อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 21/2 วันที่ 9 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 21/2 วันที่ 9 พ.ย. 58

คุณชายรองสะดุ้ง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงผวา สาลินพูดแล้วก็เสียใจ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเชิดหน้า “หญิงจะมารับคุณรองไปกินอาหารฝรั่งเศสที่ลาโรช แต่คุณรองกลับมีอาหารริมทางเสพอยู่แล้ว”
“ฉันกลับก่อนค่ะ” สาลินคว้ากระเป๋ารีบกลับทันที
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหันมามองคุณชายรองอย่างเอาเรื่อง “ไม่สบายเหรอคะ แต่หน้าตาดูสดชื่นดีนี่”
คุณชายรองไอออกมาทันที “ใครบอก ไข้ผมขึ้นสูง ไม่มีแรงเลย หญิงช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม”
“ช่วยอะไรคะ”
“เช็ดตัวให้ผมที”
“หา....เช็ดตัว”
“ครับ” คุณชายรองทำตาละห้อย ทั้งไอทั้งจาม

ที่วังวุฒิเวสม์ ระเบียงตำหนักใหญ่ คุณสอางค์นั่งอยู่บนตั่ง สาลินนั่งอยู่ตรงหน้า มาลา วรรณา นั่งอยู่ที่พื้นกำลังทำของชำร่วยกันอยู่ คุณสอางค์ตาเบิกโพลง “หา จะขอเข้าเฝ้า”


“ค่ะ คุณป้าใหญ่”
“เรื่องงานที่ห้องสมุดอีกเหรอ”
สาลินอึกอักกำลังจะปฏิเสธ แต่คุณสอางค์บ่นขึ้นมาก่อน “แต่ช่วงนี้น่ะมันไม่เหมาะ” คุณสอางค์ลดเสียงลง “ตั้งแต่เกิดเรื่องคุณชายรอง เสด็จทรงเหมือนเดิมซะที่ไหน เดี๋ยวก็ทรงเงียบเดี๋ยวก็เย็นชา บางทีก็กริ้วแหวออกมา”
สาลินหน้าเสีย “อย่างงั้นเชียวหรือคะ”
“น้อยไปน่ะซีคะคุณสา วันก่อนมีพวกนังเล็กๆ กลุ่มนึง ไปซุบซิบกันเรื่องสงสารคุณชายรอง ทรงพระดำเนินผ่านมาพอดี ทรงไล่ออกไปทั้งโขยง ห้ามเสนอหน้ามาให้ทรงเห็นเป็นอันขาด” มาลัยเล่า
วรรณาซับน้ำตา “ที่ทรงประกาศิตไว้ว่าห้ามพูดกระทั่งชื่อคุณชายรองน่ะ ทรงหมายความตามนั้นจริงๆ”
“โธ่เอ๋ย คุณชายไม่น่าพระชนม์สั้นเลย” ทุกคนสะดุ้ง คุณสอางค์ชะงักรู้ตัวว่าพูดเพ้อ “เอ๊ย คุณชายไม่น่าคิดสั้นแบบนั้นเลย” สาลินยิ่งหน้าซีด “เออ แล้วหนูจะขอเข้าเฝ้าเรื่องอะไรล่ะลูก”
“เอ้อ เรื่องขอประทานอภัยโทษให้คุณชายรองค่ะ”
คุณสอางค์ยิ้มละไมแล้วตาเหลือก มาลา วรรณาโยนของชำร่วยทิ้ง คลานพรวดมาคว้าขาสาลิน
“ดีลูก ว้าย.....ไม่ได้นะยายสา”
“เสด็จกริ้วแหวแน่ค่ะ”
“ดีไม่ดีจะกริ้วมาถึงคุณศรี ถึงคุณแม่บ้านด้วยนะคะ”
ประตูเปิดออก ศรีจิตราเข้ามา “ยายสา เสด็จทรงประทานพระอนุญาตให้เฝ้าได้แล้วจ้ะ แต่รออีกสักสิบนาทีนะ”
ทุกคนร้องอุทานประหวั่นพรั่นพรึง สาลินลังเลแล้วมีแววสู้ตาย

ในห้องน้ำบ้านคุณชายรอง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงถือกาต้มน้ำเก่าคร่ำเดินจากนอกห้องเข้ามาในห้องน้ำ ผมรุ่ยร่าย หน้าเป็นมัน “คุณรองคะ เตาถ่านทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้ ว้าย” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงชะงักเพราะคุณชายรองนั่งเปลือยท่อนบนอยู่ในอ่างอาบน้ำ ท่อนล่างอยู่ในผ้าขนหนู นอกอ่างมีกระป๋องสังกะสีวางอยู่ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเบือนหน้าไปทางอื่น “คุณรอง คุณเปลือยอยู่นะคะ”
“ผมต้องเช็ดตัวนี่ครับ ไม่ต้องอายหรอก เราจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงค่อยๆ หันมา “นี่ค่ะ น้ำร้อน คุณผสมเอาเองนะ แล้วเช็ดตัวเอง หญิงจะไปรอข้างนอก”
“โธ่ หญิง ผมไม่มีแรง ผสมน้ำให้ผมเถอะ นี่ครับ ผ้าขนหนู” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเทน้ำในกาลงในกระป๋องอย่างทุลักทุเล หย่อนผ้าขนหนูลงไป แล้วบิดหมาดๆ “เช็ดเลยครับ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงวางผ้าขนหนูบนไหล่ของคุณชายรอง แล้วเช็ดไปกลางหลัง “ดีครับ เดี๋ยวเช็ดช่วงล่างให้ผมด้วยนะ”
“ว้าย อะไรนะคะ เช็ดช่วงล่าง”
“ครับ ผมไม่มีแรง” คุณชายรองดึงผ้าขนหนูปิดช่วงล่างออก วางพาดบนขอบอ่าง “เช็ดได้เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ไม่ได้ค่ะ คุณรองเช็ดเองเถอะ” คุณชายรองทำท่าผะอืดผะอมขึ้นมา “คุณรองเป็นอะไร”
“ผมไม่น่าทานของเช้าของสาลินเมื่อกี้เลย ผมจะอาเจียน อ้วก” คุณชายรองทำท่าเหมือนจะอ้วกออกมา คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงผงะ “ลูบหลังผมหน่อยครับ ลูบหน่อย”
“ไม่ไหวแล้วค่ะ เดี๋ยวหญิงโทรไปเรียกคนที่วังวุฒิเวสม์มาดีกว่านะคะ”
“หญิง อย่าทิ้งผมนะครับ ผมช่วยตัวเองไม่ได้ ผมหน้ามืดจะเป็นลมอยู่แล้ว”
“งั้นเป็นลมในอ่างอาบน้ำไปก่อนค่ะ ไม่อันตรายหรอก หญิงขอตัวค่ะ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงวิ่งออกจากห้องด้วยความขยะแขยง
“หญิงครับ หญิง เดี๋ยวซี” คุณชายรองยิ้มออกมา แล้วทำเสียงโอ้กอ้าก อาเจียน

โถงกลางบ้านเช่า คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงวิ่งออกมา แล้วรีบล้างมือที่อ่าง เสียงอ้วกดังแว่วมา คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงวิ่งออกจากบ้านไปทันที คุณชายรองโผล่หน้ามา แล้วขำ บทพิสูจน์ของสองสาวเรียบร้อยไปอีกขั้น

โถงท้องพระโรง เสด็จประทับบนตั่งพระพักตร์เคร่งขรึมเย็นชา พระหัตถ์ทำของชำร่วยไปด้วย แล้วปรายสายพระเนตรมายังกลางห้อง สาลินหมอบกราบกับพื้นดูเล็กกระจ้อยร่อย ในห้องนั้นดูใหญ่โตเวิ้งว้าง ไม่มีพวกข้าหลวงอื่นใดอยู่
“มีเรื่องอะไรคอขาดบาดตายหรือ”
“หม่อมฉันมาขอประทานพระกรุณา ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเพคะ”
เสด็จเย็นชา “เรื่องกิตติราชนรินทร์ใช่ไหม”
“เพคะ เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของคุณชายรอง แต่เป็นหม่อมฉันเองเพคะ”
“ยังไง ไหนว่าไปซิ”
สาลินกลืนน้ำลาย “หม่อมฉันเห็นเขารักอยู่กับคุณหญิงก้อย ถ้าแต่งไปกับพี่ศรี พี่ศรีต้องไม่มีความสุข หม่อมฉันเลยทำทุกอย่างเพื่อให้คุณชายคืนดีกับคุณหญิงเพคะ”
“เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอหรอก เรื่องของเรื่องคือ ชายรองอยากขัดใจฉันอยู่แล้ว”
“แต่เรื่องความรัก เราไม่ควรบังคับใจใครนะเพคะ”
เสด็จทรงลดใบโพธิ์ลง ทอดพระเนตรตรงมายังสาลิน สาลินใจหายแต่ยังคงสบพระเนตรอย่างวิงวอน เสด็จทรงวางบุหงาใบโพธิ์ลงในพาน “นี่เธอกำลังสอนฉันหรือ”
“มิได้เพคะ แต่หม่อมฉันแค่เห็นว่าคนเราควรจะแต่งงานกันด้วยความรัก มากกว่าความเหมาะสม”
“แต่ฉันคิดว่าคนเราควรจะแต่งงานกันด้วยความรักเท่าๆ กับความเหมาะสม”
“ถ้าเช่นนั้น คุณหญิงก้อยและคุณชายรองก็ควรแต่งงานกันซิเพคะ เพราะมีทั้งความเหมาะสม..และ...ความรัก”
เสด็จทรงเชิดพระพักตร์ “ตรงกันข้าม ในกรณีของสองคนนี้ ไม่มีความเหมาะสมอะไรเลย และไม่มีแม้กระทั่งความรักด้วย”
“แต่”
เสด็จขัด “เธอนี่เก่งกล้าสามารถนักนะ กล้าขอในสิ่งที่คนทั้งวังนี้ไม่กล้าแม้แต่จะคิด”
“หม่อมฉันจำเป็นต้องกล้า เพื่อความถูกต้องเพคะ”
“อย่างนั้นหรือ ฉันคิดว่าเธอกล้า เพื่อเทิดทูนความรักเสียอีก”
“หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ”
“อีกหน่อย เธอจะเข้าใจเอง” สาลินอ้าปากค้าง เสด็จทรงหยิบบุหงาใบใหม่มา ตรัสเฉียบขาด “เธอไปได้แล้วสาลิน”
สาลินลังเลแล้วกราบลง เสด็จทรงมองพระพักตร์เคร่ง แต่พระเนตรวิบวับขบขัน “ขอเวลาให้ฉันใคร่ครวญเรื่องนี้อีกซักนิด เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ฉันจะยกโทษให้ชายรอง ตอนนี้ให้เขารับกรรมที่เขาก่อขึ้นไปให้เต็มที่เสียก่อน”
สาลินกัดริมฝีปาก คิดขันตัวเอง “หม่อมฉันเองก็ต้องรับกรรมที่หม่อมฉันก่อขึ้นเหมือนกัน” สาลินกราบลงอีกครั้ง เสด็จทรงหันพระปรัศว์ให้

วันรุ่งขึ้น ศรีจิตราเดินช้อปปิ้งทางเดินห้างหรู ชะงักไปทันทีเมื่อคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมายืนขวางอยู่ตรงหน้า
“ไงจ๊ะ ยังหน้าระรื่นอยู่ได้นะ ทั้งๆ ที่เป็นหม้ายขันหมากถึงสองครั้งสองครา”
“คุณหญิงต้องการอะไรคะ ถึงขนาดลงทุนมาดักรอพบดิฉันแบบนี้”
“ฉันจะเตือนเธอไว้ ว่าอย่าหวังจะได้ครอบครองเรือนหอของเด็จป้า”
“คุณหญิงคิดว่าดิฉันหวังในเรือนหออยู่เหรอคะ คุณหญิงคงเข้าใจผิด”
“เธอนี่เล่นบทบาทเดียวกับน้องสาวเลยนะ ไม่หวังสมบัติเด็จป้าทั้งนั้น ถ้าไม่หวังยังจะลอยหน้าอยู่ในวังทำไม”
ศรีจิตราทำหน้าเศร้าทันที “แล้วจะให้ดิฉันไปไหนเหรอคะ ดิฉันไม่มีที่ไปหรอกค่ะ”
“ก็กลับไปสวนผักอาม่า อาเจ๊กของเธอไง”
“กลับไปให้คนนินทาว่าร้ายงั้นเหรอคะ ดิฉันไม่กล้าบากหน้ากลับไปหรอกค่ะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยิ้ม เป็นอย่างที่คิดจริงๆ “งั้น....ก็หนีไปซี หนีไปให้ไกล ไปมีสามีใหม่ แถวหัวเมืองก็ได้ อย่างเธอคงหาไม่ยากหรอก”
“เสด็จไม่ทรงประทานพระอนุญาตแน่ๆ ดิฉันอับจนปัญญาจริงๆ ทุกวันนี้ชีวิตมีแต่ทุกข์ แทบจะมองหน้าใครไม่ได้ แม้แต่ข้าหลวงในวัง ที่แอบเอาเรื่องของดิฉันไปนินทาลับหลัง มีแต่ความอับอาย อดสู”
“เป็นฉัน ฉันคงตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ”
“ยังไงเหรอคะ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหน้าเชิดไปอีกทาง ศรีจิตรามองอย่างขัน ๆ
“ถ้าไม่บวชชี ก็ต้องฆ่าตัวตาย”
“อะไรนะคะ....ฆ่าตัวตาย”
“ใช่ เป็นฉันฉันจะเลือกอย่างหลังด้วยซ้ำ”
“ทำไมคะ”
“จบชีวิตตัวเองเพื่อประกาศว่าศักดิ์ศรีของเรายังอยู่น่ะซี” ศรีจิตราน้ำตาคลอ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงสะใจ “ฉันต้องการบอกเธอเท่านี้แหละ ไปตรึกตรองดูให้ดี ๆ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงสะบัดไปศรีจิตราเปลี่ยนสีหน้าเป็นปลงๆ “อ้อ คุณหญิงยังหวังเรือนหออยู่ นี่น่ะเหรอคะศักดิ์ศรี” ศรีจิตราถอนใจ

ร้านเสียโป สาลินเขี่ยถั่วลันเตาในจานอย่างเศร้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้น
อัศนีย์อยู่ตรงข้ามกำลังจิบบรั่นดี “นี่คุณ ผมทำให้เขาคืนดีกันจนจะเข้าพิธีวิวาห์อยู่ร่อมร่อแล้ว งานบริจาคหนังสือก็ผ่านแล้ว เมื่อไรคุณจะทำตามสัญญาของคุณเสียที”
“รออีกนิดไม่ได้หรือคะ ปลายเดือนหน้าจะมีงานนิทรรศนิทานนานาชาติ”
“อือม์ นิทานนานาชาติ น่าสนใจจัง แล้วต่อจากนั้นล่ะ มีสัปดาห์นิทานไทยหรือ”
สาลินยิ้มแป้น “ไม่ใช่ค่ะ สัปดาห์นวนิยายไทย แล้วจากนั้นก็จะเป็นสัปดาห์วันเด็ก”
“อือม์ ดีจังเพราะเด็กๆ คืออนาคตของชาติ”
“ใช่ค่ะ เด็กๆ คืออนาคตของชาติ”
อัศนีย์วางแก้วเหล้าเสียงดังแกร็ก มองสาลินตาเขียว ชะโงกหน้ามา “แต่ผมห่วงอนาคตของไนท์คลับผมมากกว่า จะเปิดอยู่รอมร่อแล้ว แต่หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ยังมัวห่วงอนาคตเด็กไทยอยู่”
“แต่เด็กไทยน่าเป็นห่วงจริง ๆ นะคะ” สาลินวิงวอน
อัศนีย์เกือบใจอ่อน แล้วตบโต๊ะปัง “คุณต้องรักษาสัญญาของคุณ”
สาลินทำท่าวิงวอนอีก อัศนีย์ส่ายหน้าแล้วเมิน
“งั้น ฉันขอไปซื้อไข่นกกระทาหน่อยนะคะ” สาลินเลี่ยงออกมานอกร้าน สวนเข้ากับมวยมณีพอดี กระซิบบางอย่างกับมวยมณี
มวยมณีตะลึงรีบเดินไปหาอัศนีย์ ไหว้กระชดกระช้อย “สวัสดีค่ะ คุณอัศนีย์ เถลิงการ ดิฉันมวยมณีค่ะ” สาลินวิ่งไปทันที “ขอบคุณนะคะที่ต้องการให้มวยไปทำงานไนต์คลับของคุณ”
“หา....ว่าไงนะ”
“มวยทำได้ทุกอย่างนะคะ ร้องเพลง เต้น รวมทั้งโชว์งู”
“งูอะไร”
“เมียงูค่ะ”
“ผมขอตัวไปซื้อไข่นกกระทาก่อน” อัศนีย์วิ่งออกมานอกร้าน มองหาสาลินไม่เจอเสียแล้ว

ห้องประชุมในห้องสมุด ลลิตา บราลีนั่งอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านคือจิตริณี สาลินนั่งอยู่ตรงหน้าไนเจล
“คุณจะลาออกไปทำงานที่ไนต์คลับของนายอัศนีย์”
จิตริณีสะดุ้งเฮือก ลลิตา บราลีมองหน้ากันอย่างตกใจ
“ฉันสัญญากับเขาไว้ค่ะ”
ไนเจลเชิด ปรายตามองดูจิตริณี “ดูเหมือนทุกคนจะมีสัญญากับนายคนนี้ไปหมดนะ ทั้งสัญญาจ้าง ทั้งสัญญาใจ”
สาลินทำตาปริบๆ จิตริณีอึ้ง ลลิตา บราลีกระซิบกัน “ต๊าย เล่นคำ”
“โอเค ผมรับทราบ ตกลงวันนี้พอแค่นี้”
สาลิน ลลิตา บราลี ลุกขึ้น ลลิตาซัก “อะไรกันยะ ไม่บอกไม่กล่าว”
บราลีไม่เห็นด้วย “นึกยังไง ถึงจะไปทำงานทาสวัฒนธรรมตะวันตกแบบนั้น”
สาลินไม่ทันตอบ ไนเจลทุบโต๊ะปัง “ไป ไป ไป ปรับทุกข์ปรับโศกวิโยคภัยกันที่อื่น” สาลินออกไป ลลิตา บราลี ค้อนขวับ
จิตริณียังนิ่งครุ่นคิด “คุณคิดว่ายังไงคะ”
ไนเจลเชิดหน้า แต่เสียงสั่น ดวงตาร้าวราน “เมื่อเขาไม่อยากอยู่ที่นี่ จิตใจเขาไปพันผูกอยู่กับที่อื่น เราก็ไม่ควรฉุดรั้งเขาไว้ ควรที่จะปล่อยเขาไป ให้สมกับที่ใจเขาต้องการ”
“บอสคะ ฉันพูดถึงลินซี่นะคะ”
ไนเจลเมิน “ผมก็พูดถึงลินซี่ ทำไม คุณคิดว่าผมพูดถึงใคร”
“ฉันว่าคุณไม่น่าปล่อยให้ลินซี่ไปทำงานกับอาร์นี่”
“ทำไม กลัวลินซี่จะไปแย่งชายในดวงใจของคุณหรือ”
จิตริณีชะงัก สบตาไนเจล ไนเจลเมิน จิตริณีมองไนเจล ดวงตาพลันระยิบระยับเอ็นดู “ลินซี่ไม่มีวันแย่งชายในดวงใจฉันไปได้หรอกค่ะ”
ไนเจลยังคงเมินทำเป็นหยิบแฟ้มมาพลิก จิตริณีพลันสะบัดผมกรายมาใกล้ ไนเจลใจเต้น จิตริณีดึงแฟ้มไป
“นี่คุณ”
“เชื่อฉันนะคะ คุณอย่าเพิ่งส่งเรื่องลาออกขึ้นไป แค่อนุมัติให้ลินซี่ลาพักร้อนซักช่วงนึงก็พอ... ฉันรับรองว่าทุกสิ่งจะต้องลงเลยด้วยดี”
“ฮึ ผมไม่เชื่อในแฮปปี้เอ็นดิ้ง”
“งั้น....ก็เชื่อในตัวฉันก็พอค่ะ” จิตริณียิ้มยั่วยวน ไนเจลอึ้งไป เผลอยิ้มออกมา

เย็นนั้นที่ศาลาใหญ่ริมสระบัว ศรีจิตราในชุดแม็กซี่ แหวกต้นขาพอควร มีขนม ของว่าง ผลไม้ น้ำชา จัดไว้ข้างตัว ในมือมีหนังสือ คุณชายเล็กอึ้งก้าวเข้าไปเหมือนถูกสะกด ศรีจิตราเงยหน้าขึ้น ผมเป็นคลื่นมาปรกปิดหน้าไปซีกหนึ่ง ดวงหน้าตกแต่งเข้มกว่าเคยดูยั่วยวนประหลาด “คุณชาย เชิญนั่งซีคะ”
คุณชายเล็กนั่งลงบนเบาะใบหนึ่ง ทางด้านหลังมาลา วรรณา นางข้าหลวงรุ่นๆ ขยับมานั่งหลังคุณชายเล็ก มาลา วรรณากระซิบกัน
“คุณศรีกำลังจะเล่านิทานเวตาลหรือฮะ”
“ค่ะ เรื่องที่สิบ เรื่องสุดท้ายแล้ว”
“เรื่องสุดท้าย เล่าเลยซิฮะ”
ศรีจิตราหลุบตาลงคล้ายรวบรวมคำพูด แล้วมองตรงมาดวงตาสุกใส ราวดวงดาว “แล้วเวตาลก็เล่าว่า.....ครั้งหนึ่ง มีพระมเหสีม่ายผู้เลอโฉมและพระธิดาพิลาสลักษณ์ ดูราวเป็นพี่สาวและน้องสาวกัน”
“คงสวยเหมือนคุณศรีกะคุณสาซีฮะ”
ศรีจิตรายิ้มพราย “ทั้งสองต้องเร่ร่อนออกจากเมือง เพราะถูกข้าศึกโจมตี ระหว่างรอนแรมอยู่ในป่า มีพระราชาม่ายชื่อ จันทรเสน มีโอรสรูปงาม ดูราวพี่ชายน้องชายกัน”
“โฮ้โฮ เขาล็อกเลยซีฮะ”
ศรีจิตรายิ้มเร้นลับ “ท้าวจันทรเสนและพระราชบุตรประพาสป่า พบรอยเท้าสตรีสองนาง จึงตกลงกันว่าจะตามรอยเท้านี้ไป ถ้าเป็นนางงามจะอภิเษกด้วย” ศรีจิตราขยับตัว สลัดสลิปเปอร์จากเท้า เผยให้เห็นเท้าขาวผ่องเคลือบสีเล็บราวมุก คุณชายเล็กมอง “โดยนางที่มีรอยพระบาทใหญ่ น่าจะสูงวัยกว่าจะเป็นของพระราชา ส่วนนางพระบาทเล็กจะตกเป็นของพระโอรสและถือดำรินี้เป็นคำมั่น”
“ว้าย.....ตลกจัง” มาลาเผลอ
“เมื่อทั้งสองพระองค์ตามรอยมาถึงต้นไม้ใหญ่ ก็พบพระมเหสีและพระธิดาที่หลบซ่อนอยู่ก็เกิดรักแรกพบ”
“อ้าว จบแล้วซีฮะ”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 21/2 วันที่ 9 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ