อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 12 วันที่ 20 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 12 วันที่ 20 ธ.ค. 58

“ตอนนี้เราอยู่กันสองคน คุณอย่าเอาคุณหญิงมาเกี่ยวได้ไหม”
“อยู่กับฉันคุณไม่ให้เอาคุณหญิงมาเกี่ยว แต่เวลาคุณอยู่กับคุณหญิงสองคน คนอื่นก็ไม่เกี่ยวด้วยใช่ไหมล่ะ ถึงได้จับมือกันอย่างกับโลกนี้มีเราแค่สองคน”
“ไปกันใหญ่แล้ว”
“ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณไม่อยากเข้าไปเป็นพี่ชายคุณหญิง.. เพราะคุณไม่อยากให้คุณหญิงเป็นแค่น้องสาว!!”
“คุณพูดอะไร สโรชา .. อย่าคิดอะไรบ้าๆ”

“ฉันน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วมากกว่า ว่าที่คุณเลิกเป็นครูสอนพิเศษ ยอมเปลี่ยนสถานะเป็นนายหน้าเข้าไปในวังเทวาสถิตย์ให้คุณป๊าฉันน่ะ เพื่ออะไร” สโรชาเสียใจ หันหลังเดินหนีออกไป
วิศรุตได้แต่มองตามอย่างถอนใจที่สโรชาเข้าใจตนผิด แต่จะอธิบายก็ไม่ได้เพราะกลัวม.ร.ว.หญิงประสงค์สมจะดูไม่ดี



สโรชากลับมานั่งหน้าเศร้าอยู่ที่บ้าน น้ำมนต์เดินมานั่งข้างๆส่งไอศกรีมกระป๋องใหญ่ให้ “เอาไป เขาว่าเวลานอยด์ๆกินไอติมจะอารมณ์ดีขึ้น คิ้วแกจะได้เลิกผูกกันเป็นโบว์แบบนี้สักที” น้ำมนต์จิ้มหัวคิ้วที่แทบจะติดกันของสโรชา
สโรชามองกระป๋องไอศกรีมก็นึกถึงตอนที่ไปเวนิส
วิศรุตเดินมายืนตรงหน้ายื่นถ้วยไอศกรีม Gelato ให้ สโรชามองไอศกรีมในมือวิศรุตอย่างลังเลก่อนรับมากินแม้จะหนาวแต่ก็รู้สึกอร่อยมากอย่างที่วิศรุตบอกจริงๆ สโรชากินเหมือนเด็กๆ จนไอศกรีมเลอะที่ริมฝีปาก วิศรุตอดไม่ได้ต้องหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดให้อย่างลืมตัว สโรชาชะงักไม่คิดว่าวิศรุตจะเช็ดให้ ทั้งคู่ชะงักสบตากันชั่วขณะ จู่ๆมีนักท่องเที่ยวผ่านมาชนสโรชาเซไป วิศรุตรีบคว้าตัวสโรชาเอาไว้อย่างเป็นห่วงว่าจะล้ม สโรชาอยู่ในอ้อมกอดของวิศรุต รู้สึกอบอุ่นอย่างมาก
สโรชาพาลนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอ
สโรชาและชัยบดีเดินเข้ามาเห็นวิศรุตที่กุมมือประสงค์สมพอดี สโรชาช็อกไปชั่วขณะ
สโรชายิ่งหน้าเศร้าหนักน้ำตาคลอเบ้า
น้ำมนต์ยิ่งตกใจ“เฮ้ย ลี่ ที่ฉันเอามาให้ไอติมนะ ไม่ใช่หัวหอม ทำไมเห็นปุ๊บน้ำตาไหลปั๊บได้เนี่ย”
สโรชาไม่ตอบ ปาดน้ำตา ลุกหนีไป น้ำมนต์ได้แต่นั่งงง พิสิฐและลัดดาเดินเข้ามาเห็นพอดี
“มีอะไรกันน้ำมนต์ ป๊าเห็นเจ้าลี่เหมือนร้องไห้”
“หนูก็ไม่รู้หรอกค่ะ รู้แค่ว่าลี่มันไปกับคุณวิศรุตกลับมาก็ทำหน้าเป็นหมาหงอย” น้ำมนต์นึกได้ “อุ๊ย ขอโทษค่ะ หน้าเศร้า จู่ๆก็ร้องไห้เฉยเลย”
“หรือจะมีปัญหาอะไรกับคุณวิศรุตคะ” ลัดดาสงสัย
“โทรไปถามคุณวิศรุตเลยสิคะคุณป๊า”
พิสิฐมองน้ำมนต์ดุๆ น้ำมนต์รู้ว่าเจ้ากี้เจ้าการเกิน รีบสงบปากสงบคำ
“เดี๋ยวผมไปดูเจ้าลี่เอง” พิสิฐบอกลัดดาแล้วเดินออกไป ลัดดาและน้ำมนต์ได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง

วิศรุตกระวนกระวายใจกับความเข้าใจผิดของสโรชา หยิบมือและวางลงอยู่หลายรอบ ประพันธ์เดินเข้ามาหา วิศรุตวางโทรศัพท์ลง
“นี่ก็เย็นแล้วนะครับ ยังไม่เห็นใครมาเอารถคุณสโรชากลับไปเลย” ประพันธ์หลอกถาม “ทะเลาะกันเหรอครับ” วิศรุตไม่ตอบได้แต่ถอนใจ “เห็นว่าคุณสโรชาร้องไห้ด้วย ทะเลาะอะไรกันเหรอครับ”
วิศรุตยิ่งเครียดคว้าโทรศัพท์เดินออกไป
เสียงโทรศัพท์ประพันธ์ดังขึ้น ประพันธ์รีบรับ“ถามแล้ว แต่คุณวิศรุตนี่ปากแข็งตัวพ่อเลย หลอกถามหลายรอบ ยังไม่หลุดสักคำ แล้วทางคุณล่ะ ไม่ได้อะไรเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ดีแต่ว่าผมน่ะ”

พิสิฐยืนมองสโรชานั่งซึมตาแดงๆอย่างสงสาร พิสิฐเข้าไปลูบผมสโรชาอย่างปลอบโยน “ปัญหามันหนักหนามากเลยหรือไง ลูกป๊าถึงกับมานั่งซึมแบบนี้”
“ลี่ไม่รู้หรอกค่ะป๊าว่ามันหนักหนาหรือเปล่า แต่ลี่ท้อยิ่งกว่าตอนที่ไปเวนิสซะอีก รู้ว่าเขาโกรธ ยังไม่เจ็บเท่ารู้ว่าเขาไม่เคยรัก ไม่เคยสนใจ” โทรศัพท์มือถือสโรชาสั่น มีชื่อวิศรุต มรุพงษ์ขึ้นที่หน้าจอโทรเข้ามา
“คนอย่างวิศรุตถ้าไม่สนใจ เขาคงไม่โทรมาหรอกมั้ง”
สโรชามองโทรศัพท์ไม่อยากเชื่อที่พิสิฐพูด ไม่ยอมรับสาย โทรศัพท์เงียบไป “เขาก็แค่โทรมาตามมารยาทเท่านั้นล่ะค่ะป๊า”
“งั้นเดี๋ยวป๊ารับให้ จะได้บอกเขาว่าไม่ต้องโทรมาอีก” พิสิฐคว้ามือถือจะไปรับ
สโรชารีบแย่งมือถือจากพิสิฐมา “อย่านะคะ”
“เจ้าลี่ ป๊าจะสอนให้นะ กฎของความรักข้อแรกคือ อย่าทำตัวเป็นนักอ่านใจ คิดเองไปซะหมดทุกอย่าง ว่าเขารักใครไม่รักใคร คนจะรักไม่รักกัน ก็ให้เขาพูดออกจากปากให้ชัดเจนไปเลย ถึงตอนนั้นถ้าเขาไม่รักเราจริงๆ ค่อยร้องไห้เป็นเผาเต่า แล้วป๊าจะเอากะละมังมาวางรองน้ำตาให้เอง”
สโรชาได้แต่ค้อนพิสิฐที่ทำเป็นขำตบท้ายกับเรื่องเศร้าของตน

วิศรุตเห็นสโรชาไม่ยอมรับสายตนก็ได้แต่ถอนใจ วิศรุตหันไปมองกอพลับพลึงที่ออกดอกสะพรั่งอย่างครุ่นคิด ไม่คิดว่าตัวเองจะแคร์ความรู้สึกใครได้มากมายขนาดนี้ วิศรุตเดินไปหยิบกรรไกรตัดต้นไม้บริเวณนั้น ค่อยๆตัดดอกพลับพลึงทีละดอกอย่างถนอมมือ
ที่วังเทวาสถิตย์ ชัยบดีมายืนรอม.ร.ว.หญิงประสงค์สมที่หน้าห้อง อัศดงเดินออกมา
“คุณหญิงบอกว่าไม่ค่อยสบาย อยากพักผ่อนค่ะ”
“งั้นฉันจะเข้าไปดูน้องหญิงหน่อย”
“ไม่ได้ค่ะ คุณหญิงว่าไม่อยากให้ใครรบกวน”
“แต่ฉันเป็นพี่ ทำไมจะเข้าไปดูน้องไม่ได้”
ม.ร.ว.พิริยพงษ์เดินเข้ามาพอดี “ทำอะไรกันน่ะ?” ชัยบดีจึงยอมเดินห่างออกมาจากหน้าห้อง ม.ร.ว.พิริยพงษ์เดินตามมาดึงชัยบดีไว้ กระซิบ “ตกลงเรื่องตรวจดีเอ็นเอว่ายังไง” ชัยบดีทำหน้าเซ็งไม่ยอมตอบ

ที่บ้านพลโทวินิต จริยาเดินมาหาม.ร.ว.พิริยพงษ์ ที่รออยู่
“ก็ดีแล้วนี่ มีข้ออ้างเลื่อนเวลาตรวจออกไป”
“นี่อย่าบอกนะว่าที่ท่านย่าประชวร เป็นแผนของคุณป้า” ม.ร.ว.พิริยพงษ์มองจริยาอย่างเริ่มระแวง
จริยาทำไม่รู้เรื่อง “มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นล่ะคุณชาย ระหว่างที่ยื้อเวลาเรื่องตรวจดีเอ็นเอออกไปได้ คุณชายก็รีบหาทางกอบโกยสมบัติมาก็แล้วกัน ถึงเวลานั้นก็หลานชายกำมะลอหายไป เรื่องก็จบ”
“มันจะไม่ทันน่ะสิครับ ตอนนี้ท่านย่าอาการดีขึ้นมาก อีกไม่นานท่านนายพลก็คงทวงถามเรื่องตรวจดีเอ็นเออีกแน่”
“แต่ยังไงก็ยังไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกน่า”
วินิตาเดินมา เห็นม.ร.ว.พิริยพงษ์ก็ดีใจ “คุณชาย!! คุณชายมาเซอร์ไพร์สวิเหรอคะเนี่ย ไม่เห็นโทรบอกวิเลยว่าจะมา”
“เอ้อ ครับ”
“เรื่องอื่นยังไม่ต้องคิดมากหรอกคุณชาย ตอนนี้ดูแลรับผิดชอบชีวิตลูกสาวชั้นให้ดีที่สุด เท่านั้นก็พอ”
วินิตามองหน้าเจื่อนๆของม.ร.ว.พิริยพงษ์สลับกับหน้าเข้มๆของแม่ตัวเองแล้วก็อมยิ้ม เข้าใจว่าแม่กำชับเพื่อตน

วินิตากับม.ร.ว.พิริยพงษ์มากินอาหารหรูเช่นเคย วินิตาชมวิวอย่างมีความสุข หันมองม.ร.ว.พิริยพงษ์ เห็นหน้าเครียด “อย่าเครียดเลยค่ะ คุณแม่น่ะ ห่วงก็แค่ว่าคุณชายจะไม่ดูแลวิดีๆเท่านั้นละค่ะ ยิ่งตอนนี้ คุณพ่อก็กำลังเห่อลูกชายคนใหม่ วันก่อนได้ข่าวว่ารับขวัญด้วยสร้อยทองเส้นเบ้อเร่อ นี่ขนาดยังไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์นะคะ”
“ที่จริง ไม่เห็นต้องตรวจเลย” วินิตาสงสัย “ก็.. รับๆไปเถอะครับ ท่านย่ายังทรงรับเลย ว่าเป็นหลาน.. ผมก็คิดซะว่าเห็นแก่ท่าน ที่ทรงรอคอยหลานมานานเหลือเกิน”
“คุณชายนี่ดีจัง ไม่ยักอิจฉานะคะ อยู่ๆก็มีคนโผล่มาแสดงตัวถือสิทธิ์เป็นทายาท เป็นวิละก็ ฮึ”
“อย่าคิดอะไรมากเลยครับวิ ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายวินะครับ”
“ก็จริงค่ะ มีคนให้วิไถตังค์ได้อีกคน .. ก็ไม่เลวนะคะ” วินิตายิ้มนัยน์ตาวาว ไม่คิดอะไรมาก ขณะที่ม.ร.ว.พิริยพงษ์เครียด แต่ฝืนยิ้มเป็นปกติกับวินิตา
วันใหม่ ที่วังเทวาสถิตย์ พยาบาลเก็บของเดินออกจากห้อง สวนกับชัยบดีที่เดินเข้ามา ออกอาการเป็นห่วงพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีเต็มที่ “ท่านยาย ท่านยายทรงดีขึ้นแล้วใช่ไหมกระหม่อม”
“นอนอยู่บนเตียงมาสองอาทิตย์ก็ต้องดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ นี่ดูจะมีเราคนเดียวสินะ ที่เดินวนเวียนเข้ามาเยี่ยมตอนฉันไม่สบาย”
ทิวารีบบอก “คุณหญิงประสงค์สมก็เข้ามาตอนบรรทมเพคะ”
“แต่ชายพิริยพงษ์หายไปเลย .. แค่นี้ฉันก็รู้ละ ว่าจะฝากผีฝากไข้กับใครได้บ้าง”
“อย่าทรงคิดมากเลยกระหม่อม เราทุกคนรักและห่วงใยท่านยายเท่าๆกัน”
พระองค์หญิงวิสุทธิโสภีทรงส่ายพระพักตร์ โบกพระหัตถ์ไล่ทิวา ราตรี ออกไป พอสองคนพ้นไปก็ทรงหันมายิ้มกับชัยบดี

สโรชาเดินเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากเข้ามาในห้องทำงาน มองมือถือในมือที่ไม่มีวี่แววว่าวิศรุตจะโทรมาหาอีกเลยหลังจากวันนั้น สโรชาทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ ก่อนจะเหลือบไปเห็น ดอกพลับพลึงจัดในแจกันเล็กๆดูน่ารักวางอยู่ ก็แปลกใจ
นารีเคาะประตูเดินถือแฟ้มเข้ามา “แฟ้มที่คุณสโรชาต้องเซ็นค่ะ”
“คุณนารี ดอกพลับพลึงนี่มาได้ยังไงคะ มาตั้งแต่เมื่อไหร่”
นารีอมยิ้ม “ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วล่ะค่ะ แต่คุณสโรชาไม่ได้เข้ามาออฟฟิศเลย ดอกพลับพลึงนี่ เขาก็มาเปลี่ยนให้ทุกเช้าเลยนะคะ”
“ใครคะ”
“คุณวิศรุตค่ะ รู้สึกจะมีโน้ตด้วยนะคะ” นารีพูดจบก็วางแฟ้มไว้แล้วเดินยิ้มออกไป สโรชารีบมองหาโน้ตจึงเห็นว่าแปะอยู่ที่ขอบโต๊ะ ภาพวิศรุตเอาดอกพลับพลึงมาเปลี่ยนที่แจกันให้อย่างตั้งใจ วิศรุตแปะกระดาษโน้ตไว้ให้ สโรชาอ่านกระดาษโน้ต
“ผมโทรไปแล้วคุณไม่ยอมรับสาย ผมคงทำได้แค่นี้ เพื่อจะบอกว่า สิ่งที่คุณเห็น มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด อย่าเข้าใจผิด วิศรุต” สโรชานึกถึงคำพูดของพิสิฐ
“กฎของความรักข้อแรกคืออย่าทำตัวเป็นนักอ่านใจ คิดเองไปซะหมดทุกอย่าง ว่าเขารักใครไม่รักใคร คนจะรักไม่รักกัน ก็ให้เขาพูดออกจากปากให้ชัดเจนไปเลย”
“เราเข้าใจผิดเหรอ” สโรชายิ้มแก้มจะแตก ความรู้สึกแย่ๆในใจหายไปในทันที

ทางเดินมาหน้าโรงแรม สโรชารีบเดินมาตามทางพยายามมองหาวิศรุต เพื่อหวังปรับความเข้าใจ
ประพันธ์อยู่กับวิศรุตที่หน้าโรงแรม “ส่งแขกของเราขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ผมขออนุญาตลาครึ่งวันนะครับ”
“มีธุระเหรอ”
ประพันธ์ยิ้มเขินๆ “นัดคุณน้ำมนต์ไว้น่ะครับ ว่าจะไปดูหนังกัน”
วิศรุตเข้าใจ “ก็เอาสิ แขกชุดใหม่กว่าจะมาอีกทีก็อาทิตย์หน้า ไม่มีอะไรต้องรีบจัดการอยู่แล้ว”
สโรชาเดินมาเห็นวิศรุตยืนหันหลังอยู่กับประพันธ์ที่หน้าโรงแรมก็ดีใจจะเข้าไปหา จู่ๆช่อดอกลิลลี่ก็ถูกยื่นมาตรงหน้า โดยชัยบดี สโรชาแปลกใจ “คุณวิศรุต”
“เซอร์ไพร์สครับ”
สโรชารับไว้ตามมารยาท “ขอบคุณค่ะ”
ประพันธ์เห็นสโรชารับดอกไม้จากชัยบดีก็ตาโต วิศรุตสงสัยจะหันไป “มีอะไร” ประพันธ์รีบดึงไว้ไม่ให้วิศรุตหันไป “ไม่มีครับไม่มีอะไร คุณวิศรุตอย่าหันไปเลยนะครับ”ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ วิศรุตหันไปไม่สนใจที่ประพันธ์พยายามห้าม วิศรุตหันไปเห็นสโรชาถือช่อดอกลิลลี่ยืนคุยกับชัยบดีอย่างสนิทสนม ชัยบดีผายมือให้สโรชาเดินไปกับตน วิศรุตมองดูทั้งคู่เดินไปด้วยกันอย่างรู้สึกผิดหวัง ประพันธ์ได้แต่มองวิศรุตอย่างเห็นใจ

สโรชาและชัยบดีมานั่งที่ริมสระน้ำของโรงแรม สโรชาเห็นชัยบดีสวมแหวนของวิศรุตมาด้วย คุยไปก็คิดไปว่าจะทำยังไงกับแหวนวงนั้นดี “เสด็จพระองค์หญิงอาการดีขึ้นแบบนี้ ฉันก็รู้สึกโล่งใจไปด้วยค่ะ”
“ผมก็เลยได้โอกาสมาซื้อขนมที่นี่ เพราะท่านยายเคยเปรยว่าเบเกอรี่ของโรงแรมคุณสโรชารสชาติถูกปากท่าน”
“ถ้าอย่างงั้นฉันจะให้คนจัดให้นะคะ”
อีกมุมเห็นน้ำมนต์และประพันธ์กางหนังสือพิมพ์นั่งแอบดูสโรชาและชัยบดี
“ไหนว่าจะไปดูหนัง ไหงกลายเป็นมาส่องชาวบ้านเขาแบบนี้ล่ะคุณ”
“ก็คุณบอกฉันว่าวันนี้ถ้ายัยลี่มาทำงาน รับรองได้คืนดีกับคุณวิศรุตแน่ๆ แล้วทำไมมานั่งอยู่กับอีกวิศรุตได้ล่ะ”
“ผมจะไปรู้ได้ไงเล่า หรือคุณสโรชาเขาจะชอบดอกลิลลี่มากกว่าดอกพลับพลึง นี่ละน้าผู้หญิง เจ้านายผมก็แค่เจ้าของโฮมสเตย์เล็กๆ จะไปสู้ทายาทวังเทวาสถิตย์ได้ยังไงกัน”
น้ำมนต์โมโหลืมตัว “เพื่อนฉันไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย ที่สำคัญตานั่นใช่ทายาทตัวจริงที่ไหน ตัวปลอมต่างหาก”
ประพันธ์เสียงดัง “ตัวปลอม....”
น้ำมนต์รีบปิดปากประพันธ์ ประพันธ์พยายามดึงมือน้ำมนต์ออก “จะเสียงดังทำไมเล่า เดี๋ยวก็ถูกจับได้หรอก”

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 12 วันที่ 20 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ