อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10/4 วันที่ 7 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10/4 วันที่ 7 ธ.ค. 58

“เมื่อไหร่คุณจะเลิกอคติกับนรุตม์สักที”
“ฉันเป็นห่วงลูกเป็นห่วงครอบครัวของเรา ฉันต้องทำค่ะ”
“สิ่งที่นรุตม์ทำให้เรามันมากแค่ไหนคุณก็รู้ อย่าให้อคติมันบังตา”
“คุณก็เหมือนกัน”
ศิริได้แต่มองกัลยาที่หัวดื้ออย่างระอาเหลือเกิน
ศตวรรษเดินออกมาจากห้องซ้อมเปียโนด้วยความรู้สึกหมดหวัง
นรุตม์ตามศตวรรษออกมา “วรรษ..ไม่ต้องไปยกเลิกสัญญา พี่จะรับหน้ากับแม่เรื่องนี้เอง”
“แต่พี่จะเดือดร้อน”

“พี่จะทำ”
“ไม่มีใครสามารถทำให้แม่ยอมได้ แม้แต่คุณพ่อ...ถ้าพี่ช่วยผม พี่จะยิ่งแย่ พี่เหนื่อยเพื่อพวกเรามามาก ขอบคุณนะครับพี่” ศตวรรษออกไป
นรุตม์เสียใจที่จัดการกับเรื่องนี้ไม่ได้



“ลีเพิ่งคุยกับคุณใบบอนเสร็จค่ะ กำลังรีบตามไปค่ะเจ๊” ลีลาคุยโทรศัพท์กับวัลภาพร้อมกับเดินออกมาที่หน้าตึกค่ายเพลง กำลังจะไปที่รถ แต่เห็นศตวรรษที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ “คุณวรรษ คุณใบบอนแคนเซิลฟิตติ้งแล้วนี่คะ”
“ผมจะมายกเลิกสัญญากับทางค่ายน่ะครับ แต่...”
“คุณไม่อยากเลิกใช่ไหม” ลีลาช่วยตอบอีกฝ่าย ศตวรรษนิ่งอึ้งสะเทือนใจ
ลีลาเข้าใจว่าศตวรรษกำลังมีปัญหา “ตอนนี้ฉันถูกแคนเซิลงาน ก็เลยว่าจะไปเดินเล่นแก้เซ็ง ไปแก้เซ็งด้วยกันไหมคะ”
ศตวรรษยิ้มตอบเพราะตัวเองก็ต้องการเพื่อนคุยเช่นกัน

ที่ห้องหนังสือ ศิริหันกลับมามองนรุตม์อย่างแปลกใจ “วางมือจากการบริหาร ถ้าเป็นเพราะเรื่องที่แม่เขาพูด...”
“ไม่ใช่เพราะแม่หรอกครับ มันถึงเวลาที่ผมต้องยืนอยู่ด้วยตัวเองไม่ใช่ใต้ปีกของ Castle อีกต่อไป ผมเก็บเงินไว้ก้อนหนึ่ง คงพอจะทำรีสอร์ทเล็ก ๆ ของตัวเอง” ศิริอึ้งๆ เดาออกทันทีว่านรุตม์กำลัง คิดอะไร “ถึงเวลาที่ผมต้องสร้างครอบครัวของผมเองครับพ่อ”
ศิริอึ้งด้วยอาการคาดไม่ถึง เพราะไม่เคยเห็นนรุตม์มีท่าทีมาก่อน

ลีลาเดินเคียงข้างศตวรรษมาหยุดยืนที่ริมน้ำ ศตวรรษดูเงียบซึมไป
“มีอะไรจะสั่งเสียไหม” ศตวรรษมองงงๆ “ก็คุณทำหน้าเหมือนโลกจะแตกแล้ว ดูกำลังปลงพร้อมระเบิดไปกับโลกนี่”
“เป็นแบบนั้นก็ดีจะได้ไม่ต้องผิดหวังที่ไปไม่ถึงฝัน...”
ลีลามองศตวรรษ พลางมองชิงช้าสวรรค์ที่หมุนวนไปตามรอบ“ถ้าความฝันคนเรามันไปถึงด้วยการขึ้นกระเช้ามันก็คงง่ายจนไม่น่าภูมิใจจริงไหม”
“พูดเหมือนคนมีประสบการณ์”
“ลีไม่ได้เป็นดีไซเนอร์เพราะจับฉลากนะคะ ฝีมือล้วนๆ กว่าคนจะ ยอมรับก็นาน...พิสูจน์ให้แม่คุณเห็น สิคะว่าความฝันของคุณมันมีค่ามากแค่ไหน”
“แม่เป็นคนดื้อครับ พวกผมสู้ไม่ไหวจริง ๆ ถ้าแม่ไม่อนุมัติก็จบสิ้น”
“คุณคิดว่าคุณรู้จักคุณแม่คุณมากแค่ไหน”
“มากครับ แม่เป็นคนรักครอบครัวแต่ไม่เท่าชื่อเสียง เพราะแม่เป็นมนุษย์สังคม แคร์สายตาคน รอบข้างเสมอ”
“งั้นก็ไม่น่ายากนะ” ลีลายิ้มคิดวางแผนช่วยให้ศตวรรษสมหวัง
ศตวรรษมองอย่างสนใจว่า ลีลามีแผน อะไรกันแน่

วันต่อมา ที่งานจัดแถลงข่าว กัลยาเดินเข้ามาในงานได้ยินเสียงเพลงดังมาจากมุมหนึ่ง กัลยาเดินเข้าไปเห็นศตวรรษ กำลังเล่นคีย์บอร์ด มีเด็กๆ นั่งล้อมวงยิ้มแย้ม นักข่าวกำลังถ่ายรูป
ศตวรรษหันมาเห็นกัลยาก็ยิ้มแย้ม “คุณแม่...” ศตวรรษละความสนใจจากเครื่องดนตรีตรงมาหากัลยา นักข่าวพากันตามมา ศตวรรษเข้าไป ยืนข้างกัลยา สีหน้าดูพรีเซนต์มากๆ “คุณแม่คือคนสำคัญ เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากร้องเพลงเพื่อคนอื่น เพื่อสังคม”
“คุณกัลยาเป็นต้นแบบของคุณแม่ที่เก่งและเมตตามากเลยค่ะ ถ้าคุณวรรษปล่อยซิงเกิลเป็นที่รู้จัก ปีนี้ คุณกัลยาคงได้ตำแหน่งแม่ดีเด่นแน่ๆ” นักข่าวหันมาเอ่ยพูดแบบแซวๆ
กัลยาชะงักที่ได้ยินคำว่าแม่ดีเด่น รู้สึกว่าชื่อเสียงของความดีงามกำลังเข้ามาอีกหนึ่งตำแหน่ง
“แต่น่าเสียดายนะครับ” ศตวรรษรีบดราม่า ทำหน้าเศร้านิดๆ ทุกคนมองศตวรรษว่าเป็นอะไร “คือคุณแม่...”
กัลยารู้ว่าศตวรรษจะบอกว่าไม่ยอมให้เป็นนักร้องก็รีบเอ่ยแทรก “ดิฉันให้การสนับสนุนลูกๆ เสมอค่ะ การเป็นศิลปินก็เหมือนเป็นตัวอย่างให้กับเยาวชน อย่างที่มาสอนดนตรีให้กับเด็กๆ ดิฉันก็แนะนำเขา”
ศตวรรษมองกัลยาสีหน้างงๆ แล้วขยับกระซิบ “แต่แม่เคยบอกว่ามันไร้สาระนะครับ”
กัลยาหันมาถลึงตา ใส่ให้เงียบ ศตวรรษจำต้องนิ่งเหมือนปล่อยเลยตามเลย แต่แอบยิ้ม “ลูกชายดิฉันยังอ่อนประสบการณ์ในวงการบันเทิง ต้องฝากน้องๆ นักข่าว ทุกคนให้การสนับสนุนด้วยนะคะ”
ศตวรรษมองกัลยาขำๆ ที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือกันเลยทีเดียว

ภายในห้องทำงานออกแบบของลีลา วัลภา และดลฤดีกำลังดูงานออกแบบของลีลาอย่างพินิจ ลีลามีสมาธิกับการทำงานมาก แล้วเสียงมือถือลีลาดังขึ้น ลีลามองยิ้มๆ ที่เห็นเป็นชื่อศตวรรษ วัลภา กับดลฤดีมองลีลา
“โทรรายงานผลแน่” ลีลากดรับโทรศัพท์
“คุณลีครับ! ขอบคุณมากนะครับที่ช่วย ถ้ามีอะไรที่ผมตอบแทนได้ บอกเลยนะครับ ผมยินดีทุกอย่าง”
“ยินดีด้วยค่ะ”ลีลาเอ่ยยิ้มให้ แล้วหันไปยกมือโอเคให้กับดลฤดี วัลภา “อย่าลืมนะคะว่าต้องเป็นความลับ ถ้าคุณกัลยารู้ว่าเป็นฝีมือลีกับเพื่อนๆ เราจะโดนกันถ้วนหน้านะคะ”
“ครับ...ฝากขอบคุณคุณดีดี้กับคุณวัลภาด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
ศตวรรษกดวางสายสีหน้ายิ้มปลื้มมากกก
ลีลาวางมือถือบนโต๊ะสีหน้ายิ้มๆ วัลภากับดลฤดีมองลีลาแล้วพูดดักคอไว้ก่อน
“เหมือนน้องชายเนอะ” ดลฤดีเอ่ย
“อืม...เขายังมีความเป็นเด็กอยู่มาก” ลีลาเห็นด้วย
“ว่าแต่ที่ช่วย...เพราะหวังให้เป็นพวกใช่ไหม?” วัลภาถามย้ำ
“เปล่า...ลีอยากช่วย เขาดูน่าสงสาร น่าเอ็นดู...อืม...มันถูกชะตาน่ะค่ะเจ๊” เสียงมือถือของลีลาดังอีกครั้ง ลีลากดรับ ฟังแล้วสีหน้าตกใจ “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ลีจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” ดลฤดีกับวัลภาหันมามองลีลา “คุณรุตม์มีเรื่องค่ะ ลีต้องรีบไป ไปก่อนนะคะ” ลีลารีบเดินออกไป
วัลภากับดลฤดีหันมองหน้ากัน“เราก็ต้องรีบสินะ” ต่างคนต่างหัวเราะ คิกคักแล้วรีบเดินออกไป

ลีลาเดินเข้ามาที่ท่าน้ำของโรงแรม เห็นธีรพัฒน์ที่ยืนรออยู่ที่ทางขึ้นเรือล่องเจ้าพระยา Castles
“คุณธี เกิดเรื่องอะไรขึ้นค่ะ”
ธีรพัฒน์เอ่ยสีหน้าเครียด “คุณลีถามกับรุตม์เองเถอะครับ”
ลีลารีบเดินขึ้นไปด้านบนดาดฟ้าเรือ

ลีลาเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ ซึ่งถูกประดับด้วยดอกไม้สวยงามดูโรแมนติก นรุตม์ยืนอยู่พร้อมกับช่อดอกไม้สวยงามสีขาวในมือ เขาเดินเข้ามายื่นช่อดอกไม้ให้ลีลา“สำหรับคุณ...”
ลีลารับมา“ไม่คิดว่าคุณจะโรแมนติกกับเขาด้วย” นรุตม์ขยับเก้าอี้ให้หญิงสาว ลีลาลงนั่ง มองนรุตม์อย่างประทับใจ

นรุตม์กับลีลานั่งอยู่ที่โต๊ะดินเนอร์ ลีลามองวิวด้วยสีหน้ามีความสุข “ลีไม่เคยนั่งเรือล่องเจ้าพระยา เพิ่งรู้ว่ามันสวยมาก”
“ผมก็ไม่เคย” ลีลาหันมองแปลกใจ “...ไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่ผมไม่อยากปล่อยให้ไปจากชีวิตผมจนได้พบคุณ” นรุตม์วางมือบนมือลีลาข้างหนึ่ง อีกข้างวางกล่องแหวนที่ถูกเปิดฝากล่องไว้แล้วบนโต๊ะ นรุตม์เลื่อนกล่องแหวนไปตรงหน้าลีลา “แต่งงานกับผมนะครับ...”
ลีลาอึ้งซึ้งกับสิ่งที่นรุตม์ทำให้ “....ค่ะ"
นรุตม์สวมแหวนให้ลีลา
“ไชโย!” สิ้นเสียงดลฤดีก็มีกลีบดอกไม้โยนเข้าใส่ลีลากับนรุตม์ เป็นฝีมือของวัลภากับดลฤดี “เพื่อนเราขายออกแล้ว”
ลีลาหันมองสองสาว “นี่เจ๊กับดีดี้”
วัลภาเฉลย “ผู้ช่วยสร้างสรรค์ความประทับใจคืนนี้”
“ผมขอร้องให้เพื่อนคุณช่วย เพราะอยากให้คุณโอเค...”
วัลภากอดคอลีลา “ขอไปแล้ว ภากับดีดี้ไม่รับคืนนะคะ”
“ขอคืน...ผมก็ไม่ยอมหรอกครับ”
“เฮรย...รักจริงอ่ะ ตาร้อนเล่นเนี่ย....” ดลฤดีแซว
ธีรพัฒน์เข้ามาพร้อมกับแก้วเครื่องดื่ม“สำหรับวันดีๆ ต้อง”
ดลฤดีพูดต่อ “ฉลอง!!”
ทุกคนร่วมดื่มฉลอง ลีลากับนรุตม์ดูสุขสดชื่นมาก ท่ามกลางวิวสวยงาม ของสองข้างทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ที่บ้านของลีลา นรุตม์เดินเข้ามาส่งลีลาที่หน้าบ้าน ต่างคนต่างยิ้มให้กันอย่างเปี่ยมสุข
“พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จัก ผมเชื่อว่าท่านต้องชอบคุณ”
“ปลอบใจลีหรือเปล่าคะ ที่ผ่านมาเจอกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ”
นรุตม์ชะงักไปนิดนึง “ครั้งนี้ผมอยากแนะนำอย่างเป็นทางการ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ”
“ฝันดีนะคะ”
“จะฝันถึงผมหรือเปล่า”
ลีลายิ้มขำกับความอ้อนของนรุตม์ “กลับไปพักได้แล้วค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน”
นรุตม์จะไปแต่ไม่วายขยับเข้ามาจุ๊บปากลีลาเบาๆ แล้วถอยออกมานิดเดียว นรุตม์มองตาอีกฝ่าย “เห็นคุณยิ้มแล้วมันอยากทำแบบนี้ทุกที”
ลีลามองแบบหมั่นไส้“คุณนี่มันร้ายนะ”
“แล้วรักไหม?”
ลีลาขำนิดๆ แล้วหอมแก้มคืน “โอเคไหม?”
นรุตม์จะขยับเข้ามาอีก ลีลารีบดันอกอีกฝ่ายไว้ “ชักจะไม่น่ารักแล้วนะคะ”
นรุตม์ขำ “ฝันดีครับ”
ลีลาลงเสียงหนักแบบประชดนิดๆ “ค่า...” นรุตม์เดินขึ้นรถ ลีลายืนส่งด้วยรอยยิ้มมีความสุข

ลีลาเดินเข้ามาในบ้านมองแหวนที่มือด้วยรอยยิ้ม ยังนึกถึงบรรยากาศมุ้งมิ้งที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่แล้วเสียงมือถือ กระชากลีลาให้กลับสู่ความเป็นจริง ลีลามองมือถือ สีหน้าจากที่ดูชื่นบานกลายเป็นเคร่งเครียด เมื่อเห็นว่าเป็นมัสยา โทรเข้ามา ลีลากดรับได้ยินเสียงมัสยาร้องไห้
ลีลาตกใจ “คุณป้าร้องไห้ทำไมคะ?....พ่อเป็นอะไรหรือเปล่า”
มัสยาคุยโทรศัพท์พลางร้องไห้กดดันลีลาอย่างหนัก “ป้าไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วลี พ่อหนูอาการแย่ลงทุกวัน ป้าเห็นพ่อเขาปวดหัวทรมาน ป้าสงสารแต่ช่วยเขา ไม่ได้ ป้า...”
“คุณป้าบอกพ่อนะคะว่าลีทำสำเร็จแล้ว” ลีลาเอ่ยเสียงหนักแน่น
มัสยาชะงัก “ลีหมายความว่า...”
“นรุตม์ขอลีแต่งงานแล้วค่ะ”
“ศิริมันทำร้ายพ่อเรา ทำลายครอบครัวเราได้ มันก็ต้องทำร้ายลีได้เหมือนกัน ป้ากับพ่อไม่อยากให้ลีเป็นอันตรายนะลูก” มัสยาเอ่ยน้ำเสียงเสียงเป็นห่วงมาก
“ไม่ต้องห่วงนะคะ ลีจะเอาคืนให้ทุกอย่าง เขาทำให้เราเจ็บมากเท่าไหร่เขาต้องโดนกลับคืนไปเท่ากัน!”
มัสยาวางสายจากลีลา เปลี่ยนท่าทีที่ร้องไห้เป็นสีหน้า แสยะยิ้มให้กับชลัมน์อย่างสาแก่ใจ “ลีจับนรุตม์ได้แล้ว”
ชลัมน์นั่งมองรูปภาพของมะลิวัลย์ “วัลย์....ลีลาเหมือนเธอมากจริงๆ ร้าย เลือดของเธอกับมัน! คอยดูลูกของเธอทำทรพีกับพ่อของมันเอง มองความเจ็บปวดของพวกมันจากนรกนะวัลย์ มองขึ้นมา!” สีหน้าของชลัมน์มีความแค้นลึกล้ำ เกลียดชัง ไร้ความปรานีอย่างที่สุด
มัสยามีสีหน้าไม่สบายใจนัก เพราะ ลึกๆ ก็สงสารลีลา แต่ต้องพยายามเก็บอาการไว้

ที่บ้านของลีลา หญิงสาวมองแหวนของนรุตม์ที่นิ้วของตน นึกถึงคำพูด การกระทำของนรุตม์ที่แสดงความรักและความจริงใจกับตนแล้วเจ็บปวดใจ หยดน้ำตาหยดลงกระทบแหวน ลีลาร้องไห้ทรมาน รู้สึกผิดที่หลอกใช้นรุตม์เป็นเครื่องมือ

ที่บ้านของศิริ เรือนพักของป้าเพ็ญ
“ป้าดีใจด้วยค่ะ” ป้าเพ็ญนึกได้..กังวล “คุณลีลารู้หรือยังคะว่าคุณกับคุณศิริไม่ได้เป็นพ่อลูกกัน”
“พรุ่งนี้ผมจะพาลีไปไหว้พ่อกับแม่”
“แล้วถ้าคุณลีรับไม่ได้ล่ะคะ”
“ผมเชื่อมั่นว่าลีรักที่ผมเป็นตัวผม ไม่เกี่ยวกับความเป็นเดชาเลิศรัตน์”
ป้าเพ็ญยิ้มยินดี “คุณรุตม์ตัวน้อยๆ ของป้ากำลังจะมีครอบครัวแล้วนะคะ เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ” นรุตม์ ยิ้มด้วยสีหน้ามีความสุขมาก “ป้าขอให้คุณพบเจอแต่ความสุข สมหวังในสิ่งที่ตั้งใจทุกประการนะคะ”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 10/4 วันที่ 7 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ