อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 19/3 วันที่ 6 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 19/3 วันที่ 6 พ.ย. 58

“ไม่ใช่ขโมย ก็ต้องเป็นไอ้โจร” ขาดคำคุณตาก็ขยับปืนเหนี่ยวไกเปรี้ยง อัศนีย์กลับหลังวิ่ง
สาลินโผล่มาขวางไว้ “จะหนีไปไหนคะทูนหัวของบ่าว”
อัศนีย์วิ่งกระเจิงผ่านไป สาลินหัวเราะกับคุณตา แล้ววิ่งตามไป
อัศนีย์วิ่งกระเจิงมาตามท้องร่องสวน สาลินวิ่งตามมา อัศนีย์ เบรกหัวคะมึงเพราะแม่พิณตาโบ๋ฟันดำ ยืน
ทะมึนกับเจ้าแกะ “โน่นลูก นั่นหลาน นี่แม่”
อัศนีย์เห็นสะพานไม้ทอดข้ามท้องร่อง อัศนีย์ข้ามไปทันที สาลิน เจ้าแกะมากระโดดให้สะพานสั่น อัศนีย์หล่น

โครมลงในท้องร่อง แต่ตะกายขึ้นมาได้ คลานมาใต้ต้นมะพร้าว แล้วรู้สึกอะไรบางอย่างเหนือหัว
เห็นตาผลกำลังถือมะพร้าวทั้งเครือ หย่อนโครมลงมาบนหัวอัศนีย์ อัศนีย์ร้องลั่นแล้วแน่นิ่งไป ทั้งบ้านวิ่งมารุมล้อมดูอาการอัศนีย์ สาลินเอานิ้วอังใต้จมูก “ยังไม่ตายค่ะคุณตา”


“แล้วเราจะทำยังไงกับเจ้าเศรษฐีคนนี้ดี”
คุณยายเสนอ “ก็ในเมื่อยายพุดซ้อนชี้โพรงให้กระรอก เราก็ควรส่งกลับเข้าโพรงไปเสีย” ทุกคนหัวเราะระรื่น

จากความมืดมิด ภาพสว่างขึ้นช้า ๆ
“ฟื้นแล้ว” ชบาทิพย์มองตาหวานตรงมา ยื่นผ้าขนหนูสีชมพูมาเช็ดหน้า อัศนีย์ขยับหน้าหนี ชบาทิพย์เอาผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้
อัศนีย์กุมหัวร้องอูย ขยับนั่ง “โอย นี่ผมอยู่.....” อัศนีย์พบว่าตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้นอนหนังเทียม แต่ตัวเปลือยเปล่ามีผ้าขนหนูผืนไม่ใหญ่ พาดปิดท่อนล่าง อัศนีย์ตาเหลือกเอามือตะครุบผ้า “ใครแก้ผ้าผม”
ชบาทิพย์ขยับถอย มีอาการสติเหลือแค่เสี้ยวเดียว อัศนีย์หัวปูดนิดหนึ่ง “ก็เสื้อผ้าคุณเปียกน้ำโคลนหมด ชบากลัวคุณเป็นตะพ้าน ก็เลยต้องจับคุณ...แก้ผ้า” อัศนีย์กระถดตัว เอามือตวัดผ้าเช็ดตัวหุ้มห่อท่อนล่าง ชบาทิพย์หน้าแดง “แต่ชบาไม่เห็นอะไรนะคะ”
“แล้วผมมานอนที่นี่ได้ยังไง”
“มีคนพาคุณมากองไว้หน้าปั๊มน่ะค่ะ ชบากับแม่เลยช่วยคุณไว้”
พุดซ้อนเดินโบกนามบัตรเข้ามา นามบัตรนั้นเปียกน้ำหยดติ๋งๆมา “นามบัตรบอกว่า ชื่อ อัศนีย์ เถ-ลิง-การ”
“เถลิงการแม่ คนในข่าวสังคมชั้นสูงของเมืองกรุง” อัศนีย์ยิ้มกริ่ม ภาคภูมิ
“อ้าว ตื่นแล้วหรือคะ ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ดิฉันชื่อพุทธชาด เป็นพฤหัสปัตตานีแห่งสังคมชั้นสูงของเมืองนนท์ค่ะ นี่บุตรีของดิฉันชื่อชบาทิพย์ค่ะ ที่ช่วยแก้ผ้าให้คุณไงคะ”
อัศนีย์สะดุ้ง ชบาทิพย์ระล่ำระลัก “แต่ชบาไม่เห็นอะไรเลยนะคะ”
“เสื้อคุณเลอะเทอะ ฉันเลยเอาไปซักให้ ตอนนี้ชุดคุณตากอยู่ค่ะ คุณใส่ชุดของผัว เอ้ย สามีเก่าของดิฉันคงได้ ดิฉัน
จะไปเอามาให้”
อัศนีย์มองชบาทิพย์ แล้วลุกพรวดขึ้น ปมผ้าขนหนูใกล้หลุด แต่ตะครุบไว้ทัน “ผมไปด้วยครับ อุ๊บ”
ชบาทิพย์หน้าแดงซ่านเมินไป อัศนีย์กุมผ้าเดินกระเผลกตามพุดซ้อน ชบาทิพย์หันมามองตาม ดวงตาระยิบ
ระยับ ยกมือปิดปาก “ฮิ ฮิ ฮิ ชบาเห็นหมดทุกอย่างเลย”
วันรุ่งขึ้น หน้าตำหนักใหญ่ คุณสอางค์มารับสาลินลงจากรถแท็กซี่ตาผล “หนูสา ก่อนจะเข้าเฝ้าวันนี้ ป้าเตือนหนูก่อน อย่าพูดเรื่องข่าวคุณรองกับคุณหญิงก้อยต่อหน้าพระพักตร์นะ”
“ทำไมคะ”
“เพราะดูเหมือนเสด็จจะยังไม่ทรงทราบเรื่อง ยังพระทัยแจ่มใสอยู่ หนูอย่าแสดงพิรุธก็แล้วกัน”
“ได้ค่ะ เออ แล้วพี่ศรีล่ะคะ พอรู้ข่าวแล้วเป็นยังไงบ้าง”
“พี่ศรีของหนูน่ะ เก็บความรู้สึก ไม่ค่อยแสดงออกหรอก ป้าก็เลยไม่แน่ใจว่าเขาคิดยังไง แต่ก็คงเศร้านั่นแหละ”

ห้องแปดเหลี่ยม ศรีจิตรานั่งอยู่มีบรรดาของกินเล่นอยู่บนโต๊ะตรงหน้า สวมชุดแมกซี่อยู่บ้านดูปิดมิดชิดกรอมเท้า กำลังกางหนังสือพิมพ์อ่านอยู่ คุณชายเล็กเดินเข้ามา “คุณศรีดูอะไรอยู่หรือฮะ”
“ดูรูปคุณชายรองกับคุณหญิงก้อยค่ะ” ศรีจิตราตอบเรียบ ๆ
คุณชายเล็กกลับใจหาย ดึงหนังสือพิมพ์มาพับปิด นั่งลงตรงข้าม“คุณจะดูให้สะเทือนใจทำไมฮะ” คุณชายเล็กปลอบ “ผมรู้ว่าคุณศรีเสียใจแต่เชื่อเถอะฮะ พี่รองกะหญิงก้อย สองคนนี้ไปกันไม่รอดหรอก อีกหน่อยเขาก็เลิกกัน แล้วพี่รองก็จะกลับมาหาคุณศรีเอง” ศรีจิตราเบือนหน้าไป แอบเซ็งนิดหน่อย คุณชายเล็กมองคิด “โธ่เอ๋ย.....คุณศรีแค่นี้ก็ต้องเบือนหน้าไปซ่อนน้ำตา”
“ไม่จริงหรอกค่ะ คุณชายรองไม่มีวันกลับมาหาดิฉันหรอก”
“แล้วเขาจะหันไปหาใครล่ะฮะ”
มาลา วรรณาก้าวมาพูดต่อ “คุณสาค่ะ”
คุณชายเล็กสะดุ้งงง ศรีจิตรายิ้มออกมา “อะไรนะ”
“คุณสามาค่ะ”
คุณชายเล็กลุกพรวดขึ้น “งั้นผมขอตัวก่อนฮะ ผมแต่งตัวไม่เรียบร้อย”
“ไม่เรียบร้อยอะไรกันคะ”
“เออ.... ผมไม่ได้นุ่งกางเกงใน”
ศรีจิตราเมินไป มาลา วรรณาตาเหลือกเขย่งมอง คุณชายเล็กวิ่งจู๊ดไป สาลินมาถึงยกมือไหว้ศรีจิตรา
“นั่งซีสา คุณชายเล็กเพิ่งกลับไป”
“อ้าวหรือคะ เลยไม่ได้เจอกันซักที”
“อะไรนะสา” ศรีจิตราลุกขึ้นเห็นว่าชุดนั้นแหวกสูง เมื่อเดินก็เห็นขาวับแวม
สาลินตาโต มาลา วรรณาแยกไปทางหนึ่ง “พี่ศรี ชุดนี้แหวกสูงขนาดนี้เลยเหรอ”
“อย่ามานอกเรื่อง สาพูดอะไร”
สาลินกระซิบตอบ “สาบอกความจริงก็ได้ สาไม่เคยเจอคุณชายเล็กหรอกพี่ศรี”
“อะไร ก็สาเต้นรำกับเขาอยู่เป็นนานสองนาน”
“นั่นไม่ใช่คุณชายเล็กหรอกค่ะ นั่นคือคุณพล”
“เพ้อเจ้อแล้วสา พี่เองยังเต้นรำกับคุณชายอยู่เลย”
“พี่ศรีเต้นกับคุณพลนั่นแหละ เขาใส่หน้ากาก พี่ศรีเลยไม่รู้ไง ในงานน่ะ คุณพลแต่งตัวเป็นคู่แฝดกับคุณชายเล็ก เหมือนกันเปี๊ยบ เลยไม่มีใครสงสัย แม้แต่เสด็จ”
ศรีจิตราครุ่นคิด “ยังงั้นหรือสา แสดงว่าเขาหลอกเก่งนะ”
“ค่ะ พี่อ่านข่าวแล้วใช่ไหม เป็นอย่างที่สาพูดจริงๆ เขาก็กลับไปคืนดีกับยายคุณหญิงจนได้” สาลินหน้าหม่นลง “มีภาพข่าวสังคมกันแทบทุกวัน”
“จ้ะ”
“นี่เขาก็หายไปเลย สาไม่เจอเขามาตั้งสิบสี่วันแล้ว”
ศรีจิตราคิดรู้ “ยายสาเอ๊ย นับวันรอเชียว”
สาลินกินขนมอย่างเหม่อลอย ศรีจิตรามองขำ ๆ

ห้องนั่งเล่น ตำหนักใหญ่ เสด็จประทับเอนบนตั่ง ศรีจิตรา สาลินหมอบเฝ้าอยู่เบื้องหน้า คุณสอางค์อยู่ข้างๆ เสด็จ มาลา วรรณา และบรรดานางข้าหลวงทั้ง 3 รุ่นคิกคักอยู่เบื้องหลัง
“ที่นี่มีหนังสือมากมาย บางเรื่องก็มีหลายเล่มซ้ำกัน เอาซี...สาลิน ฉันจะช่วยบริจาค”
“เป็นพระกรุณาเพคะ”
“เอ้าพวกหล่อนๆ”
ข้าหลวงทั้ง 3 วัย ประสานเสียงตอบ “เพคะ”
“ใครมีนิทานวัดเกาะ” ข้าหลวงชราอมยิ้ม “นิยายสิบสตางค์” ข้าหลวงรุ่นสาวใหญ่คิกคัก “หรือพวกเรื่องชโลมโลกย์ ประโลมโลกย์” มาลา วรรณา และสาว ๆคิกคัก “หนังสือดาราอะไรซุกซ่อนไว้ อ่านเบื่อแล้วจะเอามาทำบุญบริจาคให้ห้องสมุดร่วมกับฉันกับสาลินก็ได้”
บรรดาข้าหลวงคิกคักทูล “แหม มันเก่าจนขาดแล้วเพคะ”
“มีซ่อนไว้เป็นหีบเลยเพคะ”
“วรรณาซ่อนไว้ใต้ฟูกตั้งหลายเล่มเพคะ” วรรณาสะดุ้งเฮือกค้อนมาลาขวับ
เสด็จทรงแย้มสรวล “ให้ความรู้เป็นทานน่ะได้บุญเยอะนะ”
มาลา/วรรณารับ “เพคะ”
“ชาติหน้าจะได้ไม่โง่เขลาเบาปัญญาเหมือนชาตินี้” มาลา วรรณาสะดุ้งเฮือก คอหด แล้วค้อนขวับ
คุณสอางค์กำชับ “แต่ดูให้ดีนะยะ ถ้าเป็นเรื่องพิศวาสบาดจิต เด็กเล็กอ่านแล้วใจแตก ก็อย่าเอามาบริจาค”
“อู๊ย ไม่มีหรอกค่ะ”
“คุณแม่บ้านเอาอะไรมาพูด”
มาลาโบกมือ “ไม่มี๊ ไม่มีค่ะ”
คุณสอางค์ไม่เชื่อ “เชอะ น้อยไปซี อย่าให้ฉันต้องชี้ตัวนะยะ”
เสด็จรับสั่ง “สาลิน”
“เพคะ”
“ไปรอที่ห้องสมุดก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะให้คนดูแลห้องสมุด ไปเลือกหนังสือให้”
“เพคะ” สาลินรับพระดำรัสกราบลง เสด็จทรงมองอย่างพอพระทัย

ห้องสมุดตำหนักใหญ่ในวันนี้กลับดูเวิ้งว้างว่างเปล่า สาลินเดินเขามายืนท่ามกลางตู้หนังสือสูง สาลินมองไปในตู้ หนังสือ“ บันเทิงทศวาร” และ “จันดารา” จัดเข้าที่แล้ว นึกย้อน
สาลินเถียงกิตติฉอด ๆ เรื่องจะยืมหนังสือบันเทิงทศวาร และ จันดารา
สาลินถอนใจหันกลับมา เจอคุณชายรองอยู่ในระยะประชิด สาลินตาเบิกกว้างตกใจ คุณชายรองมองดวงตาระยิบระยับแล้วนิ่ง “ขวัญอ่อนจริง” สาลินตาโตดีใจแล้วนึกได้ กลายเป็นสับสนอัดอั้นถอยไป เชิดหน้าน้อย ๆ ดูหวานเศร้า “หรือว่าวางแผนจะขโมยหนังสือต้องห้ามอยู่”
สาลินตวัดตาค้อนนิดๆ “ฉันตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นคุณ”
“แล้วเธออยากให้เป็นใครล่ะ นายเล็กหรือ”
“ที่ฉันบอกว่าไม่คิดว่าเป็นคุณ เพราะช่วงเวลานี้ คุณน่าจะไปรับคุณหญิงก้อยไปเริงราตรีอยู่”
“ฉันเป็นคนดูแลห้องสมุดให้เด็จป้า ยังไงธุระของเด็จป้าต้องสำคัญกว่าอย่างอื่น”
สาลินเมินสะท้อนสะท้านใจ พูดเรียบๆ “นี่ฉันยังไม่ได้แสดงความยินดีเลย เรื่องคุณหญิง”
คุณชายรองมองดู เห็นสาลินไม่มีท่าทีสะเทือนใจก็เริ่มขุ่นมัว “ฉันต้องแสดงความยินดีกับเธอต่างหาก”
“เรื่องอะไรกันคะ”
“เรื่องแรกก็เธออยากให้ฉันไปพ้นตำแหน่งพี่เขยเธอนักไม่ใช่หรือ นี่ก็สมใจแล้วนี่”
“ค่ะ”
คุณชายรองยิ่งโกรธมากขึ้น “เรื่องที่สอง ฉันแสดงความยินดีกับเธอที่เธอกำลังจะก้าวหน้าในอาชีพการงาน นี่เธอจะไปทำงานกับนายอัศนีย์จริงหรือ”
“ก็...ก็คงอย่างงั้น”
“นี่.....เธออยากไปทำนักหรืองานอย่างนั้นน่ะ”
สาลินเชิดหน้าเริ่มโกรธ “งานอย่างนั้นน่ะ คืองานอย่างไหนหรือคะ”
“ก็งานกลางคืนไง เปลืองทั้งชื่อ แล้วก็อาจจะเปลืองตัวด้วย”
“คุณ”
คุณชายเล็กขยับเข้าใกล้มองหน้า “ฉันอยากจะรู้นักว่า นายนั่นยื่นข้อเสนออะไร”
“คุณอย่ารู้เลยค่ะ”
“ทำไม เขาเสนออะไร หรือว่าบ้านหนึ่งหลัง เงินสามแสน แหวนเพชรห้ากะรัต จี้เพชรพร้อมเงินเดือนหรือไง”
สาลินตาเบิกกว้างร้องกรี๊ด “นี่ ฉันไม่ใช่คนเห็นแก่เงินนะ”
คุณชายรองพอใจที่สาลินเลิกหวานเข้าสู่ความคุ้นเคย ดวงตาพราวขึ้น “แต่อีกหน่อยก็ไม่แน่”
“เชิญคุณไปเป็นห่วงคุณหญิงยอดดวงใจของคุณเถอะ”
“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอต้องกลายเป็นเหยื่อนายจิ้งจอกนั่น”
“เหมือนที่คุณหญิงเคยเป็นเหยื่อมาแล้วอย่างงั้นซี”
คุณชายรองคว้าข้อมือสาลินดึงมาใกล้ คำราม “อวดเก่งนัก”
“ปล่อยนะ ตอนนี้คุณก็ได้คุณหญิงคืนไว้ในอ้อมใจคุณแล้ว กรุณาเลิกหึงเปะปะ แล้วมาพาลฉันซะที”
“ใครว่าฉันหึงหญิงก้อย ฉันหึง....”
“ชาย ชายอยู่ไหนจ๊ะนี่” ที่หน้าประตู เสด็จทรงเปิดประตู ทรงพระดำเนินเข้ามาแล้วทอดพระเนตร คุณชายรองยืนเลือกหนังสือกับสาลินทำปรกติทั้งคู่ แต่มีพิรุธนิดหน่อย
“เกล้าอยู่นี่พะยะค่ะ”
เสด็จทรงยิ้มในหน้า ย่างพระบาทเข้าไปหา “ไงดูกันไปถึงไหนแล้ว”
“กำลังดูนิทานอีสปเพคะ เรื่องหมาป่ากับลูกแกะ”
คุณชายรองชะงัก ยิ้มนิดๆ “แล้วก็เรื่องเด็กเลี้ยงแกะพะยะค่ะ เด็กเลี้ยงแกะจอมยุ่ง”
คุณชายรองปรายตาดูสาลิน สาลินเข้าสู่โหมดสวยใหม่ เมินเชิดหน้าน้อยๆ เสด็จทรงแย้มสรวลพระเนตรเข้าพระทัยลึกซึ้ง

ร้านทำผมเกศมณี คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงกำลังนั่งอบผมอยู่ อ่านหนังสือสตรีสยามไปด้วย เสียงกระแอมดังข้าง ๆ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหันไปพบว่าจรวยกำลังอบผมอยู่เช่นกัน “อุ๊ย สวัสดีค่ะคุณหญิง โลกกลมจังนะคะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเห็นจรวยม้วนโรลเต็มหัว ชุดโชว์อกตามเคย ก็เลิกคิ้ว “ฐานะอย่างเธอมาร้านแบบนี้ด้วยเหรอ”
“ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะคะ ดิฉันน่ะเป็นสะใภ้ใหญ่ของวังวุฒิเวสม์นะคะ”
“ลืมไปว่าเธอคือสะใภ้ใหญ่” จรวยมองค้อน คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยิ้มหยันๆ “อย่าบอกนะว่าเป็นความบังเอิญที่เธอมาเจอฉันวันนี้”
“ค่ะ ดิฉันตั้งใจมาพบคุณหญิง เพราะมีเรื่องร้อนใจค่ะ”
“อะไร”
“คุณหญิงขา ถ้าคุณหญิงเข้ามาเป็นสะใภ้รองทั้งๆ ที่เสด็จไม่ทรงปลื้ม เกิดเสด็จกริ้วขึ้นมาพวกดิฉันไม่โดนไล่ออกจากวังกันหมดตำหนักเหรอคะ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงฟังแล้วหัวเราะระรื่น จรวยมองค้อน ๆ

หน้าตำหนักใหญ่ สาลินกับศรีจิตราเดินมาด้วยกัน รถตาผลจอดรออยู่ สาลินหน้ายิ่งหมองกุมมือศรีจิตราที่หน้าผ่อง ชุดแหวกจนเห็นต้นขาผ่อง
“พี่ศรีต้องทำใจนะคะ เขารักกันมาเกือบสิบปี รักไม่มีวันเสื่อมคลาย เราอย่าไปแทรกกลางความรักของเขาเลย”
“เรา สาพูดว่า “เรา” หรือสา”
“สาหมายถึงว่า พี่ศรีอย่าไปขวางทางรักเขาเลย”
ศรีจิตราแซวเล่น “แต่ถ้าคุณชายรองไม่ได้รักคุณหญิงมากอย่างที่สาคิดล่ะ”
“พี่ศรี นี่พี่ศรียังหวังลมๆ แล้งๆ อยู่อีกหรือ” สาลินยิ่งทุกข์ทนหน้าหมอง ศรีจิตรากลับยิ้มหน้ากระจ่างสด “เอ....ทำไมพี่ศรีหน้าตาไม่ทุกข์ร้อนเลยล่ะหรือว่าพี่แกล้งทำ ใจจริงน่ะอยากจะร้องไห้วันละร้อยหนใช่ไหม”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 19/3 วันที่ 6 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ