อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนอวสาน[1] วันที่ 21 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนอวสาน[1] วันที่ 21 ธ.ค. 58

ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมยื่นมือไปจับมือสโรชาไว้ อย่างอยากย้ำให้สโรชารู้ “ขอบคุณคุณสโรชานะคะ ที่ยินดีกับงานหมั้นของหญิงกับคุณวิศรุต เมื่อก่อน หญิงเข้าใจว่าคนอย่างหญิง คงไม่มีใครสนใจ เพราะใครๆก็คงชอบผู้หญิงเก่ง ปราดเปรียว สวยสมบูรณ์แบบ แต่ตอนนี้หญิงมีคุณวิศรุต ชีวิตหญิงคงไม่ต้องการอะไรอีก” สโรชายิ่งรู้สึกเจ็บลึก คงไม่สามารถดึงวิศรุตกลับมาได้อีกแล้ว เสียงโทรศัพท์ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมดังขึ้น “คุณวิศรุตโทรมาค่ะ ยังไงหญิงฝากเรื่องอาหารด้วยนะคะ”
“ค่ะ”

ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมลุกออกไปพร้อมกดรับโทรศัพท์ “ค่ะ หญิงกำลังจะกลับค่ะ คุณวิศรุตจะเข้าวังไปพร้อมหญิงเลยไหมคะ”
สโรชาได้แต่มองม.ร.ว.หญิงประสงค์สมเดินห่างออกไปอย่างเศร้าๆ



ท้ายวัง ม.ร.ว.พิริยพงษ์หมดสภาพกลับมาจากบ่อน เดินหัวยุ่งเข้ามา
ชัยบดีมายืนดักรอ “ไปอย่างสิงห์ หมดตูดกลับมาอย่างหมาอีกแล้วเหรอครับคุณชาย ผมบอกแล้วว่าการพนันมันไม่ทำให้ใครรวยหรอก”
“ใครบอก แกนั่นเหรอเคยบอก แกเป็นคนแนะให้เล่นด้วยซ้ำ ไปไกลๆเลย ง่วง” ม.ร.ว.พิริยพงษ์ผลัก
ชัยบดีขวางไว้ “คุณชายไปไหนไม่ได้ คุยกับผมก่อน”
“คุยอะไร ท่านย่าจะแบ่งสมบัติทำพินัยกรรมรึไง”
“คุณหญิงประสงค์สมกำลังจะหมั้น แล้วก็แต่งงาน.. กับนายวิศรุต มรุพงษ์ ผมยอมไม่ได้”
“อะไรนะ ?!!! แกว่าน้องหญิงจะแต่งกับใครนะ ?”

ชัยบดีลากม.ร.ว.พิริยพงษ์มาถึงริมท่าน้ำท้ายวัง
“แกลากฉันมาทำไมถึงนี่ แค่ฉันถามว่าน้องหญิงจะแต่งงานกับใคร ทำไมต้องแต่ง”
“เพราะว่าน้องหญิงประสงค์สม” ชัยบดีมองซ้ายขวา “ท้อง !!”
“ท้อง!!” เสียงม.ร.ว.พิริยพงษ์ดังลั่น ห่างออกไป สายัณห์กำลังก้มเก็บไม้ผลที่ร่วงหล่นซุกกอเตย สะดุ้ง เงยมองมา
“ทำไมต้องเสียงดัง ท้องก็คือท้อง คนมีอะไรกันไม่ได้ป้องกันก็ต้องท้องสิ”
“แล้วแกดูน้องฉันยังไง ไหนว่าจะเป็นบอดี้การ์ดคุ้มกัน แกปล่อยให้น้องหญิงไป”
“ไปกับฉัน !!”
“ไอ้!! ไอ้.. ไอ้ชาติชั่ว ..” ม.ร.ว.พิริยพงษ์เงื้อหมัดจะชก แต่วืด เพราะชัยบดีหลบ ม.ร.ว.พิริยพงษ์จะชกอีก แต่ความที่ไม่เคยออกแรง ทำให้แพ้กำลังแขนของชัยบดีที่คว้าข้อมือเข้าให้
ชัยบดีกระชากคอเสื้อม.ร.ว.พิริยพงษ์เข้ามา ม.ร.ว.พิริยพงษ์หลังชนกำแพง พยายามสู้ “ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะแต่งงานกับคุณหญิง แกต้องจัดการให้ฉัน ไม่อย่างงั้นทุกคนในวังได้รู้ได้เห็นไส้เน่าๆของคุณชายแน่”
“คิดจะแต่งงานกับน้องหญิงเหรอ ฝันไปเถอะ แกมันก็ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไอ้นักเลงคุมบ่อน พ่อแม่แกมีสกุลรุนชาติรึเปล่า..เป็นใครอยู่ที่ไหน ยังไม่รู้เลย”
“คุณชายอย่าลามปามนะ ถึงไม่มีพ่อเป็นผู้ดีมีเงิน แต่ผมไม่ให้ใครมาว่าแม่ผมได้”
“เออ .. แต่แกไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรน้องสาวฉัน ไอ้. ไอ้นรกเอ๊ย !!” ม.ร.ว.พิริยพงษ์จะชกอีก
ชัยบดีคว้าหมัดได้ “เออ ไอ้ชาวสวรรค์ แต่ไปมุดหัวอยู่แต่ในบ่อน ไม่ดูแล พอมีคนดูแลให้สะเออะจะหวง ตกลงแกจะให้น้องสาวแต่งงานกับไอ้วิศรุตนั่นใช่มั้ย ?”
“อย่างน้อยมันก็เป็นนักเรียนนอก มีกิจการ มีงานมีการทำ ไม่ใช่สถุลอย่างแก ไอ้งูพิษ!! เลี้ยงไม่เชื่อง!!”
“ถ้าผมเป็นงูพิษ แล้วคุณชายล่ะเป็นอะไร ? ไอ้ผีพนัน ไอ้เนรคุณ!!”

เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีทอดเนตรดูคนในวังจัดสถานที่ได้แต่ทอดถอนพระทัยกับโชคชะตา “แล้วพิริยพงษ์ล่ะ ไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว จะได้บอกเรื่องงานของหญิงประสงค์สมด้วยเลย”
“พวกหม่อมฉันก็ไม่เห็นคุณชายมาหลายวันแล้วเหมือนกันเพคะ” อัสดงตอบ
พระองค์หญิงวิสุทธิโสภีทรงส่ายพระพักตร์ “ฉันคงคิดถูกแล้วสินะ ที่ไม่บอกใครเรื่องหญิงประสงค์สมก่อน เพราะถึงบอกไป ก็ไม่มีใครช่วยอะไรได้”
ท้ายวัง ม.ร.ว.พิริยพงษ์กระชากคอเสื้อชัยบดีเข้ามาหาต่อยใส่ไม่ยั้ง ชัยบดีสลัดหลุด ถีบโครมเข้าให้ ชัยบดีคว้าท่อนไม้ใกล้มือฟาดเข้าหน้าม.ร.ว.พิริยพงษ์จนได้เลือด
ม.ร.ว.พิริยพงษ์ทั้งเจ็บทั้งแค้นเมื่อเห็นเลือด เปิดชายเสื้อคลำได้ปืน ควักออกมาเล็งใส่ ชัยบดีเด้งตัวหนี “มึงกล้าทำกูเหรอ พ่อแม่ยังไม่เคยตีกูเลย !!!”
สายัณห์เดินเข้ามาดูเห็นก็ตกใจ

เสียงปืนดังขึ้น ทุกคนในวังพากันสะดุ้งตกใจ อัศดง ทิวา รีบเกาะขาเสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีไว้
ทิวาตกใจ “เกิดอะไรขึ้นน่ะ อัศดง"
“ไม่รู้ ใครเล่นประทัดรึเปล่า”
พระองค์หญิงวิสุทธิโสภีทรงเฉลย “เสียงปืน”
อัศดงอึ้ง “เสียงปืนเหรอเพคะ”
พระองค์หญิงวิสุทธิโสภีชวน “ออกไปดูกัน เสียงน่าจะมาจากท้ายวัง”
ทิวาท้วง “แต่ถ้าเป็นเสียงปืน ออกไปก็อันตรายนะเพคะ”
เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีไม่สนพระทัยรีบเสด็จออกไปดู อัศดง ทิวา รีบตามไป

ชัยบดีถูกยิงเฉี่ยวที่แขนโดดลงน้ำหนีไป ม.ร.ว. พิริยพงษ์ได้สติว่าทำอะไรลงไปก็ตกใจไม่น้อย ม.ร.ว.พิริยพงษ์หันไปเห็นสายัณห์ที่ตกตะลึงแอบดูอยู่ ก็รีบเข้าไปขู่ “ถ้าแกไม่อยากเดือดร้อน ปิดปากให้สนิท ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะ ไม่อย่างงั้นฉันจะยิงแกอีกคน จำไว้”
เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภี อัศดง ทิวา เดินเข้ามาพอดี อัศดงร้อง “ว้าย คุณชาย”
ม.ร.ว.พิริยพงษ์หันมาเจอทุกคนจ้องอยู่ก็ผงะจะถอย
เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีซัก “เกิดอะไรขึ้น แล้วนั่นพิริยพงษ์เป็นอะไร”
อัศดงสงสัย “ทำไมหน้าคุณชายมีเลือดคะ”
เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีทรงคาดคั้น “สายัณห์เกิดอะไรขึ้น บอกฉันสิ”
ม.ร.ว.พิริยพงษ์ถลึงตาใส่สายัณห์ สายัณห์ปากคอสั่น “กระหม่อม....ไม่ทราบกระหม่อม กระหม่อมก็เพิ่งมาถึง”
ม.ร.ว.พิริยพงษ์ รีบตอบแทน “โจรกระหม่อม โจรเข้ามาท้ายวัง”
“โจร?!!”

วิศรุตและม.ร.ว.หญิงประสงค์สมมาเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภี เห็นม.ร.ว.พิริยพงษ์ทำแผลที่หน้าแล้ว มีอัศดงและทิวาคอยรับใช้ เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีทรงส่งสายพระเนตรให้อัศดงและทิวาออกไปก่อน ทั้งคู่จึงออกไป
“เกิดอะไรขึ้นกระหม่อม ทำไมคุณชาย...”
“ไม่มีอะไร ก็แค่พวกโจรกระจอกมันแอบเข้ามาในวัง ฉันไล่มันกระเจิงไปแล้ว พวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
“แจ้งความหรือยังคะพี่ชาย”
“พิริยพงษ์ไม่ให้แจ้งความ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะมีงานมงคล” เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภี ถอนพระทัย “ย่าก็เห็นด้วย ไม่อยากให้มีเรื่องเอิกเกริกในวัง”
“แต่ยังไงเพื่อความปลอดภัย กระหม่อมว่าช่วงนี้ควรมีคนมาคอยเฝ้าดูแลที่วังให้มากขึ้น กระหม่อมจะให้คนที่โฮมสเตย์มาอยู่ช่วยดูอีกทาง” วิศรุตเสนอ
“ขอบใจ”
ม.ร.ว.พิริยพงษ์หมั่นไส้ “ไม่ทันไรก็ทำตัวเหมือนวังเป็นบ้านตัวเอง มิน่าถึงได้ยอม...”
“พิริยพงษ์พูดอะไร”
“ไม่มีอะไรหรอกท่านย่า” ม.ร.ว.พิริยพงษ์พลิกลิ้น “ชายก็เห็นด้วย ไหนๆจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน ให้คนของคุณวิศรุตมาอยู่เฝ้าเวรยามให้เราก็ดีเหมือนกัน”
“จริงสิแล้ววิศรุตของเราล่ะไปไหน เกิดเรื่องขนาดนี้ทำไมถึงได้หายไป”
ม.ร.ว.พิริยพงษ์หน้าเสียหาข้ออ้าง “เอ่อ...ออกไปข้างนอกกระหม่อม สวนกับชายตอนกลับมา แต่ชายเดินไปที่ท้ายวังเจอโจรเข้า วิศรุตคงไม่รู้เรื่อง ยังไงชายจะโทรบอกเอง”
เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภี ทรงพยักพระพักตร์รับรู้ “เราสองคนก็ไม่ต้องสนใจอะไร เตรียมตัวสำหรับงานหมั้นเท่านั้นพอ”
“กระหม่อม/เพคะ”
วิศรุต ม.ร.ว.หญิงประสงค์สม ม.ร.ว.พิริยพงษ์ต่างกังวลใจไปกับเรื่องของตนเอง เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภี ทรงได้แต่เฝ้าสังเกตใบหน้าแต่ละคนอย่างรู้สึกได้ว่าต่างมีความในใจไม่สู้ดีอยู่ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

ชัยบดีกุมแขนที่เลือดซึมอย่างแค้นใจ นึกถึงเรื่องราวระหว่างตนและม.ร.ว.หญิงประสงค์สม “ยังไงฉันก็ไม่ยอมเสียลูกเมียให้ใคร เรื่องมันไม่จบแค่นี้แน่ ไอ้คุณชาย ไม่แกก็ฉันต้องตายไปข้างนึง” ชัยบดีแววตาอาฆาต

วังเทวาสถิต เวลาเช้า บรรยากาศวันงานหมั้น คนในวังช่วยกันจัดดอกไม้ประดับในวัง มีจอห์นนี่ ริชาร์ดมาช่วย อธิปชะเง้อมองหาชัยบดี จนธาราเข้ามาสะกิด “ชะเง้อหาอะไรของแกอธิป อย่าบอกนะแอบเล็งสาวชาววังไว้น่ะ ระวังจะเป็นหมามองเครื่องบิน”
“ใช่ที่ไหนเล่า ฉันมองหา ไอ้ทายาทตัวปลอมอยู่น่ะสิพี่ ตั้งแต่มาช่วยงานที่นี่ ยังไม่เห็นหน้ามันเลย”
“เออ จริงด้วย”
ทั้งคู่รีบกวาดสายตามองหาชัยบดี
ทิวาและราตรีเข้ามาพร้อมพานหมากพลู พานธูปเทียนแพ
“นี่พวกเธอ เดี๋ยวงานก็จะเริ่มแล้ว เอาแต่คุยกัน แขกเหรื่อมา งานยังจัดเตรียมไม่เรียบร้อยจะทำยังไง ช่วยกันหน่อยสิ” ทิวาติง
ธาราแอบเบ้ปาก ผลักอธิปให้ไปรับพานหมากพลู พานธูปเทียนแพ จากทิวาและราตรี เดินเข้าไปด้านใน

สายัณห์ช่วยสุทิศยกโต๊ะมาวางอีกด้าน สายัณห์ใจคอไม่อยู่กับตัวเดินชนเก้าอี้อีกตัวที่วางอยู่ล้มลง
อัศดงที่อยู่ไม่ไกลตกใจรีบปรี่เข้ามา “ยกกันประสาอะไร ข้าวของพังเสียหายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”
สุทิศรีบขอโทษ “ขอโทษครับ”
“อย่าไปว่าคนของคุณวิศรุตเขาเลย ฉันไม่ระวังเองน่ะ”
“แกก็เหมือนกันสายัณห์เป็นอะไร ตั้งแต่มีเรื่องโจรเข้าวัง แกก็แปลกๆไปนะ ดูใจคอไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย”
สายัณห์อึกอัก “ฉัน...” ม.ร.ว.พิริยพงษ์เดินเข้ามาพร้อมวินิตา ม.ร.ว.พิริยพงษ์จ้องสายัณห์ดวงตาแข็งกร้าว สายัณห์เห็นม.ร.ว.พิริยพงษ์ก็กลัวลนลาน “ฉันไม่ได้เป็นอะไร ฉันไปช่วยงานในครัวแล้วกัน”
สายัณห์รีบออกไป อัศดงได้แต่งงกับท่าทางของสายัณห์ ในขณะที่สุทิศมองอย่างสงสัย
วินิตาไม่สนใจใคร “ไม่อยากเชื่อเลยนะคะ ว่าคุณหญิงจะหมั้นสายฟ้าแลบ แถมยังหมั้นกับพวก...คนธรรมดา” วินิตาทำหน้าดูถูก “คุณชายไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอคะ” ม.ร.ว.พิริยพงษ์ไม่ตอบเดินนำไป วินิตาจึงได้แต่เงียบเดินตาม
สุทิศนึกเคืองที่วินิตาทำท่าดูถูกวิศรุต สุทิศพึมพำเบาๆ “ถ้ารู้ว่าคุณวิศรุตเป็นใคร แล้วจะหนาว”
อัศดงเปรย “บ่นอะไรของเธอ”
“เปล่าครับเปล่า”

ที่ห้องแต่งตัว ประพันธ์ช่วยวิศรุตแต่งตัวอย่างไม่สบายใจ อดพูดออกไปไม่ได้ “แน่ใจแล้วเหรอครับคุณวิศรุต”
“แน่ใจอะไร”
“การเรื่องคุณหญิง คุณวิศรุตไม่ได้รักคุณหญิง ผมรู้ เราอยู่บ้านเดียวกัน เห็นหน้าคุณทุกวัน ผมรู้ว่าคุณรักพลับพลึง รักคุณสโรชา”
“ฉันจะรักใครตอนนี้คงไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะฉันกำลังจะหมั้นและจะแต่งงานกับคุณหญิง”
“มันมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหมครับ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างคุณวิศรุตจะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักได้ง่ายๆแบบนี้” วิศรุตนิ่งไม่ตอบ

บริเวณบันไดในวัง สโรชาและน้ำมนต์เดินเข้ามา สโรชาในตาเศร้าสร้อย
น้ำมนต์ท่าทางไม่พอใจ “ฉันนึกว่ามีเพื่อนเป็นนางฟ้าจากสวรรค์ นอกจากจะแสนดี จัดเตรียมอาหารคาวหวานให้งานเขาอย่างดี แถมยังมาแสดงความยินดีที่งานหมั้นเขาอีก แค่นี้แกยังเจ็บไม่พออีกเหรอลี่”
“ฉันมาคิดดูแล้ว ในเมื่อคนที่เรารักกำลังจะมีความสุข ฉันก็ควรยินดีกับเขาไม่ใช่หรือไง”
วิศรุตพา ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมลงบันไดมาเพื่อเข้าพิธีหมั้น สโรชายืนมองภาพนั้นอย่างเศร้าใจ น้ำมนต์ได้แต่มองดูเพื่อนอย่างเห็นใจ

ในพิธีหมั้นวิศรุตและม.ร.ว.หญิงประสงค์สมเข้าไปกราบเสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภี และแขกผู้ใหญ่ที่มาเป็นสักขีพยาน คนในวังต่างมองอย่างชื่นชม วินิตามองไปที่พานใส่สินสอดอย่างเยาะๆ
วินิตากระซิบกับม.ร.ว.พิริยพงษ์ “โธ่ ช่างเป็นผู้ชายที่โชคดีอะไรขนาดนี้ ลงทุนแค่แหวนวงเดียวก็ได้หมั้นกับคุณหญิงประสงค์สม แห่งวังเทวาสถิตย์แล้ว”
“สำหรับน้องหญิงตอนนี้ แค่นี้ก็พอแล้ว” วินิตาได้แต่มองม.ร.ว.พิริยพงษ์อย่างประหลาดใจ
สโรชาได้แต่มองดูวิศรุตอย่างเศร้าๆ น้ำมนต์และประพันธ์มองสโรชาอย่างเห็นใจ

ชัยบดีปรากฏตัวที่ตึกหน้าวัง ท่าทางแค้นใจ ก้าวเข้าไปในตึก สุทิศ อธิปและธารา เดินมาเห็นหลังชัยบดีเดินเข้าไปด้านในพอดี “นั่นใคร งานเขาเริ่มตั้งนานแล้วเพิ่งจะมา”
อธิปคุ้นๆพยายามคิด “หรือว่าจะเป็น...”

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนอวสาน[1] วันที่ 21 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ