อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 3 วันที่ 28 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 3 วันที่ 28 พ.ย. 58

ที่สถาบันภาษา วิศรุตเดินเร็วๆเข้ามาผ่านเคาน์เตอร์ เห็น ม.ร.ว.หญิงประสงค์สม ยืนเก้ๆกังๆก้มหน้าเหมือนไม่มั่นใจตัวเอง วิศรุตหยุดถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม

หญิงประสงค์สมที่กำลังไม่มั่นใจ ก็กลายเป็น ประหม่าจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นหนุ่มหล่อบาดใจมาถาม วิศรุตเห็นแผ่นพับในมือถามว่ามาสมัครเรียนหรือเปล่า พอหญิงประสงค์สมพยักหน้า วิศรุตเรียกเจ้าหน้าที่ด้านในให้มารับนักเรียนใหม่ ค้อมให้หญิงประสงค์สมอย่างสุภาพแล้วเดินจากไป

หญิงประสงค์สมแอบมองตามวิศรุตแล้วจึงหันฟังเจ้าหน้าที่อธิบายหลักสูตรและตารางเรียน



เมื่อมาเข้าชั้นเรียน วิศรุตกำลังแนะนำตัวเองและทำแบบทดสอบอยู่ หันเชิญหญิงประสงค์สมไปนั่งยังที่ว่าง หญิงสวมเฮดโฟนเข้าไปนั่ง แอบมองวิศรุตเป็นระยะอย่างถูกใจ...

ฝ่ายสโรชาอยู่ที่โฮมสเตย์ เข้าไปซ้อมกล่าวต้อนรับแขกในห้องพักแขก ธาราผ่านมาได้ยินเข้ามาถามว่าเสียงฝรั่งที่ไหน สโรชาทำไขสือบอกว่าเสียงโทรทัศน์ต่างหากตนมาเช็กดูว่าใช้ได้ไหมและกำลังจะออกไป ธาราตรวจที่นอนชมว่าปูได้ตึงดี สโรชาบอกว่าเคยอยู่โรงเรียนประจำทุกคนต้องทำเอง

พอธาราถามว่าที่บ้านนอกน่ะเหรอ สโรชาก็รีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าจะให้ตนไปกวาดใบไม้อีกไหม ธาราบอกไม่ต้องแต่ตนต้องออกไปซื้อของเพราะกระดาษทิชชูหมดสต๊อก แต่แขกกำลังจะมาเป็นฝรั่งเสียด้วยสโรชาก็คงพูดกับเขาไม่รู้เรื่อง

“งั้นฉันออกไปซื้อของให้ไหม ฉันไปถูก” สโรชาอาสา ธาราควักเงินร้อยบาทให้ไปซื้อทิชชูแทน สโรชาดีใจมากที่จะได้ไปตลาด เอากระเป๋าสตางค์ตัวเองที่มีเงินทั้งแบงก์พันแบงก์ห้าร้อยอยู่จำนวนหนึ่ง กะจะชมตลาดให้สนุกไปเลย

สโรชาไปซื้อทิชชูแล้วยังซื้อพิมพ์วงกลมสำหรับทำแพนเค้กแบบที่เป็นรูปหัวใจ ซื้อน้ำผึ้ง ไอซิ่ง ล้วนแต่เอาเงินของตัวเองตั้งใจจะทำให้โฮมสเตย์เล็กๆ มีเสน่ห์ดึงดูดแขกมาพักแทนที่จะไปโรงแรมหรูแบบของป๊า

กลับมาไม่ทันไรฝรั่งสองคนสามีภรรยาก็มาถึง ธาราบ่นว่ายังไม่ถึงเวลาเช็กอินเลยมาแล้ว แล้วรีบออกไปกล่าวต้อนรับด้วยด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงไทยอย่างมั่นใจ เมื่อสโรชาเอาเวลคัมดริ๊งก์มาให้ ทั้งสองรับไปดื่มถามว่าอะไร สโรชาอธิบายพลางชี้รูปให้ดู ครู่หนึ่งธาราถือช่อดอกแก้วกับบูเก้เล็กๆมา มองสงสัย ถามสโรชาว่าคุยอะไรกับแขก

“ไม่รู้ค่ะ หัวเราะไปเรื่อยๆ ต้องถ่วงเวลาไหมคะยังไม่ได้เวลาเช็กอินเลย” ธาราไม่ตอบแต่เชิญแขกไปห้องและสั่งสโรชาให้หิ้วกระเป๋าตามไป สโรชาทั้งหิ้วและลากกระเป๋าออกแรง อึ๊ดๆๆ เซแท่ดๆตามไป

ooooooo

หญิงประสงค์สมเรียนเสร็จพยายามมองตามดูว่าวิศรุตจะไปทางไหน แต่ถูกผู้คนเดินผ่านไปมาจนคลาดสายตา จึงมาหาอุทัยข้าหลวงหญิงวัยสาวที่รอรับอยู่ อุทัยปฏิเสธชายสองคนที่จะมาติดต่อขอซื้อที่ดินแล้วพาหญิงประสงค์สมไปขึ้นรถ

เมื่อมาถึงวังเทวาสถิตย์ พระองค์หญิงชายาของพระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ผู้วายชนม์ไปแล้ว บอกทิวากับราตรีที่นั่งพัดและนวดอยู่ว่าพวกนายหน้ามาติดต่อซื้อที่ดินไม่ต้องให้เข้า ไล่ไปให้หมด ติดป้ายประกาศไว้แล้วว่าไม่ขายยังอยากได้อีก

ทิวาบอกว่าวันนี้มาสองรายแล้ว อัศดงบอกว่าไปหมดแล้วและคุณหญิงประสงค์สมกลับมาแล้ว พระองค์หญิงถามอย่างมีเมตตาว่าไปเรียนเป็นอย่างไรบ้าง หญิงประสงค์สมเรียนท่านว่า “ได้เรียนเพคะท่านย่า”

“มันก็ต้องอย่างนั้นสิ เรากำสตางค์ไปสมัคร ไม่ได้ไปขอเขาเรียนเปล่าๆ...นี่ถ้าไม่ป่วยตอนเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันป่านนี้ก็ใกล้จบแล้ว แต่เอาเถอะ ขยันๆ เรียนภาษาให้เก่งๆ ถ้าอยากเรียนต่อก็จะได้ง่ายขึ้น...หรืออย่างน้อยก็จะได้ไม่คร่ำครึอยู่แต่ในวัง เกิดเป็นผู้หญิงน่ะควรจะเรียนให้มาก จะได้มีปัญญาทำมาหากิน แล้วก็ไม่โง่ให้ผู้ชายหลอกได้”

หญิงประสงค์สมมองตามท่านย่าที่ลุกไป ในใจนึกสงสารเพราะรู้ว่าประโยคท้ายท่านไม่ได้ทรงหมายถึงตน

พระองค์หญิงวิสุทธิโสภีมาหยุดที่ห้องท่านหญิงกิรติโสภณ มองรูปวาดของท่านหญิงที่แม้จะเก่าแต่ก็เก็บรักษาไว้อย่างดี น้ำพระเนตรคลอ กะพริบเนตรไม่ให้ไหล ถอนพระทัยยาว...

ทิวากับราตรียืนสำรวมรอรับใช้พระองค์หญิงอยู่มุมหนึ่ง ทิวารำพึงว่าพระองค์หญิงเสด็จเข้าห้องนั้นอีกแล้ว เข้าไปทีไรออกมาพระพักตร์หมองทุกที ราตรีถามว่า จริงหรือเปล่านะที่พวกแม่แกในครัวเล่าว่า พระธิดาหายไปทั้งๆที่ท้องไม่มีพ่อ?

ทิวาปิดปากเพื่อนไม่ให้พูดเพราะเรื่องนี้ไม่ดีต่อชื่อเสียงของวัง ราตรีบอกว่าไม่พูด แต่เชื่อว่ารุ่นคุณหญิงประสงค์สมไม่มีทางทำเสื่อมเสียแบบนั้น

พิริยพงษ์ ไกวัล เป็นพี่ชายของ คุณหญิงประสงค์สม ไกวัล ทั้งสองเป็นหลานย่าลูกของพระญาติที่พระองค์หญิงขอมาเลี้ยง สองพี่น้องนิสัยต่างกัน พิริยพงษ์ทำตัวเป็นหนุ่มเก๋เพลย์บอย แต่หญิงประสงค์สมเรียบร้อยอ่อนหวานเชื่อคนง่ายและเก็บกดเพราะถูกเลี้ยงอยู่ในกรอบ

พิริยพงษ์บอกหญิงประสงค์สมว่า “เราสองคนต้องเตรียมตัวเพื่ออนาคตบ้าง ไม่ใช่จะรอพึ่งใบบุญท่านย่า หลานแท้ๆก็ไม่ใช่” หญิงประสงค์สมติงว่าถึงไม่ใช่ท่านก็ทรงเลี้ยงเราสองคนจะเรียนอะไรท่านก็สนับสนุนอีกหน่อยหญิงเรียนจบก็จะได้ทำงานทำการ พิริยพงษ์ถามว่า “เกิดมาบนกองเงินกองทอง ยังจะดิ้นไปแบกกระสอบข้าวสารให้หนักทำไม เราต้องทำให้กองเงินกองทองมันงอกเงยขึ้นมาเป็นของเราสิ พูดยังไงน้องก็คงยังไม่เข้าใจ เอาไว้พี่ชายจะทำให้ดู”

ooooooo

เมื่อวิศรุตกลับมา เขาต้อนรับฝรั่งทั้งสอง พูด คุยกันอย่างสนิทสนม สโรชาเอาอาหารมาเสิร์ฟพูดบ้างเป็นบางคำ วิศรุตฟังแล้วกระซิบบอกว่าวันหลังจะสอนพูดภาษาอังกฤษให้ชัดๆ

ขณะสโรชากำลังสนุกกับงานที่โฮมสเตย์ สุขใจที่ได้อยู่ใกล้หนุ่มหล่อใจดีนั้น ก็ถูกพิสิฐให้น้ำมนต์โทร.ตาม

น้ำมนต์ไปรอสโรชาที่จุดนัดพบ พอดีประพันธ์ขับรถบุโรทั่งไปยางแตก แม่แรงก็ไม่มี เห็นรถน้ำมนต์จอดอยู่จึงเดินไปหมายจะขอยืมแม่แรง แต่พอน้ำมนต์เห็นคนล่ำหน้าเถื่อนมีรอยสักเดินมาก็กลัวขับรถหนีไปเลย

ประพันธ์เดินเหงื่อไหลไคลย้อยกลับโฮมสเตย์ บ่นว่ารถยางแตกจะไปยืมแม่แรงรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ก็เจอคนใจดำขับรถหนีไปเลย สโรชาสะพายกระเป๋ากำลังจะออกไปหาน้ำมนต์ได้ยินประพันธ์บ่นก็ฉุกคิดว่าคงจะเป็นน้ำมนต์

พอไปเจอกันน้ำมนต์เล่าให้ฟัง สโรชาบอกว่านั่นแหละคือประพันธ์ น้ำมนต์ถามว่าแล้วปฏิบัติการปลอมตัวหารักแท้ของเธอเป็นยังไงบ้าง เมื่อไหร่จะเสร็จเป็นที่พอใจ สโรชาบอกว่าก็บอกแล้วไงว่าขอเวลาเดือนหนึ่ง น้ำมนต์เล่าว่า

“ก็ช่วงนี้ป๊าแกจะเร่งทำโรงแรมใหญ่ เป็นมัลติ–เพล็กซ์โปรเจกต์ยักษ์ แล้วเขาจะให้แกเข้าประชุมด้วยน่ะสิ” สโรชาให้ไปบอกป๊าว่าสะดวกเมื่อไหร่จะเข้าไป “ลำพังป๊าแกก็คงผัดได้แต่เขาบอกว่าเขาเรียกประชุมกรรมการระดมหุ้นให้แกเขียนแผนการตลาดให้เขาหน่อย”

น้ำมนต์เอาแฟ้มเอกสารให้ สโรชารับไปดูหน้าเครียด แต่พออ่านไป...อ่านไป ก็พยักหน้าหงึกหงักขึ้นมา

สโรชาตั้งชื่อโปรเจกต์นี้ว่า “ลิลลี่มัลติเพล็กซ์”

ประพันธ์ยังป้อสโรชาเสมอต้นเสมอปลาย วันนี้ก็เอามือถือรุ่นใหม่มาให้ สโรชาบอกว่าเครื่องเก่าก็ใช้ได้ดีอยู่แล้ว ประพันธ์ยัดเยียดให้จนได้ อวยพรกะลิ้มกะเหลี่ยให้ฝันดี แล้วกลับไป เดินไม่ทันพ้นหน้าห้องสโรชาดีก็เจอวิศรุตเข้า เขาทักว่าพักนี้อารมณ์ดีนะ ถามว่าวันนี้รถยางแตกหรือ ประพันธ์บ่นว่าช่วงนี้คงต้องใช้แท็กซี่ วิศรุต

จึงอนุญาตให้เอารถตนไปใช้เพราะพรุ่งนี้ตนไม่ได้ไปไหนต้องดูแลแขกสองคนนี้ก่อนส่งกลับ บอกว่ากุญแจรถอยู่บนโต๊ะ

“ทำไมเป็นคนใจดีอย่างนี้วะ เกิดมาไม่เคยเจอ” ประพันธ์มองตามวิศรุตไปพึมพำทั้งงงทั้งปลื้ม

ooooooo

พิริยพงษ์บอกหญิงประสงค์สมว่า“พี่จะทำให้ดู” ไม่นานก็ทำให้ดูด้วยการมาดักพบหญิงประสงค์สมขณะกลับจากไปเรียนภาษาอังกฤษ

หญิงประสงค์สมรู้ว่าพี่ชายต้องการอะไร บอกว่านี่ยังไม่ถึงครึ่งเดือนเลยถามว่าต้องการใช้เท่าไร พิริยพงษ์บอกว่าสองพัน แล้วจุ๊ปากให้เบาๆ กลัวลูกน้องท่านย่าได้ยิน เดี๋ยวจะโดนเทศน์สิบสามกัณฑ์

“อย่าบอกนะว่าเอาไปเล่นพนัน” หญิงประสงค์สมดักคอ พิริยพงษ์บอกว่าจะเอาไปซื้อของกำนัลสาว คนนี้รักจริงหวังแต่ง เป็นลูกสาวนายพล “ยังไงหญิงก็ต้องให้ยืมใช่ไหมคะ พี่ชายอย่าเล่ายาวเลยคอยสักครู่นะคะหญิงไปดูในกำปั่นว่ามีพอไหม”

หญิงประสงค์สมผละไป พิริยพงษ์ยืนรอ เห็นทิวากับราตรีเดินประคองกันมาจึงเลี่ยงหนีไปอีกทาง

ooooooo

อยู่ที่โฮมสเตย์ไม่นาน สโรชาเห็นวิศรุตไปนั่งที่มุมหนึ่งของบ้านแต่เช้า ถามว่าทำไมเขาจึงมานั่งตรงนี้แต่เช้า

“ฉันชอบมานั่งเล่นตรงนี้ช่วงเช้ามืด เดี๋ยวอีกแป๊บนึง พระอาทิตย์จะค่อยๆสาดแสงมา นกจะร้องจิ๊บๆ อยู่ข้างสวน เสียงดังเข้ามา ได้ยินไหม...นั่น...” สโรชาพึมพำว่าเขาตื่นก่อนนกอีก “ตั้งแต่เด็ก ฉันอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรดีไปกว่าการสังเกตสิ่งรอบตัว มีนกในสวนเป็นเพื่อนเล่น ก็เลยติดนิสัยมาจนโต”

“คุณเป็นลูกคนเดียวเหรอคะ”

“คนเดียว ต้องเรียกว่าลูกกำพร้า กำพร้าพ่อตั้งแต่เกิด กำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก”

“แม่พลับพลึงก็เสียตั้งแต่พลับพลึงยังตัวเล็กๆค่ะ พ่อก็ตั้งความหวังไว้กับพลับพลึง เพราะเป็นลูกคนเดียวนี่แหละ เฮ้อ...” สโรชารำพึงอย่างมีอารมณ์ร่วม ทำให้วิศรุตนึกได้ว่าเธอควรจะมีเงินเดือนจะได้ส่งไปให้พ่อเธอบ้าง สโรชาถามว่าจะดีหรือ วิศรุตบอกว่าตนมีให้เธอไม่เยอะได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ ไว้รวยแล้วจะขึ้นให้

สโรชาคิดแล้วเดือนหนึ่งได้เก้าพัน เธอตาโตอุทาน “เก้าพันบาท!!” วิศรุตบอกว่าตนให้ได้แค่นี้แหละชี้ให้ดูบอกว่าแดดส่องแล้ว สโรชาแอบมอง เห็นเขาสูดลมหายใจยาวอย่างสดชื่น...

เย็นนี้หลังจากส่งแขกเข้านอนแล้ว วิศรุตเข้าครัวจะไปล้างจาน สโรชาบอกว่าเป็นหน้าที่ตน เดี๋ยวตนล้างเอง ระหว่างนั้น สโรชาเห็นแหวนลงยาขนาดใหญ่สวยงามที่นิ้วเขา ชมว่าแหวนสวยจัง คงแพงแน่ๆ เขาบอกว่าของเก่าไม่รู้ราคา

“ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ฉันได้รู้ว่าบางทีเงินก็ซื้อไม่ได้ทุกอย่าง แหวนสวยๆของคุณก็คงเหมือนกัน”

ทั้งสองยืนมองแหวนวงเดียวกันนิ่ง สุทิศกับประพันธ์แอบดูอยู่ สุทิศบอกประพันธ์ว่าแบบนี้เขาแห้วแน่

สโรชาเข้ามาในห้อง หยุดมองคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะ วิศรุตเดินมาถามว่าใช้เป็นไหม สโรชาถามว่าใช้เล่นอินเตอร์เน็ตได้ไหม เขาบอกว่าได้ แต่ใช้เพื่อการศึกษาข่าวหรือหาตำราเรียนภาษาอังกฤษห้ามใครมาใช้คุยเล่นกับคนแปลกหน้า สโรชามองคอมพ์อย่างหมายมั่น ถามว่าพรุ่งนี้เขาไปไหนหรือเปล่าจะได้เตรียมอาหารเช้าถูก

“พรุ่งนี้อยู่บ้านจนสาย ส่งฝรั่งกลับแล้วถึงจะออก บ่ายๆ ฉันมีนัดกับเจ้าของโรงแรมใหญ่ สรุปแผนธุรกิจร่วมกันนิดหน่อย” สโรชาถามว่าใครหรือ พอวิศรุตบอกว่า ชื่อพิสิฐ สุนทรเกษม ถามว่ารู้จักเหรอ สโรชาสะดุ้งบอกว่าชื่อคุ้นมาก “ได้ข่าวว่ามีลูกสาวสวยนะ อยู่เมืองนอกกำลังจะกลับมารับช่วงงานต่อ แต่ไม่กลับมาเสียที คงเก่งไม่พอพ่อก็เลยยังไม่กล้าวางมือ”

สโรชาว้าวุ่นทันทีบ่นงึมงำว่าทำไมต้องนัดพรุ่งนี้

แล้วคืนนี้เธอก็โทร.เรียกน้ำมนต์มารับพาไปหาพ่อที่บ้าน ก่อนไปก็ โทร.เช็กแล้วว่าลัดดาไปถือศีลที่วัดไม่อยู่บ้านจึงไปอย่างมั่นใจ

ooooooo

สโรชาไปถึงบ้านในคราบของพลับพลึงคนงานที่โฮมสเตย์ ทำเอาพิสิฐรับไม่ได้ บ่นว่าถูกธรรมชาติลงโทษมาล่ะสิ หัวหูเป็นกระเซิงมาเลย สโรชาทำเวลาเต็มที่ เร่งคุยเรื่องธุระกันเลย พูดอย่างรู้ทันว่าแผนธุรกิจของพ่อเป็นแค่เรื่องจอมปลอมเพื่อเรียกตนกลับมาใช่ไหม ไม่เชื่อว่าที่ดินแบบที่พ่อว่าจะมี ถามว่าป๊าจะไปหาที่ไหน

พิสิฐเอาแผนที่มาให้ดู แต่เจ้าของเขายังไม่ยอมขาย สโรชาเชื่อว่าเขาต้องรวยมากใช่ไหม

“ต้องบอกว่าเขาหยิ่งมาก...เขาเป็นเจ้า วังเขาก็มีแล้ว ชื่อวังเทวาสถิตย์ ออกใหญ่โต ที่ตรงนี้ได้ข่าวว่าเขาเก็บไว้เฉยๆ” พูดแล้วตัดบทว่าเรื่องที่ดินพ่อจะจัดการเอง แต่เรื่องแผนธุรกิจพ่อจะให้เรามาวางจริงๆ

เมื่อพิสิฐยืนยันเจตนาของตน สโรชาจึงรับปากจะช่วย แต่ถามว่าที่นัดวิศรุตมาพรุ่งนี้เพราะรู้ว่าตนอยู่กับเขาป๊าจะแกล้งให้ตนมาจ๊ะกับเขาใช่ไหม พิสิฐบอกว่าพอรู้จากน้ำมนต์ว่าเธอทำงานอยู่กับวิศรุตจึงอยากเจอเขาบ่อยๆ เผื่อจะช่วยดูอุปนิสัยใจคอเขาด้วย สโรชามองเพื่อนขวับ แล้วทั้งอ้อนทั้งดักคอพิสิฐ ในที่สุดก็รวบรัดตัดบทชวนน้ำมนต์กลับ

“ไปเหอะน้ำมนต์ ได้ข้อมูลแล้ว สบายใจ เป็นอันว่าพรุ่งนี้ลูกไม่เข้าไปบริษัทนะคะป๊า” ยกมือไหว้หอมแก้มป๊าฟอดใหญ่แล้วจูงมือน้ำมนต์กลับไปเลย

ooooooo

กลับถึงโฮมสเตย์ ธาราถามว่าไปไหนมา สโรชาอึกอัก ปดว่าตนลงมาหาน้ำกินได้ยินเสียงกุกกักที่หน้าบ้านเลยออกไปดูเกรงจะเป็นพวกขโมย
เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อธาราเสนอให้ติดกล้องวงจรปิด วิศรุตติงว่าหลายตังค์นะ ประพันธ์ก็โวยธาราว่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ก็แค่กิ่งไม้หักเท่านั้นเอง วิศรุตเลยเตือนสโรชาว่าทีหลังอย่าทำอย่างนั้นอีก ถามว่าไม่กลัวหรือ

ธารายังอยากให้ติดกล้องวงจรปิด สโรชาสะดุ้งเพราะถ้าติดกล้องจริงตนจะยุ่งยากขึ้น รีบเสนอว่าให้ซื้อหลอดไฟมาติดให้สว่างขึ้น แค่นี้ก็ช่วยให้หายกังวลได้แล้ว สุทิศพยักหน้าเห็นด้วย ประพันธ์กลัวเสียคะแนนรีบพยักหน้าเอาใจ

สโรชายิ้มโล่งอกที่ปิดประเด็นได้ วิศรุตมองหน้าเธอดุๆที่ทำให้เป็นปัญหาตึงเครียดขึ้นมา

เมื่อพากันมาส่งฝรั่งสามีภรรยาที่จะเดินทางกลับ ไหว้ลากันแล้ว วิศรุตเอ่ยขึ้นว่า

“ฝากความคิดถึงแนนซี่ด้วยนะ” สโรชาหูผึ่งสงสัยว่าแนนซี่เป็นแฟนที่อยู่เมืองนอกของวิศรุตแน่ๆ

ส่งแขกแล้ว มือถือวิศรุตดังขึ้น เขารับสายทำหน้าฉงน

“เลื่อนนัด? ท่านไม่ว่างแล้วเหรอครับ ไม่เป็นไรครับ สวัสดีครับ” พอวางสายเขาเปรยๆ “ยกเลิกนัดก็ดีเหมือนกัน” แล้วเดินแยกไป

เมื่อไปเจอกันที่เรือนผัก สโรชาดูเขาปลูกผักไร้ดินอย่างทะมัดทะแมง มองเพลิน ชมว่าง่ายดีเนอะ แต่ซื้อเอาง่ายกว่า

“พูดเหมือนเศรษฐี จำไว้นะว่ามีเงินก็ไม่ใช่จะซื้อได้ทุกอย่าง” สโรชาถามว่าอะไรบ้างที่เงินซื้อไม่ได้ “การยอมรับนับถืออย่างจริงใจไงล่ะที่เงินซื้อไม่ได้”

สโรชาบอกว่าญาติพี่น้องก็เหมือนกันเงินซื้อไม่ได้ วิศรุตมองขวับถามว่าว่าตนหรือ สโรชารีบชี้แจงว่าหมายถึงตนเองต่างหาก ตนไม่มีพี่ไม่มีน้อง เหลือแต่พ่อ พ่ออายุมากแล้วอยู่คนเดียวที่บ้าน วิศรุตถามว่าอยากกลับบ้านไหมล่ะตนจะไปส่งที่ท่ารถ สโรชาบอกว่าอย่าดีกว่าไว้ตนพร้อมแล้วจะไปเอง แล้วรีบออกไปบอกว่ากลัวหัวหน้าดุ

พอออกจากเรือนผัก สโรชาหันมองไปที่ประตูทางเข้าที่วิศรุตยังอยู่ในนั้น พึมพำขำๆ

“หลอกซักประวัติกันเหรอ...ไม่มีทาง...ที่เล่านี่ ฉันไม่ได้โกหกสักคำนะคะ” แล้วเดินยิ้มกริ่มไป

ooooooo

วันนี้วิศรุตลงมือทำความสะอาดเรือเอง สโรชาถามว่าริชาร์ดกับจอห์นนี่ไปไหนไม่รู้ วิศรุตบอกว่าไปสอบ กศน.

สโรชาทำเสียงตื่นเต้นว่าดีจังเขาให้คนงานไปเรียนหนังสือด้วย

“ใครรักเรียนก็ปล่อยให้เรียน จะได้ก้าวหน้าไม่ต้องใช้แรงงานไปตลอดชีวิต” สโรชาติงว่าใช้แรงงานก็ดี เพราะค่าแรงแพง “แต่ค่าสมองแพงกว่า”

สโรชาบอกว่าถ้ามีแต่คนใช้สมองไม่มีคนใช้แรงงานก็ไม่ได้ วิศรุตถามว่าแล้วเธอเลือกอะไร จะใช้แรงงานไปตลอดชีวิตไหม

“แหม...มันก็อยู่ที่ใครเป็นนายจ้างค่ะ” สโรชาทำทะเล้นแพลมความในใจ วิศรุตมองขำๆ แล้วสตาร์ตเครื่องเรือ สโรชาชะเง้อมองพูดเสียงอ่อยอ้อนว่า

“เกิดมาฉันยังไม่เคยนั่งเรือในแม่น้ำแบบนี้เลยค่ะ” พอวิศรุตถามว่าจะไปด้วยกันไหมล่ะ สโรชายิ้มแป้นถามว่า “ไปไหนคะ”

วิศรุตไม่ตอบแต่ออกเรือไปเลย

ooooooo

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 3 วันที่ 28 พ.ย. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ