อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 4 วันที่ 2 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 4 วันที่ 2 ธ.ค. 58

วันนี้ที่โฮมสเตย์มีแขกฝรั่งมาพักสองคน สโรชาเห็นวิศรุตเดินมาก็รีบเข้าไปเชิญนั่งบอกว่าจะเอาอาหารเช้ามาเสิร์ฟตรงนี้ เขาพยักหน้าแล้วเข้าไปทักฝรั่งทั้งสอง

ธาราเดินมาปรารภกับสโรชาว่าถ้าแขกรุ่นนี้ไปแล้ว ตารางจองก็ว่างหมด บ่นๆว่า

“แปลกจัง เราก็บริการสุดชีวิต คุณวิศรุตก็ดูแลแขกดี๊ดี พาไปทัวร์โน่นนี่นั่น ที่บ้านก็มีทั้งครัวไทยสาธิต มีสวนผัก มีแม่น้ำลำคลอง กลางคืนก็ได้ออกมาชมหิ่งห้อย ชมบรรยากาศ ออกจะเยี่ยมยอดอย่างนี้ ยังไม่มากันอีก”



“มันเป็นเรื่องปกติน่ะ ตอนนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น คนน้อย เราก็เหนื่อยน้อย” วิศรุตเดินมาคุยด้วย

“คุณไม่อยากให้คนมาพักมากๆใช่ไหมล่ะคะ คุณแค่ทำเพราะอยากทำ ไม่ได้ทำจริงจังอะไร ไม่ได้อยากพัฒนากิจการให้รุ่งเรืองร่ำรวย” สโรชาฉอดๆ
ธาราปรามว่ามาวิจารณ์เจ้านายอย่างนี้ไม่ได้นะ ไล่เข้าครัวไปเลย ไปเตรียมผลไม้มาให้แขก ผลักสโรชาไปแล้วบ่นงึมงำกับวิศรุต “แม่คนนี้นะคะ ยิ่งอยู่นานยิ่งพูดมาก”

“ที่เขาพูดก็อาจจะถูกมั้ง” วิศรุตมองหน้าธาราที่จ้องตนเอ๋อๆ แล้วเดินไปทางอื่น ธาราเลยเดินตามสโรชาไป

วิศรุตไปล้างเรือ สโรชาเอาน้ำไปเสิร์ฟแล้วเสนอวิศรุตว่าเมื่อไม่มีแขกเข้าพักเขาก็น่าจะเป็นนายหน้าขายที่จะรวยกว่าเหนื่อยน้อยกว่า วิศรุตบอกว่าตนปฏิเสธไปแล้ว

“ตายละ ทิ้งเงินซะเฉยๆ” สโรชาทำเสียงสูง เห็นวิศรุตนิ่งก็ทำเป็นรู้ดีว่า “อ๋อ...กลัวเข้าไปจีบสาวชาววังแบบไม่เท่งั้นเหรอ กลัวเขาหาว่าไปหวังผลประโยชน์งั้นเหรอ กลัวว่า...”

“ฉันไม่อยากได้ผลประโยชน์อะไรจากคนในวังนั้น!” วิศรุตตะคอกจนสโรชางง แต่เมื่อเขาไปที่เรือนผัก สโรชาก็ตามไปตอแยอีก รวบรวมความกล้าขอโทษ ถ้าตนพูดอะไรไม่เข้าท่า ตนไม่ได้ตั้งใจจะว่าเขา “ยังจะตามมาอีก เธอมีปัญหาอะไรกับการที่ฉันจะเป็นนายหน้าขายที่ดินหรือไม่เป็น” วิศรุตเสียงดัง

สโรชาเสียงอ่อยถามว่าเขาเคยทำงานนายหน้าขายที่ดินมาก่อนไม่ใช่หรือ วิศรุตบอกว่าตนแค่พาคนไปเที่ยว เขาเจอที่ดินถูกใจตนก็แนะนำให้คนซื้อกับคนขายรู้จักกันเท่านั้น ย้ำชัดๆว่า

“เธอก็เห็นว่างานหลักฉันคือโฮมสเตย์ ปลูกผัก แล้วก็สอนพิเศษ แค่นี้ก็แทบหาเวลาว่างไม่ได้แล้ว”

สโรชายังพยายามหว่านล้อมให้เขาเจรจาซื้อที่ดินจากเจ้านายในวังเทวาสถิตย์ เขาอาจมีรายได้มากขึ้น

จนมีเวลาทำงานที่เขารักได้สบายใจไม่ต้องเครียดกับปัญหากำไรขาดทุนของโฮมสเตย์ก็ได้ พูดจนวิศรุตตัดบทว่าตนไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องกำไรขาดทุน ก็แซะอีกว่าแล้วเขามีปัญหาอะไรกับวังนั้นหรือ?

“พลับพลึง!! เธอนี่ยอกย้อน ไม่เหมือนพลับพลึงคนที่ฉันเจอวันแรกเลย”

“คุณก็...เอ่อ...ดูหงุดหงิด อารมณ์เสียกับเรื่องนี้ เหมือนไม่ใช่คุณวิศรุตใจดีที่ฉันรู้จัก”

“ก็เพราะเธอ เธอมาตอแยกับฉันในเรื่องไม่เป็นเรื่องนี่ไง” วิศรุตจ้องดุๆ สโรชานึกได้ว่าควรเป็นฝ่ายอ่อนให้เจ้านาย ยักไหล่เท่ๆ ขอโทษที่มาตอแยในเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วถอยไป วิศรุตสะดุดตาท่ายักไหล่นั้น รู้สึกแปลกๆ กับสาวร้อยเอ็ดคนนี้

“ใครว่าเรื่องไม่เป็นเรื่องล่ะลิลลี่ นี่แหละเรื่องใหญ่เชียวล่ะ โปรเจกต์แรกในชีวิตแกเชียวนะ” สโรชาเดินบ่นงึมงำ พอดีสวนกับริชาร์ดและจอห์นนี่ที่กำลังจะเข้าไปในเรือนผัก ในมือถือจดหมายแอร์เมล ริชาร์ดถามว่าบ่นอะไรหรือพลับพลึง เธอตอบอย่างไม่สนใจว่าเปล่า สองทโมนเลยถือจดหมายเดินเข้าไปในเรือนผัก

เป็นจดหมายจากแนนซี่นั่นเอง เขียนมาเล่าว่ากลับจากทิเบตหลายวันแล้ว ทีแรกว่าจะมาที่เมืองไทย แต่เปลี่ยนใจอยากเที่ยวต่อ เตือนมาในจดหมายว่า “ระหว่างนี้เธออย่ามัวเพลินกับการใช้ชีวิต จนลืมเป้าหมายของชีวิตนะวิศรุต”

“ผมยังไม่พร้อม...ยังไม่พร้อมจริงๆ” วิศรุตถอนใจพึมพำ พับจดหมายอย่างครุ่นคิด

วิศรุตคิดถึงอดีตเมื่อครั้งยังอยู่เมืองนอก...เวลานั้นเขาอายุเพียง 5-6 ขวบ นอนอยู่กับแม่แล้วต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเพ้อของแม่...หม่อมเจ้ากิรติโสภณ

“ท่านแม่ ท่านแม่อย่าโกรธลูกนะคะ ท่านพ่อขา... ท่านพ่อเฆี่ยนลูกก็ได้ ตีก็ได้ แต่อย่ามองลูกอย่างนั้น...”

เด็กชายวิศรุตลุกขึ้นดูเห็นแม่ร้องไห้ หายใจหอบจนตื่นเพราะหายใจไม่ออก ครู่หนึ่งแนนซี่เปิดประตูเข้ามาคว้าหน้ากากออกซิเจนครอบให้ เด็กชายวิศรุตถอยห่างออกมายืนเกาะที่ปลายเท้ามองแม่อย่างตระหนก

วิศรุตสะดุ้งจากภาพในอดีต ลุกเปิดลิ้นชักเอากล่องแหวนออกมาหยิบแหวนมาเปิดหัวแหวนดูรูปหม่อมเจ้ากิรติโสภณเหงาๆ

ส่วนที่วังเทวาสถิตย์ พระองค์หญิงถามคุณหญิงประสงค์สมว่าวิศรุตเป็นอย่างไรบ้าง คุณหญิงบอกว่า ไม่ค่อยได้เจอ แต่ถ้าท่านย่าทรงพอพระทัยที่จะสนทนากับเขาจะให้ตนโทร.ตามอีกไหม พระองค์หญิงส่ายพระพักตร์ รำพึงเบาๆ

“บางทีเขาอาจจะไม่ใช่คนที่เราอยากเจอก็ได้”

แล้วลุกไป คุณหญิงได้แต่มองตามอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

สโรชาในคราบพลับพลึงก็ยังพลั้งเผลอทั้งจากท่าทางและคำพูด ให้วิศรุตที่จับสังเกตอยู่ได้เห็นได้ยินหลายครั้ง

วันนี้ก็เช่นกัน ขณะวิศรุตกำลังสอนฝรั่งเล่นหมากรุกไทยอยู่ ก็เผลอคุยว่า

“หมากรุกเนี่ย ป๊า...เอ๊ย...พ่อพลับพลึงเคยสอนว่า หมากรุกก็เหมือนเกมชีวิตคนแหละ บางทีก็ต้องรุก บางทีก็ต้องหลบ แต่ถ้ามีโอกาสแล้วไม่รุกก็โง่ เพราะอาจจะเท่ากับเปิดโอกาสให้คนอื่น...”

สโรชาหยุดชะงักเมื่อฝรั่งโขกหมากรุกปัง ร้อง “Check!” วิศรุตยิ้มกับฝรั่งแล้วหันดุสโรชาว่า

“พลับพลึง เธอทำให้ฉันเสียสมาธิ” เขาผายมือให้ฝรั่งอีกคนที่นั่งดูอยู่เข้าแทนที่ สโรชายิ้มแหยๆแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้เดินไปที่ครัว ช่วยล้างจานชาม บอกธาราให้ไปพักผ่อนเถอะเพราะเห็นทำเค้กมาตั้งแต่เช้ามืดแล้ว พอธาราไปสโรชาก็รีบเอามือถือขึ้นมาจะกดโทร. เห็นวิศรุตเดินมาก็รีบเก็บมือถือ เขามาถามหาธารา พอเธอบอกว่าไปพักผ่อน เขาสั่งว่า

“ฝากบอกด้วยว่าเดี๋ยวฉันจะพาฝรั่งนั่งเรือไปเที่ยววัด แล้วจะชวนกินอาหารข้างนอก ไม่ต้องเตรียมอะไรมื้อเย็น”

พอวิศรุตเดินกลับไป สโรชาก็ดี๊ด๊าโทร.หาน้ำมนต์ทันที ให้น้ำมนต์มารับพาไปพบป๊าที่ร้านอาหารในห้าง

หลังจากเล่าการหว่านล้อมให้วิศรุตเป็นนายหน้าซื้อที่ดินให้พิสิฐฟังแล้ว พิสิฐขอเวลาคิดแผนการก่อนเพราะคนอย่างวิศรุตนั้นเงินซื้อไม่ได้ สโรชากับน้ำมนต์จึงไปเดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกตในห้าง ระหว่างแยกกันดูของ น้ำมนต์เจอประพันธ์ที่มาเดินสำรวจสินค้าอยู่ ประพันธ์มองไม่วางตา น้ำมนต์ใจไม่ดีกลัวเป็นพวกโรคจิตรีบเดินไปเล่าให้สโรชาฟัง เธอจะไปเอาเรื่อง แต่พอเห็นเป็นประพันธ์ก็รีบหลบออกจากห้างแล้วพากันกลับเลย

พอกลับถึงโฮมสเตย์ เจอป้าหวานหิ้วปลามาแลกผัก ป้าหวานมองสโรชาในชุดสวยตาค้าง พึมพำ

“เอ๊ะ นังนี่ มันขยันออกไปหาลำไพ่ว่ะ”

ขนของที่ซื้อมาเข้าครัวแล้ว สโรชาจึงรู้ตัวว่ารีบหนีประพันธ์เสียจนลืมเปลี่ยนชุด แต่โชคดี เพราะตัวเองอยู่ในคราบของนังพลับพลึงสาวร้อยเอ็ด ถึงแต่งตัวดีอย่างไร ใครๆก็ดูเป็นของตลาดนัด เป็นของมือสอง ธารามาเห็นถึงกับตาโต พอสโรชาบอกว่าซื้อของมือสองราคาห้าสิบบาทเอง ธาราแถมให้เป็น 60 บาท ขอซื้อต่อแต่เสียดายคับไปหน่อย

ooooooo

ตกค่ำ สโรชาไปรดน้ำต้นไม้ เห็นหอยทากคลานกระดึ๊บ...กระดึ๊บ...ก็คุยกับมันอย่างอารมณ์ดี

“ป๊าอยากจะให้ฉันกลับบ้าน กลับตอนนี้ได้ไง เนอะ...ไม่กลับหรอก”

วิศรุตวิ่งออกกำลังกายมาได้ยินพอดีถามว่าที่บ้านมีปัญหาอะไรหรือทำไมถึงไม่อยากกลับ

สโรชาสะดุ้งถามว่าไปส่งแขกกลับมาแล้วหรือ วิศรุตทำเสียงฮื่อ ถามว่าเมื่อกี๊ได้ยินว่าไม่อยากกลับบ้าน และเธอเรียกพ่อว่าป๊าหรือ สโรชาบอกว่าป๊าอยากให้กลับแต่ถ้าตนอยากทำงานที่นี่ป๊าก็ไม่ว่าอะไรหรอก เขาถามว่าแล้วแม่ล่ะ?

“แม่เสียนานแล้วค่ะ”

วิศรุตบอกว่าเธอยังโชคดีที่มีพ่อ พอสโรชาถามว่าแล้วเขาล่ะ วิศรุตถอนใจเมินหน้าหนี เธอรีบขอโทษ เขาบอกว่า

“ไม่เป็นไร แม่ฉันเสียตั้งแต่ฉันยังเด็กๆเหมือนกัน อย่าถามถึงพ่อ ฉันไม่รู้จัก” สโรชาติงว่าน้ำเสียงเขาเหมือนไม่พอใจพ่อ “ไม่ใช่พอใจหรือไม่พอใจ ฉันบอกว่าไม่รู้จัก ก็แปลว่าไม่รู้จัก” พูดแล้วผละไปเลย สโรชาได้แต่มองไม่กล้าตาม

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 4 วันที่ 2 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ