อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 22/4 วันที่ 11 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 22/4 วันที่ 11 พ.ย. 58

ศรีจิตรายิ้มสุขใจ “หนูก็ดีใจกับยายสาน่ะซีคะ โธ่ คุณยายคะ คุณชายรองน่ะ รักยายสามาตั้งไหนแต่ไรแล้ว”
“หา.....หนูรู้อยู่ตลอดเลยเหรอ”
“ค่ะ คุณตา”
อุ่นเรือนซัก “แล้วที่ยายสาบอกว่า หนูรักคุณชายรองบ้างล่ะ”
ศรีจิตราอายนิดหนึ่ง “ยายสาคิดไปเองค่ะ เพ้อเจ้อตามประสาคนช่างฝัน”
คุณตาเปรย “นี่คุณ แสดงว่ายายพิณมันถูกของมันนะ”
คุณยายเห็นพ้อง “นั่นซี”
“แล้วยายสาเป็นยังไงบ้างคะ”
คุณยายตอบ “ตั้งแต่เกิดเรื่อง ก็ป่วยกระเสาะกระแสะมาเรื่อย”
ศรีจิตราอมยิ้มรู้ทันน้องสาว

ร้านเกศมณี วิรงรอง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงอบผมกันอยู่ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมีอาการเซ็งโลกอย่างที่เคย มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอบผมหันหลังให้


“อาร์นี่หลังเดาะนอนโรงพยาบาลอยู่ แถมไนท์คลับไฟไหม้ ไม่เสียหายอะไรหรอกแต่เสียหน้าเลยปิดซ่อม แล้วจะเปิดใหม่ใหญ่กว่าเดิม ไปเยี่ยมหน่อยไหมคะหญิง”
“อย่าเลย เขามีแม่บรรณารักษ์คอยปลอบใจเขาอยู่แล้วนี่”
จรวยในชุดสีครีมอ่อนดูบริสุทธ์ เสื้อปิดถึงคอ แต่นมพุ่งเปิดสะดือและเปิดตรงเอวเล็กๆ สองข้าง ใบหน้าอ่อนจาง สงบนิ่ง เปิดที่อบผมลุกมาคุยกับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงและวิรงรอง “คุณสาลินไม่ได้กลับไปทำงานกับคุณอัศนีย์แล้วล่ะค่ะ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงและวิรงรอง สะดุ้ง จรวยโผล่มาจากไหน จรวยไหว้ทั้งสอง “สวัสดีค่ะคุณหญิง คุณวิรงรอง”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงไม่เชื่อ “ไปเอาข่าวโคมลอยมาจากไหน ฉันไม่เชื่อ อย่ามามดเท็จ”
“จรวยเลิกพูดโกหก ส่อเสียดเหยียดเย้ยใยไพแล้วนะคะ ตั้งแต่พูดดีคิดดี ตั้งมั่นอยู่ในความดี รวยก็สงบไม่ทุกข์ไม่ร้อนอีกเลย”
วิรงรองมองชุดอย่างทึ่ง “แล้ว....ตอนนี้ในวังเป็นยังไงบ้างล่ะ”
จรวยยิ้มอ่อนโยน “ตอนนี้คุณชายรองกลับมาวังแล้วค่ะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงอึ้งไปนิดหนึ่ง “ฮึ....ยอมแซคริไฟซ์อยู่ได้ไม่นาน ก็ทิ้งสภาพยาจกเพราะเห็นแก่ความสบาย เห็นแก่สมบัติ”
“หญิงพูดถึงใครจ๊ะ คุณชายรองหรือตัวหญิงเอง”
“ยายติ่ง หุบปากเดี๋ยวนี้นะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงถามจรวย “นี่....คุณรองก็คงยอมเข้าพิธีกับแม่สะใภ้เอกนั่นแล้วซี”
“เปล่าค่ะคุณหญิง คุณชายรองทูลเสด็จว่าขอไม่แต่งกับคุณศรี”
“อะไรนะ”
“จริงค่ะ แต่ขอเปลี่ยนมาแต่งกับคุณสาลินแทน เฮ้อ... ดีใจจัง”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงอ้าปากค้าง วิรงรองปรบมือ 2-3 ที คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหันมามองตาเขียว วิรงรองหยุด รีบแก้ตัว “ฉันตบมือเพราะตกใจจ้ะ ไม่ใช่ดีใจ”
“แล้วเด็จป้าว่ายังไง”
“ยังไม่ทรงตอบออกมาตรงๆ แต่คิดว่าไม่ทรงขัดหรอกค่ะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงไม่พอใจ “ทรงอนุญาตให้แต่งกับนังพาร์ทเนอร์ นังผู้หญิงบาร์ นังผีเสื้อราตรีนั่นน่ะนะ”
วิรงรองท้วง “เขาทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ไม่ใช่เหรอ”
“แค่หน้าฉาก แต่ที่แท้เป็นนางบำเรอให้อาร์นี่ต่างหาก” จรวยตกใจเล็กน้อย วิรงรองเซ็งคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหน้าบูดบึ้ง “ถ้าเด็จป้าทรงรู้ก็อาจจะตัดขาด ไล่คุณรองออกจากวังอีกหนก็เป็นได้”
“คงไม่หรอกค่ะ”
“ทำไม”
จรวยยิ้มแย้มพูดด้วยปรารถนาดี “เพราะที่เสด็จทรงเนรเทศคุณชายรองคราวก่อน เป็นการเล่นละครน่ะซีคะ คุณชายวางแผนกับเสด็จ เพราะรู้ว่าถ้าคุณชายตกต่ำ คุณหญิงคงจะทิ้งคุณชายอีกหน เอ้อ.....รวยขอโทษนะคะ ที่ต้องพูดตามความจริง แต่รวยเลิกพูดปดถาวรแล้วค่ะ รวยขอตัวก่อนค่ะ” จรวยแยกไป
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงอ้าปากค้าง วิรงรองเผลอตบมืออีก 5-6 ที คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมอง วิรงรองหันมาแก้ตัวอำ “ฉันตกใจน่ะหญิง”
จรวยเดินกลับเข้ามาเอาซองบุญมาบอกบุญ
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตาวาวมองกระจกหอบด้วยโทสะ “ยายติ่ง หล่อนต้องสร้างข่าวให้ฉันอีกแล้วล่ะ”
“ข่าวอะไรจ๊ะหญิง”
“ข่าวจ้าวย่ายุคจรวดน่ะสิ”
วิรงรองเหม็นเบื่อเต็มที

ห้องนอนสาลิน สาลินเด็ดใบแก้วจากกิ่งใส่ปากแล้วเคี้ยว พลางทำหน้าเหยเก สาลินนั่งอยู่บนที่นอน ยายพิณมองอย่างลุ้น “มันได้ผลแน่หรือคะ ใบแก้วเนี่ย”
“สมัยก่อน พอจะหนีโรงเรียน เคี้ยวใบแก้วแล้วตัวจะร้อน หลอกคุณยายได้ทุกทีนี่”
มีเสียงคุณยายที่หน้าประตู “ตั้งแต่เกิดเรื่องก็สามวันดี สี่วันไข้ นี่ก็นอนซมอยู่ในห้อง”
สาลินตาเบิกโพลง ปากิ่งแก้วใบโกร๋นทิ้ง ยายพิณรับไว้ สาลินกระโจนโถมตัวลงนอนมือตวัดผ้าห่มคลุม ยายพิณดึงชายผ้าให้ ประตูเปิดออกพอดี สาลินหลับตาลง เอียงหน้าน้อยๆ ทำหายใจแผ่วเบา คุณยาย อุ่นเรือนกับศรีจิตราเข้ามาดูที่ที่นอน ยายพิศยิ้มกระเรี่ยกระราดถอยมา
อุ่นเรือนถามไถ่ “ยายสา เป็นยังไงบ้างลูก” สาลินหลับตาร้องอื้อเบา ๆ มีอาการไข้หนัก อุ่นเรือนนั่งบนที่นอนเอาหลังมือแกะหน้าผากแล้วสะดุ้ง “ว้าย”
สาลินตากระตุก ยายพิณสะดุ้ง ศรีจิตราสงสัย “ตัวร้อนมากหรือคะ“
“เปล่าลูก ตัวเย็นเป็นน้ำแข็ง”
สาลินตากระตุกอีก ยายพิณดูกิ่งแก้วโกร๋นในมืออย่างเซ็งๆ ศรีจิตรามองมา ยายพิณรีบปักกิ่งแก้วลงในแจกันเปล่า เห็นกิ่งคดเคี้ยวมีใบ 1 ใบ ดูงดงามเป็นอิเคบานะศิลปะจัดดอกไม้ของญี่ปุ่น
ศรีจิตราถาม “ยายสา เป็นยังไงบ้าง”
สาลินแสร้งว่า “ไม่ค่อยดีค่ะ ตัวรุม ๆ”
อุ่นเรือนหันไปบอก “แม่พิณจ๋า ต้มน้ำเช็ดตัวให้ยายสาดีกว่านะ”
“ค่ะ”
เสียงเจ้ามอมเห่า คุณยายสงสัย “เจ้ามอมมันเห่าใครกัน ใครมาล่ะนั่น แม่พิณไปดูสิใครมา”
ทั้งสามออกจากห้อง ยายพิณตามออกไปด้วย สาลินลุกมอง อยากจะร้องไห้ “ทำไมตัวเย็นเฉียบ ใบแก้วไม่ได้ผลเหรอเนี่ย”

หน้าห้องสาลิน คุณยายเดินนำ ยายพิณ อุ่นเรือน ศรีจิตราตาม
“ยายพิณ ไปดูซิ เจ้ามอมมันเห่าใคร”
“ค่ะ”
อุ่นเรือนบ่นกับศรีจิตรา “ตัวเย็นเฉียบขนาดนั้น เดี๋ยวถ้าเช็ดตัวแล้วไม่ดีขึ้น คงต้องให้กินยา”
“อย่าห่วงเลยค่ะ เดี๋ยวยายสาก็ตัวอุ่นเองล่ะค่ะ จะร้อนเกินไปด้วยซ้ำ”
“หือ ทำไมหรือลูก”
“ก็ยายสาเล่นกินใบแก้วเข้าไปทั้งกิ่งขนาดนั้น”
“หา....กินให้ตัวร้อน แบบเวลาจะหนีเรียนน่ะหรือ”
“ค่ะ”
“แล้วยายสาทำไปทำไม”
“ก็จะหลบหน้าหนูนะซีคะ โธ่เอ๋ยอุตส่าห์กินใบแก้วให้ตัวร้อน แต่เราเข้าไปเร็วใบแก้วยังไม่ออกฤทธิ์ ก็ตกใจจนตัวเย็นเฉียบ”
“ยายสากลัวหนูทำไมกัน”
“ค่ะ คงเห็นหนูเป็นนางสุวรรณมาลี มเหสีขี้หึงประหนึ่งเสือ จะฉีกเนื้อน้องกินเป็นชิ้นหมู” ศรีจิตราดวงตาพราวขบขัน
อุ่นเรือนมองนิ่ง “ยายศรี นี่หนูไม่ได้อกหักร้าวรานใจอะไรเลยหรือ”
ศรีจิตรายิ้มพรายเล็กๆ “นิดหน่อยค่ะแม่ แต่หนูก็ยังไม่สิ้นหวังหรอกค่ะ”
อุ่นเรือนมองอย่างสงสัย แต่ไม่ถามต่อ เสียงพูดคุยดังมาจากชั้นล่าง “เอ๊ะ ใครมาน่ะ”

ห้องรับแขกบ้านสวน คุณตา คุณยาย อุ่นเรือนนั่งตรงหน้าคุณชายรอง ยายพิณวางน้ำรับแขกลงแล้วถอยไปพนมมือแต้อยู่ข้างๆ คุณตายิ้มแย้มรับแขก คุณยายมีท่าทีเชิดๆ ค้อนๆ อุ่นเรือนมองคุณชายรองอย่างพินิจ
คุณชายรอง มีท่าทีสงบและสุภาพ “ผมขอโทษที่ต้องมารบกวนครับ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณชาย อ้อ นี่ผมก็ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว”
“ค่ะ...อิฉันก็เห็นภาพเป็นช่อเป็นชั้นเลยค่ะ” คุณยายประชด คุณตาหันมามองปราม
อุ่นเรือนแทรกขึ้น “คุณชายมีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ”
ที่บันได สาลินค่อย ๆ ย่องลงมา อ้าปากค้างเมื่อเห็นคุณชายรอง
คุณชายรองเกริ่น “คุณตาคุณยาย คุณ...แม่ครับ” อุ่นเรือนอมยิ้ม “ที่ผมทำลงไป ผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว” สาลินค้อนขวับ อุ่นเรือน คุณตา คุณยายเกือบอมยิ้ม “ผมขอประทานโทษที่ทำให้ต้องลำบากใจ แต่ว่า.....ผมแต่งงานกับคุณศรีไม่ได้จริงๆ”
สาลินร้าวราน “โธ่เอ๋ย.... พี่ศรี”
อุ่นเรือนตัดสินใจถาม “เพราะอะไรหรือคะ”
“เพราะ....ผม...รัก สาลิน”
มีเสียงเรือหางยาวแทรกมาดังแหลม สาลินไม่ได้ยิน เอียงหน้ามองอย่างขุ่นใจ “อีเรือหางบ้า พูดว่าอะไรเลยไม่ได้ยินเลย
คุณยายยิ้มละไมดวงตาฉ่ำ ไม่ค้อนควักอีกแล้ว คุณตาพยักเพยิดพอใจ อุ่นเรือนพยายามไม่ยิ้มมาก ยายพิณ
ยังคงพนมมือ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา
“นี่ผมอยากขออนุญาตพบกับ.....คุณศรีหน่อยครับ”
สาลินเบิกตากว้าง “โธ่....พี่ศรี”

ศาลาท่าน้ำ ศรีจิตรายิ้มละไม ดวงหน้าเปล่งปลั่ง ดวงตายินดีจริงใจคุณชายรองนั่งอยู่ตรงข้าม
“ผมขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณศรีต้องยุ่งยาก”
“คุณชายทำถูกแล้วค่ะ คนเราก็ควรแต่งกับคนที่เรารักไม่ใช่หรือคะ”
คุณชายรองยิ้มนิดๆ “คุณศรีเองก็เหมือนกัน ควรแต่งกับคนที่คุณศรีรัก”
ศรีจิตราตะลึงไปหน้าแดง มองหน้าคุณชายรอง “คุณชาย”
“ผมขอโทษที่ละลาบละล้วง แต่ผมคิดว่าผมทราบว่าคุณศรีมีใจให้ใคร”
ศรีจิตราระงับท่าที กัดริมฝีปากแล้วพูด “ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ เรื่องอะไรในใจดิฉันบอกเขาไปหมดแล้ว แต่เขาบอกดิฉันว่าเขารักคนอื่น”
“ไม่น่าเชื่อ คุณศรีน่าจะเข้าใจผิดอะไรซักอย่าง”
“แต่เขาพูดอย่างนั้นจริงๆ นะคะ”
“ถ้าอย่างนั้น ผมก็คงต้องถามนายเล็กให้รู้เรื่อง”
ศรีจิตราเบิกตากว้าง “อย่านะคะคุณชาย ได้โปรดอย่านะคะ”
“เดี๋ยวผมขอตัวกลับขึ้นเรือนก่อนนะครับ” คุณชายรองเดินไป
ศรีจิตราลุกขึ้นมองตาม แล้วน้ำตาเอ่อต้องเอานิ้วกรีดออก
อีกมุมพุ่มไม้หนึ่ง เห็นสาลินชะเง้ออยู่กับยายพิณ สาลินคว้าแขนยายพิณ “ฮือ พี่ศรี สาจะทำยังไงดี สาจะทำยังไงดี ยายพิณ”
“โถ....คุณสา ของแบบนี้น่ะ ทางที่ดีที่สุดก็คือ”
“เราต้องเสียสละใช่ไหม ยายพิณ”
“ไม่ใช่ค่ะ อิฉันจะบอกว่า ของแบบนี้ใครดีใครได้ค่ะ” สาลินชะงัก มองยายพิณตาเขียว ยายพิณไม่ยี่หระ

ที่ศาลาท่าน้ำ แสงสีส้มของยามอาทิตย์ใกล้ลับฟ้าสาดไปทั่ว ศรีจิตรานั่งเหม่ออยู่ที่ศาลาท่าน้ำ ห่างออกมาสาลินยืนอยู่ที่ซุ้มไม้หน้าซีด ลังเลแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดเดินตรงไปหา สาลินก้าวขึ้นศาลา ศรีจิตราหันมา สาลินชะงักมองอย่างเว้าวอน ศรีจิตราหน้าเรียบเย็นชา ซ่อนรอยยิ้มไว้
“พี่ศรี”
ศรีจิตราชี้ข้างตัว “มานั่งนี่ซี”
สาลินเดินมานั่งตัวลีบ “พี่ศรี สาไม่ได้ตั้งใจ”
“สาไม่ได้ตั้งใจ แต่คุณชายรองเขาตั้งใจนี่สา”
“โธ่ พี่ศรี”
“ที่จริง สาไม่น่าจะต้องเดือดร้อนอะไร”
“สาต้องเดือดร้อนซี ก็พี่ศรีรักเขา แล้วเรื่องกลับมาเป็นอย่างนี้ก็เพราะสา”
“ใครบอกสากัน ว่าพี่รักคุณชายรอง”
“ก็พี่ศรีบอกสาเอง สาได้ยินเต็มสองหู สาจำได้”
ศรีจิตราลุกขึ้น หน้าแดง ตาเป็นประกายวาววาม “วันนั้นพี่พูดแค่ว่าพี่รักคุณชาย พี่ไม่ได้ระบุซักหน่อยว่าพี่รักคุณชายคนไหน”
สาลินตกตะลึงพรึงเพริด ลุกตาม “แปลว่าพี่ศรีไม่ได้รักคุณชายรอง แล้วพี่ศรีรักคุณชาย คุณชายไหน ใช่แล้ว คุณชายเล็ก วันนึงๆ พี่ศรีพูดถึงแต่คุณชายเล็ก”
“ก็เหมือนกับที่ วันนึงๆ สาพูดถึงแต่คุณชายรองน่ะแหละ”
สาลินหน้าแดงกุมมือศรีจิตรา ยิ้มออกมาได้ “แล้ว แล้วพี่ศรีจะทำยังไงคะเรื่องคุณชายเล็ก เขารักพี่ศรีรึเปล่า”
“เปล่า เขารักผู้หญิงคนนึงอยู่”
“ตายจริง”
“พี่ไม่เป็นไรหรอกน่า แม้นแผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า นี่...มาพูดเรื่องสากับเรื่องการเตรียมตัวแต่งงานดีกว่า”
“ฮึ สาไม่ได้รักเขาซะหน่อย” ศรีจิตราเซ็ง “เขาเองก็ไม่ได้รักสา เขาไม่เคยบอกรักสาซักคำ”
“แต่เมื่อกี้พี่ได้ยินเต็มสองหูพี่ คุณชายรองบอกว่ารักสา คุณตา คุณยาย แม่ ยายพิณก็ได้ยินทุกคน”
สาลินพึมพำ “เรือหางยาวเจ้ากรรม” สาลินพูดต่อ “พี่ศรีได้ยินจริงหรือคะ”
“ได้ยินซี พี่แอบฟังอยู่ตรงหัวบันได”
“เหมือนสาเลย ฮึ....แต่ถ้าเขารักสา เขาก็ต้องมาบอกกับสาเองซี” สาลินค้อนกอผักตบ
ศรีจิตราอ่อนใจ

ตำหนักเล็ก คุณชายเล็กเดินหน้าหงอยเข้ามาในห้องคุณชายรอง คุณชายรองยืนมองไปนอกหน้าต่าง
“พี่รอง คุณศรีกับคุณแม่ย้ายไปบ้านสวนแล้วหรือฮะ”
“ตอนนี้ก็หนทางสะดวกแล้ว เว้นแต่ว่าเวลานายแวะไปบ้านสวน รถไฟจะชนกัน”
“ปู้โธ่....พี่รอง จนป่านนี้แล้วยังจะมาหึงอะไรผมอีก ผมไม่ได้รักคุณสาฮะ”
“แต่ว่านายรักคุณศรี” คุณชายเล็กเขินนิดหน่อย เกือบเอานิ้วมากัด “นี่แล้วนายจะมามัวรออะไรอยู่ ไม่ต้องมาทำเขิน”
“รอให้เขาเลิกรักพี่รองน่ะซี เขาน่ะรักพี่รองจนถึงขั้นจะโดดให้รถผมชนเชียวนะฮะ”
“นายจะเป็นบ้าเหรอ เขาจะมารักฉันได้ยังไง”
คุณชายเล็กถอนใจลุกขึ้น มาประจันหน้าคุณชายรอง“พี่รองไม่รู้อะไร ผู้หญิงน่ะเหมือนกับไม้เลื้อย เมื่อทุกคนบอกว่าพี่รองคือหลัก เขาก็พร้อมจะผูกจะพันแล้วรักพี่รองเต็มหัวใจ”
“นายนะซีไม่รู้อะไร ผู้หญิงน่ะเหมือนกับไม้เลื้อย ใครอยู่ใกล้เขาก็พร้อมจะเกี่ยวพันรักใคร่ แล้วนายน่ะใกล้คุณศรีมากกว่าฉันซักพันเท่า”
“พี่รองกำลังจะบอกว่า เธอรักผม”
“ใช่ เขาพยายามทำทุกอย่างให้นายรู้ว่าเขารักนาย”
คุณชายเล็กเกาหัวแกรกกราก “คุณศรีรักผม”
คุณชายรองย้ำ “ใช่.....เขาพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้นายรู้ว่าเขารักนาย”
“แล้วทำไมพอมาผมเปิดใจว่ารักเขา เขาก็หอบผ้าหนีผมไปเลยล่ะฮะ”
“ฉันจะไปรู้เหรอว่านายไปทำผิดอะไรเข้าตรงไหน แต่ที่คุณศรีบอกกับฉันก็คือเรื่องอะไรในใจเขา เขาบอกนายไปจนหมดสิ้นแล้ว”
คุณชายเล็กนิ่งอึ้ง

เทอเรสตำหนักเล็ก คุณชายเล็กเดินครุ่นคิดมาช้าๆ สมองจวนเจียนจะระเบิด รำพึงเบาๆ “คุณศรีบอกมาจนหมดสิ้นแล้ว บอกอะไรหว่า”
คุณชายเล็กมาหยุดยั้งที่ประตูส่วนต่อกับเทอเรซข้าง เสียงนมย้อยแว่วมา “เด็ดโกเมศกุสุมา ทำปริศนาแนะให้”
คุณชายเล็กขมวดคิ้วก้าวออกไป ตรงหน้านมย้อยนั่งอยู่บนเกาอี้หวาย แม่น้อม เจียม 3 นางข้าหลวงใหม่นั่งกับพื้นตรงหน้า ในมือนมย้อยมีหนังสือเก่าเล่มไม่ใหญ่นัก บนโต๊ะมีดอกบัวราว 20 ดอก พร้อมแจกันเปล่า
“อุ๊ย ยังไงคะ”
นมย้อยพลันวางหนังสือ คว้าดอกบัวดอกหนึ่งแล้วพูดคำกาพย์พลางทำท่าไปด้วย “เด็ดโกเมศกุสุมา ทำปริศนาแนะให้ แกว่งดอกไม้เหนือเศียร” คุณชายเล็กเอียงคอฟัง ตาโต “เวียนเจ็ดรอบเสร็จสรรพ์ เอาบุษบันบรรทับกับอุระเชยชิด” นมย้อยเอาดอกบัวมาแนบกับอก “แล้วจุมพิตบุปผา ทัดกรรณาแห่งนาง”
นมย้อยเอาดอกบัวมาจูบ แล้วเอามาทัดหู เจียม แม่น้อม 3 ข้าหลวงคิกคัก ดูนมย้อยปล่อยแก่ คุณชายเล็กก้าวพรวดออกไป นมย้อยชะงักค้างดูงดงามแบบเหี่ยว ๆ
“นมนี่เรื่องอะไรหรือฮะ” คุณชายเล็กหยิบหนังสือมาดู
นมย้อยดึงดอกบัวจากหู “ลิลิตเพชรมงกุฎค่ะ”
“นางเอกเปรี๊ยว เปรี้ยวเลยค่ะ คุณชายเล็ก เอาดอกบัวมาทำท่าบอกรักพระเอกก่อน” เจียมชอบใจ
คุณชายเล็กตัวชา “มันคล้ายๆ เรื่องนิทานเวตาลที่คุณศรีเล่าให้ผมฟังเลยฮะ แต่เรื่องนั้นพระเอกชื่ออะไรน้า”
“วัชรมุกุฏค่ะ” แม่น้อมเฉลย
“ใช่ครับ วัชรมุกุฏ”
“มันเรื่องเดียวกันนั่นแหละค่ะ วัชรมุกุฏกับเพชรมงกุฎ วัชรก็แปลว่าเพชรไงคะ อ้อ คุณศรีเคยเล่าให้คุณชายฟังหรือคะ”
“ฮะ คุณศรีเล่าให้ผมฟังแล้วก็...เด็ดดอกบัวมาทำท่าให้ผมดู ทุกขั้นตอนแบบที่นมทำเมื่อกี้ แต่ดู....สวยกว่านิดหน่อย” นมย้อยค้อน ทุกคนหัวเราะ “อ้อ แล้วก็ยังนิทานเรื่องที่สิบ ที่พ่อลูกสลับคู่แต่งงานกันแม่ลูก”
นมย้อยตาสว่างวาบ สบตากับแม่น้อม แม่น้อมตบเข่าฉาด “อุ๊ยตายจริง คุณนมขา นิทานเรื่องที่สิบแปลว่า”
“อะไรเหรอ ยายน้อม”
“แม่น้อม พาทุกคนไปดูอาหารเย็นก่อนไป”
“ค่ะ” แม่น้อมยิ้มแก้มปริ เจียมยิ่งสงสัย ทุกคนออกไป
นมย้อยดึงคุณชายเล็กให้นั่งลง “คุณชายไม่รู้เลยหรือคะ ว่าคุณศรีเล่านิทานทำไม”
“ผมชักรู้สึกตะหงิดๆ แล้วฮะ ไหนนมลองทายปริศนาซีฮะ”
“นิทานเรื่องแรกคุณศรีเธอบอกว่าเธอรักเจ้าชายอยู่คนนึง แต่ไม่อาจบอกตรง ๆ ได้และเรื่องที่สิบก็บอกว่าคู่ที่วางแผนไว้ อาจมีการสลับคู่กันได้น่ะซีคะ”
คุณชายเล็กตาสว่างวาบอีกครั้ง โผเข้ากอดนมย้อยแน่น นมย้อยร้องวุ๊ยว้าย คุณชายเล็กผละออกมามองหน้า
“นม นมฉลาดเหมือนพุทธิศริระ คนสนิทของเจ้าชายเลย”
“ค่ะ ส่วนคุณเล็กก็โง่เหมือนเจ้าชายวัชรมุกุฏไม่มีผิด”
คุณชายเล็กหอมแก้มนมย้อยฟอดใหญ่นมย้อยหัวเราะชอบใจ

ห้องนั่งเล่น ตำหนักใหญ่ เสด็จประทับที่เก้าอี้ทอดเนตรข่าวหน้าสังคม คุณสอางค์ คุณสร้อย มาลา วรรณา
นั่งรายล้อมหน้าตาไม่สู้ดีตามไปด้วย แต่เสด็จทรงเลิกพระขนง ตรัสมีแววขัน “ตาย นี่ฉันเป็น “เจ้าย่ายุคจรวด ใช้สมบัติล่อพระลอหลานชายแทนไก่ ให้มาสู่สมกับพระเพื่อนพี่แพงน้อง” ต๊าย.....เจ้าย่ายุคจรวด”
“มันบังอาจมากนะเพคะ เขียนข่าวจาบจ้วงถึงขนาดนี้” คุณสอางค์หงุดหงิดแทน
คุณสร้อยปลอบ “แต่ไม่ได้ออกชื่อ ออกพระนาม อย่ากริ้วเลยเพคะ”
“ใครว่าฉันโกรธล่ะ มันน่าขันออกจะตาย เอ....ไม่ใช่คอลัมน์ยายติ่ง นี่ฝีมือใครกัน”
คุณสอางค์รายงาน “กำลังสืบอยู่เพคะ”
“นี่หม่อมฉันก็จะไปสืบความที่บ้านสวนเพคะ ว่าแม่สองคนนั่นกำเริบเสิบสานไปให้ข่าวหรือเปล่า ฮึ ถ้าจริงฉันจะเอาเรื่องมันให้จมธรณี”
เสด็จมองคุณสร้อยอย่างระอาใจ แต่ไม่ได้ทรงห้ามปราม

ในห้องสมุด ที่เคาน์เตอร์ ลลิตา บราลี แว่นสุมหัวกันอ่านหนังสือพิมพ์หน้าสังคมตามเคย
“ถึงไม่เอ่ยชื่อ แต่ก็รู้ว่าวังวุฒิเวสม์” ลลิตาเปรย
“งั้นที่ยายสาบอกว่า พี่สาวเป็นคู่หมั้นคุณชายรองก็จริงน่ะซี” บราลีอึ้ง
“พี่สาวคนสวยคนนั้นใช่ไหมครับ คุณสาก็สวยคมขำ คุณศรีก็สวยหวานแอร่ม”
“แล้วยังไงยะ คุณชายรองจะรวบทั้งพี่ทั้งน้อง เป็นคุณชายเทครัวหรือ” ลลิตาสงสัย

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 22/4 วันที่ 11 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ