะมีนักข่าวหัวเห็ดผ่านมาพอดี เห็นเธอควงแขนกับคนดังก็เลยถ่ายรูป ฉับๆ”
“ควงเคิงอะไร เขาแค่แตะแขนฉันตอนข้ามถนน”
มีมือฟาดเคาน์เตอร์ปัง ลลิตา บราลี จิตริณี ร้องกรี๊ดอีกหน แว่นร้องตามเป็นเสียงสุดท้าย
“หยุด...” ไนเจลยืนทะมึนหน้าหงิก “เวลาทำงาน ไม่ใช่เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ หรือสุมหางกอสซิป”
“สุมหัวมั้งบอส”
“ไอ้แว่นไม่เกี่ยว”
“ขออ่านแป๊บเดียวไม่ได้เหรอคะ” ลลิตาพยายาม
“ไม่ได้.... ต่อไปนี้ ในเวลาทำงาน ผมจะใช้พวกคุณเหมือนทาสในเรือนเอี้ย” ทั้งหมดสะดุ้ง ไนเจลมองมาที่จิตริณีอย่างเจ็บช้ำ
จิตริณีช่วยแก้ “เรือนเบี้ยค่ะบอส พูดให้ถูกๆ ซีคะ”
“ไม่สนใจแล้ว พูดถูกพูดผิด ก็มีค่าเท่ากัน ไม่มีใครเอา” ไนเจลมองจิตริณีอย่างน้อยใจ ผลุนผลันกลับไปห้องทำงาน
จิตริณีได้แต่ถอนใจ “ขอไปดูใจบอสก่อนนะคะ” จิตริณีแยกไป
แว่นยืนซึม
“แว่น เป็นอะไร” บราลีห่วง
“เจ็บครับ ไม่มีใครเอาเหมือนกัน”
สาลินถอนใจเฮือก

บริเวณเรือนหอขึ้นโครงเป็นไม้ประกบหล่อเสาปูนมากมายคนงานราว 10 คน ทำงานกัน ศรีจิตราอยู่ในศาลาเล็กริมสระบัว คุณชายเล็กสั่งงานหัวหน้าคนงานแล้วเดินมาหาศรีจิตรา ศรีจิตราฝืนยิ้มให้
“คุณศรีดูไม่สบายใจเลย เพราะข่าวคุณสาหรือฮะ”
“ค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ เห็นว่าเสด็จจะทรงเรียกคุณป้าสร้อยมาเข้าเฝ้าเพื่อเจรจากันวันพรุ่งนี้ค่ะ คงเจรจากันเรื่องยายสากับ....เออ...คุณชาย”
คุณชายเล็กทำท่ากลัวๆ “นี่ผมคงไม่โดนประกาศิตจากเด็จป้านะฮะ”
“แล้วถ้าเสด็จทรงมีพระดำริมาล่ะคะ คุณชายจะทำยังไง”
“ก็ต้องตามขั้นตอนซีฮะ ทำความรู้จักกันก่อนว่าจะคบกันได้ไหม ไปด้วยกันได้ไหม ชอบกันหรือยัง แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ....” ศรีจิตรามองนิ่ง คุณชายเล็กสบตาพูดต่อ “ผมรักเขาหรือปล่า แล้วเขารักผมตอบไหม”
“แล้วถ้ามันเป็นความรักข้างเดียวล่ะคะ”
“รักเขาข้างเดียว ผมก็จะทำทุกอย่างเพื่อชนะใจเขาฮะ ถึงไม่สำเร็จถึงจะเจ็บปวด ก็ไม่เป็นไร”
ศรีจิตราก้าวไปเกาะเสาศาลา มองดูบัวแรกแย้ม พูดเสียงเบา “ค่ะ รักเขาข้างเดียว นี่มันเจ็บปวดเหลือเกิน”
คุณชายเล็กรำพึงในใจ “โธ่เอ๋ย คุณศรี ทำไมพี่รองถึงไม่รักคุณศรีตอบนะ” คุณชายเล็กรู้สึกขัด ๆในอก จึงก้าวไปหาศรีจิตรา ศรีจิตราหันมา คุณชายเล็กยื่นมือไปกุมมือศรีจิตรา “คุณศรีฮะผมว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปด้วยดี”
“หรือไม่ ก็เลวร้ายไปกว่านี้”
จรวยเดินชมสวนใส่ชุดเว้าหน้าเว้าหลังเห็นเข้าก็ตาโต ถลาไปหลังพุ่มไม้โผล่มาดู
คุณชายเล็กบีบมือศรีจิตรา “ว้า....คุณศรีคนเดิมหายไปไหนฮะ สาวสวย ช่างฝัน เซเฮราซาดนักเล่านิทานหายไปไหน”
“เซฮาราซาดเล่านิทาน...เพื่อช่วยชีวิตตัวเองจากทัณฑ์ของสุลต่านต่างหากคะ”
“นั่นแหละฮะ คุณศรีต้องเข้มแข็งเหมือนกัน อย่าลืมซีฮะ คุณศรีคือเซเฮราซาดของผม” คุณชายเล็กถ่ายทอดกำลังใจ
ศรีจิตรายิ้มออก คุณชายเล็กบีบมือ ศรีจิตราดึงมือออก “ยายสาบอกว่าจะแนะนำดิฉันให้รู้จักกับคุณพล” คุณชายเล็กยิ้มแห้ง “คุณพลนี่เป็นยังไงบ้างคะ”
“ก็หล่อ นิสัยดี น่ารักพอๆกับผมแหละฮะ แต่คุณศรีไม่ต้องไปรู้จักมันหรอก คุณศรีมีผมคนเดียวก็พอแล้ว”
“ค่ะ คนเดียวก็เกินพอแล้ว” ศรีจิตราพูดคล้ายรำพึง คล้ายประชด แต่ดวงตากลับวาววับ อย่างที่คุณชายเล็กไม่เข้าใจ
จรวยตาเบิกกว้าง หอบนมกระเพื่อม “อะไรหว่า “โซซัดโซเซ” ของผม ฮึ...วังวุฒิเวสม์ จะมีเรื่องมัวหมองให้แปดเปื้อนแน่แล้ว” จรวยหลบไป
“ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณสานะฮะ ผมจะไปตรวจปั๊มกับเจ้าพลแถวเมืองนนท์บ่ายนี้ ผมจะลองคุยกับคุณสาดู”
“ค่ะ”

หน้าตึกห้องสมุด สาลิน ลลิตา บราลี จิตริณีเดินหน้าเป็นมัน ฟันเป็นยาง ผมกระเซิงเดินมาจากตึกห้องสมุด แว่นตามมาด้วยผมกระเซิงเหมือนกัน
“รีบกลับเหอะ ฉันจะกลับไปนอน” บราลีบ่น
“ใช่รีบกลับ ฉันจะกลับไปกิน ฮือ....วันนี้เหนื่อยมาก” ลลิตาสนับสนุน
“ครับ เหนื่อยมาก ช่วยงานพวกคุณเหนื่อยกว่าสอบเอนทรานซ์อีก”
ไม่ทันขาดคำ มีรถคันยาวพุ่งพรวดมาจอดเอี๊ยดข้างลลิตา เบรกดังสนั่น สาลิน ลลิตา บราลี จิตริณี แว่น
แหกปากร้องพร้อมกัน “แหกกกก / แหก”
คุณชายรองก้าวลงจากรถหน้าเครียด สาลินมองงงๆ “ขึ้นมาบนรถ ฉันมีธุระจะคุยกับเธอ”
สาลินกลัวสายตาดุดันของคุณชายรอง โบกมือลาทุกคน เดินไปขึ้นรถคุณชายรองขึ้นตาม รถพุ่งพรวดหายไป
“ว๊า ทะเลาะกันอีกแล้ว” จิตริณีถอนใจ
“ต้องแวะชมสวนกันอีกแน่ ๆ เลยครับ ตามไหมครับ”
จิตริณีปฏิเสธ “ไม่ ฉันมีนัดแล้ว”
“ไม่ ฉันเหนื่อย” บราลีส่ายหน้า
ลลิตาก็เหมือนกัน “ไม่ ฉันหิว เบื่อด้วย”

รถคุณชายรองพุ่งปราดมาตามถนนเดโช ออกสู่ถนนพระราม 4 ในรถคุณชายรองหน้าเครียดมองตรงไป
สาลินเหลือบดูแล้วรู้สึกคุ้นเคยกับท่าทางนี้เลยยิ้มนิด ๆ “นี่ต้องเข้าไปพูดกันริมสระ ในสวนอีกหรือเปล่าคะ”
“ทำไม หรือว่าตอนนี้เธอรู้จักที่คุยที่ดีกว่านี้ เพลิดเพลินกว่านี้”
“คุณชายคะ ถ้าอยากหาคนทะเลาะด้วยก็ไว้วันอื่นนะคะ วันนั้นฉันเหนื่อยมาก”
“ฉันจะพาเธอไปส่งบ้าน แล้วจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้คุณตาคุณยายฟัง”
สาลินเป็นงงแต่ไม่กล้าพูดอะไร

รถคุณชายรองกำลังแล่นไปตามถนนสู่สวนเมืองนนท์ สองข้างทางเป็นสวนชอุ่ม ใกล้จะถึงบ้านสวนเต็มที
สาลินเหลือบมองคุณชายรองแล้วตัดสินใจพูดขึ้น “คุณไม่ใช่ผู้ปกครองฉันเสียหน่อย ทำไมจะต้องไปคุยกับคุณตาคุณยายฉันด้วย”
“คงกลัวโดนดุล่ะซี ป่านนี้คุณตาคุณยายคงอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นไปแล้ว”
“ที่บ้านไม่ได้รับหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นค่ะ นี่คุณ....ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ ฉันแค่ไปคุยธุระกับเขา”
“อ้อ เธอคิดว่าการที่เธอพบปะสมาคมกับนายอัศนีย์น่ะ มันถูกต้องแล้วซีนะ”
“ก็ไม่เห็นแปลกนี่คะ คนเราก็ต้องพบปะกันบ้างซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฉันกำลังจะไปทำงานกับเขา”
คุณชายรองขบกรามแน่น จอดรถข้างทางทันที “เธอรู้จักเขาดีแล้วหรือ”
สาลินแกล้งพูด “เขาก็ดูดีออก ใจคอก็กว้างขวง”
“คนดี ใจคอกว้างขวางนี่เขาวัดกันตรงไหนหรือ หรือว่าวัดตรงป็นลูกชายมหาเศรษฐี มีกิจการระดับประเทศ หรือว่าวัดตรงเป็นหนุ่มสังคมมีข่าวลงหน้ากอสซิปได้ไม่เว้นแต่ละวัน”
“นี่คุณอย่ามาพูดเหมือนคุณเป็นยาจกเลย คุณไม่ชอบเขา คุณโกรธเขาก็เพราะว่าเขาเป็นสามีเก่าคุณหญิงก้อยมากกว่า ก็เลยมาพาลพาโลฉัน”
คุณชายรองถอนใจในความมโนไปเองของสาลิน “ฉันจะทำยังไงดีน้า ให้เธอเข้าใจอะไรได้มากกว่านี้”
สาลินมองคุณชายรองอย่างงงงัน คุณชายรองสตาร์ทรถพุ่งอีกครั้ง สาลินกระแทกพนักเก้าอี้ ร้องวี๊ดออกมาเบา ๆ

ปั๊มน้ำมันพุดซ้อน พุดซ้อน ชบาทิพย์ยืนอยู่ข้างรถยุโรปที่ฝากระโปรงเปิดอ้า เห็นชายสองคนกำลังตรวจสภาพเครื่องอยู่ ทั้งสองโผล่หน้าขึ้นมาคือคุณชายเล็กและตาผล
“เฮ้อ....เครื่องเสียบ่อย ๆ แบบนี้ขายขี้หน้าเขา” พุดซ้อนเปรย
“ขายขี้หน้าเขาทำไมหรือคะ คุณแม่”
“อ้าว รถเราราคาแพง แต่มาเสียแบบนี้ ขายขี้หน้าเขาไหมล่ะอีชะ...ลูกชบา”
ชบาทิพย์เข้าไปคลอเคลียคุณชายเล็ก “รถเราก็รถยุโรป ใหม่ก็ใหม่ แต่ทำไมมันเสียบ่อยนักล่ะคะ พี่พล”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 17/4 วันที่ 4 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ