อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 18 วันที่ 4 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 18 วันที่ 4 พ.ย. 58

“ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอ เรื่องนายอัศนีย์อดีตน้องเขยเธอ เขาเป็นยังไงน่ะ”
“ฉันไม่เคยกระทั่งพูดจากัน เขาเจอ เขาแต่ง เขาหย่ากันเสร็จสรรพมาตั้งแต่อเมริกา อ้อ นี่เธอมาเรื่องข่าวคุณสาลินน่ะซี”
“โอโฮ เธอนี่หัวไวจริงๆ เออ...แล้วหญิงก้อยรู้ข่าวนี้หรือเปล่า”
“ยิ่งกว่ารู้เสียอีก เพราะหญิงก้อยนั่นแหละเป็นคนปั้นข่าวนี้เองกับยายติ่ง”
“ฉันกะอยู่แล้วเชียว แล้วทำไมหญิงถึงทำอย่างนั้น”
“ก็หญิงก้อยถือว่าคุณสาเป็นศัตรูหัวใจยิ่งกว่าคุณศรีซะอีกนะ เออนี่...หญิงก้อยว่าคุณรองติดพันคุณสามานานแล้วหรือ”

คุณชายเล็กตาโต “โอโฮ มีอะไรบ้างไหมที่เธอไม่รู้ ใช่แล้ว”
“แล้วเธอเองก็ชอบๆ เขาอยู่เหมือนกัน”


“ก็ใช่อีก”
“แล้วยังไง ใครดีใครได้ อย่างนั้นหรือ”
“ไม่ใช่ มันอยู่ที่เขารักใคร และใครรักเขาสุดหัวใจต่างหาก” คุณชายเล็กพูดยิ้มๆ มีแววฝันบางอย่าง
ห้องนอนคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหันขวับมา เลิกคิ้ว มีแววดีใจ “คุณเล็กมาเป็นทูตสานสัมพันธ์หรือคะ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงใส่ชุดอยู่บ้านยาวกรุยกรายเช่นเคย รองเท้าแตะส้นสูงปักพลอยวูบวับ
ศศิรัชนีนึกสมเพช “โถ แม่คุณ ยังจะหวังอยู่อีก” แต่ศศิรัชนียิ้มก่อนตอบ “คงอย่างงั้นมั้งจ๊ะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหมุนตัวขวับมาหาศศิรัชนี ดีใจออกนอกหน้าแล้วนึกได้จึงระงับท่าทีเป็นยิ้มน้อย ๆ
“อีกอย่างนายเล็กเขาไปเจอข่าวนั้นเข้า ก็เลยมาสืบว่านายอัศนีย์เป็นยังไง”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยิ้มเยาะ กรายตัว “หญิงนึกออกแล้ว ท่าทางคุณเล็กก็ชอบแม่คนนี้อยู่เหมือนกัน ดูเหมือนว่ายายแก่นักจองสมบัติ อยากเอาแม่นี่ยัดเยียดให้คุณเล็ก กะว่าไม่ให้สมบัติเด็จป้ากระเด็นไปไหนซักสตางค์เดียว”
“คงไม่ต้องยัดเยียดหรอกจ้ะ นายเล็กก็ดูเต็มอกเต็มใจอยู่”
“ฮึ เจ้าเสน่ห์เหลือเกินนะ ผู้ชายไปรุมหลงรักกันเป็นทิวแถว คนพี่ก็ไปคอยรับคอยส่ง คนน้องก็เจ็บร้อนจนวิ่งแร่มาที่นี่ ส่วนอัศนีย์ก็คงหลงหัวปักหัวปำ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเลิกดีใจ หน้าซีดลง ดวงตาวาววับด้วยความแค้น แต่ก็ยิ่งงามพิลาส “ป่านนี้นังนั่นคงตัวลอยที่แย่งคนของหญิงไปได้ เฮอะ ที่แท้ก็ของเหลือเดนไปจากหญิงทั้งนั้น”
“แน่ใจหรือหญิง” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหันขวับมองศศิรัชนี ศศิรัชนียิ้มเย็น “เพราะหญิงเอง ก็ยังอาลัยอาวรณ์ของเหลือเดนนั่นอยู่ไม่น้อยนะ”
“พี่หญิง”
“แปลกนะ ความจริงหญิงน่าจะเจ็บแค้นคู่หมายคุณรองมากกว่า”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยืดกาย เชิดหน้า “นังนั่นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหญิงหรอกค่ะ เพราะวันๆ ก็ถูกเก็บตัวโง่งมอยู่แต่ในกะลา พอหญิงเตือนมันว่าน้องสาวกำลังแย่งคุณรองไปจากมัน ก็ได้แต่ร้องไห้กระซิก ไม่มีปัญญาทำอะไร คอยดูเถอะ ถ้าวันไหนคุณรองคว้านังสาลินเข้าจริงๆ หญิงจะหัวเราะเยาะเด็จป้าให้สาแก่ใจเชียว” ศศิรัชนีอ้าปากค้าง
“หญิงไม่มีวันยอมแพ้คนอย่างนังสาลินหรอกค่ะ หญิงจะต้องชนะ หญิงจะเป็นผู้ชนะในที่สุด” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหน้าเชิด
รื่น โรยเข้ามาพร้อมกระเป๋าถือและรองเท้าพร้อมออกข้างนอก “คุณหญิงกลางขา กระเป๋า รองเท้าพร้อมแล้วค่ะ”
“พี่หญิงจะไปไหน”
“นายเล็กเขารออยู่ พี่จะเอาเค้กไปแจกที่วังวุฒิเวสม์เสียหน่อย จะเอาไปถวายทั้งเด็จป้า ทั้งคุณป้านักจองสมบัติด้วย ไปนะจ๊ะ” ศศิรัชนีออกไปพร้อมรื่น โรย
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหน้าเชิด แล้วพบว่าตนเองยืนโดดเดี่ยวอยู่ในห้อง แสงจากช่องกระจกยาวทอดมาเป็นลำ คล้ายนางละครในฉากพ่ายแพ้มากกว่าที่มั่นใจไว้

วันธรรมสวนะ บรรดาอุบาสก อุบาสิกาหนุ่มสาวมาทำบุญที่วัดบ้างสวมชุดขาว แต่ส่วนใหญ่แต่งตัวหลากสีมาประชันกัน ศาลาการเปรียญดูคึกคัก บรรดาญาติธรรมชายและมรรคนายกนั่งคุยกันอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านบรรดาญาติธรรมหญิงช่วยกันทำงานดอกไม้ ร้อยมาลัยจัดพานพุ่ม คุณยายกับยายพิณนั่งประดิดประดอยทำพาน คุณตานั่งขัดเครื่องทองเหลืองของวัด ชบาทิพย์กับพุดซ้อนเดินซับเหงื่อมานั่งด้วย
“อุ๊ย ปลื้มใจค่ะ ได้บริจาคสร้างซุ้มประตูตั้งเก้าร้อยบาท เห็นหลวงพ่อว่าจะสลักชื่อไว้บนซุ้มเลย”
คุณยายท้วง “เอ๊ะ ไม่ใช่ล่ะมั้งแม่พุดซ้อน”
“พุทธชาดค่ะ”
“ที่หลวงพ่อท่านบอกบุญน่ะไม่ใช่ซุ้มประตูนะ แต่ว่าเป็นเมรุเผาผี”
พุดซ้อนสะดุ้งเฮือก มองชบาทิพย์เลิกลั่ก ชบาทิพย์ตกใจ “อุ๊ย อย่าสลักเลย แม่ยังไม่ตาย”
พุดซ้อนกระแอม “งั้นไม่ต้องสลักชื่อก็ได้มั้งคะ”
ชาวบ้านแขวะ “แหม แต่ยังไงก็ขออนุโมทนาด้วยนะจ๊ะ ใจบุญสุนทานอย่างนี้ แม่พุทธชาดถึงได้ร่ำรวยอยู่บ้านตึก ขับรถฝรั่งคันยาวเป็นวา”
ยายพิณสงสัย “เอ....แล้วทำไมวันนี้ไม่ขี่รถหรูมาล่ะ ทำไมเดินมาซะเหงื่อตก”
“หรูอะไรจ๊ะ รถมันย้อมแมว...” พุดซ้อนสะดุ้งเข้าปิดปากลูก ชบาทิพย์ตาเหลือก พุดซ้อนถลึงตาให้เงียบ ทุกคนงง
พุดซ้อนแก้ตัว “วุ๊ย เอารถมาก็เหมือนมาอวดร่ำอวดรวยที่ฉันเดินมานี่ก็กำหนด ขวาย่างพุท ซ้าย..ย่างโท จิตสงบ ไม่ร้อนไม่รุ่มอะไรเลย” พุดซ้อนยิ้มตอแหลก็เหงื่อแตกซิกดันแป้งหลุด เมื่อซับก็หน้าด่าง จึงเสหยิบเข็มยาวมาร้อยมาลัย “ลูกชบาลูก มาช่วยกันร้อยมาลัยเร็วลูกขา แหม แต่พวกเราร้อยยังไงก็ฝีมือชาวบ้าน ถ้าได้ฝีมือชาววังอย่างหลานสาวคุณน้าละก็ คงงามบอกไม่ถูก”
คุณยายสบตากับนางพิณและคุณตาแจง
คุณตางง “แม่ศรีน่ะหรือ นานๆ เขาถึงมาเยี่ยมที”
พุดซ้อนได้จังหวะ “อ้าว แต่แปลกนะคะ คุณชายหลานเขยคุณน้า กลับมาเยี่ยมอยู่ทุกบ่อย”
คุณยายขมวดคิ้ว คุณตาหันมาฟัง ยายพิณทำตาปริบๆ หญิงทั้งมวลมอง พุดซ้อนยิ้มวางท่า
คุณยายแก้ “บ่อยอะไร คุณชายเพิ่งมาส่งแม่สา 2 ครั้งเอง”
“คุณยายน่ะเห็นแค่ 2 ครั้งน่ะซีคะแต่เดี๊ยนน่ะเห็นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง นับนิ้วก็แทบไม่ถ้วน”
ชบาทิพย์มองหน้าแม่ “เอ๊ะ ก็เพิ่งเห็นแค่ 3”
พุดซ้อนอุดปากชบาทิพย์ถลึงตาแล้วหันมายิ้มกับทุกคน “อีชบา เอ้ย หนูชบาอย่าสอดลูก ผู้ใหญ่เขาคุยกัน อย่างเมื่อวานก็มาส่งกันหน้าบ้าน แปลกนะคะ ไม่ยอมเข้าไปข้างใน ไม่รู้กลัวอะไร”
คุณตา คุณยายสบตากัน คล้ายคุยด้วยพลังจิต “ทำไม ยายสาไม่บอก / ฉันจะไปรู้หรอ”
พุดซ้อนยิ้มมีชัย “แล้วก็ยังรีๆ รอๆ คุยอ้อยอิ่งกันหน้ารั้วอยู่อีกตั้งนานสองนานนะคะ”
“ก็คงมีธุระปะปังกันนั่นแหละ” คุณยายเปรย
“ก็ไม่รู้ว่าธุระอะไรนะคะ พอลงท้ายคุณชายก็คว้ามือหนูสาไปกุมแน่น” พุดซ้อนคว้ามือชบาทิพย์ไว้ “หนูสาก็ช้อนตาขึ้นมอง” ชบาทิพย์มีอาการอินกับเมื่อคืน ช้อนตาขึ้น “คุณชายก็มองตอบ ตางี้หวานเยิ้ม สบตากันอยู่เนิ่นนาน”
ยายพิณเผลอยิ้ม คุณตาคุณยายสบตากัน พูดกันด้วยจิตอีก “ฉันกะอยู่แล้วเชียว / จะเกาะจะกุมก็ทำไมไม่มาทำในบ้าน”
ยายพิณปลื้มในใจ “อู๊ย คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน”
คุณตา คุณยายชะงักมองหน้ายายพิณ ยายพิณชะงักยิ้มเรี่ยราด
พุดซ้อนกระแนะกระแหน “ไม่เคยเห็นพี่เขยน้องเมียที่ไหน เขาสนิทกันขนาดนี้เลยนะคะ”
คุณยายแก้ “ใครว่าเป็นพี่เขย ทางวังก็แค่มาเปรยๆ หมั้นก็ยังไม่หมั้น”
“อ้าว ก็คุณน้าเคยบอกว่าเป็นพี่เขย”
“เปล๊า ฉันไม่เคยบอกซักหน่อย”
“แต่ยังไงก็เป็นว่าที่พี่เขย มาทำอย่างนี้มันไม่งามนะคะ”
“ฉันว่าแม่ซ้อนเข้าใจผิดมากกว่า” คุณตาบุ้ยใบ้
คุณยายด้นกลอนสดต่อ “ใช่ คนที่มาส่งน่ะ คงเป็นคุณชายเล็ก เพราะกำลังมีการทาบทามให้แม่สาอยู่พอดี”
“วุ้ย....ไม่ใช่ค่ะ คุณชายคนเดิมแหละค่ะ”
“แหม.....คุณชายวังนี้หน้าตาเขาคล้ายๆ กัน ขับรถก็แบบเดียวกัน แม่ซ้อนแอบดูอยู่ห่างๆ ก็เลยจำผิด”
“ไม่ห่างค่ะ แอบดูอยู่ในพงใกล้ๆ เลย แค่เม็ดเดียว”
“เกือบเอื้อมมือไปแตะตัวเลยล่ะค่ะ”
ทุกคนมองหน้า พุดซ้อนรู้ตัวรีบสะกิดให้ชบาทิพย์เลิกพูด แล้วยิ้มเรี่ยราดหยิบดอกบัวมาพับเป็นจักรผัน ทุกคนเซ็ง เว้นแต่คุณยายที่กำเข็มเล่มยาวแน่น คุณตาฮึดฮัด ยายพิณยิ้มสมหวัง

ห้องทรงพระสำราญ เสด็จประทับบนพระที่ คุณสร้อยและคุณสอางค์อยู่ที่พื้นสุมหัวดูหนังสือพิมพ์ที่กางอยู่ ศรีจิตราอยู่ที่เบื้องพระบาท เสด็จมีท่าทางอึดอัด มาลา วรรณาก็ปริวิตก นั่งกระพือพัดเงี่ยหูฟัง
“ไปจับมือถือแขนกับใครล่ะเนี่ย นายอัศนีย์ เถลิงการ” คุณสร้อยเปรย
คุณสอางค์คร่ำครวญ “ฮือ ทำไมต้องเป็นไอ้เจ้านี่”
“ใครกันคะ พี่สอางค์”
คุณสอางค์มัวสั่งน้ำมูก เสด็จจึงทรงตอบ “จะใครซะอีกล่ะ ก็ผัวเก่าแม่ก้อยไง”
คุณสร้อยอุทาน “ว้าย ตายแล้ว อกแตก” มาลา วรรณา นั่งนับนิ้ว ยิ่งวิตก
คุณสอางค์ร่ำไห้ “ฮือ...ยายสานะยายสา อุตส่าห์หมายมั่นให้คุณชายเล็ก ไปใจเร็วด่วนได้กับมันได้ยังไง”
ศรีจิตราปลอบ “คุณป้าคะ ข่าวพวกนี้ฟังไม่ได้หรอกค่ะ”
คุณสร้อยไม่เชื่อ “แต่รูปก็ยืนยันอยู่ทนโท่นะยะ”
“ยายสามีอะไรไม่เคยปิดหนูค่ะ หนูไม่เคยได้ยินยายสาพูดถึงนายคนนี้ซักคำ”
“อู๊ย....เราน่ะดี เลยคิดว่าคนอื่นดีไปหมด ฮึ ฉันจะต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
“นี่แม่สร้อย”
“เพคะ”
“มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจา อย่างเพิ่งตีโพยตีพายไป”
คุณสร้อยเสียงดังลืมตัว “เพคะ” คุณสอางค์ตีคุณสร้อยให้รู้สึกตัว “ไม่ตีโพยตีพายเพคะ”

ระเบียงหลังบ้านราชดำริ ขันน้ำพานรองถูกทุ่มโครมมากลิ้งขลุกๆ ใกล้อุ่นเรือน แม่พิศกับกำไล สาวใช้เด็ก ๆ ร้องวี๊ด “ว้าย แม่มึง”
คุณสร้อยหน้าหงิกในมือมีหนังสือพิมพ์ที่พับหน้าในไว้
“อะไรกันคะ คุณพี่”
คุณสร้อยทุ่มหนังสือพิมพ์ลงหน้าอุ่นเรือน “จะอะไรล่ะยะก็งามหน้าขึ้นมาแล้วน่ะซี ฉันกะอยู่แล้วว่าเลือดมันต่ำ มันต้องทำอะไรต่ำๆ ให้อับอายขายขี้หน้า”
อุ่นเรือนมองหนังสือพิมพ์แล้วหน้าซีด แม่พิศ กำไลชะเง้อแล้วซุบซิบกัน
“ยายสาไม่ใช่คนแบบนั้นนะคะ”
“นี่หล่อนกล้ารับรองหรือ นี่ล่ะน้า ไม่ได้อบได้รมให้เป็นกุลสตรี วันๆ ก็ห้อยโหนอยู่ในสวนเป็นนางชะนีป่า นี่ก็คงถึงเวลา...ร้องหาผัว”
อุ่นเรือนตาเข้มขึ้น เสียงแข็ง “คุณพี่คะ อย่าพูดถึงลูกดิฉันแบบนั้นนะคะ”
“ว้าย นี่หล่อนกล้าเสียงแข็งกับฉันหรือ”
“สาลินไม่เคยทำตัวเลวเกวอย่างที่คุณพี่ว่า”
“นี่หล่อน หล่อนลืมบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่รดหัวหล่อนกับลูกแล้วรึไง ต๊าย....นี่แหละโบราณท่านว่า สัญชาติคางคก เอ๊ะ...ไม่ใช่ ท่านว่ามีลูกผู้หญิงเหมือนมีเว็จอยู่หน้าบ้าน จะเน่าหนอนชอนไชให้เหม็นโฉ่ขึ้นมาเมื่อไรก็ไม่รู้”
คุณสร้อยกระแทกของปึงปังเดินกระทืบตีนออกไป
อุ่นเรือนน้ำตาร่วง แม่พิศกับกำไลเข้าปลอบโยน “คุณอุ่น อย่าไปฟังเลยนะคะ”
“ต้องฟังซีกำไล บอกนายสมเอารถออก ฉันจะไปฟังความจากแม่สาลินเดี๋ยวนี้ล่ะ”

เทอเรซวังวุฒิเวสม์ ศศิรัชนี คุณชายเล็กนั่งอยู่กับคุณสอางค์และศรีจิตรา กล่องเค้กวางอยู่ตรงหน้า มาลา วรรณาช่วยเสิร์ฟของว่าง “แหม....เสียดาย ป้าสร้อยกลับไปเสียแล้ว ส่วนเสด็จทอดเนตรข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อวานแล้วทรงหนักพระทัย เลยเด็จขึ้นแล้วจ๊ะ”
“เสียดายจัง”
“แล้วหญิงกลางพอจะรู้ไหม ว่านายอัศนีย์เขาเอาข่าวแบบนี้ไปลงทำไม”
“เออ คือ”
“หญิงกลางไม่รู้เรื่องหรอกครับคุณป้า นายอัศนีย์แทบไม่เคยมาที่วังเลยด้วยซ้ำ เอ....หญิง เราต้องรีบไปแล้วนี่”
“ค่ะ งั้นหญิงลาก่อนนะคะ ขอให้ทานขนมให้อร่อย ช่วยชิมด้วยนะคะคุณศรี”
ศรีจิตราเจื่อนเต็มที “ได้ค่ะ”
“อย่าหาว่ายุ่งเลยนะ จะรีบไปไหนกันเหรอจ๊ะ”
“อ๋อ หญิงกลางจะไปซื้อของฝากที่ร้านพี่รองน่ะครับ ผมเลยอาสาพาไป” ศรีจิตรายิ่งเจื่อน
“หญิงลานะคะ” ศศิรัชนีไหว้ลาคุณสอางค์ แล้วออกไปกับคุณชายเล็ก
มาลาบ่น “เลยไม่รู้เรื่องกันเลยนะคะ ว่านายอัศนีย์มาจีบคุณสารึเปล่า”
วรรณาสงสัย “ถ้าจีบจริง คุณชายเล็กน่าจะเป็นเดือดเป็นแค้นบ้างนะคะ ทำไมเธอดูเช้ย เฉย”
ศรีจิตราอธิบาย “เธออาจจะไม่ได้สนใจยายสาก็ได้ เธออาจจะมีคนอื่นอยู่แล้ว”
“แม่ศรี พูดอะไรอย่างนั้น ชายเล็กจะไปมีใครที่ไหนอีก”
“ก็อย่างคุณหญิงกลางไงคะ เป็นไปได้ไหมคะว่ามีอะไรพิเศษกว่าความเป็นเพื่อน”
คุณสอางค์ยิ้ม มาลา วรรณาตบอกผาง วิตก คุณสอางค์เพิ่งนึกออกตาโตเท่าไข่นกกระจอกเทศ “ว้าย.....เป็นไปไม่ได้ เขาเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก....เอ๊ะ หรือเป็นไปได้”
มาลาเห็นพ้อง “น่าสงสัยนะคะ เพราะคืนวันงาน เต้นรำกันตั้งนานสองนาน”
วรรณาเสริม “นานกว่าคุณศรีอีกมั้ง แล้วเต้นกับคุณสาแป๊บเดียวเอง”
“ว้าย ป้าต้องไปสืบดูแล้ว ดีนะ ที่แม่ศรีรอบคอบ เป็นห่วงน้องใช่ไหมลูก”
“เออ....ชะ ใช่ค่ะ”
“ไม่งั้นฉันปลูกเรือนคร่อมตอแน่ๆ ยายสาจะเจอประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเข้าเปล่าๆ” คุณสอางค์รีบเข้าตึกไป
มาลา วรรณามองตามตาปริบ ๆ ศรีจิตราถอนใจ

สาลินนั่งแท็กซี่ตาผล แล่นมาจอดด้านหลังบ้าน คุณตาโบกมือให้ตาผลจอดรถ คุณยาย ยายพิณนั่งหน้าเครียดรออยู่นอกเรือนอยู่แล้ว
“มีอะไรกันคะ เหมือนมารอรับสากันทั้งบ้านเลย”
คุณตารับ “ใช่....มารอเรานั่นแหละ”
“แสดงว่าวันนี้คุณยายทำของพิเศษให้สาทานใช่ไหมคะ อะไรเอ่ย”
คุณยายย้อน “มีลูกมะผางจะกินไหม”
“คะ?”
ขาดคำรถของบ้านราชดำริแล่นมาจอดอย่างเร็ว ทุกคนมองตาม “เอ๊ะ...นั่นรถแม่อุ่นเรือนนั่งมานี้”
อุ่นเรือนหน้าเคร่งเข้ามาไหว้คุณตา คุณยาย มือถือหนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อวานมาด้วย
“แม่มาได้ยังไงกันคะ”
“แม่ต้องมาลูก แม่จะมาถามเรื่องข่าวในหนังสือพิมพ์”
คุณยายขัด “เดี๋ยว เดี๋ยวให้ฉันถามก่อนแม่อุ่น นี่...บอกมานะ ทำไมหนูไปจับมือถือแขนกับคุณชายรอง” สาลินอ้าปากค้าง
อุ่นเรือนตกใจ “ว่าไงนะคะคุณแม่”
“ยายสาไปจับมือถือแขนคุณชายรองอยู่หน้ารั้วบ้านนั่นแหละ ชาวบ้านแถวนี้มันถ่างตาเห็น ตอนนี้ลือไปเจ็ดคุ้งน้ำแล้ว”
“จริงเหรอยายสา”
“คือว่า”
คุณตาถามลูกสาว “แล้วแม่อุ่นจะถามอะไร”
“หนูก็จะถามยายสาว่า หนูไปจับมือถือแขนกับนายอัศนีย์ทำไม หนังสือพิมพ์เขาลงข่าว คนเห็นไปทั้งเมืองแล้ว”
“หา!” คุณตา คุณยาย ยายพิณ ตาผลอ้าปากค้าง
อุ่นเรือนส่งหนังสือพิมพ์หน้าเจ้ากรรมต่อหน้าคุณตา คุณยาย ยายพิณ ตาผลเข้ามาดู สาลินหลับตาปี๋

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 18 วันที่ 4 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ