อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10/2 วันที่ 7 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10/2 วันที่ 7 ธ.ค. 58

“ถ้าเจอจะรีบโทรรายงานทันทีค่ะ” ลำไพรเอ่ยตอบแล้วกดวางสาย จากนั้นเคาะประตูห้องพัก ก่อนจะเปิดเข้าไป ลำไพรเห็นหาญกล้ากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ในสภาพที่ปลดเสื้อเชิ้ต ก็รู้ว่าอีกฝ่ายเรียกมาอยู่เป็นเพื่อน
“ปิดประตูสิ”
ลำไพรปิดประตู “คุณกล้ามีงานด่วนเหรอคะ”
“เรียกมารับรางวัล...”
ลำไพรยิ้มพอใจรู้ว่าหาญกล้าต้องการอะไร ค่อยๆ ใช้นิ้วปลด กระดุมเสื้ออย่างช้าๆ

ศิรินธารกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง นอนไม่หลับ หยิบมือถือขึ้นมาพยายามกดโทรหา หาญกล้า แต่มีแต่เสียงแจ้งว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก ศิรินธารดูทุกข์ทรมานมากมาย วางโทรศัพท์กระแทกปึ้ง! จนเกือบจะหล่นจากที่วางบนตู้ข้างเตียง



ที่เพนท์เฮ้าส์ของนรุตม์ มือถือของลีลาหล่นจากกระเป๋า หล่นมากระแทกใกล้ๆ ขาของลีลา หญิงสาว สะดุ้งนิดๆ แล้วลืมตา พบว่าตัวเองนั่งหลับอยู่ในอ้อมกอดของนรุตม์ ลีลามองนรุตม์ที่ดูจะหลับสนิทก็จะขยับออก แต่มือนรุตม์กลับกระชับกอดไว้แน่น
ลีลามองนรุตม์เห็นนรุตม์ลืมตามองดูไม่งัวเงีย “ฉันคิดว่าคุณหลับ”
“ผมนอนไม่หลับ..กลัวตื่นมาแล้วคุณจะหายไป...”
ลีลามองชายหนุ่มแล้ว สัมผัสได้ถึงความ รักที่นรุตม์มีต่อตัวเอง ลีลาเข้าสวมกอดนรุตม์ด้วยความรักไม่ต่างกัน “ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากอยู่กับคุณแบบนี้ตลอดไป” ลีลาเอ่ยรู้สึกผิดที่หลอกลวงคนที่รักตัวเองอย่างนรุตม์
“การได้กอดคุณแบบนี้ทำให้ผมหายเหนื่อย...” ลีลาได้ฟังก็ยิ่งเจ็บ นรุตม์ดันตัวลีลาออกเบาๆ เพื่อมอง หน้าอีกฝ่ายเห็นหญิงสาวน้ำตาร่วง นรุตม์แซวยิ้มๆ “ไม่คิดว่าคุณจะซึ้งกับคำพูดของผมขนาดนี้นะ?”
“ฉันอยากให้คุณมีความสุข...ไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อย...ต้องเสียใจ”
“มีคุณอยู่ข้างๆ แบบนี้ ผมมีความสุขที่สุด” นรุตม์ก้มลงมาเอาจมูกไล้กับจมูกลีลาเบาๆ ด้วยความรัก “ไม่กลับอิตาลีได้ไหม อยู่กับผม...ที่นี่...”
ลีลาชะงักไปนิด สายตาลังเลกับสถานการณ์ ที่ก้ำกึ่งแบบนี้

เช้าวันใหม่ ที่บ้านของศิริ ภารดีนั่งฟังศิรินธารที่นั่งร้องไห้
“แล้วกล้าจะอยู่ที่นี่ได้ยังไง ถ้าทุกคนยังดูถูกกล้าขนาดนี้ ลูกหยีต้องทำยังไง ทุกคนถึงจะยอมเข้าใจว่าลูกหยีอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีกล้า”
ภารดีวางมือบนไหล่ศิรินธาร “ไม่มีพ่อแม่พี่น้องคนไหนทนเห็นคนในครอบครัวเป็นทุกข์ได้หรอกนะลูกหยี”
“พี่เอมคิดว่า...ทุกคนเกลียดกล้าเป็นเพราะลูกหยีเองเหรอคะ”
ภารดีลูบหัว ศิรินธารเหมือนพี่สาวที่ปลอบโยนน้องสาวตัวเล็กๆ“เราทุกคนมีทั้งข้อดีข้อเสีย พี่ก็เคยใจร้อนมาก...แต่พี่รุตม์คอยเตือนทำให้พี่เบาลงเยอะ”
“แล้วข้อเสียของลูกหยีคืออะไร...”
“พี่บอกได้นะ แต่ลูกหยีจะยอมฟังหรือเปล่า”
“ถ้ามันช่วยให้ลูกหยีกับกล้าอยู่ด้วยกันได้ ลูกหยีพร้อมจะฟัง”
“ลูกหยีลองไม่อาละวาด ถ้าทุกคนเห็นว่าลูกหยีโตขึ้นไม่ใช้อารมณ์ อาจจะทำให้คนอื่นๆ แอนตี้หาญกล้าน้อยลงก็ได้นะ”
ศิรินธารฟังอย่างพยายามคิดตาม

ที่เพนท์เฮ้าส์ของนรุตม์ ลีลายืนมองออกไปด้านนอกคิดเครียด ในหัวมีภาพของชลัมน์ที่ทุกข์ทรมาน อย่างเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา ในที่สุดลีลาก็ตัดสินใจ
“อาหารเช้าพร้อมแล้วครับ...” นรุตม์เข้ามากอดลีลาจากด้านหลัง ลีลาสะดุ้งเล็กน้อย นรุตม์จะจูงมือลีลาไป แต่ลีลายื้อไว้ นรุตม์ชะงักหันมา
ลีลาใช้จังหวะนี้ เดินแผน แสร้งลำบากใจ “เรื่องระหว่างเราหยุดแค่นี้เถอะค่ะ...ลีไม่อยากคาดหวัง เพราะความผิดหวังมันเจ็บปวด”
“ลี....เชื่อผมนะว่าสักวันมันต้องดีขึ้น”
“ลีใช้ชีวิตมีเป้าหมายมาตลอด จะให้ลีแขวนตัวเองไว้ลอยๆ ด้วยความหวัง ลีทำไม่ได้ค่ะ ให้ลีไปนะคะ... ไปทั้งที่เรายังรักกัน อย่างน้อยมันก็เหลือความทรงจำที่ดี”
นรุตม์คิดหนัก ลีลาลอบมอง อย่างหวังผลที่นรุตม์จะเดินตามแผนที่ตนวางไว้

ที่บ้านของศิริ ศิรินธารมองภารดีอย่างไม่แน่ใจ
“ต้องเปลี่ยนตัวเองขนาดนั้น ลูกหยีทำไม่ได้หรอกค่ะ”
“แม่พี่เคยบอกว่าคำพูดของคนใกล้ชิดมีน้ำหนักที่สุด ถ้าลูกหยีพูดกับคนร้อยคนว่าหาญกล้าเลว คนร้อยคนก็จะมองว่าสามีลูกหยีเลว ขนาดคนเป็นภรรยายังดูถูกสามีตัวเองเลย จะให้คนอื่นยกย่องมันเป็นไปไม่ได้” ศิรินธารชะงักคิดตาม “แล้วทุกวันนี้ลูกหยีพูดถึงสามีตัวเองให้คนอื่นฟังว่ายังไงคะ?” ศิรินธารอึ้งๆ ไป “ไม่มีดีเลยใช่ไหม” ศิรินธารเงียบเป็นการยอมรับ “แล้วจะให้คนอื่นมองว่าหาญกล้าดีได้ยังไง” ศิรินธารท่าทางจ๋อยๆ มองว่าจริงอย่างที่ภารดีพูด ศิรินธาร คิดหนัก ภารดีเห็นเอ๋ช่วยถือของเดินตามป้าเพ็ญออกมา
“คุณรุตม์กำลังจะมาถึงแล้วค่ะคุณเพ็ญ”
“ตรวจของแล้วใช่ไหม คงไม่ลืมอะไรนะ” ป้าเพ็ญรีบเดินออกไป เอ๋เดินตาม ภารดีมองตามแล้วรีบเดินตามออกไป ขณะที่ศิรินธารยังคิดจดจ่อแต่กับเรื่องของตัวเอง

ภารดีรีบเดินออกมาที่หน้าบ้าน เห็นรถของนรุตม์เข้ามาจอด นรุตม์ลงมาจากรถ แต่ที่ทำให้ภารดีอึ้ง คือนรุตม์เดินไปเปิดประตูด้านที่นั่งข้างคนขับ โดยมีลีลาลงมาจากรถมองนรุตม์ นรุตม์โอบลีลาพามาเจอป้าเพ็ญ ลีลายิ้มสวยตรงเข้ามาสวัสดีป้าเพ็ญ ทั้งสามคนดูยิ้มแย้มเป็นกันเอง ลีลารับของจากเอ๋เอาไปวางในรถ จากนั้น นรุตม์ ลีลา ป้าเพ็ญก็ขึ้นรถ และรถนรุตม์ก็แล่นออกจากบ้านไป ภารดียืนอึ้งกับภาพที่เห็น

ที่บ้านของชลัมน์ ชลัมน์ปัดถ้วยชาทิ้งลงพื้น แตกกระจาย
“หงุดหงิดไปมันก็ไม่ช่วยอะไร” มัสยาเตือน
“ทำไมลียังไม่ติดต่อมา ทำไมถึงไม่มีข่าวความฉิบหายของศิริ ทำไม!”
มัสยาเก็บแก้วที่แตกด้วยสีหน้าระอา“เดี๋ยวลีก็คงติดต่อมาเอง”
“ไม่มีคำว่าเดี๋ยว ต้องเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้!”
“เท่าที่ลีทำจนถึงตอนนี้ มันก็เกินกว่าที่เราคาดไว้แล้ว และเราทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องรอ!”
“โธ่เว้ย!!!” ชลัมน์ร้องออกมาอย่างฉุนเฉียว
“โมโหเรื่องอะไรกันอยู่เหรอพี่...”
ชลัมน์กับมัสยาแปลกใจที่เห็นดลมาหา “ปกติถ้ามาแกจะโทรมาบอกก่อน”
“ผมมาเยี่ยมพี่...ว่าที่ป่วยหนัก มันหนักแค่ไหน” ชลัมน์กับมัสยาสบตากัน “ไม่ยักรู้ว่ามะเร็งระยะสุดท้าย สีหน้าจะสดใสได้ขนาดนี้” ดลเอ่ยขึ้น ชลัมน์กับมัสยาชะงักไปมองดล ที่มองมาอย่างรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว “พี่โกหกลีว่าเป็นมะเร็ง เพื่อบีบให้ลีไปทำลายครอบครัวศิริใช่ไหม” ชลัมน์มองรู้ว่าดลต้องคุยกับลีลามาบ้างแล้วแน่ๆ ชลัมน์คิดหาทางแก้ตัว
“เราไม่...” มัสยาจะแก้ตัว
ชลัมน์จับที่แขนมัสยาเพื่อเบรกให้หยุดพูด ชลัมน์ตัดสินใจ“พี่โกหกลีเรื่องที่เป็นมะเร็งจริงๆ”
“เพราะอะไร”
“พี่ไม่อยากให้ลูกไปแก้แค้นศิริ แต่ลูกไม่ฟังพี่เลย!”
“พี่บอกอะไรกับลี ทำไมลีถึงคิดแบบนั้น”
ชลัมน์สบตากับดลไม่หลบเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเอ ง“พี่ไม่ได้บอก ทั้งหมดที่ลีทำลิคิดและทำไปด้วยตัวลีเองทั้งนั้น”
“พี่กำลังจะบอกฉันว่า...พี่พยายามจะขวางลีลาไม่ให้ยุ่งกับพี่ศิริ...”
“ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาที่พี่ซ่อนตัวอยู่ที่นี่ให้พี่ศิริคิดว่าพี่ตายไปแล้ว เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว...พี่ต้องเป็นไอ้พิการขี้ขลาดมุดหัวแต่ในกะลา เพราะพี่ห่วงลี ไม่อย่างนั้นพี่จะส่งลีไปเป็นลูกบุญธรรมของแกทำไม..พี่จะไม่มีทางยอมให้ศิริรู้ว่าพี่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ให้รู้ว่าลีลาเป็นลูกของพี่.....พี่เสียมะลิวัลย์ไปแล้วแล้ว พี่จะไม่ยอมเสียลีไปอีกคน!”
ดลมองแบบไม่อยากเชื่อ “พี่คิดอย่างนั้นจริง ๆ?”
“ลีเป็นลูกสาวพี่ แกคิดว่าพี่เลวจนปล่อยให้ลูกสาวฉันไปยุ่งกับคนอันตรายอย่างศิริ พี่เป็นคนไม่ใช่สัตว์ที่ จะส่งลูกตัวเองไปตาย!”
“แต่พี่ไม่เคยห้ามลี”
“ถึงจะเป็นพ่อ แต่คำพูดของไอ้ง่อยมันไม่มีบารมีพอหรอก” ชลัมน์ประชด
“แม้แต่พี่พูด ลียังไม่ฟังเลย ลีเขาเจ็บที่ต้องเห็นชลัมน์อยู่ในสภาพนี้ เราไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้ลีคิดจะทำ อะไร...” มัสยาช่วยชลัมน์แก้ตัว
“ดล...ถ้าไม่ใช่เพราะแกช่วยไว้ พี่กับลูกคงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ ครั้งนี้พี่อยากขอร้องแกอีกครั้ง แกต้องช่วยลีนะ พี่กลัวว่าศิริจะทำร้ายลี”
ดลมองอย่างชั่งใจ ยังหาทางหลอกล่อ ให้พูดความจริง “พี่รู้เรื่องของลีลากับนรุตม์ ลูกคนกลางของพี่ศิริหรือเปล่า” ดลเห็นมัสยาชะงักไปนิด
“ลีไม่เคยเล่าให้ฟัง มีเรื่องอะไร?” ชลัมน์เอ่ยตอบหน้าตาซื่อมาก
ดลมองชลัมน์กับมัสยาอย่างจับสังเกต

ที่วัดแห่งหนึ่ง นรุตม์กับป้าเพ็ญยกสังฆทานถวายแก่พระสงฆ์ ลีลาแตะที่แขนนรุตม์เป็นการร่วมถวาย พระสงฆ์ให้พร ทั้งสามรับไหว้ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ลีลาแอบเหลือบมองนรุตม์ที่ ดูจะมีสมาธิรู้สึกประทับใจที่เห็น อีกด้านของนรุตม์ ทั้งสามกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล
ที่หน้าศาลาลีลาหยิบรองเท้ามาวางตรงขาป้าเพ็ญ ป้าเพ็ญยิ้ม นรุตม์มองยิ้ม ลีลาประคองป้าเพ็ญให้ เดินลงบันได ป้าเพ็ญแอบมองลีลาอย่างพินิจพิจารณา

ลีลากับป้าเพ็ญกำลังให้อาหารปลาที่ท่าน้ำ ลีลามองนรุตม์ที่กำลังไหว้พระอยู่มุมหนึ่ง
ป้าเพ็ญหันมายิ้มให้ลีลา“ป้าฝากคุณรุตม์ด้วยนะคะ”
“ถ้าคุณป้าเห็นว่าลีทำอะไรไม่ถูก ช่วยแนะนำลีด้วยนะคะ”
ป้าเพ็ญมองอย่างพินิจ “..ถ้าวันหนึ่งคุณพบว่าคุณรุตม์ไม่เหมือนภาพที่เห็น...”
“ลีเองก็ไม่ได้ดีพร้อมค่ะ ถึงเราจะพบกันไม่นานแต่ลีก็มั่นใจว่าถ้ามีคุณรุตม์อยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลีพร้อมจะรับทุกอย่างค่ะ” ลีลายิ้มแกะขนมปังให้อาหารปลา
นรุตม์เดินกลับเข้ามาเห็นเหงื่อซึมตรงขมับบนหน้าลีลา นรุตม์เอาผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้กับลีลา ลีลาชะงักไปนิด ลีลายิ้มขอบคุณ
“ป้าก็ร้อนนะ เหงื่อซึมเลย” นรุตม์กับลีลามองป้าเพ็ญ ป้าเพ็ญยิ้มแซวๆ “นิ่งแบบนี้...สองมาตรฐานแน่ๆ”
“ป้าครับ” นรุตม์ทั้งขำทั้งเขินที่โดนแซว
ป้าเพ็ญยังอำหน้านิ่ง ๆ “จริงๆ เหงื่อซึมตรงนี้”
นรุตม์ยิ่งเขิน ลีลาขำที่นรุตม์โดนอำ ป้าเพ็ญมองนรุตม์ที่ ยิ้มมีความสุขก็มองอย่างมีสุขไปด้วย

บริเวณริมน้ำ ภารดีเดินเข้ามามองแดนที่นั่งดื่มอยู่บนฝากระโปรงหน้ารถของแดนเอง ภารดี มองสภาพแดนที่ดูกรึ่ม สีหน้าเครียด ขวดเปล่าเกลื่อนอยู่ข้างตัว
“คุณคงไม่ได้ดื่มตั้งแต่ที่ฉันโทรหาคุณเมื่อเช้าใช่ไหม”
แดนเอน ตัวลงนอนไปกับกระจกหน้ารถ “ถ้าคุณปล่อยตัวเองให้ไหลไปตามแม่น้ำสายนี้ คุณรู้หรือเปล่าว่าแม่น้ำสายนี้มันไปสิ้นสุดที่ไหน”
“ก็...ทะเลไง”
“ก็ยังดี...” ภารดีหันมองด้วยสีหน้างงว่าแดนกำลังหมายถึงอะไร “อย่างน้อยคุณก็มองเห็นว่ามีปลายทางออก ถึงจะรู้ว่าเป็นมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ แต่คุณก็ยังรู้ว่าจะ ไปไหน แต่ผมสิ....ยี่สิบปีที่ผมลอยคอ...ผมไม่รู้จริงๆ ว่าจะมีปลายทางที่ลีรอผมอยู่หรือเปล่า ผมหวังตลอด เวลา..ว่าลีจะหันกลับมามองผมในฐานะผู้ชายที่รักเขา วางชีวิตไว้ในมือผม..”
ภารดีเดินไปที่ริมน้ำ คิดถึงเรื่องของตัวเองกับนรุตม์ “ถึงฉันรู้ปลายทาง แต่ฉันไม่รู้ว่าวิธีไหนที่จะทำให้ฉันเดินทางไปถึงหรอกนะ ตั้งแต่เด็ก ฉันทำได้แค่เดินตามพี่รุตม์อยู่ห่างๆ เพราะเขาไม่เคยให้ฉันได้เดินเข้าไปใกล้เขาเลยสักครั้ง...แบบที่มองลีลา” ภารดีเอ่ยถาม “คุณเคยบอกลีลาไหมว่าคุณชอบเขา” แดนเงียบไป “ฉันกับคุณคงจะลอยคอกันได้อีกไม่นาน...ฉันเคยคิดว่าถึงเขาจะรักใครก็ไม่เป็นไร แต่พอเจอวันนี้.... “ ภารดีน้ำตาร่วง “ฉันถึงรู้ว่ามันเป็นนะ...วันนี้เขากำลังจะเป็นของคนอื่น” แดนตัดสินใจกวาดขวดทั้งหมด ลงพื้นแล้วจะขึ้นรถ “คุณจะไปไหน”
“ไปทำตามหัวใจตัวเอง..สักครั้ง...มันอาจเป็นโอกาสสุดท้ายของเรานะ...” แดนขึ้นรถแล้วขับออกไป ภารดีมองตามอย่างตัดสินใจ

หน้าเรือนป้าเพ็ญ นรุตม์นอนหนุนตักป้าเพ็ญ ป้าเพ็ญลูบหัวนรุตม์ด้วยความเอ็นดู
“เป็นยังไงบ้างครับ ว่าที่หลานสะใภ้ ผ่านไหมครับ?”
“ต้องถามคนต้นเรื่องว่าอยากให้ผ่านไหม?”
“ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร อยากอยู่ใกล้ อยากดูแลเขา มีเขาในชีวิตตลอดไป...”
“ถ้าใจคุณรุตม์ให้ผ่าน ป้าก็เห็นด้วยค่ะ” ป้าเพ็ญยิ้ม นรุตม์ยิ้มรับอย่างเชื่อมั่น
เสียงมือถือนรุตม์ดังขึ้น นรุตม์มองแล้วกดรับ “มีอะไรเหรอเอม....งั้นพี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้” นรุตม์หันไปบอกป้าเพ็ญ “เอมมีเรื่อง ผมต้องรีบไปครับ”
“ค่ะ...” นรุตม์รีบออกไป ป้าเพ็ญมองตามด้วยความหวัง “ขอให้คุณลีเป็นคนดีเถอะ...”
ที่บ้านของลีลา แดนมายืนกดออดหน้าบ้านด้วยความตื่นเต้น ลีลาเปิดประตูมองเห็นแดนก็มองแปลกใจ
“เราอยากคุยด้วย”
ลีลามองว่าแดนมีเรื่องอะไร

ภารดียืนอยู่เพียงลำพังริมน้ำ รอคอยให้นรุตม์มาตามนัด
นรุตม์มาถึงด้วยอาการรีบร้อน “เอม....มีเรื่องอะไรถึงบอกให้พี่มาด่วน พี่เป็นห่วงแทบแย่ คิดว่าเอมมีเรื่อง...” ภารดีหันกลับมายิ้มแต่สีหน้าเศร้า “เอม...เป็นอะไร”
“พี่รุตม์จำได้ไหมคะ ตอนเราเด็กๆ เอมเคยซนจนตกสระ”
“จำได้สิ พี่เตือนแล้วเอมไม่ฟัง แอบหนีผู้ใหญ่ไปเล่น ดีนะที่พี่ได้ยินเสียงเอม”
“ทุกครั้งที่เอมแย่ ไม่ว่าเรื่องอะไรพี่รุตม์จะเป็นคนเข้ามาช่วยเอมเสมอ พี่เป็นฮีโร่ของเอมเลยนะ”
“ก็เอมเป็นน้องพี่...”
“แต่เอมไม่อยากเป็นน้องของพี่อีกแล้ว” นรุตม์ชะงัก “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เอมไม่เคยมองใครนอกจากพี่รุตม์”
นรุตม์อึ้งที่จู่ๆ ภารดีก็สารภาพรัก “เอม...”
ภารดีตัดสินใจเข้ากอดนรุตม์ “เอมรักพี่รุตม์...รักมาตลอด”

ที่บ้านของชลัมน์ ดลนั่งลง ท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น “ฉันคิดว่าลีกับนรุตม์ชอบกัน” ชลัมน์แอบหลุดยิ้มกับมัสยาโดย ที่ไม่ทันระวังว่าดลจับตามองอยู่ ดลเห็นและเริ่มรู้ว่าชลัมน์คิดวางแผน “พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ลีกำลังไปยุ่งกับลูกของศิรินะ?”
ชลัมน์รู้สึกตัวเปลี่ยนสีหน้าเป็นเครียด “แล้วแกคิดว่าพี่ควรจะทำยังไง”
“ดึงลีออกมาให้ห่าง อย่าให้สองคนนั้นรักกัน”
“พี่ทำไม่ได้ ถ้าต้องเห็นลูกเสียใจเพราะความเห็นแก่ตัวของฉัน” ชลัมน์เอ่ยราวกับรักลูกสาวเสียเหลือเกิน

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10/2 วันที่ 7 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ