อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 3 วันที่ 29 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 3 วันที่ 29 พ.ย. 58

วิศรุตขับเรือไปที่ท่าน้ำวัดริมคลอง ขึ้นไปแล้วส่งมือมารับสโรชา เธอจับมือเขาเขินๆ แต่แอบปลื้ม แล้วพากันเดินเข้าไปในวัด

วิศรุตเข้าไปกราบพระประธานในพระอุโบสถ สโรชาทำตามอย่างสังเกต รู้สึกเขาอธิษฐานจิตอยู่นาน

เมื่อวิศรุตพามาถึงสถูปเจดีย์เก็บอัฐิติดชื่อว่า “พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์” สโรชาถาม

“ใครคะ” วิศรุตบอกว่าคนที่ตนยืมนามสกุลเขามาใช้ “หมายความว่ายังไงคะ ขอยืม เขาให้หรือว่าเขาเป็นต้นตระกูลคุณวิศรุต”



“จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อฉันไม่รู้จักเขาเลย”

สโรชาเพ่งมองตัวหนังสือที่สลัก “ชาตะ ม.ค.2442 มรณะ พ.ย.2503” อย่างติดใจสงสัย ถามขณะเดินออกมาว่า เขาไม่รู้จักพระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ แล้วขอยืมนามสกุลเขาใช้ได้อย่างไร ดูตัวเลข พ.ศ.ที่เขาตายมันน่าจะก่อนเขาเกิด

“เธอนี่ช่างสังเกตนะพลับพลึง ความจริงฉันแค่ยืมคำในชื่อของเขามาตั้งเป็นนามสกุลเท่านั้นเอง เมื่อก่อนฉันมีนามสกุลเป็นฝรั่งตามพ่อบุญธรรม พอย้ายมาอยู่เมืองไทยก็อยากมีนามสกุลไทย พอดีฉันมาไหว้พระที่วัดนี้เห็นว่าชื่อท่านเพราะดีก็เลยเอามาตั้งนามสกุล”

สโรชาถามว่าไม่รู้จักเลย ตั้งเองได้เลยหรือ “ได้สิ...ถ้าไม่ซ้ำใครจากมิสเตอร์วิศรุต มาร์เวล ก็เลยมาเป็นนายวิศรุต มรุพงษ์”

“โอ้โห...เก๋มากเลย วิศรุต มรุพงษ์ ใครได้ใช้นามสกุลนี้ก็คงเก๋ดีนะ” ว่าแล้วก็แอบพึมพำ “สโรชา มรุพงษ์ ฮื้อ...จะดีไหมหรือว่า พลับพลึง?”

“จริงสิ...พลับพลึง” วิศรุตเอ่ยขึ้น ทำเอาสโรชาสะดุ้งโหยง “เธอมาอยู่กับฉันตั้งนาน ฉันยังไม่รู้เลยว่าเธอนามสกุลอะไร”

สโรชาหาทางเอาตัวรอดบอกว่านามสกุลตนไม่เพราะเหมือนเขาหรอก แต่ก็ไม่อยากพูดโกหกในวัด มองฟ้ามองดินหาทางที่จะไม่ตอบ ก็พอดีวิศรุตพูดขึ้นว่า นามสกุลก็แค่คำสมมติไว้ให้คนเรียก ไม่ชอบก็เปลี่ยนได้เหมือนชื่อนั่นแหละ

สโรชาเลยลากออกไปนอกเรื่องว่าเหมือนเครื่อง ประดับ ที่ถอดวางแล้วเปลี่ยนใหม่ได้ แล้วมองที่นิ้วเขาทักว่า

“เออ...วันนี้คุณวิศรุตไม่เห็นสวมแหวนวงสวยๆนั่น”

วิศรุตบอกว่าเธอช่างสังเกตจัง ตนไม่ได้สวมตลอดเวลาหรอก ถอดบ้าง ใส่บ้าง พอดีมีเด็กสองคนกระเดียดกระจาดใส่ผักมา สโรชาเดินไปถามตื่นเต้น “อุ๊ย...นั่นอะไรคะน้อง...”

เด็กเดินเข้ามาถามว่าซื้อผักไหม สโรชาหยิบชะอมในกระจาดดมๆ ทำท่าอยากกิน มองหน้าวิศรุตอ้อนๆ เขาเลยช่วยหยิบชะอมในกระจาดให้

ooooooo

ธาราเห็นสโรชาหายไปก็บ่นว่ากดเครื่องซักผ้าแล้วไม่มารับผิดชอบต่อ พอดีสุทิศเดินเข้ามาถามว่าตอนนี้หน้าที่ซักผ้ากลายเป็นหน้าที่ของพลับพลึง แล้วหรือ ธาราสะบัดหน้าบอกว่าของแบบนี้ต้องช่วยกัน

สุทิศสาธยายว่า ตอนนี้เห็นพลับพลึงกวาดใบไม้ในสวน กวาดถูห้องพักแขก รดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน ซักผ้าอีก ธาราทำเสียงงอนว่าทีเมื่อก่อนไม่เห็นมีใครสังเกตอย่างนี้เลย สุทิศบอกว่านั่นมันเมื่อก่อน ใครเขาจะสังเกต ธารายิ่งงอน ถามว่างานบ้านนี่มันเบาหรือ สุทิศเลยเสนอจะบอกให้วิศรุตหาคนอื่นมาแทน เผลอๆให้พลับพลึงเป็นหัวหน้าแม่บ้าน ส่วนธาราก็นั่งๆนอนๆไปดีไหม จะได้พักผ่อน

“เรื่องอะไร ฉันไม่ยอมให้ใครมายึดพื้นที่บ้านนี้ไปจากฉันหรอก” ธาราทำปากยื่นหน้าง้ำใส่ สุทิศเลย

สรุปว่างั้นก็ทำไป อย่าบ่น หน้าที่ใครหน้าที่มันโอเคไหม แล้วออกไปทำงานเลย

วิศรุตกับสโรชากลับมาพอดี วิศรุตกำชับว่าไม่ต้องไปเล่าให้ใครฟังเรื่องที่ตนไปทำอะไรที่วัด

“อ๋อ...ก็ได้ค่ะ พลับพลึงรู้ว่าบางทีคนเราก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัว” วิศรุตสะดุดหูถามว่าเธอใช้คำว่าอะไรนะ พอสโรชาบอกว่า พื้นที่ส่วนตัว ถามว่าทำไมหรือ เขาถามว่าไปเอาคำนี้มาจากไหน “เอ่อ...ก็...จำมาจากหนังสือนิยายค่ะ ฉันไปทำงานบ้านนะ ขอบคุณนะคะที่พาไปเที่ยว” แล้วผละไปอย่างร่าเริง วิศรุตมองตามไปอย่างรู้สึกสบายใจกับท่าทางรื่นเริงสดใสนั้น

พอเข้าครัว ธาราถามทันทีว่าไปไหนมา ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าคุณวิศรุตใช้ให้ไปซื้อชะอมที่ตลาด พอสโรชาเล่าให้ฟังก็ถูกดุว่าจะไปไหนทำไมไม่บอกกล่าวก่อน สโรชาบอกว่าคุณวิศรุตชวนกะทันหัน ธาราถามอีกว่าแล้วคุณวิศรุตไปทำอะไรที่วัด สโรชาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้บอกว่า “ไปทำนามั้ง” เห็นธาราทำท่าจะวีนก็ทำเสียงอ่อนว่า ไปวัดก็ไปไหว้พระสิ

สโรชาเห็นธาราอารมณ์เสียก็เอาใจบอกว่าเดี๋ยวจะหั่นชะอมชุบไข่ทอดกินกับแกงเผ็ดของธารา ถูกธาราดุว่าชะอมใครเขาจะหั่นต้องเด็ดเอา ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าเด็ดไม่เป็น สโรชากลัวเสียฟอร์มบอกว่าเป็น แล้วเก้ๆกังๆ ไม่แน่ใจว่าจะเด็ดท่าไหนดี พอธาราทำชะอมทอดไข่เสร็จ บอกสโรชาว่าเดี๋ยวรอให้เย็นแล้วค่อยหั่น คราวนี้หั่นจริงๆไม่ใช่เด็ด

“ค่ะ... เชฟธารานี่เป็นครูสอนชีวิตฉันจริงๆเลย” สโรชาเอาใจยื่นหน้าไปหอมแก้มฟอดหนึ่ง ทำเอาธาราขนลุกซู่

ooooooo

ที่สถาบันสอนภาษา ม.ร.ว.ประสงค์สม กอดตำราเดินเข้ามาอย่างไม่มั่นใจนัก เจอวศิรุตเดินมาก็จะหลบเบี่ยงให้เขาแซงขึ้นไปก่อน แต่เขาไม่แซง เอ่ยเบาๆ

“เชิญครับ”

คุณหญิงประสงค์สมหันมอง พอสบตาก็ตื่นเต้น ประหม่า เขิน จนทำอะไรไม่ถูก วิศรุตจึงผายมือให้เข้าไปก่อน

เมื่อไปซื้อน้ำหวานก็ถูกคู่รักที่เดินหยอกกันมาชนจนน้ำหวานกระฉอกใส่เสื้อตัวเอง คุณหญิงตกใจที่เสื้อเปื้อน วิศรุตเข้ามาช่วยถือแก้วน้ำหวาน พลางส่งผ้าเช็ดหน้าให้เช็ดรอยเปื้อน

“แย่แล้ว...ผ้าเช็ดหน้าคุณเลอะหมดเลย” คุณหญิงอุทาน บอกว่า “แล้ว...ดิฉันจะซักมาคืนนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับผมยกให้...ผมจำได้ละ คุณมาเริ่มเรียนได้ไม่นานใช่ไหมครับ ผมวิศรุตครับ ผมไม่ได้มาบ่อยจะมาเฉพาะเวลาที่นี่เรียกตัว” คุณหญิงมองสมุดในมือเห็นเขียนหวัดๆ เป็นภาษาอังกฤษตัวย่อ W.M. วิศรุตบอกว่าชื่อกับนามสกุลของตน พอดีเห็นสายัณห์มาชะเง้อหาอยู่ วิศรุตบอกว่า

“ดูเหมือนจะมีคนมารอรับคุณ”

“ดิฉันประสงค์สมค่ะ เจอกันคราวหน้าดิฉันจะคืนผ้าคุณวิศรุตนะคะ”

คุณหญิงยิ้มเขินๆแล้วเดินไปขึ้นรถที่สายัณห์เปิดประตูรอรับอยู่ วิศรุตมองตามไปจนถึงรถ...

“สายัณห์...อย่าเพิ่งกลับวังเลย” คุณหญิงสั่ง สายัณห์สะดุ้งถามว่า คุณหญิงจะไปไหนครับ...

คุณหญิงประสงค์สมให้ไปห้างตรงไปที่แผนกเครื่องเย็บปักถักร้อย เลือกซื้อของที่ต้องการ ระหว่างนั้นเห็นพิริยพงษ์ประคองวินิตาแต่งตัวเก๋เดินผ่านมาคุยโวโอ้อวดความร่ำรวยของตนว่าเลี้ยงเธอได้ทั้งชีวิตเลย คุณหญิงได้ยินแล้วถอนใจยาว

กลับถึงวังเทวาสถิตย์ พิริยพงษ์เดินคุยโทรศัพท์กับวินิตาอารมณ์ดีว่า

“ไว้ผมจะไปรับคุณมาเฝ้าท่านย่า...โธ่...จะกลัวอะไร มีผมอยู่ข้างๆ ท่านไม่ดุหรอก ท่านรักผมอย่างกับอะไร...งั้นคืนนี้กู๊ดไนท์ครับ ฝันถึงผมด้วยนะไนท์คิสครับ”

คุยกับวินิตาแล้ว พิริยพงษ์ไปหาคุณหญิงประสงค์สมที่ห้อง คุณหญิงรีบเก็บผ้าเช็ดหน้าที่ขึงสะดึงมุมผ้าปักอักษาตัว W. เก็บผ้าใส่กล่องมิดชิด พิริยพงษ์เข้ามาบอกว่า น้องทำตัวไม่ทันสมัยเอาเสียเลย ดูสิ ยังมานั่งปักสะดึงเป็นคนแก่อยู่ พิริยพงษ์บอกว่าเงินของเรามีมากมายซื้อเอาก็ได้ คุณหญิงบอกว่าเงินเหล่านั้นเป็นของท่านย่า

“แต่เมื่อไรที่ท่านสิ้น ทั้งหมดก็ต้องเป็นของเรา” คุณหญิงติงว่าเราควรจะใช้จ่ายอย่างประหยัดเพราะอนาคตมีอะไรไม่แน่นอน พิริยพงษ์ยุว่า เมื่อคิดถึงอนาคตเราก็ต้องดึงเงินอนาคตมาใช้เสียในปัจจุบัน ยุว่า

“หญิงต้องหัดคิดแบบพี่ มองโลกให้กว้างแบบพี่ อย่ามัวแต่พอใจสิ่งที่เป็นอยู่ วันนี้พี่ชายเห็นนะคะ ว่าน้องหญิงซื้อของอยู่ในห้าง” คุณหญิงถามว่าพี่ชายเห็นตนหรือ “พี่ไม่ได้เห็นเองหรอก วินิตาเขาชี้ให้ดู”

แต่ที่วินิตาชี้ให้ดูนั้นคือ ให้ดูว่าผู้หญิงคนนั้นสวยดีแต่แต่งตัวประหลาดอย่างกับหลุดมาจากวังวิกตอเรีย แต่พิริยพงษ์ไม่ทันได้เข้าไปทักทาย วินิตาก็ดึงเดินไปทางอื่นเสียก่อน

พิริยพงษ์ยังหว่านล้อมคุณหญิงว่าอยากได้คู่ครองดีเราก็ต้องทำตัวมีรสนิยม หว่านล้อมจนคุณหญิงบอกว่าอย่าแนะนำเรื่องไร้สาระกับหญิงเลย หญิงไม่ชอบ บ่นว่าง่วง พิริยพงษ์รู้ว่าถูกไล่ทางอ้อมจึงออกไป ก่อนออกจากห้องยังหันบอกว่า

“เชื่อพี่ชายเถอะ ไว้พี่จะแนะนำผู้ชายฐานะดีๆให้เราจะได้มีอนาคตดีด้วยกัน”

พอพิริยพงษ์ออกไปแล้ว คุณหญิงเอากล่องมาหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ปักอักษรตัว W. อย่างงดงามออกมาดู

ooooooo

ประพันธ์ยังป้อขายขนมจีบให้สโรชาไม่หยุดหย่อน เอาของตัวอย่างที่ขายมาให้ชิ้นแล้วชิ้นเล่า คืนนี้ก็เอาไฟฉายมาให้สองกระบอก กระบอกเล็กกับกระบอกใหญ่

สโรชาบอกว่าเคยให้แล้ว ประพันธ์ก็ยัดเยียดให้บอกว่านี่ของใหม่ไม่ต้องใช้ถ่านแค่เสียบขาไว้กับปลั๊กพอจะใช้ก็หยิบออกมา บอกว่าอันใหญ่เอาไว้ใช้เป็นอาวุธ

ประพันธ์กรุ้มกริ่มอยู่นาน โดยหารู้ไม่ว่าวิศรุตยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่ง

คืนนี้ฝนตกหนัก ฟ้าผ่าเปรี้ยงจนสโรชาที่นอนหลับตกใจร้องกรี๊ด วิศรุตเดินปิดหน้าต่างอยู่ได้ยินเสียงรีบมาเคาะประตูถามว่าเป็นอะไรไหม สโรชาถือไฟฉายกระบอกใหญ่ส่องใต้คางเดินมาเปิดประตู วิศรุตตกใจ ถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า

เมื่อสโรชาบอกว่าตนตกใจเฉยๆ เขาบอกว่าฝนตกไฟด้านนี้ดับ ตนจะนอนหน้าห้องเป็นเพื่อนเอาไหม สโรชาปลื้มแต่บอกว่าตนนอนได้ เธอให้กระบอกไฟฉายเขาไปใช้ วิศรุตเลือกเอากระบอกเล็ก

“ขอบใจ เข้าไปนอนเถอะ ฉันจะอยู่แถวนี้” เขายืนมองน้ำจากระเบียงทางเดิน คิดถึงวันแรกที่เจอสโรชาในกอพลับพลึงกับเธอในวันนี้แล้วยิ้มๆ เดินกลับไปทางห้องนอน

ความสดใสร่าเริงน่ารักของสโรชา นับวันก็ทำให้เขายิ้มได้มากขึ้นทุกวัน...

นับวันสโรชาก็สนุกและเพลิดเพลินกับชีวิตในโฮมสเตย์มากขึ้นจนอดที่จะโทรศัพท์คุยกับน้ำมนต์ไม่ได้ แต่ก็เล่าพอให้น้ำมนต์อยากรู้แล้วอุบไว้ ปล่อย
ให้เพื่อนอยากรู้อยู่อย่างนั้น วันนี้โทรศัพท์ไปคุยขณะกวาดพื้นอีกว่า

“สนุกดีว่ะ ตอนนี้ฉันเรียนรู้อะไรเยอะมาก...มากจริงๆ”

แต่พอน้ำมนต์ถามว่าเรื่องวิศรุตที่เล่าค้างไว้น่ะเมื่อไหร่จะเล่าต่อ สโรชาก็บอกว่า เอาไว้วันหลังเถอะ วันนี้งานเยอะ พูดแล้ววางสายเลย น้ำมนต์บ่นหน้ามุ่ย

“รายงานตัว...ยั่วให้อยากรู้ล่ะสิไม่ว่า ไอ้ลิลลี่สาวใช้ไฮโซเอ๊ย...”

ooooooo

คุณหญิงประสงค์สมปักผ้าเช็ดหน้าเสร็จ วันนี้นำไปมอบให้วิศรุตบอกว่า

“หญิงมีของมาคืน ผืนนั้นซักไม่ออกค่ะ หญิงเลยคืนเป็นผืนใหม่”

“ดีเกินของเก่านะครับ มีลายปักด้วย ดับเบิ้ลยู...นี่คุณปักเองรึเปล่าครับ” คุณหญิงพยักหน้าก้มเขิน “ผมไม่คิดว่าจะมีใครทำอะไรอย่างนี้ให้ผมเลย...ขอบคุณมากนะครับ”

ขณะนั้นเอง สายัณห์เดินมาบอกว่า

“คุณหญิงครับ...วันนี้คุณชายยืมรถไปนะครับ ผมเลยต้องเอารถวังคันเก่ามา” แล้วรับกระเป๋าจากคุณหญิงไปอย่างนอบน้อม

“คุณหญิง...? วัง?!!” วิศรุตพึมพำ และระหว่างเดินไปส่งคุณหญิงที่รถนั่นเอง วิศรุตรู้เพิ่มจากการคุยกัน เอ่ยอย่างทึ่งว่า “หม่อมราชวงศ์หญิงประสงค์สม ไกวัล ผมไม่เคยได้ยินราชสกุลนี้มาก่อน”

คุณหญิงหันมองวิศรุตด้วยความรู้สึกดีใจที่มีเรื่องคุยกับชายที่ตนพึงใจ เล่าว่า

“เราเป็นสกุลเล็กๆค่ะ มีสายสกุลไม่กี่คน ท่านพ่อท่านแม่สิ้นหมดแล้ว ก็ได้รับพระกรุณาให้มาอยู่ในความดูแลของเสด็จย่า ซึ่งเป็นพระญาติห่างๆในวังเทวาสถิตย์”

“วังอะไรนะครับ” วิศรุตสะดุดหู พอคุณหญิงบอกว่าวังเทวาสถิตย์ เขาพึมพำ “วังเทวาสถิตย์!!”

“ตกใจอะไรคะ หรือคุณวิศรุตรู้จักใครในวังนี้คะ” วิศรุตรีบบอกว่าไม่รู้จักครับ “ก็น่าจะไม่รู้จักหรอกค่ะ วังของเรา เก่าและไม่ค่อยได้เปิดสมาคมกับใคร เก่า...เหมือนรถคันนี้แหละค่ะ”

“ถึงจะเก่า ก็ได้อยู่ในวังไม่ได้ถูกทอดทิ้งครับ ขอบคุณสำหรับผ้าผืนใหม่นะครับ”

“ขอบคุณเช่นกันค่ะ ลานะคะ”

วิศรุตยืนมองสายัณห์เปิดประตูรถให้คุณหญิงประสงค์สมขึ้นนั่ง จนรถแล่นออกไป...

เมื่อขึ้นรถ สายัณห์เล่าว่า “คุณชายพิริยพงษ์เอากุญแจรถไปน่ะครับ กว่าผมจะรู้ก็ได้เวลาต้องมารับคุณหญิงแล้ว เลยต้องเอาคันนี้มา บุโรทั่งเต็มที”

“แล้วรถพี่ชายไปไหน”

“คงไปเฉี่ยวชนกระมังครับ แล้วก็คงแอบเอาไปเข้าอู่ไม่ให้พระองค์หญิงทรงทราบ”

ม.ร.ว.ประสงค์สมพยักหน้ารับรู้ หันมองไปนอกหน้าต่าง เห็นฝนตกหนักขึ้นทุกที...

ฝ่ายวิศรุต ขับรถไปก็นึกถึงคำสนทนากับคุณหญิงประสงค์สมไป นึกถึงวังเทวาสถิตย์แล้ว เขาพึมพำ...

“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ควรจะรู้จักหรือเปล่า...” วิศรุตมองแหวนโบราณวาวงามที่นิ้วอย่างครุ่นคิด...

ooooooo

สายัณห์ขับรถมาได้ไม่ทันไร รถก็กระตุกจนต้องประคองเข้าจอดข้างทาง ข้างนอกฝนก็ตกหนักขึ้นทุกที

วิศรุตขับรถผ่านมาเห็นรถวังจอดเปิดไฟกะพริบอยู่ข้างทาง จึงชะลอรถถอยมาจอดใกล้คุณหญิง เมื่อรู้ว่ารถเสียและสายัณห์บอกว่าคงจะอีกนานกว่าจะแก้ไขได้ วิศรุตจึงอาสาอยู่เป็นเพื่อน คุณหญิงเกรงท่านย่าจะเป็นห่วงบอกสายัณห์ให้โทร.ทูลท่านด้วย

วิศรุตจึงอาสาจะไปส่งคุณหญิง แม้คุณหญิงจะบอกว่าเกรงใจ แต่เมื่อวิศรุตบอกว่ารออยู่อย่างนี้ค่ำแน่กว่าช่างจะมา กว่าจะซ่อมเสร็จน่าจะนาน เผลอๆอาจจะต้องลากไปอู่ แล้วคุณหญิงจะกลับอย่างไร

ในที่สุด วิศรุตขับรถไปส่ง โดยคุณหญิงต้องคอยบอกทางไปวังให้

ooooooo

พิริยพงศ์พาวินิตามากราบพระองค์หญิงที่วังเทวาสถิตย์ พระองค์หญิงถามว่าคนนี้หรือที่ชายเทียวไล้เทียวขื่อ ม.ร.ว.พิริยพงษ์ถามวินิตาว่าท่านย่าใช้คำโบราณเข้าใจไหม? วินิตาบอกว่าเข้าใจเพราะแม่มีเชื้อสายจีนแต่ไม่พูดจีนแล้ว

พระองค์หญิงถามว่าแล้วพ่อล่ะ วินิตาบอกว่าคุณพ่อเป็นทหาร พิริยพงษ์รีบบอกว่าเป็นนายพล

“งั้นรึ ท่านไหนล่ะ” พระองค์หญิงถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู แต่พอวินิตาบอกว่าคุณพ่อตนคือ พลโทวินิต ราชโยธิน พระองค์หญิงอุทาน “ราชโยธิน!”

แล้วเมินพระพักตร์ไปทางอื่นทันที เมื่อสาวใช้คลานเข่าเข้ามา พระองค์หญิงถามว่า “จะจัดของว่างใช่ไหม ไปห้องโน้นเถอะชาย พาเพื่อนไปสิ”

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 3 วันที่ 29 พ.ย. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ