อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 10 วันที่ 17 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 10 วันที่ 17 ธ.ค. 58

คุณหญิงประสงค์สมมาดูแลกำกับการทำอาหารใส่บาตรอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะไข่พะโล้ ที่ไข่จะต้องดำน้ำจะต้องเข้มข้น เสร็จแล้วจึงรีบไปตาม “พี่วิศรุต” มาใส่บาตร

พอคุณหญิงออกไปในครัวมีแต่อัศดงดูแลคนเดียว ชัยบดีก็เข้ามาทำทีถามว่าทำอะไรเช้านี้

“จัดสำรับใส่บาตรให้คุณไงคะ จะใส่ให้ท่านหญิงกิรติโสภณ ก็ต้องจัดของที่โปรด เขาว่าท่านหญิงน่ะโปรดไข่พะโล้แข็งๆ ดำๆ สีเข้มๆ”

ชัยบดีจึงได้ข้อมูลสำคัญ ทำก่อร่อก้อติกกับอัศดงทำเป็นช่วยหยิบโน่นฉวยนี่ถือโอกาสแต๊ะอั๋ง อัศดง บอกว่าไม่ต้องช่วยนี่เป็นหน้าที่ของตน ชัยบดีทำยิ้มซื่อๆ แล้วค่อยถอยไป



เมื่อไปใส่บาตรกับพระองค์หญิง และคุณหญิงประสงค์สม ชัยบดีพูดอย่างปลื้มอกปลื้มใจว่า

“ได้ใส่บาตรไข่พะโล้ของโปรดของท่านแม่ชื่นใจจังเลยกระหม่อม”

พอพระมา พระองค์หญิงใส่บาตร ตามด้วยคุณหญิง พอถึงชัยบดีเขาจะใส่บาตรพระองค์หญิงรีบบอกว่า

“เดี๋ยวก่อนพ่อวิศรุต...” ชัยบดีชะงักงง คุณหญิงจึงบอกให้ถอดรองเท้าก่อน เขาทำเป็นนึกได้รีบถอดรองเท้า “อยู่อังกฤษไม่เคยได้ใส่บาตรเลยไม่รู้เป็นธรรมดา” พระองค์หญิงตรัสอย่างเอ็นดู

“ขอประทานอภัยกระหม่อม” ชัยบดีแกล้งทำเก้ๆกังๆฉวยโอกาสแตะมือคุณหญิงที่ช่วยส่งของให้จนคุณหญิงเขิน

ooooooo

หลังจากเข้าใจและญาติดีกับลัดดาแล้ว วันนี้ สโรชามาส่งพิสิฐกับลัดดาที่จะไปประชุมและพักผ่อนที่ต่างประเทศ พิสิฐกำชับก่อนไปว่า เรื่องงานเปิดตัวโครงการทำดีๆล่ะ

“ไม่ต้องห่วงค่ะป๊า ตอนนี้ลูกก็เอาน้ำมนต์มาเป็นผู้ช่วยอยู่ใกล้ๆ จะได้ช่วยกันคิด ป๊าประชุมเสร็จ เที่ยวเสร็จ กลับมาคงพอดีเวลางานเปิดตัวโครงการนั่นแหละ”

“ไปทูลเชิญพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีด้วย โครงการนี้เกิดไม่ได้ ถ้าไม่ทรงขายที่ดินให้” สโรชาบอกว่าตนก็ตั้งใจอยู่เหมือนกัน “อ้อ...แหวนคุณวิศรุตที่ลูกยืมไปน่ะ ไปหามาคืนซะ พ่อขี้เกียจโดนถอนหงอกรู้ไหม”

สโรชารู้สึกเหมือนถูกทิ้งระเบิดใส่ เธอมองรถที่ขับเคลื่อนออกไปหน้าเสีย ว้าวุ่นใจขึ้นมาทันที พอกลับเข้าไปก็เคี่ยวเข็ญน้ำมนต์ว่าตนไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้วให้น้ำมนต์ช่วยหาให้ที

บังเอิญน้ำมนต์มีเรื่อง เพราะมาริโอคนรักเก่าที่หายหน้าไปสองปีส่งดอกไฮเดรนเยียมาแทนคำขอโทษ พอดีประพันธ์ก็เอาดอกไม้มาให้น้ำมนต์ พอเห็นมาริโอมาดเท่เขาก็ถอยไปอย่างเงียบเชียบ น้ำมนต์คืนดอก

ไฮเดรนเยียให้มาริโอบอกว่าไม่ต้องขอโทษเพราะตนถือเขาเป็นเพื่อนเท่านั้น มาริโอออดอ้อน แต่แม็กกี้แฟนใหม่โผล่มาแสดงตัวตบน้ำมนต์หาว่าแย่งแฟนตน
สโรชาเห็นเพื่อนโดนตบก็เข้าขวางและให้ รปภ.มาเอาตัวทั้งสองคนออกไป น้ำมนต์คลำปากที่ถูกตบบอกสโรชาว่า

“เออไอ้ลี่...เรื่องแหวนแกน่ะไว้ว่างค่อยหากันนะ วันนี้เดี๋ยวเคลียร์งานแล้วฉันจะกลับบ้าน เจ็บปากว่ะ นังบ้าเอ๊ย...”

“แกนี่สุดยอดเพื่อนเลย มีเรื่องเจ็บตัวยังคิดถึงเพื่อนอีก” สโรชานึกรักเพื่อนคนนี้ขึ้นอีกพะเรอเกวียน พอดีหันไปเห็นตู้เบเกอรี่ที่วางอยู่หน้าห้องอาหารเลยฉุกคิดอะไรขึ้นมา

ooooooo

สโรชาไปที่เรือนพลับพลึง ธาราบอกว่าวิศรุตพาแขกไปตลาดน้ำ เธอพูดแก้เกี้ยวว่าขับรถผ่านมา เลยแวะเข้ามาไม่คิดว่าจะมาเจอวิศรุตหรอก

ธารายกโฮมเมดเค้กมาเสิร์พ สโรชาบอกว่ากำลังอยากรับประทานพอดี พอชิมแล้วชมว่าอร่อยวางขายที่ไหนหรือเปล่า ธาราบอกว่ายังเลยจะเปิดร้านก็ไม่มีทุน สโรชาบอกว่าถ้าจะเปิดร้านให้บอกจะหาพื้นที่ฟรีให้ ธาราถามว่าจริงหรือ

“จริงสิ ไปวางที่ห้องอาหารสโรชา ที่โรงแรมก่อน แล้วพอเปิดโครงการใหม่ ลิลลี่ให้พื้นที่ขายห้องนึงเลย เอ้อ...ในฐานะที่เป็นเพื่อนคุณวิศรุต”

ธาราดีใจสุดๆ ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก พอดีประพันธ์เดินหน้าเครียดเข้ามา สโรชาดีใจเพราะมีเรื่องอยากคุยด้วย

จากการคุยกับสโรชา ค่ำนี้ประพันธ์เอาช่อกุหลาบแดงไปให้น้ำมนต์ที่บ้านบอกว่ามาเยี่ยมคนป่วย พร้อมทั้งยาทาแผลให้ น้ำมนต์ถามว่าใครบอกเนี่ย ยุ่งจริงเลย แต่ยังไม่เปิดประตูให้ จนประพันธ์อ้อนว่าหิวน้ำจังเลย ขอกินน้ำเย็นสักแก้วน้ำมนต์จึงเปิดประตูให้เข้าบ้าน

ooooooo

ป้าหวานยังเอาของมาแลกผักจากเรือนพลับพลึง จึงรู้ว่าพลังพลึงกลับไปอยู่บ้านนอกแล้ว แกถามว่าแน่ใจหรือว่ากลับบ้านนอกท่าทางมันจะไปดีมีราศีจะตาย น่าจะไปได้ดีเป็นคุณนายเสียมากกว่า

วิศรุตสงสัยถามป้าหวานเอาจริงเอาจัง ป้าหวานก็เล่าฉอดๆอย่างออกรสว่า

“จริงๆนะ อย่างที่บอกนั่นแหละ ป้าเห็นเป็นประจำ แม่พลังพลึงน่ะ ผลุบเข้าผลุบออกกะเปิ๊บกะป๊าบน่าสงสัย กลางวันซ้อนมอเตอร์ไซค์วินออกไป เย็นมีรถเก๋งคันโก้มาส่งหอบข้าวของพะรุงพะรัง บางทีก็แต่งตัวซะซ้วยสวย ทาแป้งทาปากแดงแช้ดดด...บางทีก็แต่งตัวธรรมดา เหมือนอยู่บ้านนี่แหละ บางทีตอนออกใส่ชุดนึง ตอนกลับใส่อีกชุดก็มี แปลกไหมล่ะแม่คนนี้”

ฟังจากป้าหวานแล้ว วิศรุตคิดจะพิสูจน์ให้ได้ว่าพลับพลึงเป็นใครกันแน่? วางแผนจับเท็จโดยให้ริชาร์ดกับธาราร่วมมือ แล้วตัวเขาเองก็ไปเชิญสโรชามาที่เรือนพลับพลึงอ้างว่าให้มาชิมเค้กสูตรใหม่

ขณะเดินผ่านใต้ระเบียงนั้นเอง ริชาร์ดกับธาราทำเป็นเถียงกันแล้วทำน้ำหกรดใส่สโรชาจนเปียก วิศรุตขอโทษแทนทั้งสองแล้วให้ธาราพาสโรชาไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า และให้บอกว่าห้องพักเต็มให้เธอไปพักที่ห้องพลังพลึงแทน

สโรชาอาบน้ำสระผมเสร็จ คราบสโรชาถูกชะล้างไปหมดสิ้น เหลือแต่ตัวตนที่เป็นพลับพลึง เธอตกใจ เครื่องสำอางก็หายหมด เธอว้าวุ่นใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี ทันใดนั้นประตูเปิดออกป้าหวานโผล่มาทักพลับพลึงว่าไหนว่ากลับบ้านไปแล้ว

เมื่อจับได้คาตาเช่นนี้ วิศรุตมองเธออย่างผิดหวังมาก ป้าหวานถามว่าแม่คนนี้ตกลงชื่ออะไรกันแน่ ธารากับริชาร์ดตอบพร้อมกันว่า สโรชา/พลับพลึง แล้วต่างก็สับสนกันเอง

สโรชาได้แต่ทำหน้าเหมือนคนอยากจะร้องไห้ต่อหน้าวิศรุตที่ได้แต่มองเธอด้วยสายตาที่ผิดหวังอย่างมาก

สโรชามาเล่าให้น้ำมนต์ฟังขณะเดินอยู่ในร้านขายของเก่า น้ำมนต์ถามว่าทำไมไม่ยืนกระต่ายขาเดียวไปเลยว่าตนไม่ใช่พลับพลึง ไม่ใช่! ไม่ใช่!! แล้วทำท่าเหวี่ยงสุดฤทธิ์

สโรชาบอกว่าหลักฐานแน่นหนาขนาดนั้นตนเหวี่ยงกลบเกลื่อนไม่ออกหรอก คาดว่าวิศรุตคงโกรธมาก น้ำมนต์บอกว่าจะเกลียดหนักขึ้นไปอีกถ้ารู้ว่าเธอ
ทำแหวนของเขาหาย สโรชาเร่งให้ช่วยหาของเก่าที่ใกล้เคียงที่สุด

ooooooo

ชัยบดีสร้างภาพเป็นคนดี วันนี้ก็ไปบริจาคเงินเป็นค่าอาหารและค่าใช้จ่ายต่างๆแก่เด็กในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า เจ้าหน้าที่ขอบคุณและขอชื่อนามสกุลเพื่อเขียนใบเสร็จให้

พอดีสโรชาและน้ำมนต์เดินผ่านสถานสงเคราะห์นี้ สโรชาจะแวะเข้าไปคุยกับผู้อำนวยการที่เราจะทำ CSR จัดห้องสมุดให้เด็กๆ เพื่อผลบุญจะช่วยให้วิศรุตหายโกรธได้บ้าง เผอิญเหยียบถูกพื้นลื่นถลาจะล้ม ชัยบดีออกมาพอดีเขาประคองไว้ทัน พอเห็นหน้าสโรชาก็เกิดปิ๊งทันที สโรชาขอบคุณและน้ำมนต์ก็รีบเข้าแทรกทันที

พอเดินคล้อยหลังมาน้ำมนต์ถามว่า

“เอาสมุดเช็คมารึเปล่าคะคุณสโรชา เผื่ออยากบริจาค”

ชัยบดีได้ยินชื่อ เขาพึมพำอย่างติดใจว่า...ชื่อ สโรชา...

วันนี้ขณะสโรชานั่งทำงานอยู่ จู่ๆก็มีจดหมายจากสถานสงเคราะห์ในนาม “วิศรุต มรุพงษ์” มาวางตรงหน้า วิศรุตถามว่าตนไม่ได้บริจาคแล้วจดหมายขอบคุณมาได้อย่างไร สโรชาอ้างว่าไหนๆเขาก็ทำงานให้คุณพ่อตนเลยทำบุญเผื่อ

นอกจากไม่ขอบใจแล้ววิศรุตยังไม่พอใจบอกว่าเธอเป็นคนบริจาคก็ควรใส่ชื่อจริงของตัวเองหรือชอบหลอกลวงอย่างนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรือ แล้วเขาก็เอาถุงเครื่องสำอางคืนให้บอกว่าธาราฝากมาคืน สโรชาทำหน้างง

“ผมให้ธาราเอามาจากกระเป๋าคุณเอง มันพิสูจน์ความจริงให้ผมได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น คุณสโรชาผมไม่ใช่ คนที่เห็นความจอมปลอมเป็นเรื่องสนุกเหมือนคุณหรอกนะ”

วิศรุตพูดแล้วก็เดินไปทันที สโรชาวิ่งไปขวางไว้ บอกด้วยสีหน้าอ้อนวอนว่า

“แต่ฉันมีเหตุผลนะคะ”

ooooooo

สโรชาวิ่งตามมาขวางบอกว่าตนมีเหตุผล และเธอก็ชี้แจงเหตุผลของตน ในขณะที่วิศรุตยืนฟังหน้าเครียด

“มันเริ่มจากการตกกระไดพลอยโจน ฉันไม่ได้ตั้งใจหลอกคุณเลย...” แล้วเธอก็เริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจสุดฤทธิ์ เริ่มจากเธอยังเบลอๆ เพราะความตกใจเลยตอบคำถามไม่ชัด นับแต่ที่บอกว่ามาจากแอลเอ เขาก็เข้าใจว่าเป็นร้อยเอ็ด ส่วนชื่อเขาก็เรียกเองว่า พลับพลึงตนจึงเลยตามเลย การศึกษาบอกว่าจบการตลาด เขาก็ฟังเป็นอยู่ตลาด

แต่คำชี้แจงของสโรชาไม่อาจทำให้วิศรุตหายเคืองได้ หาว่าเธอมาอยู่ที่โฮมสเตย์ปกปิดสถานะที่แท้จริงว่าเธอคือสโรชา สุนทรเกษม ทายาทเศรษฐีพันล้าน ถามว่า

“คุณทำเพื่ออะไร? สนุกเหรอที่ได้ปั่นหัวคนอื่นให้เข้าใจผิด สนุกที่เห็นตนเป็นไอ้โง่!!”

พอดีนารีมาบอกว่า “ท่านประธานทราบว่าคุณวิศรุตมาก็เลยให้มาเรียนเชิญที่ห้องค่ะ”

วิศรุตบอกพิสิฐว่าเรื่องซื้อขายที่ดินเรียบร้อยแล้วต่อไปตนก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาที่นี่อีก พิสิฐรู้ว่าวิศรุตยังโกรธสโรชาเขาตำหนิตัวเองว่าเลี้ยงลูกไม่ดีเองจะโกรธก็โกรธตนเถอะ

ด้วยศิลปะการเจรจาที่แพรวพราว ในที่สุดพิสิฐก็หว่านล้อมให้วิศรุตร่วมกันไปเชิญพระองค์หญิงมาร่วมเปิดตัวโครงการลิลลี่คอมเพล็กซ์กันได้สำเร็จ สโรชารีบอวยว่า

“พระองค์หญิงคงดีพระทัยหากคุณไปเฝ้าและมอบการ์ดเชิญให้ท่าน”

“ไปพร้อมกันนะคุณวิศรุต ผมถือว่าคุณคือผู้ร่วมบุกเบิกให้เกิดโครงการเหมือนกัน” พิสิฐรวบรัดเนียนๆ

ooooooo

ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ชัยบดีแกล้งทำใบเสร็จที่ทางสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าออกให้หล่น และคุณหญิงประสงค์สมเก็บได้เอาไปให้เขา บอกว่าเพิ่งทราบว่าที่เขาออกไปข้างนอกเพราะทำกิจกรรมการกุศลนี่เอง

ชัยบดีทำเป็นยิ้มเขิน แต่พูดเป็นคุ้งเป็นแควว่านี่เป็นสิ่งที่ตนชอบทำ แม่สอนว่ายิ่งให้ก็ยิ่งได้ โลกนี้มีคนยากลำบากกว่าเรามากมาย วันไหนมีมากก็ควรเอาส่วนเกินไปแบ่งคนอื่นบ้างเท่านั้นเอง พูดจนคุณหญิงเคลิ้ม ศรัทธาในความคิดของเขา แล้วชัยบดีก็ทำทีว่ามีธุระจะไปดูอะไรสักหน่อย ชวนคุณหญิงไปด้วยกันไหม ด้วยความเชื่อในความดีของเขาคุณหญิงยิ้มรับ

ชัยบดีเล่นละครฉากใหญ่ เขาพาคุณหญิงไปที่สนามบอลโกลหนู ดูเด็กเล่น เมื่อเด็กทำคะแนนได้ก็ปรบมือและให้รางวัล บอกว่าให้เอาไปเป็นทุนการศึกษาบ้าง ให้ไปกินจิ้มจุ่มกันบ้าง ซ้ำใครเรียนดีก็จะให้รางวัลเพิ่ม เขาแสดงตนเป็นผู้ใหญ่ใจดีอย่างน่าศรัทธา เมื่อเห็นคุณหญิงตายใจจึงชวนไปหาอะไรทานกัน

คุณหญิงยิ่งรู้สึกสนิทใจเมื่อชัยบดีบอกว่าตนเข้าใจเด็กเหล่านี้ดี เพราะตนเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน ทำให้คุณหญิงยิ่งมีอารมณ์ร่วม ชัยบดีได้ทีตอกย้ำอีกว่า

“ตอนนี้เราสองคนอยู่ในฐานะเดียวกัน ได้รับพระกรุณาจากท่านยายเหมือนกัน ก็ควรกตัญญูต่อท่านยายให้มากๆ เพราะท่านทรงเป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียวของเรา...จริงไหมครับ”

“ค่ะ พี่วิศรุต” คุณหญิงตอบยิ้มปลื้มในตัวชัยบดีอย่างไม่รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเขา

ooooooo

เมื่อวิศรุต พิสิฐ และสโรชา มาเรียนเชิญพระองค์หญิงไปงานเปิดตัวโครงการลิลลี่คอมเพล็กซ์ ท่านรับเชิญด้วยความยินดีและจะพากันไปทั้งหมด ยังความปลื้มปีติแก่ทั้งสามยิ่งนัก

เมื่อออกมาหน้าวัง สโรชาชมว่าเป็นความดีความชอบ ของวิศรุตที่ทำให้พระองค์หญิงยอมเสด็จไปร่วมงาน วิศรุตพูดอย่างเย็นชาว่าตนแค่ทำตามหน้าที่ สโรชาอด เหน็บไม่ได้ว่าแน่ใจหรือว่าทำตามหน้าที่ เพราะเขาเข้าออกวังก่อนที่จะเจอกับป๊าตน และคุณหญิงประสงค์สมก็โปรดเขา พระองค์หญิงก็โปรด เขาน่าจะรู้สึกได้

“คนในวังจะคิดยังไงไม่สำคัญ เพราะผมมาที่นี่เพื่อทำงานให้พ่อคุณ และวันนี้ผมทำหน้าที่ที่คุณพิสิฐมอบหมายให้เรียบร้อยแล้ว คงไม่จำเป็นต้องมาเจอ
คนที่นี่ และ...คุณอีก” พูดแล้ววิศรุตเดินแยกไปเลย พิสิฐ ตามมาถึงถามสโรชาว่า ทำไมวิศรุตไม่กลับพร้อมเรา สโรชาได้แต่นิ่ง เพราะไม้รู้จะตอบอย่างไร

ooooooo

สโรชาพยายามง้อวิศรุตกระทั่งกลับไปทำอาหาร เช้าสุดฝีมือเพื่อขอโทษ แต่ธาราบอกว่าสายไปแล้ว เพราะวิศรุตเดินทางไปต่างประเทศหลังจากนั่งอ่านจดหมายจากแนนซี่

กว่าจะรู้ว่าวิศรุตเดินทางไปไหนก็เล่นเอาเหนื่อย แต่ด้วยความคุ้นเคยและเดาเก่ง ในที่สุดเธอก็รู้ว่าวิศรุตไปเวนิส อิตาลี เธอกลับมาจัดกระเป๋าตามไปทันที ไปถึงโทร.บอกน้ำมนต์ น้ำมนต์ถามว่าจะตามเจอหรือเวนิสไม่ใช่ตลาดน้ำขวัญเรียมนะ

“ฉันเชื่อว่าหัวใจจะพาฉันไปเจอเขาได้แน่ แค่นี้นะ ฉันจะเอาของไปเก็บที่พักแล้ว”

สโรชาวางสายเลย น้ำมนต์ได้แต่เอาใจช่วยว่า “หวังว่าหัวใจแกจะนำไปถูกทางนะยะ”

สโรชาออกตามหาวิศรุตทันที เริ่มจากที่ถนนหน้าที่พัก ไปจนถึงสวนสาธารณะ แต่พอเดินถึงสามแยกเธอเห็นวิศรุตเดินอยู่อีกฟากหนึ่ง เธอรีบวิ่งไปหาแต่ระหว่างนั้นถูกโจรชิงกระเป๋าไป เธอร้องขอความช่วยเหลือและเสียหลักหงายจะล้ม มือหนึ่งมาประคองไว้ทัน พอมองหน้าเธออุทานดีใจสุดชีวิต

“คุณวิศรุต!”

วิศรุตเองก็แปลกใจไม่แพ้กันที่มาเจอเธอที่นี่ แต่ความโกรธยังคุกรุ่น หลังจากช่วยประคองเธอไว้แล้วเขาก็เข้าไปนั่งดื่มกาแฟกับแนนซี่ ไม่สนใจเธอเลย สโรชายืนหนาวอยู่ข้างนอกมองเข้าไปในร้านกาแฟบ่นอย่างน้อยใจว่า

“คนบ้า คนใจร้าย ฉันลำบากขนาดนี้ยังทำไม่สนใจอีก”

แนนซี่สงสารเอากาแฟมาให้ดื่มถามว่าทำไม

ไม่เข้าไปในร้าน สโรชาบอกว่าตนถูกกระชากกระเป๋าไม่มีอะไรเหลือเลย พูดอย่างน้อยใจว่าตนมาคนเดียว

“ส่วนคนที่รู้จัก เขาไม่สนใจหนูเลย ทั้งที่หนูอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลเดินจนส้นรองเท้าหักมาหาเขาถึงนี่ จะถามสักคำว่าเป็นยังไงบ้างก็ไม่มี”

“เป็นไงบ้างครับ” วิศรุตเดินเข้ามาพร้อมเสื้อคลุมของแนนซี่ สโรชาดีใจมาก แต่แล้วก็สลดวูบเมื่อเขาพูดกับแนนซี่ว่า “ผมบอกแล้วว่าไม่ต้องออกมาก็ไม่เชื่อ เรากลับกันเถอะครับ แนนซี่” พลางเอาเสื้อคลุมให้

สโรชาจึงรู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือแนนซี่ ไม่ทันไรทั้งสอง ก็ควงกันเดินจากไป ในนาทีนี้สโรชาที่ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่เมื่อเจอวิศรุตแล้วก็จะไม่ยอมปล่อยเขาไป เธอเดินตามไปจนแนนซี่สงสาร บอกสโรชาว่า เขาไม่ช่วยหนูฉันจะช่วยเอง สโรชาดีใจแทบกระโดด ในขณะที่วิศรุตหนักใจขึ้นมาทันที

ooooooo

แนนซี่พาสโรชามาอยู่ในห้องเดียวกันในโรงแรม และดูแลเธออย่างดีหาเสื้อผ้าใหม่ให้ใส่ สโรชารู้สึกอบอุ่นบอกว่าไม่เหมือนใครบางคนที่แล้งน้ำใจที่สุด

“ปกติวิศรุติเขาไม่ใช่คนแล้งน้ำใจหรอกนะจ๊ะ เวลาที่เขาทำนิ่งเฉย ดูเขาเย็นชา มักอยู่ในอารมณ์ที่ผิดหวังหรือโกรธอยู่” สโรชาเลียบเคียงว่าแนนซี่รู้ใจวิศรุตจังเลย พอแนนซี่บอกว่าเห็นเขามาแต่แรกเกิดจนโตยืนหยัดอยู่ด้วยตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้ เธอทำใจกล้าถามว่า

“แล้วเรื่องความรักล่ะคะ แนนซี่รู้เรื่องความรักของวิศรุตด้วยหรือเปล่า เขาเคยชอบใครบ้างไหมคะ”

“เท่าที่ฉันเห็นมีสองคนนะ คนที่วิศรุตชอบคนแรกเป็นผู้หญิงซื่อๆ ดูน่ารัก สดใส จริงใจ ส่วนอีกคนเป็นสาวเก่ง มั่นใจตัวเอง แต่ติดจะเอาแต่ใจ แล้วก็ขี้โมโห”
สโรชานึกรู้ทันทีว่าหมายถึงพลับพลึงและสโรชา แกล้งถามแนนซี่ว่าแล้วเขาชอบคนไหนมากกว่ากัน

“ฉันเดาไม่ถูกหรอกว่าเขาชอบคนไหนมากกว่ากัน”

สโรชายิ้มปลื้ม เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าเขาชอบพลับพลึงหรือสโรชา แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ลิลลี่ก็พร้อมจะเป็น...

ooooooo

เช้านี้ วิศรุตไปวิ่งออกกำลังกายกลับมาก็เห็นบนโต๊ะมีถาดใส่อาหารเช้าเป็นไข่ดาวรูปหัวใจ กาแฟ และดอกไม้แจกันเล็กๆ พร้อมกระดาษโน้ตเขียนว่า

“ฉันกับแนนซี่จะรอที่ล็อบบี้นะ ปล.ไข่ดาวฉันสั่งพิเศษสำหรับคุณโดยเฉพาะค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ”

อ่านแล้ววิศรุตเผลอยิ้มออกมา พอนึกได้ว่าควรโกรธเธออยู่ก็ปั้นหน้าตึง วางกระดาษลง

เมื่อไปเจอกันที่ล็อบบี้ แนนซี่บอกว่าวันนี้ตนจะไปงานเปิดตัวหนังสือของนักเขียนคนโปรด สายๆค่อยมาเจอกัน ฝากวิศรุตให้เทกแคร์ลิลลี่ด้วย สโรชาดีใจรีบถามว่าเราจะไปไหนกันดี วิศรุตหน้าตึงบอกว่าเธอควรจะไปตามหากระเป๋ามากกว่านะ เมื่อวิศรุตยังมีท่าทีเย็นชา สโรชาบอกกับตัวเองว่า “ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก”

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 10 วันที่ 17 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ