อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนอวสาน[2] วันที่ 12 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนอวสาน[2] วันที่ 12 พ.ย. 58

“ค่ะ ถึงขั้นต้องมีบทลงโทษขั้นอุกฤษฏ์ด้วยซ้ำไป”
คุณชายเล็กโอดครวญ “คุณตา คุณยาย คุณแม่ช่วยผมด้วยครับ”
คุณตาคุณยาย ยายพิณ ตาผลหัวเราะกัน ยายพิณว่า “ซนจริงๆ นะคะคุณพล เอ๊ย คุณชายเล็ก ซนเหมือนคุณสาไม่มีผิด”
อุ่นเรือนเห็นด้วย “ใช่ เหมือนยายสายังไงยังงั้น”
บรรยาครึกครื้นขึ้น คุณสอางค์ ขยับมาทางยังกลุ่มคุณยาย สวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสอง “ก่อนอื่นดิชั้นต้องกราบขอโทษที่ล่วงเกินเมื่อครั้งก่อน และขอโทษแทนน้องสาวดิชั้นด้วยนะคะ”

คุณยายเชิดๆ ใส่คุณสอางค์ แต่เห็นมาดีก็เลยพยักหน้ายิ้มรับ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็ไม่ถือสาหาความอะไร ขอโทษท่านข้าหลวงใหญ่ อีกอย่างตัวอิชั้นฝากขอโทษไปถึงน้องสาวของคุณด้วย”
“ขอบคุณค่ะ เสด็จพระองค์หญิงโปรดให้เข้าเฝ้าค่ะ”



เสด็จทรงทอดพระเนตรอย่างปรานี คุณตา คุณยาย อุ่นเรือน สาลิน ศรีจิตรา ยายพิณ ตาผลก้มกราบพร้อมกัน
นมย้อยขยับมาข้างคุณสอางค์ คุณสอางค์แนะนำ “คุณตา คุณยายของแม่ศรีกับยายสาเพคะ เสด็จ”
เสด็จรับสั่งชม “คุณตา คุณยาย เลี้ยงหลานสาว 2 คนได้ดีจริง”
คุณยายยิ้มแป้น คุณตานึกคำตอบไม่ออกสะกิดคุณยาย กระซิบ “จะทูลเสด็จยังไงดี”
“ฉันก็นึกไม่ออก”
ยายพิณพนมมือแต้ขยับมากระซิบ “เป็นพระกรุณาล้นเกล้าล้นกระหม่อมเพคะ”
คุณยายรีบทูล “เป็นพระกรุณาล้นเกล้าล้นกระหม่อมเพคะ แต่มิใช่เพียงพวกหม่อมฉัน คุณป้าทั้งสองก็เลี้ยงหลานสองคนได้ดีเหมือนกันเพคะ”
“จริงไหมสอางค์”
“เพคะ” คุณสอางค์ยกมือคุณยายมาบีบรักใคร่ใยดี คุณชายรอง คุณชายเล็ก สาลิน ศรีจิตรา อุ่นเรือนกลั้นยิ้ม
“ไง....ศรีจิตรา วันนี้สบายอกสบายใจแล้วซี”
“เพคะ”
“คุณศรีได้ยาดีพะยะค่ะ” คุณชายเล็กแทรก
“ฉันไม่ได้พูดกับแกเจ้าเล็ก”คุณชายเล็กคอหด ศรีจิตราสมน้ำหน้า
คุณชายรองกระซิบเสด็จ “เด็จป้าพะยะค่ะ”
เสด็จเข้าเรื่อง “ไง....สาลิน เรื่องที่ชายรองมาขออนุญาตฉัน”
สาลินใจหายวาบ คุณตาคุณยาย อุ่นเรือนพยักพเยิด สาลินทูลปัด “หม่อมฉันยังอายุน้อย ยังไม่คิดเรื่องนี้เลยเพคะ”
ศรีจิตราตกใจ “ยายสา ทูลอะไรแบบนั้น”
ทุกคนสะดุ้งเฮือก คุณสอางค์เกือบหยิก เสด็จทรงอึ้ง มรรคนายกคลานมาพนมมือ
เสด็จรับสั่ง “ไม่เป็นไร ฉันขอตัวคุยกับเจ้าอาวาสนะ” การสนทนายุติลงโดยปริยาย
กลุ่มคุณยายขยับมาด้านข้าง เสด็จทรงดำเนินไป ตามคุณตา คุณยาย คุณสอางค์ อุ่นเรือน นมย้อย ลุกตามไป คุณชายรอง คุณชายเล็กขยับตาม สาลิน ศรีจิตรายังนั่งอยู่
มาลา วรรณา เข้ามาใกล้ยายพิณ “ยายพิณใช่ไหมจ๊ะ แหม....เพ็ดทูลเก่งยังกะชาววัง”
ยายพิณพนมมือ “หม่อมฉันดูลิเกบ่อยเพคะ คุณพระสนม”
กลุ่มมาลา วรรณาอึ้ง แล้วหัวเราะออกมาทั้งหมด แม่น้อยแก้ “แม่พิณ พวกเราไม่ใช่พระสนม พระสนมน่ะเมีย เราแค่นางข้าหลวง”
“อ๋อ คนใช้ งั้นก็....เหมือนกัน นี่ก็คนใช้เพคะ”
แม่น้อมยิ้มเจื่อนกับความงงของยายพิณ เจียม มาลา วรรณาหัวเราะคิก
ศรีจิตราดึงแขนสาลิน “ยายสา ทูลอะไรแบบนั้น”
คุณชายเล็กเรียก “คุณศรีฮะ เด็จป้าทรงโปรดให้คุณศรีไปประเคนภัตตาหารด้วย” ศรีจิตรากับคุณชายเล็กไป
พุดซ้อนฟื้นจากเป็นลม มองดูบุญบารมีคนอื่นแล้ว ผลักชบาทิพย์ล้มคว่ำ “นังลูกตาต่ำ หม่อมราชวงศ์แท้ๆ เห็นเป็นไพร่ มีตาหามีแววไม่”
ชบาทิพย์มองแม่ เบะหน้าจะร้องไห้ “แม่เองไม่ใช่เหรอ ไปหาว่าเขาเป็นเด็กปั๊ม”
“ไม่รู้ ก็มันแต่งตัวแบบนั้น”
“ฮือ....หนูเลยอดมีผัวเจ้าเลย ฮือ” ชบาทิพย์เริ่มคร่ำครวญ ไม่อายแขกเหรื่อ

ซุ้มไม้บ้านสวน คุณชายรองและคุณชายเล็กเดินมาด้วยกัน
“แกเล่นกลปั่นหัวฉัน ปั่นหัวทุกคนมาตลอดเลยนะเจ้าเล็ก แกทำไปทำไม”
“โธ่....ก็พอๆ กับที่พี่เล่นละครหลอกทุกคนนั่นแหละครับ”
“ไม่เหมือน ที่ฉันทำเพื่อให้เรื่องมันยุติ แต่ของแก ทำให้เรื่องมันวุ่นวายขึ้นไปอีก”
“ผมก็อยากลองใจพี่ ลองใจคุณสาบ้างซีครับ”
“แกจะมาลองใจอะไรฉัน”
“พี่รองอย่าลืมนะ ผมน่ะทำความรู้จักกับคุณสามาก่อนพี่ด้วยซ้ำ แล้วผมก็ชอบเขามากๆ กะจะจีบ แต่แล้ววันนึงพี่ก็มาแสดงตัวว่าพี่ก็ชอบเขา แถมยังหึงเป็นบ้าเป็นหลัง”
“ฉันแสดงออกขนาดนั้นเชียว”
“นี่ไง ไม่รู้ตัวเอง พี่น่ะหึงหวงทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเสียจนผมหมั่นไส้ เลยลองแกล้งเล่นสองบทบาทเสียเลย เป็นเจ้าพลรูปหล่อไง แล้วตอนนั้นก็คิดว่าใครดีใครได้”
“แล้วทำไมแกยอมยกธงขาว”
“ผมขอความรักเขาแล้ว แต่เขาไม่ได้รักผม ผมถึงได้รู้ตัวว่าผมรักเขาแบบน้องหรือเพื่อน จริงๆ คนที่ผมรักมากที่สุดคือคุณศรีต่างหาก”
“เฮ้อ วันเวลาชักพาให้นายกับฉันพบสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆ เสียที นั่น สาลินอยู่นั่นไปขอโทษเธอเสียให้เป็นเรื่องเป็นราว แล้วนั่นคุณศรีอยู่ที่ศาลา ไปบอกเธอเสียทีว่านายฉลาดขึ้นแล้ว”
ทั้งสองมองไปที่ซุ้มไม้ สาลินนั่งหน้าบึ้งอยู่ในซุ้มไม้ใกล้บ้านเขียว ศรีจิตรานั่งอยู่ที่ศาลา คุณชายเล็กกลืนน้ำลาย
เอื๊อก คุณชายรองแยกกลับไป

ซุ้มบ้านสวน สาลินนั่งเชิดหน้า คุณชายเล็กทำท่าวิงวอนอยู่ตรงหน้า “โธ่.....เราดื่มชาสาบานกันแล้วนะฮะ ว่าใครทำผิด ก็จะให้อภัยโดยไม่มีเงื่อนไข”
“คุณหลอกฉัน หลอกมาเป็นปีๆ ฮึ พี่ศรีทั้งๆ ที่รู้ ก็ไม่ยอมบอกฉันแต่แรก”
“ไม่โกรธนะ ไม่โกรธผมนะ ผมขอโทษแล้ว”
สาลินหน้าบึ้ง แล้วยิ้มออกมาได้ “ไม่โกรธก็ได้ คุณเจ้าเล่ห์เพทุบายแบบนี้นี่เอง พี่ศรีเลยชอบ”
“ก็เหมือนคุณน่ะแหละ พี่รองก็เลยชอบคุณไง”
“อย่าพูดเรื่องพี่ชายคุณให้ฉันฟังอีกนะ”
“รู้ไหมฮะ ผมทำอะไรคุณก็ไม่โกรธ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน แต่กับบางคนเขาทำอะไรผิดนิดผิดหน่อย ก็ขัดตา ขัดอก ขัดใจ ตั้งแง่ไปกับเขาทุกอย่าง แต่ขณะเดียวกันก็รักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น”
“ฉันบอกแล้วว่าห้ามพูดเรื่องพี่ชายคุณ ถ้าเขาไม่มาขอ....”
“อะไรฮะ ขออะไร”
“ไม่มีอะไร” สาลินแยกไป คุณชายเล็กมองตาม แล้วมองเลยไปเห็นศรีจิตราที่ศาลาท่าน้ำ คุณชายเล็กมองนิ่ง

ศาลาเล็ก สาลินเดินผ่าน คุณชายรองยืนรออยู่แล้ว สาลินเห็นแล้วรีบหันกลับ จะเดินเลี่ยงไป
“จะไปไหน สาลิน"
“ปละ เปล่านี่คะ”
“ขึ้นมาบนศาลาก่อน ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ”
สาลินเดินกลับมา แต่ก็ไม่กล้ามองหน้าคุณชายรองอยู่ดี “มีอะไรคะ”
“ฉันมีเรื่องจะสารภาพ”
สาลินนิ่งคิด “จะสารภาพรักกับเราแน่ ๆ พูดมาซีคะคุณชาย พูดมาเลยค่ะ” สาลินพูดออกมาหน้ายิ้มเคลิ้มฝัน “พูดซีคะคุณชาย”
“หืมม์ เธอเป็นอะไร”
สาลินรู้สึกตัว “เออ เปล่าค่ะ สารภาพเรื่องอะไรคะ”
“ที่จริงฉันจะขอโทษน่ะ”
สาลินคิด “ฮึ ขอโทษเรื่องจูบแน่ ๆ เลย”
“ฉันขอโทษเรื่องที่ฉันขับรถจนโคลนเปื้อนเธอถึง 2 ครั้ง”
“อะไรนะคะ” สาลินว่าในใจ “อีตาบ้า มาพูดอะไรตอนนี้”
“ฉันบอกแล้วไง ว่าถ้าฉันเจอหลักฐานว่าวันนั้นฉันไปแถวร้านที่เธอทานข้าว ฉันจะขอโทษเธอ นี่ฉันเจอไดอารี่ที่หายไปแล้ว 2 วันนั้นฉันไปแถวนั้นจริงๆ”
สาลินค้อนวงใหญ่ “นี่น่ะหรือ เรื่องที่คุณจะบอกฉัน”
“ก็ใช่นะซี เธอเป็นคนย้ำอยู่เสมอไม่ใช่หรือ ว่าถ้าผิดก็ต้องยอมรับผิดและขอโทษ”
“ค่ะ ขอบคุณที่ขอโทษ แล้วไม่มีเรื่องอะไรที่คุณจะพูด จะสารภาพ จะขอโทษอีกเหรอ”
“ไม่มีนี่”
สาลินต่อว่าในใจ “อีตาบ้า” สาลินเซ็ง “งั้น....ฉันขอตัวค่ะ” สาลินกลับเข้าบ้านทันที
“สาลิน เดี๋ยว” คุณชายรองเป็นงง

ที่ศาลาท่าน้ำไม้เลื้อยออกดอกพราวยิ่งกว่าทุกวัน ศรีจิตรายืนอยู่ในมือมีดอกผักตบ คุณชายเล็กเดินเข้าไปช้า ๆ
ศรีจิตราหันมา
“คุณศรีเอาผักตบมาทำไมครับ”
“มันทำให้ฉันนึกถึงประวัติมันนะค่ะ สมเด็จพระพันปีทรงนำมาจากชวา มาเป็นไม้ประดับในวัง แต่ลงท้ายก็ออกจากวัง มาอยู่ตามคลองตามแม่น้ำกับชาวบ้านเหมือนเดิม”
“ก็เหมือนคุณศรีซีฮะ” ศรีจิตราค้อน “แต่คุณศรีต้องกลับไปเป็นดอกไม้ในอุทยานวุฒิเวสม์อีกครั้งนะฮะ” คุณชายเล็กกุมมือศรีจิตรามองลึกลงในดวงตา “คุณศรีฮะ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณศรีต้องออกจากวังมา วันนั้นผมเปิดใจกับคุณศรีหมดแล้ว”
“ก็คุณชายสารภาพกับดิฉันว่า คุณชายชอบยายสาไม่ใช่เหรอคะ”
“แล้วต่อจากนั้นล่ะฮะ”
“ยาที่คุณหมอให้ดิฉันแรงมากค่ะ ดิฉันเลยหลับไปก่อน”
“เฮ้อ กะอยู่แล้ว คุณหมอนี่เองที่ทำผิด แล้วคุณศรีอยากให้ผมฉายหนังซ้ำไหมครับ” ศรีจิตราพยักหน้า คุณชายเล็กคุกเข่าลงข้างศรีจิตรา จับมือกุมไว้ “ผมพูดว่าผมชอบคุณสามาก มากจนคิดว่าเป็นความรัก จนเมื่อผมได้อยู่ใกล้คุณศรี ผมถึงได้รู้ว่า ผมชอบคุณสาแบบเพื่อน ผมชอบคุณสา....แต่” ศรีจิตรานั่งฟัง ดวงตาวาววาม “แต่ผมรักคุณฮะ รักหมดทั้งชีวิตจิตใจของผม”
“ตอนนี้ฉันรู้แล้วค่ะ ฉันรู้แล้ว”
คุณชายเล็กจูบมือศรีจิตรา ลมแรงพัดมา ดอกไม้เหนือศาลาไหวพรู น้ำกระเพื่อมสะท้อนแดดระยงระยับ กอผักตบไหวตามคลื่น ดอกผักตบงามอย่างน่าพิศวง

สองวันต่อมา ที่ตำหนักใหญ่ เสด็จประทับบนตั่ง ในพระหัตถ์ ใบโพธิ์บุหงาของชำร่วยทรงเย็บตรึงอย่างชำนาญ คุณสร้อยกราบอยู่ที่พื้น มาลา วรรณานั่งประดิษฐ์ใบโพธิ์อยู่ถัดไป
“หม่อมฉันไปทำบุญ 9 วัด 9 จังหวัดมาเพคะ ไปโดน...เออ...กาลกิณีมา ก็เลยต้องไปล้างอาถรรพ์เพคะ เอ....พี่ใหญ่ล่ะเพคะ”
“วุ่นอยู่ข้างในกระมัง”
“หม่อมฉันกลับมา ทางบ้านบอกพี่ใหญ่มีธุระร้อน เรื่องอะไรหรือเพคะ” มาลา วรรณา คิกคัก
“เดี๋ยวถามเขาเองก็แล้วกัน”
“หม่อมฉันไปหัวเมืองคราวนี้ ไปพบหลานสาวลูกพี่ลูกน้องเพคะ งามมากเลย เลยคิดว่าจะพาเข้าเฝ้าเสด็จ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดนะเพคะ”
“นี่....แม่สร้อย มันยุคจรวดแล้ว ผู้คนก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว เราจะมามัวยึดมั่นถือมั่น คลุมถุงชนอยู่ได้ยังไง”
“เราก็ปฏิบัติกันมาแต่เก่าก่อน ถ้าเราเปลี่ยน ก็แปลว่าเราต้องยอมแพ้ ยอมตามโลกสมัยใหม่หรือเพคะ ฮึ หม่อมฉันยอมตายซะดีกว่า”
“อะไรใหม่ๆ ไม่ได้แปลว่ามันเลวไปเสียหมดนี่ อะไรดีเราก็รับไว้ อะไรแย่ก็อย่าไปรับมัน”
“เพคะ อย่างนังชะนีบ้านสวนนั่น เป็นไงเป็นกัน อย่าทรงยอมนะเพคะ”
เสด็จนิ่งพระพักตร์ มาลา วรรณาเซ็งกับการตกข่าวของคุณสร้อย คุณสร้อยนิ่วหน้าไม่ยอมรับ คุณสอางค์หน้าระรื่น คล้องแขนมากับคุณชายเล็ก คุณสร้อยหันไปมองอย่างงงๆ คุณสอางค์ คุณชายเล็กมาคุกเข่าลงกราบ
คุณสอางค์หันไปทักคุณสร้อย “อ้าว มาแล้วหรือ”
คุณชายเล็กปากหวาน “ไม่เจอคุณสร้อยแป๊ปเดียว สวยขึ้นกว่าเดิมอีกนะฮะ”
“วุ๊ย ดิฉันเลิกเชื่อคุณชายมานานแล้วล่ะค่ะ”
เสด็จรับสั่งถาม “เอ้ายังไง มีข่าวอะไรคืบหน้าบ้าง”
“เกล้ากับคุณศรีเกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่สำเร็จพะยะค่ะ สรุปว่าจัดงานแต่ง เกล้ากะคุณศรีแต่ก่อนก็ได้พะยะค่ะ”
คุณสร้อยสะดุ้งสุดตัว คุณสอางค์หันมายิ้มพยัก “ไม่เอาล่ะ ป้าอยากให้พี่แต่งก่อนน้อง”
“ก็ใช่พะย่ะค่ะ ก็คุณศรีแต่งก่อนคุณสาไง”
“แกอย่ามาเล่นลิ้นกับป้า ให้ชายรองแต่งกับสาลินก่อนน่ะดีแล้ว”
คุณสอางค์พยักเพยิดกับคุณสร้อยอีก คุณสร้อยอึ้ง “หา.....นี่ใช่ไหมคะ ธุระร้อนที่พี่สอางค์จะพูดกับหนู”
“ย่ะ แม่สร้อย”
“ก็แปลว่า 2 คู่ชู้ชื่นอย่างหวังไว้ แค่สลับคู่เท่านั้นเอง” คุณสร้อยยิ้มปากคลี่ไปเกือบถึงรูหู ดวงตาเจิดจ้า จนมาลา วรรณาสะดุ้ง “แม่ศรีกับคุณชายเล็ก”
“ย่ะ”
“ยายสากับคุณชายรอง โถหลานรัก ทูนหัวของป้า”
วรรณาท้วง “เมื้อกี้ยังเรียกนังชะนีบ้านสวนอยู่นี่คะ”
“ไม่ใช่ย่ะ นังเมียตะเข้ ยายศรีน่ะดั่งแก้วตา ยายสาน่ะดังดวงใจ”
เสด็จทรงอึ้ง มาลา วรรณา คุณชายเล็กเซ็งพัฒนาการตัวละครของคุณสร้อย
คุณสอางค์น้ำตาซึม “ฮือ ไม่มีใครต้องเป็นหม้ายขันหมากแล้ว”
คุณสร้อยเป็นปลื้ม “อาถรรพ์ถูกล้างแล้ว แล้วเรื่องมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไร พี่สอางค์”
เสด็จตอบแทน “ฉันเห็นมาตั้งเป็นปีแล้ว คู่ตารองกับสาลินน่ะเริ่มก่อน คู่ตาเล็กกับแม่ศรีน่ะเริ่มทีหลัง”
“แต่จบแฮปปี้เอนดิ้งก่อนนะ พะยะค่ะ”
“นี่ทรงรู้มาตั้งนานแล้วหรือเพคะ” คุณสร้อยถาม เสด็จพยักพระพักตร์
สอางค์นึกรู้ “แต่ทรงงำความปิดเงียบ แกล้งหม่อมฉัน 2 คนให้วิ่งวุ่น เป็นนังบ้ามาตลอดใช่ไหมเพคะ”
“ก็ใช่น่ะซี สนุกจะตาย” เสด็จทรงแย้มสรวล มีแววเจ้าเล่ห์แสนกลเหมือนสาลินไม่ผิดเพี้ยน

คุณชายรองก้าวเข้าไปในห้องสมุดตำหนักใหญ่
เสด็จรับสั่งถาม “นี่คู่นั้นหมดปัญหาแล้วนะ ว่าแต่ของเราเถอะ จะยังไง”
“ยังไม่ทราบเกล้า เลยพะยะค่ะ”
“ยังไงก็อย่าให้ป้าต้องมาเล่นละเม็งละครอะไรอีกก็แล้วกัน บทเนรเทศเธอน่ะยาวเป็นหน้าๆ ป้าต้องท่องอยู่ตั้งสามวัน” คุณชายรองยิ้มนิดๆ “นี่สาลินเขาโกรธเธอเรื่องอะไร”
คุณชายรองถอนใจ “เกล้าไม่ทราบเลยพ่ะย่ะค่ะ ใจสตรียากแท้หยั่งถึงจริงๆ”
“ผู้หญิงน่ะไม่มีอะไรหรอก นอกจากเจ้าเล่ห์เพทุบาย มารยาร้อยเล่มเกวียน แล้วก็ปากกับใจไม่ตรงกัน”
“แค่นั้นก็ก่อสงครามโลกครั้งที่สามได้แล้วนะพะยะค่ะ เด็จป้า แต่ดูท่าเขาโกรธเกล้าจริงๆ หรือว่าเขาไม่ได้รักเกล้า”
“สมน้ำหน้า เธออยากไปรังแกเขา”
“เกล้าไม่ได้รังแก เกล้าจูบเพราะเกล้ารักเขาจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”
เสด็จทรงฉุกพระทัย “เอ๊ะ นี่เธอไปจูบเขาไปเที่ยวประกาศว่าจะแต่งกับเขาน่ะ จริงๆแล้วเธอเคยบอกรักเขาหรือเปล่า”
“บอกพะยะค่ะ เกล้าทูลหน้าพระพักตร์เด็จป้า บอกต่อหน้าคุณตา คุณยาย คุณแม่”
“อ้าว.....แล้วเจ้าตัวเขาล่ะ เคยบอกต่อหน้าเขาหรือเปล่า เคยคุกเข่ากุมมือขอความรักเขาไหม”
คุณชายรองยุ่งยากใจ “ต้องทำด้วยหรือพะยะค่ะ”
เสด็จทรงส่ายพระพักตร์ “ยังจะมาถามสำหรับผู้หญิงน่ะ ต่อให้เธอเอาเพชรเท่าภูเขามาให้แทนความในใจ ก็ไม่มีค่าเท่าคำว่า “รัก” จากปากเธอหรอก” คุณชายรองนิ่งอั้น

ปั๊มน้ำมันพุดซ้อน รถบริษัทน้ำมันแล่นมาจอดในปั๊ม สมชายและคุณชายเล็กลงมา “เอ ไม่ยักมี”
“อะไร”
“ก็พรมแดงที่สองแม่ลูกมาปรับหม่อมน่ะซี”
“ฉันเป็นคุณชายโว้ย หม่อมน่ะมันคนธรรมดาที่เป็นเมียเจ้า”
ทันใดมีเสียงกรีดร้องยางโหยหวน คล้ายมีการฆ่าข่มขืนชำเราหญิงชรา คุณชายเล็กกับสมชายตาเหลือก

คุณชายเล็กกับสมชายเข้าไปในออฟฟิศ เห็นพุดซ้อนน้ำตาไหลพราก หัวฟู มาสคาร่าไหลเป็นทาง เมื่อหันมาเห็นคุณชายเล็กก็ถลามา “ฮือ คุณชายขา คุณชาย อีชบา เอ๊ย หนูชบาค่ะ”
“ทำไมฮะ ชบาทิพย์เป็นอะไร”
“มันหายไปแล้วค่ะ ฮือ ลูกชบาน่ะไร้เดียงสา เป็นคนซื่อ ต้องมีผู้ชายมาล่อ” คุณชายเล็กกับสมชายสะดุ้ง “มาล่อลวงฉุดคร่าไปแน่คะ ต้องเป็นไอ้หนุ่มกรุงใจคด” พุดซ้อนมองสมชาย “เอ๊ะ หรือว่าแก”
สมชายโบกมือว่อนๆ “เฮ้ย ไม่ใช่ จะบ้าหรือเจ๊ อย่าเอาขี้มาป้ายผม”
“ฮือ เสื้อผ้าสวยๆ ก็หายไปหมด”
“นั่นไง ฉุดคร่าอะไรกัน มีการขนเสื้อผ้าไปด้วย อย่างนี้มันหนีตามผู้ชายมากกว่า”
“นั่นไง....รับออกมาแล้ว แกแน่ๆ โธ่ ลูกชบาของแม่ แม่อุตส่าห์ทะนุทะถนอม กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงมา มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม คำน้อยก็ไม่มีว่าให้กระเทือนใจ”
คุณชายเล็กมองไปรอบๆ แล้วชะงัก “เจ๊ มีเขียนบนกระดานน่ะ”
พุดซ้อน ปาดน้ำตา คุณชายเล็ก สมชาย ขยับมาดูตรงหน้าคือกระดานดำ มีลายมือโย้เย้ตัวเท่าหม้อแกงเขียนด้วย
ชอล์ก “แม่จิกหนูใช้ยิ่งกว่าอีเย็น ทั้งตีทั้งด่าหนูสาดเสียเทเสีย คราวคุณชายเล็กก็ว่าหนูตาบอด ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าใครเป็นไพร่” พุดซ้อนตาเบิกกว้าง คุณชายเล็กทำตาปริบๆ สมชายกลั้นหัวเราะ “ก็ได้ หนูจะพิสูจน์ให้แม่เห็น หนูจะหาผัวดีๆ มาให้แม่กราบเท้า”
“โถ หนูชบาคงรีบจนเขียนสลับคำ” ชบาทิพย์อ่านต่อ “อ้อ อีกอย่าง หนูขอยืมเครื่องเพชร เครื่องทองกับเงินสดในเซฟไปก่อน ถ้าเหลือหนูจะเอามาคืน”
พุดซ้อนตบอกผาง วิ่งไปเปิดเซฟ เห็นข้างในวางเปล่า มีดอกชบาวางอยู่หนึ่งดอก พุดซ้อนหยิบมาแล้วร้องกรี๊ด เต้นเร่า ๆ แล้วด่าเป็นชุด “อีชบา อีลูกชั่ว อีเนรคุณ อีอกตัญญู อีทรพี อีลูกล้างลูกผลาญ อีกะแหร่ง”
ห้องทำงานไนเจล ไนเจลยืนประจันหน้าจ้องตาไม่ลดละกับจิตริณี สาลินถือแฟ้มงานวันเล่านิทานแนบอก อยู่ตรงกลาง ยืนมองซ้ายทีขวาที
“บอสคะ ไหนว่าคุณเข้าใจแล้วไง ไม่หึงแล้วไง”
“ต้องหึงซี เพราะพอคุณเห็นข่าวนายแอสควงลูกสาวรัฐมนตรี คุณถึงกับไม่เป็นอันทำงานทำการ”
“ฉันทำงานไม่ได้ เพราะเสียงกระแนะกระแหนของคุณต่างหาก”
“ผมกะอยู่แล้วว่าคุณต้องอ้างแบบนี้”
“คุณจงรู้ไว้ว่าต่อให้ไม่มีอาร์นี่ ฉันก็ไม่มีวันสนใจผู้ชายพาลพาโล ขี้ใจน้อยแสนงอน แล้วก็ปากจัดอย่างคุณ” จิตริณีสะบัดไป
“ฮึ่ม” ไนเจลขบกราม กำหมัด ตัวสั่นเทิ้ม
“บอสคะ กำหนดการวันเล่านิทานค่ะ”
“ฮั่ม” ไนเจลคำรามอีก สาลินผวา ไนเจลหน้าบิดเบี้ยว แล้วกลายเป็นเบะ “ฮือๆๆ จินนี่ไม่รักผมเลย”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนอวสาน[2] วันที่ 12 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ