อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 11 วันที่ 23 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 11 วันที่ 23 ธ.ค. 58

“ไม่หรอก เค้าคงคิดว่าฉันแกล้งเค้ามากกว่า”
“งั้นเดี๋ยวก็คงได้ฮู้กั๋นว่าคุณบ่ได้แกล้ง คงใกล้จะมาแล้วล่ะเจ้า คุยกันดีๆเน้อ” ไข่ดันหลังบุญตาให้เดินออกไปด้วยกัน
สีหนาทมองดูโต๊ะที่จัดไว้อย่างดียิ้มๆ แล้วหยิบปิ่นปักผมที่วางไว้ตรงมุมโต๊ะขึ้นมา ตาเป็นประกาย

ระหว่างเดินมาด้วยกัน บุญตาบอกไข่
“ป้า ฉันหายสงสัยแล้วนะ เรื่องไม่ให้เรียกหนูนาว่า “นังหนูนา” น่ะ”
“อุ๊ย พูดเบาๆสิ” ไข่เหลียวหลังไป กลัวสีหนาทได้ยิน
“บุญหล่นทับจริงๆเล๊ย ทำไมฉันไม่ได้แบบนี้บ้าง” บุญตาเสียดาย ไข่ส่ายหน้า นังนี่เพ้อจริง!

หนูนาเดินผ่านมาที่ห้องทำงาน โผล่หน้าเข้าไปดู “ไม่อยู่?”
บนโต๊ะสีหนาทข้าวของต่างๆก็เก็บวางอย่างไว้ดี แฟ้มปิดเรียบร้อย เหมือนกับใช้เสร็จแล้ว หนูนากำลังจะผ่านไป แล้วปรายตาไปเห็นโทรศัพท์ คิด มองซ้าย มองขวา หนูนาไม่เห็นมีใคร ก็เดินไปที่โทรศัพท์



จุฑารัตน์นั่งทำงานอยู่ มือถือสั่น หยิบมาดู “เบอร์บ้านคุณสิงห์นี่” เธอรีบรับสาย
หนูนาเสียงแหลมออกมา “จุ๊ นี่ฉันเอง”
“หนูนา”
หนูนาใช้โทรศัพท์ในห้องทำงานสีหนาทโทรคุย “ก่อนวางสายที่บอกว่ามีเรื่องสำคัญน่ะ เรื่องอะไรเหรอ”
สีหนาทรอหนูนาอยู่ ดูนาฬิกา มันได้เวลาแล้วนี่นา เดินไป
หนูนา ฟังจุฑารัตน์ “แต่อันนี้ลับสุดยอดเลยนะ ฟังจากฉันแล้วอย่าเพิ่งเอาไปบอกใครล่ะ”
“ได้ รีบบอกมาเถอะ เดี๋ยวฉันต้องมีธุระต่อ”
“แหม ข่าวเอ็กซ์คลูซีฟเชียวนะ จะตั้งใจฟังหน่อยก็ไม่ได้”
“ถ้าไม่ตั้งใจ ก็ไม่รีบโทรกลับมาหรอก ว่าไง”
สีหนาทไปดูด้านหน้า ก็ไม่มีอีก แต่เห็นรองเท้าของหนูนาถอดไว้อยู่
จุฑารัตน์บอก “ตอนนี้ ฉันเริ่มได้เบาะแสของนายทุนที่ลักลอบค้าไม้รายใหญ่แล้ว”
หนูนา ฟังเพื่อนก็อึ้งๆ แต่บอกอย่างเกรงใจ “มันก็ดีนะจุ๊ แต่.. แล้ว นี่มันเกี่ยวกับฉันตรงไหน”
จุฑารัตน์จากโทรศัพท์ “นายทุนคนนั้นคือพ่อเลี้ยงศักดากับนายอดิสรน่ะสิ” หนูนาอึ้งไป จุฑารัตน์ เตือน “ที่ฉันต้องบอกแกเนี่ยไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเรื่องแม่แกอย่างเดียวหรอกนะ แกก็ได้ยินเค้าลือกันใช่มั๊ย ว่าอุบัติเหตุที่แกกับคุณสิงห์ต้องไปติดป่าน่ะ อาจจะมีสองคนนี้อยู่เบื้องหลัง”
หนูนาบอก “แต่คุณสิงห์ไม่ยอมพูดเรื่องนี้กับฉันเลย”

สีหนาทเดินหาหนูนา แล้วก็ชะงัก เหมือนเห็นอะไรบางอย่าง!
“คงกลัวว่าถ้าแกรู้อะไรมาก จะยิ่งไม่ปลอดภัย เพราะตอนนี้แกอยู่ในฐานะผู้ช่วยของเค้า
หนูนา ชักเครียด “ฉันแค่มาตามหาพ่อ ทำไมรอบๆตัวมันถึงได้ อันตรายแบบนี้”
ไข่ กับบุญตาส่ายหน้า ว่ายังไม่เห็นหนูนาเหมือนกัน สีหนาทถอยออกมาจากห้องครัว สีหนาทเดินออกมาแล้วก็คิด แววตามั่นใจขึ้น เดินไป!
จุฑารัตน์บอก “ฉันบอกแกเพื่อให้แกระวังตัวนะหนูนา ยิ่งตอนนี้แกทำงานใกล้ชิดคุณสิงห์อยู่ด้วย โอ๊ย ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นห่วงแกนะเนี่ย”
“ยังไงฉันก็ต้องอยู่ต่อนะจุ๊ จะยังไม่ไปไหนทั้งนั้น ขอบใจมากนะที่เป็นห่วง ฉันจะระวังตัว จะระวังให้มากๆ แค่นี้ก่อนนะ”
จุฑารัตน์วางสาย ห่วงๆเพื่อน แต่ก็โล่งใจขึ้นบ้างที่ได้เตือนหนูนาไป

หนูนา สีหน้าเครียดๆ พอหันกลับมา แทบช็อค สีหนาทมายืนอยู่ที่ด้านหลัง ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “คุณสิงห์” เธอรีบวางหูโทรศัพท์ แทบจะทำหล่นเพราะลนลาน “คุณ นี่คุณมาตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” สีหนาทยังนิ่งเงียบ ไม่พูด แววตาคิดชั่งใจ “คุณ...คุณแอบฟังฉันพูดโทรศัพท์เหรอ?”
“นี่มันห้องทำงานของฉันนะหนูนา”
หนูนาชะงักไป “ฉัน...ฉันขอโทษที่ไม่ได้ขออนุญาตคุณก่อน เดี๋ยวฉันจะจ่ายค่าโทรศัพท์คืนให้ค่ะ เย็นมากแล้ว รีบไปทำครัวดีกว่า”
“เมื่อกี๊นี้เธอคุยกับใคร ?”
หนูนาชะงัก “ฉัน ..ที่คุณถามเนี่ย เป็นเรื่องส่วนตัวของฉันนะคะ”
“แล้วฉันแค่ถามว่าเธอคุยกับใคร ทำไมต้องรีบอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวด้วย คำถามแบบนี้ ถ้าคนที่ไม่มีความลับ มันตอบง่ายมาก คุยกับที่บ้าน คุยกับเพื่อน คุยกับพี่กับน้อง ทำไมถึงจะตอบไม่ได้ล่ะหนูนา”
“ฉันไม่ได้มีความลับ ฉันแค่ ไม่ชอบให้ใครมาคอยเช็คเรื่องส่วนตัว”
“เธอไม่ชอบให้ใครเช็คเรื่องส่วนตัว แล้วไม่คิดบ้างเหรอ ว่าคนอื่นก็ไม่ชอบที่เธอทำตัวมีลับลมคมใน”
“ฉัน...” เธอเห็นแววตาสีหนาทเอาจริงก็บอก “คุณได้ยินอะไรบ้างล่ะ คุณพูดมาเลยดีกว่า ว่าคุณสงสัยอะไร” หนูนาจ้องหน้าสีหนาท ทั้งกลัวๆว่าจะโกหกไม่รอด และทั้งน้อยใจขึ้นมาเป็นริ้วๆอย่างประหลาด “ฉันลืมไป ว่านายสิงห์ไร่บัวขาว ทั้งมีคนลอบฆ่า มีขโมยลอบเข้ามาในไร่ ก็เลยไม่ไว้ใจ ถ้าผู้ช่วยจะไม่ยอมรายงานว่าโทรไปหาใคร”
“หนูนา ฉันแค่ถามเธอแค่นี้”
“ถ้าคุณอยากรู้ ก็ได้ค่ะ ฉันโทรหา คุณจุฑารัตน์ ตั้งแต่หลังเหตุการณ์ในป่า เค้าเป็นห่วงคุณ แล้วก็เป็นห่วงฉันด้วย”สีหน้าสีหนาทยังไม่ผ่อนคลาย “คุณอยากจะเช็คด้วยมั๊ยล่ะว่าฉันพูดจริงรึเปล่า”
“ช่างมันเถอะ พอแล้วล่ะ”
“ฉันว่าวันนี้ถึงลงมือทำอาหาร ก็คงออกมาไม่ดีหรอกค่ะ เอาไว้วันอื่นดีกว่า” เธอพูดแล้วรีบออกไป
“หนูนา...”
หนูนาพอออกไปพ้นสายตาสีหนาท ถอนใจ.. แต่ก็ยังอึดอัดใจอยู่ลึกๆ
ในห้องสีหนาทนึกถึงสิ่งที่เห็นและได้ยินมา
“ยังไงฉันก็ต้องอยู่ต่อนะจุ๊ จะยังไม่ไปไหนทั้งนั้น ขอบใจมากนะที่เป็นห่วง ฉันจะระวังตัว จะระวังให้มากๆ แค่นี้ก่อนนะ”
สีหนาทครุ่นคิด คำพูดมันแปลกชัดๆเลย มีอะไรกันแน่

“บ่ได้อู้กั๋น?” ไข่มาที่โต๊ะอาหาร เห็นกับข้าวยังเต็มโต๊ะ ไม่เข้าใจอย่างมาก “ทำไมกะเจ้า ?”
สีหนาทหน้าไม่สนุก แต่พูดติดขำ “สงสัยวันนี้ฤกษ์ไม่ดี ฉันลืมนับข้างขึ้นข้างแรมให้ดีๆ”
“อู้เข้า! บ่เชื่อดอก คุณเป็นคนงมงายตั้งแต่เมื่อไหร่ มีปัญหาอะไรกะเจ้า”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก ฉันยังมั่นใจ และแน่ใจในสิ่งที่ตาฉันเห็น และใจฉันสัมผัสได้ เพียงแต่ มีบางเรื่องที่ฉันต้องรู้ให้ได้ซะก่อน...” สีหนาทขบคิด

หนูนาเดินอารมณ์ไม่ดีผ่านมาทางบ้านราม แล้วก็เห็นว่าแสงไฟบ้านรามสว่างขึ้น หนูนาชะงักเท้าที่จะก้าวผ่านไป
ในบ้าน กล่องแห่งความทรงจำของรามเปิดออก รามหยิบภาพถ่ายของตัวเองกับลูกขึ้นมาดู ภาพหนูนาที่ถ่ายคู่กันส่งยิ้มมา ยังคงสะเทือนใจทุกคราที่เห็น รามบรรจงหยิบรูปลูกสาวตัวน้อยขึ้นมาดู มือสั่นเทา รามน้ำตาไหลอออกมาย่างไม่รู้ตัว ความหวังลึกๆหนึ่งเดียวในชีวิต ยิ่งหวังมันก็ยิ่งแลดูริบหรี่...
เสียงดังกุกกักอยู่หน้าห้อง รามไม่ทันได้สนใจ จนร่างบางก้าวเข้ามาจากบานประตูที่แง้มเอาไว้ “น้าราม...” หนูนาหลังจากเคาะประตูแล้วเข้ามาทันที ไม่นึกว่าจะได้พบกับภาพรามอย่างที่เห็น รามกำลังรีบเช็ดน้ำตาออก “น้าราม นี่น้ารามเป็นอะไรคะ ?”
รามอึดอัด และอับอายมาก “ฉัน ฉันไม่เป็นไร ฉันแค่แสบตาเฉยๆ”
“แต่ว่า” หนูนาเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง เธอเดินมาถึงตรงที่กล่องรูปภาพวางเอาไว้ แล้วก้มลงมอง รามรีบเอาฝากล่องปิดลงทันเวลา และเอากล่องไปเก็บ “น้ารามไม่เป็นไรแน่เหรอคะ สีหน้าดูไม่ดีเลย มีอะไรให้หนูนาช่วยก็บอกได้นะคะ”
รามส่ายหน้า “ฉันรู้สึกเหนื่อยๆ อยากจะพัก หนูกลับไปก่อนเถอะ”
หนูนาชะงัก แต่ยังเป็นห่วงราม “งั้นให้หนูนาช่วยหากับ..”
“ไม่ต้อง ..ฉันอยากอยู่คนเดียว”หนูนาอึ้งชะงักไป “ขอโทษนะหนู หนูกลับไปซะเถอะ”
หนูนาแม้ใจไม่อยากจะไป แต่ก็ไม่สามารถจะฝืนคำสั่งของรามได้ ต้องหันหลังจากกลับออกไป...รามทรุดกายลง รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน....

หนูนาซึมๆ เดินออกมา ไม่วายหันไปมองหน้าบ้านราม รู้สึกไม่สบายใจเลย “พ่อ? นาไม่ได้ตาฝาดใช่มั๊ยคะ? ที่เห็นพ่อร้องไห้...”
ในห้องพักราม รามป้ายคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลือออก...มันอัปยศเหลือเกินกับความเป็นพ่อที่ไร้ค่าของเขา!!! แสงยามเย็น....ค่อยๆเปลี่ยนเป็นความมืดสลัวของยามราตรี รูปของหนูนากับรามในมือแทบมองไม่เห็น...รามยังคงนั่งจมจ่อมอยู่กับความเสียใจ....ไม่รับรู้ว่าเวลาผ่านไปมากน้อยเพียงใดแล้ว...เสียงกุกกักดังขึ้น..จากหน้าประตู
รามถูกรบกวนโดยเสียงเคาะประตู และติดตามมาด้วยเสียงใสๆที่คุ้นหู
“น้าราม น้ารามคะ” ที่หน้าห้อง หนูนามาเคาะประตูห้องราม สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย “หนูนาทำข้าวต้มมาให้ค่ะ” ในห้องรามนั่งอยู่ในเงามืด ได้ยินเสียงใสๆแจ้วๆมาจากหน้าประตู รามขยับตัวฟัง แต่ไม่พูด ไม่ตอบโต้อะไรไป
“ถ้าน้ารามยังไม่อยากเจอใคร ก็ไม่เป็นไรค่ะ.. แต่อย่างน้อยกินข้าวซะหน่อยนะคะ หนูนาเป็นห่วง”
แววตาที่หมกมุ่นจมทุกข์ของราม มีประกายไหวขึ้น เมื่อสัมผัสกับความรักความปรารถนาดีที่บริสุทธิ์ของหนูนา
หน้าห้องหนูนาน้ำตาจะซึมกับความเงียบที่เป็นเหมือนคำตอบ พยายามบอกรามอย่างเข้มแข็ง “หนูวางเอาไว้ให้ข้างหน้านี่นะคะ อย่าลืมทานนะคะ” หนูนาเอาชามวางไว้ที่หน้าห้อง ละล้าละลังยังไม่อยากไปเพราะห่วงพ่อ แต่ก็รู้ว่ารามคงไม่พร้อมที่จะเจอใคร หนูนาถอนใจ ต้องค่อยๆผละออกมา...เบื้องหลังหนูนาที่ผละไป ประตูห้องรามยังคงปิด

หนูนาหันหลังเดินมาตามทาง ยังไม่ห่างจากบริเวณหน้าบ้านรามนัก ไม่วายเหลียวหลังไปมองอย่างพะวง

ประตูบ้านราม เปิดออก...คลาดกับหนูนาที่เพิ่งจะออกไป......รามเดินออกมา มองไปบนโต๊ะเห็นชามข้าวมีฝาปิดเรียบร้อยวางไว้อยู่ และชามนั้นทับกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งเอาไว้ รามค่อยๆหยิบขึ้นมาดู
“เคยมีคนบอกหนูนาว่าสายรุ้งจะช่วยขับไล่ความมืด และให้ความหวังกับเราได้” ท้ายแผ่นโน้ต มีรูปลูกศร รามพลิกไปด้านหลังกระดาษ มีรูปสายรุ้ง วาดด้วยลายเส้นเรียบง่าย ลงสีง่ายๆ แต่ดูน่ารัก “หนูให้เจ้ารุ้งตัวน้อยมาขับไล่ความมืดที่รบกวนน้ารามออกไปนะคะ”
ทันใดที่ได้อ่าน รามพลันนึกถึงสิ่งที่เคยพูดกับลูกขึ้นมาอย่างประหลาด เขาเคยคุยกับหนูนาวัยเด็กที่ดูสายรุ้งด้วยกัน
“นารา เห็นบนฟ้านั่นมั๊ยลูก นั่นล่ะ เค้าเรียกว่ารุ้ง สวยมากๆเลยใช่มั้ย? เวลาที่พ่อได้เห็นรุ้งหลังจากพายุใหญ่ผ่านไป มันทำให้ใจพ่อคลายทุกข์ และกลับมามีความหวังได้อีกครั้ง”
หนูนาเดินๆไป พยายามปล่อยวางใจเรื่องรามให้ได้..
รามเดินลงมาจากบ้าน มองหาหนูนา.... ในเวลานั้นมันเหมือนมีอะไรบางอย่าง บางอย่างที่มันช่างคุ้นเคยอย่างมาก เป็นแรงกระตุ้นอยู่ข้างในใจอย่างบอกไม่ถูก
หนูนาเดินๆๆไป
รามเดินๆๆมา กระวนกระวายหาอย่างไม่รู้ตัว
“นารา หนูคือรางวัล หลังความยากลำบาก.. เป็นความหวังของพ่อ นารา หนูคือสิ่งที่สวยงามที่สุด ลูกคือสายรุ้งของพ่อ”
รามหันไป เหมือนจะเห็นบางสิ่ง แต่ทว่า มันกลับไม่มีใคร ไม่มีสิ่งอื่นใด นอกจากความมืดรอบๆ.... สักพักรามได้สติ ส่ายหน้า เราคิดอะไรของเราอยู่.. รามก้มมองรูปสายรุ้งในกระดาษโน้ต รูปสายรุ้งยังดูสดใสอยู่ในความสลัว..

ที่โต๊ะเครื่องแป้งในห้องพัก หนูนานั่งขีดเขียนสายรุ้งบนสมุด พอจรดปากกาวาดรูปรุ้งเสร็จ ก็พูดกับรูปภาพ “พ่อรู้มั๊ยคะ ว่าพ่อ คือรุ้งของนา” หนูนายิ้มอ่อนๆปนเศร้า ที่ได้แต่คุยความในใจกับรูปภาพแบบนี้ ไม่สามารถจะบอกราม เสียงฝีเท้ามาที่หน้าประตูห้อง หนูนารีบปิดสมุด หรี่ไฟ แล้วมุดตัวลงใต้ผ้าห่ม
แป้นเปิดเข้ามา เสียงดังเข้ามาก่อนตัว “หนูนา กลับมาแล้วเรอะ!”แป้นชะโงกหน้ามองหา เห็นหนูนาอยู่ในโปงซะแล้ว “หลับไวจังวุ้ย! ว่าจะถามเรื่องไปกินข้าวกับนายมาซะหน่อย” แป้นส่ายหน้าบ่นๆอย่างเสียดาย

ร้านอาหารในตัวเมืองเชียงราย บรรยากาศสบายๆ คนในเมืองมากินมาดื่มกัน .... สีหนาทนั่งอยู่กับกช
“คุณสิงห์อยากให้ผมช่วยสืบ?”
สีหนาทพยักหน้า “ครับ สารวัตรจำหนูนาได้ใช่มั้ยครับ?”
“ได้สิ แต่ว่าเด็กคนนี้ ผมได้ยินมาว่าคุณ..เหมือนจะสนิทสนมกันเป็นพิเศษ?”
“อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่ได้สงสัยว่าหนูนาเป็นคนร้ายอะไรหรอก” กชพยักหน้า “เพียงแต่ ดูเหมือนว่าเขาปิดบังอะไรไว้บางอย่าง ก็เลยอยากหาคำตอบให้เคลียร์ก่อน”

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 11 วันที่ 23 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ