อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 22/2 วันที่ 11 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 22/2 วันที่ 11 พ.ย. 58

“ฮึ.....อับอายขายหน้าเขาไปเจ็ดคุ้งน้ำ ทีแรกคิดว่าไอ้เจ้าเศรษฐีนั่น ทำไมถึงกลายเป็นคุณชายไปได้”
คุณตา คุณยายกังวล แต่ยายพิณยิ้มร่า
“ก็นายอัศนีย์น่ะซีคะ มันปล้ำสา”
“โถ แม่คุณของพิณ แล้วเสร็จมันไหมคะ”
“ไม่เสร็จ สาไม่ได้เป็นอะไรเพราะคุณชายเขามาช่วยทัน แล้วเขาก็มาส่งสา แล้วยังไงก็ไม่รู้เขาก็ดึงสาเข้าไป....จูบ”
สาลินหน้าซีดกลายเป็นแดง ยกมือขึ้นแตะปาก

คุณตาซัก “เฮ้อ แล้วมันยังไงกันนี่ ทำไมเขามาจูบหนู ฮึ”
สาลินสะอึกอึ้ง “ฮือ หนูไม่รู้ คุณตาคุณยายอย่าซ้ำเติมหนูซีคะ หนูอายเขาจะแย่แล้ว”



ยายพิณตบพื้นผัวะ “อิฉันว่าแล้วไม่ผิดว่าคุณชายเขาชอบคุณสา”
“ไม่จริงนะ ยายพิณ”
คุณยายโอดตรวญ “ตายๆ แล้วนี่ต่อไปจะทำยังไง ออกจากบ้านจากเรือนไม่ต้องเอาปี๊บคลุมหัวหรือ”
คุณตาเป็นกังวล “เอ แล้วถ้ายายศรีรู้เข้าล่ะ”
“ฮือ...คุณตา นี่แหละที่หนูกลัวที่สุด” สาลินปริวิตก
คุณยายวิตก “แล้วจะยังไง๊ จะยังไงดี”
คุณตาย้อน “นี่คุณ ตอนคุณไปเที่ยวกับฉันเป็นครั้งแรกน่ะก็ โดนฉันจูบไม่ใช่หรือ” คุณยายอ้าปากค้างหยิกคุณตา ยายพิณหัวเราะผ้าแถบแทบหลุด สาลินทำตาปริบๆ “ยายสาน่ะ ไปกับเขาตั้ง 10 หน ถึงจะโดนจูบ แล้วก็ไม่ได้สมยอมเหมือนคุณด้วย คุณน่ะไวไฟกว่าตั้งเยอะ”
คุณยายเอะอะ คุณตาและยายพิณหัวเราะร่า สาลินยังกลัวศรีจิตราอยู่

ตำหนักใหญ่ คุณชายรองเดินคุยกับศรีจิตรามาตามระเบียงทางเดิน เห็นคุณชายเล็กยืนคุยกับคุณสอางค์ มาลา วรรณาอยู่เบื้องหลัง
“ดิฉันดีใจที่คุณชายกลับมา ที่จริงเราดีใจกันทุกคน”
“เธอคงรู้เรื่อง ที่ฉันขอประทานอนุญาตเสด็จป้าทรงร่วมเล่นละครกับฉันแล้วซีนะ”
“ดิฉันพอจะสงสัยอยู่บ้าง”
“เธอรู้ได้ยังไง ฉันเห็นสายตาเธอวันนั้น คิดว่าเธอคงรู้อะไรอยู่บ้างแน่ ๆ”
ศรีจิตรานึกย้อนตอนที่มองคุณชายรอง แล้วพยักหน้าให้ อย่างรู้ความนัย
“ค่ะ บังเอิญ สายตาของดิฉันเหลือบไปเห็นสายพระเนตรของเสด็จเข้าพอดี”
ศรีจิตราสังเกตเห็นเสด็จทอดเนตรมาที่คุณชายรองจังหวะที่ทุกคนกำลังร่ำไห้ทรงพยักพักตร์ให้คุณชายรองนิดหนึ่ง
ศรีจิตรามองดูทั้งคู่ รู้ได้ในทันที เสด็จทรงหันหลังให้ทุกคนและหยิบโพยเล็ก ๆ ออกมาอ่าน ศรีจิตราแอบยิ้ม
คุณชายรองยิ้มออกมา จังหวะนี้คุณชายเล็กเดินเข้ามาพอดี “เธอมีสายตาที่แหลมคม จับสังเกตได้ดีจริง ๆ คงยากที่จะมีใครหลอกเธอได้”
“แต่ก็ยังมีบางคนที่ตั้งหน้าตั้งตาหลอกดิฉันอยู่”
คุณชายเล็กหน้าเจื่อนไป “คุยถึงใครอยู่เหรอครับ”
“นั่นซีใครกันที่ตั้งหน้าตั้งตาหลอกเธอ”
“อาจจะไม่ใช่แค่ดิฉัน แต่อาจจะหลอกทุกคน” ศรีจิตรายิ้มน้อยๆ คุณชายเล็กกลืนน้ำลายเอื๊อก
คุณสอางค์ มาลา วรรณาเดินเข้ามาพอดี หน้าระรื่น “อุ๊ย คุยกันสนิทสนม นี่คุณรองขา ทำไมเซี้ยวจัง”
“อะไรครับ”
“คุณเล็กเล่าหมดแล้วค่ะ เรื่องที่เสด็จทรงเตี๊ยมกับคุณรองเล่นละครหลอกพวกเราทั้งหมด”
“ลงทุนไปตกทุกข์ได้ยากอยู่นานสองนานนะคะ”
วรรณาปลื้ม “แต่ก็คุ้มนะคะ เพราะพิสูจน์น้ำใจคุณหญิงก้อยได้สาแก่ใจเหลือเกิน”
คุณสอางค์ปรามสองสาว สองสาวทำสีหน้าขอโทษคุณชายรอง
คุณสอางค์หันไปถาม “ถ้าอย่างนั้นคุณชายก็พร้อมจะเริ่มต้นใหม่แล้วใช่ไหมคะ”
“ครับ คุณป้า เราคงต้องเริ่มต้นใหม่เสียที” คุณชายรองสบตากับศรีจิตราที่ดูเหมือนจะเข้าใจความนัย
คุณชายเล็กงงๆ คุณสอางค์ มาลา วรรณาหัวเราะกันคิกคัก
ห้องทรงอักษร คุณชายรองนั่งอยู่ตรงหน้าเสด็จ
“แสดงว่าป้ายังต้องเล่นบทคุณป้าจอมเผด็จการเหมือนเดิมซีนะ”
“พะยะค่ะ”
“เล่นไปก็กลัวจะหลุดบท อย่างตอนที่เนรเทศเธอออกจากวัง และตอนที่สาลินมาขอให้อภัยเธอ” เสด็จทรงยิ้มน้อย ๆ
“ทำไมเหรอพะยะค่ะ”
“ขำแทบตายสิ” เสด็จทรงนึกย้อน ตอนคุณชายรองและพระองค์มองผ่านหน้าต่าง เห็นคุณชายเล็กและศรีจิตรานั่งอยู่ที่กลางสวน “แล้วนี้ทำไมป้าต้องรับบทป้าเผด็จการต่อ”
“งานนี้เพื่อให้เจ้าเล็กรู้ใจตัวเองเสียทีว่ามันรักใคร และควรจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร” คุณชายรองยิ้มให้เสด็จ เสด็จแย้มพระสรวล

จรวยเดินหน้าบึ้งมาจากสวนมาที่สนามหน้าตำหนักเล็ก คุณชายโตนั่งอยู่บนโซฟาหวายกำลังอ่านหนังสืออ่านเล่น
“อ้าว ไปไหนมา”
“ไปคุยกับพวกตำหนักใหญ่มาค่ะ”
“ไปสืบความเรื่องอะไรมาอีกล่ะ”
จรวยชะงักไปแล้วค้อนทีหนึ่ง ก่อนจะนั่งลง “วุ๊ย....ไม่ได้ไปสืบความค่ะ แค่ไปดู ๆว่าทางโน้นพูดกันว่ายังไงบ้าง แต่แปลกนะคะไม่เห็นมีใครรู้เรื่องว่าเสด็จทรงรู้เห็นกับคุณชายรอง เล่นละครทำเป็นไล่คุณชายรองออกจากวังซักคน”
คุณชายโตเหลือบดูนิดหนึ่ง แล้วอ่านหนังสือต่อ “อ้อ เรอะ”
“รวยว่าต้องไม่มีหรอกค่ะ เรื่องละเม็งละครอะไรน่ะ”
“อ้อ เรอะ”
“แต่เป็นคำแก้ตัว แก้เกี้ยวของคุณชายรองมากกว่า ตัวเองไปตกระกำลำบากก็เลยทนไม่ได้”
“อ้อ เรอะ”
“อีกอย่างก็คงเสียดายมรดก ก็เลยสลัดคุณหญิงทิ้ง แล้วกลับมาวังทำเหมือนไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น”
“อ้อ....เรอะ”
“น่าสงสารคุณหญิงนะคะ โถ....คิดว่ารักแท้ไม่มีวันเสื่อมคลาย ลงท้ายเพื่อยศถาบรรดาศักดิ์ เพื่อสมบัติพัสถาน ความรักก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป”
“อ้อ เรอะ”
จรวยชะงัก “เอ๊ะ.....คุณชาย นี่คุณชายฟังรวยบ้างหรือเปล่าคะ”
คุณชายโตพลิกหน้าหนังสือมองดูจรวย “เปล่า เพราะฉันไม่อยากฟัง”
“ว้าย คุณชาย”
“นายรองกลับมา เราสามคนพี่น้องอยู่กันพร้อมหน้าฉันก็ดีใจ จนฉันไม่อยากเอาเรื่องที่เธอพูดมารกสมอง” จรวยอ้าปากค้าง “ฉันเห็น ฉันได้ยินที่เธอโทรรายงาน ทำตัวเป็นขี้ข้าหญิงก้อย ถ้ายังอยากทำตัวเป็นบ่างอยู่ล่ะก็ ฉันจะเฉดหัวเธอออกจากวัง แล้วเธอไม่มีวันพบหน้านายตุ้มอีก” คุณชายโตแยกขึ้นตึก
จรวยหน้าเสียแต่แล้วก็เชิดหน้าขึ้น “กล้าทำเหรอ ไม่กล้าหรอก”

ห้องทรงงาน เสด็จประทับอยู่บนตั่งมองมาอย่างปรานี คุณชายรอง คุณชายเล็ก ศรีจิตรา คุณสอางค์ มาลา วรรณา นั่งเฝ้าลดหลั่นกันไป นางข้าหลวงทั้งเก่าและใหม่ยิ้มปลื้มกันทุกคน
“ไง ชายรอง มีบทละครอะไรมาให้ป้าดูอีกหรือเปล่า”
ตรงหน้าคุณชายรอง คุณชายเล็กกราบอยู่ยืดตัวขึ้น คุณสอางค์ มาลา วรรณาหัวเราะกันคิกคัก
“ไม่มีแล้ว พะยะค่ะ”
ศรีจิตรายิ้มนิดหนึ่งแล้วเมิน คุณชายเล็กน้อยใจวูบขึ้น
“นี่.....ป้ากำลังคุยกับสอางค์เรื่องงานหมั้นงานแต่ง” คุณสอางค์ฉีกยิ้ม มาลา วรรณาคิกคัก นางข้าหลวงรอบๆห้องสะกิดสะเกาคิกคักกันหมด ศรีจิตราก้มหน้า คุณชายเล็กมองหายใจขัด “เธอยังมีอะไรขัดข้องอีกไหม เรื่องแต่งงาน”
คุณชายรองนิ่งไปนิด คุณชายเล็กมอง “พี่รอง ทูลตอบซีฮะ”
“เกล้ากระหม่อมไม่มีอะไรขัดข้องแล้วพะยะค่ะ”
คุณสอางค์หัวเราะคิก เสด็จเบือนสายพระเนตรมาที่คุณชายรอง คุณชายรองสบสายพระเนตร เสด็จทรงผงกพระเศียรนิดหนึ่ง “แปลว่าเธอยินดีแต่งกับศรีจิตรา”
คุณชายรองเม้มปาก คุณสอางค์ยิ้ม “ทูลเด็จป้าซีคะ”
ศรีจิตรามองอย่างใจจดใจจ่อ คุณชายเล็กมองจิตใจรวนเรกระซิบกับคุณชายรอง “พี่รอง ว่าไงฮะ”
“เกล้า แต่งกับศรีจิตราไม่ได้พะยะค่ะ” คุณชายรองตอบอย่างหนักแน่น
คุณชายเล็กอ้าปากค้าง คุณสอางค์ มาลา วรรณาเลิกลัก นางข้าหลวงทั้งมวลร้องฮือ
ศรีจิตราก้มหน้าลงซ่อนยิ้ม เสด็จกลั้นพระสรวล ทรงทำเย็นชา สุรเสียงเย็นชา แต่พระเนตรแพรวพราว “ทำไม ตอบฉันมาซี กิตติราชนรินทร์”
“เพราะเกล้ารักคนอื่นอยู่แล้ว พะยะค่ะ”
คุณชายเล็กถอนใจมองคุณชายรองอย่างชื่นชม แล้วใจหายมองศรีจิตรา ศรีจิตรายังคงก้มหน้า คุณสอางค์จะร้องไห้ มาลา วรรณาจะร้องกรี๊ด นางข้าหลวงรายรอบร้องฮืออีก
“ใครกัน หญิงก้อยอย่างนั้นหรือ” คุณสอางค์ตาวาวหน้าเบี้ยว “อี อีตัวมาร”
“มิใช่พะยะค่ะ เกล้าแต่งกับคุณศรีไม่ได้ เพราะเกล้ารักสาลินพะยะค่ะ” คุณชายรองพูดหนักแน่น
เสด็จกลั้นพระสรวล คุณสอางค์ตากลับเป็นลม มาลา วรรณาร้อง “คุณสา!” คุณสอางค์เอียงซบมาลา วรรณารับไว้ นางข้าหลวงร้องฮือ
ศรีจิตรากัดริมฝีปาก น้ำตาเอ่อ ยิ้มกับคุณชายรอง คุณชายรองยิ้มตอบ ศรีจิตรารำพึง “ยายสาของพี่” ศรีจิตราหลับตาลง น้ำตาเลยหยดเป็นทาง
คุณชายเล็กมองแล้วคิดว่าศรีจิตราหัวใจสลายกระเถิบไปใกล้ “คุณศรี อย่าโกรธพี่รอง อย่าโกรธคุณสาเลยนะฮะ” ศรีจิตราเซ็งแล้วก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้ม
“กิตติราชนรินทร์ เธอช่างมีเรื่องมาเซอร์ไพรส์ฉันได้ไม่สิ้นสุดนะ”
“พะยะค่ะ”
“เธอตัดสินใจแล้ว งั้นเธอก็จงคอยรับผลที่ตามมาแล้วกัน” คุณชายรองกราบลง เสด็จเชิดพระพักตร์
มาลา วรรณประคองคุณสอางค์ไว้ มีอาการจะเป็นลมตาม นางข้าหลวงทั้งปวงอกสั่นขวัญหนี คุณชายเล็กละล้าละลังแล้วกราบลงด้วย มองศรีจิตราอย่างเป็นห่วง ศรีจิตราสงบนิ่ง คุณชายรองเงยหน้าขึ้น เสด็จทรงเมินไปซ่อนรอยแย้มสรวล พระเนตรพราวคล้ายสาลินเวลาได้แกล้งคน

ห้องโถงตำหนักเล็ก หม่อมอำพันกำลังอัญเชิญจานเปลวางห้อยจ๊อมา มีนางข้าหลวงใหม่เชิญของกินตามมา
นมย้อยกับเจียมเข้าไปบอกข่าว หม่อมอำพันอ้าปากค้าง มือเอียงห้อยจ๊อเทลงพื้นแล้วเซ นมย้อย เจียมประคอง

ห้องนอนคุณชายโต นมย้อยเข้ามาบอกเรื่องทั้งหมดอย่างมึนซึม จรวยอยู่หน้ากระจก
“คุณโตรู้มั้ยคะเขาลือกันทั่วตำหนักใหญ่ว่าคุณรองจะไม่แต่งงานกับคุณศรีจิตรา” จรวยยิ้มสมใจ

ห้องนอนศรีจิตรา เข็มแผ่นเสียงจรดลงบนแผ่นไวนิล เสียงเพลงวอลทซ์รื่นเริงดัง ศรีจิตราเริ่มก้าวหมุนตัว มือยกขึ้นในท่าจับคู่ดวงหน้าแอร่ม ดวงตาเจิดจ้า ปากแย้มยิ้มสมใจ หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วหยุดร้องไห้สะอื้นด้วยความปิติ
โถงหน้าห้องศรีจิตรา มาลา วรรณา คุณชายเล็กยืนแอบฟังอยู่ ได้ยินทั้งเสียงเพลง เสียงหัวเราะและเสียงสะอื้นเบา ๆ คุณชายเล็ก มาลา วรรณามองหน้ากันอย่างเป็นห่วง คุณชายเล็กหน้าถอดสี

หน้าบ้านราชดำริ รถจากวังวุฒิเวสม์แล่นพรวดมาจอดลงหน้าเทอเรส ยอดลงมาจากรถเห็นไม่มีการเคลื่อนไหว รีบเข้าไปเปิดประตูด้านหลัง คุณสอางค์ค่อย ๆ ยื่นมือมาเกาะเซซังออกมา กำไลวิ่งมาช่วย ทั้งสองหิ้วปีกสอางค์เข้าไปในตัวบ้าน

ระเบียงหลังบ้านราชดำริ คุณสร้อยนั่งชี้นิ้วอยู่บนตั่ง อุ่นเรือน พิศและสาวใช้อีก 2 นาง กำลังทำขนม กำไลเคาะขนมจากพิมพ์ อุ่นเรือนเอาทองคำเปลวชิ้นจิ๋วปิดหน้า พิศทำหน้าหวาดหวั่น “อื๋อ กินได้จริงหรือคะ”
“กินได้ซียะ ทองคำน่ะมีสรรพคุณฟื้นฟูผิว ทำให้เปล่งปลั่งเป็นน้ำเป็นนวลดู ดูผิวฉันซี” คุณสร้อยเอานิ้วแตะแก้ม หันข้างอย่างภาคภูมิเหนียงใต้คอแกว่งไกว
พิศมองความเหี่ยวแล้วมิอาจปลงใจเชื่อได้ “ถ้างั้น อิชั้นไม่กล้ากินหรอกค่ะ” พิศกระซิบ “เดี๋ยวเหี่ยว” อุ่นเรือนกลั้นหัวเราะทำตาดุใส่พิศ
กำไล ยอดประคองสอางค์มาถึงพอดี คุณสร้อยหันมายิ้มรับ ยอดรีบออกไป “ว้ายคุณพี่มาเงียบๆ ไม่ให้สุมให้เสียง” คุณสอางค์ลงนั่งบนตั่ง พิศถอยไป คุณสอางค์หน้าเผือด ดมยาดม “นี่มาส่งข่าวดีคุณชายรองกับแม่ศรีใช่ไหมคะ”
“ย่ะ มีข่าวดี ข่าวดีมาก”
คุณสร้อยยังยิ้มอยู่ อุ่นเรือน พิศ กำไล 2 สาวใช้เริ่มมองหน้ากัน
“ยังไงคะ คุณพี่” อุ่นเรือนเริ่มสงสัย
“คุณชายรองเพิ่งประกาศเมื่อกี้นี้ ว่าจะไม่แต่งงานกับแม่ศรีเด็ดขาด”
คุณสร้อยตาเหลือก อุ่นเรือนยกมือทาบอก “โธ่ ยายศรี ลูก”
คุณสร้อยแหว “หล่อนไม่ต้องมาพุทโธ่ ฉันน่ะกะอยู่แล้วว่าลูกสาวหล่อนน่ะไม่มีวาสนาได้เป็นสะใภ้จ้าวแน่”
“ใครว่าล่ะยะ ว่าลูกสาวอุ่นเรือนไม่มีวาสนาเป็นสะใภ้จ้าว”
“อ้าว....ก็คุณพี่เพิ่งพูดอยู่แหม๊บๆ”
“ก็ฟังฉันต่อซียะ” อุ่นเรือนมองใจจดจ่อ คุณสร้อยงงงัน “คุณชายรองบอกว่า ยินดีแต่งถ้าเปลี่ยนจากแม่ศรีเป็นยายสา”
อุ่นเรือนตะลึงแล้วยิ้มนิดหนึ่ง พิศ กำไล สองสาวใช้ซุบซิบแซ่ด
“นังสา นังพ๊าดสะเนอร์น่ะหรือคะ ดู๊....มันกล้าแย่งกระทั่งคนรักของพี่สาว สมนี่มันคงยั่วยวนคุณชายรองจนหัวปักหัวปำ โธ่เอ๋ย....มัวแต่สอนให้แม่ศรีหวงเนื้อถนอมนวล เป็นเบญจกัลยาณี ลงท้ายกลับไปแพ้นังชะนีบ้านสวน” คุณสร้อยเดินมาชี้หน้าอุ่นเรือน “อ้อ.....มันคงมายาสาไถยเหมือนแก ที่มายั่วยวนตาสาวิตรน้องชายฉันจนต้องถอนหมั้นคุณหญิงเหมรัศมีศรีจันทร์”
อุ่นเรือนลุกขึ้นช้าๆ “คุณพี่คะ ถึงดิฉันกับยายสาจะโตมาจากบ้านสวน แต่รับรองว่าไม่มีใครมาสอนให้ยั่วยวน จับผู้ชายเหมือนที่คุณพี่เสี้ยมสอนให้แม่ศรีแต่งตัวเป็นดาวยั่ว แถมยังมาบังคับให้ยายสาจับคุณชายเล็กด้วย”
คุณสร้อยตะลึง คุณสอางค์รู้ตัวรำพึง “เออ จริง”
“แก!” อุ่นเรือนมองหน้าคุณสร้อยตาแข็งกร้าว คุณสร้อยถอยหลังกรูดไปชนตั่งจึงนั่งลง “แกจะทำไม”
“ดิฉันจะไปบ้านสวนเดี๋ยวนี้ ไปถามยายสาว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่”

ชานเรือนบ้านสวน สาลินนอนซมอยู่บนเสื่อ อากาศเย็นเลยเอาผ้าพันคอไหมพรมมาพันคอปิดขึ้นมาถึงปาก สาลินสะลึมสะลือ มีมือยื่นมาลูบไล้ผม สาลินปรือตาดู คุณชายรองยื่นมือมาหน้าเฉยชาแต่ดวงตาพราว
“คุณ! คุณมาได้ยังไง”
คุณชายรองเสียงเป็นอุ่นเรือน พูดลอยหน้า “ยายสา แม่ก็มาหาหนูน่ะซี โธ่เอ๋ย พันหน้าพันตาเป็นไอ้โม่งเชียว”
สาลินตาเบิกโพลง ผวาลุก ตรงหน้าคืออุ่นเรือน “แม่ แม่ขา” สาลินโผเข้ากอดแม่น้ำตาเอ่อ คุณตาคุณยายขยับมาใกล้ ยายพิณยกชายผ้าแถบซับน้ำตา
อุ่นเรือนดึงผ้าพันคอออก พิศดูลูกแล้วชะงัก เมื่อเห็นสาลินหน้าซีดแต่ปากเจ่อ “เอ๊ะ ทำไมปากเจ่ออย่างงี้ล่ะลูก”
สาลินอุบอิบ “ผึ้งมันต่อยค่ะ”
คุณยายประชด “ย่ะ ผึ้ง ผึ้งตัวผู้ มันคงเห็นว่าปากน่ะพูดเป็นต่อยหอย เถียงคำไม่ตกฟาก มันเลยต่อยเอา”
คุณตาถามลูกสาว “มีอะไรหรืออุ่นเรือน ถึงมาเอาดึกดื่นป่านนี้”
“หนูก็มาเรื่องที่คุณชายรองไปก่อไว้น่ะซีคะ”
สาลินผวาเอามือแตะปาก “ใคร ใครบอกแม่คะ เรื่องคุณชายรองเขาจูบหนู”
อุ่นเรือนชะงักลืมตาโพลง “หา อะไรนะ คุณชายรองจูบหนู” อุ่นเรือนเผลอยิ้ม “งั้นมันก็เป็นเรื่องจริงน่ะซี”
คุณยายขัดขึ้น “เดี๋ยวลูก คุณชายรองไปก่อเรื่องอะไร”
“เมื่อเย็นคุณชายรองไปเฝ้าเสด็จ ทูลว่าหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่แต่งกับแม่ศรีค่ะ”
สาลิน คุณตา คุณยายตะลึง “อะไรนะคะ”
“แล้วคุณชายรองก็ทูลเสด็จว่า ถ้าจะให้แต่ง เขาอยากแต่งกับเรามากกว่า”
สาลินตัวชาวาบ คุณยายถอนใจเฮือก คุณตาตบเข้าฉาด ยายพิณยิ้มแป้นตบอกผาง
“ฮือ.....ไม่นะคะ”
อุ่นเรือนซัก “เรื่องมันเป็นยังไงฮึ ยายหนู คุณชายรองมาชอบหนูตั้งแต่ตอนไหน”
สาลินอึ้ง ยายพิณยื่นหน้ามา “อุ้ย....ตั้งปีมะโว้แล้วค่ะ อิฉันพูดไว้ ผิดซะที่ไหน”
สาลินพูดโดยไม่แน่ใจนัก “ไม่จริงนะคะ เขาไม่ได้มาชอบหนู ที่เขามาเจอหนูบ่อยๆ เพราะหนูกับเขามีเรื่องต้องตกลงกัน เรื่องหนูไม่อยากได้เขาเป็นพี่เขย”
คุณยายเหน็บ “วุ๊ย....ก็สมใจแล้วไงจ๊ะ”
สาลินค้อน “คุณยายน่ะ หนูกับเขาก็เลยทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอ”
คุณตาถอนใจ “ทุกครั้งน่ะมันกี่ครั้งกัน”
สาลินยกนิ้วมานับจนครบ แล้วชะงักอีกอึกอักเอ้ออ้า
“ต๊าย...ต้องนับนิ้วเท้าด้วยไหมนี่” คุณยายหมั่นไส้
“คง....คงซักยี่สิบครั้ง”
“เออ ดี ทะเลาะกันจนรักกัน” คุณตาชอบใจ
สาลินผวา “ไม่จริงนะคะ เขาไม่ได้รักหนู”
อุ่นเรือนถาม “ว่าแต่หนูรักเขาหรือเปล่า”
สาลินหน้าซีดเผือด “ไม่ค่ะ หนูไม่ได้รักเขา พี่ศรีต่างหากที่รักเขา”
อุ่นเรือน คุณตาคุณยายอึ้งมองหน้ากันไปมา เว้นแต่ยายพิณที่ไม่กังวลเพราะไม่เชื่อ
“เฮ้อ....แล้วนี่แม่ศรีจะเป็นยังไงนี่” คุณตาห่วง
สาลินคว้าแขนอุ่นเรือน “นี่พี่ศรีรู้เรื่องแล้วใช่ไหมคะ โธ่...แล้วพี่ศรีจะว่ายังไง พี่ศรีจะคิดยังไง”
“พี่ศรีจะคิดยังไงน่ะ แม่ไม่รู้หรอกลูกแต่ที่แน่ๆตอนนี้คุณป้าใหญ่ คุณป้าสร้อย ออกโขนเต้นเร่าๆ ให้แม่พาหนูไปพบเดี่ยวนี้”
คุณตาเอาผ้าขาวม้าที่พาดไหล่ฟาดพื้นปัง “มาเรื่องอะไรจะมาพาลูกไปให้พี่ผัวเขาโขกสับ”
คุณยายฉุน “ไม่ได้....ฉันเลี้ยงของฉันมา แม่คุณป้าชาววังอย่ามาสแลนแจ๋น”
“หนูกำลังบอกว่า ช่วงนี้ห้ามยายสาโผล่ไปบ้านนั้นเด็ดขาดต่างหากคะ มีอะไรหนูจะไปแก้แทนเอง”
คุณตาถอนใจ “อุ่นเรือนเอ๊ย เมื่อไรจะเลิกไปเป็นทาสในเรือนเบี้ยเขาเสียที”
“ยังไง.....คุณพี่ก็มีบุญคุณกับหนูกับแม่ศรีมากนะคะคุณพ่อ”
“ย่ะ ก็เชิญสนองคุณเขาให้พอเถอะ”
“คุณยาย อย่าว่าแม่ซีคะ” สาลินเข้ากอดแขนอุ่นเรือนร้องห้าม
คุณยายค้อนขวับ อุ่นเรือนยิ้มกอดลูกไว้ ยายพิณหน้าเคลิ้มฝัน

รุ่งขึ้นที่ตำหนักเล็ก หม่อมอำพันนั่งอยู่บนโซฟากระพือพัดดับร้อน นมย้อยก็วิตกทุกข์ร้อนอยู่ใกล้ๆ คุณชายเล็กนั่งพลิกหนังสืออยู่ จรวยนั่งคลี่ผ้า 4-5 ผืนเตรียมตัดชุดใหม่อยู่ เจียมคอยดูแล
“นางคนนี้มันคงร้ายกาจไม่เบาเชียวแหละ คู่หมั้นพี่สาวในไส้แท้ๆ มันยังแย่งได้ นังนี่มันชื่ออะไรนะ สาโทใช่ไหม”
คุณชายเล็กท้วง “โธ่ หม่อม สาลินครับ สาโทน่ะมันเหล้า”
หม่อมอำพันค้อนขวับ “ก็ใช่ซียะ มันน่ะเหมือนเหล้า พี่ชายรองถึงได้เมามัว มืดหน้าจนก่อเรื่องแบบนี้ โธ่เสด็จป้า เพิ่งประทานอภัยก็มาก่อเหตุอีกแล้ว ลูกอะไรอย่างนี้ก็ไม่รู้”
นมย้อยแก้ “โธ่ เธอคงรักของเธอน่ะค่ะ อีกอย่างหนูสา ดิฉันเคยเจออยู่หลายหนก็เป็นเด็กดีนะคะ”
หม่อมอำพันนิ่งฟังคลายใจลง
จรวยรีบใส่ไฟ “โถ คุณนมไม่รู้อะไร คนดีที่ไหนคะเขาจะไปทำงานเป็นนางพาสสะเน่อร แม่น้องสาวนี่น่ะ ยั่วยวนคุณชายรองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว คุณหญิงก้อยเองก็รู้อยู่เต็มอก เธอถึงได้บอกเลิกไงคะ”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 22/2 วันที่ 11 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ