อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 11/5 วันที่ 9 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 11/5 วันที่ 9 ธ.ค. 58

ลำไพรมองหน้าหาญกล้าที่ดูตึงมากเพระความโกรธที่คำพูดกระทบใจ“ไพรหมายถึงลีลา”
“แน่ใจเหรอว่าที่พูดทั้งหมดหมายถึงลีลา!”
“ไพรไม่ได้หมายถึงคุณนะคะ ไม่เคยคิดว่าคุณเป็นแมงดะ...” ลำไพรรู้สึกตัวรีบปิดปาก
หาญกล้าคว้า แฟ้มเขวี้ยงใส่ ลำไพรหลบไม่ทันโดนเต็มๆ “ถ้าฉันเป็นแมงดา แล้วพวกแบให้ฟรีอย่างเธอเรียกว่าอะไร!”
แวบหนึ่งที่สายตา ลำไพรแข็งกร้าวอย่างไม่พอใจ แต่พอเงยหน้ามา ลำไพรก็เล่นบทผู้หญิงโง่ๆ ที่ยอมทุกอย่าง “คุณกล้า ไพรขอโทษค่ะ อย่าโกรธไพรเลยนะคะ ไพรปากเสียเอง ไพรไม่เคยเรียกร้องอะไรจากคุณ เพราะไพรรักคุณ”

“จำไว้ถึงฉันจะเล่นกับเธอ ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเลียปากฉันได้นะ”
ลำไพรอึ้งไปที่ถูกหาญกล้าเปรียบเปรยกดให้ต่ำเหมือนสุนัข “ไพรจะจำไว้ค่ะ” เธอก้มลงเก็บเอกสาร
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ศิรินธารเปิดประตูเข้ามา หาญกล้าหันหลังให้มองออกไปนอกหน้าต่าง ลำไพรมองอย่างสนใจว่าเหตุการณ์จะเป็นยังไง


“ลำไพร” ลำไพรมองกลับไป ศิรินธารไล่ “ออกไป...”
“แต่ว่าคุณกล้าต้องสั่งงาน”
ศิรินธารเอ่ยเสียงไม่ดังมากให้ลำไพรได้ยิน “ฉันสั่ง ก็ไสหัวไปซะ!” ลำไพรอึ้งที่โดนด่าแสกหน้า รีบรวบๆ เอกสารแล้วรีบเดินออกไป จังหวะที่เดินผ่านศิรินธารก็ได้ยินอีกฝ่ายบ่นขึ้นมาลอยๆ “โง่จริง...”
ลำไพรหันกลับมามองด้านหลังศิรินธารด้วยสายตาแค้น มือลำไพรที่กำเอกสารแน่นจนแทบจะขยำเอกสารให้แหลกคามือ ลำไพรพยายามสะกดใจแล้วรีบเดินออกไปแล้วปิดประตู หาญกล้ายังยืนนิ่งรอ ศิรินธารมองอย่างหมายมั่นว่าวันนี้จะต่อรองให้หาญกล้ากลับมาได้แน่

ลำไพรออกมายืนที่บันไดหนีไฟของโรงแรม ลำไพรกรี๊ด แต่ไม่มีเสียง กลัวคนอื่นได้ยิน “อีสารเลว” ลำไพรแทบจะทึ้งหัวตัวเอง “สักวัน...อีโง่คนนี้จะทำให้มึงเจ็บเจียนตาย อีศิรินธาร!!”
ลำไพรยืนหายใจแรงจากกระชั้นถี่จนค่อยๆ ยาวขึ้นเพื่อสงบอารมณ์ พยายามหายใจในจังหวะปกติ ขณะที่ลำไพรจะเดินกลับไปแต่ชะงักที่ได้ยินเสียงจากประตูหนีไฟชั้นบนเปิด
“ขึ้นไปที่ห้องคุณรุตม์เลยครับ” เสียงธีรพัฒน์เอ่ย ลำไพรจะชะโงกออกไปดู แต่เป็นจังหวะที่ธีรพัฒน์ มองลงมา ลำไพรรีบหลบเข้าไปด้านใน ธีรพัฒน์มองหา
วิทยามองตาม “มีอะไรเหรอครับ”
“เมื่อกี้เหมือนเห็นคนแวบๆ” ธีรพัฒน์เอ่ยอย่างระแวง
วิทยาช่วยมองแต่ไม่เห็นใคร “รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวผมไม่ทันเครื่องบิน” ธีรพัฒน์จึงยอมละความสนใจ นำวิทยาขึ้นไป ส่วนลำไพรค่อยๆ เปิดประตูมองขึ้นไปด้วยความสงสัย

ภายในของทำงานของนรุตม์ ชายหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่างสีหน้าเครียด “พี่รัลลงมากรุงเทพฯ”
“ครับ...เขาไม่ได้บอกผม ตอนนี้ผมกำลังเช็คว่าคุณณรัลพักที่ไหน แต่ไม่เจอ”
นรุตม์หันมามองวิทยากับธีรพัฒน์ “แล้วคุณได้ร่องรอยสายของพี่รัลบ้างหรือเปล่า”
“เบอร์ที่ใช้ติดต่อกับคุณณรัลไม่เคยซ้ำกัน ทุกครั้งที่ผมพยายามเช็คมันจะถูกยกเลิก” วิทยาเอ่ยตอบ
“เราต้องรู้ให้ได้ว่าพี่รัลคิดจะทำอะไร ผมต้องรบกวนคุณด้วยนะ” นรุตม์เอ่ยขึ้นกับวิทยา
“คุณณรัล...ทำผิดกับคุณหลายครั้ง ทำไมคุณถึงยังเป็นห่วงเขา”
“เพราะเขาคือพี่ชายของผม...”
วิทยายิ้มรับอย่างเข้าใจ

ลำไพรยืนอยู่หลังประตูบันไดหนีไฟ พลางมองผ่านช่องประตูที่เปิด เห็นนรุตม์เดินออกมากับวิทยา ตามมาด้วยธีรพัฒน์
“รายงานตรงกับผมทุกเรื่องได้ตลอดเวลา”
“ครับ” วิทยารับคำ
ขณะนั้นเองเสียงมือถือลำไพรสั่นขึ้น ลำไพรตกใจรีบกดรับ “อยู่กรุงเทพฯแล้วใช่ไหมคะ ที่ไหนคะ? ค่ะ...” ลำไพรฟังสายภายในโทรศัพท์ แล้วหันกลับมาที่ประตู ชะงักที่เห็นวิทยาเปิดประตูออกมาที่บันไดหนีไฟ ทั้งลำไพรกับวิทยาต่างคนต่างชะงักไปทั้งคู่ วิทยาตกใจที่มีคน เห็นว่าตัวเองอยู่ที่โรงแรมทั้งที่ไม่ควรอยู่ ลำไพรเนียนกว่ายิ้มให้ “ไพรสัญญาค่ะว่าไพรจะไม่ไปสาย...เดี๋ยวพบกันนะคะ” เธอกดวางสาย พร้อมหันมาทักทายวิทยา “คุณวิทยา กลับมาประจำที่กรุงเทพฯแล้วเหรอคะ”
“ผมแวะมาเรื่องเอกสารน่ะครับ”
“ค่ะ...แล้ว...” ลำไพรทำท่ายิ้มไม่สงสัยอะไร
“ผมมีธุระ ต้องรีบไป ขอตัวก่อนนะครับ” วิทยาที่ร้อนตัวกว่ารีบเลี่ยงจากลำไพรลงไป
ลำไพรมองตาม ยิ้มร้ายอย่างได้โอกาส

ภายในห้องทำงานของหาญกล้า หาญกล้ายืนนิ่ง ไม่เอ่ยอะไร
ศิรินธารมองอย่างตัดสินใจ “ลูกหยีมารับคุณกลับบ้าน”
“ที่นั่นไม่ใช่ ‘บ้าน’ ของผม”
“แล้วถ้าเราจะมีบ้านของเราล่ะคะ”
หาญกล้ามองศิรินธารที่ดูมั่นใจไม่ลังเลก็แสร้งทำ สีหน้าหนักใจ แต่ในใจพอใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายตกหลุมพรางที่ตนวางไว้

ภายในห้องพักโรงแรมซึ่งเป็นจุดนัดพบของณรัลกับลำไพร
ณรัลหันกลับมาอย่างหัวเสีย “เธอไม่มีสิทธิ์ถอนตัว ถ้าฉันไม่อนุญาต!”
“เขาสืบจนเกือบมาถึงตัวฉันแล้ว ฉันไม่อยากติดคุก!”
ณรัลมองพยายามจะบีบให้ลำไพรทำงานให้ได้ “เธอคิดว่าคนอย่างลูกหยีถ้ารู้ว่าถูกที่รองมือรองตีนอย่างเธอเหยียบหน้าแอบใช้ผัวร่วมกัน ลูกหยีจะทำยังไงกับเธอ”
“พวกคุณเหนือกว่าฉันก็เพราะมีเงินเท่านั้น”
“ฟังดูเหมือนเธอจะคิดว่า เธอไม่มีอะไรด้อยกว่าน้องสาวฉันนอกจากความจน...”
ลำไพรตาวาวที่โดนกระแทกปม ลำไพรโกรธแต่เก็บอารมณ์และเปลี่ยนท่าทีทันทีที่ณรัลหันมามองหน้า “คุณคงอยากรู้ว่าทำไม...คุณกล้าถึงยอมเสี่ยงให้ไพรมาอยู่ใต้จมูกของคุณลูกหยี?”
ณรัลมองออกว่าลำไพรจงใจให้ท่า “ก็ดูน่าสนใจ...”
ลำไพรยิ้มวางมือบนแขนของณรัล แล้วขยับตัวเข้าไป จนเกือบชิด ลำไพรเลื่อนมือจากแขนไปที่อกของณรัล ณรัลยิ้มยกมือลูบบนหัวลำไพรเหมือนจะเล่นด้วยแต่พอลูบไปถึงด้านหลังกลับใช้มือกำผมแล้วกระชากผมของลำไพรให้ออกห่างตัวเองจนลำไพรหน้าหงาย
ลำไพรเจ็บ “คุณณรัล !”
“คนอย่างฉันไม่มีวันกินเดนของไอ้หาญกล้า” ณรัลเอ่ยเสียงเหยียดหยาม เหวี่ยงลำไพรอออกไปให้ห่างตัว ลำไพรเซเกือบล้มแต่คว้าโต๊ะไว้ได้ ลำไพรโกรธมากแต่พอหันมาเห็นณรัลหยิบกระดาษมาเช็ดมือด้วยสีหน้ารังเกียจว่าตนสกปรก! ก็ยิ่งโกรธ แต่ต้องพยายามเก็บอาการให้มิดที่สุด “สมแล้วที่ไอ้กล้ามันได้ชื่อว่าแมงดา เกาะผู้หญิงไปวัน ๆ ไร้ประโยชน์ ไร้สมอง ถึงได้เลี้ยงงูพิษอย่างเธอ ไว้ข้างตัว โง่!”
ลำไพรหัวเราะเบาๆ ณรัลหันมองอย่างสงสัย “ขอโทษค่ะ พอดีรู้สึกสมเพชขึ้นมากะทันหัน”
“เธอพูดถึงใคร”
“พวกยกตนข่มท่าน เหยียบย่ำคนอื่น ไพรสงสารน่ะค่ะที่เขามักจะพูดแล้วหลุดความโง่ให้คนอื่นสมเพช โดยที่เขาไม่รู้ตัว พวกมีปมชีวิตอยากได้การยอมรับ แต่พยายามแทบตายก็เป็นได้แค่หมาที่วิ่งไล่งับหางตัวเอง ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ไพรกลับก่อนนะคะ” ลำไพรมองหน้าณรัลแล้วยิ้มขำเหยียดหยามมาก
ณรัลรู้ว่ากระทบตัวเองแน่นอน กระชากลำไพรด้วยความแรงอย่างโกรธเกรี้ยว “เธอรู้อะไรมา” ลำไพรมองมาทำหน้าแบ๊วแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายถาม ณรัลยิ่งโมโหบีบแขนลำไพรด้วยแรงอารมณ์ “ฉันถามว่าแกรู้อะไรมา!”
ลำไพรถอนใจ “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรีหรอกนะคะ...คำถามของคนมันฟ้องสติปัญญานะคะ”
ณรัลโกรธมากใช้มือบีบคอหญิงสาว “พูดมา!” ลำไพรไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวเลยสักนิด สายตาดูเหนือกว่า และเป็นต่อ หัวเราะสะใจ ณรัลบีบคอหนักขึ้น “ลำไพร!”
“อยากโง่สมบูรณ์แบบ ก็ฆ่าฉันเลย!” ลำไพรเอ่ยท้า ณรัลบีบแรงขึ้น แต่ลำไพรใจถึงกว่านิ่งเงียบไม่ขัดขืน ไม่ต่อสู้ ตาประสานตาอย่างเอาชนะ
ณรัลรู้ว่าเอาชนะลำไพรไม่ได้แน่ “โธ่เว้ย!” ณรัลเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย มือที่บีบคอเหวี่ยงลำไพรออกด้วยความแรง! ลำไพรเงียบไม่ได้โอดโอย แต่ยิ้มจิตมาก “แกจะเอาอะไร”
“เรื่องสำคัญมักจะมีราคา” ลำไพรต่อรอง
ณรัลโกรธที่โดนต้อนจนมุมแต่ต้องยอม “ว่ามา!”
“ล้านนึงแลกกับความอยากรู้ของคุณ” ลำไพรยื่นข้อเสนอ ณรัลทำท่าจะลงมือเป็นการขู่ “เอาสิ! ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างฉันมันทนไม้ทนมืออยู่แล้ว” ณรัลชะงักไม่กล้า ลำไพรยิ้มเหยียดๆ ให้อีกฝ่าย “ฉันรับรองว่ามันคุ้มค่าแน่ๆ”
ณรัลกับลำไพรมองกันอย่างหยั่งเชิงไม่มีใครหลบตา ลำไพรสีหน้ามั่นใจมากว่าต้องชนะณรัล ณรัลจนแต้มยอมหยิบสมุดเช็คขึ้นมาเขียนแล้วยื่นให้ลำไพร
ลำไพรมองอย่างสะใจแล้ว รับเช็คมา “คุณสงสัยไหมว่าทำไมคุณรุตม์ถึงรู้ความเคลื่อนไหว และจับคุณได้ทุกครั้ง” ณรัลมองอย่างสนใจอยากรู้ ลำไพรเปิดคลิปส่งให้ณรัลดู เป็นภาพวิทยาเดินกับนรุตม์ ธีรพัฒน์ตามหลัง ณรัลตะลึงไป “เขาว่าคนที่ไว้ใจ...ร้ายที่สุด” ลำไพรยิ้มร้าย

ที่บ้านของศิริ ภายในห้องนั่งเล่น ศิรินธารพาหาญกล้าเข้ามา เจอกับป้าเพ็ญที่เข้ามารับหน้า
“กินอะไรมาหรือยังคะ ถ้ายังป้าจะจัดการให้นะคะ”
“ใครกลับมาเหรอพี่เพ็ญ” กัลยาเดินออกมา ชะงักที่เห็นหาญกล้า “นี่แกยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอ?” หาญกล้าหน้าตึง
“คุณแม่คะ” ศิรินธารพยายามปราม
“กลับมาทวงตำแหน่งจอมไถสินะ หน้าหนาอย่างแกมันแชมป์ปีกทองระดับโลกชัดๆ ถ้าฉันรู้ว่า ต้นตระกูลแกเป็นปลิง สามัญสำนึกแกคือกาฝาก ฉันจะไม่ปล่อยให้ลูกหยีแต่งงานกับแกเด็ดขาด!”
หาญกล้ามองกัลยาด้วยอาการสุดทน รู้ว่าเป็นต่อแล้ว จะไม่ทนอีกต่อไปอีก “คนเขาว่าดูนางให้ดูแม่ เสียดายจริงๆ ที่ก่อนแต่งงานผมไม่เคยเจอคุณแม่ เพราะถ้าผมเห็นดีเอ็นเอคุณแม่ผมคงไม่แต่งกับลูกหยีแน่ๆ”
“ไอ้หาญกล้า!” หาญกล้าไม่สนใจเดินหนีขึ้นข้างบนไป “สารเลว อย่ามาเดินหนีฉันนะ!”
ศิรินธารลืมตัวเสียงดังด้วยความร้อนใจ “พอเถอะค่ะ คุณแม่! กล้ารักหนู และหนูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา เลิกยุ่งกับเรื่องของหนูสักที หนูขอร้อง” ศิรินธารเดินข้างบนไป
“ลูกหยี! ลูกหยี!” กัลยาจะเดินตามไป แต่ป้าเพ็ญขยับเข้ามาดึงไว้ กัลยาเห็นสายตาป้าเพ็ญรู้ว่าตัวเองพลาด “พอเห็นหน้าไอ้สารเลวนั่น ฉันทนไม่ได้จริงๆ”
“ถ้าคุณไม่ทน ก็ต้องยอมรับผลของการกระทำของตัวเองค่ะ”
กัลยาอัดอั้นตันใจ โกรธตัวเองที่ทำให้ศิรินธารตาสว่างไม่ได้

กลางดึก ภายในบ้านของลีลา วัลภากับดลฤดีเข้ามาในบ้านที่ปิดไฟมืด
ดลฤดีเปิดไฟ “ไม่อยู่ทำไมไม่ล็อกบ้าน”
“แต่รถอยู่นะ...ลี...ลี!” วัลภาเอ่ยขึ้น
ทั้งวัลภา และดลฤดีเรียกลีลาแจ่ไม่มีเสียงขานตอบรับ

วัลภาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของลีลา “ลี...” แล้วต้องชะงักที่เห็นลีลานั่งพิงอยู่ในมุมห้องกอดเข่า วัลภาเดินเข้าไปนั่งข้างๆ แสงจากข้างนอกทำให้วัลภามองเห็นว่าลีลากำลังร้องไห้น้ำตาร่วงอย่างเงียบๆ ไร้เสียงสะอื้น วัลภามองด้วยความสงสาร
ดลฤดีตามเข้ามา“เจอมั้ยเจ๊” วัลภาขยับเปิดทางให้ดลฤดีเห็นลีลา
ดลฤดีมองเพื่อนด้วยสายตาสงสารเห็นใจ

ขณะเดียวกัน นรุตม์กลับเข้ามาในห้องพักที่คอนโดด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน พลางมองไปรอบๆ ห้อง นึกถึงภาพตนกับลีลาที่เคยมีความสุขร่วมกัน นรุตม์สับสนไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

วัลภาหันมองดลฤดีแบบส่งซิกว่าจัดการหน่อย
ดลฤดีขยับลงไปนั่งข้างๆ วัลภา ใช้มือดันหัวลีลาที่ก้มลง ให้เงยขึ้น “หมดเวลาเสียใจแล้ว จะเอาไงต่อก็ว่ามา”
“เจ๊จะขอให้นักข่าวที่เราสนิทช่วยสร้างกระแสให้ ข่าวจะได้ไม่เงียบ จะช่วยเร่งทางโน้นให้รีบจัดงานแต่งด้วย”
ลีลามองวัลภากับดลฤดีงงๆ “เจ๊กับดีดี้ไม่เห็นด้วยไม่ใช่เหรอ”
“พวกฉันห้ามแกในวันที่ยังกลับตัวทัน แต่วันนี้มันเลยมาไกลแล้ว มีแต่ต้องจบมันให้เร็วที่สุด” ดลฤดียื่นมือ วัลภาวางมือทับบนมือของตน สองคนมองลีลาว่าจะเอายังไง
ลีลามองวัลภากับดลฤดีแล้ววางมือทับมือวัลภาแทนคำสัญญา“ขอบคุณนะคะเจ๊” ลีลากอดวัลภาร้องไห้ วัลภากับดลฤดีมองด้วยความสงสาร
“ลี...ปล่อยให้คุณรุตม์เข้าใจว่าลีจับคุณวรรษเพื่อเงินมันจะดีเหรอ” วัลภาเอ่ยถามอย่างกังวล
“ยังไงลีก็ไม่มีค่าในสายตาเขาอยู่แล้ว จะเลวมากขึ้นมันก็ไม่มีผลอะไรหรอกค่ะ ก็ดี..จะได้ไม่ต้องเกรงใจ กันอีกต่อไป”
“นี่แกรู้สึกอย่างที่พูดหรือสะกดจิตตัวเองอยู่” ดลฤดีอ่อนใจ
“ฉันไม่ได้เก่งแค่หลอกคนอื่นนะ”
“ลีไม่มีวันหลอกตัวเองได้หรอกนะ” วัลภาเตือน
“ลีมีทางเลือกเหรอคะเจ๊” ลีลาย้อนถาม
ดลฤดีไม่เข้าใจ “แต่ฉันไม่เห็นว่าที่แกทำจะทำให้ใครมีความสุขเลยแม้แต่ตัวแกเอง”
“มีสิ” ลีลายิ้มอย่างมั่นใจ

ที่กระบี่ ชลัมน์นั่งรถเข็นอยู่บนสะพานปลา มองดูภาพข่าวของลีลากับศตวรรษจากไอแพด ชลัมน์หัวเราะ อย่างสะใจ
“มันกำลังจะชดใช้กรรมที่ทำกับน้องของพี่...”
ชลัมน์ยิ้มเหี้ยม “ครอบครัวมัน...ธุรกิจของมัน”
มัสยามองไปทางด้านหลังเห็นนุชกับนางเข้ามา “สองคนนั้นมาแล้ว” มัสยาลุกขึ้น “คุณนุชกับคุณนางใช่ไหมคะ”
“คุณเป็นเพื่อนกับพ่อเหรอคะ”
“ใช่” ชลัมน์ยิ้มเป็นมิตรให้
นุชมองชลัมน์ด้วยสายตาคุ้นๆ “คุณ...” เธอมองชลัมน์อย่างใช้ความคิด จากนั้นก็จำได้ “นาย...นายหายไปไหนมา พวกมันโกงที่ของพวกฉันไป เราหมดตัวตามาดก็ฆ่าตัวตาย” นุชร้องไห้
“ฉันขอโทษนะ เธอคงลำบากมากใช่ไหม”
นางมองงงๆ ว่าชลัมน์เป็นใคร

เช้าวันใหม่ ศิริ กัลยาอยู่ที่โต๊ะอาหาร นรุตม์เดินเข้ามา“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณพ่อ คุณแม่”
กัลยาถอนใจแต่ไม่ได้ปั้นปึ่งกับนรุตม์เหมือนเคย นรุตม์กับศิริมองหน้ากันว่าเกิดอะไรขึ้น
ศตวรรษเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เห็นกัลยานั่งนิ่งๆ แต่ก็พยายาม จะร่าเริง “อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อคุณแม่”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 11/5 วันที่ 9 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ