อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 22/3 วันที่ 11 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 22/3 วันที่ 11 พ.ย. 58

จรวยรีบใส่ไฟ “โถ คุณนมไม่รู้อะไร คนดีที่ไหนคะเขาจะไปทำงานเป็นนางพาสสะเน่อร แม่น้องสาวนี่น่ะ ยั่วยวนคุณชายรองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว คุณหญิงก้อยเองก็รู้อยู่เต็มอก เธอถึงได้บอกเลิกไงคะ”
“อ๋อ....เหรอ”
“จริงๆ นะคะหม่อม”
หม่อมอำพันสวน “หุบปากนะ นังขี้ข้าหญิงก้อย อย่ามาพูดดีนะยะ นังคุณหญิงมันเห็นชายรองตกอับต่างหาก ถึงได้วิ่งหนีตีนพลิก แกเองก็เหอะ ชายโตมีแต่ตัวเมื่อไรก็คงไม่แคล้ว”
จรวยอ้าปากค้าง นิ่งคิด “เอ๊ะ หรือจะจริง” ทุกคนเห็นจรวยนิ่งก็มองดู จรวยได้สติ “ว้าย ไม่จริงนะคะ หม่อมขา”

“ย่ะ เออ แล้วนี่แม่ศรีสุดาเป็นยังไงบ้างนี่ คงอับอายขายหน้าแย่ โธ่เอ๋ย..น่าเวทนา” คุณชายเล็กยิ่งกลุ้มเพราะเป็นห่วงศรีจิตรา จรวยเหลือบดู หม่อมอำพันคร่ำครวญต่อ “ขนาดฉันไม่ชอบหน้ายายสอางค์ แต่ฉันก็เห็นว่าเขาเรียบร้อยน่ารักดี โธ่....คิดว่าจะได้มาเป็นสะใภ้”


คุณชายเล็กลุกพรวดขึ้น “หม่อมครับ คืนนี้ผมไม่อยู่นะครับ”
“ยังมีแก่ใจไปเที่ยวที่ไหนอีกเหรอ”
คุณชายเล็กไม่ตอบ เดินกลับชึ้นบน

สวนตำหนักใหญ่ ศรีจิตราถือกรรไกรตัดกุหลาบขึ้นมาแล้วยิ้มดวงตาแพรวพราว มองเลยไปเห็นจรวยอยู่ในซุ้มดอกไม้ เอาผ้าบางตวัดคลุมผมคล้ายนางจารชน ศรีจิตรารีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นหมองเศร้า
จรวยยิ้มประโลมใจตรงมาที่ศาลา “โธ่เอ๋ย คุณศรี ยังมีแก่ใจมาเก็บดอกไม้”
“คนเราถ้าอยู่เฉยๆ วันๆ ไม่ทำอะไร ก็จะคิดแต่เรื่องร้ายๆ ฟุ้งซ่านค่ะ”
จรวยทำตาปริบๆ คิด “เอ๊ะ เหมือนมันหลอกด่าเรา” ศรีจิตราตีหน้าซื่อ “ต๊าย หน้าซื่อ...คงไม่ใช่” จรวยเข้ามาประคองพาศรีจิตราไปนั่งในซุ้ม จับมือไว้ “แหม....แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้คงไม่คิดไม่ได้หรอกค่ะ ผู้หญิงเราทุกข์อะไรจะเท่ากับต้องเป็นหม้ายขันหมาก ต้องถูกนินทาว่าร้าย ต้องอับอายไปทั่วทุกทิศ” ศรีจิตราสะอึกทำท่าร้าวราน
“แต่เป็นหม้ายเหตุสุดวิสัยก็พอทำเนา แต่นี่เพราะ.....ถูกมือดีมาแย่งคนรัก แล้วมือดีก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากน้องสาวในไส้ของตัวเอง เป็นดิฉันล่ะก็คงทนไม่ได้หรอกค่ะ”
ศรีจิตรานิ่งงัน ตีความในใจ “เอ....พูดเหมือนคุณหญิงก้อยเลย คงตกลงกันมาแล้วแน่ๆ เดี๋ยวคงยุให้เราฆ่าตัวตาย”
ศรีจิตราพูดกับจรวย “ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไงคะ”
“ถ้าเป็นดิฉัน ดิฉันก็คงต้องหนีไปให้พ้นๆ”
“หนีหรือคะ หนีไปไหนกัน”
“ค่ะ หนีไปไหนก็คงหนีความอับอายไปไม่ได้ เว้นแต่”
“เว้นแต่อะไรคะ”
“จะตายๆ ให้มันพ้นๆ ไปไงคะ” จรวยพูดเอามัน ดวงตาสะใจ
ศรีจิตราดวงตาพลันมีแวบขบขัน แต่พูดเลื่อนลอย “ตาย ตายให้มันพ้นไป”
มีแสงรถจากไกลลิบ สาดวูบมาโดนตัวศรีจิตรา ศรีจิตรามองไปแล้วดวงตามีแววยิ้มลุกขึ้น ตะกร้าล้มดอกกุหลาบกระจายลงแทบเท้า “ว้าย คุณศรี เป็นอะไรคะ” ศรีจิตราเดินไปตรงไปยังถนน จรวยก้มลงเก็บตะกร้าดอกไม้ มองตาแล้วยิ้มเยาะ ศรีจิตราเดินไกลออกไป ลมพัดผ้าพันคอปลิวสูงขึ้น ดูเป็นลาง จรวยชะงักตาเหลือก “จะไปไหน ว้าย....หรือว่า” จรวยลุกพรวดขึ้น “คุณศรี อย่านะคะ ดิฉันก็พูดไปอย่างงั้น” จรวยออกวิ่งตามศรีจิตรา

ถนนใกล้ตำหนักใหญ่ รถคุณชายเล็กแล่นมาค่อนข้างเร็ว ในรถคุณชายเล็กหงุดหงิดงุ่นง่านหักพวงมาลัยเข้าโค้ง
รถเลี้ยวโค้ง มีพุ่มไม้ขนาดใหญ่ ศรีจิตราก้าวมาจากพุ่มไม้ คุณชายเล็กร้องเฮ้ย ตาเบิกกว้าง ศรีจิตราก้าวออกมากลางถนน คุณชายเล็กหักรถหลบ รถหักเบนหลบเฉี่ยวศรีจิตราไป ความจริงห่างประมาณฟุตกว่า ศรีจิตราหมุนคว้าง ผ้าพลิ้วไสว
จรวยชะงักร้องวี๊ดสุดเสียง มาลา วรรณาร้อง “คุณศรี”
ศรีจิตราล้มลงกับพื้นอย่างงดงาม คุณชายเล็กพรวดลงจากรถวิ่งมา ศรีจิตราลืมตาอยู่ มีแววเจ้าเล่ห์แล้วหลับตาลง
คุณชายเล็กมาถึงตัว ประคองศรีจิตราขึ้น ตกใจสุดขีด ศรีจิตราในอ้อมแขนดวงหน้าซีด ดวงตาปิดสนิท ผมรุ่ยร่ายพาดขวางปรกหน้า คุณชายเล็กร้องอุทานปวดร้าว “คุณศรี คุณศรี” คุณชายเล็กกอดศรีจิตราไว้ ศรีจิตราหรี่ตาดู มาลา วรรณาวิ่งมาถึง ศรีจิตรารีบหลับตา “คุณศรี โธ่ คุณศรี”
“คุณศรี....ตายแล้ว” จรวยกอดเสาไฟไว้จนเสาไฟโยกไปมา รำพันต่างๆ มาลา วรรณาหันมาฟัง
คุณชายเล็กตวัดอุ้มศรีจิตราขึ้น น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อ ศรีจิตราหรี่ตาดู
ห้องโถงชั้นบน เสด็จประทับบนโซฟา คุณสอางค์นั่งบนโซฟาห่างออกมา ร้องไห้กระซิก จรวยมานั่งหน้าเผือดอยู่ที่พื้น คุณชายเล็กหน้าหมองคล้ำเดินไปมาเป็นชะมดติดจั่น หมอวัยกลางคนเดินมากับมาลา
คุณชายเล็กกรากเข้าไป “คุณศรีเป็นอย่างไรบ้างครับ”
เสด็จทรงปราม “ตาเล็ก ใจเย็นๆก่อนสิ”
“คุณศรีจิตราไม่เป็นอะไรเลยพะยะค่ะ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน”
คุณชายเล็กถอนใจนั่งลงช้าๆ คุณสอางค์กับจรวยร้องฮือออกมาพร้อมกัน “ฮือ โล่งอก” คุณสอางค์ชะงักแล้วค้อนจรวย
“แล้วทำไมถึงสลบไปอย่างนั้นล่ะครับ”
“ที่หมดสติ ก็คงเพราะตกใจมากน่ะครับคุณชาย นี่ผมก็ให้ยาคลายเครียดกับยานอนหลับไป พรุ่งนี้ก็คงปรกติ”
เสด็จรับสั่ง “พ้นเคราะห์ไปที ขอบคุณนะคะหมอ”
“กระหม่อมทูลลาพะยะค่ะ”
จรวยร้องสะอื้น เสด็จทรงมอง “ดีนะจรวย ที่แกเป็นห่วงเป็นใย”
“หม่อมฉันกลัวว่าคุณศรีจะจงใจให้รถชนเพคะ โธ่....ไม่รู้อะไรมาดลใจให้คิดสั้นแบบนั้น”
เสด็จทรงมองหน้าคุณสอางค์ คุณสอางค์ร้องไห้อีก จรวยมีพิรุธนิดหนึ่ง คุณชายเล็กขบกราม

ห้องนอนศรีจิตรา ศรีจิตรานอนนิ่งบนเตียง แสงโคมส่องให้เห็นนวลแต่ปากซีด กำลังเริ่มมึนด้วยฤทธิ์ยานอนหลับ
คุณชายเล็กนั่งลงบนเก้าอี้ชิดหัวเตียง ศรีจิตราปรือตาขึ้นยิ้มนิดๆ มาลา วรรณาพยักหน้าให้กัน ถอยออกไปจาก
ห้องเงียบๆ
คุณชายเล็กจับมือศรีจิตรามากุมไว้ “คุณศรีฮะ ผมขอโทษที่ขับรถไม่ระวัง”
“ดิฉันต่างหากที่พราดพราดออกไป”
“คุณคงไม่ได้จงใจคิดจะ....เออ....ใช่ไหมฮะ” ศรีจิตราหลุบตาลงเพราะอ่อนแรง คุณชายเล็กคิดว่ายอมรับ “นี่....นี่คุณศรีผิดหวัง จนถึงขนาดต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้หรือฮะ”
ศรีจิตราง่วงมากขึ้น “ความรัก...มักคือ...ความทุกข์ไงคะ”
คุณชายเล็กสูดลมหายใจ พูดอย่างหนักแน่น “คุณศรีฮะ เหตุการณ์เมื่อกี้นี้ทำให้ผมรู้ว่า ความเป็นความตายอยู่ใกล้กันแค่ไหน ต่อไปนี้ผมจะไม่รีรออะไรต่อไปอีกแล้ว ผมจะไม่เก็บอะไรไว้ในใจอีกแล้ว เพื่อที่ผมจะไม่ต้องมาเสียใจไปตลอดชีวิต”
ศรีจิตราพยักหน้า “ค่ะ”
“ผมจะบอกคุณศรีทุกอย่างจริงๆ นะฮะ”
“ถ้าอย่างนั้น บอกดิฉันหน่อยซีคะว่าคุณพลเป็นใคร”
“ฮะ....นายพลคือผมเอง” ศรีจิตรายิ้มนิดหนึ่ง ความง่วงงุ่นเพิ่มขึ้น “ตอนที่ผมไปเรียนต่อ ผมเป็นเพียงเจ้าพล เด็กนักเรียนทุนจนๆ ที่ต้องเสิร์ฟอาหารล้างจานหรือเล่นกีต้าร์เปิดหมวกอยู่ริมถนน ผมถือว่าชื่อพลเป็นชื่อจริงๆ ของผมยิ่งกว่าชื่อบดินทราชทรงพลซะอีก”
“แล้วคุณไปเจอยายสาได้ยังไงคะ”
“ผมได้ยินคุณป้าของคุณอยากจับคู่ให้ ผมก็เลยอยากไปเห็นตัวก่อน ผมทำเรื่องขอไปตรวจปั๊มเส้นเมืองนนท์ พอผมเจอคุณสาเข้า เขาก็ทำท่าแอนตี้ผู้ดี แอนตี้คุณชายจนผมไม่กล้าบอกว่าผมเป็นใคร ผมก็เลยเป็นนายพลของคุณสาตลอดมา”
ศรีจิตรายิ้ม ทั้งหวั่นไหวทั้งง่วง “คุณชายชอบ...ยายสา...มากใช่มั้ยคะ”
“ฮะ ผมชอบคุณสามาก”
“ค่ะ”
คุณชายเล็กมองไปไกล “ผมชอบคุณสามาก มากจนผมคิดว่ามันคือความรัก” ศรีจิตราหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงจากหางตาตกลงบนหมอน หลับไปในวินาทีนั้น “จนกระทั่งเวลาผ่านไป ยิ่งผมได้อยู่ใกล้คุณ ผมก็พบว่าผมชอบคุณสาแบบเพื่อน แต่ผมรักคุณฮะคุณศรี รักจนหมดทั้งชีวิตจิตใจของผม” คุณชายเล็กยกมือศรีจติราขึ้นจูบ
“ได้ยินไหมฮะ คุณศรี อ้าว คุณศรี ว้า หลับไปตั้งแต่ตอนไหน” ศรีจิตราหลับไปแล้ว คุณชายเล็กผิดหวังมองดูหน้าศรีจิตรา แล้วก็ยิ้มจูบมือเบาๆ อีกทีแล้ววางมือลงแผ่วเบา

ห้องโถงตำหนักเล็ก หม่อมอำพันนั่งเชิดบนโซฟาอยู่ข้างๆ คุณชายโต นมย้อยนั่งหน้าเคร่ง จรวยนั่งอยู่บนพื้นตรงหน้า เจียม แม่น้อม ข้าหลวง เด็กนั่งชะเง้ออยู่ห่างออกมา ทุกคนมองจรวยอย่างกินเลือดกินเนื้อ
หม่อมอำพันคาดคั้น “แกไปพูดจายุยงส่งเสริมให้แม่ศรีดารา เขาฆ่าตัวตายอย่างงั้นหรือ”
คุณชายโตไม่พอใจมาก “ทำไม ทำไมเธอถึงทำอย่างงั้นฮะ”
จรวยทำตาลอกแลก “ฮือ รวยไม่ได้ตั้งใจค่ะ รวยก็แค่พูดจาปลอบโยนคุณศรีเขา”
หม่อมอำพันไม่เชื่อ “ปลอบประสาอะไร เขาถึงได้เดินไปให้รถชน”
“ฮือ....รวยก็แค่พูดเพราะเห็นใจน่ะค่ะ ว่าเป็นหม้ายขันหมากน่ะมันน่าอาย แถมคนที่มาแย่งคู่หมั้นยังเป็นน้องในไส้ ถ้าเป็นรวยน่ะ รวยคงฆ่าตัวตายให้มันพ้นๆ ไป ฮือ” คุณชายโตหน้าเครียดยิ่งกว่าเดิม
หม่อมอำพันประชด “อ้อ สมใจหล่อนแล้วไหมล่ะ”
นมย้อยขนาบ “เธอไปพูดอย่างงั้นได้ยังไง ฮะ แม่จรวย”
คุณชายโตหน้านิ่ง ตาเอาเรื่อง จรวยยกมือพนม “ฮือ รวยก็แค่พูดเปรียบเปรย ไม่คิดว่าคุณศรีเธอจะคิดมาก ทำจริงๆ”
หม่อมอำพันรู้ทัน “ฉันว่าแกต้องตั้งใจมากกว่า”
เจียม ยายน้อม กับนางข้าหลวงใหม่ขบเขี้ยวพยักพเยิดกัน
เจียมเห็นด้วย “ใช่ค่ะ คุณจรวย จงเกลียดจงชังคุณศรีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
แม่น้อมเสริม “เดี๋ยวก็มาแต่งเรื่องคุณศรีเป่าหูหม่อม เป่าหูคุณชายโต”
จรวยตาเหลือก มองหน้าคุณชายโต คุณชายโตขบกราม
เจียมสำทับ “เดี๋ยวก็แต่งเรื่องคุณชายรองกับคุณหญิงก้อย ไปเป่าหูคุณศรี”
แม่น้อมย้ำ “ทำแบบนี้มาเป็นปีเป็นชาติแล้วค่ะ”
หม่อมอำพันหันไปถาม “ว่ายังไง นังจรวย”
จรวยโผผวาเข้ากอดขาหม่อมอำพัน “ฮือ รวยผิดไปแล้วค่ะ ฮือ....ก็รวยรู้ตัวว่ารวยมันแค่เมียบ่าวจะไปสู้ลูกผู้ดี หลานพระน้ำพระยาได้ยังไง รวยก็กลัวว่าเขาจะต้องมารังคัดรังแครังแกรวย”
“อ้อ”
“แล้ว คุณศรีน่ะ เขาร้ายอย่างนั้นจริงไหม” นมย้อยติง
“ฮือ....คุณศรีน่ะดีแสนดีค่ะ รวยคอยเหน็บแนมค่อนว่าอะไรก็ไม่เคยถือโทษ แถมยังรักเอ็นดูตาตุ้ม”
นมย้อยเปรย “ใช่ คนดีน่ะ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้”
“ค่ะ รถชนก็ไม่โดนค่ะ” ทุกคนหันมามองจรวย
นมย้อยเตือนสติ “แต่ไอ้คนที่คอยจองล้างจองผลาญเขาน่ะ จะแพ้ภัยตัวเอง”
“ฮือ....รวยรู้ซึ้งแล้วค่ะ” จรวยเหลือบดูคุณชายโต
หม่อมอำพันทำหน้าเหม็นเบื่อ มองดูคุณชายโต “เอ้า ชายโตว่ายังไง นังเมียแสนดีของแกมันก่อเรื่องมาขนาดนี้แล้ว”
“ฮือ คุณชาย”
“เอาไว้ผมจัดการเองครับ หม่อมแม่”
“ย่ะ ไป ไปจัดการกันที่ไหนก็ไปให้พ้น ๆหน้าฉัน”
คุณชายโตลุกพรวดขึ้น จรวยผวาแหงนมอง “ตามฉันมา” คุณชายโตกระชากจรวยออกไป ทุกคนเงี่ยหูฟังทันที

ห้องนอนคุณชายโต คุณชายโตนั่งบนเตียง หน้าเคร่งเย็นชา ดวงตาแข็งกระด้าง
จรวยผวาเข้ากอดขา “ฮือ คุณชายขา ยกโทษให้รวยนะคะ”
“ฉันเตือนเธอมาหลายครั้งแล้วนะ แต่เธอไม่เคยสำนึก เธอเคยรักฉัน รักตาตุ้มบ้างมั้ย”
“คุณชายพูดอะไร ที่รวยทำเพราะรักครอบครัว ไม่อยากให้สะใภ้เอกมาแย่งทุกอย่างจากเรา”
คุณชายโตไม่เชื่อส่ายหัวดิก “นั้นไม่เรียกว่าความรัก มันคือความริษยาต่างหาก เสียแรงนะจรวยที่ฉันรักเธอ”
“คุณโต”
“ทีแรกมันอาจจะเป็นแค่ความปรารถนา แต่หลังจากมีตาตุ้ม ฉันรู้แล้วว่า ฉันต้องรับผิดชอบทั้งเธอและลูก และนั่นล่ะมันคือความรัก ความห่วงใย และเธอก็ทำลายมันไปจนหมดสิ้น”
“คุณชายไม่นะคะ รวยกราบล่ะ”
“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา เก็บข้าวของแล้วลาลูกซะ ห้ามกลับมาที่นี่อีก แล้วก็ห้ามพบหน้าลูกอีกนับแต่นี้เป็นต้นไป”
จรวยทำท่าเหมือนจะเป็นลม รีบถลาไปอุ้มตาตุ้ม “ไม่....อย่าพรากรวยจากลูกเลยนะคะ ตาตุ้มคือแก้วตาแก้วใจของรวย ถ้าพรากลูกไปรวยขอไปตายเสียดีกว่า”
“ส่งตาตุ้มมาให้ฉัน” จรวยส่งลูกให้ คุณชายโตดวงตาอ่อนแสงลงนิดหนึ่ง “ฉันไม่เชื่อเธอหรอกนะ”
“คุณชาย”
“แต่ฉันจะให้โอกาสเธออีกครั้ง” จรวยใจหาย รีบพนมมือ “เธอเป็นเมียฉัน เป็นแม่ของตาตุ้ม และไม่ว่ายังไงก็เป็นวุฒิวงศ์อีกคนหนึ่ง” จรวยสะท้านเยือก “ขอให้เธอนึกถึงบุญคุณของวุฒิเวสม์ ร่มไม้ใบบุญของหม่อมแม่ อีกทั้งพระกรุณาของเด็จป้า และตรองดูให้ดีๆ ว่าจะต้องทำอย่างไรให้สมกับเป็นสะใภ้ใหญ่ของวังนี้”
คุณชายโตอุ้มตาตุ้มเดินออกไปจากห้อง ปิดประตูลง จรวยมองตามแล้วออกไปยังเทอเรสข้าง จรวยก้าวออกมา หันไปยังหน้าต่างทิศของตำหนักใหญ่แล้วกราบลง แสงส่องมาเป็นลำ ดูคล้ายนางบาปกลับใจเป็นนางบุญในหนังมหากาพย์ศาสนา

เช้าวันใหม่ จรวยแต่งชุดขาวแต่คว้านนม อิ่มบุญ ถือขันเก็บดอกไม้ เห็น มาลา วรรณากำลังคุยกับนางข้าหลวงวัยรุ่น
วรรณาเล่า “ที่คุณศรีจะฆ่าตัวตายน่ะ เพราะตรอมใจจากการเป็นหม้ายขันหมากจากคุณชายรอง”
นางข้าหลวงอุทาน “น่าสงสารคุณศรีจัง”
มาลา วรรณา แยกไป จรวยสำนึกในความผิด

จรวยนั่งเด่นอยู่ในศาลากลางสวน นางข้าหลวงตำหนักใหญ่นั่งรายล้อม จรวยยิ้มอ่อนโยน “ความจริงเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเลย เพราะคุณศรีน่ะยังมีคุณชายเล็กอยู่ทั้งคน”
นางข้าหลวงสาวๆร้องฮือ จรวยยิ้มละมุนพูดเสียงอ่อน ข้าหลวงคนหนึ่งซัก “จะเป็นไปได้หรือคะ”
ข้าหลวงอีกคนชักเห็นด้วย “เอ....แต่ก็จริงนะ คุณศรีสนิทกะคุณชายเล็กจะตาย”
“นั่นไง….คุณชายเล็กเองก็รักคุณศรีหมดใจ” จรวยเชื่อมั่น
ข้าหลวงอีกคนอยากรู้ “แล้วคุณศรีล่ะคะ รักคุณชายเล็กหรือเปล่า”
“นั่นก็ต้องดูกันไป ทุกอย่างก็สุดแต่โชคชะตาว่าพัดพาอะไรมา ว่าจะเป็นกลีบดอกไม้หรือเป็นก้อนหิน” จรวยยิ้มละมุน ทันใดมีดอกไม้ปามาโดนหน้าจรวย นางข้าหลวงร้องวี๊ดว้าย
มาลา วรรณายืนอยู่บนศาลาแล้ว เท้าสะเอวตาเขียว วรรณาด่า “วันๆ ไม่ทำอะไรมีแต่แต่งเรื่องใส่ไคล้พาที” จรวยสีหน้าสงบ
มาลาไล่ “ไปนะยะ ไปให้หมด นังพวกนี้ นังข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย”
วรรณาเสริม “มาฟังนังพวกปากหอย”
ข้าหลวงร้อง “ว้าย”
“ยังพูดไม่จบ ปากหอย ปากปู ปากตำแย ระวังติดเชื้อ”
มาลาพูดเพลิน “ติดแล้วจะคันไปหมด ทั้งปาก ทั้งหอย”
“ว้าย”
“ยังพูดไม่จบ ทั้งหอย ทั้งปู ทั้งปลา”
จรวยลุกขึ้นช้าๆ ไม่โกรธ ไม่ขึ้งเดินผ่านมาลา วรรณา “บุญรักษาจ้ะ”
มาลา วรรณาอ้าปากค้างมองตาม จรวยเดินนางบุญลับพุ่มไม้ไป
มาลาชักสงสัย “นี่จริงเหรอ คุณชายเล็กกะคุณศรี”
วรรณเอะใจ “มิน่าเล่า แต่งชุดดาวยั่วทีไร เจาะจงแต่ไปเล่านิทานให้คุณชายเล็กฟังทุกที” 2 นางตาโต

ห้องนั่งเล่นตำหนักใหญ่ ศรีจิตราดวงหน้าสงบมีแววเศร้าจางๆนั่งอยู่บนพื้น คุณสอางค์ซับน้ำตาอยู่ข้างๆ มาลา วรรณาอยู่ห่างออกมา ท่าทางยังงง ๆ
เสด็จประทับบนตั่งมองศรีจิตราอย่างปราณี “ว่ามาซิ ศรีจิตรา”
“หม่อมฉันถวายตัวเป็นข้าพระบาทเพื่อเตรียมตัวเป็นสะใภ้วุฒิเวสม์ แต่ว่าตอนนี้หมดภาระนี้แล้วเพคะ”
เสด็จแย้มสรวล “เธอแน่ใจหรือ” มาลา วรรณา พยักหน้ากัน เสด็จทรงพลิกดูของชำร่วยใบโพธิ์ในพระหัตถ์
“เพคะ”
“ไม่ว่ายังไง เธอก็เป็นเหมือนลูกสาวของฉัน”
“เป็นพระกรุณาล้นพ้นเกล้าเพคะ ที่หม่อมฉันทูลลาไม่ใช่เพราะเสียงครหา ไม่ใช่เพราะคำสมเพชเวทนา แต่เพราะ....หม่อมฉันอยากได้ดูแลแม่บ้างเพคะ”
“เธอกับสาลินนี่ เอาเข้าจริงก็ช่างเจรจา อ้างเหตุอ้างผลไม่ได้แพ้กันเลย”
“เป็นพระกรุณาที่ทรงโปรดยายสาเพคะ ยายสาจะเป็นศรีสะใภ้ที่ดี ดีกว่าหม่อมฉันอีกเพคะ”
เสด็จพระเนตรมีแววเล่นแวบหนึ่ง แล้วพระสุรเสียงเข้มขึ้น วางของชำร่วยลงบนโต๊ะสูงข้างตั่งอย่างแรง “แต่ฉันต้องการเธอเป็นสะใภ้ของฉัน” ทุกคนผวา “แล้วใครก็จะมาขัดไม่ได้” ทุกคนรวนเรก้มหน้า “แต่เอาเถอะ อยากไปเยี่ยมแม่ก็ไป ฉันอนุญาต”
ศรีจิตราก้มกราบลง คุณสอางค์ร้องไห้ฮือ มาลา วรรณจับมือกันร้อนรนใจ

รถคุณชายเล็กแล่นมาตามถนนในวัง ในรถคุณชายเล็กผิวปากครึกครื้น เคาะมือกับพวงมาลัยแล้วมองไป ตรงหน้ามีรถจากตำหนักใหญ่แล่นสวนมา นายยอดเป็นคนขับ คุณชายเล็กยิ้มร่า รถจากตำหนักใหญ่แล่นมาจนสวนกัน คุณชายเล็กมองไป ตอนท้ายของรถตำหนักใหญ่ศรีจิตราและคุณสอางค์นั่งอยู่ ศรีจิตรามองมายิ้มนิดๆ แล้วก้มศีรษะให้ คุณชายเล็กงงกับท่าทีนั้น ศรีจิตราพลันเมินไป คุณชายเล็กหยุดรถเหลียวหลังไปมองตาม แล้วก็มองในกระจกส่องหลัง เห็นรถจากตำหนักใหญ่แล่นไกลไปทุกที คุณชายเล็กรู้สึกสังหรณ์ประหลาด
คุณชายเล็กเข้ามาจากเทอเรซข้าง นมย้อย เจียม แม่น้อมอยู่ที่โต๊ะกลางโถง คุณชายเล็กมาลงนั่ง ทุกคนดูซึมเศร้า
“คุณศรีไปไหนไม่รู้นม”
“ไม่ได้ไปไหนค่ะ แต่ว่าคุณสอางค์พาคุณศรีกลับบ้านราชดำริ”
คุณชายเล็กตกตะลึงอ้าปากค้าง เจียม แม่น้อมหันมามอง ถอนใจ

ระเบียงหลังบ้านราชดำริ คุณสร้อยสะบัดหน้าพรืดอยู่บนตั่ง คุณสอางค์นั่งข้างๆ ตรงหน้าศรีจิตรานั่งชิดกับอุ่นเรือน แม่พิศ กำไล กุมมือกันไว้ สาวใช้ 2 นางหวาดหวั่น ด้านหลังมีกระเป๋าเสื้อผ้าของศรีจิตรา 4-5 ใบ
คุณสร้อยแสยะลุกขึ้นช้าๆ “คิดไว้ไม่ผิดว่าต้องซานกลับมาเกาะฉันกิน คนเราน่ะวาสนามันแค่นังบ้านสวนจะปลุกปั้นยอยกยังไก็ไม่มีวันได้ดี” คุณสอางค์ซับน้ำตา “เหมือนนังแม่มัน ใฝ่สูงจนเกินศักดิ์ พอมาแต่งกับตาสาวิตร บุญไม่พอก็เลยทำให้น้องฉันอายุสั้น”
อุ่นเรือนหน้าเคร่งขึ้น ศรีจิตราจับแขนแม่อย่างปลอบ แม่พิศกับกำไลสบตากันว่า “ไม่เกี่ยว”
อุ่นเรือนท้วง “คุณพี่คะ”
คุณสอางค์พูดขึ้นก่อน “นี่เธอพูดอะไร หลานเพิ่งเจ็บช้ำน้ำใจมา โธ่เอ๋ย ต้องมาเป็นหม้ายขันหมากเหมือนป้า” กำไลกระซิบกับพิศพร้อมกับที่คุณสอางค์พูด “โธ่ ไม่น่าพระชนม์สั้นเลย” คุณสอางค์ค้อนกำไล คุณสร้อยหอบจนอกแบนกระเพื่อม “พอๆ แม่สร้อย”
“ไม่พอค่ะ หนูจะพูด หนูเองน่ะเจ็บช้ำน้ำใจมานานแล้ว ตั้งแต่นังบ้านสวนเข้ามาบ้านภักดีนฤนาถก็มีแต่กาลกิณี ตั้งแต่ได้มันมาเป็นสะใภ้ เสด็จพระองค์ชายก็สิ้น” อุ่นเรือนอ้าปากค้าง ศรีจิตราอึ้ง “พี่ใหญ่ก็เป็นหม้ายขันหมาก ตาสาวิตรก็ตาย” แม่พิศ กำไล สองสาวใช้ฟังตาแป๋ว “หนูเอง ก็ไม่มีผัว”
อุ่นเรือนร้องโธ่เบาๆ แม่พิศ กำไลก้มหน้าหัวเราะ 2 สาวใช้ ซ่อนหน้ากับเสาเรือน อุ่นเรือนลุกขึ้นช้าๆ “คุณพี่ ฟังดิฉันก่อนนะคะ”
“ฉันไม่ฟัง”
“ถึงไม่ฟังดิฉันก็จะพูดค่ะ ตอนที่เสด็จพระองค์ชายสิ้นน่ะ ดิฉันยังเรียนชั้นประถมอยู่เลยนะคะ ส่วนคุณสาวิตรก็เสียด้วยโรคประจำตระกูลของคุณพี่” คุณสอางค์พยักหน้าเห็นด้วย คุณสร้อยสะบัดหน้าพรืด “ส่วนเรื่องคุณพี่หาผัว เอ๊ย สามีไม่ได้ ก็น่าจะเป็นเพราะผู้ชายน่ะ เขาทนความเพียบพร้อมของคุณพี่ไม่ได้มากกว่า”
คุณสอางค์อ้าปากค้าง แม่พิศ กำไลขยับไปหัวเราะหลังเสาเรือนด้วย
คุณสร้อยตาเบิกกว้างชี้นิ้วระริกระรัว “ว้าย แก โอหังบังอาจยังไงมาว่าฉัน บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนฉันที่รถหัวแกมายี่สิบสามสิบปีน่ะ เคยสำนึกไหม”
“บุญคุณน่ะ ถ้าหมั่นทวง มันก็หมดได้เหมือนกันนะคะ”
คุณสอางค์ยกมือทาบอก คุณสร้อยตัวชาแล้วเต้นเร่าๆ “อี...อี...ทรพา”
“ดิฉันกับแม่ศรีอยู่บ้านนี้ก็เพื่อสนองคุณคุณพี่ ที่อุตส่าห์ให้ที่พักพิง แต่เมื่อคุณพี่เห็นว่า ดิฉันกับแม่ศรีเป็นภาระ เป็นสิ่งรกหูรกตา เป็นที่อึดอัดขัดใจ ทางเดียวที่จะสนองคุณได้ ก็คือดิฉันกับลูกก็ขอกราบลา”
คุณสร้อยตะลึง คุณสอางค์อึ้ง แม่พิศ กำไล สาวใช้หน้าซีดลง มองหน้ากัน ศรีจิตราดึงชายผ้าซิ่นอุ่นเรือน เรียกคล้ายทักท้วงให้สติ “แม่คะ”
คุณสร้อยปรายตาดู “ดู๊ ดู เห็นไหม ลูกสาวหล่อนฟังหล่อนพูดยังทนฟังไม่ได้ ใช่ไหมลูก แม่ศรี”
“ไม่ใช่ค่ะ” คุณสร้อยสะดุ้งอีก ศรีจิตราลุกขึ้นยืนเคียงข้างอุ่นเรือน “หนูจะบอกแม่ว่า ที่แม่พูดน่ะพูดถูกแล้วค่ะ” คุณสร้อยถอยหลังกรูดไปนั่งบนตั่ง “หนูกราบขอบพระคุณค่ะ ที่คุณป้าไล่แม่กับหนูออกจากบ้าน แม่คะ ไปเก็บของกันเถอะค่ะ” อุ่นเรือนพยักหน้า สองแม่ลูกกลับเข้าตัวบ้าน บรรดาแม่พิศ กำไล ขยับออกมาเลิกลัก
คุณสร้อยตากลับเป็นลม ล้มมายังคุณสอางค์ คุณสอางค์ลุกแผล็บหนี คุณสร้อยกระแทกตั่งดังโป๊ก แล้วนิ่งไป
คุณสอางค์หมั่นไส้ “สม”

ที่นอกชานเรือนบ้านสวน คุณยายกอดศรีจิตราไว้ อุ่นเรือนนั่งยิ้ม คุณตามองอย่างสุขใจ เจ้าแกะ ตาผลมานั่งยิ้มแป้นอยู่ข้างหลัง แต่ยายพิณกลับหายไป กระเป๋าเดินทางหลายใบวางกองอยู่
คุณตาดีใจ “หมดเคราะห์ หมดโศกซะทีนะ อุ่นเรือน ยายศรี”
คุณยายก็มีความสุข “ความจริงน่าจะกลับมาอยู่บ้านเราตั้งนานแล้ว ไม่ต้องรอให้ยายป้ามาเอ่ยปากไล่หรอก”
สาลินแอบดูจากบันไดชั้นบน มีความดีใจสุขใจอยู่ 2 ส่วน แต่อีก 8 ส่วน คือปริวิตก ที่พื้นยายพิณคุกเข่าอยู่ ยื่นนิ้วสะกิดขาสาลิน “อะไร ยายพิณ”
“คุณศรีเธอจะแค้นไหมคะ ที่คุณสาไปแย่งคุณชายรองเธอมา”
“ฮือ ยายพิณอย่าพูดซี”
ที่วงสนทนา นอกชาน ศรีจิตราพูดคุยกับคุณยาย แล้วก็ปรายตามาที่สาลิน สาลินหลบวูบขึ้นชั้นบนไป
คุณยายถามด้วยความเป็นห่วง “แม่ศรี แล้วหนูเป็นยังไงบ้างลูก ที่มาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
ศรีจิตรายิ้มสุขใจ “หนูก็ดีใจกับยายสาน่ะซีคะ โธ่ คุณยายคะ คุณชายรองน่ะ รักยายสามาตั้งไหนแต่ไรแล้ว”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 22/3 วันที่ 11 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ