อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 19 วันที่ 6 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 19 วันที่ 6 พ.ย. 58

อัศนีย์เข้ามาพร้อมวิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา ทั้งหมดมองทั้งสองตะลึง อัศนีย์ยิ้มย่ามใจ
“ฉันตาฝาดไปรึเปล่า” วิรงรองกระซิบ
อัศนีย์เดินเข้าไปหา ทั้งสามยังมองอยู่ห่าง ๆ “มาขัดจังหวะรึเปล่าครับ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงทักทาย “อาร์นี่”
คุณชายรองลุกขึ้นทันที ยิ้มร่า
“สวัสดีครับคุณชาย”
“ไฮ อาร์นี่” อัศนีย์ยื่นมาจะเชคแฮนด์ แต่คุณชายรองกลับกางแขนแล้วเข้าสวมกอดอัศนีย์แน่น อัศนีย์ตะลึงเช่นเดียวกับ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาอ้าปากค้าง

ไนท์คลับหรู อัศนีย์ยื่นมาจะเชคแฮนด์คุณชายรอง แต่คุณชายรองกลับกางแขนแล้วเข้าสวมกอดอัศนีย์แน่น อัศนีย์ตะลึงเช่นเดียวกับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาอ้าปากค้าง เดินเข้ามาสมทบ


วิรงรองหันไปถาม “ฉันตาฝาดไปรึเปล่า”
เลื่อมประภันยืนยัน “ไม่ค่ะ ผัวเก่ากับคนรักเก่ากอดกันกลมเลย”
ฉัตรอาชาระแวง “หวังว่าคงไม่มารักกันเองนะครับ”
คุณชายรองคลายกอด อัศนีย์ยังหน้าเหรอหรา คุณชายรองตบหลังตบไหล่ “เฮ้...ยู อาร์นี่ ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยนะ”
“ขอบคุณผมเรื่องอะไร”
“ก็เรื่องที่คุณทำให้ผมไง” คุณชายรองยิ้มเจ้าเล่ห์มองหน้าอัศนีย์อย่างรู้ทัน
อัศนีย์ วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาเจื่อนกันไปทั้งหมด
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง สงสัย “เรื่องอะไรเหรอคะ”
“บอกหญิงไปซีครับ เรื่องที่คุณปรารถนาดีกับเรา อยากให้เราคืนดีกัน พวกคุณร่วมมือกันทั้งหมด”
“จริงเหรออาร์นี่ ยายติ่ง”
“เออ....คือ”
“หรือจะให้ผมบอกเอง คืออย่างนี้หญิง คุณอาร์นี่เขาส่ง...”
วิรงรองขัด “เดี๋ยวค่ะหญิงขา นั่นเจ้ากอบัวนี่คะ ยิ้มมาให้เราด้วย แน่ะ....กวักมือเรียกหญิงแล้วไปทักทายหน่อยไหมคะ”
“ได้....งั้นเดี๋ยวมาคุยกันต่อนะคะ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงแยกไป คุณชายรองยิ้มกวนใส่ทั้งกลุ่ม
อัศนีย์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ผมส่งอะไร คุณชาย”
“รู้อยู่แก่ใจ ไม่น่ามาย้อนถาม อุบายตื้น ๆ แบบนี้ไม่น่าทำเลย ไม่นึกหรือว่าความมันจะแตกได้ง่ายๆ ถ้าผมบอกปฏิเสธหญิงไปว่าผมไม่ได้ส่งทั้งสร้อยทั้งดอกไม้ หญิงต้องมาเอาเรื่องพวกคุณทันที”
ทั้งหมดหน้าเจื่อน วิรงรองยังหน้าเชิด “พวกเราไม่รู้เรื่องนะคะคุณชาย”
“อย่าปากแข็งเลยครับ ผมสืบมาหมดแล้ว ทั้งร้านที่พวกคุณไปซื้อทั้งราคาเพชร ไข่มุกของปลอมทั้งนั้น”
เลื่อมประภัสจ๋อย “ต้องสารภาพแล้วมังคะ”
อัศนีย์นึกรู้ “แสดงว่าคุณยังไม่ได้บอกหญิง”
“ใช่ ผมรับสมอ้างด้วยซ้ำว่าผมซื้อให้หญิงเอง”
วิรงรองสงสัย “ทำไมคะ”
“งานนี้ทำให้ผมได้กลับมารื้อฟื้นความหลังกับหญิงอีกครั้ง”
อัศนีย์ถามย้ำ “ตกลงคุณคืนดีกับหญิงจริงๆ แล้วสาลินที่คุณจีบอยู่ล่ะ”
“หลังจากที่เธอหันไปเดทกับคุณบ่อยๆ ผมก็ได้รู้แล้วว่าเธอไม่มีเยื่อใยกับผมเลย ผมถึงเห็นค่าของหญิงก้อยขึ้นมาไง เป็นอีกเรื่องที่ผมต้องขอบคุณคุณ”
อัศนีย์ไม่อยากเชื่อนัก “หมายความว่าคุณจบกับสาลินแล้ว”
“เราต่างกันมาก....แล้วดูเหมือนเธอจะสนใจคุณมากกว่าผม”
อัศนีย์ยิ้มเชื่อมั่น “มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” ทั้งหมดมองหน้ากันอย่างโล่งอก “สัญญานะครับ” อัศนีย์ยื่นมือให้คุณชายรองจับ คุณชายรองไม่ตอบแต่จับมือกันอย่างมั่นคง
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเดินกลับมาพอดี มองชายทั้งคู่อย่างปลื้ม “ทีนี้บอกได้รึยังคะว่าอาร์นี่ส่งอะไรมาให้”
“อ๋อ....บัตรเชิญไงครับ คุณอาร์นี่จะให้เราเป็นแขกวีไอพีในงานเปิดตัวไนต์คลับของเขา”
“อ๋อ งั้นเหรอคะ”
อัศนีย์เจื่อนไปนิดหนึ่ง เพราะไม่ได้อยากเชิญทั้งคู่ แต่รีบยิ้มกลบเกลื่อน “ใช่ครับ เชิญล่วงหน้าไว้เลย”
วิรงรองตื่นเต้น “ตายจริง งั้นปาร์ตี้คืนนี้ลงตัวและลงเอยอย่างสมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย”
“ควรจะฉลองนะครับ” ฉัตรอาชารีบสรุป

ทั้งหมดเปิดแชมเปญแล้วชนแก้วกันดื่ม ทั้งหมดเริ่มร่ายรำตามจังหวะโซล ฟังกี้ คุณชายรองเต้นกับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง แล้วหันไปเต้นกับวิรงรองและเลื่อมประภัสอย่างเมามัน ฉัตรอาชาเข้ามาเลื้อยอยู่ข้างๆ
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหัวเราะอย่างแปลกใจ ไม่เคยเห็นคุณชายรองทำตัวระริกระรื่นแบบนี้มาก่อน คุณชายรองหัวเราะร่า เมามันทั้งดื่มทั้งเต้น ปะทะฝ่ามือกับอัศนีย์ ฉัตรอาชาถ่ายรูปทุกคนร่วมกัน และถ่ายภาพคู่ของคุณชายรองกับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหลายอิริยาบท ฉัตรอาชาถ่ายภาพคุณชายรองหอมแก้มคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงทำหน้าซึ้งแล้วหอมแก้มตอบ อัศนีย์มองอย่างสะใจ
ไม่มีใครเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของคุณชายรองที่สะใจกว่า หลอกทุกคนให้ตายใจได้สำเร็จ

ตำหนักใหญ่ ศรีจิตรายืนบิดตัวดูกระจกเงา มาลา วรรณา คุกเข่าจัดชายกระโปรงชุดนั้นเป็นชุดอยู่บ้านแบบแมกซี่ ท่อนบนคอลึก โชว์แผ่นหลังแต่มีผ้าบางคลุมวับแวม ท่อนล่างก็รัดรูปเห็นเอวคอด สะโพกกลมกลึงแถมมีแหวกเห็นขาวับแวม
“ว้าย ชุดที่คุณแม่บ้านออกแบบ สวยบาดจิตบาดใจนะคะ”
“แหม....แต่วรรณาว่ามันล่อตะเข้ ถึงเราสองคนจะได้ชื่อว่าเป็นเมียตะเข้ แต่ก็ไม่เคยแต่งตัวล่อตะเข้แบบนี้นะคะ”
“ดิฉันก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ” ศรีจิตราขยับขาเห็นว่าท่อนล่างแหวกสูงมาก
“แล้วจะยังไงดีคะ คุณศรี”
“บอกคุณแม่บ้านว่าตัดใหม่ดีไหมคะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ดิฉันคิดว่าชุดไหนถ้าโชว์ท่อนบน ก็ต้องไม่โชว์ขา ถ้าจะโชว์ขา ท่อนบนก็ต้องมิดชิดเท่านั้นเองค่ะ”
ศรีจิตราพูดหลักการที่อ่านมาจากโวกแมกกาซีน พลางขยับตัวให้ไม่เห็นรอยแหวกของผ้า เอียงกายดูแผ่นหลัง มาลา วรรณา อ้าปากค้างพูดไม่ออก

ห้องนอนศรีจิตรา ศรีจิตรานั่งพิงพนักหัวเตียงในมือมีนิทานเวตาล ศรีจิตราอ่านแล้วมีแวววางแผน

วันต่อมา คุณชายเล็กเดินยิ้มระรื่นมาทางเรือนหอ ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักก็แปลกใจก้าวไปที่ศาลาใหญ่ริมบึงบัว ตาโต ที่ศาลาวันนี้มีม่านบาง ปักชายมาขึงไว้ราวฝ่ายใน บนศาลามีสตรีในชุดแมกซี่กรอมพื้น มีผ้าบางคลุมคล้ายกันแดด มาลา วรรณาอยู่เคียงข้างกำลังบัญชาการไปในสระข้างกายมีพานใหญ่ 2-3 พาน วางดอกบัวสุมไว้ ที่สระบัวมีนางข้าหลวงสาวรุ่น 6-7 นาง ลงลุยน้ำเก็บดอกบัว บางนางเอามาทำมงกุฎดอกบัว บางนางเอามาทัดหู บางนางเอามาทำสร้อยคอ มือก็หักดอกบัวมาเต็มแขน ทุกนางคิกคัก หัวเราะ หยอกล้อ ผลักไสวักน้ำสาดราวหนังเอพิคโบราณ
คุณชายเล็กก้าวไปบนศาลา “ทำอะไรกันฮะนี่”
“กำลังวานสาวๆ ช่วยเก็บดอกบัวคะ ดิฉันก็เลยเอานิทานเวตาลของคุณชายมาอ่านไปพลางๆ”
“อ่านไปถึงไหนแล้วฮะ”
“เพิ่งอ่านนิทานเรื่องที่หนึ่งจบไปค่ะ คุณชายอยากฟังไหมคะ”
“ดีฮะ”
“งั้นเชิญนั่งซีคะ” ศรีจิตราผายมือไป มีเบาะวางอยู่พร้อมหมอนอิงหลายใบ
คุณชายเล็กขอบคุณนั่งลงคว้าหมอนใบหนึ่งมากอด ศรีจิตราก็นั่งบนเบาะ แดดอ่อนส่องม่านมาคล้ายภาพในฝัน
“กาลครั้งหนึ่ง มีราชบุตรองค์หนึ่งชื่อ “วัชรมุกุฎ”” คุณชายเล็กนิ่งฟัง “มีสหายเจ้าปัญญาชื่อ “พุทธิศริระ” วันหนึ่งทั้งสองท่องเที่ยวไปถึงสระบัวงามตระการแห่งหนึ่ง”
มาลา วรณา นางข้าหลวงคิกคัก เห็นสระบัวกว้างใหญ่รอบทิศ
“เจ้าชายแยกจากสหายเดินชมสระ ครู่หนึ่งมีหญิงมากมายมาลงอาบน้ำ เก็บดอกบัว แต่มีหญิงหนึ่งและนางกำนัลพักผ่อนอยู่บนศาลา” คุณชายเล็กนิ่งฟัง มองดูภาพตรงหน้า งามราวภาพจากนิทาน “เจ้าชายเข้าไปใกล้ พอดีนางหันมาสบตา” ศรีจิตราเบือนหน้าหลุบตาลงอยู่ พลันหันมาสบตาคุณชายเล็ก “ทั้งคู่พลันตกตะลึงพรึงเพริดไปด้วยรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย” คุณชายเล็กอึ้ง “แล้วนางก็ดำเนินไป เก็บดอกบัวดอกหนึ่งขึ้น”
ศรีจิตราตวัดสายตาจากคุณชายเล็ก ขยับไปหยิบดอกบัวมาดอกหนึ่ง คุณชายเล็กมองตาม ศรีจิตราพลันประนมมือหนีบดอกบัวชูขึ้นไหว้ขึ้นไปยังเบื้องบน นิ้วหัวแม่มือจากอุณาโลมดูงามพิศวง “แล้วนางก็ชูดอกบัวขึ้นไหว้ฟ้า”
ศรีจิตราพลางลดดอกบัวลงมาทัดข้างหู ดอกบัวแย้มเมื่ออยู่ข้างแก้มก็ยิ่งงามอัศจรรย์ “แล้วทัดที่กรรณ” คุณชายเล็กตะลึง มาลา วรรณา นางข้าหลวงอ้าปากค้าง ศรีจิตราดึงดอกบัวจากหู มาขยับปากกัดก้านบัว ปากศรีจิตราเผยอกัดก้านบัว คุณชายเล็กใจวูบวับ ศรีจิตราดึงดอกบัวออก “แล้วขบด้วยทนต์” ศรีจิตราพลันเลื่อนมือมาเบื้องหน้า ปล่อยมือ ดอกบัวตกกระทบพื้นศาลา “แล้วทิ้งลง” ศรีจิตรายกเท้าแตะดอกบัว เท้าขาวผุดผ่องเหยียบแตะดอกบัว “เหยียบด้วยบาท”
คุณชายเล็กอ้าปากค้าง ศรีจิตราย่อกายลงหยิบดอกบัวมา แล้วยืดกายตรง เอาดอกบัวไปแนบอก “แล้วหยิบขึ้นใหม่ มาแนบกลางอุระ” ศรีจิตราเงยหน้าหลับตาพริ้ม ลมพัดมา ผมชายผ้ากลีบัวปลิวไหวในแรงลม ดอกบัวแย้มอยู่แนบอกนวลศรีจิตรา คุณชายเล็กตกตะลึงพรึงเพริด ศรีจิตราลืมตามองคุณชายเล็ก ดอกบัวยังคงแนบอกดวงตาดูยั่วยวน คุณชายเล็กกลืนน้ำลายเอื๊อก ศรีจิตราลดดอกบัวลงก้าวกลับมาบนเบาะ ทอดกายลงพิงหมอน “แล้วนางก็เสด็จขึ้นยานจากไป”
“ทะ...ทะ...ที่คุณศรี เอ๊ย....ที่เจ้าหญิงทำ แปลว่าอะไรฮะนี่”
“พระราชบุตรผู้ไม่ฉลาดนักไม่เข้าใจความ เจ้าชายจึงเล่าให้พุทธิศริระฟัง เรื่องปริศนาที่นางทำ พุทธิศริระทูลว่าเมื่อ
นางยกดอกบัวไหว้ฟ้าคือนางขอบคุณทวยเทพที่ให้ได้พบกับพระองค์ เมื่อทัดหูเพื่อบอกว่า นางเป็นชาวเมือง
กรรณาฎกะ เมื่อนางขบดอกบัวด้วยทนต์แสดงว่านางเป็นธิดาท้าวทันตวัต เมื่อนางเหยียบดอกบัวเพื่อแสดงว่า นาง
คือเจ้าหญิงปัทมาวดี”
ศรีจิตราเล่าไปเอาดอกบัวในมือเลื่อนไปมา
“โอ้โฮ” มาลา วรรณา นางข้าหลวงอื่น ๆ ตาค้าง
“และที่นางเอาดอกบัวแนบอุระ แปลว่าบัดนี้....พระองค์สถิตในใจนาง” ศรีจิตราสบตาคุณชายเล็ก
มาลา วรรณา นางข้าหลวงอื่นๆ ร้องฮือ “ผู้หญิงอะไรเปรี้ยวจริง “บอกรักผู้ชายก่อน””
“เฮ้อ....ผู้หญิงนี่มีวิธีบอกรักพิสดารจังนะฮะ”คุณชายเล็กหัวเราะคิกคัก
ศรีจิตราเจื่อนไป เซ็งจิต “ก็ขนาดบอกถึงขนาดนี้ เจ้าชายก็ยังไม่รู้เรื่องนี่คะ” ศรีจิตรามีแววประชดนิดหนึ่ง
คุณชายเล็กไม่รู้เรื่องพอๆ กับเจ้าชายวัชรมุกุฎ เอาฝักบัวมาแกะกินเล่น

ในห้องสมุด ที่โต๊ะทำงานไนเจล ไนเจลนั่งทำงานอย่างเลื่อนลอย เหลือบมองไปที่โต๊ะของจิตริณี เห็นกล่องเนกไทผ้าไหมจากร้านศุภร วางแอบอยู่ใกล้ๆ โต๊ะ ไนเจลลุกมาหยิบดู “ไว้ให้นายแอสนี่แน่ๆ” ไนเจลยิ่งเจ็บช้ำ

ห้องแปดเหลี่ยม คุณสอางค์ยิ้มละไมนั่งไขว่ห้างบนโซฟา มาลา วรณากำลังเตรียมเครื่องเสวยอยู่ที่โต๊ะ คุณสอางค์พลิกดูหนังสือพิมพ์ “ดู๊....มีใครจัดบัลเลต์สวอนเลคอีกแล้ว ว้าย....แม่คุณดูแล้วคล้ายเป็ดผสมห่าน แต่ยังดีกว่าคนนี้คล้ายอีแร้ง” มาลา วรรณาหัวเราะคิกคัก เข้ามาชะเง้อดูวิจารณ์ด้วย คุณสอางค์ดูอีกข่าว “แล้วนี่ใครอีกล่ะ คืนดีกัน ดูมีรูปหอมแก้ม สวีทกันจริง”
ภาพคุณชายรองกับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงกำลังหอมแก้มกันในผับ เนื้อข่าวเขียนว่า “คู่แล้วไม่แคล้วกัน คุณชายกิตติกับหญิงก้อยรีเทิร์นรักอีกหน”
มาลา วรรณา สะดุ้งเฮือก “คุณแม่บ้านขา”
“ขา...อะไรยะ”
“นี่มันรูปคุณชายรองกะหญิงก้อยค่ะ”
คุณสอางค์ชะงักหุบยิ้ม ดูรูปซ้ำ แล้วผลุดลุกร้องกรี๊ด มาลา วรรณาเข้ากอดกัน

หน้าบ้านราชดำริ รถจากวังวุฒิเวสม์แล่นฉิวมาจอดเอียดหน้าเทอเรซ เสียงกรี๊ดคล้ายเป็นเป็นเสียงแตรบีบสนั่น
คุณสอางค์ยังถือหนังสือพิมพ์ในมือ สวมชุดอยู่บ้านชุดเดิม วิ่งตัวปลิวเข้าบ้าน นายยอดเปิดประตูให้ไม่ทันตามเคย เกาหัวแกรก

คุณสร้อยสถิตอยู่บนตั่ง ที่พื้นอุ่นเรือน แม่พิศ กำไลกำลังทำทับทิมกรอบ กำลังเขย่าถาดให้แป้งเกาะตัวแห้ว มีนาง
เล็ก 2 นาง กำลังปอกแห้วอยู่
“นังกำไลไปดูซิ ใครบีบแตร สนั่นลั่นโลก ไม่มีสมบัติผู้ดี ไม่รู้อีไพร่ที่ไหนมา” คุณสอางค์โผล่เข้ามา “ว้าย....คุณพี่ มาได้ยังไงคะ”
คุณสอางค์โผล่มากุมอก หอบแฮ่กนั่งลงบนตั่ง ส่งหนังสือพิมพ์ให้คุณสร้อยอย่างแรง “ต้องมีซียะ ไฟมันสุมอกอยู่ขนาดนี้”
คุณสร้อยดูข่าวแล้วตบอกผาง “ว้าย....ตายแล้ว แล้วแม่ศรีจะทำยังไง”
อุ่นเรือนได้ยินก็เป็นห่วงลูกสาว “มีอะไรหรือคะ ยายศรีทำไม”
คุณสร้อยตาเขียว ยื่นหนังสือพิมพ์ใส่อุ่นเรือน “ก็แหกตาดูซียะ”
อุ่นเรือนกางหนังสือพิมพ์ออกดู กำไล แม่พิศดูด้วย แล้วชะงักมองตากัน อุ่นเรือนอ่าน “คุณหญิงก้อยกลับไปคืนดีกับคุณชายรอง”
คุณสร้อยหน้างอหงิก “นี่แหละน้า คนมันเป็นไพร่ เอามาขัดเกลายังไง กลิ่นโคลนท้องร่องสวนก็ยังอยู่ เชอะ....คิดว่ามีวาสนา แต่ลงท้ายก็คงกลับมาเกาะฉันกินเหมือนเคย”
อุ่นเรือนคอแข็ง แม่พิศ กำไลโกรธแทน อุ่นเรือนแย้ง “แต่มันไม่ใช่ความผิดของแม่ศรีนะคะ”
“ผิดซียะ ผิดที่มันไม่เชื่อฉัน ฉันให้มันแต่งจริตกระบิดกระบวนยวนยั่วคุณชายรอง มันก็บิดแต่เป็นบิดตะกูด สนิมสร้อย เหนียมอาย งอมืองอตีน แม่คุณหญิงก้อยร้อยมาลัยนั่นถึงแย่งไปได้”
“แต่ยายศรี”
คุณสร้อยสวน “นี่....อย่ากล้าดีมาเถียงฉันนะยะ เดี๋ยวเสด็จก็คงทรงไล่มันเปิดกลับมา ฮึ...เสียขมิ้นดินสอพองไปเป็นหาบๆ อย่างนี้ต้องส่งไปอยู่ก้นสวนกับนังน้องสาวชะนีดงนั่น วันๆ ให้ตักอึรดผักให้เหม็นเน่าฉาวโฉ่อยู่นั่นแหละดี” คุณสร้อยหันมาหาคุณสอางค์ “จริงไหมคะพี่สอางค์” คุณสอางค์มองคุณสร้อยนิ่ง แล้วฉับพลันก็ผลักสุดแรงเกิด คุณสร้อยถลาแพร่ดเซไป “ฮือ พี่สอางค์มาผลักหนูทำไม หนูเจ็บ”
อุ่นเรือนสาใจ แม่พิศ กำไล 2 นางลูกมือกลั้นหัวเราะ คุณสอางค์ลุกขึ้นประกาศก้อง “แกอย่ากล้าดีมาว่าหลานฉัน ทั้งยายศรี ยายสาจะต้องได้เป็นสะใภ้จ้าว หนอย...แทนที่จะช่วยกันคิดอ่านแก้ไข ดันมาด่าฉอด ๆ” คุณสร้อยตาปริบๆ อุ่นเรือนชอบใจสอางค์ “โธ่....แม่ศรีของป้า ป้าจะไม่ให้หนูต้องกลายเป็นหม้ายขันหมากอย่างป้าเป็นอันขาด ฮือ..... โธ่...ไม่น่าพระชนม์สั้นเลย”
“ค่ะ คุณสาวิตรก็ไม่น่าอายุสั้นเหมือนกัน” อุ่นเรือนกัดคุณสร้อย “ถ้าคุณพ่อเขาอยู่คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้”
“โธ่ แม่อุ่น เราหัวอกเดียวกัน” คุณสอางค์กอดอุ่นเรือน คุณสร้อยมองอย่างหมั่นไส้
แม่พิศ กำไลมองหน้ากัน แม่พิศกระซิบ “ไม่เหมือนนะ คุณอุ่นน่ะได้แต่ง คุณข้าหลวงน่ะหม้ายของแท้”

ห้องประชุม ไนเจลยืนอยู่หัวโต๊ะหน้าตาบูดบึ้ง จิตริณีอยู่ทางซ้าย ถัดมาเป็นสาลิน ลลิตา บราลีกำลังจดบันทึกการประชุม ไนเจลเสียงเหี้ยม “ต่อไป วาระสิบ”
สาลินอุทานทวนคำ “วาระสิบ”
ไนเจลหยิบแฟ้มมาฟาดโต๊ะโครม “ใช่ วาระสิบ” จิตริณีสะดุ้ง ลลิตาร้องอุทาน บราลีผงะ สาลินยกมือทาบอก ไนเจลสำทับ “เรื่องงานวันอุทิศหนังสือ เพราะปีนี้ Budget ของเราถูกตัดทอนไปครึ่งหนึ่ง ทางออกก็คือขอรับบริจาคหนังสือแทน”
จิตริณีเห็นพ้อง “ค่ะ คงมีคนยินดีบริจาคกันหลายคน”
ไนเจลประชด “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีเพื่อนเป็นมิลเลี่ยนแนร์ เขาคงยินดีบริจาคที่สุด”
“โธ่”
“พวกคุณทุกคนก็ขอให้ร่วมมือร่วมตีน” ทุกคนสะดุ้งพร้อมกัน
“ร่วมมือร่วมไม้หรือเปล่าคะ” บราลีแก้
“หรือร่วมจิตร่วมใจคะ” ลลิตาช่วยแก้
ไนเจลชะงักไปแล้ววีนต่อ “พวกคุณไม่ต้องมาแก้ผ้า” ทุกคนสะดุ้งอีก เอามือตะครุบหน้าอกพร้อมกัน “แก้ผ้าษาให้ผม”
ลลิตาเข้าใจ “อ๋อ แก้ภาษา !”
“ถ้าใครไม่เต็มใจ หรือไม่มีเวลาว่างก็บอกมา ทางห้องสมุดจะได้ยกเว้นให้เป็นพิเศษ”
ลลิตายิ้ม “ดีจัง โลลิตาไม่ค่อยว่างค่ะหมู่นี้ จะได้ยกเว้นใช่ไหมคะ”
ไนเจลทุบโต๊ะเปรี้ยง “ใช่....ผมจะยกเว้น ไม่ต้องมาทำงานอีกตลอดชีวิต”
“ว่างแล้วค่ะ”


อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 19 วันที่ 6 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ