อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[1] วันที่ 12 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[1] วันที่ 12 ธ.ค. 58

ตาชุบมองแล้วตัดสินใจเข้าเกียร์ออกตัวค่อนข้างแรงจนหาญกล้าต้องหลบ หาญกล้ามองตามไปอย่างไม่ยอมแพ้ รีบขึ้นรถตัวเองขับตามไป
ที่โรงพยาบาล กัลยากับศิรินธารกำลังจะเดินเข้าไปในตึก จู่ๆ ลำไพรก็เดินก้าวเข้ามาขวางทางไว้ กัลยากับศิรินธารชะงักที่เห็นลำไพร
“เซอร์ไพรส์!”
“แกต้องการอะไร” ศิรินธารไม่พอใจ
“ความสุขของแก” ลำไพรมองด้วยสายตามุ่งร้ายมาก
กัลยาขยับเข้ามาขวางลำไพรไว้ “ไปให้พ้นนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกตำรวจมาจับแก”

“ก็เอาสิ เอานักข่าวด้วยนะ มันจะได้ฉาวโฉ่รู้กันไปเลย”


หาญกล้าวิ่งตาม เข้ามาเห็นลำไพร หาญกล้ารีบเข้าไปแล้วกระชากลำไพรเหวี่ยงห่างจากศิรินธาร“ลำไพร! อย่ามาแตะต้องลูกหยีนะ”
“คิดจะเล่นบทสามีปกป้องเมียงั้นเหรอ เอาตัวเองให้รอดตายยังทำไม่ได้เลย” ทุกคนงงกับคำพูดของลำไพร
“พูดบ้าอะไร ใครจะตาย” หาญกล้าสงสัย
ลำไพรล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพาย“แกกับฉัน เราจะตายด้วยกัน”
หาญกล้าขยับถอยห่างอย่างระแวง “จะทำอะไร”
ลำไพรดึงออกมา หาญกล้าผวาถอย แต่ในมือของลำไพรคือซองจดหมาย “ผลตรวจเลือด ฉันเป็นเอดส์ระยะสอง..” ทุกคนตะลึง หาญกล้าช็อค ลำไพรมองทุกคนอย่างสะใจ ลำไพรมองศิรินธาร“ไม่ใช่แค่ผัวแกที่ติดเชื้อจากฉันหรอกนะ”
กัลยาหันมองศิรินธาร ทุกคนช็อก

ที่หน้าบ้านศิริ กัลยา ศิรินธาร และหาญกล้าตะลึง
กัลยาไม่ยอมเชื่อ กระชากผลตรวจเลือดมาดู “หมดหนทางต้องลงทุนกุเรื่องแบบนี้เลยใช่ไหม”
ลำไพรมองด้วยสีหน้าสะใจ ท้าทาย “ก็ไปตรวจสิ! จะได้รู้ว่าที่ลูกแกกำลังจะรอวันตาย ฉันโกหกหรือว่าเรื่องจริง” ทุกคนอึ้งกับท่าทีมั่นใจของลำไพร “รู้สึกยังไงล่ะลูกหยี ที่ขี้ข้าต่ำตมอย่างฉันลากแกลงนรกด้วยกันได้” ศิรินธารอึ้ง พูดไม่ออก “นักข่าวคงได้ลงข่าว ทายาทหมื่นล้านถูกผัวสำส่อนแพร่เชื้อใส่ แกจะมองหน้าเพื่อนๆ ไฮโซของแกได้เหรอ พนักงานคงเม้าท์กันสนุกปากที่มีเจ้านายโง่ๆ โดนสวมเขาจนตัวตาย”
“หุบปาก!” กัลยาตวาดสั่งลำไพร
“อีแก่ ! มึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู” ลำไพรสวนกลับ กัลยาอึ้งกับความต่ำสถุลของลำไพร “คิดว่ามีเงินแล้วทุกคนต้องมาสยบแทบเท้าพวกแกใช่ไหม หน้าโง่ๆ เกาะพ่อเกาะผัวไปวันๆ อย่างพวก แก มันมีค่าเพราะเอาเงินพอกไว้ หมดเงินแกกับฉันก็เท่ากัน”
กัลยาฟังแล้วมองลำไพรด้วยความสมเพช “อิจฉาใช่ไหมลำไพร” ลำไพรชะงักไป “ลูกหยีมีฉัน มีเงิน มีอำนาจ มีทุกอย่างที่เธอไม่มี ถึงลูกฉันจะติดเชื้อจริงๆ แต่ฉันเลือกหมอ การรักษาและยาที่ดี ลูกฉันมีครอบครัวคอยดูแล ฉันจะยืดชีวิตลูกฉันให้ยาวนานที่สุด ทำให้ลูกฉันมีชีวิตที่สะดวกสบาย ทำทุกอย่างที่อยากทำ ถึงตายเขาก็ไม่เสียดายชีวิต ตายอย่างมีความสุข แล้วเธอล่ะลำไพร งานไม่มีทำ เงินก็คงจะเหลือน้อยเต็มที อยู่ในสภาพอนาถา ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครเอา ไม่ว่าจะมองทางไหนคนอย่างเธอก็ไม่มีวันชนะลูกฉัน” ลำไพรสะอึก มองกัลยาที่พูดด้วยความเด็ดขาด แข็งกร้าว ลำไพรอึ้งไป “อย่ามายุ่งกับลูกฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความจับเธอเข้าคุก เก็บเงินน้อยนิดของเธอไว้รักษาตัว น่าจะดีกว่านะ ไปให้พ้นหน้าฉัน” กัลยาตวาดไล่ ลำไพรยังอึ้ง ไม่อยากยอมแพ้ กัลยามองด้วยสายตากร้าว “เอ๋!”
เอ๋ที่ยืนรีๆ รอๆ หลบอยู่สะดุ้งรีบวิ่งออกมา เอ๋หัวไวรีบเอ่ยตอบกัลยา“หนูเรียกตำรวจแล้วค่ะคุณผู้หญิง”
“ดี...จับตัวผู้หญิงคนนี้ไว้ รอให้ตำรวจมา แล้วแจ้งความว่ามันมาก่อกวนคุณลูกหยี”
“ค่ะ!” เอ๋รับคำจะพุ่งเข้าไปจับ ลำไพรตกใจสะบัด เอ๋พยายามจะรวบตัวแต่ลำไพรไม่ยอมดิ้นรนเต็มที่ เหวี่ยงเอ๋จนล้มแล้วก็รีบวิ่งหนีไป
หาญกล้าหันมองศิรินธาร จะขยับเข้ามาหา “ลูกหยี!”
“อย่าแตะลูกฉัน!” กัลยาห้ามเสียงดัง หาญกล้าชะงักไม่กล้าขยับ “เลิกทำร้ายลูกฉันสักที!!! ไปให้พ้น....” กัลยาดึงศิรินธารเข้าบ้าน เอ๋รีบตามเข้าไป
หาญกล้าหันไปมองตามลำไพรไปด้วยความโกรธ
ลำไพรเดินกระแทกเท้าออกมาจากบ้านของศิริด้วยความโกรธที่เล่นงานศิรินธารไม่สำเร็จอย่างที่คิด
หาญกล้าตามมากระชากตัวลำไพร “แกโกหกใช่ไหม!” ลำไพรถีบหาญกล้าที่ไม่ทันตั้งตัวจนหงายหลังลงไปในกองถังขยะที่อยู่ริมถนน “ลำไพร!” หาญกล้ายังไม่ทันลุก ลำไพรคว้าถุงขยะได้ฟาดใส่หาญกล้าจนถุงขยะแตกขยะเต็มตัว หาญกล้าโกรธจัด “อีโสโครก! สกปรก”
“โสโครกอย่างฉันก็หักปีกแมงดาอย่างแกได้ก็แล้วกัน ผู้ชายที่ใช้ตัวเดียวอันเดียวหากินอย่างแกมันเฮงซวย ถ้าไม่คิดจะใช้แกเล่นงานนังลูกหยี ฉันไม่ยุ่งกับแกให้เสียเวลาหรอก”
“แกหลอกใช้ฉัน” หาญกล้าอึ้งที่โง่มาตลอด
“ไอ้โง่! คนอย่างแกมันมีอะไรดีให้น่าหลงบ้าง จน โง่ สำส่อน หมดประโยชน์ แกมันก็แค่ขยะ!”
“แก...” หาญกล้าโกรธจนพูดไม่ออก
“แกไม่มีวันจะได้กลับไปหานังนั่นอีก กลับไปเป็นไอ้กระจอก ใช้ชีวิตสถุลของแกเหมือนเดิม” ลำไพรยิ้มเยาะหาญกล้าอย่างสะใจ ก่อนจะฟาดขยะใส่หน้าหาญกล้าอีกครั้ง แล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะ

มือถือศตวรรษที่วางอยู่ข้างตัวสั่นดังขึ้น แต่ศตวรรษไม่ยอมรับสาย ชายหนุ่มมองเหม่อคิดถึงเรื่องที่เผชิญมา ศตวรรษเจ็บปวดกับภาพต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว นรุตม์ที่ก้าวเข้ามาข้างๆ วางมือบนไหล่ศตวรรษอย่างปลอบโยน
ศตวรรษมองอย่างขอความจริง “พี่รู้เรื่องนี้มาก่อนที่ผมจะขอคุณลีแต่งงานใช่ไหมครับ” นรุตม์นิ่งเป็นการยอมรับ
“ผมรู้มาตลอดเรื่องลูคีเมีย ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง” นรุตม์หันมองน้องชาย “แต่ผมชอบเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเจอ ผมพร้อมจะมองข้ามทุกอย่าง เพื่อมีเขาอยู่ข้างผมตลอดไป” นรุตม์มองศตวรรษด้วยความสงสาร “ผมไม่เคยโกรธที่เขาหลอกผมแต่ผมโกรธที่ยอมเป็นเครื่องมือให้คนอื่นทำร้ายครอบครัวของผมเอง ถ้าพี่ไม่พาตัวคุณลีไปวันนั้น วันนี้ผมคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ถ้าผมกับเขา...” ศตวรรษหวาดหวั่น
“แต่สิ่งที่วรรษกลัวมันไม่ได้เกิดขึ้น”
“ผมเคยมองลูกหยีที่ปกป้องหาญกล้าว่าเห็นคนอื่นดีกว่าครอบครัวได้ยังไง วันนี้ผมกลับเป็นซะเอง ผมทำให้พ่อกับแม่เสียใจ ผม...”
“ถ้าวรรษเสียใจ ทำไมตอนนี้ยังทำผิดซ้ำอีก” ศตวรรษหันมามองอีกฝ่าย “วรรษหายตัวมาแบบนี้ คุณแม่ไม่ห่วง ไม่เสียใจใช่ไหม?” ศตวรรษคิดตาม แล้วเสียงมือถือนรุตม์ดังขึ้น นรุตม์กดรับสาย “ครับพ่อ...” นรุตม์ฟังแล้วอึ้ง ศตวรรษมองสงสัยว่านรุตม์เป็นอะไร “ผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้ครับ” เขาหันมาหาผู้เป็นน้อง “วรรษไม่มีเวลาให้เสียใจอีกแล้ว เพราะตอนนี้ครอบครัวกำลังต้องการวรรษ โดยเฉพาะลูกหยี”
ที่บ้านของศิริ ภายในห้องนั่งเล่น กัลยานั่งกอดศิรินธารแน่น เจ็บปวดที่ช่วยลูกไม่ได้
ศิริขยับเข้ามาลูบหัวศิรินธาร “พ่อขอโทษ...”
ศิรินธารเงยหน้าขึ้นเห็นน้ำตาของศิริก็ตกใจ ศิรินธารจับมือศิริไว้ด้วยทั้งสองมือ “พ่อไม่ได้ผิดอะไร ลูกหยีผิดเอง ลูกหยีผิดที่ไม่เคยเชื่อคุณพ่อคุณแม่ ที่ลูกหยีต้องเสียใจวันนี้ เพราะลูกหยีทำตัวเองทั้งนั้น”
“ถ้าแม่ใจแข็งกว่านี้ ไม่ยอมปล่อยให้ลูกกับหาญกล้าแต่งงานกัน...” กัลยาร้องไห้ราวจะขาดใจ
ศิรินธาร เห็นพ่อกับแม่เจ็บปวดกับเรื่องของตนเอง ศิรินธารรู้สึกผิด หญิงสาวกอดผู้เป็นแม่แน่น “แม่ไม่ผิดค่ะ ไม่ผิดเลย แม่แค่รักลูกหยีเท่านั้น อย่าร้องไห้นะคะแม่”
ศิริวางมือบนศีรษะของศิรินธารอย่างปลอบโยน เสียใจไม่แพ้กัลยา
ศตวรรษเดินเข้ามากับนรุตม์ “ลูกหยี....”
ศิรินธารหันมาเห็นศตวรรษกับนรุตม์ ศิรินธารจะเข้ากอดนรุตม์แต่ชะงักไปนิด ทุกคนมองอย่างสงสัย
“พี่ๆ รู้แล้วใช่ไหมคะว่าลูกหยี....”
นรุตม์มองรู้ว่าศิรินธารระแวงกับการถูกรังเกียจ นรุตม์เป็นฝ่ายเดินเข้ากอดศิรินธารแน่น “ลูกหยีเป็นน้องสาวของพี่ มันเป็นแบบนั้นตั้งแต่วันแรกที่พี่ได้เจอลูกหยี มันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป” ศิรินธารน้ำตาร่วง
ศตวรรษเดินเข้ากอดศิรินธารอีกคน “พวกพี่จะกอดลูกหยีแน่นๆ แบบนี้ทุกวัน” ศตวรรษสบตากับศิรินธาร แสดงความจริงใจในสายตา
“ขอบคุณนะพี่ ขอบคุณจริงๆ” ศิรินธารกอดศตวรรษและนรุตม์ไว้ซาบซึ้งในความรักของพี่ชายทั้งคู่
ศิริกับกัลยามองความรักของพี่น้องด้วยความรู้สึกดี กัลยามองนรุตม์ด้วยสายตาอ่อนโยนขึ้น ณรัลที่ยืนอยู่ด้านนอกมองเข้าไปในห้องด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่ทุกคนดูรักกันดี

ที่โรงพยาบาล ในห้องพักคนไข้ วัลภาห่มผ้าให้ลีลาที่นอนหลับ
“เจ๊!” ดลฤดีเข้ามาด้วยความรีบร้อนเสียงดัง ร้อนรน
“อย่าเสียงดัง” วัลภาส่งสายตาไปทางลีลาว่าหลับอยู่เห็นไหม
ดลฤดีรีบดึงวัลภาห่างออกมา “เรื่องใหญ่จริงๆ เจ๊”
วัลภาดึงแก้มให้เจ็บ“ตั้งสติ แล้วเล่ามา”
“ศิรินธารติดเชื้อเอชไอวี” วัลภาตกใจ ดลฤดีร่ายยาว “ตอนนี้มีคนโพสต์แฉ มันใช้อักษรย่อที่โคตรจะให้รายละเอียดเลยว่า หาญกล้าสำส่อนจนเป็นเอดส์ระยะสอง แล้วยังระบุด้วยนะว่าภรรยาที่เป็นเซเลบริตี้ติดเชื้อไปด้วย”
“โชคร้ายจริงๆ”
“มากๆ”
“มีมากกว่านี้ใช่ไหม ถึงต้องเดือดร้อนขนาดนี้”
“ดีดี้จะไม่เดือดร้อนเลยถ้าชื่อไอ้ลีไม่ไปเอี่ยวด้วย” ดลฤดีเอ่ยอย่างเคืองๆ
“ลีเกี่ยวอะไรด้วย”
“มันโยงเล่าหมดตั้งแต่เรื่องที่เปิดตัวแบรนด์เรา ไล่กันมาเป็นเรื่องๆ ใส่ไอ้ลียับเลยเจ๊ว่ากินกับหาญกล้ามานานแล้ว”
“แบบนี้คนจะเข้าใจว่าลีกับหาญกล้ามีความสัมพันธ์กัน”
“กลายเป็นว่าไอ้ลีติดเชื้อไปด้วยแล้วตอนนี้ ชักไม่อยากให้ลีมันกลับมาเลยเจ๊”
วัลภามองไปทางลีลาอย่างใช้ความคิด “แต่การหนีเป็นวิธีของคนขี้ขลาด เจ๊อยากให้ลีกลับมากล้าที่จะเผชิญหน้าความจริง”
“โอ๊ย....โลกนี้มันชักจะอยู่ยากขึ้นทุกวัน”
“โลกนี้มันไม่ได้อยู่ยาก แต่ใจเราที่อ่อนแอต่างหากที่ทำให้เราอยู่ยาก ลีจะต้องกลับมาเป็นลีที่เข้มแข็งคนเดิม” วัลภามองอย่างเชื่อมั่น ดลฤดีมองลีลาด้วยความหวังไม่ต่างกัน

เช้าวันใหม่ ที่โต๊ะอาหาร ณรัลคุยมือถือเข้ามาที่โต๊ะอาหารที่ตอนนี้ไม่มีใคร บนโต๊ะมีโถใส่ข้าวต้มวางจัดอยู่ เอ๋เอาชามตักข้าวต้มให้ณรัลแล้วเอาไปวางตรงหน้า ณรัลกำลังจะตักกินแต่ชะงักที่เห็นเอ๋กำลังจัดอีกชุดแล้วเอาชามอีกใบกำลังจะตักข้าวต้ม
“อีกชุดนั่นของใคร”
“ของคุณลูกหยีค่ะ”
ณรัลมองชามตัวเองแล้วทิ้งช้อนใส่ชาม “นี่แกไม่แยกจานชามลูกหยีกับคนอื่นเหรอ!”
เอ๋ตกใจ “ต้องแยกเหรอคะ?”
“ไม่รู้เหรอไงว่าลูกหยีป่วยเป็นอะไร เชื้อโรคมันแพร่กันได้ โง่!”
“แต่เอ๋ถามคุณรุตม์แล้วนะคะ มันไม่ติดถ้าใช้จานชามร่วมกัน สัมผัสตัวกันก็ไม่เป็นไร คุณรัลไม่รู้เรื่องนี้เหรอคะ”
“แต่ฉันห้าม! ต่อไปนี้แยกเครื่องใช้ทุกอย่างของฉันออกมา ห้ามปนกับลูกหยี เข้าใจไหม!”
“เข้าใจค่ะ”
“แล้วอย่าปากมาก พูดเรื่องนี้กับคนอื่น ไม่งั้น...” ณรัลขู่
“ค่ะ ไม่พูดค่ะ”
ณรัลเดินออกไปอย่างหัวเสีย ศิรินธารที่ได้ยินทุกอย่างก็อึ้งไปที่รู้ว่าณรัล รังเกียจตัวเอง แต่ศิรินธารไม่แสดงตัวให้ณรัลรู้

ที่โรงพยาบาล ลีลานอนหลับอยู่บนเตียง นรุตม์กับศิริเข้ามาในห้อง
ศิริเข้ามายืนข้างเตียง “ลีลา...พ่อขอโทษ...แม่ของลูกไม่เคยบอกว่าเขาท้อง ถ้าพ่อรู้ว่ามีหนู พ่อจะไม่ยอมให้หนูไปจากพ่อ พ่อขอโทษ...”
นรุตม์มองศิริด้วยความเห็นใจ ทั้งคู่มองลีลาด้วยความสงสารกับสิ่งที่ลีลาต้องเจอ

ศิรินธารขับรถเข้ามาที่หน้าโรงแรม The Castle ขณะที่กำลังจะลงจากรถ เสียงมือถือของศิรินธารดังขึ้น ศิรินธารมองเห็นว่าเป็นเบอร์ของหาญกล้า มองอยู่พักนึงแล้วตัดสินใจกดตัดสายทิ้ง
ศิรินธารเปิดประตูรถก้าวลงมา จู่ๆ ร่างของหาญกล้าก็ถูกโยนมาตรงเท้าศิรินธาร หญิงสาวตกใจที่เห็นหาญกล้าอยู่ในสภาพที่โดนซ้อมยับเยิน เจ้าหนี้ 3 คนท่าทางเป็นนักเลงเดินก้าวเข้ามา
“ผัวคุณติดหนี้อยู่สามแสน” เจ้าหนี้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
ศิรินธารมองหาญกล้าที่มองเธออย่างอ้อนวอน หญิงสาวตัดใจ “ฉันไม่รู้จักผู้ชายคนนี้”
“งั้นมึงก็ตายตรงนี้!” เจ้าหนี้เข้ารุมกระทืบหาญกล้าไม่ยั้ง
หาญกล้าร้องด้วยความเจ็บปวด “ลูกหยี!”
ศิรินธารพยายามแข็งใจจะไม่สนใจ เดินมาถึงประตูทางเข้าโรงแรม เห็นชาติที่มองไปทางหาญกล้า สีหน้าของชาติดูสยองมาก ศิรินธารเริ่มลังเล เสียงกระทืบรุมทำร้ายจาก ทางด้านหลังรบกวนจิตใจศิรินธาร
ศิรินธารเอ่ยกับชาติ “เรียกรปภ.ไล่พวกนั้นไปให้พ้นจากหน้าโรงแรม”
ชาติลุกลี้ลุกลน“เอ่อ...รปภ.มาแล้วครับ”
รปภ. สองคนเข้ามาพยายามจะดึงพวกนักเลงออกไป แต่พวกนักเลงไม่ยอม เตะหาญกล้าไม่ยั้ง สภาพของหาญกล้าดูเจ็บปวด เลือดอาบเต็มหน้า
จิ๊บและเหมียวออกมาจากเคาน์เตอร์ตรงมาหาศิรินธาร “คุณลูกหยีจะให้แจ้งความไหมคะ”
ชาติรีบวิ่งมา “พวกนั้นไม่ยอมไปครับ คุณกล้าเลือดท่วมแล้วนะครับ” ศิรินธารสับสนลังเล
หาญกล้าร้องสุดเสียง “ลูกหยี!”
ชาติ เหมียว และจิ๊บ รอคำสั่งจากศิรินธาร ศิรินธารหันกลับไป เห็นหาญกล้าเจ็บปวดทรมาน ที่สุดก็ทนไม่ไหว นักเลงบางคนต่อยรปภ. คนที่เหลือยังซ้อมหาญกล้าต่อ
“หยุด! อย่าทำเขา!” ศิรินธารตะโกนห้ามขึ้น
“เฮ้ย! หยุด” นักเลงหยุดมือหันมามองศิรินธารว่าจะเอายังไง
“พรุ่งนี้แกมารับเงิน” พวกนักเลงยิ้มพอใจ “แต่ตอนนี้ไปให้พ้นจากโรงแรมของฉัน” ศิรินธารเอ่ยไล่
“ถ้าพรุ่งนี้เบี้ยว ผัวคุณตายแน่”
“รีบไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ!”
นักเลงจะเดินออกแต่ยังไม่วายเตะหาญกล้าแถมท้าย ศิรินธารเดินไปตรงหน้าหาญกล้าที่ยังนอนหมดสภาพ หาญกล้ามองศิรินธารอย่างขอบคุณ หาญกล้าจะยื่นมือไปแตะขาของศิรินธาร
“ไปจากที่นี่ได้แล้ว” ศิรินธารเอ่ยเสียงเย็นชา หาญกล้าชะงัก “ไป...”
หาญกล้าพยายามจะลุก แต่เจ็บจนลุกไม่ไหวจริง)พยายามจะคลานออกไป สภาพน่าสมเพชมาก ศิรินธารกำมือแน่นพยายามห้ามตัวเอง หาญกล้าพยายามจะไปแต่ทรุดลงเพราะไม่ไหว
ศิรินธารหันไปหาชาติ“ชาติ!” ชาติรีบวิ่งมา“ช่วยประคองคุณกล้าขึ้นรถที”
“ครับ!” ชาติลืมตัววิ่งเข้าไปหาหาญกล้า แต่พอจะลงประคองเห็นเลือดก็นึกได้ ชะงักถอยออกมา
ศิรินธารเดินเข้ามา “มีอะไร...”
“มือผมเป็นแผล แล้วเลือด...” ชาติมองศิรินธารอย่างกล้าๆ กลัวๆ “เอ่อ...คุณกล้าเขา...เอ่อ...ป่วยนี่ครับ”
ศิรินธารมองหน้าชาติที่ดูแขยงกลัวไม่กล้าเข้าใกล้หาญกล้า มองไปทางจิ๊บ และเหมียวที่มองมาด้วยความกลัวก็เข้าใจว่า ทุกคนรู้เรื่องหาญกล้าติดเชื้อแล้ว “ไปเปิดประตูรถให้ฉัน”
ชาติรีบวิ่งไปเปิดประตูรถ ศิรินธารเข้าประคองหาญกล้าให้ลุกขึ้น ด้วยน้ำหนักหาญกล้าทำให้ร่างเล็กของศิรินธารประคองอย่างลำบาก แต่ก็พยายามพาหาญกล้าขึ้นนั่งที่นั่งข้างคนขับจนสำเร็จ ศิรินธารปิดประตู ชาติรีบวิ่งไปเปิดประตูด้านข้างให้ศิรินธาร หญิงสาวจะก้าวขึ้นรถ ชาติกลัวโดนไล่ออก “ผมขอโทษนะครับ คุณลูกหยี...ผม...”
ศิรินธารมองชาติอย่างพยายามเข้าใจ“ฉันเข้าใจ ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ไล่เธอออกหรอก”
ชาติยกมือไหว้ “ขอบคุณครับ”
ศิรินธารให้ยิ้มนิดนึง แล้วขึ้นรถขับออกไป ชาติเดินกลับขึ้นมาหาจิ๊บ กับเหมียวที่ยังยืนมองอยู่
“ไม่โกรธ ไม่ไล่ออก คุณลูกหยีตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย” เหมียวแปลกใจ

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[1] วันที่ 12 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ