อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 19/2 วันที่ 6 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 19/2 วันที่ 6 พ.ย. 58

“ถ้าใครไม่เต็มใจ หรือไม่มีเวลาว่างก็บอกมา ทางห้องสมุดจะได้ยกเว้นให้เป็นพิเศษ”
ลลิตายิ้ม “ดีจัง โลลิตาไม่ค่อยว่างค่ะหมู่นี้ จะได้ยกเว้นใช่ไหมคะ”
ไนเจลทุบโต๊ะเปรี้ยง “ใช่....ผมจะยกเว้น ไม่ต้องมาทำงานอีกตลอดชีวิต”
“ว่างแล้วค่ะ”
“เหี้ยม”
ไนเจลมองบราลีขวับ “อะไร ! แบลลี่ ว่าใคร “เอี้ย”
“ดิฉันบอกว่าเยี่ยม บอกเยี่ยม Excellent ค่ะ”
ไนเจลยังคงบึ้งตึง “เรื่องต่อไป วาระที่ 11”
ทุกคนมีอาการจะเป็นลม แว่นมาแอบมอง สีหน้าเป็นห่วง ในมือถือหนังสือพิมพ์วันนี้อยู่ด้วย

โถงตำหนักเล็ก หม่อมอำพันวางหนังสือพิมพ์ที่มีภาพข่าวคุณชายรองหอมแก้มคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง และรูปยืนเคียงกัน ในข่าววิรงรองซุบซิบลงตรงหน้าคุณชายรองที่เพิ่งกลับจากทำงาน คุณชายโต จรวยนั่งอยู่ที่พื้น คุณชายเล็กในชุดหมีนั่งซึมๆ อยู่ด้วย นมย้อยอยู่ข้างๆ จรวยสะใจเป็นที่สุด


“ยังไงชายรอง กลับไปคืนดียายก้อย เธอจะเอายังไงกันแน่”
“ผมตัดสินใจแล้วครับ ผมจะแต่งงานกับหญิง” ทุกคนอ้าปากค้าง คุณชายเล็กสีหน้าประหลาดใจปนโกรธ
“แล้วแม่ศรีจิตราล่ะ เธอจะทูลเสด็จว่ายังไง แล้วเรื่องเรือนหออีก”
“ทุกอย่างก็ต้องล้มเลิกครับ”
นมย้อยติง “คุณรอง คิดอ่านดูดีๆ นะคะ”
“เรือนหอกลายเป็นเรือนร้าง ศรีจิตรากลายเป็นหม้ายขันหมาก อย่านะชายรอง ถ้าเสด็จกริ้ว เธอนั่นแหละจะลำบากอาจจะถูกเฉดหัวออกจากวังไปเลยก็ได้”
“ผมทราบครับ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด”
“อ้อ ดีนะ ลำพังตัวเองน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่แม่ พี่ๆ น้องๆ อาจจะถูกเฉดหัวออกไปทั้งหมด ทีนี้ล่ะไม่มีหลังคาคุ้มกะลาหัว เธอสนใจบ้างไหม”
คุณชายโตมองหน้าคุณชายเล็ก ชักหวั่นไหว จรวยเจื่อนไป
“ลำบากกันเสียบ้างก็ดีนะครับ พวกเราสบายกันจนเคยตัวแล้ว ผมขอตัว” คุณชายรองแยกไปขึ้นข้างบน คุณชายเล็กมองตามอย่างหัวเสีย
“อ้าว.... พูดอย่างนี้ก็ว่าแม่น่ะซี ใช่ไหมชายโต นมย้อย เจ้าเล็ก ชายรองว่าแม่ใช่ไหม”
คุณชายเล็กเครียด “ผมไม่ขอออกความเห็น ขอตัวเหมือนกัน” คุณชายเล็กตามขึ้นไป
“หม่อม ใจเย็นเถอะค่ะ เสด็จท่านทรงมีเมตตา ไม่ทรงไล่พวกเราหรอกค่ะ” นมย้อยปลอบ
“แต่ถ้าเราถูกเฉดหัวจริง ๆ ผมจะขอย้ายไปอยู่บ้านบางกะปินะครับหม่อม” คุณชายโตตระเตรียม
หม่อมอำพันตาเหลือก “ไม่ได้นะยะ ฉันเอาไว้ให้ฝรั่งเช่า ได้ค่าเช่าค่าออนมาพอเล่น เอ้ย พอกินไปวันๆ เท่านั้น เธอรู้ไหมค่าใช้จ่ายตำหนักนี้น่ะเท่าไร”
“โธ่ ของกินก็ของกงสีตำหนักใหญ่ เงินเดือนข้าหลวง นายรอง นายเล็ก ก็ช่วยกันออกไม่ใช่หรือครับ”
หม่อมอำพันยิ้ม “ย่ะ แต่เธอน่ะ ไม่ออกเลยซักแดง”
“โธ่ หม่อม ค่านมลูกผมก็จะหมดตัวแล้วล่ะฮะ”
“ค่านมลูกหรือค่าแต่งตัวเมียกันแน่ยะ” จรวยสะดุ้ง “ตอนนี้ฉันน่ะกรอบเป็นข้าวเกรียบแล้ว ยิ่งตำรวจบุกคราวนั้น ขาไพ่ก็หดไปครึ่งค่อน ค่าต๋งก็หาย เล่นเองก็มีแต่เสีย เหมือนมีนังตัวซวย ตัวเวรตัวกรรมเข้ามาขัดลาภอยู่ในบ้าน เป็นใคร ก็ให้รู้ตัวไว้นะ” หม่อมอำพันลุกพรวดไป นมย้อยรีบตาม
“ฮือ.....หม่อมโทษแต่รวย คุณโต แล้วเราจะถูกเฉดหัวออกจากวังจริง ๆ เหรอคะ”
“ฉันไม่รู้ ไม่อยากคิดอะไรแล้ว” คุณชายโตผลุนผลันออกไปอีกคน จรวยนั่งซึมอยู่ลำพัง

ห้องคุณชายรอง คุณชายเล็กก้าวเข้ามาในห้องหน้าเครียด คุณชายรองกำลังปลดเนกไท คุณชายเล็กดึงไหล่พี่ชายให้หันมา “นี่มันอะไรกันพี่รอง ไหนบอกไม่มีเยื่อใยกับยายก้อยแล้วไง ไหนว่าจะหาทางกำจัดศัตรู แล้วนี่อะไร กลับไปหายายก้อยให้ยายก้อยหลอกพี่อีกจนได้ แล้วยังคุณศรีอีก รู้ไหมว่าคุณศรีจะเสียใจขนาดไหน”
คุณชายรองขำๆ “ดูนายเป็นห่วงคุณศรีจังนะ”
คุณชายเล็กเห็นการยิ้มของคุณชายรอง คิดว่านั่นคือการเย้ยหยัน คุณชายเล็กโกรธพลุ่งขึ้น กระชากคอเสื้อพี่ชาย
“พี่อย่ามายิ้มเยาะแบบนี้กับผม ใช่....ผมห่วงคุณศรี เพราะคุณศรีเขารักพี่ เขาเครซีพี่รองมาก”
คุณชายรองมีแววขบขันในดวงตาแว่บหนึ่ง ดึงมือคุณชายเล็กออกจากคอเสื้อ “มันเป็นเรื่องดีต่างหาก ที่เขาจะเป็นอิสระจากฉัน เขาจะได้ไปรักคนอื่นได้ไง”
“พี่รอง พี่รองใจร้ายจริง ๆ แล้ว.....แล้วคุณสาล่ะ”
คุณชายรองอึ้ง “สาลินมาเกี่ยวอะไรด้วย”
“เกี่ยวซี เพราะคุณสาคือเงาที่ครอบครองใจพี่รองอยู่ในตอนนี้”
“นี่ช่างรู้ใจฉันจริงนะ”
“รู้ซีครับ แล้วผมรู้ด้วยว่าพี่รองเองก็ตัดใจจากคุณสาไม่ได้ ผมว่าพี่รองกับยายก้อยไปด้วยกันไม่รอดแน่ พี่ไม่ลองสำรวจจิตใจตัวเองอีกสักหนเหรอ”
“นายเล็ก ก่อนจะเตือนฉัน ไปสำรวจใจตัวเองให้ดีซะก่อนดีกว่าไหม ว่านายรักใครหรือไม่รักใคร”
“ผมรู้ใจตัวผมเองดีอยู่แล้วครับ”
“อย่าแน่ใจนักนะนายเล็ก เพราะฉันก็เคยแน่ใจเหมือนนายในตอนนี้ ว่าฉันรักใคร เกลียดใคร แต่เมื่อเวลาผ่านไป...” คุณชายรองนั่งลงที่โต๊ะ หยิบดอกไม้แห้งคั่นอนุทินมาหมุนเล่น มีทั้งดอกปีบ และดอกคูนเหลือง “สิ่งที่ฉันเคยรู้ สิ่งที่ฉันเคยเชื่อ สิ่งที่ฉันเคยรู้สึก มันกลับตาลปัตรกันไปหมด” คุณชายรองมีแววดื่มด่ำแน่ใจ แต่คุณชายเล็กกลับกลายเป็นลังเลสับสนแทน
คุณชายรองยิ้มนิด ๆ คุณชายเล็กคิดว่านั่นคือการหยัน ออกจากห้องกระแทกประตูดังปังใหญ่ คุณชายรองคลายยิ้ม สายตาดูกร้าว มุ่งมั่นขึ้นมาทันที
ที่ห้องสมุด แว่นกางหนังสือพิมพ์ให้ทุกคนดูข่าว คุณชายรองคืนดีคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง สาลินหน้าสลด บราลี ลลิตา จิตริณีพลอยสลดไปด้วย จิตริณีคิดเรื่องที่ตัวเองแนะนำอัศนีย์ให้ซื้อเพชรและดอกไม้ไปง้อคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง รู้สึกผิดที่เสียรู้อัศนีย์
“พวกคุณทำงานกันทั้งวัน เลยยังไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์วันนี้”
“เฮ้อ ตัดอกตัดใจเถอะยายสา” บราลีปลอบ
“เขากับฉันไม่ได้มีอะไรกันซักหน่อย ฉันกับเขาแค่มีธุระต้องพบปะกัน ต้องพูดกันเท่านั้นเอง”
“แต่ว่าเขาล่ะ เขารักเธอบ้างหรือเปล่า”
สาลินส่ายหน้าดิก เสียงอ่อน จิตริณีมองสังเกต “เปล่า เขารักคุณหญิง ไม่เคยเปลี่ยน”
ไนเจลเดินหัวเสียเข้ามา ทุบเคาน์เตอร์เปรี้ยง “บอกแล้วใช่ไหม ในเวลางานห้ามอ่านเรื่องกอสซิปไร้สาระ”
“ไม่ได้อ่านค่ะ แค่คุยกันเฉยๆ”
“คุยกันเรื่องงานด้วยนะคะ”
“พวกคุณไม่ต้องมาแก้ตัว” ไนเจลมองจิตริณี “หน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก พูดจาเป็นน้ำกลิ้งบนใบบอน มะกอกสามตะกร้า พวกเต่าใหญ่ไข่กลบ” สาลิน บราลี ลลิตา แว่นตะลึง จิตริณีหน้าเจื่อนไป
แว่นตื่นเต้น “โอ้โฮ....รวมคำพังเพยสุภาษิต แล้วพูดถูกทุกคำด้วย”
“ไอ้แว่น...ไม่เกี่ยว ผมรู้เช่นเห็นชาติพวกคุณดี เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ผมเห็นนมคุณ”
สี่สาวร้อง “ว้าย” ยกมือปิดหน้าอกอีกครั้งพร้อมกัน แว่นเผลอปิดอกตัวเองด้วย
บราลีท้วง “ท่อนสุดท้ายไม่มีค่ะบอส” ไนเจลอึ้งอยู่นิดหนึ่ง มองจิตริณีแล้วแยกไปอย่างชอกช้ำใจ จิตริณีอ่อนใจ บราลีอุทธรณ์ “บอสบ้าใหญ่แล้ว แล้วก็มาบ้าบอใส่พวกเราด้วย ดูซีค่ำป่านนี้ยังไม่ได้กลับบ้าน”
ลลิตาหันไปหาจิตริณี “คุณจินนี่ ต้องเยียวยาบอสแล้วล่ะค่ะ ความรักทำให้บอสเจ็บปวดจนกลายเป็นฝรั่งบ้า จนคิดว่าเห็นนมพวกเราหมดแล้ว”
“เข้าใจค่ะ” จิตริณีมองมาที่สาลินที่ยังสลดเพราะความรักเช่นกัน “ลินซี่ ขอคุยด้วยหน่อยเถอะค่ะ” จิตริณีดึงสาลินแยกมา

จิตริณีพาสาลินมามุมสงบ “ลินซี่ ถามหน่อยเถอะ เธอไปตกลงสัญญาอะไรกับอาร์นี่ไว้รึเปล่า”
“ทำไมเหรอคะ”
“ตอบมาเถอะ มันน่าจะเกี่ยวกับที่คุณชายรองคืนดีกับคุณหญิง”
“ค่ะ คุณอัศนีย์เคยสัญญาว่าเขาจะทำให้ทั้งสองคนคืนดีได้ แล้วถ้าเขาทำได้ เขาขอให้ฉัน...”
“ทำไม”
“ให้ฉันไปทำงานไนต์คลับของเขาค่ะ”
“อย่างที่คิดไม่มีผิด”
“ทำไมคุณรู้”
“ไม่สำคัญหรอกเรื่องนั้น เรื่องที่สำคัญคือเธอต้องตัดสินใจดีๆ อย่าตกเป็นเหยื่อของใครหรืออะไรทั้งนั้น แม้แต่จิตใจของเธอเอง”
สาลินมองจิตริณีอย่างงุนงง

ที่ป้ายรถเมล์บรรยากาศดูเปล่าเปลี่ยว สาลินนั่งรอรถเมล์อยู่คนเดียว มีอาการครุ่นคิดเหม่อลอย แล้วมองไป
รถคันยาวของคุณชายรองแล่นมาจอดลง ประตูรถเปิดออกคุณชายรองก้าวลงมา ยิ้มให้อย่างอบอุ่นแล้วลงนั่งเคียงข้าง สาลินดีใจ แล้วชะงักภาพนั้นคลายไป เป็นเพียงภาพฝัน สาลินมองไปรอบๆ อยากร้องไห้
รถสปอร์ตสีจัดจ้าของอัศนีย์แล่นมาจอด อัศนีย์แต่งตัวหรูก้าวลงมาโบกมือ “ฮัลโหล คิดว่าจะไม่เจอเสียแล้ว”
“มีอะไรหรือคะ”
“ไงคุณ ผมทำตามสัญญาแล้วนะ”
“ฉันเห็นข่าวแล้ว”
“แล้วเมื่อไร คุณถึงจะทำตามสัญญาของคุณบ้างล่ะ”
“ก็อีกตั้งหลายเดือนนี่ กว่าไนต์คลับของคุณจะเสร็จ”
“อ้าว....ก็ผมบอกแล้วไงว่างานของคุณต้องเริ่มก่อนไนท์คลับเสร็จ”
“ขอฉันปรึกษาผู้ปกครองฉันก่อนก็แล้วกันนะคะ”
รถคุณชายรองเคลื่อนมาจอดหัวมุมถนน คุณชายรองลงจากรถมองมา
“โอเค หวังว่าผู้ปกครองของคุณ คงจะไม่ขัดข้อง”
อัศนีย์เหลือบเห็นคุณชายรอง อัศนีย์เดินมาเปิดรถ สาลินทำท่าจะแยกไป “เชิญครับ เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ”
“น่า ใจคอจะให้คุณชายกิตติไปส่งคุณได้คนเดียวหรือ” สาลินชะงัก
“คุณก็น่าจะรู้ว่า วันเวลาเหล่านั้นไม่หวนคืนมาแล้ว ป่านนี้เขาคงอยู่กับคุณหญิงยอดดวงใจของเขา จะมีเวลาคิดถึงคุณหรือเปล่าก็ไม่รู้” สาลินกัดริมฝีปาก แล้วขึ้นรถไป
อัศนีย์อ้อมไปที่นั่งคนขับ มองกลับมาที่คุณชายรองอีกครั้ง ก่อนขึ้นรถจากไป คุณชายรองพิงรถถอนใจใหญ่

รถอัศนีย์ แล่นผ่านสวนเมืองนนท์ ในรถ อัศนีย์เล่าไปเรื่อยๆ สาลินนั่งฟังเงียบๆ “เรื่องผมกับหญิงก้อยน่ะ เกิดจากอารมณ์ชั่วแล่น ตอนอยู่โน่นเราเจอกันทุกวัน เที่ยวด้วยกันทุกวัน ใกล้ชิดกันทุกวัน ก็เลยเกิดเผลอใจขึ้นมา” สาลินอึดอัดเล็กน้อย “เราก็เลยแต่งงานกัน อยู่ด้วยกันไม่เท่าไหรผมก็พบว่าหญิงก้อยไม่ได้รักผมเลย เธอคิดถึงแต่คุณชายกิตติ พูดกรอกหูผมทุกวันเหมือนท่องบทสวด” อัศนีย์ถอนใจยาว “เมื่อเขารักกันมากขนาดนั้น ผมก็ต้องหลีกทางให้ แล้วคุณเองก็ควรทำใจให้ได้เหมือนผม”
สาลินเม้มปาก “เลี้ยวเข้าไปที่ปั๊มนั้นค่ะ”
ที่ปั๊มน้ำมัน พุดซ้อนและชบาทิพย์ออกมาเติมน้ำมันเอง รถสปอร์ตของอัศนีย์มาจอดลง
“ว้าย รถอะไรน่ะ ทั้งยาว ทั้งใหญ่”
“เขาเรียกรถสะปอดแม่” สาลินเปิดประตูรถลงพรวดมา
“ว้าย นังสาลิน เปลี่ยนรถอีกแล้ว”
อัศนีย์ลงมา ชบาทิพย์ใจวูบเซแซ่ดๆ “เปลี่ยนผู้ชายด้วย”
อัศนีย์มองดูรอบๆ ปั๊ม “คุณให้ผมจอดที่นี่ทำไมหรือฮะ”
“บ้านฉันอยู่แถวนี้ล่ะค่ะ ขอบคุณมาก สวัสดี” สาลินพูดจบก็วิ่งปร๋อไปหลังปั๊ม
อัศนีย์ตั้งตัวไม่ทัน ยกมือห้ามค้าง “เดี๋ยว คุณ”

สาลินวิ่งมาสวนหลังปั๊ม เจอเข้ากับเจ้าแกะ “แกะ”
“ครับ พี่สา”
“ไปดูอีตาผู้ชายคนขับรถนั่นที เขาตามพี่มารึเปล่า ถ้าตามมารีบมาบอกพี่ที่บ้านเลยนะ”
“ได้ครับ” เจ้าแกะวิ่งไปที่ปั๊ม

แกะวิ่งมาที่ปั๊มน้ำมันพุดซ้อนเข้ามาแอบฟัง เห็นพุดซ้อนยิ้มร่า จัดผม ขยับทรวง ดึงชุด ชบาทิพย์วางแก้วน้ำให้อัศนีย์ ทำเอียงอาย
“วุ๊ย คุณ หนูสาเขางอนคุณหรือคะ”
“เจ๊รู้จักคุณสาลินด้วยเหรอ”
“อย่าเรียกเจ๊ เรียกพี่สาว รู้จักซีคะ รู้ตื้นลึกหนาบาง ไส้กี่ขดกี่ขดรู้หมด”
“ถ้าอย่างนั้นคงบอกผมได้ว่าทางไปบ้านเขา ไปทางไหน”
“เดี๋ยวชบาพาไปให้ก็ได้ค่ะ”
“ชบา หุบกลีบ” ชบาทิพย์สะดุ้ง “กลีบปาก ไม่ต้องยิ้มมาก ได้ค่ะ เดี๋ยวจะบอกทางให้ละเอียดเลย เดินลัดสวนเข้าไป”
“อ้าว....ไม่มีทางรถหรอกเหรอครับ”
“มี....แต่มันไม่เหมาะ สะดวกเกินไป สว่างเกิน เข้าทางสวนนี่แหละ มืดๆ ไม่มีใครเห็น ได้อารมณ์ เหมาะจะตีท้ายครัว” อัศนีย์เป็นงง เจ้าแกะรีบวิ่งตื๋อกลับเข้าสวน “แล้วไปรออยู่ที่ใต้ถุนเรือนไทยนะ ตรงนั้นปลอดผู้ใหญ่ เดี๋ยวสักพักหนูสาเขาก็จะยุรยาตรมา อาจจะใส่ชุดนอนบางๆ ด้วยนะ ยกทรงไม่ใส่ โตงเตงโตงเว้าเลย ตอนนี้ไม่งอนแล้วล่ะ มีแต่จะให้แง้ม”
“แม่”
“แง้มอะไรครับ”
“แง้มบานประตู ให้พ่อหนุ่มเข้าไปร่วมภิรมย์ประสมสองไง”
อัศนีย์หน้าตึง มองสองแม่ลูกแล้วตาปริบ ๆ พุดซ้อนทำหน้าตาเชิญชวนให้ทำชั่ว ชบาทิพย์หน้าไม่สู้ดี แต่มองหน้าอัศนีย์แล้วเคลิ้ม ยิ้มกลีบบานใหม่

ดวงจันทร์เคลื่อนออกจากเมฆทะมึน ในสวนก็ยังมืดทะมึน มีแสงส่องเป็นลำเป็นระยะ อัศนีย์เดินจดๆ จ้องๆมา บรรยากาศดูน่าสะพรึงกลัว อัศนีย์งงมองหาทิศทาง เงาดำตัดแว่บผ่านหน้าไป “ใครน่ะ” อัศนีย์เดินไปทางท้องร่องสวน

อัศนีย์เดินเข้าไปในท้องร่องสวน เสียงนกฮูกร้องเหมือนเสียงถามว่าใคร อัศนีย์สะดุ้งเฮือก มองขึ้นไปบน
ต้นมะพร้าว แล้วสะดุ้งเฮือกอีกครั้งเมื่อรู้สึกมีมือเล็กๆ มาจับมือตน อัศนีย์หันมามอง
เจ้าแกะแต่งเป็นกุมารทองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทักทาย อัศนีย์ “พี่ พี่”
“เฮ้ย” อัศนีย์สะดุ้งถอยกรูด “อย่า อย่าไอ้เด็กทะลึ่ง ไม่ต้องมาหลอกเลย ฉันไม่กลัวหรอก”
“ไม่ได้หลอกให้กลัวสักหน่อย แต่จะให้ไปหาแม่”
“แม่ แม่นายเป็นใคร อยู่ที่ไหน”
“อยู่ข้างหลังนั่นไง” อัศนีย์หันไปเห็น สาลินในชุดสไบ ตาโบ๋ แสยะยิ้มเห็นฟันดำ ถลาเข้ามากอด
“ทูนหัวของบ่าว จำบ่าวได้ไหมคะ บ่าวชื่อทาเนีย”
“ปล่อย ทาเนียบ้าอะไร”
“ทาเนีย แปลเป็นไทยว่า “ตานี” เหอ เหอ เหอ” อัศนีย์วิ่งหนีกระเจิง
“แกะ ไปหายายพิณ”
“ครับ” เจ้าแกะวิ่งไปดักอีกทาง สาลินวิ่งตามอัศนีย์ไป

อัศนีย์วิ่งมาอีกทางของสวน มองหลังหันซ้ายหันขวา แล้วหันมาเจอกระบอกปืนเข้าพอดี คุณตาประทับเล็งมา อัศนีย์ตาเหลือกกระเด้งผึงถอยหลัง “หยุดนะ ไอ้หัวขโมย”
“ไม่ใช่ ผมไม่ใช่”
“ไม่ใช่ขโมย ก็ต้องเป็นไอ้โจร” ขาดคำคุณตาก็ขยับปืนเหนี่ยวไกเปรี้ยง อัศนีย์กลับหลังวิ่ง

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 19/2 วันที่ 6 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ