อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10 วันที่ 6 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10 วันที่ 6 ธ.ค. 58

“แขกวีไอพี สเปเชี่ยลรีเควส หลน กะทิ” เชฟใหญ่เอ่ยขึ้น ผู้ช่วยเชฟกำลังหยิบปูออกมาจะสับ เชฟเสียงดัง “ดูที่มาร์คด้วย แขกแพ้อาหารทะเล ซีเรียส!..”
“ครับ!” ผู้ช่วยเชฟหยุดมือทันที
“เปลี่ยนเป็นหลนหมูสับ ศักดาจัดการด้วย” เชฟเอ่ยสั่งกับศักดา
ศักดาหยิบกะทิที่ตนผสมเนื้อปูปั่นละเอียดไว้แล้ว จัดการเทใส่หม้อขึ้นตั้งไฟ ขึ้นตอนการปรุงผ่านไป หลนหมูสับที่ถูกตกแต่งสวยงามแล้วนำไปวางในถาดพร้อมเสิร์ฟ อาหารเสร็จเรียบร้อยเป็นเซตอาหารไทย หลนกับผักแกล้ม ต้มยำ ผัดผัก ถูกปิดฝาไว้อย่างดี

“เซตดินเนอร์ แขกวีไอพี คอมพลีท” เชฟเอ่ยเสียงดัง
พนักงานเข้ามายกอาหารออกไป



เวลาเย็น มุมดินเนอร์ มิสเตอร์เฉินเข้ามาที่ห้องอาหาร ธีรพัฒน์กำลังยืนดูแลปีเตอร์ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร
มิสเตอร์เฉินจับมือกับปีเตอร์เป็นการทักทาย จากนั้นนั่งลงที่โต๊ะดินเนอร์ด้วยกัน พนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟ แล้วเปิดฝา
มิสเตอร์เฉินหันมาหาทางธีรพัฒน์ “คุณนรุตม์?”
“คุณรุตม์กำลังเดินทางมา รอสักครู่นะครับ” ธีรพัฒน์ขยับออกมา ส่งข้อความหานรุตม์
ส่วนมิสเตอร์เฉิน เริ่มกินอาหารเย็นที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้

ที่ดาดฟ้าของโรงแรม ลีลาเดินเข้ามาที่ดาดฟ้าไม่เจอนรุตม์ กำลังจะหยิบมือถือขึ้นมากด โทรหา นรุตม์เข้ามากอดลีลาจากทางด้านหลัง ลีลาหันกลับมาเห็นนรุตม์ก็ยิ้ม
“ขอบคุณนะครับ สำหรับเรื่องวันนี้”
“ฉันทำในสิ่งที่ควรทำ...”
“...ทำเพื่อเราใช่ไหม”
“ฉันไม่อยากให้คุณต้องลำบากใจ”
“สักวันทุกอย่างต้องดีขึ้น” ลีลาจากสีหน้ายิ้มๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นเครียด “ทำไมทำหน้าแบบนั้น มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
“ลีคิดว่าจะกลับไปอิตาลีค่ะ”
“ทำไม...”
“พอเกิดเรื่องครั้งนี้...ลีถึงเข้าใจว่าคนอย่างหาญกล้าคงไม่ยอมหยุดง่ายๆ ถ้าลียังอยู่ เรื่องราวมันจะยิ่งบานปลาย ครั้งนี้คุณพ่อคุณต้องมาเดือดร้อนด้วย...” ลีลาเงียบไปก่อนจะพูดว่า “ลีเหนื่อยค่ะ”
นรุตม์กระชับกอดอีกฝ่ายแน่น “คุณมีผมนะลี อย่ากลับไปเลยนะ”
ลีลาน้ำเสียงท้อแท้ “...ลีมองไม่เห็นอนาคตของเราเลยค่ะ ลีกลัวนะคะ...ลีไม่อยากผูกพันเพื่อรอวัน เสียใจ...ลีอาจจะ เห็นแก่ตัว แต่ลีก็กลัวที่จะเจอวันนั้น”
“ลี...ผมสัญญาว่า...”
ลีลามองอย่างรอคอยด้วยความหวัง แต่แล้ว เสียงข้อความจากมือถือของชายหนุ่มดังขึ้น นรุตม์มองข้อความสีหน้าละล้าละลัง “ผมมีงานด่วน...”
“ถ้างั้น...”
“ขอผมไปเคลียร์งานก่อนแล้วเราจะคุยเรื่องนี้กัน...นะครับ” นรุตม์รีบปลีกตัวออกไป
ลีลานิ่งเหมือนเป็นการยอมรับ

นรุตม์จับมือพาลีลาเข้ามาตรงมุมเล้าจ์ อีกด้านหนึ่งของห้องอาหาร “คุณรอตรงนี้ก่อนนะ ผมขอไปต้อนรับแขกไม่นาน แล้วจะรีบออกมา” นรุตม์จะเดิน ออกไปแต่ยังไม่วายหันมาย้ำ “อย่าไปไหนนะ”
“ฉันจะรออยู่ตรงนี้ค่ะ สัญญา”
นรุตม์ค่อยวางใจแล้วเดินเข้าไปในห้องอาหาร

ที่โต๊ะอาหาร มิสเตอร์เฉินกับปีเตอร์นั่งกินอาหารอยู่ มิสเตอร์เฉินเริ่มมีอาการใช้มือลูบแขนเบาๆ
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” ปีเตอร์ถามขึ้น
“ภูมิแพ้น่ะ เดี๋ยวกินยาก็หาย” มิสเตอร์เฉินหยิบยาแก้แพ้ขึ้นมาบนโต๊ะเตรียมจะกิน
นรุตม์เดินเข้ามา “ขอโทษนะครับที่มาช้า”
“ปีเตอร์ คุณนรุตม์ผู้บริหารโรงแรม Castle” มิสเตอร์เฉินเอ่ยแนะนำกับปีเตอร์
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” นรุตม์กับปีเตอร์จับมือกันอย่างยินดี
“คุณเฉินพูดถึงคุณบ่อยๆ จนผมคิดว่าคงจะมีสักโปรเจ็คท์ที่เราจะได้ร่วมงานกัน”
“ยินดีครับ..”
ขณะเดียวกัน มิสเตอร์เฉินเริ่มใช้มือลูบที่แขนทั้งสองข้าง พยายามหายใจเพราะเริ่มหายใจลำบาก มิสเตอร์เฉินสงสัยอาการรีบดึงแขนเสื้อขึ้นเห็นผื่นแดงขึ้นที่ข้อมือ แล้วจู่ๆ ก็เกิดอาการหายใจไม่ออก
“ผมคงรบกวนเวลาแค่นี้ ขอให้ทานอาหารให้อร่อยนะครับ” นรุตม์หันไปยิ้ม แต่กลับเห็นอาการมิสเตอร์เฉินที่พยายามจะหันไปหยิบยาแกแพ้ ก็รู้สึกตกใจกับอาการของอีกฝ่าย “คุณเฉิน!” สิ้นคำของนรุตม มิสเตอร์เฉินหายใจไม่ออกจนหมดแรง ยืนล้มคว่ำไปกับโต๊ะอาหารแล้ว ลากผ้าคลุมโต๊ะจนทุกอย่างบนโต๊ะร่วงลงกระแทกพื้น
ทุกคนในห้องอาหารตกใจ นรุตม์เข้าไปดูอาการ มิสเตอร์เฉินหายใจไม่ออก ดิ้นทุรนทุรายอาการแย่มาก
เสียงจากด้านในห้องอาหารเรียกความสนใจจากลีลา หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปด้านใน มองเห็นพนักงาน และคนที่ ยืนอออยู่ด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ณรัลดื่มไวน์จนหมดแล้ว วางแก้วมองวิทยาให้รินไวน์ให้ วิทยารินไวน์เห็นสีหน้าของณรัล ที่ยิ้มมีความสุขก็รู้สึกแปลกใจ “นายก็มาดื่มด้วยกันสิ”
“มีเรื่องอะไรดี ๆใช่ไหมครับ ถึงได้ฉลอง...”
ณรัลหัวเราะแล้วดื่มไวน์ด้วยสีหน้าแววตาที่สะใจ

ภายในห้องอาหารของโรงแรม ลำไพรกับหาญกล้าเข้ามาเห็นแขกบางส่วนกับพนักงานกำลังล้อมดูเหตุการณ์
ชาติเข้าไปหานรุตม์กับธีรพัฒน์เพื่อรายงาน “คุณหมอออกเวรไปครึ่งชั่วโมงแล้วครับ”
“รถพยาบาล!” นรุตม์สั่ง
ธีรพัฒน์ร้อนใจรีบกดมือถือ มิสเตอร์เฉินท่าทางหายใจลำบากมากขึ้นทุกที นรุตม์พยายามปลดกระดุมคอเสื้อ แต่มิสเตอร์เฉิน ก็ดิ้นรน ด้วยความอึดอัด
“อีกสิบห้านาที รถพยาบาลจะมาถึงครับ” ธีรพัฒน์เอ่ยบอกนรุตม์
ลีลามองนรุตม์ที่ร้อนรนเครียด “คุณรู้หรือเปล่าว่าเขามีโรคประจำตัวอะไร”
“แพ้อาหารทะเลครับ” ธีรพัฒน์ตอบ
ลีลาตรงเข้าไปที่มิสเตอร์เฉินค้นตัวหายา“มันต้องมีสิ ยาแก้แพ้น่ะ”
ปีเตอร์นึกได้ “คุณเฉินมีครับ ผมเห็นเขากำลังจะกินก่อนคุณรุตม์เข้ามา” ปีเตอร์
ลีลาฟังแล้วหันไปมองกองจานอาหารที่กระจัดกระจายบนพื้น หญิงสาวรีบเข้าไปค้นหาดูอย่างไม่รังเกียจกับความเลอะเทอะใด ๆ จนเจอกล่องยา ลีลาหยิบขึ้นมาแล้วใช้กระดาษทิชชู่เช็ดก่อนจะเปิดดูเห็นว่ามีแต่ยาสีเดียวซึ่งน่าจะเป็นประเภทเดียวกัน ลีลาหันมาสั่งพนักงาน “ขอน้ำเปล่า ใส่ถ้วยช็อตมาด่วนเลยค่ะ!” พนักงานรีบไปเอาน้ำเปล่า
“ขอช้อนสองคันค่ะ !” ลีลาเอ่ย ธีรพัฒน์รีบคว้าช้อนที่อยู่บนโต๊ะอื่นส่งให้ลีลาทันที ลีลาหยิบยาสองเม็ด วางในช้อน แล้วใช้หลังช้อนของอีกอันบดยาให้ละเอียด ทุกคนมองว่าลีลากำลังทำอะไร “น้ำ!” ลีลาเอ่ย นรุตม์รับแก้วน้ำจากพนักงานมาถือไว้ ลีลาบอกกับนรุตม์ “คุณถือไว้นิ่งๆ” จากนั้นเอายาที่บดละเอียดค่อย ๆใส่ลงไปในแล้วน้ำ แล้วใช้ช้อน คนให้ยาละลาย จึงเอาแก้วน้ำตรงเข้าไปหามิสเตอร์เฉิน “คุณรุตม์ จับเขาไว้ให้นิ่งที่สุด”
นรุตม์มองอย่างเข้าใจว่าลีลากำลังจะทำอะไรก็หันไปบอก ธีรพัฒน์ “คุณธี!” ธีรพัฒน์จับขามิสเตอร์เฉินไม่ให้ดิ้น นรุตม์ประคองด้านบนแล้วจับให้มิสเตอร์เฉินอ้าปาก ลีลากรอกน้ำผสมยาแก้แพ้ให้กับมิสเตอร์เฉินอย่างระมัดระวัง ทุกคนลุ้นสุดตัว

หลังจากรถพยาบาลมารับมิสเตอร์เฉินไปแล้ว นรุตม์ก็เปิดประตูเข้ามาในครัวของโรงแรมมองกราดไปทั่ว ธีรพัฒน์ หาญกล้ากับลำไพรตาม เข้ามาด้านหลัง
“เชฟครับ..พนักงานในครัวอยู่ครบหรือเปล่า”
เชฟมองปราด “ขาดผู้ช่วยเชฟ ศักดาครับ”
“เรียกซิเคียวริตี้!” นรุตม์สั่งธีรพัฒน์ จากนั้นเดินออกไปทันที ลำไพรกับหาญกล้ารีบเดินตามไป พนักงานมองหน้ากันแล้วรีบตามไปดูเหตุการณ์
ในห้องล็อกเกอร์ของพนักงาน ศักดารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความหวาดกลัว ร้อนรน จากนั้นรีบวิ่งออกไปจากห้อง แต่พอเปิดประตูออกมาก็ชะงักที่เห็นนรุตม์ ธีรพัฒน์ หาญกล้า ลำไพร และพนักงานยืนดักอยู่
ศักดารู้ว่าโดนแน่ จะวิ่งฝ่าออกไป แต่เจอกับซิเคียวริตี้ของโรงแรมสองคนเข้ามาขวางไว้ ศักดาพยายาม ดิ้นรนจะหนีไปให้ได้ แต่ถูกหาญกล้าล็อกลงไปนอนกับพื้น นรุตม์มองศักดา ศักดาหน้าเสียรู้ว่าหนีไม่พ้นแน่

ภายในห้องหนังสือ ที่บ้านของศิริ
นรุตม์รายงานศิริ “มิสเตอร์เฉินปลอดภัยแล้วครับ ส่วนผู้ช่วยเชฟเราส่งตัวให้ตำรวจแล้วครับ”
“เช็คหาตัวการได้ไหม”
“ผู้ช่วยเชฟไม่เคยเห็นหน้าคนว่าจ้าง ใช้การติดต่อทางโทรศัพท์ส่งข้อความและจ้างนักเลงมาข่มขู่ให้ ลงมือทำร้ายมิสเตอร์เฉินครับ”
“มันต้องการล้มการเซ็นสัญญาครั้งนี้ รุตม์คิดว่าเป็นฝีมือใคร” ศิริย้อนถาม นรุตม์นิ่งเงียบไป ศิริเครียด “ย้ายไปไกล...แต่ณรัลก็ดูจะไม่หมดเขี้ยวเล็บเลย”
“แต่พี่รัลก็ไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ แล้ววิทยาก็จับตาดูอยู่ตลอด”
“งั้นก็ต้องมีคนของณรัลอยู่ที่โรงแรม”
“ต้องเป็นคนในที่รู้กำหนดการของมิสเตอร์เฉิน แต่ผมยังหาตัวไม่พบว่าเป็นใคร”

ที่รีสอร์วิรัตน์ แม่ฮ่องสอน ณรัลคุยโทรศัพท์อย่างหัวเสีย “พลาด! แล้วมันสงสัยหรือเปล่าว่าเป็นใคร”
ลำไพรก้าวออกมาจากจากผับแห่งหนึ่ง “รับรองว่าคุณรุตม์ไม่มีทางสาวถึงเราได้แน่นอนค่ะ”
“จำไว้ว่าอย่าให้มีหลักฐานมาถึงฉัน!” วิทยาแอบฟังการสนทนาของณรัล
“ค่ะ” ลำไพร สีหน้าหงุดหงิดวางสาย แล้วหันหลังกลับจะเดินเข้าไปในร้าน แต่มีชายต่างชาติยื่น แก้วมาตรงหน้า ลำไพรหันมามองเห็นฝรั่งนิโกรยิ้มให้ ลำไพรมองแล้วยิ้มอย่างมีความหมาย

นรุตม์เดินออกมาจากห้องของศิริ เจอกับศตวรรษที่นั่งเหมือนจะอ่านหนังสือแต่ตามองพระจันทร์แล้วยิ้มอยู่ตามลำพังในสวน นรุตม์มองสีหน้า และสายตาเหม่อๆ ของศตวรรษก็หยิบหนังสืออีกเล่ม ที่วางอยู่ใกล้ๆ โยนใส่ตักศตวรรษ
“เฮ้ย!” ศตวรรษตกใจ
“นั่งยิ้มแบบนี้ใจลอยไปหาใคร”
“สวยมากครับ...” ศตวรรษยิ้ม นรุตม์หันมองอย่างสนใจ “แต่รอให้จีบติดก่อนแล้วผมจะบอก”
“ทำไมต้องเป็นความลับขนาดนั้น”
“ก็เหมือนพี่ไงครับ ไม่ชัวร์ก็ไม่ยอมพูด ผมก็รอชัวร์ก่อนแล้วค่อยโชว์ เดี๋ยวหน้าแตก” นรุตม์ยิ้มให้แล้วจะเดินออกไป “พี่เพิ่งกลับมาจะออกไปไหนอีกล่ะพี่”
“ไปตามหัวใจเรียกร้อง”
“โอ้กกก...เลี่ยนไปไหมพี่” ศตวรรษทำท่าจะอ้วก
นรุตม์หัวเราะขำแล้วเดินออกไป ศตวรรษลงนั่งแล้วก็ตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง นึกถึงภาพของลีลาอย่างหลงใหลและประทับใจในตัวของหญิงสาว

ที่เพนท์เฮ้าส์ของนรุตท์ ชายหนุ่มเข้ามายืนที่หน้าห้องด้วยความหวัง นรุตม์เปิดประตูเข้าไปในห้องไม่เห็นลีลาที่ห้องรับแขก ก็หน้าเสียไปนิดนึง
“กลับมาแล้วเหรอคะ” นรุตม์หันไปตามเสียงเห็นลีลากำลังยืนอยู่ที่มุมครัว บนเตามีหม้อข้าวต้มเครื่องที่ลีลาทำรอนรุตม์ ลีลาเดินเข้ามาจูงมือนรุตม์ไปนั่งที่โซฟา “นั่งก่อนนะคะ” จากนั้นเดินไปหยิบน้ำส้มคั้น จากตู้เย็นเอามาให้ “แก้วเดียวหายเหนื่อยเลยค่ะ”
นรุตม์ยิ้มแล้วดึงลีลาลงมานั่งข้างๆ กอดเอาไว้ “แบบนี้ถึงจะหาย”
“หิวไหมคะ ลีทำข้าวต้มไว้ให้”
“ขอกอดคนเก่งก่อนได้ไหม” ลีลายิ้ม “อยู่กับคุณมีเรื่องให้ผมเซอร์ไพรส์ทุกวัน...ถ้ามิสเตอร์เฉินเป็นอะไรไป ผมคงแย่”
“บอสของฉันที่อิตาลี เขาก็แพ้อาหารทะเลค่ะ รายนั้นแพ้แต่ชอบดื้อที่จะกิน ฉันเลยต้องรู้วิธีแก้ปัญหาติดตัวบ้าง แบบที่คุณเฉินเป็น ฉันเจอบ่อยมาก”
นรุตม์ซบหน้ากับศีรษะลีลา “ถ้าไม่ได้คุณวันนี้ ผมคงแย่ โชคดีของผมที่มีคุณอยู่” ลีลาเงยหน้ามอง นรุตม์มองมา ลีลารู้สึกหวั่นไหว นรุตม์จูบหน้าผากลีลาอย่างอ่อนโยน ลีลาขยับวางมือกอดนรุตม์หลวม ๆ นรุตม์กอดลีลาไว้ในอ้อมแขน สีหน้าผ่อนคลาย “ขอบคุณนะ”
ลีลายิ้มกอดตอบนรุตม์ตามความรู้สึกที่อยากทำ

ลำไพรเดินออกมาจากซอย กำลังจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วมีชายต่างชาติสองคนเดินตามหลังมา ลำไพรเดินฉีกออกมาอย่างไม่ใส่ใจ เสียงมือถือลำไพรดังขึ้น ลำไพรมองโทรศัพท์เห็นเป็นชื่อหาญกล้า ก็มีสีหน้าแปลกใจ

ดึกแล้ว ที่บ้านของศิริ ศิรินธารมองไปทางหน้าบ้าน เอ๋เอาน้ำเข้ามาเสิร์ฟให้
“คุณกล้าโทรมาบอกหรือเปล่าว่าจะกลับเมื่อไหร่” ศิรินธารเอ่ยถามสาวใช้
“เปล่าค่ะ คุณกล้าไม่ได้โทรมาเลย”
“นังโง่ แล้วทำไมไม่โทรไปถามเล่า”
“ให้เอ๋โทร...”เอ๋ทำหน้างง เหวอๆ สงสัยว่าจะให้ตนโทรไปเพื่ออะไร
“โง่ไม่ได้ดังใจสักอย่าง!” ศิรินธารทนไม่ไหว คว้าโทรศัพท์แล้วกดโทรออก “ลำไพร เธอรู้ไหมว่าคุณกล้าอยู่ที่ไหน”
ลำไพรเดินเข้ามาที่หน้าห้องพัก “ไม่รู้ค่ะ...คุณกล้าออกไปจากออฟฟิศตั้งแต่หัวค่ำแล้วค่ะ”
“ถ้าโทรเจอกล้าเมื่อไหร่รีบบอกฉัน!”
“ถ้าเจอจะรีบโทรรายงานทันทีค่ะ” ลำไพรเอ่ยตอบแล้วกดวางสาย จากนั้นเคาะประตูห้องพัก ก่อนจะเปิดเข้าไป ลำไพรเห็นหาญกล้ากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ในสภาพที่ปลดเสื้อเชิ้ต ก็รู้ว่าอีกฝ่ายเรียกมาอยู่เป็นเพื่อน
“ปิดประตูสิ”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10 วันที่ 6 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ