อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 4 วันที่ 1 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 4 วันที่ 1 ธ.ค. 58

คุณหญิงประสงค์สมเล่าว่าตนเป็นหลานย่าแต่ไม่ใช่หลานแท้ๆ แต่พอเล่าว่าท่านย่ามีแต่พระธิดา... ก็ถูกพระองค์หญิงตัดบทว่าเรื่องในครอบครัว...ช่างเถอะ ท่านเหลือบมองวิศรุตอย่างพินิจพิจารณาเงียบๆ ในขณะที่วิศรุตเหลือบมองนิ้วของตนที่มีรอยแหวนเพิ่งถอดออก...

พระองค์หญิงมองวิศรุตอย่างพอใจในหน้าตาท่าทางต่างจากที่มองวินิตาก่อนหน้านี้ ท่านชวนให้ชิมขนมจ่ามกุฎ ถามว่า ใครเป็นต้นสกุลของเขา ทำไมจึงใช้นามสกุล มรุพงษ์ วิศรุตบอกว่าตนตั้งเองเห็นว่าฟังเพราะดี ความหมายดี ยิ่งฟังวิศรุตพูดพระองค์หญิงก็ยิ่งนึกเอ็นดู ถามว่ามีครอบครัวหรือยัง วิศรุตบอกว่าตนตัวคนเดียว

“ตัวคนเดียว แต่ทำงานหลายอย่าง ทั้งโฮมสเตย์ ทั้งสอนภาษา แล้วยังทำเกษตร คงจะรวยในไม่ช้านะ”



“กระหม่อมไม่คิดอยากรวย อยากมีความสุขมากกว่ากระหม่อม” ท่านถามว่าแล้วตอนนี้มีความสุขหรือยัง

“มีแล้วกระหม่อม แต่ก็ยังอยากมีมากกว่านี้” วิศรุตเว้นระยะครู่หนึ่งจึงถาม “พระองค์หญิงล่ะกระหม่อมทรงมีวังใหญ่โต มีพระนัดดาน่ารัก ขอประทานพระอนุญาตถามว่า ทรงมีความสุขดีหรือเปล่ากระหม่อม”

พระองค์หญิงนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงเอ่ย “ฉันขอยืมคำตอบของคุณได้ไหม คุณวิศรุต” วิศรุตหัวเราะ พระองค์หญิงยิ้ม

คุณหญิงประสงค์สมมองท่านย่ากับวิศรุตสลับไปมาอย่างมีความสุข

เมื่อวิศรุตลากลับ พระองค์หญิงบอกว่า “แล้วมาใหม่นะ” วิศรุตขอบพระทัยที่ทรงเมตตา ขณะเดินออกมา คุณหญิงประสงค์สมเอ่ยเบาๆว่าเขาเป็นคนแรกที่ท่านย่าพูดประโยค “แล้วมาใหม่นะ” ด้วย

พระองค์หญิงไม่เพียงพูดว่า “แล้วมาใหม่นะ” หากแต่ยังยืนมองอยู่ในห้องโถงด้วยสายตาเอ็นดูชายหนุ่มที่มาใหม่วันนี้

ooooooo

ที่บ้านพลโทวินิต ราชโยธิน วินิตากลับมาเล่าให้คุณหญิงจริยาผู้เป็นแม่ฟังว่า ท่านย่าของคุณชายไม่โปรดตนแน่ๆ จริยาบอกว่าเขาไม่มีท่าจะชอบคนบ้านเราหรอก แต่พ่อของลูกสิเห่อเจ้า เห่อตระกูลนี้นัก

แก้วกิริยาน้องสาวของวินิตามาบอกพี่สาวว่าปล่อยให้คุณพ่อรับแขกอยู่ได้ ให้ไปช่วยรับแขกได้แล้ว คุณหญิงจริยาจึงบุ้ยใบ้ให้วินิตาไปรับแขก

ม.ร.ว.พิริยพงษ์กำลังปรึกษาพลโทวินิตเรื่องจะเชิญไปที่วังสักครั้ง พลโทวินิตโบกมือบอกว่าใครๆก็รู้ว่าท่านไม่รับแขก ตนเคยพยายามมานานแล้ว ก่อนที่วินิตาจะรู้จักคุณชายเสียอีก พิริยพงษ์ถามว่าจะไปพบท่านย่าด้วยเรื่องอะไรหรือ

“ผมอยากได้ที่ดินผืนหนึ่งของพระองค์หญิง ส่งคนไปเจรจากี่รอบก็ไม่ทรงให้เข้าพบ...บางทีอาจจะเป็นการดีที่วินิตาจะช่วยพ่อ” บอกวินิตาว่า “ถ้าลูกทำให้พระองค์หญิงทรงยอมขายที่ดินผืนนั้นให้พ่อ พ่อจะขอบใจมาก”

เมื่อวินิตาเดินไปส่งพิริยพงษ์ที่รถ แก้วกิริยาถามคุณหญิงว่าของกำนัลที่คุณชายเอามาให้เป็นอะไรหรือถึงทำให้คุณหญิงแม่ยิ้มออก จริยาไม่ให้ดู เมื่อจริยาอยู่กับพลโทวินิตตามลำพังจึงถามว่าทำไมถึงอยากได้ที่ดินนี้นักจะเอาไปทำอะไร พลโทวินิตบอกว่า “คุณไม่ต้องรู้หรอก”

“แต่ฉันรู้ ฉันไม่ยอมให้คุณเสียเงินเพียงเพราะอยากจะเอาใจอดีตว่าที่แม่ยายคุณหรอก จำไม่ได้เหรอว่า เขาไล่เราอย่างกับหมูกับหมา ไม่ให้เฉียดใกล้วังเขาอีก”

“ผมไม่ได้อยากจะเข้าวัง ผมแค่อยากจะซื้อที่ดินอีกผืนหนึ่งของพระองค์หญิง” จริยาสวนทันทีว่าตนจะเก็บเงินของเราไว้ให้ลูก “ลูกทุกคนก็มีเงินส่วนที่เขาควรได้รับแล้ว แต่ส่วนนี้ผมขอ...ผมขอสิทธิ์ให้กับคนที่ไม่เคยได้รับ”

เมื่อพลโทวินิตเดินไปแล้ว จริยาค้อนลมค้อนแล้งพึมพำอย่างขัดใจ

“คนที่ไม่เคยได้รับ...ฮึ! มันไม่ควรได้รับหรอก เพราะมันสาบสูญไปแล้ว!!”

ooooooo

หลังจากวันนั้น พระองค์หญิงสังเกตคุณหญิงประสงค์สมชมว่า พักนี้หน้าตาสดชื่นกว่าเมื่อก่อน ได้ออกนอกวังบ้างดีกว่านั่งทำการฝีมือยู่แต่ในวังใช่ไหม

“ค่ะท่านย่า ไปเรียนก็ได้ความรู้ด้วย” แต่พอท่านย่าถามว่าเจอวิศรุตอีกไหม คุณหญิงก็อึ้งไปอย่างอึดอัดใจไม่นึกว่าท่านย่าจะถามถึงคนนอกวัง
ครู่เดียว คุณหญิงรวบรวมความกล้าโทร.ถึงวิศรุต เขาอยู่ที่โฮมสเตย์เดินมาก้มหยิบหนังสือพิมพ์ที่สโรชาแอบมองปราดแล้วเพิ่งวาง พลางรับสาย

“สวัสดีครับคุณหญิง...บ่ายนี้ น่าจะว่างครับ... ที่ไหนนะครับ...วังเทวาสถิตย์?”

สโรชาหูผึ่ง จำได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้ พอนึกออกก็พึมพำ “วังเทวาสถิตย์...ที่ป๊าบอกนี่!!” ดังนั้นเมื่อมีโอกาสจึงเลียบเคียงถามว่า วังเทวาสถิตย์เป็นอย่างไร มีเจ้าหญิงเจ้าชายอะไรไหม วิศรุตฟังแล้วรู้ทันทีว่าเธอแอบฟังการคุยโทรศัพท์เมื่อกี้ตอบแบบขอไปทีว่า “วังก็คือวังนั่นแหละ ใหญ่โตโอ่อ่า ใหญ่กว่าบ้าน”

เมื่อถามแล้วยังไม่รู้ในสิ่งที่อยากรู้เลยถามตรงๆว่า เขาจีบคุณหญิงสมประสงค์อยู่หรือเปล่า อ้อมแอ้มว่าบังเอิญได้ยิน

“เขาชื่อคุณหญิงประสงค์สม ไม่ใช่สมประสงค์ และฉันก็ไม่ได้จีบ บังเอิญว่าผู้ใหญ่ในวังนั่นอยากพบฉัน ฉันก็ต้องเข้าไปพบ เท่านั้นเอง”

“โฮ้โห...ชาววังเรียกพบ” สโรชาทำตาโต วิศรุตไม่สนใจลุกขึ้นสั่งเฝ้าบ้านให้ดี สโรชาทำเสียงเห่าโฮ้งๆ เขาถามว่าเห่าทำไมเป็นหมาหรือ สโรชาทำตาโตบอกว่าก็เห็นสั่งให้เฝ้าบ้านดีๆ วิศรุตเห็นความทะเล้นของสโรชาก็เขกหัวเบาๆ กำชับให้เฝ้าบ้านดีๆแล้วออกไป

พอวิศรุตออกไป สโรชาก็หายทะเล้นกลายเป็นนั่งเครียด คิดถึงที่ป๊าพูดถึงวังเทวาสถิตย์ว่าเจ้าของ

ไม่ยอมขาย มีคนพยายามไปตื๊อหลายรายแต่ก็เข้าไม่ถึง เขาเป็นเจ้าอยู่วังเทวาสถิตย์ แล้วก็ยิ้มดีใจเมื่อจับต้นชนปลายได้ว่า ที่แท้ก็วังที่คนเข้ายากนี่เอง

แต่พอโทร.ไปหา พิสิฐไม่พูดด้วย บอกว่าถ้ามีอะไรจะพูดกับพ่อก็ให้เข้ามาเจอกัน

ooooooo

เมื่อน้ำมนต์มารับสโรชาไปพบพิสิฐที่ร้านอาหารหรู แทนที่พิสิฐคุยธุระกลับชวนกินโน่นกินนี่ ถ่วงเวลาเพราะอยากอยู่กับลูกนานๆ กินอิ่มแล้วจึงบอกให้คุยธุระกัน

พอสโรชาบอกว่าวิศรุตเข้าออกวังได้สะดวกมาก พิสิฐหูผึ่งให้เรียกเขามาคุยเดี๋ยวนี้เลย สโรชาเลยต้องรีบกลับแต่พอออกมานึกได้ว่าต้องซื้อกับข้าวเข้าบ้าน เลยสั่งจากร้านไปมากมาย

พระองค์หญิงคุยกับวิศรุตอย่างเพลิดเพลิน คุยทั้งชีวิตส่วนตัวและเป้าหมายชีวิต ยิ่งคุยก็ยิ่งชอบ จนเมื่อพิริยพงษ์พาวินิตามา วิศรุตจึงลากลับ พระองค์หญิงบอกว่าว่างเมื่อไหร่ก็มาคุยอีก วังเทวาสถิตย์ยินดีต้อนรับเสมอ แล้วให้คุณหญิงไปส่ง ระหว่างนั้นเดินสวนกับพิริยพงษ์ คุณชายมองวิศรุตอย่างไม่ถูกชะตา

วิศรุตยังไม่ทันออกจากวังเทวาสถิตย์ก็รับได้รับโทรศัพท์จากพิสิฐเชิญพบด่วน

เมื่อคุณชายพิริยพงษ์พาวินิตาเข้าพบท่านย่า เขาถามท่านย่าว่าผู้ชายเมื่อกี้เป็นลูกเต้าเหล่าใครไม่เคย

เห็นหน้า พระองค์หญิงบอกว่าเป็นครูสอนภาษของหญิงประสงค์สม พิริยพงษ์ถามทันทีว่าเขามาจีบน้องหญิงหรือ ไปเรียนไม่กี่ครั้งพ่วงครูหนุ่มเข้าวังเสียแล้ว ท่านย่าติงว่า “อย่าคิดอกุศลกับน้อง ผู้ชายคนนี้เขาไม่ได้คิดอะไรกับหญิงประสงค์สมหรอก ย่ารู้”

พิริยพงษ์เห็นท่านย่าอารมณ์ดี ชงวินิตาว่าอยากทูลอะไรท่านย่านะ แต่พอวินิตาบอกว่าคุณพ่ออยากจะซื้อที่ดินผืนหนึ่งของพระองค์หญิงเท่านั้น ท่านก็สีหน้าเย็นชาจนวินิตาหน้าเสีย แล้วคุยเรื่องอื่นอย่างไม่ต้องการพูดเรื่องนี้ ครู่เดียวท่านก็ลุกเดินไปอย่างไปประสงค์จะร่วมสนทนาด้วย

ooooooo

สโรชาซื้ออาหารจากร้านกลับไปมากมาย ล้วนแต่เป็นอาหารดีๆ วิศรุตมองอาหารถามว่าอาหารดีๆ ทั้งนั้นซื้อหรือทำเอง สโรชากับธาราตอบมั่วกันไปมาว่า ซื้อ...ทำเอง สุดท้ายก็โมเมว่าก็ปนๆกันไปนั่นแหละ

วิศรุตบอกว่าจะซื้อหรือใครทำตนก็กินได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าค่ากับข้าวไม่พอก็ให้บอก

พอกินอิ่มเก็บของเข้าครัว ธาราถามสโรชาว่าตกลงซื้อจากที่ไหน สโรชาตอบมั่วไปอีกว่าซื้อจากตลาด แต่ตลาดไหนไม่รู้เพราะนั่งรถหลงเลยซื้อมา

ฝ่าวิศรุตครุ่นคิดสงสัยว่าทำไมพิสิฐถึงรู้ว่าตนเข้าออกวังเทวาสถิตย์ได้ เอะใจว่าอาจรู้จากสโรชา เห็นไปนั่งเอาเท้าแกว่งน้ำเล่นที่ศาลาก็ไปถามว่าเอาเรื่องที่ตนเข้าวังเทวาสถิตย์ไปเล่าให้ใครแถวนี้ฟังหรือเปล่า สโรชาทำไก๋ถามว่าคนแถวนี้? ไม่มี ถามว่าทำไมหรือ วิศรุตเลยสงสัยว่าจะเป็นคนในวัง แล้วเล่าเรื่องพิสิฐให้ช่วยเจรจาซื้อที่ดินจะให้ค่านายหน้าอย่างงามให้ฟัง

เล่าแล้วบ่นว่าตนไม่ได้อยากเข้าวังเลย และตนจะทำอะไรต่อเมื่ออยากทำเท่านั้น

เมื่อกลับถึงห้องพัก วิศรุตหยิบแหวนมาเปิดดูรูปคุณหญิงกิรติโสภณ ดูแล้วถามตัวเองอย่างสับสนว่า

“วังเทวาสถิตย์...เราจะเข้าไปในฐานะอะไร?”

ooooooo

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 4 วันที่ 1 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ