อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนอวสาน[2] วันที่ 20 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนอวสาน[2] วันที่ 20 พ.ย. 58

ภัทรลดาไม่มีทางเลือก เลยโยนกระเป๋าลงบนพื้น ลูกน้องคนหนึ่งเดินไปหยิบกระเป๋ามาให้คำรณ คำรณรับกระเป๋ามา ยิ้มดีใจก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้อง ลูกน้องทั้ง 2 คน ชักปืนออกมาเล็งไปที่ภัทรลดาทันที
ภัทรลดาหน้าขรึมลง “คุณพ่อพูดถูกสินะ”
“เธอเองก็ไม่ได้ดีกว่าฉันซักเท่าไหร่หรอก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอแจ้งตำรวจ” คำรณยิ้มร้ายๆ “แต่เสียใจด้วยนะ ตำรวจก็คงทำได้แค่เก็บศพเธอกับไอ้แก่นี่เท่านั้นแหละ”
อรรณพล้มอยู่กับพื้น พวกคำรณไม่มีใครสนใจ เขาเหลือบมองไปที่คำรณกับพวก ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เหมือนมีแผนบางอย่างในใจ

ยงยุทธกับตำรวจลูกน้อง ขับรถมาจอดหน้าทางเข้า ตรอกซอยแห่งหนึ่ง
“สายของตำรวจท้องที่ แจ้งเข้ามาว่าเห็นรถยี่ห้อ แล้วก็สีเดียวกัน ขับเข้าไปในซอยนี้ แต่ไม่มีใครสังเกตทะเบียน เลยไม่รู้ว่าคันเดียวกันรึเปล่า เอาไงดีครับหมวด”


ยงยุทธร้อนใจสุดๆ “ไม่ต้องคิดแล้ว มีเบาะแสก็ยังดีกว่าไม่มี ตามเข้าไปเลย”
“แต่ข้างในทางแยกเต็มไปหมด ไม่รู้มันจะขับเข้าไปทางไหนเลยนะครับ”
ยงยุทธคิดหนัก “จะจับโจรก็ต้องคิดแบบโจร ถ้าเป็นผม คงซ่อนตัวอยู่ในที่ที่มันปลอดคนจะได้ทำอะไรง่ายๆหน่อย ลองเช็คกับท้องที่ดูซิ ว่าแถวนี้มีพวกบ้านร้างตึกร้าง ที่ห่างไกลจากบ้านคนมั้ย”
“ครับหมวด” ตำรวจลูกน้องคนหนึ่งหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก
ตำรวจลูกน้องอีกคนเปรย “แปลกนะครับหมวด แทนที่มันจะเอาแต่ทอง แต่มันกลับเอาตัวคุณผู้หญิงไปด้วย ทำเอาผิดแผนไปหมด เหมือนมันรู้ล่วงหน้าเลยครับ”
ยงยุทธ มีสีหน้าเครียด คิดหนักกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

ภัทรลดาซัก “งั้นบอกฉันได้มั้ยล่ะ ว่าแกร่วมมือกับใคร เพราะฉันไม่เชื่อเด็ดขาด ว่าแกเป็นคนวางแผนคนเดียว”
“ฉลาดดีนี่ แต่ถ้าคิดว่าแค่นี้จะถ่วงเวลาได้ แกก็คิดผิดแล้ว”
ลูกน้องคำรณ ขยับจะยิงภัทรลดา
ภัทรลดารีบพูดขึ้นทันที “ทำไมไม่เอาทองไว้เองซะเลยล่ะ” คำรณกับลูกน้องชะงักไปทันที ภัทรลดาค่อยๆกล่อมต่อ “ฉันพูดจริงๆนะ ทองก็อยู่ในมือแกแล้ว จะแบ่งให้คนอื่นทำไม ปล่อยฉันกับคุณพ่อไป แล้วรีบหนีไปไม่ดีกว่าเหรอ”
“แกไม่ต้องยุให้แตกกันหรอกน่ะ คดีฉันเต็มตัว ยังไงก็ต้องหนีอยู่แล้วโว้ย”
“ใช่ แต่ถ้าเพิ่มคดีฆ่าคนตายขึ้นมา ก็ยิ่งหนียากขึ้นไปอีก ฉันพูดถูกมั้ยล่ะ” คำรณชักลังเล ที่ภัทรลดาพูดก็มีเหตุผล “ปล่อยฉันกับคุณพ่อไป แกได้ทองไปทั้งหมด ไม่ต้องมีคดีฆ่าคนตายติดตัว ขายทองซะ เงินขนาดนั้นเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้สบายๆ แล้วแกจะรับผิดแทนคนอื่นทำไม”
คำรณเริ่มลังเลหนักขึ้น
“เอาไงดีพี่ นังนี่มันก็พูดมีเหตุผลนะ”
คำรณเครียดหนัก “เอ็งเงียบเถอะน่ะ ข้าคิดเองได้โว้ย”
แล้วหนึ่งในลูกน้องก็หันไปเล็งปืนใส่คำรณแทน “แต่ฉันว่าพี่ แบ่งทองให้พวกฉันก่อนดีกว่า”
คำรณตกใจมาก “นี่มึงทรยศกูเหรอ”
ลูกน้องอีกคนตะคอกใส่เพื่อน “เอ็งจะบ้าเหรอวะ ตอนนี้...”
คนทรยศตะคอกกลับ “หุบปากเถอะน่ะพวกเราทำงานก็อยากได้ทอง ใครจะฆ่าใคร ทำอะไร มันเกี่ยวกับเราซะที่ไหนวะ” เขาหันไปพูดกับคำรณ “รีบแบ่งทองซะเถอะพี่ แล้วพี่จะทำอะไรก็เรื่องของพี่”
ภัทรลดารีบยุต่อ “เห็นมั้ย ไม่มีใครอยากพ่วงข้อหาฆ่าคนตายไปด้วยหรอก น่าจะคิดได้แล้วนะ ว่าต้องทำยังไง”
คำรณจ้องหน้าคนทรยศเขม็ง “ก็ได้ แต่กูจะไม่ลืมเรื่องวันนี้เลย” คำรณเปิดกระเป๋าออก จะหยิบทองมาแบ่ง แต่พอหยิบออกมาก็ต้องตกใจสุดๆ เมื่อที่หยิบออกมาเป็นก้อนหิน ไม่ใช่ทองคำ
ภัทรลดาตกใจสุดๆ “ทอง ทองหายไปได้ยังไง”
คำรณรื้อค้นจนหมด ก็ไม่เจอทอง เจอแต่ก้อนหินเต็มกระเป๋า เลยโยนกระเป๋าทิ้งด้วยความโกรธ ก้อนหินในกระเป๋ากลิ้งออกมา อรรณพยื่นมือไปเก็บก้อนหิน แล้วกำไว้ในมือแน่น
คำรณหันไปจ้องภัทรลดา โมโหสุดๆ “มึงหลอกกู!!!”
ทันใดนั้นเอง อรรณพก็ยืนขึ้นมาที่ด้านหลังของคำรณกับลูกน้อง พวกคำรณมัวแต่สนใจทองกับภัทรลดา เลยไม่มีใครสนใจอรรณพที่อยู่ด้านหลัง และทุกคนคิดว่าอรรณพยืนไม่ได้อยู่แล้ว ภัทรลดาเห็นอรรณพยืนได้ก็ตกใจ นึกไม่ถึง อรรณพกำก้อนหินในมือแน่น แล้วฟาดใส่ศีรษะด้านหลังคนทรยศที่ถือปืนอยู่เต็มแรง จนสลบเหมือดไป
คำรณ และลูกน้องอีกคนตกใจสุดๆ ไม่คิดว่าอรรณพจะยืนได้ เลยไม่ทันตั้งตัว อรรณพฟาดเสร็จ ก็เหวี่ยงก้อนหินฟาดใส่หน้าลูกน้องอีกคน แล้วตามเข้าไปแย่งปืนจากเจ้านั่นจนล้มไปด้วยกัน อรรณพอาศัยช่วงลูกน้องไม่ทันตั้งตัว พยายามแย่งปืนสุดชีวิต คำรณตั้งสติได้ ก็ชักปืนออกมา กะจะยิงอรรณพ แต่ทันใดนั้น ภัทรลดาก็พุ่งตัวปัดมือคำรณ จนปืนลั่น ยิงไปทิศทางอื่นแทน
ภัทรลดาพยายามจะแย่งปืนมา แต่คำรณแข็งแรงกว่า เลยสะบัดภัทรลดาออกแล้วตบซ้ำ จนภัทรลดาล้มคว่ำ ภัทรลดาล้มลงกับพื้น ข้อศอกกระแทกกับพื้นอย่างแรง จนเป็นแผล คำรณเล็งปืนไปที่ภัทรลดา กะยิงให้ตาย มีเสียงปืนดังขึ้น 2-3 นัด แต่กลับเป็นคำรณที่เป็นฝ่ายถูกยิง จนทรุดลงกับพื้น ก่อนจะล้มลงขาดใจตายไป
ภัทรลดามองตาม คนที่ยิงคำรณคือยงยุทธกับพวกตำรวจ ที่ตามมาช่วยไว้ได้ทันพอดี พวกตำรวจรีบเข้าไปจับลูกน้องคำรณที่เหลือ แล้วช่วยอรรณพออกมา
ภัทรลดาเป็นห่วง รีบเข้าไปช่วยพยุงอรรณพ “เป็นยังไงบ้างคะคุณพ่อ”
อรรณพเหนื่อยหอบ “ไม่ ไม่เป็นไร แล้วหนูล่ะ”
ภัทรลดาเจ็บแขนที่กระแทกกับพื้น “เจ็บแขนตอนล้มน่ะค่ะนอกนั้นก็ไม่มีอะไร” เธอแปลกใจมาก “แต่ภัทรสงสัย ว่าทองมันหายไปได้ยังไง ภัทรเฝ้าอยู่ตลอดแท้ๆ”

พิมลภากำลังจอดรถอยู่ รอบๆเป็นสถานที่เปลี่ยว ไม่มีผู้คนสัญจรไปมา ซักพัก ลูกน้องคำรณก็ขับรถเข้ามาหา พอพิมลภาเห็นรถ ก็ลงจากรถมารอทันที ลูกน้องคำรณจอดรถ แล้วลงมาหาพิมลภา พร้อมกระเป๋าซึ่งเหมือนกับกระเป๋าใส่ทองที่ภัทรลดาถือไปหาคำรณเปี๊ยบ
พิมลภายิ้มแย้ม “เรียบร้อยใช่มั้ย”
เขายื่นกระเป๋าให้พิมลภา “ไม่มีปัญหาครับ เป็นไปตามแผนที่คุณวางไว้ทุกอย่าง”
พิมลภารับกระเป๋ามา แล้วเปิดออก ก่อนจะหยิบทองออกมาดูอย่างสะใจสุดๆ

เมื่อ 2-3 วันก่อน พิมลภากำลังคุยกับคำรณอยู่ในห้องพิเศษส่วนตัวของร้านอาหาร
คำรณตกใจมาก “คุณจะให้ผมลักพาตัวไอ้แก่นั่น บ้าไปแล้วเหรอ”
“ไม่ทำก็ได้ แต่ฉันมีเงินให้นายงวดนี้งวดสุดท้าย ถ้าอยากจะบอกตำรวจหรืออะไรก็ทำไปเลย แต่ฉันไม่มีให้อีกแล้ว”
คำรณหงุดหงิด “เวรเอ๊ย นี่คงจะแค้นไอ้แก่อรรณพมันมากสินะ ถึงได้คิดจะเรียกค่าไถ่มัน”
“ฉันยอมเป็นเมียไอ้แก่มะเขือเผาอย่างมันก็บุญเท่าไหร่แล้ว มันกลับบีบให้ฉันหย่าโดยไม่ให้ซักบาท แถมยังบังคับให้ฉันขายหุ้นคืนให้มันราคาถูกอีก จะไม่ให้แค้นได้ไง”
“แล้วเรื่องเกาะไข่หงส์จะเอาไง ไอ้มงคลมันไม่ยอมง่ายๆหรอกนะคุณ”
“ไม่ยอมก็ต้องยอม ฉันหย่าแล้ว จะมีปัญญาอะไรเอาเกาะมาให้มัน” พิมลภายิ้มร้ายๆ “แต่ถ้าเจียดเงินค่าไถ่ซักสิบยี่สิบล้านไปให้ ไอ้มงคลมันอาจจะยอมปล่อยฉันกับนายก็ได้”
“ปล่อยคุณคนเดียวน่ะสิ ผมเป็นพยานซัดทอดถึงมันได้ มันคงยอมปล่อยหรอก”
“งั้นนายก็ยิ่งต้องทำงานนี้ เรียกค่าไถ่ซักร้อยล้าน แบ่งกันคนละครึ่ง แล้วนายก็หนีออกชายแดนไป แค่นี้นายก็รอดแล้ว”
คำรณคิดตาม หน้าเครียด “เอาวะ ดีกว่าหนีหัวซุกหัวซุนรอตำรวจมาจับ แต่บอกก่อนนะ ผมไม่มีมือดีอย่างไอ้มงคลมันนะ เท่าที่หาได้ตอนนี้ ก็ไอ้พวกที่เคยใช้งานสมัยก่อนเท่านั้นแหละ”
“ไม่เป็นไร ฉันเป็นสายให้อยู่ข้างใน รับรองไม่พลาด แต่งานนี้ นายต้องสั่งสอนนังน้องอกตัญญูนั่นให้ฉันด้วยก็แล้วกัน”
“สั่งสอนยังไง”
พิมลภายิ้มเหี้ยม สายตาถมึงทึง ดูน่ากลัว

ตอนที่ภัทรลดาขึ้นไปนั่งบนรถ พร้อมกระเป๋าใบใหม่ที่วางเอาไว้ที่ตัก ลูกน้องคำรณส่งถุงดำให้ “คลุมหน้าซะ”
ภัทรลดาเอาถุงดำมาคลุมหน้า ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ลูกน้องคำรณก็หยิบเอากระเป๋าที่ตักภัทรลดาออก แล้วโยนไปที่เบาะหลัง
ภัทรลดาโวยวาย “ทำอะไรน่ะ ฉันยังไม่ได้ตัวประกันคืน แกจะเอาของไปแบบนี้ไม่ได้นะ”
ลูกน้องคำรณรำคาญ “เรื่องมากจริงวะ” เขาเอี้ยวตัวไปทางเบาะหลัง แล้วหยิบกระเป๋าอีกใบ ที่เหมือนกับกระเป๋าที่ใส่ทองเปี๊ยบกลับมาวางที่ตักภัทรลดาเหมือนเดิม ก่อนที่จะขับรถออกไป
ภัทรลดาคลุมหน้าอยู่ เลยไม่รู้ว่ากระเป๋าใส่ทองคำถูกสับเปลี่ยนไปหมดแล้ว ที่ภัทรลดาถืออยู่เป็นเพียงกระเป๋าใส่ก้อนหินเท่านั้น
พิมลภายิ้มสะใจกับแผนการของตนเอง ก่อนจะโยนทองให้ลูกน้องคำรณรับไป “ฉันให้นอกเหนือจากค่าจ้าง แล้วก็ปิดปากให้สนิทล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะหลบไปให้ไกลๆ ไม่ให้ใครตามเจอเด็ดขาดครับ”
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีรถตำรวจ 3-4 คัน ขับเข้ามาล้อมพิมลภากับลูกน้องคำรณไว้ ท่ามกลางความตกใจสุดๆของพิมลภา ตำรวจรีบลงจากรถ แล้วเล็งปืนมาที่พิมลภากับลูกน้องคำรณ “อย่าขยับเราล้อมไว้หมดแล้ว”
ลูกน้องคำรณกลัวมาก รีบชูมือยอมแพ้ทันที ตำรวจก็รีบเข้ามาจับกุมตัวไว้
พิมลภากลัว แต่รีบปั้นหน้ายิ้ม “นี่ นี่มันอะไรกันน่ะคะ คุณตำรวจ”
ไตรภพลงมาจากรถตำรวจ พร้อมกับถือโทรศัพท์มือถือลงมาด้วย ไตรภพยิ้มกวนๆ “สวัสดีครับคุณพิมลภา” พิมลภาหน้าซีดเผือดทันทีที่เห็นไตรภพ ไตรภพคุยมือถือ “เรียบร้อยครับหมวด ได้ทองกลับมาครบ พร้อมคนร้ายด้วย” ไตรภพกดวางสาย แล้วมองไปทางพิมลภาด้วยสายตาเย้ยหยัน

ย้อนกลบไปเมื่อวานนี้ ไตรภพกำลังคุยกับยงยุทธด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “บอกตรงๆนะครับ ยัยนี่เพิ่งถูกบีบให้หย่ากับท่านอรรณพ แต่กลับเต็มอกเต็มใจช่วยเหลือ มันแปลกๆยังไงไม่รู้ แล้วถ้าจะมีใครรู้ความเคลื่อนไหวท่านอรรณพจนไปดักลักพาตัวได้ มันก็ควรจะเป็นคนในบ้าน คิดดูแล้ว ผมสงสัยยัยนี่มากที่สุดครับ”
“ถ้าคุณระแวง ผมกันเค้าออกไปไม่ให้รู้แผนของเราดีมั้ยครับ”
ไตรภพคิดอยู่ครู่นึง “ผมอยากซ้อนแผนมากกว่าครับ ให้เค้ารู้แผนเราทั้งหมดแล้วค่อยตลบหลัง”
“งั้นผมจะให้ลูกน้องจับตาดูคุณพิมลภาไว้ มีอะไรก็ให้ติดต่อคุณโดยตรงเลย ดีมั้ยครับ”
“ขอบคุณครับหมวด” ไตรภพ สีหน้าเคร่งขรึม วางแผนที่จะเล่นงานพิมลภา

ไตรภพยิ้มเยาะ “ฉลาดดีนี่ ได้ทั้งทอง แล้วยังได้ล้างแค้นผม ท่านอรรณพ ภัทร แล้วก็นายคำรณอีก ยิงปืนนัดเดียวนกตกลงมากราวรูด เสียดาย ที่ผมดันรู้ทันซะก่อน”
ตำรวจเดินเข้ามาเอากระเป๋าใส่ทองจากพิมลภา แล้วจะควบคุมตัวพิมลภา แต่พิมลภาวสะบัดตัวออกไม่ยอมให้จับ
พิมลภาจ้องหน้าไตรภพเขม็ง ก่อนจะเดินตามตำรวจไป โดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ไตรภพมองตามแล้วยิ้มเยาะ ในที่สุดก็จัดการกับพิมลภาจนได้

ภัทรลดานอนให้พยาบาลทำแผลที่แขนให้อยู่ โดยมียงยุทธยืนอยู่ใกล้ๆ
“เดี๋ยวรอคุณหมอซักครู่นะคะ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” พยาบาลเดินออกจากห้องตรวจไป ภัทรลดาหันไปถามยงยุทธ “คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”
“แอดมิดเรียบร้อยแล้วครับ ทางคุณวิสาก็มาถึงแล้ว คุณภัทรไม่ต้องห่วงนะครับ”
“ค่ะ เอ่อ คุณยุทธกลับไปที่โรงพักเถอะค่ะ ป่านนี้ คงมีเรื่องให้คุณยุทธสะสางเต็มไปหมดแล้ว” ภัทรลดาหน้าเครียดๆ “เดี๋ยวภัทรเสร็จจากที่นี่แล้ว จะตามไปค่ะ”
“ถ้าไม่ไหว เอาไว้มาพรุ่งนี้ก็ได้มั้งครับ”
“คงไม่ได้หรอกค่ะ ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่รู้เรื่องแล้ว ยังไงก็คงต้องไปวันนี้ล่ะค่ะ”
“งั้นผมไปก่อนนะครับ” ยงยุทธเดินออกจากห้องไป
ภัทรลดาถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหลับตาลงพักผ่อน
ประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบา ภัทรลดายังคงหลับตาพักผ่อน โดยไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย ว่ามีคนยืนมองตนอยู่ ..ซึ่งก็คือไตรภพ ที่ยืนมองภัทรลดาด้วยความสงสารอยู่ใกล้ๆ ไตรภพเห็นภัทรลดาเจ็บแขนก็เป็นห่วง ยื่นมือออกไปจะจับมือภัทรลดา แต่ขณะที่ห่างเพียงเล็กน้อย ไตรภพก็เปลี่ยนใจ เพราะไม่รู้ว่าภัทรลดาอภัยให้ตนรึยัง ไตรภพได้แต่ยืนมองภัทรลดาด้วยความสงสาร เป็นห่วง แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรมากกว่านั้น
ภัทรลดาลืมตาตื่นขึ้นแล้วหันไปมองที่ประตู กลายเป็นหมอ พยาบาลเข้ามาในห้อง ไม่เห็นไตรภพอยู่ในห้องแล้ว
“เป็นยังไงบ้างครับ ยังเจ็บแขนอยู่รึเปล่า”
“ค่ะ”
หมอเข้ามาตรวจอาการภัทรลดาอีกที ภัทรลดานอนให้หมอตรวจอาการ โดยไม่รู้เลยว่า ไตรภพเพิ่งออกจากห้องไปเพียงนิดเดียว

ไตรภพเดินหน้าจ๋อยๆ จะไปหาผู้เป็นพ่อ ลูกเกด แคท เห็นไตรภพก็วิ่งร้องไห้เข้ามาหาทันที ธนาธิป นินันท์ เดินตามหลังมา
ลูกเกด / แคทพ ร้องไห้ “ลุงภพ / แดดดี๊”
ไตรภพตกใจ “ร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้น”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ สองคนนี่เค้าเข้าไปหาคุณพ่อ เห็นคุณพ่อถูกทำร้ายไปทั้งตัวก็เลยร้องไห้สงสารคุณพ่อน่ะค่ะ”
“คุณปาเป็นแผลมีเลือดออกด้วย คงเจ็บน่าดูเลยค่ะลุงภพ”
แคทร้องไห้ กอดไตรภพ “แดดดี๊ต้องแก้แค้นให้คุณปานะ คุณปาถูกทำร้าย แคทไม่ยอม”
ธนาธิปปราม “แก้ค้งแก้แค้นอะไรกัน เป็นเด็กเป็นเล็กพูดอย่างงี้ได้ยังไง ไปๆปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่นะ เด็กๆมานี่เลย” ธนาธิปพาเด็กสองคนเดินไป
ไตรภพหน้าเครียด “ท่านอรรณพเป็นไงบ้าง”
นินันท์ไม่สบายใจ “พอรู้ว่าเป็นฝีมือใคร คุณพ่อก็ซึมไปทันที งานนี้คงเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจล่ะค่ะ”
ไตรภพหน้าเครียด ถึงปากจะทะเลาะกัน แต่ก็อดห่วงพ่อไม่ได้

วิสากำลังกุมมืออรรณพที่หลับสนิทอยู่ วิสามองอรรณพด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้จะโกรธอรรณพมาก แต่เมื่ออรรณพอยู่ในอันตราย ตนก็อดห่วงอรรณพไม่ได้อยู่ดี ไตรภพเปิดประตูเข้ามา วิสาหันไปจุ๊ปากให้ไตรภพเบาๆ เพราะกลัวอรรณพตื่น ไตรภพปิดประตูลงเบาๆ แล้วเดินมาหาอรรณพที่เตียง
วิสาพูดเบาๆ “คุณภพอยู่กับคุณพ่อแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวน้ามา”
ไตรภพพูดเบาๆ “ครับ”
วิสาเดินออกจากห้องไป ไตรภพหันไปมองพ่อ อรรณพนอนหลับ โดยไม่ได้คลุมผ้าห่ม บนใบหน้า ตามตัวมีร่องรอยของการถูกทำร้าย ทั้งฟกช้ำ มีบาดแผล ไตรภพมองพ่อด้วยความสงสาร อายุมากแล้วแต่กลับต้องมาถูกทำร้ายถึงขนาดนี้
ไตรภพนั่งลงใกล้ๆ แล้วเอามือสัมผัสแผลที่ใบหน้าของอรรณพ สงสารพ่อจับใจ “พ่อครับ...” ไตรภพดึงผ้าห่มมา ค่อยๆคลุมให้อรรณพ
อรรณพรู้สึกตัวตื่นขึ้น มองไปที่ไตรภพ “อ้าว ไอ้ภพ มาแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” อรรณพยันตัวลุกขึ้นนั่ง
“ถ้าท่านหมายถึงคดีความ ตอนนี้เป็นเรื่องของกฎหมายแล้วครับ ผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว”
อรรณพพยักหน้ารับ หน้าขรึมลง “ขอบใจแกมากนะ แล้วก็ต้องขอโทษแกด้วย”
“ขอโทษผมเรื่องอะไร”
“ก็ที่ฉันพาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้าน ทำให้แกแล้วก็ทุกๆคนในบ้านเดือดร้อนไปด้วยน่ะสิ”
“ไม่ต้องขอโทษผมหรอก คนเดียวที่ท่านควรจะขอโทษ คือน้าสา ไม่ใช่ผม”
อรรณพหน้าเศร้าลง “ถ้าเค้ายอมรับคำขอโทษของฉันก็ดีสิวะ” เขาถอนใจเศร้าๆ “เมื่อกี๊ตอนที่ฉันหลับ ฉันฝันถึงแม่แกด้วยนะ แปลกมาก ตั้งแต่เค้าตาย ฉันไม่เคยฝันถึงเค้าเลย นี่เป็นครั้งแรก สงสัย เค้าจะมารับฉันไปอยู่ด้วยมั้ง”
ไตรภพชักใจคอไม่ดี ปั้นหน้าดุ “เลอะเทอะน่ะท่าน ก็แค่ความฝัน ท่านไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก”
อรรณพส่ายหน้าช้าๆ “คนอย่างฉัน อยู่ไปก็เป็นภาระลูกหลานเปล่าๆ ดูสิ มาหลงผู้หญิงเอาตอนแก่ แล้วก็กลายเป็นว่าพางูเห่าเข้าบ้าน แก่กะโหลกกะลา ของแค่นี้ก็ดูไม่ออก ตายซะเร็วๆก็ดีแล้ว”
ไตรภพหน้าเครียด “เลิกพูดเรื่องนี้เถอะครับท่าน”
“ก็มันจริงมั้ยล่ะ ฉันมันหมดสภาพแล้ว ดีที่แกเอาถ่าน ฉันคงไม่ต้องห่วงอะไรอีก ดีเหมือนกัน แม่แกคงรอฉันมานานแล้ว...”
ไตรภพพูดสวนขึ้น “หยุดซะทีเถอะครับ ทุกคนเป็นห่วงพ่อนะ ไม่มีใครอยากให้พ่อเป็นอะไรทั้งนั้นแหละ”
อรรณพอึ้งไปทันที หันไปมองไตรภพอย่างนึกไม่ถึง ไตรภพก็หน้าเจื่อนไป ลืมตัวจนหลุดเรียก “พ่อ” ออกไปจนได้ วิสาค่อยๆเปิดประตูจะกลับเข้ามา แต่พอเห็นไตรภพกำลังคุยกับพ่ออยู่ เลยชะงักไว้และยืนแอบมอง
อรรณพนึกไม่ถึง “นี่แก แกเรียกฉันว่า “พ่อ” เหรอ”
ไตรภพอึกๆอักๆ รู้สึกเสียฟอร์ม “เอ่อ แล้ว แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะ”
อรรณพน้ำตาคลอ ซึ้งใจ “แกไม่เคยเรียกฉันว่า “พ่อ” มาหลายปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ฉันส่งแกไปเรียนอเมริกา” เขายื่นมือไปจับมือไตรภพ “แก แก.. แกหายโกรธฉันแล้วเหรอ”

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนอวสาน[2] วันที่ 20 พ.ย. 58

ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพบทโทรทัศน์โดย : วิสุทธิชัย บุญยะกาญจน, ฝนพรำ
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ กำการแสดงโดย : ชัชวาล ศาสวัตกลูน
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ผลิตโดย : บริษัท ทีวีธันเดอร์ จำกัด
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ