อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 20 วันที่ 7 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 20 วันที่ 7 พ.ย. 58

คุณตาคุณยายงง “อ้าว ซดโอเลี้ยงกันเสียแล้ว”
“แน่แล้วค่ะ คุณพลไม่ใช่เนื้อคู่ กระดูกคู่หรอกค่ะ” ยายพิณย้ำ
“แกแน่ใจเหรอยายพิณ”
“แน่เสียยิ่งกว่าแช่แป้งอีกค่ะคุณยาย”
คุณตาคุณยายพร้อมที่จะเชื่อ พลอยโล่งอกกันทั้งคู่
ที่ปั๊มน้ำมัน ชบาทิพย์ตาเบิกโพลงจนขนตาปลอมบนเกือบหลุด เมื่อรถของคุณชายเล็กแล่นเข้าปั๊มมาเติมน้ำมัน รถเก่าแนวรถกระบะ คุณชายเล็กยังซึมๆ

“พี่พลมา” ชบาทิพย์ลุกพรวดไปเกาะประตูกระจก
พุดซ้อนเงยหน้าจากลูกคิดที่โต๊ะรับเงิน ทำหน้าขยะแขยง “หนูชบาขา แม่เตือนลูกหลายหนแล้วนะคะ ว่าเราน่ะ เป็นผู้มีตระกูลสูง ร่ำรวยเป็นพฤหัสสับบอดี”


“เขาเรียกคหปัตนีแม่”
“เออ นั่นแหละ เราเป็นของสูงอย่าไปเกลือกกลั้วมัวหมองกับคนชั้นต่ำ”
แม่ลูกออกมาต้อนรับคุณชายเล็ก ที่กำลังก้าวลงจากรถ “แล้วนี่ครับเอกสารเอามาให้นายแม่เซ็น”
ชบาทิพย์รีบจัดการเติมน้ำมันให้ พุดซ้อนรับเอกสารมาเซ็น “อ้อ....นี่สมคงมาส่งแม่สาลินเขาซีท่า”
“ขอรับ ผมจะกลับบ้านแล้ว”
“คราวนี้กลับเร็วเนอะ ไง ไม่อยู่พี้รี้พิไรเหมือนอย่างเคย”
“ครับ วันนี้เขาไม่ให้อยู่นาน”
“ว่าแล้วไหมล่ะ ตอนนี้น่ะเขามีที่หมายใหม่แล้ว แกน่ะมันยาจก ต่ำต้อยด้อยค่าราคาถูกต้องเจียมตัวเจียมใจไว้”
“ขอรับกระผม คุณนายแม่”
พุดซ้อนยิ้มแล้วถลึงตาว่าอย่ามาทะลึ่ง แต่ชบาทิพย์เอียงอาย “คนนึงน่ะ เขาเป็นมอรอวอ เป็นลูกท่านหลานเธอ ขับรถคันยาวยังกะเรือหาง วันนั้นน่ะมาส่งกันตอนเย็นๆ ลมโชยๆ จับมือถือถันกันเลย”
คุณชายเล็กสะดุ้งเฮือก ชบาทิพย์สะกิดแม่ “แค่ถือแขนจ๊ะ แม่”
“นั่นแหละ จับมือถือแขนคลอเคลียกัน ต๊ายพี่เขยน้องเมียกันแท้ๆ ยังทำได้ นั่นแค่ที่หมายแรก มีอยู่คืนนึง นั่งชูคอมากับที่หมายคนที่สอง เป็นเศรษฐีใหญ่ หล่อเฟี้ยว หรูเฟ่ ยาวใหญ่กว่าของ มอรอวอ เยอะ”
“หา...หมายถึงอะไรครับ”
““รถ” โน่น....หายกันเข้าไปในสวนเป็นนานสองนาน เจออีกที สลบไสลไม่ได้สติอีกบักอีโรย นอนแผ่หรา ร้อนถึงฉันกับลูกชบาต้องจับแก้ผ้า”
“แม่....ล้างตัวให้เฉยๆ แต่ชบาไม่เห็นอะไรเลยนะคะ”
“หนูชบา จำไว้นะลูก เกิดเป็นหญิงต้องรักนวลสงวนเนื้อ พวกผู้ชายน่ะได้คืบจะเอากิโล ตอนแรกก็จับมือ เผลอแผล็บเดียวก็จาบจ้วงล้วงเข้าลึก” ชบาทิพย์ผวา คุณชายเล็กทำตาปริบๆ “เผลอแผล็บเดียว ก็อีลุ๊บตุ๊บ...ป่อง!”
“แม่ !”
“แกเองก็เหมือนกัน วันนั้นฉันไปเก็บลึง เอ้ย เก็บตำลึง เห็นแกจับมือถือแขนพี่สาวชาววังของยายสาอยู่ ใจคอน่ะ แกจะเป็นพระยาเทครัว ฟาดพี่ขยี้น้องเชียวหรือยะ”
คุณชายเล็กผวาอ้าปากค้าง

คืนนั้น สนามข้างตำหนักเล็ก นมย้อยถือของว่างกับนมชมพูเดินมา คุณชายเล็กนั่งอยู่ที่สนามข้างเทอเรส กำลังวางแผ่นเสียงลงบนเครื่องเล่นแล้วเลื่อนเข็ม เสียงเพลงเต้นรำวิเวกหวานดัง นมย้อยวางถาดของว่างลง คุณชายเล็กดึงนมย้อยมาแล้วพาเต้นรำไปรอบๆ
นมย้อยร้องวุ้ยว้ายแต่เต้นได้ “วุ้ย คุณเล็กเกิดอะไรขึ้นคะ”
คุณชายเล็กระรื่น “ผมอกหักน่ะนม”
“หา! อย่ามาพูดเล่นเลยค่ะ อกหักอะไรคะ หน้างี้บานแปดกลีบสิบสองกลีบ”
“โธ่ จริง ๆ นะฮะ วันนี้ผมไปสารภาพรักกับสาว เขาปฏิเสธ บอกว่ารักผมอย่างเพื่อน”
“ฮึ ทำไมคะ ทำไมเขาไม่รักคุณเล็ก”
“ก็เพราะเขารักคนอื่นหมดหัวใจอยู่แล้วน่ะซีฮะ”
นมย้อยทำตาค้อนหยุดเต้น “ฮึ งั้นแม่คนนี้เหมือนไก่ได้พลอย”
“เพราะเขามีเพชรอยู่ในมือแล้วต่างหากฮะ”
“ฮึ ใครกันจะมาเลอเลิศอะไรปานนั้น” รถคุณชายรองแล่นมาจอดหน้าตึกพอดี บรรดานางข้าหลวงมารับกระเป๋า นมย้อยเปรย “คุณรองกลับมาพอดีค่ะ”
คุณชายเล็กมองไปที่คุณชายรอง ที่ยังสาละวนอยู่ข้างรถ แล้วพูดเชิงรำพึง “จริงนะนม รายนั้นน่ะเจ้าชายในฝัน ใคร ๆ ก็รักเขา ผมเทียบอะไรกับเขาไม่ได้ซักอย่าง”
“นี่คุณเล็กอกหักจริงๆ หรือคะ”
“ผมชอบเขามากนะนม ชอบจนคิดว่ารัก แต่วันนี้แหละที่ผมแน่ใจว่ารักกับชอบมันคนละเรื่องกัน”
“แล้วคุณเล็กรักใครจริงๆ เข้าหรือยังล่ะคะ”
“ฮะ แค่กลัวแต่ว่าจะรักเขาข้างเดียวเท่านั้นเอง”
คุณชายรองเดินจะเข้าตึก เห็นคุณชายเล็กเลยเดินลัดสนามมาหา “ไง เจ้าเล็ก เพิ่งมาจากเมืองนนท์เหรอ”
“หา...ทำไมพี่รองรู้” นมย้อยมองทั้งคู่
“ฉันเห็นแกไปส่งสาลินน่ะซี” คุณชายเล็กสะดุ้ง
นมย้อยพอจะนึกอะไรออกบางอย่าง อมยิ้ม “นมไปเตรียมมื้อค่ำให้นะคะ” นมย้อยกลับตึกไป
“ตกลงทั้งแกทั้งเจ้าพลรุมจีบเจ้าหล่อนงั้นซี”
“พี่จะมาสนใจอะไรล่ะครับ ตอนนี้พี่เองก็ทิ้งคุณสา หันไปหายายก้อยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผมก็ต้องทำคะแนนของผมบ้าง”
คุณชายรองยิ่งหงุดหงิด “ขอให้ชนะเจ้าพลมันก็แล้วกัน” คุณชายรองกลับเข้าตึก
คุณชายเล็กที่ยิ้มหยัน ๆ อยู่เจื่อน สลดลงทันที คุณชายเล็กถอนใจ “ผมแพ้แล้วครับ แพ้อย่างหมดรูปเลยละ คนที่ชนะคือพี่ต่างหาก”

เช้าวันใหม่ ที่บ้านสวน คุณตานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ร้องเอะอะ “นี่คุณ มาอ่านนี่เร้ว”
คุณยายเข้ามาอ่าน พร้อมยายพิณ ตาผล “ว้าย ตายแล้ว แล้วแม่ศรีของฉันจะทำยังไง”
“โธ่ คุณศรี คุณศรีกลายเป็นหม้ายขันหมากเหรอคะ” ยายพิณโอดโอย

ห้องอาหารตำหนักเล็ก นมย้อยกำลังอ่านข่าว หม่อมอำพันทานของเช้ากับคุณชายโตและคุณชายเล็ก แม่น้อม เจียมปรนนิบัติอยู่ จรวยเลี้ยงตาตุ้มอยู่ที่โซฟายาวหน้าทีวี
คุณชายโตอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย ชะงักไป “หม่อมครับ อ่านข่าวรึยัง”
คุณชายโตส่งหนังสือพิมพ์ให้หม่อมอำพัน คุณชายเล็ก ทุกคนเข้ามารุมอ่าน จรวยชะเง้อมอง
“เรื่องใหญ่แล้ว นายรองอยู่ไหน ไปตามมาซิ”
คุณชายเล็ก คุณชายโตหน้าเครียด จรวยรีบลุกมาอ่านข่าวแล้วแอบยิ้ม
สาลินเพิ่งมาถึงห้องสมุด พบว่าบราลี ลลิตา จิตริณี แว่นกำลังสุมหัวอ่านข่าวคอลัมน์วิรงรองอยู่
บราลีถาม “ลินซี่ เห็นข่าวรึยัง”
สาลินเข้ามาดู ไม่แปลกใจอะไรนัก แต่สีหน้าหดหู่
ลลิตาสงสัย “ไม่รู้สึกรู้สมอะไรเลยเหรอ”
“จะให้รู้สึกอะไร เขารักกันมานาน สมควรที่จะแต่งงานกันแล้ว” สาลินเสียงเครือ
“แล้วที่เขามารับมาส่งเธอ....” จิตริณีห้ามบราลีไม่ให้พูดต่อ สาลินเลี่ยงไป หลบหน้าทุกคนเพราะน้ำตาคลอหน่วยเต็มที สาลินเดินแยกออกมา ทุกคนเศร้าใจ

ห้องนั่งเล่นตำหนักใหญ่ คุณสอางค์เดินมากับคุณสร้อยตรงมายังเก้าอี้โซฟา บนโต๊ะกาแฟวางน้ำชา กาแฟ ของกินเช้า มาลากับศรีจิตราช่วยกันจัดอาหาร ศรีจิตราอ่านข่าวอยู่มุมหนึ่ง
คุณสร้อยวิตก “นี่วันที่สามแล้วนะคะคุณพี่ ที่คุณรองจะต้องให้คำตอบเสด็จเรื่องแม่หญิงก้อย”
คุณสอางค์กังวล “นั่นซี ฉันใจคอไม่ดีเลย” ทั้งสองเหลือบไปมองศรีจิตรา
ศรีจิตราอุทานออกมาพอดี “โธ่ ยายสา”
คุณสร้อยตกใจ “มีอะไรแม่ศรี” ทั้งหมดกรูมาดูข่าว
มาลาอุทาน “ว้าย คุณรองให้คำตอบแล้วค่ะ คุณแม่บ้าน”
คุณสร้อยอ่าน “น่ายินดีด้วยจริงๆ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงกับคุณชายกิตติราชนรินทร์ พร้อมจะเข้าพิธีวิวาห์ในอีกสองเดือนข้างหน้า”
เห็นภาพข่าวเต็มๆ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงกำลังเต้นรำกับคุณชายรองในผับ หลายอิริยาบถ หวานชื่น คุณสอางค์เรอดังเอิ้กแล้วเซ มาลา วรรณา ศรีจิตราร้องวี้ดว้ายช่วยประคองลงนั่ง
“ว้าย คุณพี่ ยาดมเร็ว ยาดม” วรรณาคว้าขวดยาดมมาทันที เอาจ่อจมูกคุณสอางค์
คุณสอางค์ผวาลืมตา “โธ่เอ๋ยแม่ศรี ฮือ ต้องเป็นม่ายขันหมากเหมือนป้า เร็ว.....เอาหนังสือพิมพ์ไปซ่อนก่อน อย่าให้ทรงทอดเนตรได้นะยะ”
วรรณาถาม “คราวนี้จะเอาไปแช่น้ำ ไปเผา หรือไปขุดหลุมฝังคะ”
“ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องปิดบังอะไรทั้งนั้น” เสร็จทรงก้าวเข้ามา ทุกคนร้องอุทาน คุณสร้อย คุณสอางค์ ศรีจิตราลดตัวลงจากโซฟา เสด็จประทับลงบนโซฟา ตรัสสุรเสียงแข็งกระด้าง “ไปตามกิตติราชนรินทร์มาพบฉันเดี๋ยวนี้” ทุกคนอกสั่นขวัญหาย

ที่หน้าห้องทรงพระสำราญ เห็นนางข้าหลวงทุกวัยคุกเข่ากันขนัดแน่น ซุบซิบกันลอกแลก วรรณา คุณสอางค์ คุณสร้อย ศรีจิตรานั่งกันเงียบงัน หม่อมอำพันเดินมากับนมย้อย คุณชายเล็ก คุณชายโต จรวยตามมา
“คุณแม่บ้าน ยังไงกันคะ”
“โธ่ ยังไม่ทราบค่ะ หม่อม”
หม่อมอำพันทรุดนั่ง นมย้อยเข้ากุมมือศรีจิตรา “โธ่เอ๋ย คุณศรี”
ครู่เดียวมาลาเข้ามา หน้าซีดเผือด “เสด็จทรงมีรับสั่งให้ทุกคนเข้าเฝ้าได้แล้วค่ะ”

ห้องทรงพระสำราญดูทะมึน เสด็จประทับนั่งบนโซฟาพนักสูง คุณชายรองนั่งพับเพียบที่เบื้องพระพักตร์ คุณสร้อย คุณสอางค์ ศรีจิตรานั่งเรียงอยู่ด้านหนึ่ง มาลา วรรณานั่งขนาบโซฟา นมย้อย หม่อมอำพัน คุณชายเล็ก คุณชายโต จรวยนั่งอยู่เบื้องหลังคุณชายรอง ทางด้านหลังนางข้าหลวงหมดวังนั่งกันสลอนราวท้องพระโรงอียิปต์
เสด็จทรงเย็นชา “เธอลองตอบให้ฉันฟังอีกครั้งซิ กิตติราชนรินทร์ ตอบฉันต่อหน้าทุกคน”
“สิ่งที่เกล้าทำลงไป เพราะเกล้าไม่ต้องการถูกบังคับพะยะค่ะ”
“ที่ฉันหาคู่ครองที่เหมาะสมให้เธอ เธอคิดว่าฉันบังคับเธองั้นเหรอ”
“เกล้าขอประทานอภัยที่จะต้องทูลตามความรู้สึกแท้จริงของเกล้า ใช่ พะย่ะค่ะ” ทั้งหมดอุทานเบา ๆพร้อมกัน “ความรักไม่ใช่เรื่องที่จะบังคับหรือกะเกณฑ์กันได้ เกล้าขอทำตามที่หัวใจเรียกร้อง ไม่ขอถูกบังคับอีกต่อพะยะค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ งั้นสิ่งที่ฉันทำต่อไปนี้ ฉันก็ถูกบังคับให้กระทำเช่นกัน” เสด็จพลันประทับยืนก้าวล้ำมา มองคุณชายรองอย่างกริ้วจัด สุรเสียงแข็งกระด้างเย็นชา “คนที่ฉันรักราวลูกในไส้ คนที่ฉันเลี้ยงมาด้วยมือ คนที่กินข้าวแดงแกงร้อนของฉันกลับทรยศต่อฉันได้ถึงเพียงนี้”
คุณชายรองมองเสด็จแล้วก้มหน้าลง คุณสร้อยหน้าเบี้ยว คุณสอางค์จะเป็นลม หม่อมอำพันยกมือปิดปาก นมย้อยน้ำตาไหลพราก จรวยแอบยิ้มตาวาว คุณชายเล็ก คุณชายโตหน้าเครียด มาลา วรรณา นางข้าหลวงทั้งวังเริ่มเบะ มีเพียงศรีจิตราที่สงบนิ่ง
“ดังนั้นนับต่อแต่นี้ เธอไม่ใช่หนึ่งในวุฒิวงศ์ ไม่ใช่ทายาทของแผ่นดินวุฒิเวสม์ ไม่ใช่แม้กระทั่งหลานของฉัน”
คุณชายรองก้มหน้า น้ำตาร่วงกับพื้น ช็อกร้าวราน “เด็จป้า” นมย้อยเป็นลมซบคุณชายเล็ก หม่อมอำพันร้องไห้ซบกับคุณชายโต คุณสอางค์ลมขึ้น คุณสร้อยเอายาดมให้พลางกระพือพัด ศรีจิตรามองแล้วนิ่ง เสด็จสุรเสียงเครือ น้ำตารื้นเช่นกัน “ชื่อกิตติราชนรินทร์จะถูกลบออกจากพินัยกรรม จะไม่ถูกกล่าวถึงในวังวุฒิเวสม์ ชื่อนี้จะเป็นชื่อที่ถูกลืมและลบจากความทรงจำของทุกคนตลอดไป”
คุณชายรองสะอื้นก้มหน้าลง ศรีจิตรานิ่งสงบ คนอื่นๆทรุดลงไปอีก จรวยเหลียวซ้ายแลขวาแล้วรีบทำเนียนสะอื้นบ้าง เสด็จหมุนขวับกลับไปยังโซฟาจับพนักไว้ พระองค์สั่นอย่างสะเทือนใจ ทำท่าจะเซ
“เด็จป้า” คุณชายเล็กและคุณชายโตเข้าประคองเสด็จให้ลงนั่ง พระเนตรไหลพรากอาบพักตร์ เอี้ยวพระองค์ผินข้างให้คุณชายรอง คุณชายเล็ก คุณชายโตถอยออกมา ลงนั่งข้างคุณชายรอง
หม่อมอำพันและคุณสอางค์ถลาไปเกาะพระบาท “ทรงโปรดเถอะเพคะ”
“อย่าทรงทำแบบนี้เลยเพคะ”
“นี่คือบทเรียนของคนที่ทรยศฉัน ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ตอนนี้ฉันอยากอยู่คนเดียว ออกไปทุกคน”
คุณชายรองกราบลงกับพื้นแล้วถอยมาหลายก้าว ศรีจิตรามอง คุณชายเล็กสบตา ศรีจิตราก้มศีรษะให้ คุณชายรองก้มศีรษะตอบแล้วหมุนกายจากไป นางทั้งมวลร้องไห้กันระงม จรวยแกล้งร้องตามด้วย เสด็จประทับนิ่ง ทุกคนกราบลงพร้อมกันแล้วค่อยๆ คลานออก มาลา วรรณาร้องไห้กระซิก ช่วยกันประคองคุณสอางค์ออก คุณชายเล็กประคองนมย้อย คุณชายโตประคองหม่อมอำพัน ศรีจิตราประคองคุณสร้อย ทยอยกันออกไปทีละคู่ เสด็จประทับอยู่ลำพัง ร้องไห้สะอื้น

ที่หน้าตำหนัก รถนายยอดจอดรออยู่ กระโปรงท้ายเปิดไว้ นายยอด เจียม แม่น้อม นางข้าหลวงเดินเซซังเช็ดน้ำตา ขนกระเป๋าเสื้อผ้า กล่องใส่ของใช้ มาใส่รถ คุณชายรอง คุณชายโต คุณชายเล็ก หม่อมอำพัน นมย้อย จรวยเดินออกจากตัวตำหนัก หม่อมอำพันจับมือคุณชายรอง นมย้อยซับน้ำตา เจียมกับแม่น้อมเกาะกันร้องไห้ คุณชายโตหน้าหมองห่วงน้อง จรวยทำเศร้าสุดความสามารถ
“โธ่เอ๋ย ชายรอง แล้วนี่จะไปอยู่ที่ไหน”
“ผมคงไปอยู่ที่ร้านก่อนนะฮะ แล้วไว้ค่อยขยับขยายวันหลัง”
หม่อมอำพันเสนอ “ไปอยู่บ้านเช่าที่บางกะปิก่อนดีไหมลูก ฝรั่งมันจะย้ายออกพอดี”
“ไม่ต้องหรอกฮะ” คุณชายรองหันไปหานมย้อย “นม อย่าร้องไห้เลยครับ ผมไม่เป็นอะไร”
“แต่นมใจจะขาดแล้วค่ะ คุณชาย”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปหานายที่ร้าน โธ่เอ๋ย ทำไมถึงเป็นอย่างนี้นะ”
“ขอบคุณครับพี่โต”
“ไม่ต้องห่วงครับพี่รอง เดี๋ยวเด็จป้าหายกริ้ว ก็ทรงยอมให้พี่กลับมาเองล่ะ”
คุณชายรองพยักหน้า “ผมไปล่ะครับ หม่อมแม่ นม พี่โต นายเล็ก ฉันไปนะทุกคน ดูแลหม่อมแม่ด้วย” คุณชายรองไหว้ลา ผู้ใหญ่รับไหว้ พวกบ่าวไพร่ลงกราบ คุณชายรองขึ้นรถ นายยอดขับออก รถแล่นไป
“เพราะนังหญิงก้อยร้อยมารยานั่นทีเดียว”
“คุณชายก็ไม่ควรเลยค่ะ” นมย้อยติง
“ผมไม่คิดว่าเด็จป้าจะกริ้วขนาดนี้” คุณชายโตเอ่ย
“ฮึ ก็สมใจเธอแล้วไม่ใช่หรือ”
“โธ่ ไม่จริงนะฮะหม่อมแม่ นายรองน่ะน้องผมนะครับ” จรวยแหงนดูห้องคุณชายรอง เผลอยิ้ม
คุณชายเล็กไม่พอใจ “เอ๊ะ จรวย มองห้องพี่รองแล้วยิ้มทำไม”
หม่อมอำพัน นมย้อย คุณชายโต แม่น้อม เจียมหันขวับมามองจรวยตาเขียว
จรวยเลิ่กลั่กนิดหนึ่งแล้วชี้ชวน “ดูนกเขาขันคูค่ะ อยู่กันสามตัว พ่อแม่ลูก”
นมย้อยสะบัดใส่ “เฮอะ”
หม่อมอำพันรู้ทัน “แกไม่ต้องมามุสา ฉันน่ะเซียนไพ่ มองหน้าแกปร๊าดเดียวก็รู้”
คุณชายโตตัดบท “ห้องนายรองก็ต้องเก็บไว้ให้นายรองคนเดียว” จรวยอ้าปากค้าง คุณชายโตกลับเข้าตึก
หม่อมอำพันมองเหยียดหยาม “ฮึ นังไส้ศึก นังเจียม แม่น้อม โทรติดต่อขา”
“ขา...ขาใครคะหม่อม”
“ก็ขาไพ่นะซียะ โทรบอกว่าพรุ่งนี้บ่อนปิด...ไปนม”
หม่อมอำพัน นมย้อยสะบัดไป เจียม แม่น้อมค้อนจรวยกลับไปพร้อมนางข้าหลวงทั้งหมด
จรวยแสยะใส่ทุกคน แล้วยิ้มออกมา “ถูกเฉดหัวไปคนเดียว โล่งอก”

ศรีจิตรานั่งอยู่ในซุ้มกุหลาบ มีผ้าคลุมไหล่ขาวทำให้ดูซีดเซียว คุณชายเล็กมองดูอยู่ไกลๆ
“ยายสา ถ้ารู้เรื่องจะเป็นยังไงนะ” ศรีจิตราถอนใจ หน้าเศร้า คุณชายเล็กเดินขึ้นมาเห็นพอดี
คุณชายเล็กนึกสงสาร “โธ่เอ๋ย คุณศรี หน้าซีดหน้าเซียว” คุณชายเล็กพูดปลอบ “คุณศรีอย่าห่วงเลยฮะ เด็จป้ารักพี่รองมาก อีกไม่นานก็หายกริ้วฮะ”
“แต่มันเหมือนว่า ดิฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณชายรองต้องออกจากวัง”
“ไม่จริงนะฮะ เพราะต่อให้ไม่มีคุณศรี เด็จป้าก็ไม่มีวันโปรดให้พี่รองแต่งกับผู้หญิงจิตใจโลเลแบบนี้เป็นอันขาด ไม่มีผู้ชายที่ไหนชอบผู้หญิงแบบนั้นหรอกนะครับ”
“แล้วคุณชายล่ะคะ ชอบผู้หญิงแบบไหน”
คุณชายเล็กอึ้งไปนิด มองศรีจิตรา “ชอบผู้หญิงที่จิตใจมั่นคง รักใครแล้วไม่มีวันเสื่อมคลายน่ะซีฮะ” คุณชายเล็กเมินไป “เพียงแต่....ถ้าเขามีคนอื่นแล้ว ผมก็ได้แต่ รอให้เขามองผมบ้าง”
ศรีจิตรานึกสงสาร “โธ่เอ๋ย คุณชาย ยายสาคงไม่มองคนอื่นหรอกค่ะ” ศรีจิตราเอ่ยถาม “หมู่นี้คุณชายเจอยายสาบ้างไหมคะ”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 20 วันที่ 7 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ