อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10/3 วันที่ 7 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10/3 วันที่ 7 ธ.ค. 58

ชลัมน์รู้สึกตัวเปลี่ยนสีหน้าเป็นเครียด “แล้วแกคิดว่าพี่ควรจะทำยังไง”
“ดึงลีออกมาให้ห่าง อย่าให้สองคนนั้นรักกัน”
“พี่ทำไม่ได้ ถ้าต้องเห็นลูกเสียใจเพราะความเห็นแก่ตัวของฉัน” ชลัมน์เอ่ยราวกับรักลูกสาวเสียเหลือเกิน
ดลตั้งใจทดสอบ “แล้วถ้าผมจะขอลีให้แต่งงานกับแดนล่ะ”
ชลัมน์กับมัสยาชะงักไป ดลสีหน้าจริงจังมาก

ลีลาเดินเข้ามาในบ้าน แดนเดินตามมา “ลีโกหกเราใช่ไหม โกหกว่าลีเข้าไปยุ่งกับพวกเดชาเลิศรัตน์เพื่อแก้แค้น ใกล้ชิดนรุตม์เพราะอยากใช้เขาเป็นเครื่องมือ ลีโกหกเรา!”


“แดน...”
“ลีกำลังทำอะไรกันแน่”
“เราบอกไปแดนก็ไม่เข้าใจหรอก”
“แต่เราต้องการเข้าใจลี เราอยากรู้ว่าลีคิดอะไรเพราะเรารักลี!” ลีลาชะงักไปเพราะไม่คิดว่าจะเจอแดนบุกมาเพื่อสารภาพ แดนเข้ากอดลีลา “เรารักลีมาตลอด”
“ปล่อยเรา...” ลีลาเอ่ยเสียงแข็ง
“เรารักลี..”
“ปล่อยเรา!” ลีลาพยายามจะสะบัดให้แดนปล่อยมือ แต่แดนพอถูกต้านก็ยิ่งรุก
“เราจะไม่ยอมเสียลีให้ใคร!” แดนเหมือนจุดระเบิด ไม่ยับยั้งชั่งใจซุกไซ้ลีลาด้วยความลืมตัวพุ่งทะยาน ตามอารมณ์ ลีลาพยายามดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้นเหมือนแดนยิ่งคลั่ง “เรารักลี...รัก รัก รัก รัก!” แดนเอ่ยซ้ำๆ
“ปล่อยเรานะแดน ปล่อย!” ลีลาดิ้นรนสุดแรง

ที่ริมน้ำ ภารดีกอดนรุตม์ไว้ นรุตม์คิดและเลือกที่จะยกมือขึ้นโยกหัวภารดี “พี่อยากเห็นเอมอยู่ในชีวิตพี่ตลอดไปนะ” ภารดีมองนรุตม์ว่าหมายความว่ายังไง “เอมคนที่เคยบอกว่าจะเป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่รุตม์ตลอดไป”
“แต่เอมไม่อยากเป็นน้องสาว เอมอยากเป็นคนรักของพี่ อยากอยู่เคียงข้างพี่ อยากให้พี่มีสายตาเพื่อมองเอมคนเดียว”
“พี่มองเอมได้...แต่มันไม่ใช่สายตาของความรักแต่เป็นความสงสาร” ภารดีสะเทือนใจ “เอมรู้อย่างนี้แล้วยังอยากได้อยู่อีกไหม”
ภารดีอึ้ง น้ำตาร่วง นรุตม์กับภารดีต่างคนต่างยืน เงียบๆ นรุตม์ลูบหัวภารดีด้วยความสงสาร
“ลีลาใช่ไหมคะ คนที่พี่รัก”
นรุตม์นิ่งไม่ตอบ แต่สายตาของนรุตม์เป็นการยืนยันทุกอย่าง ภารดีเหมือนหัวใจถูกกระชากไป น้ำตาร่วงด้วยความเสียใจ เจ็บปวดที่รักที่รอคอยมาตลอดยี่สิบปีหลุดลอยไปแล้ว นรุตม์ได้แต่ยืนมองภารดีน้ำตาร่วงด้วยความสงสารแต่ก็จำเป็นต้องทำให้ชัดเจน เพื่อให้ภารดีเลิกหวังเสียที

แดนกอดลีลา ลีลาพยายามดิ้นจนถอยล้มไปกับโซฟา
“เรารักลี ทำทุกอย่างเพื่อลี ลีคนเดียว!” ลีลาหยุดชะงักเมื่อได้ยินประโยคว่าแดนทำทุกอย่างเพื่อตน ลีลาหยุดดิ้นนิ่งไปจนแดนที่กำลังพลุ่งพล่านพลอยชะงักไปด้วย แดนมองสบตาลีลาที่นอนนิ่ง
“ถ้ามันจะชดเชยสิ่งที่แดนทำทุกอย่างเพื่อเราได้”
แดนผละออกจากตัวลีลาด้วยความละอาย เอามือกุมหัวด้วยความเจ็บปวด เพราะไม่สมหวังในรัก “ทำไมถึงรักเราไม่ได้....” ลีลาเจ็บปวดไม่แพ้กัน รู้ว่าสักวันต้องมาถึง จึงได้พยายามเลี่ยงมาตลอด
ลีลาลุกขึ้นมานั่งมองแดนอย่างตัดสินใจ“เราเคยหวังว่าสักวันเราจะรักแดนได้....เราพยายาม....”
“ถ้ารัก...ต้องไม่พยายาม ถ้าพยายามมันไม่ใช่ความรัก...อย่าทำร้ายเรา ด้วยความสงสารเลยนะลี” แดนน้ำตรร่วง
ลีลาเองก็เจ็บที่เห็นความเสียใจของแดน ลีลาจับมือแดนมาแนบแก้ม“เราขอโทษนะแดน...เราขอโทษ” ไม่มีคำพูดใดออกจากปากแดน มีแค่น้ำตาที่ไหลรินอย่างช้าๆ อย่างที่ต้องยอมรับว่ามาถึงวันที่เขาต้องตัดใจจากลีลาอย่างแท้จริง “แดนเป็นคนสำคัญของลี...” แดนยังนิ่ง ลีลาวางมือบนมือแดน “ลีอยากมีแดนอยู่ในชีวิต...เป็นเพื่อนรักของลีตลอดไป...ได้ไหม?”
แดนอึ้งไปกับคำขอ ตรงๆ ของลีลา “ลีรักนรุตม์ใช่ไหม?”
ลีลานิ่งไม่กล้าตอบกลัวทำร้ายจิตใจแดน แต่น้ำตาของลีลาแทนคำตอบทุกอย่าง ต่างคนต่างนั่งร้องไห้เงียบ ๆ สะเทือนใจกับรักที่ไม่อาจเป็นไปได้

ชลัมน์เสียงดังอย่างไม่เห็นด้วย“ยังไงพี่ก็ไม่เห็นด้วย”
ดลมองอย่างจับสังเกต “เด็กสองคนนั้นสนิทกันมานาน แดนรักลีมาก แดนจะดูแลลีไปชั่วชีวิต”
มัสยาพยายามจะช่วยพูดแทนลีลา“ลีควรจะได้ แต่งงานกับคนที่ลีรัก”
“พี่มัสหมายถึงนรุตม์น่ะเหรอ” ดลถาม แต่มัสยาไม่ได้ตอบ “พี่ชลัมน์ พี่หลบซ่อนตัวมาเป็นสิบๆ ปี อยู่ๆ จะให้ลีชักศึกเข้าบ้าน มันไม่ถูกมั้ง”
“ถ้ามันเป็นความสุขของลูก ฉันก็ยินดี” ชลัมน์พยายามเถียงข้างๆ คูๆ
“ผมว่ามันประหลาด พี่อยากให้ผมช่วยลี แต่พี่ไม่ยอมให้ลีแต่งงานกับลูกผม”
“ที่พี่ปฏิเสธเพราะรู้ว่าลีไม่มีทางยอม ลีไม่ได้รักแดน”
“แล้วพี่จะทำยังไงตอนที่ศิริต้องมาสู่ขอ จะทำยังไงในวันแต่งงานของลีลา” ชลัมน์กับมัสยานิ่งไป “ถ้าลีแต่งงานกับแดน ผมจะยกหุ้นโรงแรมของผมให้ลีเป็นสินสอด ผมจะรับพี่กับพี่มัสเข้าไปอยู่ที่กรุงเทพฯ เลิกหลบซ่อนตัวสักที เริ่มชีวิตใหม่ ทุกคนจะมีชีวิตที่สุขสงบ ผมคิดว่ามะลิวัลย์จะดีใจมากกว่าถ้าลีกับแดนได้แต่งงานกัน”
“อย่ายุ่งกับเรื่องของลีลา!” ชลัมน์เค้นด้วยความโกรธ
“ชลัมน์” มัสยาต้องจับแขนชลัมน์กดไว้
ดลเริ่มมองอาการของชลัมน์ออก “พี่อยากให้ลีแต่งงานกับนรุตม์เพราะมีเป้าหมายอื่นใช่ไหม”
ชลัมน์กับมัสยาต่างคนต่างชะงักรู้ว่าหลุดให้ดลจับพิรุธได้ “โอ้ย!” ชลัมน์ทำเป็นปวดหัว มัสยามองชลัมน์ ชลัมน์สบตากับมัสยาส่งซิกให้จัดการไล่ดลไป
มัสยารับมุกทันที “ปวดหัวใช่ไหม...หมอบอกแล้วว่าอย่าเครียด...” เธอรีบเอายาให้ชลัมน์
“พี่ยังไม่ได้ตอบฉัน!” ดลไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายง่ายๆ
“ดลไม่เห็นหรือไงว่าดลกำลังทำให้ชลัมน์ปวดหัว! ดลกลับไปได้แล้ว...” มัสยาไล่
“พี่ชลัมน์...”
มัสยาต้องเข้าไปขวางไว้ “พี่บอกให้ดลกลับไป...”
“ไม่ว่าพี่คิดจะทำอะไร จำเอาไว้ว่าลีลาเป็นลูกสาวของพี่ อย่าใช้ลีทำเรื่องผิดๆ เด็ดขาด” ดลเอ่ยเตือนอีกฝ่ายแล้วเดินออกไป
มัสยากับชลัมน์มองตามดลไปอย่างกังวลใจ
ดลขับรถกลับที่พักของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นึกถึงเรื่องราวที่ลีลาเล่าถึงอาการป่วยของชลัมน์ นึกถึงท่าทางโกรธเกรี้ยวของชลัมน์ที่ตนเข้าไปยุ่งเรื่องของลีลา และท่าทีของลีลาที่มีให้กับนรุตม์ แล้วรู้สึกเครียด สับสน แล้วในที่สุด ดลตัดสินใจจอดรถกดโทรศัพท์ “ฉันต้องการให้ตรวจสอบประวัติของนรุตม์ เดชาเลิศรัตน์อย่างละเอียด”

ที่เพนท์เฮ้าส์ของนรุตม์ ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้อง แล้วชะงักที่เห็นลีลานั่งขดตัวอยู่บนโซฟามอง ออกไปด้านนอก นรุตม์เข้าไปนั่งข้างลีลา นรุตม์วางมือบนศีรษะลีลาลูบเบาๆ
“ลีทำร้ายแดน ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา แดนคือคนที่รักและห่วงลีมากที่สุด”
“แต่ถ้าเราปล่อยให้เขามีความหวังทั้งที่เรารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ปล่อยไว้นานไปเขาจะยิ่งเจ็บ”
“ฉันรักคุณ” ลีลาขยับเข้ามาซุกกับตัวนรุตม์
นรุตม์ใช้นิ้วไล้แก้มลีลาเบาๆ “..ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก จะมีคนแอบรักสักกี่คนที่จะสมหวัง รักเขาแล้วเขาก็รักตอบ”

ขณะเดียวกัน แดนเดินซึมๆ รู้สึกเจ็บปวดกับความรักนับสิบปีที่เฝ้าหวัง ได้อยู่ใกล้แต่ไม่เคยได้หัวใจ อยู่เพียงลำพัง
ส่วนภารดีนั่งอยู่บนกระโปรงหน้ารถริมแม่น้ำ มองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เพราะทั้งชีวิตของตนไม่เคยสนใจใคร ทุกเวลานาทีคิดถึงแต่นรุตม์ ทั้งรอยยิ้ม ความอ่อนโยน ในสายตาของภารดีไม่เคยมีผู้ชายคนไหนดีได้เสี้ยวหนึ่งของนรุตม์เลย

นรุตม์มองลีลาด้วยสายตาอ่อนโยน
ลีลาชะงักแล้วหันไปมองนรุตม์อย่างคาดคั้น “เดี๋ยวนะ แอบรักเหรอ?” นรุตม์พลอยชะงักไปด้วยที่หลุด ปากออกมา ยิ่งเห็นลีลามองคาดคั้นด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ นรุตม์ก็เริ่มวางหน้าไม่ถูก“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
“หืม?” นรุตม์ทำงงๆ แล้วเมินมองไปทางอื่น
ลีลาไม่ยอมจับคางนรุตม์ให้หันมามองหน้า แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “เมื่อไหร่?...”
นรุตม์มองนิ่งสายตาไม่ปิดบังความรัก “ที่ร้านกาแฟริมทาง”
“Love at fist sight?”
“รักตั้งแต่...แรกพบคุณ...” นรุตม์ดึงลีลาเข้ามากอด “ผมมีความสุขที่ได้ยินเสียงคุณ ได้มองตาคุณ ได้กอดคุณไว้แบบนี้...อยากมีคุณ อยู่ข้างๆ แบบนี้ทุกคืน...ได้ไหม?”
ลีลาเหลือบมองนรุตม์ ที่เปิดประเด็น กระตุกให้นรุตม์คิดถึงเรื่องแต่งงาน “ชวนกันง่ายๆ แบบนี้ พ่อดลคงฆ่าคุณแน่...ถึงเป็นลูกบุญธรรมแต่ฉันก็เป็นลูกรักนะ จะไปพรากลูกเขา ง่ายๆ ได้ยังไง”
“แล้วถ้าเราจะเป็นครอบครัวล่ะ”
ลีลารู้สึกหนักใจ เมื่อรู้ว่าปลายทางของตนกับนรุตม์ ไม่มีทางอยู่ร่วมกันได้ “ระหว่างเรามันคงไม่ง่าย....คุณแน่ใจแล้วเหรอคะ”
“เพื่อมีคุณอยู่กับผมแบบนี้ ยากแค่ไหนผมก็จะไม่ยอมแพ้”
ลีลาซาบซึ้งกับคำ สัญญาของนรุตม์ หญิงสาวกอดนรุตม์กระชับแน่นเก็บเกี่ยวทุกช่วงเวลาดีๆ ไว้ สีหน้าลีลาไม่ได้มีความสุขเลย รู้สึกผิดว่าตนกำลังทำร้ายความรู้สึกดีๆ ของนรุตม์

เวลาล่วงเลยจนฟ้าเริ่มสาง แดนเดินมาเรื่อยๆ จนเห็นรถภารดีที่ยังจอดอยู่ แดนชะงักแล้วเดินเข้าไปอย่างไม่แน่ใจ ภารดีที่ยังนั่งกอดเข่ามองไปข้างหน้าด้วยท่าทียังตกอยู่ในภวังค์
“นี่คุณอยู่ที่นี่จนเช้าเลยเหรอ” ภารดีได้แต่พยักหน้าเบาๆ “แล้วคุณรุตม์ไม่มา?”
“มา...”
“แล้ว....?”
ภารดีหันมาน้ำตาร่วงจนแดนตกใจ“เขาให้ฉันได้แค่สงสาร....แค่สงสาร....”
“แล้วทำไมไม่กลับบ้าน”
“ถ้ากลับไปเจอหน้าแม่ ฉันคงอดไม่ได้ที่จะ...” ภารดีร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แดนเองก็มองภารดีด้วยความเห็นใจไม่ต่างกัน “ฉันไม่อยากให้แม่เป็นห่วง...แล้วคุณล่ะ” ภารดีปาดน้ำตาพยายามจะไม่ร้องไห้ แดนได้แต่ยิ้มฝืนๆ ต่างคนต่างมองหน้ากันรู้ว่าทั้งสองฝ่ายชัดเจนได้คำตอบ “ไหวไหมคุณ” ภารดีถามอย่างเป็นห่วง
แดนส่ายหน้ายืนพิงรถข้างภารดีมองเหม่อไปทางริมน้ำด้วยสายตาที่เจ็บปวด ต่างคนต่างเงียบจมอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง ภารดีเอนศีรษะพิงไหล่แดน เห็นพระอาทิตย์ขึ้น สวยงามก็เอ่ยขึ้น “พระอาทิตย์สวยนะ สวยจนอยากเก็บไว้แต่มันก็เป็นไปไม่ได้”
แดนปลอบภารดี แม้ตัวแดนเองยังไม่สามารถตัดใจได้ “อย่างน้อยก็อยู่ในสายตา ได้มองเห็นมันตลอดไป”
ภารดีอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาอีก แดนโอบไหล่ปลอบด้วยความสงสาร แต่ตัวเองก็เศร้าไม่แพ้กัน

เช้าวันใหม่ ที่บ้านของศิริ นรุตม์ลงมาจากด้านบนชะงักที่ได้ยินเสียงของศตวรรษดังมาจากมุมเปียโน
“คุณแม่จะโทรไปยกเลิกสัญญาทำไมไม่บอกผมก่อนล่ะครับ”
นรุตม์รีบเดินไปตามเสียงทันที เห็นศตวรรษเครียดมาก ในขณะที่กัลยาก็ยืนด้วยสีหน้าตึงพยายามจะเอาชนะ “แม่บอกให้วรรษทำแล้วนะ แต่วรรษขัดคำสั่งแม่”
“แม่ครับ การเป็นนักร้องคือความฝันของผม ผมอยากให้แม่เข้าใจผม อนุญาตให้ผมได้ทำสิ่งที่ผมรัก นะครับ”
“แม่ก็อยากให้วรรษเข้าใจ ที่แม่ทำเพราะแม่รักวรรษ ไม่อยากให้วรรษลำบาก วรรษต้องไปทำงานที่ โรงแรม นักดนตรีไร้สาระ แม่ไม่ให้ทำ”
นรุตม์เดินเข้ามา ศตรวรรษรีบเอ่ยหาคนช่วย “พี่รุตม์ ช่วยพูดกับแม่หน่อยสิครับ”
“คุณแม่ครับ....” นรุตม์จะเอ่ยขึ้น
“หุบปาก!” กัลยาสวนกลับใส่นรุตม์เสียงดัง นรุตม์กับศตวรรษอึ้งไป “โรงแรมเป็นของวรรษกับลูกหยี ฉันจะไม่ยอมให้กาฝากอย่างแกเอามันไปจากลูกของฉันง่ายๆ”
“ผมไม่เคยคิด” นรุตม์พยายามปฏิเสธ
“ฉันไม่น่าเอางูเห่าอย่างแกมาอุ้มชู ทำร้ายลูกฉันเอง”
“ถ้าคุณแม่ไม่สบายใจเรื่องนี้” นรุตม์ตัดสินใจ “ผมพร้อมจะลาออกจากทุกตำแหน่งของ Castle และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับงาน ของโรงแรม”
“ดี”
“ถ้าพี่รุตม์ไม่ทำแล้วใครจะทำ” ศตวรรษตกใจ
“ก็เรียกณรัลกลับมา อย่างน้อยถ้าเป็นณรัล ฉันก็จะวางใจว่าเดชาเลิศรัตน์จะไม่ล่มสลายแน่นอน เพราะณรัลไปรู้เห็นว่าแกยักย้ายถ่ายโอนเข้ากระเป๋าตัวเอง แกถึงหาทางใส่ร้ายณรัล แกมันเลว!”
“แม่เอาอะไรมาพูด” ศตวรรษอึ้ง
“ถ้าณรัลไม่บอกแม่คงไม่รู้ว่ามันทำเลวกับเขายังไง บอกว่ามันขี้โกงแค่ไหน แกมันเนรคุณ!”
“ถ้าคุณอยากเห็นหน้าคนโกง...” เสียงของศิริดังขึ้น ทุกคนหันไปเห็นศิริเดินเข้ามา “ผมมีหลักฐานให้คุณ”
“คุณพ่อ” นรุตม์ตกใจ
“พ่อรู้ว่ารุตม์ห่วงจิตใจแม่เขา แต่คำว่าเนรคุณ ไม่สมควรที่รุตม์จะได้รับ”
“ไหนล่ะคะ หลักฐาน...” กัลยาย้อนถาม
นรุตม์มองกัลยาอย่างกังวล

ที่ห้องหนังสือของศิริ กัลยาลดมือที่ถือเอกสารลงอย่างไม่อยากเชื่อ
“ที่ผ่านมานรุตม์มีแค่เงินเดือนผู้บริหารและห้องชุดที่เป็นทรัพย์สิน รถก็เป็นรถประจำตำแหน่ง ในขณะที่ ณรัลมีรายการทรัพย์สินที่มากจนเกินตำแหน่งอย่างณรัลจะมีได้ ใครกันแน่ที่กอบโกย”
“ไม่จริง เอกสารนี่มันต้องเป็นของปลอม มันพยายามสร้างเรื่องใส่ร้ายณรัลตลอดเวลา”
“เอกสารนี่ ผมสั่งให้คนรวบรวม นรุตม์ไม่รู้เรื่องนี้ งั้นคุณก็คิดว่าผมใส่ร้ายณรัลด้วยงั้นสิ”
“คุณลำเอียง ไม่เคยเข้าข้างณรัล ฟังแต่มัน ทั้งที่รู้ว่าณรัลพยายามพิสูจน์ตัวเองให้คุณภูมิใจ แต่คุณก็ไม่เคยสนใจไม่ให้โอกาสลูก!”
“คุณกัล! ผมไม่เคยลำเอียง”
“ถ้าคุณรักณรัล คุณคงไม่ไล่ลูกไป”
“แต่ณรัลทำผิด!”
“ณรัลไม่ได้ทำอะไรผิด!”
“เมื่อไหร่คุณจะเลิกอคติกับนรุตม์สักที”
“ฉันเป็นห่วงลูกเป็นห่วงครอบครัวของเรา ฉันต้องทำค่ะ”
“สิ่งที่นรุตม์ทำให้เรามันมากแค่ไหนคุณก็รู้ อย่าให้อคติมันบังตา”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10/3 วันที่ 7 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ