อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนอวสาน[4] วันที่ 12 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนอวสาน[4] วันที่ 12 พ.ย. 58

“ไหนๆ คุณจินนี่มาแล้ว แกก็ลองปรึกษาเรื่องที่ยายก้อยขู่ซีวะ เผื่อจะเนรมิตทางออกให้เราได้”
“เรื่องอะไรกันคะ”
“หญิงก้อยแอบถ่ายรูปที่นายอัศนีย์ลวนลามสาลินแล้วเอาไปถวายเด็จป้าน่ะครับ” คุณชายรองหยิบรูปส่งให้จิตริณี จิตริณีดูรูปแล้วอ้าปากค้าง
ศาลาท่าน้ำบ้านสวน สาลินนั่งหน้าเศร้า ด้วยความน้อยใจที่คุณชายรองไม่ติดต่อมา อุ่นเรือนกับศรีจิตราเข้ามาบนศาลา “ไง ยายสา หมู่นี้ไม่เห็นพูดถึงคุณชายรองเลย”
“เขาหายหน้าไปตั้งหลายวันแล้ว”
“ก็เรามัวแต่เล่นองค์ทรงเครื่องอยู่น่ะซี”

“ฮึ.....พี่ศรี พี่ศรีก็แต่งงานไปนะ สาจะอยู่เป็นโสด แล้วก็แต่งนิยายขาย”
“เรื่องสาวทึนทึกใช่ไหมจ๊ะ”



สาลินค้อนแม่ ศรีจิตราสบตาอุ่นเรือน “ถ้าสาไม่แต่ง แล้วพี่จะแต่งได้ยังไง”
“พี่ศรีเป็นพี่ ก็ต้องแต่งก่อน ก็ถูกแล้วนี่คะ”
“ไม่ได้ลูก งานนี้ต้องถือตามฝ่ายชาย ทางวุฒิเวสม์มีกฎประจำตระกูล น้องชายจะมาแต่งก่อนพี่ไม่ได้”
“มีด้วยหรือคะกฎแบบนี้”
อุ่นเรือนแอบขยิบตากับศรีจิตรา ศรีจิตรากลั้นยิ้ม“มีซิลูก ยายสา ถ้าหนูไม่แต่ง ก็จะทำให้พี่ศรีอดแต่งไปด้วย”
“แหม นี่ไม่ใช่ “Taming of the Shrew” “ปราบพยศนางตัวร้าย” ของเชคสเปียร์นะคะ”
“สาก็ร้ายพอๆ กับนางเอกเรื่องนั้นนั่นแหละ”
สาลินค้อนขวับ ทิฐิลดลง สายตาละห้อยเต็มที อุ่นเรือนอ่อนใจกอดลูกไว้

ร้านเกศมณี คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงนั่งวางท่าอยู่หน้ากระจก มวยมณีกำลังสานตะกร้อบนหัว ช่างอีกคนพาจิตริณีมานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเลิกคิ้วแล้วยิ้มพราย จิตริณียิ้มตอบ “สวัสดีค่ะ คุณหญิง”
“อ้อ คิดว่าใคร”
“อุ๊ย....รู้จักกันหรือคะ ดีจัง คุณหญิงจะได้มีเพื่อนคุย” สองหญิงยิ้มให้กัน แต่ดวงตาเหมือนจะฆ่ากันได้
“เธอมาร้านแบบนี้เหมือนกันหรือ”
“ถึงดิฉันไม่ใช่เจ็ทเซ็ท แต่ก็ไม่ใช่ยาจกนี่คะ”
“ตาย....นี่เธอมีปมความรวย ความจนอะไรนี่ด้วยเหรอ”
“คนที่มีปมเรื่องความรวย ความจน เจ้าชายกับยาจกนี่ น่าจะเป็นคุณหญิงมากกว่านะคะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตาวาวหันขวับไป ช่างผงะถอย “นี่เธอประกาศตัวเป็นพวกแม่นั่นซีน่ะ”
“คุณหญิงประกาศตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับดิฉัน มาตั้งแต่แรกต่างหากค่ะ”
“ก็ใช่ซี เพราะเธอน่ะเครซี่อัศนีย์ออกหน้าออกตาขนาดนั้น”
“แหม....ดิฉันแค่เป็นเพื่อนสนิทของอาร์นี่เท่านั้นเอง”
“งั้นหรือ สนิทกันแค่ไหนล่ะ”
“แค่เป็นที่ปรึกษาให้ทุกเรื่องเท่านั้นเองค่ะ”
“เช่นเรื่องอะไรบ้างล่ะ”
จิตริณียิ้มเหี้ยมเกรียม “ก็อย่างเรื่องที่....เขามาปรึกษาดิฉันว่า ถ้าเขาอยากคืนดีกับคุณหญิงจะทำยังไงดี”คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเบิกตากว้าง “ดิฉันก็เลยแนะว่าแค่ให้ดอกไม้ที่แพงที่สุด พร้อมด้วยสร้อยเพชรหรือสร้อยไข่มุก”
“อะไรนะ”
จิตริณียิ้มดวงตาเหี้ยมโหด ลุกขึ้นโน้มตัวมาพูดใกล้หู “อาร์นี่ก็เลยให้คุณติ่งจัดการเรื่องดอกไม้”
“นังติ่ง”
“ให้จิตติน เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาจัดการเรื่องสร้อยเพชร”
“นายจิตติน นังเลื่อม นังฉัตร”
“ส่วนอาร์นี่ ก็เป็นคนเขียนการ์ดด้วยลายมือของตัวเอง”
“ทำไม อัศนีย์ทำอย่างงั้นทำไม”
“เขาหลอกใช้ไอเดียของดิฉัน เพื่อหลอกใช้คุณหญิงให้เป็นเครื่องมือดึงคุณชายรองไปจากสาลิน เพื่อที่เขาจะได้ครอบครองสาลินไงคะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงนั่งนิ่งขึง ดวงตาเจิดจ้าขึ้นทุกที จิตริณียืนดูผล มวยมณีมองอยู่ห่างๆ ทันใดนั้นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงก็ผุดลุกขึ้นชนชั้นรถเข็นวางโรล กิ๊บ ประดามีล้มกระจาย คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงคว้ากระเป๋าเดินออกไป
มวยมณีถลาตาม ฉีดสเปรย์ใส่ตะกร้อไปติดๆ “สเปรย์ก่อนค่ะ คุณหญิงขา”
จิตริณีสาสมใจแต่ก็อ่อนใจด้วยทรุดนั่งลง

ไนท์คลับซ่อมเสร็จใหม่ๆ จิตตินและวิรงรองนั่งอยู่ที่สตูลเคาน์เตอร์บาร์ คนงานเดินกันไปมา
“งานเปิดตัวครั้งที่ 2 นี่ ฉันจะลงโปรโมทให้อาร์นี่เต็มที่ หวังว่าไฟคงไม่ไหม้ซ้ำสองนะ”
จิตตินมองไป “เฮ่ย ไฟประลัยกัลป์มาแล้ว”
วิรงรอง จิตตินมองดู คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเดินฉับๆ มา ผมตะกร้อแข็งครึ่งหัว อีกครึ่งหลุดมา1 ปอย วิรงรองอุทาน “อุ้ย....หญิงมาได้ยังไง”
“มาดูหน้าเพื่อนทรยศอย่างเธอ 2 คนไง”
“เฮ้ย / ว้าย อะไรหญิง”
“เธอ 2 คนกล้าดียังไงถึงทำตัวเป็นมือเป็นเท้าให้อัศนีย์มาปั่นหัวฉันเล่น”
“หญิงพูดเรื่องอะไร”
“ก็เรื่องดอกคัทลียากับสร้อยข้อมือ มุกล้อมเพชรนั่นไง” วิรงรอง จิตตินมองหน้ากันอย่างเสือลำบาก “ไม่ต้องมาปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นด้วย”
“โธ่ หญิง พวกเราก็แค่อยากให้หญิงคืนดีกับคุณชายรองเท่านั้นเอง”
“ฉันไม่ต้องการความหวังดี พวกเธออย่ามาแส่เรื่องฉัน” วิรงรองมีอาการเกือบทนไม่ได้ จิตตินอึ้ง “แล้วนี่อัศนีย์ไปซุกหัวอยู่ที่ไหน”

ห้องพยาบาลไนต์คลับ อัศนีย์นอนคว่ำหน้าบนเตียงคนไข้ มือนุ่มนวลกำลังนวดกลางหลังให้ อัศนีย์หน้าซุกหมอนร้องคราง “โอ๊ย”
โสภาพรรณกำลังนวดให้ “ทนเจ็บนิดนะคะ เกือบครบคอร์สแล้วค่ะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง เปิดประตูผัวะเข้ามา จิตติน วิรงรองตามมาด้านหลัง “ทำอะไรกันน่ะ”
“คุณอัศนีย์นวดกายภาพบำบัดอยู่ค่ะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเชิดใส่ “ให้คุณครูแสนหวานนี่ออกไป”
โสภาพรรณอึ้ง “คุณอัศนีย์คะ”
“คุณโสภากลับไปก่อนนะครับ”
“สุดแท้แต่คุณอัศนีย์เถอะค่ะ ขอตัวนะคะ คุณหญิง” โสภาพรรณเดินเรียบร้อยออกไป
“คุณหญิงมีอะไรให้ผมรับใช้”
“มีซิ นี่ไง” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตบอัศนีย์ฉาด อัศนีย์หน้าสะบัด วิรงรอง จิตตินร้อง “นี่สำหรับดอกไม้กับมุกล้อมเพชรนั่น” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตบช้ำอีก อัศนีย์หน้าสะบัดไปอีกทาง“แล้วก็นี่สำหรับนามบัตรจอมปลอม”
“คุณหญิงนี่จะมากเกินไปแล้วนะ”
“มันน้อยเกินไปต่างหาก ฉันอยากฆ่าเธอให้ตายคามือด้วยซ้ำ”
“อย่าลืม ว่าผมก็มีมือเหมือนกัน”
“กล้าเหรอ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง ก้าวไปเงื้อมือ อัศนีย์ปัดไปแล้วตบสวนด้วยหลังมือ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตัวหมุนคว้าง 2 ตลบจึงล้มซบกับพื้น ชุดแผ่งดงาม วิรงรองกับจิตตินมองอย่างทึ่งมากกว่าตกใจ อัศนีย์ตามติด กระชากขึ้นมา ประคองไว้ในวงแขน “ปล่อยนะ”
อัศนีย์ตวาดวิรงรอง จิตติน “ออกไป”
วิรงรองวิ่งแน่บออกไป จิตตินโคลงหัวเดินตาม กดล็อกประตู อัศนีย์มองคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง “เธอจะทำอะไร”
“เดี๋ยวก็รู้คุณหญิง” อัศนีย์ก้มจูบบดขยี้ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเบิกตากว้าง

วิรงรอง จิตตินเข้ามาในห้องทำงานอัศนีย์ “ต๊าย ตบกันอย่างกะลิซกับเบอร์ตัน” จิตตินเข้ามารูดม่าน กระจกด้านเดียวเห็นอัศนีย์กำลังกอดจูบคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงแล้วประคองไปที่เตียง ล้มลงนอนกอดก่าย วิรงรองอ้าปากค้าง “ว้าย จิตติน ปิดม่าน”
“ปิดทำไม อยากดู”
“เมคเลิฟกันแล้ว ว้าย จิตติน แกทำอะไรน่ะ”
จิตตินหยิบกล้อง รัวถ่ายรูปทันที “ไว้เป็นที่ระลึก ผัวเก่าเมียเก่า คืนดีกันแล้ว”
วังรัชนีกุล คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงนั่งระทวย แต่งชุดอยู่บ้านแม็กซี่แต่ปักพลอยเทียม เข้ากับสลิปเปอร์ฝังพลอยเทียม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ลำพังที่เทอเรสหลังของวัง หม่อมวาณีเข้ามา หน้าตาตกใจ “หญิงก้อย”
“คะ แม่”
“ไปเตรียมตัวไป คุณชายรองมาหา”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงประหลาดใจเล็กน้อย “ไม่ต้องเตรียมตัวหรอกค่ะ”
“ชุดนี้เหรอลูก”
“หญิงจะออกไปพบเขาเดี๋ยวนี้”

ห้องนั่งเล่นวังรัชนิกุล คุณชายรองนั่งอยู่ที่โซฟากับศศิรัชนี รื่น โรยนั่งกับพื้น หม่อมวาณีเดินนำคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมา คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยิ้มหยัน “มาทำไมคะคุณรอง อ้อ.....หรือว่ามาแจกการ์ดแต่งงานให้หญิงไปร่วมยินดี”
“เปล่า ผมมาเรื่องสาลินและคำขู่ของคุณ”
หม่อมวาณี ศศิรัชนีมองหน้ากันอย่างสงสัย คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยิ้มหยัน “หม่อมแม่ พี่หญิงคะ ขอเวลาส่วนตัวให้เราสักครู่” หม่อมวาณี ศศิรัชนีแยกไปแต่ไปหลบอยู่มุมนอกห้อง ไม่ห่างนักแอบฟังอย่างไม่เกรงใจแล้ว “ไงคะ คงตระหนกกันทั้งวังซีนะ ไม่ใช่แค่คำขู่นะคะ หญิงทำจริง ในอีกวันสองวันนี่ ทั้งข่าวและรูปอื้อฉาวของนังว่าที่สะใภ้แห่งวังวุฒิเวสม์ ทอดกายให้เศรษฐีหนุ่มราวกับนังหญิงแพศยา จะกระฉ่อนไปทั้งเมือง”
หม่อมวาณีมองหน้าศศิรัชนี หม่อมวาณีตกใจมาก
“หญิง หญิงก็รู้ว่ามันไม่ได้มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น”
“แต่หญิงมีภาพที่คนทั้งโลกจะเชื่อ”
“อย่าทำร้ายสาลินเลยหญิง ผมขอร้อง”
“งั้นก็คุกเข่าลงแทบเท้าหญิง แล้ววิงวอนซีคะ บางทีหญิงอาจจะใจอ่อนก็ได้”
คุณชายรองมองดูคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเหมือนสิ่งไร้ค่าที่สุดในโลก “ถ้าหญิงต้องการอย่างงั้นก็ได้”
“งั้นทำซีคะ”
คุณชายรองคุกเข่าลงช้าๆ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมองอย่างสาสมใจ คุณชายรองเงยหน้ามองคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง “แต่หญิงควรรู้ไว้ว่าผมไม่ได้คุกเข่าให้หญิง แต่ผมคุกเข่าให้กับคนที่ผมรักมากกว่าชีวิต มากกว่าทุกสิ่งในโลก มากกว่าที่เคยรักหญิงอย่างไม่มีทางเปรียบกันได้”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงผงะ หม่อมวาณี ศศิรัชนี พรวดออกมา หม่อมวาณีดึงคุณชายรองขึ้น น้ำตารื้น “ลุกขึ้นค่ะคุณชาย ลูกหญิง หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงปาดหม่อมวาณีเซไป “หลีกไปค่ะ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงก้าวไปหาคุณชายรอง “งั้นพรุ่งนี้มะรืนนี้ ก็จงดูข่าวนังคนที่คุณรักยิ่งกว่าชีวิตเป็นข่าวหน้าหนึ่ง แล้วก็อย่าลืมปลุกคนทั้งวังมาเป็นพยานด้วย โดยเฉพาะเด็จป้าจะได้ พระเนตรสว่างเสียที”
“เด็จป้าพระเนตรสว่างมานานแล้ว ถึงได้ทรงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ได้หญิงมาเป็นสะใภ้ไง”
“งั้นก็เตรียมรับความอับอายไปทั้งวุฒิเวสม์เถอะ อดีตว่าที่ท่านทูต”
ศศิรัชนีก้าวมาขวาง “หุบปากของเธอเดี๋ยวนี้นะหญิง”
“กล้าดียังไง” หม่อมวาณีหันมาทางคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง “คุณชายคะ คุณชายไม่มีสิทธิ์ลงคุกเข่าต่อหน้าแม่นี่”
“หม่อมแม่”
“คุณชายสูงส่งเกินไป ที่คุกเข่าต่อหน้านังหญิงแพศยาคนนี้”
“หม่อมแม่พูดอะไรคะ”
“ฉันว่าแก หญิงแพศยาตัวจริงมันคือแก ไป๊ ไปให้พ้นหน้าฉัน ไป๊” หม่อมวาณีกรีดร้อง ชี้นิ้วตวาดไล่ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงผงะ แล้วสะบัดเดินเชิดหน้าขึ้นบันไดไป หม่อมวาณีทรุดลงร้องไห้โฮ ศศิรัชนีร้องไห้ตาม กอดแม่ไว้ “คุณชายขา น้าขอโทษสำหรับสิ่งที่มันทำ น้าขอโทษ”
“ไม่เป็นไรครับ หม่อม”
“หญิงกลาง นี่แม่ แม่เลี้ยงลูกให้เป็นปีศาจร้ายงั้นหรือ” หม่อมวาณีน้ำตาไหลพราก ศศิรัชนีจับมือแม่ปลอบโยนและมองคุณชายรองอย่างขอโทษ

ร้านอาหารหรู วิรงรอง จิตติน เลื่อมประภัส ฉัตรอาชากำลังดูรูปถ่ายของสาลินและอัศนีย์ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยืนอยู่ตรงหน้าทั้งหมด วิรงรองตกใจ “อะไรนะ เธอจะให้ฉันเอารูปพวกนี้ขึ้นหน้าหนึ่งงั้นเหรอ”
จิตตินไม่เห็นด้วย “ไม่เหมาะละมังคุณหญิง รูปพวกนี้มันเสื่อมเสียทั้งไอ้อัศ ทั้งคุณสาลิน แล้วความจริงสองคนนี่ก็ไม่ได้มีอะไรกัน”
วิรงรองเตือนสติ “หญิงคิดดูให้ดี เรื่องที่เธอให้ฉันทำมันผิดมากนะ ชีวิตผู้หญิงคนนึงจะถูกทำลายคุณรองกับอาร์นี่จะเสียชื่อเสียง เสด็จก็จะเสื่อมพระเกียรติ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตาวาว ตวาดกลับ “แล้วเธอมาเดือดร้อนอะไรด้วย”
เลื่อมประภัสหวาดหวั่น “เดือดร้อนซีคะ ดีไม่ดีพวกเราลงพิมพ์ ลงโฆษณา ติดคุกหัวโต “
“ไม่ก็ถูกฟ้องตูดบานนะครับ”
วิรงรองปราม “หญิงขา เลิกราวี เลิกแก้แค้นส่วนตัวเสียทีเถอะค่ะ รู้จักปล่อยวางบ้าง”
“ไม่ต้องมาสอนฉัน พวกเธอเป็นหนี้ฉันกันทุกคน ความแส่หวังดีของอัศนีย์กับพวกเธอทำให้คุณรองกับฉันต้องขาดจากกัน ทำให้นังสาลินกลายเป็นนางคู่บัลลังก์ เพราะฉะนั้นพวกเธอต้องช่วยฉันทำให้มันตกบังลังก์ให้ได้”
จิตตินเครียด “ลงข่าวจริงๆ ทั้งเสด็จ ทั้งพ่อไอ้อัศ รุมฟ้องเราแน่ ๆ”
ฉัตรอาชาผวา “หมดตูดกันคราวนี้ล่ะครับ”
วิรงรองเซ็งจิต รู้ว่าเหตุผลของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงฟังไม่ขึ้น “ตั้งแต่เราคบกันมานี่ มีแต่ฉันทำโน่นทำนี่ให้เธอ หญิงไม่คิดบ้างหรือว่าเธอก็เป็นหนี้ฉันเหมือนกัน”
“หนี้เธอ เอาอะไรมาพูด เธอนั่นแหละเป็นหนี้ฉันอยู่ทุกวันทุกเวลา เพราะว่าฉันต้องลดตัวไปคบกับคนอย่างพวกเธอ เธอถึงมาลอยหน้าอยู่ในวงสังคมชั้นสูงได้”
วิรงรองเลิกคิ้ว จิตติน เลื่อมประภัส ฉัตรสุดามองหน้ากันอดสูในความเป็นไพร่ วิรงรองประชด “อ้อ ที่ฉันมีชีวิตอยู่มาได้นี่ เป็นเพราะพระกรุณาของพริ้นเซสนี่เอง”
“ใช่ จงจดจำไว้ แล้วตอบแทนบุญคุณฉันมา แล้วถ้าเธอไม่ทำ ฉันมีเรื่องลี้ลับของเธอที่พร้อมจะแฉในหนังสือพิมพ์คู่แข่ง”
“เรื่องอะไรไม่ทราบ”
“ก็เรื่องที่เธอร่ำรวยอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะขายข่าวคาวๆ แต่เพราะเธอยอมเป็นเมียน้อยให้เจ้าพ่อคนดังน่ะซี”
จิตตินตกใจ “ฉิบหาย”
เลื่อมประภัสอุทาน “ตายห่ะ”
ฉัตรอาชาอึ้ง “ตูดชาเลย”
“เธอขู่ฉันเหรอหญิง”
“ฉันทำจริง รู้ไว้ ใครทำให้ฉันอับอาย มันต้องอับอายขายหน้ากว่าหลายเท่า”
“นี่คือพระเสาวณีย์ซีนะ ก็ได้ พรุ่งนี้เธอได้เห็นข่าวแน่”
“ดี ให้มันชูคออยู่ไม่ได้ตลอดไป”
“ใช่ ให้มันชูคออยู่ไม่ได้ตลอดไป” วิรงรองทวนคำปากแย้มยิ้มดวงตากระด้าง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงคว้ากระเป๋าเดินไป
เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาถลามา “อย่าทำเลยค่ะคุณติ่ง คุณจะยอมเป็นเครื่องมือแก้แค้นของคุณหญิงทำไม”
จิตตินเตือน “มันผิดจรรยาบรรณ ผิดกฎหมายด้วยนะเธอ”
วิรงรองยักไหล่ไม่แยแส “ฉันมีภาพข่าว ฉันก็ต้องลง ข่าวนี้ต้องลือลั่นที่สุดในบรรดาข่าวที่ฉันทำมา นี่แหละคือจรรยาบรรณของฉัน”
เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาหมดหวัง “เปิดตูด เผ่นกันเถอะ”
วิรงรองสีหน้าเคียดแค้น

วันรุ่งขึ้น ห้องโถงตำหนักเล็ก คุณชายรอง คุณชายเล็ก คุณชายโต หม่อมอำพัน จรวย นมย้อยนั่งอยู่พร้อมหน้าที่โถง แม่น้อมนั่งข้างนมย้อย บีบนวดให้ มองหน้ากันใจเต้นไม่เป็นส่ำ คุณชายรองหน้าเครียด แต่ไม่แสดงความรู้สึก คุณชายโตจับมือคุณชายรองให้กำลังใจ เจียมวิ่งเข้ามาพร้อมหนังสือพิมพ์
คุณชายเล็กลุกพรวด “มีข่าวรึเปล่าเจียม”
“มีค่ะ ลงหน้าหนึ่งจริงๆ ด้วยค่ะ” เจียมส่งหนังสือพิมพ์ให้ คุณชายเล็กรับมาดู หน้าตาตื่น
“เอามาให้แม่ดูเดี๋ยวนี้” คุณชายเล็กส่งให้หม่อมอำพัน
ทุกคนชะโงกดู นมย้อยสะดุ้งเฮือก “ว้ายตายแล้ว”
ห้องทรงพระสำราญ เสด็จเลิกพระขนงแล้วส่งหนังสือพิมพ์ให้คุณสร้อยและคุณสอางค์ คุณสอางค์ตาเบิกกว้างล้มพับไป คุณสร้อยตาเหลือกประคองไว้ หนังสือหล่น มาลา วรรณา ชะโงกดูแล้วสบตากันร้องวี๊ด

ชานเรือนบ้านสวน คุณตาคุณยาย เอาศีรษะเบียดกันดูหนังสือพิมพ์ตาโตเท่าไข่ห่าน “ว้าย ตายแล้ว”
อุ่นรือน ศรีจิตราขยับมาดู อุ่นเรือนร้องอุทาน ศรีจิตราเมินหน้าหนี
สาลินหันมา ยายพิณกางมือขวาง “มีข่าวอะไรคะ ให้สาดูบ้าง”
“ยายสา อย่าดูเลยลูก” อุ่นเรือนเสียงสั่น สาลินไม่ยอมก้าวเข้าไปดึงมาดู ยายพิณ ตาผลดูด้วย
สาลินร้องวี๊ด ยายพิณตบอก “อกอีแป้นแล่นลึกเข้าตึกแขก” เจ้าแกะยื่นหน้ามาด้วย ตาผลผลักหัวทิ่มไป

ห้องโถงวังรัชนีกุล ท่านจันทร์เงยพักตร์จากหนังสือพิมพ์ หม่อมวาณียกมือปิดปาก ศศิรัชนีร้องอุทาน หันมามองคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงที่เดินมาร่วมโต๊ะ
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยิ้มเยาะ ชุดราตรีวูบวับกรายมือมา “ขอหญิงดูบ้างซีคะ” ท่านจันทร์ทรงส่งให้ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงรับมาดูปากยิ้มพราย แล้วชะงักกรีดร้อง รื่น โรยอุดหู คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงผุดลุก “ทำไม ทำไมมันเป็นแบบนี้”
“เธอไม่เคยได้ยินหรือ ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว”
“ท่านพ่อ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงปาหนังสือพิมพ์กระจาย ท่วงท่าคล้ายวิกลจริต เศษหนังสือปลิวไปตกลงที่หน้ารื่น โรย สองนางเอามาดู ร้องอุทานลั่น ภาพคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงแหงนเงย อกเปลือย อัศนีย์เอาหน้าแนบคลอเคลีย เห็นหน้าชัดเจน แต่มีคาดดำตาของทั้งคู่ไว้ พาดหัวข่าวเขียนว่า “ภาพลับเฉพาะ สาวสังคมนามกระเดื่องร่วมรักผัวเก่า”
“นังติ่ง นังทรยศ”
หม่อมวาณีก้าวมา “หยุดทีหญิงก้อย เลิกเป็นนังแพศยาเสียที”
“หม่อมแม่ อย่ามาว่าหญิงนะคะ”
“ทำไมฉันจะว่าไม่ได้ เพราะฉันไม่ว่านี่แหละ เธอถึงได้ชั่วช้าขนาดนี้”
“หม่อมแม่ไม่มีสิทธิ์ว่าหญิง หญิงเป็นลูกหม่อมเจ้า หญิงคือหม่อมราชวงศ์หญิง แต่หม่อมแม่นั่นแหละเป็นลูกไพร่”
ท่านจันทร์ทรงร้องอุทาน ศศิรัชนีคว้าแขนท่านพ่อไว้ หม่อมวาณีหน้าเขียวคล้ำเส้นเลือดปูดโปนด้วยโทสะ เงื้อมือสูงแล้วตวัดลงเต็มเหนี่ยวลงบนหน้าคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเอียงล้มลงกับพื้นไม่ได้มีท่วงท่าอะไรแล้ว รื่น โรย ร้องกรี๊ดตาม ขยับหลบไปกอดกัน คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงกุมแก้ม ร่างสั่นเทิ้ม ช็อกมองหม่อมวาณีอย่างไม่เชื่อสายตา หม่อมวาณียืนตัวสั่น
ท่านจันทร์ทรงก้าวมายืนเคียง “เธอไม่ใช่เจ้า เทพีเพ็ญแสง หม่อมราชวงศ์ที่กำกับหน้าชื่อเธออยู่ ไม่ได้ช่วยกล่อมเกลานิสัยสันดานของเธอให้พ้นจากความเป็นไพร่ เป็นนังเพศยา เธอมันคือความอับอายของรัชนีกุลต่างหาก”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงคงนั่งกับพื้น ผมหลุดลุ่ย ดวงตาเบิกกว้าง หน้าเผือดข้าง อีกข้างแดงเป็นปื้นจากการโดนตบ
ท่านจันทร์และศศิรัชนีประคองหม่อมวาณีออกไป รื่น โรยรีบเก็บหนังสือพิมพ์ตาม คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยังนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น แล้วกรีดร้องโหยหวน

ห้องคุณชายโต จรวยและคุณชายโตสวดมนต์เคียงกัน ทั้งคู่ลืมตาขึ้นพร้อมกัน หันมาสบตากัน ยิ้ม ๆสุขใจ ตาตุ้มนอนอยู่อย่างเป็นสุข “ฉันภูมิใจในตัวเธอนะจรวย”
“ขอบคุณค่ะคุณชาย”
ประตูเปิดผางออก หม่อมอำพันก้าวเข้ามาหน้าตาตื่น แม่น้อม เจียมมองจากนอกห้อง “ทำอะไรกัน”
“สวดมนต์อยู่ครับหม่อม”
“หา สวดมนต์เหรอ” เสียงหม่อมอำพันเหมือนไม่เชื่อน้ำยา “สวดกับนังจรวยน่ะเหรอ”
“มีอะไรครับหม่อม เสียไพ่เหรอครับ”
“ใครบอก แม่เริ่มได้กินบ้างแล้ว สวดต่อเลยลูก แม่สวดด้วย” หม่อมอำพันลงนั่งสวดมนต์ร่วมด้วย เจียม แม่น้อมหัวเราะกันคิก ๆ

ร้านอาหารหรู วิรงรองยืนโพส มีหนังสือพิมพ์วางอยู่บนโต๊ะ จิตติน เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาปรบมือให้
จิตตินชวน “เชียร์กันหน่อย” ทั้งสี่ชนแก้ว “งานนี้ต้องขอบคุณไอ้อัศกับจิตริณีด้วย”
เลื่อมประภัสอยากรู้ “คุณจิตริณี ทำไมเหรอคะ”
“ยายจิตริณีเป็นคนไปขอร้องไอ้อัศ ให้มันอนุญาตลงรูปโจ๋งครึ่มนี่ได้น่ะซี” เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาถึงบางอ้อ
วิรงรองเอ่ย “คาดตาดำอยู่แล้ว ไม่เสียหายอะไรหรอกน่า”
เลื่อมประภัสเข้าใจ “แสดงว่าทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน รุมเล่นงานนังหญิงก้อย”
ฉัตรอาชาเสริม “เพื่อไม่ให้หล่อนทระนงตัวไงครับ คิดว่าตัวเองสูงส่งแค่ไหน ก็ทำเรื่อง “ไพร่ ๆ” ได้ต่ำช้าเท่านั้น” ทั้งหมดหัวเราะกัน
วิรงรองสั่ง “จิตติน ทำลายรูปกับฟิล์มที่ถ่ายคุณสาให้หมด”
“ได้ครับ”
วิรงรองเดินไปที่ประตูออกสู่สระน้ำ แสงส่องเข้ามาทำให้ วิรงรองดูเป็นนางพญา จิตตินหยิบกล้องขึ้นถ่ายทันที

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนอวสาน[4] วันที่ 12 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ