อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนอวสาน[3] วันที่ 20 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนอวสาน[3] วันที่ 20 พ.ย. 58

อรรณพน้ำตาคลอ ซึ้งใจ “แกไม่เคยเรียกฉันว่า “พ่อ” มาหลายปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ฉันส่งแกไปเรียนอเมริกา” เขายื่นมือไปจับมือไตรภพ “แก แก.. แกหายโกรธฉันแล้วเหรอ”
ไตรภพหน้าขรึมลง จับมือพ่อไว้ “ผมไม่เคยโกรธพ่อ ตอนนั้นผมก็แค่น้อยใจ ที่พ่อไม่เชื่อผมเท่านั้นแหละ แต่พ่อ...” ชายหนุ่มน้ำตาคลอ “พ่อเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับผมเสมอ”
วิสายิ้มบางๆอย่างสุขใจที่พ่อลูกคืนดีกันได้ ก่อนจะปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา ปล่อยให้พ่อลูกคุยกันตามลำพัง
อรรณพพยักหน้ารับ ยิ้มทั้งน้ำตา มีความสุขที่สุดที่ได้ยินคำนี้ ในขณะที่ไตรภพพยายามฝืนตัวเองไว้ ไม่ให้ร้องไห้แบบพ่อ แต่ก็ยังอดตื้นตันไม่ได้

ที่ห้องสอบสวน ในโรงพัก ปิ่นมณีกำลังร้องไห้ ดุด่าพิมลภาที่ถูกใส่กุญแจมือนั่งอยู่ในห้อง ศราภัทร ภัทรลดานั่งหน้าเครียดอยู่ใกล้ๆ “ทำอะไรลงไปรู้ตัวรึเปล่ายัยพิม เป็นบ้าไปแล้วเหรอ ถึงได้ทำแบบนี้”


พิมลภาหน้านิ่งๆ “พิมจำเป็นต้องทำค่ะ”
ปิ่นมณีเสียใจสุดๆ “จำเป็น มันจำเป็นมากถึงขนาดต้องลักพาตัวเรียกค่าไถ่ แล้วก็หลอกให้น้องไปรับอันตรายอย่างงั้นเหรอ”
“คุณแม่ไม่เข้าใจหรอกค่ะ ผู้ชายคนนั้นบังคับให้พิมหย่า โดยไม่ให้เงินที่พิมควรจะได้แม้แต่บาทเดียว ส่วนยัยภัทร” พิมลภาหันไปจ้องหน้าภัทรลดาเขม็ง “นังน้องทรยศ มันเข้าข้างคนอื่นมาทำร้ายพิม ก็สมควรแล้วที่ต้องโดนแบบนี้”
ภัทรลดาพยายามระงับอารมณ์ “ขนาดนี้แล้ว พี่พิมยังเที่ยวโทษคนอื่นอีกเหรอคะ ภัทรไม่ยอมช่วยพี่พิม ก็เพราะสิ่งที่พี่พิมทำมันผิด ทำให้คนดีๆต้องมาเดือดร้อนเพราะพี่ ส่วนที่พี่พิมไม่ได้สินสมรส ก็เพราะ...” เธอลังเลนิดนึง ก่อนจะตัดใจพูด “ก็เพราะพี่พิมนอกใจก่อนไม่ใช่เหรอคะ”
ศราภัทร ปิ่นมณีตกใจสุดๆที่รู้ความจริง ศราภัทรโมโหสุดๆ “จริงเหรอยัยพิม นี่แกคบชู้เหรอ” พิมลภานิ่ง ไม่ยอมตอบ ศราภัทรเขย่าตัวพิมลภา “พ่อถามว่าจริงมั้ย บอกพ่อมาซิ”
พิมลภาระเบิดอารมณ์ออกมา “ก็ใครมันจะไปทนอยู่กับไอ้แก่ไร้สมรรถภาพนั่นได้ล่ะ พิมยังสาว ยังสวย แต่กลับต้องมาเจอเรื่องทุเรศอะไรก็ไม่รู้ แทนที่คุณพ่อจะมาด่าพิม ควรจะสงสารพิมมากกว่า”
ศราภัทรโมโหสุดๆ “ยัยพิม!!!”
ขาดคำ ปิ่นมณีก็ตบหน้าพิมลภาทันที ทำเอาทั้งศราภัทร ภัทรลดาตกใจ ไม่คิดว่าปิ่นมณีจะตบตีลูกรักได้
พิมลภาจับแก้มตัวเองที่ถูกตบ ช็อก “คุณแม่”
“ถ้าแกทนไม่ได้ แกก็ควรจะหย่าจากเค้า ไม่ใช่อยู่สูบเงินเค้าแล้วไปคบชู้กับผู้ชายคนอื่น ไม่ว่าแกจะมีข้ออ้างยังไง มันก็ลบล้างความเลวของแกไปไม่ได้หรอก”
“ใช่สิ พิมมันเลว ตอนนี้พิมมันเลวในสายตาคุณแม่แล้วนี่ จะสู้ยัยภัทรที่เป็นลูกรักได้ยังไงล่ะ พิมเลวนัก ก็อย่ามายุ่งกับพิมพิมก็ไม่ต้องการใครเหมือนกัน”
ปิ่นมณีโมโหสุดๆ ชี้หน้าพิมลภา “แกพูดกับฉันอย่างงี้เหรอ กล้าพูดกับฉันอย่างงี้เหรอ”
ศราภัทรเครียดหนัก จนเจ็บหัวใจขึ้นมาอีก “โอ๊ย โอ๊ย”
ภัทรลดา / ปิ่นมณีตกใจมากที่อาการโรคหัวใจศราภัทรกำเริบ “คุณพ่อๆ / คุณ คุณคะ”
พิมลภาตกใจที่เห็นโรคหัวใจพ่อกำเริบเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนดู แม่กับน้องช่วยกันพาพ่อออกไปจากห้อง
ที่บ้านศราภัทร ภัทรลดาเดินลงมาจากชั้นบน พอลงมา ก็เห็นปิ่นมณีกำลังนั่งซึมอยู่ที่โซฟารับแขก ภัทรลดาเลยเดินเข้าไปหา
“พ่อเราเค้าเป็นยังไงบ้าง”
“กินยาเสร็จก็หลับไปแล้วค่ะ” ภัทรลดาเป็นห่วง “คุณแม่เองก็ต้องพักผ่อนบ้างนะคะ ไม่งั้นความดันจะขึ้นอีก”
“ขอฉันคิดอะไรซักพักนะ เดี๋ยวก็จะขึ้นไปนอนแล้วล่ะ”
“คุณแม่คิดอะไรอยู่เหรอคะ”
ปิ่นมณีหน้าเศร้าลง “คิดว่าฉันเลี้ยงยัยพิมผิดตรงไหนน่ะสิ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ รู้มั้ย ว่าที่ผ่านมาคนที่ฉันห่วงมากที่สุดก็คือเรา” ผู้เป็นแม่ลูบหัวภัทรลดาด้วยความรัก “เพราะเราสู้ยัยพิมไม่ได้ซักเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องความเด่นดัง แถมยังดื้อเงียบอีกต่างหาก ฉันก็เลยห่วงเรามากที่สุด กลัวว่าเราจะทำอะไรผิดพลาดจนชีวิตมันล้มเหลวลงไป แต่แล้ว คนที่ล้มเหลวกลับเป็นยัยพิม ลูกที่ฉันไว้ใจมากที่สุด”
ภัทรลดาสงสารแม่สุดๆ เข้าไปกอดแม่ “คุณแม่ขา อย่าคิดมากเลยนะคะ มันไม่ใช่ความผิดของคุณแม่ซักหน่อย”
ปิ่นมณีกอดลูก น้ำตาคลอเบ้า “ใช่ซิ สิ่งอะไรที่ลูกทำ คนเป็นพ่อแม่ปัดความรับผิดชอบไม่ได้หรอก เพราะอย่างน้อย มันก็เป็นกระจกสะท้อนว่าเราเลี้ยงดูเค้ามายังไง ทุกอย่าง มันอาจจะเริ่มต้นที่แม่ เป็นความผิดของแม่ตั้งแต่แรกก็ได้”
สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ ในเวลาที่แย่ที่สุดของครอบครัว เหลือเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่ปลอบใจกันเอง

ภัทรลดาเปิดประตูกลับเข้ามาในห้อง ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย สงสารพ่อกับแม่สุดๆ มือถือของภัทรลดาที่วางอยู่บนโต๊ะมีเสียงดังขึ้น เป็นสัญญาณว่ามีข้อความในไลน์เข้ามา ภัทรลดาเดินไปหยิบมือถือมาเปิดดู ไตรภพส่งไลน์เข้ามา มีข้อความว่า “คืนนี้อาจจะยาวนานหน่อยนะ ถ้านอนไม่หลับ โทรหาผมได้ตลอดเวลา”
ภัทรลดายิ้มบางๆออกมาได้ ที่ได้เห็นข้อความให้กำลังใจจากไตรภพ รู้สึกดีขึ้นมาก ภัทรลดาพิมพ์ตอบกลับไปว่า “ขอบคุณนะคะ แค่คุณส่งข้อความมา ฉันก็...” ภัทรลดาพิมพ์ถึงตอนนี้ ก็หน้าขรึมลง รู้สึกว่าควรจะตัดใจจริงๆซะที เลยลบข้อความทั้งหมด แล้วพิมพ์ใหม่ว่า “พรุ่งนี้คุณว่างมั้ยคะ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” ภัทรลดากดส่งข้อความไป

วันรุ่งขึ้น ภัทรลดาเดินคุยกับพ่อ แม่ ออกมาจากข้างในบ้าน โดยมีอาทร พราว เดินตามมาด้วย
ศราภัทรหน้าเครียดๆ “ภัทรจัดการเรื่องประกันตัวพี่เค้าด้วยนะลูก พ่อไม่อยากไปเอง กลัวเป็นข่าว”
“ค่ะคุณพ่อ ภัทรคุยกับทนายความแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ”
“หนูช่วยคุยกับพวกเพื่อนๆนักข่าวให้แล้วค่ะ พอขอกันได้ อาจจะมีบางเจ้ากับพวกสื่อออนไลน์เท่านั้นเอง แต่ก็จะพยายามให้เสียหายน้อยที่สุดนะคะคุณพ่อ”
ศราภัทรถอนใจหน้าเครียดๆ “ขอบใจมากนะหนูพราว”
ทุกคนหน้าเครียดกันไปหมด รู้ว่าคราวนี้เสียหายหนักแน่
อาทรรีบตัดบท “งั้นเรารีบไปกันเถอะภัทร จะได้ประกันตัวพิมออกมาเร็วๆ”
“รออีกแป๊บนะคะพี่อาท พอดีภัทรนัดคุณ...”
ขณะนั้นเอง พิมลภาก็เดินเข้ามาในห้อง ท่ามกลางความตกใจของทุกคน
ปิ่นมณีนึกไม่ถึง “ยัยพิม เราออกมาได้ยังไงน่ะ”
พิมลภายิ้มเยาะ “พิมบอกแล้วไงคะ ว่าพิมไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับพิมพิมมีปัญญาช่วยเหลือตัวเองได้ ก็แค่ ยกหูโทรศัพท์เท่านั้นเอง”
ภัทรลดาชักสังหรณ์ไม่ดี “แล้วพี่พิมโทรหาใครกันคะ”
ไตรภพเดินเข้ามาในบ้าน “โทรหานายมงคลน่ะซิ” เขาหันไปมองพิมลภา “คุณให้เค้าช่วยประกันตัว แลกกับการที่คุณยอมเป็นของเล่นของเค้า ถูกมั้ยล่ะ”
ทุกคนพากันตกใจ ไม่คิดว่าพิมลภาจะทำขนาดนี้
พิมลภายิ้มเยาะ “ข่าวเร็วดีนี่ แสดงว่าท่านมงคลคงอยากหักหน้าคุณพ่อคุณมากสินะ ถึงได้รีบกระจายข่าวซะขนาดนั้น”
ศราภัทรโมโหสุดๆ “มันก็ประจานตัวแกด้วยน่ะแหละยัยพิม เสียสติไปแล้วเหรอ ถึงได้ทำแบบนี้” ศราภัทรโกรธจนเจ็บที่หน้าอกขึ้นมาอีก จนพราวต้องรีบมาประคอง
พราวเป็นห่วง “ระวังค่ะคุณพ่อ”
“พิมไม่มีทางเลือกค่ะคุณพ่อ ถ้าจะให้พิมติดคุก พิมยอมตายซะดีกว่า อย่าว่าแต่ยอมแค่นี้เลย”
ภัทรลดาโมโหมาก “แต่ถึงพี่พิมไม่ทำอย่างงี้ พวกเราก็จะช่วยพี่พิมอยู่แล้ว และพี่พิมไม่คิดบ้างเหรอคะ ว่าทำแบบนี้มันเสียศักดิ์ศรี”
“แกไม่มีสิทธิมาว่าฉัน คนที่หนีตามผู้ชายไปจนถูกเขี่ยทิ้งกลับมา มันก็ไม่มีศักดิ์ศรีมากกว่าฉันซักเท่าไหร่หรอก”
ปิ่นมณีตวาด “หุบปากเดี๋ยวนี้นะยัยพิม แกอย่ามาประจานน้องนะ”
พิมลภายิ้มเยาะ “แต่พิมพูดความจริงนะคะคุณแม่” เธอหันไปพูดกับไตรภพ “คุณเองก็ควรจะรู้ไว้ ว่าน้องสาวฉัน มันก็ไม่ได้ดิบดีเท่าไหร่หรอก เพราะก่อนที่จะมาแต่งงานกับคุณ มันก็เคยหนีตามอาทไปตั้งหลายวัน ไม่เชื่อก็ถามดูสิ”
ไตรภพ ภัทรลดาอึ้งไป ไม่คิดว่าพิมลภาจะพูดเรื่องนี้
อาทรสวนกลับ “โกหก ภัทรติดพายุอยู่ที่เกาะไข่หงส์ต่างหาก ไม่เคยทำตัวชั่วๆเหมือนคุณหรอก
พราวช่วยพูด“หนูเป็นพยานให้ได้ค่ะคุณพ่อคุณแม่ เพราะตอนที่ไปตามหาตัวยัยภัทร หนูก็อยู่ด้วยค่ะ”
พิมลภาหัวเราะเยาะ “เพื่อนกันมันก็ต้องเข้าข้างกันอยู่แล้ว” หันไปพูดกับไตรภพ “หรือคุณว่าไงคะคุณไตรภพ”
ไตรภพหน้านิ่งๆ “ไม่ว่าไงทั้งนั้น เพราะผมสมเพช สมเพชคุณมากเหลือเกินพิมลภา มากซะจนผมไม่อยากเอาเรื่องเอาราวอะไรกับคุณอีกแล้ว”
“ก็เป็นการปลอบใจตัวเองที่ดีนะคะ สำหรับคนที่รับของเหลือเดนมาจากอาท”
“พิม!!!” อาทรจะเข้าไปเอาเรื่อง
พราวรีบดึงอาทรไว้ “อย่าค่ะพี่อาท”
“ไม่ต้องโกรธไปหรอก เรื่องนี้ผมไม่เชื่อเค้าอยู่แล้ว เพราะอะไรรู้มั้ย” ไตรภพจ้องพิมลภานิ่ง “เพราะผู้ชายที่อยู่กับภัทรที่เกาะไข่หงส์ คือผม”
ภัทรลดาถอนใจ ในที่สุดไตรภพก็พูดออกมาจนได้ ในขณะที่ทุกคนพากันตกใจ มองไตรภพเป็นตาเดียว
“ไม่จริง ตอนนั้นคุณยังไม่เจอกับยัยภัทรด้วยซ้ำ”
“ผมกลับมาเมืองไทย เพราะน้าสาเครียดที่พ่อผมจะแต่งงานกับคุณ จนทานยาเกินขนาดเกือบตาย ตอนแรก ผมก็กะจะล้มงานแต่งงาน แต่น้าสาขอไว้ ผมก็เลยไปเก็บตัวอยู่บนเกาะไข่หงส์ เลยได้เจอภัทรที่นั่นเพราะภัทรไปทำงานให้คุณ ผมเข้าใจผิด คิดว่าภัทรคือคุณ ก็เลยหลอกเค้าให้อยู่บนเกาะ เพื่อจะล้มงานแต่ง เพราะฉะนั้น ภัทรไม่ได้หนีตามใคร อย่างที่คุณพยายามจะป้ายสีหรอก”
ทุกคนอึ้งกันไปหมด ไม่คิดว่าเรื่องทั้งหมดจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้
“อย่ามาแต่งเรื่องหน่อยเลย ฉันไม่เชื่อ...”
ไตรภพเดินมามองหน้าพิมลภาในระยะประชิด จนพิมลภาพูดอะไรไม่ออก “คุณมันไม่เหลืออะไรแล้วพิมลภา ทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศทางสังคม ศักดิ์ศรีความเป็นคน แล้วที่หนักที่สุด ก็คือคุณสูญเสียความรักความไว้ใจ ที่พ่อแม่คุณ น้องสาวเพียงคนเดียวของคุณมีให้ แค่นี้ ก็เป็นการลงโทษคุณจนเกินพอแล้ว ที่เหลือ ผมอโหสิให้”
พิมลภาอึ้งไปครู่ ก่อนจะกรี๊ดออกมาสุดเสียง รับไม่ได้สุดๆที่ไตรภพพูดกับตนแบบนี้ ให้ด่าทอหยาบคายยังรู้สึกดีกว่าไตรภพทำเหมือนตนไร้ค่า สติแตกเข้าไปทุบตีไตรภพไม่ยั้ง “กรี๊ดดดด แกเป็นใคร พูดอย่างงี้กับฉันได้ยังไง พูดได้ยังไง”
ไตรภพยืนนิ่ง ให้พิมลภาทุบตีตามสบาย ไม่ตอบโต้แม้แต่น้อย ภัทรลดา อาทร ปิ่นมณี ต้องรีบเข้าไปห้าม แต่พิมลภาก็เหมือนคนคุ้มคลั่ง อาละวาดไม่ยอมเลิก

ไตรภพยืนมองสวนอยู่ที่ระเบียงคนเดียว ซักพัก ภัทรลดาก็เดินเข้ามาหา “ขอโทษนะคะที่ให้รอ”
ไตรภพหันกลับมาพูดกับภัทรลดา “ไม่เป็นไร ว่าแต่พี่คุณ จัดการเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“ค่ะ อย่างน้อยก็ชั่วคราว”
“แล้วคุณมีอะไรจะพูดกับผมล่ะ”
ภัทรลดาหยิบเช็คออกมายื่นให้ไตรภพ “พี่อาทกู้สหกรณ์ผ่านแล้วค่ะ ฉันก็เลยรวบรวมมาให้คุณ”
ไตรภพอึ้งไปครู่นึงก่อนจะรับเช็คมา ทั้งคู่มองหน้ากัน แต่กลับไม่มีใครพูดอะไร ต่างฝ่ายต่างเงียบ
ไตรภพ / ภัทรลดาพร้อมกัน “คุณ...” ทั้งคู่ชะงักไป ที่พูดออกมาพร้อมกัน
ไตรภพถอนใจ หน้าขรึมลง “เราคงต้องจากกันแล้วใช่มั้ย”
ภัทรลดาหน้าขรึมลง “ค่ะ”
ไตรภพเงียบไปครู่นึง ก่อนจะเก็บเช็คไป “โชคดีนะภัทร” ไตรภพเดินจากไป
ภัทรลดามองตามด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เพราะส่วนลึกของภัทรลดาก็รักไตรภพเช่นกัน แต่ตนเลือกที่จะรักษาศักดิ์ศรีไว้มากกว่า
ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่ง มงคลเดินนำพิมลภาเข้ามาในห้องนอน มงคลยิ้มกรุ้มกริ่ม “ผมกะว่าอีกซักสามสี่วันจะไปรับคุณซะหน่อย ไม่คิดว่าคุณจะใจร้อนมาหาผมเองแบบนี้”
พิมลภาหน้าบึ้งๆ “พิมเบื่อน่ะค่ะ ไม่อยากอยู่บ้าน แล้วก็ไม่อยากกลับไปอีกแล้วด้วย”
มงคลเข้าไปโอบเอวพิมลภาไว้จากทางด้านหลัง “ถ้าอย่างงั้น ให้ผมช่วยให้คุณหายเบื่อเอามั้ย”
พิมลภาหันกลับมาโอบรอบคอมงคลไว้ ยิ้มยั่วยวน “ก็ดีสิคะ พิมกำลังต้องการอยู่เลย”
มงคลมองพิมลภาด้วยสายตาเจ้าชู้ ก่อนที่ทั้งคู่จะค่อยๆล้มลงบนเตียง ทันใดนั้นเอง มงคลก็หยิบกุญแจมือที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนออกมา แล้วจับมือพิมลภาใส่กุญแจมือทันที
พิมลภาตกใจสุดๆ “คุณทำอะไรของคุณน่ะ”
มงคลยืนขึ้น แล้วค่อยๆถอดเข็มขัดออก มงคลยิ้มโรคจิต “ขอโทษนะคุณพิม ถ้าผมไม่เห็นผู้หญิงเจ็บ ผมไม่มีอารมณ์จริงๆ”
พิมลภาหวาดกลัวสุดขีด ไม่คิดมาก่อน ว่ามงคลจะเป็นซาดิสม์แบบนี้ เสียงพิมลภากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน สลับกับเสียงเข็มขัดหนังที่ฟาดลงบนตัวพิมลภาอย่างรุนแรงดังไม่ขาดระยะ

“6 เดือนผ่านไป”
ไตรภพกำลังให้สัมภาษณ์พราวอยู่ โดยพราวใช้ที่อัดเสียง บันทึกเสียงของไตรภพ “ผมมองว่าเศรษฐกิจที่กำลังชะงักงัน เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ของถูก ดังนั้น ยุทธศาสตร์ของเราในช่วงสามปีหลังจากนี้ คือซื้อทรัพย์สินให้มากขึ้น แต่ยังไม่มีการลงทุนก่อสร้างอะไรทั้งนั้น นอกจากโครงการที่มั่นใจจริงๆครับ”
พราวยิ้มรับ “ขอบคุณมากค่ะ พราวคงรบกวนคุณแค่นี้ล่ะค่ะ” เธอกดปิดที่อัดเสียง
“เดี๋ยวนี้ คุณพราวย้ายมาทำข่าวเศรษฐกิจแล้วเหรอครับ”
“โดนสั่งให้ประจำเลยล่ะค่ะ เมื่อก่อนบ.ก.ยังให้พราวลองทำข่าวดูทุกๆแนว สุดท้ายก็มาลงตัวที่ข่าวเศรษฐกิจนี่ล่ะค่ะ”
ไตรภพพยักหน้ารับ “แล้วพักนี้คุณพราวเป็นยังไงบ้างครับ”
พราวเหล่ๆไตรภพ “ตั้งใจจะถามพราว หรือถามถึงคนอื่นกันแน่คะ”
“ถามคุณพราวน่ะล่ะครับ” ไตรภพหน้าขรึมลง “ผ่านมาตั้งครึ่งปีแล้ว ถึงผมถามไป ก็คงไม่มีความหมายอะไรแล้วล่ะครับ”
“งั้นพราวตอบส่วนของพราวนะคะ ว่าสบายดีค่ะ”
“เอ่อ นี่ก็เลิกงานพอดี กินข้าวเย็นด้วยกันมั้ยครับ”
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ” เธอกล่าวอย่างเขินอาย “เอ่อ คือพราวมีนัดแล้วล่ะค่ะ”
ไตรภพเดินคุยมากับอาทรและพราว
“เราคบเป็นแฟนกันได้ซักพักแล้วล่ะครับ” อาทรเหล่มองพราวยิ้มๆ “ทะเลาะกันไป ทะเลาะกันมา กลายเป็นอย่างงี้ได้ไงก็ไม่รู้ สงสัย จะกลัวขึ้นคานด้วยกันทั้งคู่มั้งครับ เลยหันมาคบกันเองซะเลย”
“พูดซะยังกะพราวขายไม่ออก เห็นอย่างงี้ คนจีบเยอะนะจ๊ะ”
“เยอะน่ะใช่ แต่ไม่ใช่ผู้ชายนะ เห็นมีแต่ผู้หญิง”
พราวทิ้งค้อนงอนๆ
ไตรภพยิ้มแย้ม “แต่ยังไง ก็ขอแสดงความยินดีกับคุณสองคนด้วยนะครับ บอกตรงๆ ว่าผมเซอไพร้ส์จริงๆ”
“ใครๆก็ว่าอย่างงั้นล่ะครับ เอ่อ คุณไตรภพทราบเรื่องพิมหนีประกันรึยังครับ”
“ทราบแล้วครับ คนอย่างเค้าไม่ยอมติดคุก ก็คงต้องเลือกทางนี้ล่ะครับ แต่เมื่อหนีแล้วก็คงต้องหนีไปทั้งชีวิต ไม่มีทางได้กลับมาอีกแล้วล่ะครับ”
“แต่ยัยภัทรน่ะสิคะต้องมารับบทหนัก ทั้งทำงานแล้วก็ดูแลพ่อแม่อีก ตั้งแต่เกิดเรื่องพี่พิม พ่อแม่ยัยภัทรก็เข้าๆออกๆโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ดีนะคะ ที่มีบำนาญแล้วก็มีเงินเก็บอยู่เยอะ เลยไม่เดือดร้อนอะไร แต่ก็อดสงสารยัยภัทรไม่ได้อยู่ดี”
ไตรภพหน้าขรึมลง เพราะใจจริง ตนก็ไม่เคยลืมภัทรลดาเช่นกัน
อาทรแกล้งแหย่ๆ “หน้าเครียดเชียว เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณไตรภพ”
“เปล่า เปล่าครับ เอ่อ ถ้างั้นเชิญคุณสองคนละกันนะครับ ผมขอตัวก่อน”
อาทรยิ้มรับ “ครับ สวัสดีครับ” ไตรภพเดินเลี่ยงไปอีกทาง อาทรมองตามไตรภพ ยิ้มๆ “ทำเป็นฟอร์ม ดูหน้าก็รู้แล้ว ว่ายังลืมภัทรไม่ได้”
พราวเหล่ๆอาทร “รู้ดีจังเลยนะคะ แล้วพี่อาทล่ะลืมได้รึยัง”
อาทรส่ายหน้า “ไม่ พี่ไม่มีวันลืม” พราวหน้าเสีย อาทรโอบบ่าพราวไว้ ยิ้มกรุ้มกริ่ม “แต่พี่คิดแค่น้อง เพราะตอนนี้พี่มีแฟนอยู่แล้ว”
พราวทิ้งค้อน แต่ก็แอบยิ้มดีใจ “ให้มันจริงเถอะ”
“ไม่พูดละ พูดแล้วเข้าตัว ไปเหอะ กินข้าวเสร็จแล้วจะได้ไปดูหนังกัน” อาทรโอบบ่าพราว เดินกะหนุงกะหนิงออกจากบริษัทไป

นวลสวาทเดินออกมาจากข้างใน หลังจากเพิ่งประชุมงานสมาคมเสร็จ
ทาริกาที่นั่งคอยอยู่ที่ล็อบบี้ พอเห็นนวลสวาทก็รีบเข้าไปหาทันที ทาริกาไหว้ “คุณแม่คะ สวัสดีค่ะ”
นวลสวาทหน้าบึ้งตึง รับไหว้อย่างเสียไม่ได้ “มาทำอะไรที่นี่ล่ะ”
ทาริกายิ้มรับ “ริกามารับคุณแม่ค่ะ”
“ฉันมีคนขับรถอยู่แล้ว เธอจะมารับฉันทำไม”
“สมบูรณ์เค้าไส้ติ่งอักเสบเข้าโรงพยาบาลไปแล้วค่ะ ยุทธเค้าก็เข้าเวร เลยให้ริกามารับคุณแม่แทนค่ะ” นวลสวาทพยักหน้ารับ หน้าบึ้งตึง ทาริกายื่นถุงของว่างกับน้ำสมุนไพรให้ “ริกาทราบว่าวันนี้คุณแม่ประชุมทั้งวัน เกรงว่าจะหิว ก็เลยทำของว่างกับน้ำสมุนไพรมาให้ค่ะ เอ่อ คุณแม่ไม่ต้องกลัวนะคะ ริกาไม่ได้ใส่น้ำตาลเลย เพราะทราบว่าคุณแม่เป็นเบาหวานค่ะ”

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนอวสาน[3] วันที่ 20 พ.ย. 58

ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพบทโทรทัศน์โดย : วิสุทธิชัย บุญยะกาญจน, ฝนพรำ
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ กำการแสดงโดย : ชัชวาล ศาสวัตกลูน
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ผลิตโดย : บริษัท ทีวีธันเดอร์ จำกัด
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ