อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 11 วันที่ 18 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 11 วันที่ 18 ธ.ค. 58

เมื่อไปเจอกันที่ล็อบบี้ แนนซี่บอกว่าวันนี้ตนจะไปงานเปิดตัวหนังสือของนักเขียนคนโปรด สายๆค่อยมาเจอกัน ฝากวิศรุตให้เทกแคร์ลิลลี่ด้วย สโรชาดีใจรีบถามว่าเราจะไปไหนกันดี วิศรุตหน้าตึงบอกว่าเธอควรจะไปตามหากระเป๋ามากกว่านะ เมื่อวิศรุตยังมีท่าทีเย็นชา สโรชาบอกกับตัวเองว่า “ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก”

แล้วในที่สุดวิศรุตก็ต้องเป็นไกด์นำเที่ยวให้เธอจนได้ เขาพาไปที่อนุสาวรีย์มาร์โคโปโล แล้วพาไปจัตุรัสซานมาร์โค ที่นั่นวิศรุตตกใจเมื่อสโรชาหายไป ตามเจอขณะเธอกำลังให้อาหารนกอยู่ เลยดุ...

“เดินห่างผมแบบนี้เกิดหลงขึ้นมาจะทำยังไง เจอกันครั้งแรกคุณก็เจอโจรไล่ทำร้าย มาที่นี่ก็เจอโจรกระชากกระเป๋าอีกชีวิตคุณนี่จะรอดปากเหยี่ยวปากกาได้ไหมเนี่ย”



“รอดสิคะ เพราะทุกครั้งจะมีคุณวิศรุตอยู่ด้วย”

คำพูดและรอยยิ้มของเธอ ทำให้วิศรุตอดหวั่นไหวไม่ได้ ทั้งคู่มองกันเต็มตาแล้วเสทำเป็นให้อาหารนกแก้เกี้ยวมาถึงเจลาโต้ วิศรุตซื้อไอติมเจลาโต้ที่ได้ชื่อว่าอร่อยมากมาให้กิน สโรชาอร่อยจนเลอะปากเขาก็บ่นว่า

“กินเป็นเด็กไปได้คุณ เลอะหมด” แล้วก็เช็ดให้ จู่ๆนักท่องเที่ยวก็เดินชนสโรชาจนเกือบล้ม วิศรุตรับไว้ทัน สัมผัสนี้ทำให้ทั้งคู่ตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ พอวิศรุตรู้ตัวก็รีบปล่อยมือ สโรชายิ้มกริ่มทำไม่รู้ไม่ชี้กินไอติมต่ออย่างมีความสุข

เจอกับแนนซี่ที่ท่าเรือ จึงลงเรือแท็กซี่ไปด้วยกัน แนนซี่เห็นวิศรุตยังหมางเมินกับสโรชา จนมาถึงทางเข้าบ้านจูเลียต แนนซี่เห็นวิศรุตเดินห่างออกไปถึงถามเบาๆ

“รักเขาแล้วยังโกรธเขาอยู่ทำไม ในเมื่อหัวใจบอกว่าใช่ จะลังเลอะไรอีก”

“ผมไม่ได้บอกว่ารักเขาสักหน่อย” พูดแล้วเดินเลี่ยงไป แนนซี่ได้แต่ส่ายหน้ากับความปากแข็งของเขาจนเย็น มาถึงท่าเรือกอนโดล่า แนนซี่ถามว่าสโรชายังไม่เคยนั่งเรือกอนโดล่าใช่ไหม บอกให้วิศรุตพาเธอนั่งเรือแล้วนัดเจอกันที่โรงแรมเลย แนนซี่ดันหลังทั้งสองลงเรือด้วยหวังว่าจะมีโอกาสเข้าใจกันเร็วขึ้น

แม้จะไม่ได้คุยกัน แต่อากาศหนาวและเที่ยวมาทั้งวัน สโรชาหลับซบไหล่วิศรุต เขามองอย่างอ่อนโยนเอ็นดู และอากาศเย็นลงอีกเขาก็เริ่มใจอ่อนโอบไหล่เธอไว้ให้ความอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศยามพลบค่ำ...ที่เป็นใจ...

ooooooo

ในเมื่อวิศรุตยังปากแข็ง ขณะไปทานอาหารด้วยกันแนนซี่ออกอุบายให้พนักงานในร้านเอาดอกไม้ไปให้วิศรุตไปมอบแก่สโรชา เขากลับหาว่าเป็นแผนของเธอเองชอบทำอะไรไม่จริงใจ แทนที่จะดีกันเลยกลับกลายเป็นทะเลาะกัน

สโรชาโมโหจะพิสูจน์ความจริงใจของตน เธอถอดเสื้อโค้ตแล้วไปยืนที่ระเบียงริมน้ำทำท่าจะกระโดดลงไป วิศรุตตกใจเข้าไปกระชากตัวกอดไว้แน่นบอกว่า “พอแล้ว ผมไม่โกรธคุณแล้ว”

ประโยคนี้ประโยคเดียววิศรุต ทำให้สโรชารู้สึกโลกทั้งโลกสดใสขึ้นฉับพลัน เธอแอบกรี๊ดในใจ โอบกอดคอวิศรุตกระโดดจนเขาอดขำกิริยาแบบเด็กๆของเธอไม่ได้

แต่ดีใจสดชื่นกันไม่นาน สโรชาก็ถูกพิสิฐส่งคนมาตามตัวกลับโดยเตรียมเอกสารและพาสปอร์ตมาเรียบร้อย และให้คนไปเก็บของที่โรงแรมให้แล้ว สโรชาถามงงๆว่าพ่อรู้ได้ไง วิศรุตบอกหน้าตาเฉยว่า “ผมโทร.ไปบอกเอง!”

สโรชาหน้าละห้อยจำใจเดินตามคนของพิสิฐลงเรือไป แต่วิศรุตหายไปจากตรงนั้นแล้ว เขาไปยืนดูอยู่อีกมุมหนึ่ง จนแนนซี่บ่นว่า ทำตัวเป็นผู้ชายปากแข็งไปได้ เขาบอกว่าตนแค่ไม่อยากถือโทษใคร แนนซี่เองก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ แนนซี่ตอบอย่างรู้ทันหมั่นไส้ว่า

“จ้ะ...พ่อหลานชายผู้แสนดี...”

พอสโรชากลับถึงบ้าน พิสิฐเห็นสโรชาสดชื่นเป็นพิเศษก็ถามว่าวิศรุตหายโกรธแล้วใช่ไหม อย่างนี้ก็ให้กลับมาช่วยงานได้แล้วสิ สโรชาบอกว่าตนไม่ได้ถามเขา ที่จริงเธอไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกันแน่

ooooooo

ในวันเปิดตัวโครงการลิลลี่คอมเพล็กซ์ เสมือนเป็นการประกาศเปิดตัวทายาทพระองค์หญิง “วิศรุต ราชโยธิน” ไปด้วย นักข่าวต่างสนใจกรูกันมาถามว่า คุณวิศรุตไปอยู่ไหนมา ทำไมไม่เคยเห็นหน้า

ชัยบดีทำเขินบอกว่าตนเป็นคนธรรมดาไม่ใช่ดารา นักข่าวคนหนึ่งบอกว่า

“โอ๊ย!! เปิดตัวทายาทหนุ่มแห่งวังเทวาสถิตย์ไม่ธรรมดาล่ะค่ะ”

สโรชาได้ยินพึมพำ “ทายาทวังเทวาสถิตย์งั้นเหรอ ...ไม่ใช่มั้ง?” พลางจะเดินเข้าไปหาสื่อ ถูกวิศรุตดึงไว้ถามดุๆว่า

“คุณจะทำอะไร สโรชา!”

สโรชาสงสัยและไม่เชื่อว่าชัยบดีจะเป็นทายาทของวังเทวาสถิตย์ ส่วนวิศรุตสงสัยว่ามีคนมาแทนที่ตัวเองได้อย่างไร?
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของคุณชาย

พิริยพงษ์และจริยาตลอดเวลา จนกระทั่งพระองค์หญิงเสด็จกลับ ชัยบดียื่นแขนให้ท่าเกาะทำท่าโก้หล่อเท่เต็มที่ ขณะเดินผ่านคุณชายและจริยา ชัยบดีชำเลืองมองทั้งสองแอบยิ้มให้ คุณชายฝืนยิ้มให้ จริยามองสโรชาและวิศรุตแล้วยิ้มเยาะ สบตากับคุณชายแล้วแยกย้ายกันไป

ooooooo

หลังจากการเปิดตัว “วิศรุต ราชโยธิน” แล้ว กลับถึงบ้านวินิตาสงสัยว่าทำไมคุณชายพิริยพงษ์ ไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ตนฟัง จริยาบอกว่า คุณชายบอกว่าท่านยายอยากให้เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะพร้อม

พลโทวินิตมาได้ยิน ซักถามจนรู้ว่าวิศรุตคนนี้เป็นลูกชายของท่านหญิงกิรติโสภณ พลโทวินิตสะเทือนใจเฮือก รุ่งขึ้นจึงไปที่ที่ดินริมน้ำ เจอวิศรุตอยู่กับเด็กเฝ้าที่แทนลุงหมาก วิศรุตรู้ว่าวินิตเป็นพ่อ แต่วินิตไม่รู้ว่าเขาเป็นใครนึกว่าเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดิน

วิศรุตบอกว่าเขาไม่ใช่นายหน้า พาวินิตไปดูโฮมสเตย์ วินิตชอบใจมากไม่นึกว่าในกรุงเทพฯจะมีสถานที่อย่างนี้อยู่อีก

จนเมื่อได้เห็นกอพลับพลึงที่สวยงามมากมายและได้รับการดูแลอย่างดี เขาถามว่าวิศรุตชอบพลับพลึงหรือ

“พลับพลึงเป็นดอกไม้ที่แม่ผมชอบครับ”

วินิตชะงักไปเล็กน้อย หันกลับไปมองแปลงพลับพลึง นึกถึงท่านหญิงกิรติโสภณขึ้นมาทันที

วิศรุตสังเกตปฏิกิริยาของผู้เป็นพ่อเงียบๆ

คืนนี้เขาอดคิดถึงคำถามของสโรชาที่ว่า นายคนนั้นมีอะไรมาอ้างว่าเป็นทายาท คิดแล้วก็พลิกดูมือตัวเองที่บัดนี้ไม่มีแหวนของแม่อยู่แล้ว...

“นั่นสิ... ถ้าไม่ใช่แหวน เขาจะเอาอะไรมาอ้าง... แนนซี่จะว่ายังไงเนี่ย” วิศรุตมองรูปแนนซี่ เชื่อว่าตนต้องถูกดุเป็นแน่

ooooooo

คุณชายพิริยพงษ์จะชวนชัยบดีไปข้างนอก จึงเข้าไปขัดจังหวะขณะเขากำลังนวดให้พระองค์หญิง อ้างกับท่านย่าว่าจะชวนพี่ชายไปเปิดหูเปิดตา

พระองค์หญิงถามว่าจะไปไหนกัน ชัยบดีรีบบอกว่าคงจะพาไปคุยเรื่องงาน ดีเหมือนกันเพราะอยู่เฉยๆ มานาน ประเดี๋ยวเงินเก็บจะร่อยหรอต้องแบมือขอท่านยายตลอดก็ไม่ดี

พอออกมาพ้นจากท่านย่าคุณชายปรามชัยบดีว่าอย่าล้ำเส้น ชัยบดีบอกว่าตนทำหน้าที่ของตนเพื่อให้ได้ความรักจะได้มรดกไวๆ ทำเคลิ้มกับมรดกที่จะได้ พอถูกคุณชายจ้องหน้าก็กะล่อนว่า “เออน่า...ผมไม่ลืมหรอกว่าเราต้องแบ่งกัน”

บังเอิญคุณหญิงได้ยินถามว่าแบ่งอะไรกัน คุณชายตกใจถามคุณหญิงว่ามาตั้งแต่เมื่อไร คุณหญิงบอกว่าเข้าไปรื้อตู้หยิบของจะเอาไปใช้ในห้องเครื่อง เดินมาก็พอดีได้ยินพี่ชายพูดว่าแบ่งอะไรกัน ถามว่าแบ่งอะไรหรือ คุณชายกะล่อนไม่พอคิดไม่ทัน ชัยบดีชิงตอบว่า

“แบ่งกันดูแลน้องหญิงไงครับ ที่เรานัดกันเมื่อคืนไงครับ จะไปกันหรือยัง”

ที่นัดกันไว้คือจะไปขอโทษสโรชาที่ไม่ได้เล่าเรื่องพี่ชายคนใหม่ให้ฟัง เมื่อไปพบกัน คุณหญิงชี้แจงว่า

“ต้องอดใจปิดปากเงียบอยู่ตั้งนาน ก็ท่านย่าสิคะ รับสั่งให้รอเวลาเหมาะๆก่อน”

สโรชาชมว่าเป็นการเปิดตัวที่น่าทึ่งมาก ทำให้งานของโรงแรมมีสีสันทันที จ้องหน้าชัยบดีแล้วถามว่าเหมือนเราเคยเจอกันมาก่อน ชัยบดีบอกว่าเธอจำตนไม่ได้แต่ตนจำเธอได้แม่น เราเจอเคยกันที่บ้านเด็กกำพร้า สโรชาจึงจำได้ว่าที่วันนั้นเขาช่วยเธอไว้ไม่ให้ล้ม ทำให้มีความรู้สึกดีๆกับเขาขึ้นมา

และยิ่งเมื่อคุณหญิงเล่าถึงการไปดูเด็กเล่นบอลและแจกทุนการศึกษาเป็นรางวัลสโรชาก็ยิ่งทึ่ง

“นี่แหละค่ะพี่ชายคนใหม่ ที่หญิงภูมิใจแนะนำให้คุณสโรชารู้จัก” คุณหญิงยิ้มปลื้ม ชัยบดีทำเป็นเขิน

ชัยบดีตื่นตาตื่นใจกับความใหญ่โตโอ่โถงของบ้านพิสิฐ เมื่อเดินห่างจากคุณหญิง สโรชาถามชัยบดีว่าก่อนมาปรากฏตัวเขาไปอยู่ที่ไหนมา ชัยบดีบอกว่าตนตอบนักข่าวเมื่อคืนมาแล้วแต่เมื่อเธอถามก็จะตอบอีกครั้ง

“ผมไปอยู่ทางใต้หลายปี ไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับชาติกำเนิดตัวเอง จนกระทั่งเจอแหวนที่แม่เก็บไว้แล้วก็เขียนสั่งให้ผมนำมาถวายท่านยาย เรื่องก็มีอยู่แค่นี้” สโรชาบอกว่าอยากเห็นแหวนจังคงสวยมาก “คืนท่านยายไปแล้วครับ ถ้าคุณอยากเห็น เจอกันคราวหน้าผมจะสวมมาให้ดู”

สโรชาพยักหน้าทำเป็นเชื่อ แต่พอพ้นสายตา ชัยบดีสีหน้าเธอก็เปลี่ยนไปทันที

วันต่อมา สโรชาเล่าให้น้ำมนต์ฟัง น้ำมนต์บอกว่าถ้าเป็นแหวนวงเดียวกันจะฉกมาเฉยๆคงไม่ได้ สโรชาบอกว่าถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าเขาคือคนที่เจอที่บ้านเด็กกำพร้าก็ไม่น่าจะเป็นคนเลวร้ายอะไรนัก

ooooooo

วันต่อมา ขณะที่น้ำมนต์คุยกับสโรชามาตามทางเดินในโรงแรมนั้น วิศรุตได้ยินชื่อตนจึงแอบฟัง

สโรชาบอกว่าสำหรับวิศรุตนั้นตนไม่ได้เห็นเขาเลอเลิศอะไรแต่เห็นครั้งแรกก็....น้ำมนต์แทรกทันทีว่า

“แกปิ๊งเค้า ฉันรู้ แถมแกยังเป็นเด็กมีปม เกลียดแม่เลี้ยงจนน่าหมั่นไส้ บ้านช่องไม่อยากอยู่ การที่แกหนีตัวเองไปสร้างตัวตนใหม่ มันก็เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว...คือหนีสิ่งที่ไม่ชอบแล้วก็ได้เรียนรู้โลกใหม่” สโรชาบอกว่าน้ำมนต์เข้าใจตนดีกว่าตนเข้าใจตัวเองอีก “ก็ฉันเป็นเพื่อนแกมาสิบกว่าปี ถึงบางเรื่องที่แกทำ ฉันจะไม่เห็นด้วย แต่ฉันยอมรับในเหตุผลของแกเสมอแหละ ไม่งั้นจะเรียกเป็นเพื่อนเหรอ”

“แต่ฉันไม่รู้ว่าคุณวิศรุตเขาจะโกรธฉันอีกไหมนะ ถ้ารู้ว่าฉัน...”

พอดีรถเข็นผ่านมาทั้งสองจึงหยุดคุยกัน แล้วโอบไหล่กันเดินไปอีกทาง

วิศรุตเสียดาย สงสัยสิ่งที่สโรชาพูดค้างไว้ว่าเธอจะพูดอะไร?

ooooooo

สโรชาเครียดเรื่องแหวนหายจนน้ำมนต์บอกว่าอะไรจะเกิดมันก็เกิดอย่าเครียดไปเลย

สโรชาบอกว่าไม่เครียดไม่ได้ ถ้าแหวนวงนั้นเป็นวงเดียวกับที่วิศรุตคนใหม่เอาไปแสดงกับพระองค์หญิง มันก็แปลว่า วิศรุต มรุพงษ์ คือทายาทของวัง
เทวาสถิตย์ตัวจริง

“คุณวิศรุตของแก อาจจะหนีตัวตนของเขา เหมือนที่แกเคยหนีไปเป็นพลับพลึงก็ได้ เพราะถ้าเขาอยากแสดงตัวเขาทำเสียตั้งนานแล้ว ไม่รอจนแหวนหายหรอก”

“ไม่รู้ล่ะ ฉันต้องหาแหวนวงนั้นมาคืนเขา ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน!!”

ฝ่ายพิสิฐก็ใช้วาทศิลป์กล่อมวิศรุต ในที่สุดเขาตกลงกลับมาทำงานกับพิสิฐอีกครั้ง พิสิฐบอกว่างานโฮมสเตย์ของเขาก็ให้ทำไปตามปกติไม่ต้องห่วงว่างานของตนทำให้กิจการเขาเสีย

“ขอบคุณครับ...เอ้อ ท่านครับ เรื่องแหวน...”

พิสิฐหน้าเสีย แต่พอดีมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ลัดดาเข้ามาพร้อมสโรชา ลัดดาบอกว่าเจอกันข้างนอก

หนูลิลลี่เลยอาสาพามาส่งที่ห้อง พิสิฐเลยบอกวิศรุตว่าตนต้องไปแล้ว ตนฝากงานพวกนี้ด้วยมีอะไรให้ถามลูกสาวตนได้ ทำเอาวิศรุตงงที่พิสิฐไม่ตอบเรื่องแหวน

พออยู่กันตามลำพัง วิศรุตถามสโรชาว่าเธอมีอะไรจะบอกตน เธอบอกว่างานพวกนี้เขาเก่งอยู่แล้ว

คงไม่ต้องบอก เขาแกล้งถามอีกว่าแล้วเรื่องอื่นล่ะ สโรชาใจหายนึกว่าเขาจะถามเรื่องแหวน ทำไม่รู้ไม่ชี้บอกไปว่า “ไม่มีนี่คะ”

วิศรุตพูดอย่างผิดหวังว่าสุดท้ายตนก็เชื่ออะไรเธอไม่ได้ ที่เวนิสก็คงเหมือนกัน ต่อหน้าเธอว่าไม่มีอะไรแต่ลับหลังเธอก็มีเรื่องปิดบังตน สโรชาโต้ว่าเขาดีแต่ว่าตนเขาเองก็ไม่ต่างจากตนตอนที่เป็นพลับพลึงหรอก เพราะตัวตนจริงๆของเขา เขาก็ยังไม่ยอมรับเลย

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 11 วันที่ 18 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ