อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนที่ 9 วันที่ 11 พ.ย. 58

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนที่ 9 วันที่ 11 พ.ย. 58

เมื่อศราภัทรหลับแล้ว ปิ่นมณีเรียกภัทรลดาออกไปคุยกันนอกห้อง

ปิ่นมณีเอ่ยหน้าเครียดว่า ถ้าพ่อออกจากราชการก็คงเหลือแต่บำนาญที่กินใช้กันในครอบครัวและบ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก จึงอยากให้เธอจริงจังกับหมวดยงยุทธเสียที ย้ำว่าที่แม่เคี่ยวเข็ญเรื่องนี้เพราะอยากให้เธอสบาย แม่กับพ่อก็จะได้หมดห่วง เห็นภัทรลดาหน้าเสีย ปิ่นมณีถามว่า “แค่นี้ทำให้พ่อแม่ไม่ได้รึไง”

“เราเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรไม่ใช่เหรอคะ แล้วภัทรเองก็ทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เห็นต้องพึ่งใครเลย” ภัทรลดาติง ปิ่นมณีพูดอย่างขัดใจว่าแม่อาบน้ำร้อนมาก่อน พูดอะไรก็ฟังกันบ้าง “แต่ภัทรยังไม่พร้อมนี่คะ”



“เรามันดื้อตาใส นึกว่าฉันไม่รู้รึไง ฉันอยากให้เราสบายเหมือนพี่สาวเรา เมื่ออวดดีนักก็ตามใจ ถึงเวลาลำบากขึ้นมาอย่ามาโอดครวญก็แล้วกัน” ปิ่นมณีลุกไปอย่างหงุดหงิด ภัทรลดาเครียดที่แม่เริ่มเร่งรัดตนในเรื่องนี้มากขึ้นทุกที

ooooooo

วันรุ่งขึ้นเมื่อภัทรลดาไปทำงาน เธอเคาะประตูห้องทำงานของไตรภพเข้าไปเห็นเขายืนหันหลังมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอถามด้วยน้ำเสียงร่าเริงแจ่มใสว่า

“มีอะไรจะให้รับใช้หรือคะบอส” ไตรภพหันกลับมามองหน้าเธอนิ่ง ภัทรลดาหน้าเจื่อนถามว่า “มีอะไรรึเปล่าคะ”

“เงินที่ผมให้คุณไปถอนเอามาซื้อแคชเชียร์เช็คอยู่ไหน”

เป็นคำถามที่เหมือนสายฟ้าฟาดลงมาตรงหน้า ภัทรลดาหน้าเสีย แต่ยังตั้งสติได้ปดว่าคนขายเขาโทร.มาเลื่อน ตนเลยยังไม่ได้ถอนออกมา เป็นคำตอบที่ทำให้ไตรภพยิ่งโมโห ถึงกับทุบโต๊ะปัง ตวาดลั่น

“โกหก!! น้าสาผิดสังเกตก็เลยโทร.ไปคุยกับคนขาย ถึงได้รู้ว่าคุณต่างหากที่เป็นคนโทร.ไปเลื่อนทั้งสองฝ่าย ผมก็เลยให้คุณประโยชน์เช็กกับทางธนาคาร ถึงได้รู้ว่าคุณถอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว เอาเงินน้าสาคืนมาเดี๋ยวนี้”

ภัทรลดาน้ำตาคลอเบ้า ทั้งเสียใจกับสิ่งที่ทำไปและรู้สึกผิดมากที่ทรยศต่อความไว้ใจตนของไตรภพ เอ่ยเสียงเครือ

“ขอเวลาฉันอาทิตย์นึงนะคะ แล้วฉันจะเอามาคืนให้คุณ”

ไตรภพโกรธและผิดหวังในตัวเธอมาก ถามว่า ยังมีหน้ามาขอเวลาอีกหรือ ตนจะจับเธอส่งตำรวจตอนนี้เลยก็ได้

ภัทรลดาบอกว่าตนไม่มีอะไรจะแก้ตัวทั้งนั้นแต่ขออย่าจับตนส่งตำรวจเลย ตนไม่ได้กลัวติดคุกแต่ตอนนี้พ่อไม่สบาย กลัวว่าท่านจะทรุดลงไปถ้ารู้เรื่องนี้ ไตรภพเย้ยว่าอย่าเอาพ่อมาอ้างถึงจะเจ็บป่วยแต่ก็ต้องรู้ความเลวของลูกตัวเอง

“คุณใจร้ายมาก คุณไตรภพ” ภัทรลดาน้ำตาเต็มตา จ้องเขาเขม็งเสียงสะท้านอย่างสะเทือนใจ

แต่นั่นไม่ได้ทำให้ไตรภพใจอ่อนเลย กลับถูกเขาตวาด รื้อฟื้นเรื่องที่พิมลภาทำกับน้าสาของตน ด่าว่าหิวเงินทั้งพี่ทั้งน้อง ภัทรลดาสวนไปว่าจะด่าก็ด่าตนคนเดียว อย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ไตรภพยังด่าตัวเองประชดเธอว่า

“ผมมันโง่เองที่รู้สึกดีๆกับคุณ แต่ต่อไปนี้ไม่มีอีกแล้ว ผมให้เวลาคุณสามวัน เอาเงินมาคืนผมทุกบาททุกสตางค์ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่โดนแค่จับส่งตำรวจ แต่ผมจะแฉความทุเรศของคุณให้สังคมได้รับรู้ ชนิดที่ ครอบครัวคุณจะไม่กล้าออกนอกบ้านอีกเลย” ไตรภพดุดันเหี้ยมเกรียม ในขณะที่ภัทรลดาอัดอั้นกลั้นน้ำตา และ ไม่เถียงแม้แต่คำเดียว

พอออกจากห้องไตรภพน้ำตาก็ไหลทะลัก เธอโทร.ไปหาพิมลภากลั้นสะอื้นบอกว่าตนจำเป็นต้องขอเงินคืนแล้ว

หลังจากนั้นมาลาตีก็พาภัทรลดาไปที่คอนโดของตน บ่นว่าไหนว่าหนึ่งอาทิตย์นี่แค่ไม่กี่วันก็ทวงแล้วพลางจะเปิดประตูแต่เปิดไม่ออก คาดว่าพิมลภาคงยังไม่มา จึงไขกุญแจเข้าไป ทั้งสองช็อกเมื่อเห็นพิมลภานอนหมดสติที่พื้นยาตกเกลื่อน

“พี่พิม! พี่พิม...อย่าเป็นอะไรนะคะพี่พิม” ภัทรลดาถลาเข้าไปหาพิมลภา ตกใจสุดขีด

ooooooo

มาลาตีประคองพิมลภาไปอาเจียนในห้องน้ำ ภัทรลดาคอยพี่สาวที่ห้องนอน พอออกมามาลาตีเดินพลางบ่นพลาง

“ค่อยๆเดินนะพิม แล้วทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ นี่ถ้าฉันมาไม่ทัน ป่านนี้เธอตายไปแล้วรู้ไหม”

พอมานั่งที่เตียง พิมลภาปั้นหน้าเศร้าขอโทษภัทรลดาที่ทำให้เธอเดือดร้อน ตำหนิตัวเองว่าทำตัวเองยังไม่พอยังทำร้ายมาลาตีกับน้องอีก ภัทรลดาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ พิมลภาร้องไห้เล่าว่า

“ก็เรื่องที่พี่รับปากว่าจะหาเงินห้าล้านมาคืนภัทรไงจ๊ะ คนที่ซื้อที่พี่เขาโทร.มาแคนเซิลแล้ว” พิมลภาดึงภัทรลดาเข้าไปกอดร้องไห้สะอึกสะอื้น “พี่ขอโทษนะภัทร...พี่ขอโทษ...”

ในขณะที่ภัทรลดาเครียดหนัก มาลาตีกลับบอกว่าเรื่องแค่นี้เองก็ถึงกับจะฆ่าตัวตายเลยหรือ พิมลภาโทษว่าตนทำให้น้องต้องเสียหาย น้องอุตส่าห์ไปยืมเงินคนอื่นมาแต่ตนผิดสัญญาหาเงินมาคืนให้ไม่ได้

“พี่น้องกัน แค่นี้ไม่เป็นไรหรอกน่าพิม” แล้วหันไปทางภัทรลดา “พี่เธอก็รู้สึกผิดจนถึงกับฆ่าตัวตายแล้วนะ เธอคงไม่คิดจะกดดันกันมากไปกว่านี้ใช่ไหม” ภัทรลดาจำต้องบอกพิมลภาว่าอย่าคิดมากตนหาทางออกได้ “ได้ยินแล้วใช่ไหมพิม เธออย่าคิดอะไรสั้นๆอีกนะ” มาลาตีรวบรัด พิมลภารีบจับมือภัทรลดาสัญญาว่าได้เงินมาเมื่อไรจะรีบเอามาคืนทันที

“ค่ะ...”

ภัทรลดาเสียงอ่อยอย่างไม่มีทางเลือก รับปากทั้งที่ยังมืดแปดด้าน จนไม่ได้สังเกตว่าพิมลภากับมาลาตีแอบมองกันอย่างสมใจกับแผนที่เตี๊ยมกันมาสำเร็จอย่างง่ายดายมาก

แต่พอภัทรลดากลับไป มาลาตีถามว่าภัทรลดาจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ บ่นเพื่อนว่าเธอนี่โหดจริงๆเลย แต่พิมลภากลับรู้สึกสบายใจ บอกว่าเมื่อภัทรลดารับปากแล้วก็ปล่อยเขาไปแก้ปัญหาแล้วกัน ตัดบทว่าจบนะแล้วเดินเข้าห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มาลาตีมองตามหลังพึมพำ

“เทียบกับยัยนี่ ฉันกลายเป็นนางฟ้าไปเลย”

ooooooo

ภัทรลดาเดินซึมๆเข้าบ้าน เห็นศราภัทรนั่งดูข้อมูลเกี่ยวกับกล้วยไม้จากไอแพด เธอตัดสินใจว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง ถามว่าพ่อว่างหรือเปล่า

ศราภัทรบอกว่าว่าง ตอนนี้กำลังหาความรู้เรื่องกล้วยไม้เพิ่มเติม ออกจากงานแล้วจะได้มีอะไรทำ ไม่ฟุ้งซ่านและมีรายได้เข้าบ้านด้วย ภัทรลดาจึงรู้ว่าวันนี้พ่อได้ฝากใบลาออกให้เพื่อนไปยื่นให้แล้ว เปรยๆ บ่นๆ ว่าดีเหมือนกันจะได้มีโอกาสอยู่บ้านมากหน่อย ไม่อย่างนั้นก็ทำแต่งานไม่ได้พักสักที

ปิ่นมณียกถาดยากับน้ำเข้ามาให้ พูดเหน็บว่าจะคอยดูว่าจะอยู่ติดบ้านได้สักกี่วัน เอายาให้ศราภัทรแล้วปิ่นมณีตอกย้ำกับภัทรลดาอีกว่า

“ตอนนี้รายได้หลักของพ่อกับแม่ก็อยู่ที่ดอกเบี้ยเงินฝากแล้วนะ ต่อไปจะทำอะไรก็ระวังตัวด้วย ไหนๆ ก็ไม่เชื่อฟังแม่แล้วก็อย่าหาเรื่องมาให้แม่ก็แล้วกัน”

เรื่องพ่อลาออกจากราชการและแม่ก็ตอกย้ำเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ทำให้ภัทรลดาไม่กล้าเล่าเรื่องเงินห้าล้านให้พ่อฟัง

ขณะภัทรลดาคิดเครียดเก็บกด ไตรภพก็โทร.มา เธอบอกตัวเองว่าจะทำให้ไตรภพรู้ว่าตนกำลังจนตรอกไม่ได้ พอเขาทวงถามเรื่องเงินว่าได้หรือยัง เธอบอกว่ากำลังพยายามหาอยู่ ถูกเขาดักคอว่า

“ไม่ใช่กำลังพยายามหนีอยู่ล่ะ บอกไว้ก่อนนะ ว่าคุณหนีผมไม่พ้นหรอก หรือถึงพ้นพ่อแม่คุณก็ต้องรับผิดชอบเงินจำนวนนี้แทน จำเอาไว้” ภัทรลดาเสียงแข็งว่าตนรู้ “ผมก็ต้องเตือนไว้ก่อน ขึ้นชื่อว่าโจรมันไว้ใจไม่ได้หรอก”

พอไตรภพวางสาย ภัทรลดาทิ้งตัวพิงพนักอย่างหมดแรง เจ็บใจที่ถูกไตรภพดูถูกและมืดแปดด้านเรื่องเงินห้าล้าน...

ooooooo

แต่ไตรภพก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอย่างที่พูดกับภัทรลดา เขาช่วยแก้สถานการณ์ โดยโทร.ไปคุยกับวิสาว่าเกิดการเข้าใจผิดกัน ตอนนี้เช็คอยู่ที่ตนเดี๋ยววันโอนจะไปจัดการให้

วิสาบอกว่าตนไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแต่เห็นทางคนขายกับภัทรลดาบอกไม่ตรงกันจึงโทร.มา บอกไตรภพว่าไม่ต้องไปเองก็ได้ตนเกรงใจ

“อย่าเกรงใจเลยครับ เรื่องเงินๆทองๆ ไว้ใจตัวเองดีที่สุด จะได้ไม่เสียใจที่ไว้ใจคนผิด” ไตรภพประชดตัวเอง

เพียงสายวันต่อมา ภัทรลดาก็เอาเช็คหนึ่งล้านกับซองใส่เงินจำนวนหนึ่งไปให้ไตรภพ เขาถามว่าตนให้เวลาสามวันไม่ใช่หรือ

“ต่อให้สามปีฉันก็หาเงินมาคืนคุณไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันคืนแคชเชียร์เช็คให้คุณก่อนล้านนึง ส่วนเงินในซอง เป็นเงินเก็บทั้งหมดของฉันบวกกับเงินที่ฉันขายรถ...” ไตรภพคิดแล้วบอกว่ายังขาดอีกสี่ล้านกว่า “ยังพูดไม่จบค่ะ เงินส่วนที่เหลือ ฉันจะทำงานใช้หนี้คุณ ให้คุณหักจากเงินเดือนฉันได้ทุกเดือนจนกว่าจะครบ”

ไตรภพหัวเราะพูดขำๆว่าเงินเดือนเธอก็เงินจากบริษัทของตน แล้วจะให้ตนหักใช้หนี้ตัวเองอีกเนี่ยนะ? ภัทรลดาฉุนขาดบอกว่างั้นตนจะลาออกจากที่นี่แล้วไปหางานทำเอาเงินมาใช้คืนเขา

“กี่ปี ยี่สิบหรือว่าสามสิบปีกว่าคุณจะใช้หนี้ผมหมด พ่อคุณเป็นอดีตพลโทแล้วยังเป็น ส.ว.อีก เงินแค่สี่ล้านกว่าน่าจะมีไม่ใช่เหรอ” ภัทรลดาตัดบทว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างเขากับตนไม่เกี่ยวกับคุณพ่อ “ลูกขี้โกงพ่อแม่รับรู้ก็ถูกต้องแล้วนี่ ไม่เกี่ยวได้ยังไง”

“คุณพ่อฉันไม่สบายคุณก็เห็นกับตา ถ้าเกิดคุณบอกคุณพ่อแล้วคุณพ่อเครียดจนเป็นอะไรขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบยังไง”

ไตรภพยักไหล่อย่างไม่แคร์ ถามว่าทำไมตนต้องรับผิดชอบด้วย ถ้าพ่อเธอเป็นอะไรไปก็เธอนั่นแหละต้องรับผิดชอบอย่ามาเที่ยวโทษคนอื่น ภัทรลดาฮึดขึ้นมาบอกว่าก็ได้ ยังมีเวลาอีกสองวันตนจะหาเงินที่เหลือมาคืน ต่อให้ต้องขายตัวตนก็ยอมแต่อย่ายุ่งกับพ่อตน ไตรภพถามเยาะๆว่าสติปัญญาเธอมีแค่นี้หรือ?! ภัทรลดาสวนทันควันว่า ตนทำอะไรก็ได้ถ้าเขาเลิกดูถูกตนและเลิกวุ่นวายกับคุณพ่อตน

“อยากขายตัวใช้หนี้นักใช่ไหม ได้...งั้นผมซื้อคุณเอง ผมจะซื้อคุณมาเป็นเมียผมสองปี แล้วถือว่าเราหมดหนี้กัน แล้วอย่าคิดนะว่าผมจะยกย่องหรือโง่จดทะเบียน อะไรกับคุณ ในเมื่อคุณอยากเป็นสินค้าให้คนเขาประเมินราคานัก ผมก็จะใช้สินค้าอย่างคุณให้คุ้มเอง”

ภัทรลดาอึ้ง พูดไม่ออกเพราะตัวพลั้งปากพูดไปเองไม่คิดว่าไตรภพจะรวบรัดมัดมือชกแบบนี้

ooooooo

แล้วก็กลายเป็นเรื่องช็อกวงการ เมื่อวันนี้พราวกับอาทรชวนภัทรลดาไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ไตรภพก็มาขัดว่าไปไม่ได้เพราะตนกับภัทรลดามีเรื่องต้องรีบกราบเรียนผู้หลักผู้ใหญ่ให้ทราบเรื่องของเรา พลางโอบบ่าภัทรลดาอย่างสนิทสนม

อาทรกับพราวตกใจกับคำพูดและท่าทางของไตรภพ ภัทรลดาอึดอัดแต่ไม่กล้าขัดขืน อาทรถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ภัทรลดาอึกอัก ไตรภพชิงตอบแทนว่า

“มันก็ไม่มีอะไรยากนี่ครับคุณอาทร ผมกับภัทรกำลังจะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่คงต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ เพราะเราคงไม่มีงานเลี้ยงอะไร พวกเราเป็นคนชอบชีวิตเรียบง่ายน่ะครับ” แล้วหันชวนภัทรลดา “ไปกันเถอะจ้ะภัทร ขอตัวก่อนนะครับ” ว่าแล้วก็โอบบ่าภัทรลดาเดินแนบชิดกันไป

อาทรมองตามช็อก ตั้งหลักไม่ได้ ทำอะไรไม่ถูก

แต่คนที่ช็อกยิ่งกว่าคือศราภัทรกับปิ่นมณี ศราภัทรถามว่าตนหูฝาดไปหรือเปล่า ภัทรลดาข่มความรู้สึกทั้งมวล บอกพ่อด้วยสีหน้าปกติว่า ตนกับไตรภพตกลงกันแล้วว่าเราจะใช้ชีวิตร่วมกัน ปิ่นมณีถามว่าแล้วรักใคร่ชอบพอกันตั้งแต่เมื่อไหร่แม่ไม่เห็นรู้เรื่อง

“ผมกับภัทรคบหากันมาได้ระยะนึงแล้วล่ะครับ แล้วเราก็มีความพร้อมพอที่จะใช้ชีวิตคู่กันได้ เราก็เลยตัดสินใจมากราบเรียนให้ท่านกับคุณปิ่นมณีทราบน่ะครับ” ศราภัทรถามภัทรลดาว่าจริงหรือ เธอตอบรับไม่กล้าสบตา

“ต๊ายตาย แล้วนี่จะลำดับญาติกันยังไงเนี่ย พ่อแต่งกับพี่สาว ลูกแต่งกับน้องสาว พี่เขยกลายเป็นพ่อสามี มีลูกขึ้นมาไม่รู้จะเรียกกันยังไงเลย” ปิ่นมณีโวยวาย

ศราภัทรเห็นท่าทางอึกอักของภัทรลดาก็ระแวง บอกไตรภพว่า ตนต้องการคุยกับลูก ให้เขาช่วยออกไปรอข้างนอกก่อนได้ไหม พอไตรภพลุกออกไป ศราภัทรบอกภัทรลดาว่า

“ตอนนี้ไม่มีใครแล้ว บอกพ่อมาซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

ภัทรลดาหน้าเสียแต่ก็อยู่ในสภาวะที่ต้องตกกระไดพลอยโจน โกหกว่าไม่มีอะไร ตนกับไตรภพรักกัน เราก็เลยอยากใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้นเอง ศราภัทรเชื่อว่าลูกที่ตนเลี้ยงมาไม่ใช่คนใจเร็วด่วนได้ ไม่ใช่คนที่ตัดสินใจปุบปับแบบนี้ ภัทรลดาไหว้ขอโทษพ่อกับแม่ ยืนยันว่าตนไม่มีอะไรจริงๆ

ปิ่นมณีบ่นกระปอดกระแปดว่าเด็กสมัยนี้เห็นผู้ใหญ่เป็นหัวหลักหัวตออย่างนี้แหละ ถามว่าแล้วไปดูฤกษ์ดูยามมาหรือยัง ภัทรลดาบอกว่าพวกตนไม่ได้สนใจเรื่องฤกษ์ และไม่อยากมีพิธีรีตองอะไรวุ่นวายด้วย แค่รักกันใช้ชีวิตคู่ร่วมกันก็น่าจะพอแล้ว

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที พออรรณพรู้ก็ไม่ยอม อย่างไรเสียก็ต้องมีพิธีจะทำเล็กหรือใหญ่ก็ไม่ว่าแต่ต้องมีพิธีแต่งงาน ไตรภพเสียงแข็งกับอรรณพว่า ตนแค่มาเรียนให้ท่านทราบแต่ไม่ใช่มาขออนุญาต แล้วรวบรัดตัดบทว่า

“สรุปว่าผมจะพาภัทรลดามาอยู่ที่นี่วันเสาร์นี้แค่นี้นะครับ”

“ฉันจะบอกน้าสาแก ว่าแกไม่ให้เกียรติหนูภัทร จะพาเข้ามาอยู่บ้านเฉยๆโดยไม่จัดพิธีอะไรทั้งนั้น ฉันว่าคงเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีก็ได้มั้ง ที่น้าแกกับฉันเห็นตรงกัน แกอวดดีกับฉันได้แต่ฉันอยากดูน้ำหน้าแกนักว่า แกจะกล้าพูดกับน้าสาของแกแบบที่พูดกับฉันไหม”

พออรรณพเอาน้าสามากดดัน ไตรภพก็พูดไม่ออก และเมื่อวิสารู้ก็เป็นอย่างที่อรรณพคาด คือยังไงก็ต้องมีพิธี อีกทั้งธนาธิปและนินันท์ก็เห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันหมด นินันท์จัดการแบ่งหน้าที่กัน ตัวเองจะเป็นคนดูแลเรื่องสถานที่ ธนาธิปให้ดูแลเรื่องชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ส่วนวิสาดูแลเรื่องอาหารการกิน วิสาพยักหน้าเห็นด้วยบอกไตรภพว่า

“ทุกอย่างพวกเราจัดการให้ คุณภพเตรียมตัวให้พร้อมก็พอ อย่างนี้คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะคะ” ไตรภพทำท่าจะแย้ง ถูกธนาธิปขัดว่า ไม่มีแต่ เขาจะแต่งงานทั้งทีพวกเราดีใจเพราะฉะนั้นอย่ามีปัญหาอะไรมาก

ไตรภพพูดไม่ออก เครียด เมื่อเรื่องที่จะให้ภัทรลดามาอยู่กับตนเป็นการหักหนี้กลายเป็นเรื่องจริงจังเลยเถิดไปไกล

ooooooo

คืนนี้ภัทรลดาโทร.คุยกับพราวอยากให้พราวมาอยู่กับตนในวันนั้น พราวไม่มีปัญหาแต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ เมื่อจู่ๆเพื่อนรักก็ลุกขึ้นมาจะแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ ถามว่าท้องหรือเปล่า ภัทรลดาตอบเสียงแข็งว่าตนไม่ทำอย่างนั้นหรอก

แล้วการสนทนาก็ต้องหยุดเมื่อเสียงออดหน้าบ้านกระหน่ำรัวอย่างไม่เกรงใจใคร ภัทรลดาไปดูที่หน้าต่าง เธออุทาน

“พี่อาท!”

อาทรมาในสภาพเมาเหล้า ภัทรลดาชงกาแฟดำมาให้ดื่มจะได้สร่างเมา โดยมีปิ่นมณีนั่งปึ่งกันท่าอยู่

ภัทรลดาบอกแม่ว่าขอคุยกับอาทร ปิ่นมณีถามว่าทำไมต้องมีความลับด้วย เธอบอกว่าไม่มีความลับ ตนแค่อยากจะให้อาทรได้พูดเต็มที่เท่านั้น ปิ่นมณีจึงลุกไปอย่างฮึดฮัดขัดใจ

อาทรถามภัทรลดาว่ารู้แล้วใช่ไหมว่าตนอยากพูดเรื่องอะไร ตนอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ภัทรลดาตัดสินใจพูดความรู้สึกแท้จริงของตนว่า ตลอดเวลา

ตนรักเคารพเขาเหมือนพี่ชายคนหนึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกนี้ของตนได้ อาทรถามว่าแล้วเธอรักไตรภพหรือเปล่า ภัทรลดาตัดสินใจตอบว่า

“ค่ะ...ภัทรรักเขา” อาทรพยักหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าเจ็บปวดแล้วลุกเดินคอตกออกไป ภัทรลดามองตาม ถอนใจออกมาอย่างโล่งอกที่จบปัญหาเรื่องอาทรไปได้

ประโยชน์รับรู้เรื่องการแต่งงานของไตรภพอย่างอึ้งๆทึ่งๆ แต่ก็จะมางานให้ได้

ไตรภพสร้างเซอร์ไพรส์อีก เมื่อเขาบอกประโยชน์ว่าให้ภัทรลดาออกจากงานและให้มาลาตีมาเป็นเลขาของตนแทน

ขณะนั้นเองมาลาตีเดินสะดิ้งมา ประโยชน์ถึงกับพูดไม่ออก พอเขาขอตัวไปทำงาน ไตรภพบอกมาลาตีว่าตนจะสอนงานเธอเอง ทั้งคู่มองตากันวิบวับตลอดเวลา

ฝ่ายปิ่นมณีก็ขอโทษยงยุทธที่ภัทรลดาจะแต่งงานกับไตรภพทั้งที่ตนกับคุณแม่เขาคุยกันมาอย่างดีแล้ว แต่แทนที่จะเห็นยงยุทธผิดหวังเขากลับแสดงความยินดีด้วย

หารู้ไม่ หมวดยงยุทธรับรู้เรื่องนี้ด้วยความโล่งอกที่ไตรภพแต่งงานกับภัทรลดาจะได้ไม่ต้องมาวอแวกับทาริกาอีก

เมื่อหมวดยงยุทธมาบอกทาริกาและแสดงความเสียใจกับเธอ ทาริกาบอกว่าตนรู้แล้ว จนนาทีนี้หมวดยงยุทธจึงรู้ว่าที่แท้ทาริกาไม่ได้มีอะไรกับไตรภพเลย ต่างรับรู้กันด้วยสายตาและสัญชาตญาณของคนที่เคยรักกันว่า ต่างก็ยังมีใจให้กันอยู่เหมือนเดิม

และที่พิเศษคือทาริการับอาสาจะจัดทำของหวานทั้งหมดในงานเอง

ส่วนการถ่ายรูปและวีดิโอในงาน ก็ได้มืออาชีพอย่างพราวเป็นผู้ดูแลทั้งหมด

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ตอนที่ 9 วันที่ 11 พ.ย. 58

ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตร
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพบทโทรทัศน์โดย : วิสุทธิชัย บุญยะกาญจน, ฝนพรำ
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ กำการแสดงโดย : ชัชวาล ศาสวัตกลูน
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ผลิตโดย : บริษัท ทีวีธันเดอร์ จำกัด
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ