อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 20 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 20 พ.ย. 58

ทันทีที่ลีลามาถึง ได้ยินเสียงโครมครามจากในบ้าน ตามด้วยร่างชลัมภ์ถูกโยนออกมา นักเลง 3 คนออกมาพร้อมยกรถเข็นทุ่มเฉียดเขาไป ลีลาตกใจถลาเข้าปกป้องพ่อ แต่โดนกระชากขึ้นมาตบคว่ำไปอีกคน มัสยาวิ่งออกมาพร้อมไม้กวาดไล่ฟาด แต่แล้วก็โดนตบไปกระแทกกำแพงล้มลง นักเลงเหยียบบนตัวชลัมภ์ขู่ อย่ากลับไปยุ่งกับศิริอีก ถ้าไม่อยากตายยกครัว

ลีลาตกใจมองนักเลงทั้ง 3 กลับไป แล้วรีบเข้าประคองพ่อและป้าพาเข้าบ้าน...ลีลาเช็ดเนื้อตัวให้ชลัมภ์แล้วบอกจะแจ้งความ ชลัมภ์ร้องห้าม ถ้าเป็นข่าวเธอจะโดนเล่นงานไปด้วย

“แต่เราจะปล่อยให้มันทำร้ายเราแบบนี้ไม่ได้นะคะ พ่อต้องโดนใส่ร้ายหนีจากกรุงเทพฯ หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างเพราะมัน ถึงขนาดนี้แล้วมันยังตามมาทำร้ายพ่อ ลีไม่ยอม ลีจะแฉให้เขาเป็นจำเลยสังคม ให้ครอบครัวเราได้รับความยุติธรรม”



ชลัมภ์ห้าม มัสยาช่วยปรามว่าเราไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจจะไปสู้เหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงมีแต่จะพัง ลีลาย้อนถามแล้วจะปล่อยให้พวกนั้นทำร้ายเราแบบนี้หรือ ชลัมภ์ไม่อยากให้ลูกต้องเดือดร้อนไปด้วย หญิงสาวยิ่งรู้สึกกดดันจนแอบจิกเล็บที่มือตัวเองเพราะความเครียด

ค่ำนั้น ชลัมภ์นั่งดูภาพข่าวย้อนหลังงานฉลองความสำเร็จของโรงแรมคาสเทิล แล้วรู้สึกสิ้นหวังตัดสินใจเงื้อมีดจะแทงตัวเอง ลีลาวิ่งมาคว้ามือยื้อให้ปล่อย มัสยาวิ่งเข้ามาฟูมฟายที่น้องคิดสั้น ชลัมภ์บ่นจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้มันเหยียบย่ำทำไม ชีวิตและศักดิ์ศรีตนไม่เหลือแล้ว

“พ่อจะตายไม่ได้ค่ะ พ่อต้องอยู่ อยู่เพื่อดูความเจ็บปวดของพวกมัน ลีจะทำให้พวกมันต้องเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น” ลีลาหันมองภาพข่าวสัมภาษณ์ศิริว่าอะไรทำให้เขาประสบความสำเร็จ ศิริตอบว่าภรรยาและครอบครัวเป็นกำลังใจในการทำงาน ลีลาแค้นใจ

ในขณะที่ดลสั่งแดนตามทีมงานออกแบบกลับมาทำงานให้โรงแรมเอเดนให้ได้ แดนแย็บดูแล้วคู่แข่งของเรามีเพียงโรงแรมคาสเทิล ดลรับว่าตนอยากให้เราชนะครั้งนี้ แดนพยักหน้า ดลย้อนถามไม่สงสัยหรือว่าเพราะอะไร แดนส่ายหน้าคิดว่าพ่อรักโรงแรมนี้และอยากให้ตนดำเนินการตามรอยเหมือนอย่างที่พ่อรักและตัดแต่งต้นบอนไซจนมันออกมาสวยงาม ดลดีใจที่ลูกเข้าใจว่าเราสามารถตัดแต่งให้เป็นอย่างใจเราต้องการได้

ooooooo

จากที่ให้วิทยาสืบหาตัวชลัมภ์ ศิริก็ได้รับเอกสารการยืนยันว่าชลัมภ์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อ 24 ปีก่อนพร้อมผู้หญิงที่ชื่อมะลิวัลย์

แม้ศิรินธารจะเอาอกเอาใจหาญกล้าแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เลิกล้มความสนใจลีลา พอเธอโทร.มานัดเขาก็รีบร้อนออกจากบ้านโดยบอกศิรินธารว่ามีงานด่วน ไม่ว่าเธอจะโวยวายให้เขาเห็นความสำคัญของเธอ อยู่ทานข้าวเช้าด้วยกันก่อน เขาก็ไม่ไยดี กัลยาพยายามปลอบลูกสาวว่าเขาคงมีงานสำคัญจริงๆ แต่ท่าทางเธอจะไม่สนใจคำเตือนสักนิด

หาญกล้ามาเจอกับลีลาที่ห้องทำงาน ฟังเธอเล่าทุกอย่างที่ศิรินธารกระทำต่อเธอแล้วต้องขอโทษแทน ตนเองก็หนักใจที่ศิรินธารทำอะไรไม่ไว้หน้าไม่ให้เกียรติตนเลย ลีลาพยายามหว่านเสน่ห์อ้างว่าถึงอย่างไรตนก็เห็นว่าเขาเป็นคนเก่งที่อยากร่วมงานด้วย หาญกล้าค่อนขอดว่าคงสู้ณรัลซึ่งมีเงินมีโอกาสมากกว่าไม่ได้ ลีลาทำทีเอาใจว่าตนชื่นชมคนที่ผลของงาน ไม่ใช่เงิน

“ผมต้องรับผิดชอบทั้งงานตัวเองและงานในส่วนของหยี นี่ก็คิดจะทำธุรกิจน้ำหอมอีก”

ลีลาชะงักเมื่อรู้ว่าศิรินธารจะทำธุรกิจน้ำหอม หาญกล้าเองก็แปลกใจเพราะรู้นิสัยภรรยาเป็นคนไม่ชอบทำอะไรที่ต้องรับผิดชอบ ลีลาเห็นว่าน่าจะเป็นการดี แต่หาญกล้าเกรงจะตกมาเป็นความรับผิดชอบของตนอีก เพราะเธอชอบทำๆเลิกๆ แต่ด้วยเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ จึงไม่มีใครขัดใจ ลีลาอยากรู้ว่าเธอสนใจน้ำหอมตัวไหน หาญกล้าสาธยายหมดเปลือก

ลีลารับรู้ข้อมูลเดินออกมา ลำไพรจงใจเข้าไปเปิดฉากกระแนะกระแหนไม่ทราบว่าเป็นหุ้นส่วนโรงแรมตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นเดินเข้าออกห้องผู้จัดการยันห้องผู้บริหารได้ทุกห้อง ลีลารู้ว่าลำไพรตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ จึงแย็บถามรู้แล้วจะทำอะไร

“ดิฉันจะได้ทำตัวถูกไงคะ ว่าจะปฏิบัติกับคุณแบบไหน แบบภรรยาของว่าที่ประธานหรือว่าเมียเก็บผู้จัดการ ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆนะคะ ดิฉันไม่ชอบอ้อมค้อมค่ะ” ลำไพรยิ้มเชือด

“ฉันชอบนะคะพูดกันตรงๆมันเข้าใจง่าย เอาเป็นว่าฉันมีสิทธิ์เลือกได้ทั้งสองแบบ แต่ไม่ว่าแบบไหน คุณก็ต้องดูแลรับใช้ฉัน...จริงไหมคะ” ลีลาเยาะกลับก่อนจะเดินเชิดออกไป

ลำไพรคั่งแค้นกดโทรศัพท์ไปฟ้องศิรินธารอย่างเติมสีใส่ไข่ ศิรินธารหลงเชื่อแค้นจัด แต่สิ่งที่จะเยาะเย้ยลีลาได้คือการทำธุรกิจน้ำหอมให้ดูยิ่งใหญ่กว่าแบรนด์ลาลูนของลีลา...ศิรินธารมาขอให้กัลยาสนับสนุน เธอหวั่นใจเพราะรู้ว่าลูกสาวไม่เคยทำอะไรจริงจังจะสูญเงินเปล่า

“ลูกหยีจะให้มิสเตอร์ฟรองซัวส์ออกแบบกลิ่นน้ำหอมให้เท่านั้น พี่รัลต้องเอามาให้ได้”

“คนมีชื่อเสียงระดับนั้น ถ้าเราไม่มีคอนแทกต์ เขาจะยอมตกลงกับแกง่ายๆได้ยังไง” ณรัลอ่อนใจ

ศิรินธารให้เอาเงินฟาดหัว กัลยาไม่เห็นด้วย เตือนว่าเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง

ศิรินธารโกรธที่ไม่ได้ดั่งใจพาลเหยียดณรัลว่าถ้าเป็นนรุตม์ต้องจัดการให้ตนได้แน่ ณรัลตาวาวไม่พอใจ พอดีวิทยาติดต่อณรัลไม่ได้ จึงมาถึงบ้านเพื่อบอกข่าวว่า มิสเตอร์ฟรองซัวส์ตอบตกลงออกแบบกลิ่นน้ำหอมให้ ศิรินธารดีใจบอกณรัลว่าถ้าเขากันลีลาออกไปจากหาญกล้าได้เมื่อไหร่จะช่วยคุยสนับสนุนเขากับพ่อ ณรัลดีใจ

ooooooo

บ่ายวันนั้น ลีลาซื้อกาแฟเดินคุยโทรศัพท์เป็นภาษาฝรั่งเศสกับมิสเตอร์ฟรองซัวส์ ทั้งสองสนิทสนมกันพอสมควรตอนอยู่ฝรั่งเศส ขอบคุณที่เขายอมทำบางอย่าง ด้วยเหตุผลที่ว่าศิรินธารทำร้ายตนหลายครั้ง ระหว่างนั้นนรุตม์เดินมาได้ยิน เผอิญเขาฟังภาษาฝรั่งเศสออกแต่ทำนิ่งๆ

ลีลาวางสายหันมาชนนรุตม์ทำให้กาแฟหกใส่เสื้อ เธอตกใจเกรงเขาจะได้ยินการสนทนาของตน จึงขอโทษแล้วหยั่งเชิงถามมาเมื่อไหร่คงได้ยินตนพูดถึงเขาอยู่ นรุตม์ทำเป็นยิ้มบอกว่าเธอไม่ได้พูดอังกฤษ ลีลาเข้าใจว่าเขาฟังไม่ออกจึงยิ้มแย้มเย้าว่าตนคุยงานไม่ได้นินทา

“มีโปรเจกต์ใหม่เหรอครับ น่าสนใจไหมครับ บางทีผมก็สนใจธุรกิจด้านนี้เหมือนกัน”

“ยังเป็นความลับค่ะ ลีว่าจะโทร.ไปขอนัดเวลากับคุณแต่ยังไม่มีโอกาส อยากเลี้ยงขอบคุณสักมื้อ คุณพอจะมีเวลาไหมคะ” ลีลาหาเรื่องกลบเกลื่อน

นรุตม์มีประชุมตอนบ่ายแต่ใจอยากให้เวลาแก่เธอจึงรีบบอกว่าตอนเย็นยังไม่มีนัด ลีลาขอนัดเวลานั้น เขารับคำด้วยใจพองโต หลังจากนั้นนรุตม์กดโทร.หาธีรพัฒน์ให้เช็กข่าวย้อนหลังผลงานของลีลากับมิสเตอร์ฟรองซัวส์ว่าเกี่ยวพันกันบ้างหรือไม่

ขณะเดียวกันศิริเดินมา ธีรพัฒน์เข้าไปต้อนรับและรายงานว่าทางฮ่องกงยื่นข้อเสนอการร่วมทุนมาแล้ว ศิริสั่งอาทิตย์หน้าเรียกประชุมผู้ถือหุ้นทุกคน ตนจะทำให้นรุตม์มีอำนาจจัดการรับผิดชอบเรื่องนี้เพียงคนเดียว ธีรพัฒน์ตกใจเล็กน้อยว่าเขาจะวางมือแล้วหรือ

“ฉันอยากให้อำนาจหน้าที่ทุกอย่างมันชัดเจน ฉันเป็นเจ้าของเต็มตัว แค่เลิกยุ่งกับการบริหารสักที”

ธีรพัฒน์ถามแล้วณรัล ศิริตัดบทเปลี่ยนเรื่องถามตนมีเวลาเท่าไหร่ก่อนเข้าประชุม เขาตอบว่าครึ่งชั่วโมงและส่งดอกเบญจมาศสีขาวดอกเดียวให้ ศิริรับกล่าวคำขอบใจ

หาญกล้าแอบฟังการสนทนาอารมณ์ดีกลับเข้าห้องทำงาน ลำไพรแปลกใจ เขาเลียบเคียงถามถ้าไม่มีณรัลกับนรุตม์ คิดว่าใครจะได้ดูแลโรงแรมนี้ เธอคิดว่าเป็นศตวรรษหรือไม่ก็ศิรินธาร

“ไอ้ศตวรรษมันฝันเฟื่องจะเป็นศิลปิน งานบริหารโรงแรม อย่างมันจะไปรู้เรื่องอะไร ส่วนลูกหยีนอกจากชี้นิ้วสั่งก็ทำอย่างอื่นไม่เป็น”

ลำไพรคิดๆแล้วกล่าวว่าถ้าตัดทุกคนไปก็เหลือลูกเขยอย่างเขา หาญกล้ายิ้มรับ เลขาสาวอยากรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร เขายักไหล่ให้รอจนกว่าจะถึงเวลา...

หน้าร้านลาลูน ลีลายืนส่งลูกค้ารายใหญ่ มีเด็กในร้านหอบถุงแบรนด์ลาลูนตามไปส่งที่รถ...ฤดีเพิ่งมาถึงถามลีลารู้เรื่องศิรินธารจะทำน้ำหอมขายหรือยัง เธอทำเนียนว่าไม่รู้ ฤดีรีบบอกว่ามิสเตอร์ฟรองซัวส์เป็นคนออกแบบจะไม่รู้จริงหรือ ลีลาว่าไม่ได้สนใจ

“ถ้าแกคิดแบบนั้นก็เริ่ดเลย เจ๊เขาไม่อยากให้แกมีเรื่อง แกสั่งสอนยัยนั่นไปหลายแมตช์แล้วนี่ ไปตีกับน้องสาวของว่าที่แฟนระวังจะกลับตัวไม่ได้ ไปก็ไปไม่ถึงนะเว้ย”

ลีลาถามเสียงหลงใครว่าที่แฟน ฤดีเน้นหนักแน่นคือนรุตม์ ลีลาจะปฏิเสธ ฤดีสวนอย่าปากแข็งตนรู้ว่าเธอสนใจเขา หญิงสาวว่าเพื่อนแสนรู้จะมารู้ดีกว่าตนได้อย่างไร ฤดีจ้องจับผิดถามเพิ่งคุยกับเขามาไม่ใช่หรือ ลีลาหลุดปากรู้ได้อย่างไร เพื่อนสาวหัวเราะบอกว่าดวงตามันฟ้อง มีนัดกันด้วย ลีลายิ่งตกใจ ฤดีโอ่ว่าตนคือดีดี้ตาทิพย์ ลีลาขู่จะเอานิ้วจิ้มตาถ้าไม่บอก

“โหดเหลือเกิน! เลขาคุณรุตม์เขาติดต่อแกไม่ได้เลยโทร.มาหาฉันว่าเย็นนี้เขานัดเจอที่ห้องอาหารโรงแรม... ถ้าชอบเขาก็เลิกตีกับน้องเขาแล้วรีบทำตัวเป็นว่าที่พี่สะใภ้ที่น่ารัก แบบไปเสนอหน้าไหว้พ่อแม่แฟนอะไรแบบเนี้ย”

ลีลาฉุกคิดถามเจอศิริหรือ ฤดีรับว่าใช่เพิ่งเห็นเขาเดินไปทางท่าน้ำ ท่าทางเท่มากดูสุขุมลุ่มลึก ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมนรุตม์ถึงดูดี ลีลาเลิกฟังวิ่งออกไป ฤดีงงเพื่อนคิดไปไหว้จริงหรือ

ลีลาเดินมาที่ท่าน้ำ เห็นศิริโยนดอกไม้ลงในแม่น้ำเป็นการขอโทษวิรัตน์ ทำให้ลีลาคิดถึงภาพพ่อโดนซ้อมยกมือไหว้ขอชีวิต...ต้องสูดหายใจเข้าตั้งสติก่อนจะเดินเข้าไปทักทายสวัสดี ศิริยิ้มอย่างเอ็นดูเผลอมองรอยยิ้มบนหน้าเธอ หญิงสาวต้องถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ผมรู้สึกว่าคุณเหมือนใครคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก”

ลีลาเปลี่ยนเรื่องถามเขาเอาดอกไม้มาให้ใคร เขาถอนใจก่อนจะตอบว่าเป็นรุ่นน้องที่เคยทำธุรกิจด้วย มาเสียชีวิตที่นี่ ลีลาแทรกสาเหตุคงเป็นเพราะธุรกิจ ศิรินิ่ง เธอทำเป็นเปรย

“ตอนที่คิดว่าจะสร้างธุรกิจก็ว่ายากแล้ว พอทำได้ก็ต้องประคองให้มันอยู่รอด เวลาดิฉันมองอาณาจักรของคาสเทิล ดิฉันก็สงสัยว่าคุณต้องทำงานหนักแค่ไหนถึงได้ทำให้มันกลายเป็นอาณาจักรที่มั่นคงได้ขนาดนี้”

“ช่วงแรกก็หนักหน่อยครับ แต่ถ้าเรารู้จักในสิ่งที่เราทำ รู้ว่าเราต้องการอะไรแล้ววางเป้าหมาย ความสำเร็จมันก็จะเป็นของเรา”

“โรงแรมมูลค่านับพันล้านมันคงเป็นความสำเร็จบนเลือดเนื้อและน้ำตาของอีกหลายคน ฉันเริ่มต้นธุรกิจกับเพื่อน เพราะอยากทำกับคนที่เราไว้ใจ แต่บางครั้งก็กลัวค่ะ ว่าคนที่เราไว้ใจจะทำร้ายเราอย่างเลือดเย็น” ลีลาแอบเชือดเฉือน

ศิริไม่ได้ฉุกคิดยังแนะนำอย่างจริงใจถ้าเราทำงานด้วยความรู้สึก ธุรกิจจะไม่มีวันเดินหน้า เพราะทุกนาทีมันคือการตัดสินใจ ไม่มีคำว่าพี่น้อง ลีลาเหน็บแม้แต่เพื่อนใช่ไหม ศิริยกตัวอย่างว่าเธอคงไม่คิดจะตัดเสื้อผ้าแจกการกุศล ถ้าทำแล้วขาดทุนจะเหนื่อยไปทำไม ลีลาแย็บเพื่ออุดมการณ์ ชายผู้อาบน้ำร้อนมาก่อนแจกแจง

“วันที่คุณเริ่มต้นทุกอย่างมันก็สวยงาม แต่ทุกอย่างมันขับเคลื่อนด้วยเงิน ความฝันจบไป ความเป็นจริงจะเข้ามา เมื่อถึงวันนั้นคุณก็จะต้องเลือกระหว่างเพื่อนกับผลประโยชน์”

“เมื่อไหร่ที่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามา เราจะหาความจริงใจจากเพื่อนไม่ได้เลยเหรอคะ เพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ซื่อสัตย์ต่อกันมันเป็นแค่อุดมคติ ไม่มีอยู่จริงใช่ไหมคะ”

ศิริเน้นรอบคอบเท่าไหร่ยิ่งดี การทำงานไม่ใช่เล่นขายของแบบเด็กๆ ลีลาแทรกถ้าโดนหักหลังขึ้นมาเราควรจัดการกับคนคนนั้นแบบไหนถึงจะเหมาะสม

ศิริสะอึกนึกถึงที่โดนชลัมภ์หักหลัง จึงตอบไปว่าเสียเท่าไหร่เท่ากัน ลีลาไม่รู้ความจริงสายตาแข็งกร้าวขึ้น ขอบคุณที่ศิริแนะนำจะเอาไปปรับใช้ ศิริไม่ติดใจอะไรขอตัวไปประชุม ลีลายิ้มให้ด้วยสายตาเคียดแค้น

ooooooo

ก่อนเข้าประชุมนรุตม์ตัดสินใจสั่งธีรพัฒน์หาผู้รับเหมาเจ้าใหม่ ตนจะเจรจากับนายชาญเอง ให้นัดเขาเข้ามาพบ

ในห้องประชุม หัวหน้าทุกแผนกเข้าร่วม เบื้องหน้ามีเอกสารยอดรายได้และค่าใช้จ่ายของฝ่ายต่างๆ นรุตม์สรุป เดือนหน้าเราสามารถเพิ่มสมาชิกได้อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ศิริหันมาพูดถึงฝ่ายหาญกล้าที่ดูแลพื้นที่จัดงานว่าทำยอดเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ เขายืดโอ่บอกอีกว่ายังมีลูกค้าหลายรายที่สนใจ คาดว่าในอีกหกเดือนพื้นที่จะเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ศิริพยักหน้าหันมาทางณรัล

“อืม...ทำไมบัญชีของฝ่ายจัดซื้อมันถึงได้ไม่บาลานซ์กับจำนวนของในสต๊อก”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 3 วันที่ 20 พ.ย. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ