อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 11 วันที่ 19 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 11 วันที่ 19 ธ.ค. 58

วิศรุตพูดอย่างผิดหวังว่าสุดท้ายตนก็เชื่ออะไรเธอไม่ได้ ที่เวนิสก็คงเหมือนกัน ต่อหน้าเธอว่าไม่มีอะไรแต่ลับหลังเธอก็มีเรื่องปิดบังตน สโรชาโต้ว่าเขาดีแต่ว่าตนเขาเองก็ไม่ต่างจากตนตอนที่เป็นพลับพลึงหรอก เพราะตัวตนจริงๆของเขา เขาก็ยังไม่ยอมรับเลย

“ผมก็เป็นของผมแบบนี้ นี่แหละคือตัวตนของผม” สโรชาโต้ว่าไม่จริง เขาหนีตัวเองเพราะที่จริงเขาคือ... “หยุดนะ! คุณสโรชา อย่าพูดอะไรเพ้อเจ้ออีก”

“ฉันยอมให้คุณโกรธฉัน แต่ฉันจะพิสูจน์ให้ คุณยอมรับให้ได้ว่าคุณมีบางมุม...ที่ไม่ต่างจากพลับพลึงหรอก!!”



เสียงโทรศัพท์ของสโรชาดังขึ้นเธอกดรับสายทักทายยิ้มแย้ม “คุณหญิงหรือคะ...” การโต้เถียงจึงยุติลง

ooooooo

วันนี้ สโรชาเชิญคุณหญิงประสงค์สมมาชิมเค้กที่วางขายในร้านอาหารของโรงแรม คุณหญิงทานแล้วออกตัวว่าตนไม่ถนัดทำขนมเค้กแต่อร่อยดีกลิ่นรสกำลังดี สมเป็นของโรงแรม สโรชาบอกว่าเป็นของคนรู้จักที่มาเปิดร้านในโครงการ

เป็นความบังเอิญจริงๆ ที่วิศรุตเดินผ่านมา น้ำมนต์เรียกเขา คุณหญิงดีใจที่ได้เจอกัน ไม่นานวินิตากับคุณชายก็ควงกันเข้ามาตามด้วยจริยาและชัยบดี

“กะวางเหยื่อล่อปลาตัวเดียว ได้มาเป็นบ่อเลยแกเอ๊ย” น้ำมนต์กระซิบกับสโรชา

“มากันเยอะๆแบบนี้ดี ฉันชอบ”

สโรชาจึงจัดเลี้ยงแขกชุดใหญ่ในโรงแรม ในโต๊ะอาหาร ครอบครัว “ราชโยธิน” ได้รับการยอมรับจากวิศรุตตัวปลอมเป็นอย่างดี จนน้ำมนต์ชมว่าใจกว้างมากที่ยอมรับครอบครัวใหม่ของคุณพ่อได้ง่ายๆ

“ผมไม่รู้จะโกรธเคืองกันไปทำไมนะครับ ชีวิตคนเรามันสั้น รักกันไว้ดีกว่า” ชัยบดีพูดดีจนคุณชายหมั่นไส้ แต่ก็ปั้นหน้ายิ้มบอกว่าเรื่องนี้ตนเห็นด้วย

“ในเมื่อทุกคนรักกันแบบนี้ ถ้าจะถามเรื่องคุณแม่ของคุณวิศรุตบ้าง คงไม่เป็นการเสียมารยาทใช่ไหมคะ” สโรชาถามขึ้น ถูกจริยาขัดขึ้นว่าถึงไม่ถือแต่ถ้าคุยกันตรงนี้ ตนขอบอกว่าไม่อยากได้ยิน

“การพูดถึงคนที่จากไปแล้วในเรื่องดีงาม มันไม่น่าฟังขนาดนั้นเลยเหรอครับ” วิศรุตขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ

วิศรุตไม่พอใจ อ้างว่าพอดีนึกได้ว่ามีธุระจึงขอตัว สโรชาจึงขอตัวไปห้องน้ำ ตามวิศรุตไปถามว่าจะรีบไปไหน เขาย้อนถามว่าเธอคิดจะทำอะไร

“ก็ทำความจริงให้ปรากฏไงคะ เพื่อความถูกต้อง”

วิศรุตย้อนถามว่าความถูกต้องที่เธอคิดไปเองนะเหรอ เอาเวลาไปสนใจโครงการคอมเพล็กซ์ของเธอดีกว่า สโรชาบอกว่าตนหวังดีกับเขา วิศรุตถามอย่างไม่พอใจว่าถามหรือยังว่าตนอยากรับหรือเปล่า

พอดีพนักงานมาบอกวิศรุตว่ารถมารออยู่ด้านหน้าแล้ว วิศรุตจึงผละไป

“ถึงคุณจะไม่อยากรับความหวังดีของฉัน แต่ฉันจะพิสูจน์ความจริงให้ได้ว่า คุณเป็นใคร คุณวิศรุต...ทั้งสองวิศรุตนั่นแหละ!!” สโรชาจิกตาอย่างหมายมาด

ooooooo

แม้ลัดดาจะสุขภาพไม่ดีแต่ก็เอาใจใส่ดูแลสโรชาอย่างดี คืนนี้ก็เอานมไปให้ดื่มถามว่าคุยงานกับวิศรุตเป็นอย่างไรบ้าง

“เขาเอาแต่ว่าคนอื่นดื้อ ตัวเองก็หัวดื้อพอกัน ไม่ต้องห่วงค่ะยังไงลี่ก็รับมือได้”

“น้าเชื่อ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรลี่ก็ต้องรับมือได้แน่ รู้ไหมลี่เหมือนแม่มากนะ แม่เราเขาเงียบๆแบบนั้น แต่จริงๆ เขาเป็นคนเข้มแข็งมากนะ เป็นคนมุ่งมั่น คิดจริงทำจริงเหมือนลี่นี่แหละ”

“เพิ่งรู้ นิสัยก็ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ด้วยหรือ” พอพูดถึงกรรมพันธุ์ สโรชาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

สโรชาคิดจะตรวจ DNA พิสูจน์พันธุกรรม ปรึกษาหมอแล้วต้องได้รับความสมัครใจจากเจ้าตัว เธอจึงเลียบเคียงถามสภาพของชัยบดีจากคุณหญิงประสงค์สมทราบว่าท่านย่ากำลังเห่อและหลงหลานชายคนนี้มาก จึงยากที่จะทำ

“ถ้าไม่พิสูจน์ทางแม่ ก็ต้องไปทางพ่อค่ะ แม้มันจะไม่เข้าท่าเท่าไหร่” สโรชายังไม่สิ้นหวัง คุณหญิงได้แต่สงสัยว่าสโรชาคิดจะทำอะไร

สโรชาเบนเข็มไปทางพลโทวินิตโดยผ่านทางแก้วกิริยา แก้วกิริยารับปากว่า

“ได้สิคะ แก้วจะไปเรียนคุณพ่อ เรื่องแบบนี้แก้วก็ไม่อยากให้คาใจเหมือนกัน...แต่แก้วสงสัยว่า ทำไมคุณสโรชาสนในเรื่องครอบครัวเราคะ”

สโรชาพูดกลบเกลื่อนว่าพอดีรู้จักหมอได้คุยกันถึงเรื่องนี้ตนก็เลยสนใจขึ้นมา

พลโทวินิตยินดีให้ความร่วมมือ จริยาขัดคอว่าเขาอยากตรวจด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือจะเห่ออยู่ฝ่ายเดียว

“แต่ถ้ามันจะทำให้ทุกคนหายสงสัย มันก็ควรจะมีการพิสูจน์ไม่ใช่เหรอ”

วินิตจ้องหน้าจริยา ฝ่ายนั้นเดินไปอย่างกังวล

เมื่อแก้วกิริยาทำงานสำเร็จแล้ว สโรชาพุ่งเป้ามาที่วิศรุต เธอคุยเรื่องตรวจ DNA กับเขา วิศรุตเห็นเป็นเรื่องธรรมดาแต่ติงว่าเรื่องวังไม่เห็นเกี่ยวกับเธอทำแล้วจะได้อะไร

“ดิฉันแค่อยากเห็นอะไรที่มันถูกต้อง”

ชัยบดีคุยอวดไว้ว่าจะเอาแหวนมาให้สโรชาดู เขาอ้อนท่านยายจนได้แหวนมา ท่านบอกว่ามันอยู่กับเขามานานเอาไว้เถอะ เป็นของแม่เก็บรักษาไว้ให้ดี

วันนี้ชัยบดีจึงเอาแหวนมาหาสโรชาที่กำลังโต้เถียงกับวิศรุต เขาบอกว่ามีธุรกิจจะมาปรึกษานิดหน่อยแลกกับความรู้เรื่องแหวนโบราณที่เธอสนใจ

วิศรุตเห็นแหวนของตนอยู่ในมือชัยบดีก็แปลกใจ ส่วนสโรชาถึงกับหน้าเสียไปทันที เธอกลบเกลื่อนขอตัวกับวิศรุตไปรับแขก แล้วเชิญชัยบดีไปคุยกันที่สวนของโรงแรม

ooooooo

ชัยบดีบอกว่าคุยโปรเจกต์งานกับเพื่อนแถวนี้เลยคิดถึงและแวะมา จำได้ว่าเธอเคยถามเกี่ยวกับแหวนโบราณจึงเอามาให้ดู สโรชาดูแล้วชมว่าสวยมาก
วิศรุตแอบดูอยู่หลังพุ่มไม้สงสัยว่าแหวนของตนไปอยู่ที่ชัยบดีได้อย่างไร

“ฉันขอซื้อแหวนวงนี้ต่อได้ไหมคะ คือมันสวยถูกใจมาก”

“คงไม่ได้หรอกครับ แหวนวงนี้สำคัญกับผมมาก อีกอย่างผมก็ไม่คิดจะขายอยู่แล้ว กะจะเก็บไว้ให้คนที่สำคัญที่สุดสำหรับผม” พูดพลางส่งสายตากรุ้มกริ่ม สโรชาก็แกล้งทำเขิน จนวิศรุตที่แอบมองอยู่ไม่พอใจเผลอหักกิ่งไม้หักคามือ

พอดีโทรศัพท์ชัยบดีดังขึ้น เขารับสายแล้วหน้าเจื่อนบอกว่าจะรีบไป แล้ววางสาย สโรชาบอกว่าไว้แล้วค่อยคุยกันใหม่ พอชัยบดีกลับไป วิศรุตก็ถอนใจโล่งอก เดินออกจากพุ่มไม้ สโรชาเห็นพอดีเธอตกใจบอกว่าคิดว่าเขากลับไปแล้ว

“ผมตั้งใจจะรอคุณเพื่อถามเรื่องแหวนของผม แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมโทร.ถามคุณพิสิฐดีกว่า”

สโรชาตกใจรีบวิ่งตามบอกเขาว่าเรื่องนี้ตนอธิบายได้ยอมรับว่าตนทำหายเองไม่ต้องไปคาดคั้นกับป๊า สัญญาว่าจะเอาแหวนมาคืนเขาให้ได้

“เรื่องกุญแจเซฟหายก็เป็นเรื่องโกหกสินะ” วิศรุตถอนใจแล้วพูดปลงๆว่า “เมื่อมันหายไปแล้วก็ช่างมันเถอะ ต่อไปผมจะไม่ทวงถามกับคุณหรือพ่อคุณอีก”

“แต่แหวนวงนั้นสำคัญกับคุณมาก คุณช่างมันง่ายๆแบบนี้เหรอคะ”

“แหวนวงนั้นอาจจะมีค่าทางใจ เพราะมันเป็นแหวนของแม่ผม แต่แม่ผมอยู่ในใจผมตลอดเวลาอยู่แล้ว ถึงแหวนจะอยู่หรือหายไปมันก็ไม่สำคัญ”

วิศรุตทำเป็นไม่รู้เรื่องแหวนของตนไปอยู่ในมือชัยบดี สโรชามองวิศรุตอย่างขัดใจที่ไม่ยอมรับความจริง

ooooooo

จริยา คุณชายพิริยพงษ์ และชัยบดี เป็นทุกข์เป็นร้อนเมื่อรู้ข่าวว่าจะมีการตรวจ DNA คุณชายห่วงว่าขืนตรวจขึ้นมาแผนที่เราวางกันมาก็พังหมด

“แต่ตอนนี้คุณวินิตประกาศว่ายินดีจะตรวจ ยังไงเขาก็ต้องตรวจแน่” จริยายืนยัน

ชัยบดีหน้าซีดบอกว่าตนไม่ตรวจ จริยาบอกว่าถ้าเขาไม่ตรวจทุกคนต้องสงสัยแน่

“ตรวจก็ตาย ไม่ตรวจก็ไม่ได้ มีแต่ตายกับตาย งั้นตัวใครตัวมัน ผมยังไม่อยากไปอยู่ในตะราง”

ชัยบดีทำท่าจะลุกหนี คุณชายพิริยพงษ์รีบดึงมือให้นั่งลงตามเดิม

“อย่าเพิ่งตาขาวตอนนี้ ยังไงมันก็ต้องมีวิธีใช่ไหมครับ” คุณชายหันไปถามจริยาอย่างต้องการความมั่นใจ

จริยาไม่ตอบ นิ่งอย่างคิดหาวิธีแก้เกม

ooooooo

วิศรุตคิดหนักเกรงว่าชัยบดีจะสร้างความเดือดร้อนให้คนในวัง เขาขับรถมาจอดที่หน้าวัง มองเข้าไปในวังอย่างสับสน

พอดีคุณหญิงไปซื้อไหมพรมกลับมาเห็น คุณหญิงดีใจมากให้สายัณห์ลงไปเชิญเข้าไปในวัง

คุณหญิงนึกว่าเขาจะมาพบท่านย่า บอกว่าท่านย่าหลับรอสักครู่ดีไหม วิศรุตบอกว่าตนไม่ได้มาเฝ้าท่านแต่ขับรถผ่านมาพอดี คุณหญิงบอกว่าท่านย่าบ่นคิดถึงเขา วิศรุตพูดเชิงน้อยใจว่า

“ท่านคงไม่ทรงคิดถึงผมมากกระมังครับ เพราะทรงพบหลานชายคนใหม่แล้ว”

“หญิงเคยคิดสมมตินะคะ ว่าถ้าคุณวิศรุตเป็นพี่ชายหญิงจริงๆอีกคนก็คงดี แต่ไม่ยักกะใช่”

วิศรุตถ่อมตัวว่าตนคงไม่มีวาสนา แต่ตลอดมาตนก็คิดว่าคุณหญิงเป็นน้องสาว ตั้งแต่แรกเจอกันจนกระทั่งบัดนี้ ผ้าเช็ดหน้าที่น้องสาวปัก พี่ชายคนนี้ก็ยังเก็บไว้ คุณหญิงหน้าจ๋อยถามว่าคิดว่าเป็นน้องสาวแค่นั้นเหรอ

“ครับ” วิศรุตตอบหนักแน่น สบตากับคุณหญิงอย่างน้องสาวจริงๆ คุณหญิงรู้สึกเสียหน้า จน...หน้าเสีย

ooooooo

คุณหญิงประสงค์สมไปหยิบผ้าพันคอไหมพรมที่ถักยังไม่เสร็จ เดิมทีตั้งใจจะถักให้วิศรุต เมื่อวันนี้เขาคิดว่าคุณหญิงเป็นน้องสาวคนหนึ่ง คุณหญิงจึงคิดว่าบัดนี้ตนมีพี่ชายสองคนแล้ว ตัดสินใจจะเก็บผ้าพันคอผืนนี้ไว้ให้พี่ชายที่แท้จริงแทน

ชัยบดีมาเห็นผ้าพันคอก็แสดงความชื่นชอบมากปากหวานว่าถ้าได้ไปจะพันไว้ทุกวันเลย แล้วคว้าผ้าพันคอไปพันรอบคอจนแน่น คุณหญิงติงว่าเดี๋ยวร้อนตายพลางเข้าแย่ง ชัยบดีหลบ ทำให้คุณหญิงเสียหลักพลาดเข้าซบอกเขาเต็มๆ คุณหญิงตกใจ เมื่อผละออกก็ก้มหน้าเขิน อัศดงแอบมองด้วยความอิจฉา เมื่อคุณหญิงผละออก ชัยบดีกระซิบว่า

“แก้มน้องหญิง...หอมจังเลย”

“หญิงไปเตรียมของว่างท่านย่าล่ะคะ” คุณหญิงอายจนแก้มแดงที่ต้องมือชาย อัศดงที่แอบดูรีบหลบออกไปทันที

คืนนี้ ชัยบดีเดินเข้าห้องนอน เห็นแจกันดอกลิลลี่ก็คิดถึงหญิงสาวสองคนสลับไปมาอย่างหวังกอบโกยประโยชน์

“ดอกมะลิซ้อนสูงศักดิ์ กับดอกลิลลี่มหาเศรษฐี... ก็ดีทั้งคู่นะ...”

ooooooo

พิสิฐรู้เรื่องสโรชาจะหาทางตรวจ DNA ก็ติติงว่าว่างนักหรือ สโรชาจึงเล่าเรื่องแหวนให้ฟังว่า

“ตอนนี้มันอยู่ที่คุณวิศรุต ราชโยธิน คนที่บอกว่าเป็นหลานพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีค่ะ เขาเอาแหวนนั่นมาใช้แสดงตัวว่าเขาเป็นทายาทพระองค์หญิง ลูกเพิ่งทราบว่ามันเป็นแหวนของหม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ พระธิดาพระองค์หญิงที่หายไปพร้อมลูกในท้อง”

พิสิฐตกใจถามว่าวิศรุต มรุพงษ์คือทายาทตัวจริงของวังเทวาสถิตย์หรือ สโรชาบอกว่าแต่เขาไม่ยอมรับ เขาบอกว่าเป็นลูกกำพร้ามีแต่ป้าชื่อแนนซี่ และที่ดินที่ทำโฮมสเตย์คือที่ดินของป้าแนนซี่ ชี้แจงจนพิสิฐเข้าใจแล้ว สโรชาพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ลี่จะไถ่บาปค่ะ ลูกทำแหวนเขาหาย ลูกจะพิสูจน์ความจริง ถ้าวิศรุต มรุพงษ์ ไม่ยอมแสดงตัวตน ลูกก็จะเริ่มด้วยการพิสูจน์ว่า วิศรุต ราชโยธิน คนที่มาสวมรอยน่ะ เป็นตัวปลอม ลูกขอยุ่งเรื่องนี้ค่ะป๊า ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นบาปในใจลูกไปจนตายเลย”

สโรชาดำเนินแผนของตน แอบเชิญพระองค์หญิงไปที่แปลงผักของวิศรุตโดยเขาไม่รู้ตัว วิศรุตพูดออกตัวว่าตนไม่ทราบมาก่อนเลยเตรียมการต้อนรับไม่ดีนัก

“ไม่เป็นไรหรอก เรามากันเองโดยไม่บอกล่วงหน้า สโรชาว่าเธองานยุ่ง ไหนจะงานที่บริษัท แล้วยังต้องดูแล โฮมสเตย์อีก นึกอยากเห็นที่นี่ขึ้นมาบ้าง เลยให้สโรชาพามา หวังว่าคงไม่รบกวนจนเกินไปนะ”

พระองค์หญิงชมว่า ที่นี่บรรยากาศดีมาก ทั้งอยากมาเยี่ยมเขาหลังจากที่เขาไปหาฝ่ายเดียว ตรัสอย่างเมตตาว่า

“จะว่าไปก็เหมือนได้มาเห็นลูกหลานว่าเป็นอยู่ยังไง ได้เห็นแบบนี้ก็รู้สึกภูมิใจแทนครอบครัวเธอจริงๆ”

วิศรุตรู้สึกถึงความอบอุ่นของผู้เป็นยายที่เขาพยายามไม่เกี่ยวข้องทำให้รู้สึกผิดมากขึ้น

“ชากับของว่างยังไม่มา กระหม่อมขอตัวไปดูในครัวสักครู่” วิศรุตขอตัว สโรชาขอพระองค์หญิงตามไปอีกคน

เมื่อเข้าไปในครัว สโรชาหว่านล้อมเขาต่อ ถามเขาว่า

“เมื่อกี้ ถ้าใจคุณไม่มืดบอดจนเกินไป ก็คงดูออกได้ว่า เสด็จพระองค์หญิงทรงเอ็นดูคุณมากแค่ไหน ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็น...”

วิศรุตเอามือปิดปากสโรชาทันที “เลิกพูดเรื่องนี้สักที เลิกเจ้ากี้เจ้าการทำอะไรแบบนี้อีก ไม่อย่างงั้นผมจะ...”

สโรชายื่นหน้าตาโตเข้าไปท้าทายถามว่าจะทำอะไร ความสดใสน่ารักของเธอทำให้เขาใจอ่อนมองหน้านิ่ง

ธารากับประพันธ์ช่วยกันหยกถาดชาและของว่างออกมาพอดี ทั้งวิศรุตและสโรชาผละจากกัน สโรชาทำไก๋เข้าไปแย่งถาดจากประพันธ์ถือออกไปแทน ส่วนวิศรุตก็ทำเสียงดุบอกธารากับประพันธ์ให้รีบออกไป

ก่อนพระองค์หญิงจะเสด็จกลับ วิศรุตเก็บผักที่สวนฝากกลับวังด้วย พระองค์หญิงทรงพอพระทัยกับการมาครั้งนี้มาก

ooooooo

คุณชายพิริยพงษ์เพิ่งกลับวัง ถามทิวาว่าหายไปไหนกันหมดวัง ทิวาบอกว่าท่านย่าไปข้างนอกกับสโรชา ส่วนชัยบดีไปบ้านพลโทวินิต คุณชายชักสีหน้าไม่พอใจบ่นงึมงำ

“หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้จะไปไหน ทำอะไรไม่เคยบอกกันเลย”

ชัยบดีไปหาวินิต วินิตรับขวัญด้วยสร้อยทองเส้นโต และเอ่ยอย่างสะเทือนใจว่า

“พ่อทำผิดกับท่านหญิงไว้อย่างมหันต์ ถ้าวิญญาณเขารับรู้ได้ ก็คงเข้าใจดีว่าพ่อเสียใจ...ที่วังเป็นยังไงบ้าง ท่านยายทรงเมตตาดีใช่ไหม” ชัยบดีบอกว่าดีมาก ตนไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้รับการต้อนรับดีขนาดนี้ “พ่อมีความรู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องตรวจดีเอ็นเอกันหรอกนะ”

แก้วกิริยาติงว่าตรวจหน่อยมันก็สบายใจดี ถามชัยบดีว่าใช่ไหม เขาจำต้องตอบตามน้ำไปว่าครับ

เมื่อได้อยู่กับจริยาในมุมหนึ่งของบ้าน ชัยบดีวิตกว่า

“ถ้าเกิดเขาตรวจมาจริงๆ ว่าผมไม่ใช่ลูกก็ยุ่งนะ แต่เอาเถอะ กว่าผลจะออก ผมอาจจะทำให้พวกคุณได้สมบัติแล้วก็ได้”

“เดี๋ยวนี้เขาตรวจกันไม่กี่วันก็รู้ผล เธอจะทำอะไรได้สมบัติเร็วขนาดนั้น” จริยาถาม ชัยบดีเชื่อว่าจริยามีวิธีที่เร็วกว่านั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่ใจเย็นขนาดนี้ จริยาพูดอย่างเลือดเย็นว่า

“ง่ายๆ ก็ถ่วงเวลาตรวจอีกนิด เร่งเวลาตายให้คนแก่ขึ้นอีกหน่อย”

ooooooo

แล้วค่ำนี้ ชัยบดีก็วางยาพระองค์หญิงและขออนุญาตท่านพาคุณหญิงประสงค์สมไปเที่ยวคลับในโรงแรม

ไม่นานพระองค์หญิงก็ปวดท้องจนเป็นลม บรรดาคนรับใช้ต้องแก้ปัญหากับจ้าละหวั่น ดีที่หมอมาทัน หมอบอกว่าเบื้องต้นคงต้องตรวจเพาะเชื้อ และถวายพระโอสถทางสายพระโลหิต หมอบอกว่า

“ทรงเหมือนคนสูงอายุทั่วไป อย่าให้ท้องเสียครับ เพราะอาจช็อกได้ ระวังเรื่องของเสวยด้วย ตอนนี้ถวาย การดูแลดีๆ พรุ่งนี้น่าจะทรงดีขึ้น แล้วไม่มีคนอื่นเลยหรือครับ” ราตรีบอกว่าคุณชายไม่กลับมาหลายวันแล้ว “คุณหญิงประสงค์สมกลับมาเมื่อไรให้โทร.หาหมอนะ”

คุณหญิงประสงค์สมไปเที่ยวผับกับชัยบดี ถูกเขาวางยาจนมึนแล้วประคองออกไป พอดีสุทิศผ่านมาเห็น ดูไม่ชอบมาพากลคิดจะตามไปก็ถูกผู้จัดการเรียกใช้เสียก่อน

วันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่มาเก็บเนื้อเยื่อวินิตเพื่อไปตรวจ DNA จากนั้นจึงจะไปเก็บจากวิศรุต หลังจากนั้น 10 วันก็รู้ผล

ขณะนั้นเอง วินิตาคุยโทรศัพท์เสร็จเข้ามาบอกว่าเสด็จพระองค์หญิงประชวรหนักตั้งแต่เมื่อคืน จริยาถามทันทีว่าต้องเตรียมชุดดำไหม ถูกวินิตตำหนิว่าพูดอะไรอย่างนั้น จริยาบอกว่าก็แค่พูดเผื่อไว้เท่านั้น

ที่วังเทวาสถิตย์ ชัยบดีแอบดูพระองค์หญิงที่ให้น้ำเกลืออยู่ด้วยความพอใจในผลงาน เมื่อเห็นหมอเดินมาจากห้องตรวจก็ปรับสีหน้าถามหมอว่าพบสาเหตุไหม

“ตอนนี้สันนิษฐานว่าอาหารเป็นพิษ”

ชัยบดีฉวยโอกาสตำหนิอัศดงว่าทำอาหารอะไรถวาย อัศดงอ้างว่าคุณหญิงเป็นผู้ปรุง ทุกอย่างสุกใหม่ๆ ทั้งนั้น จะโทษอัศดงก็ถูกคุณหญิง ชัยบดีเลยโทษว่าผักที่เอามาจากสวนอาจไม่สะอาด ทุกคนก้มหน้าไม่กล้าเถียง

“หมอกลับก่อนนะครับ มีพยาบาลถวายการดูแลอยู่ หมดน้ำเกลือถุงนี้ก็คงพอ ฝากทุกคนใส่ใจเรื่องอาหารนะครับ ผู้สูงอายุน่ะ ท้องเสียมากอาจจะช็อกได้” หมอเดินออกไป ชัยบดีเดินไปส่ง

คุณหญิงประสงค์สมเดินเข้ามาดูท่านย่า ร้องไห้บอกท่านย่าว่า

“ท่านย่า เมื่อคืนหญิงไม่ควรออกไปกับพี่ชายเลย...หญิง...”

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 11 วันที่ 19 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ