อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 12 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 12 ธ.ค. 58

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ” นรุตม์ยื่นมือไปตรงหน้าลีลา “เชื่อมั่นในตัวผม”
ลีลามองมือนรุตม์แล้วตัดสินใจวางมือลงบนมืออีกฝ่าย นรุตม์ยิ้ม ลีลายิ้มด้วยความเชื่อมั่นในกันและกันกับก้าวใหม่ของชีวิต
นรุตม์ขี่มอเตอร์ไซค์ โดยมีลีลาซ้อนท้ายกอดเอวนรุตม์ไว้ นรุตม์สีหน้ามีความสุขมาก

ที่บ้านของศิริ นรุตม์พาลีลาเข้ามาในห้องนั่งเล่ย ลีลาไม่กล้าก้าว กลัวความผิดที่ตัวเองเคยทำจนทำตัวไม่ถูก นรุตม์จับมืออย่างให้กำลังใจ ศิริกับกัลยานั่งอยู่ที่เก้าอี้ นรุตม์พาลีลาลงนั่งตรงหน้ากัลยา
“ลี...เคยทำร้ายทุกคนที่นี่ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร ความผิดของลีก็ไม่สามารถลบล้างได้ ลีขอโทษค่ะ” ลีลาจะก้มลงกราบ

“ไม่ต้อง!” กัลยาเอ่ยเสียงดัง ทุกคนอึ้งที่กัลยาดูจะมีปฏิกิริยาที่ไม่ยอมอภัยให้กับลีลา “ฉันไม่รับคำขอโทษของเธอ”
ลีลาหน้าเสียไป



“คุณกัล...” ศิริเรียกภรรยา
“ฉันเกลียดที่เธอมาทำร้ายลูกฉัน เกลียดที่เธอทำให้ครอบครัวของฉันต้องแตกแยก ฉันควรจะเกลียดที่เธอเป็นหลักฐานการนอกใจของสามีฉัน แต่ฉันก็เกลียดเธอไม่ลง สิ่งที่ชลัมน์ทำกับเธอมันหนักหนาจนคิดว่าถ้าเป็นฉัน ฉันคงรับมือกับมันไม่ได้”
“...คุณกัล...” ลีลาเอ่ยอย่างอึ้งๆ
“ถ้าไม่มีเธอฉันคงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแม่ที่บกพร่องมากแค่ไหน ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นคือบททดสอบที่ฉันต้องก้าวผ่านเพื่อครอบครัว เราเจ็บกันมามากพอแล้ว ลืมอดีตแล้วเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ”
ลีลาไหว้ขอบคุณกัลยา
ศิริมองกัลยาด้วยสายตาขอบคุณ “ขอบคุณนะคุณกัล...”
กัลยายิ้มลูบหัวลีลาด้วยความอ่อนโยน จริงใจ ลีลาหันไปยิ้มให้กับนรุตม์ ลีลาเห็นศตวรรษที่ยืนอยู่ข้างนรุตม์ ยืนวางหน้าไม่ถูกแล้วเดินออกไปก็มองตามด้วย ความรู้สึกผิด

ลีลาเดินออกมาเจอกับศตวรรษที่ยืนรออยู่ “คุณวรรษ...”
“ผมดีใจนะครับที่คุณกลับมา” ศตวรรษพยายามยิ้มให้ดูปกติที่สุด
“ลีขอโทษ...ที่หลอกคุณ ทำให้คุณเสียใจ เรื่องของลีกับคุณรุตม์”
“พี่รุตม์ครับ”
นรุตม์ที่ยืนฟังอยู่ยอมก้าวออกมา “พี่ขอโทษ...พี่”
“ผมอยากจะบอกพี่กับคุณลีว่า การแต่งงานทั้งหมดเป็นแค่แผนของผม ผมจดทะเบียนแต่งงานกับคุณลีเพื่อให้คุณลีมีสิทธิ์ในการเอาที่ดินบนเกาะนั้นกลับไป ผมไม่เคยคิดจะใช้ชีวิตคู่กับคุณลีเลย”
ทั้งนรุตม์กับลีลาอึ้งว่าหมายความว่ายังไง
“ทำไม...” ลีลาเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะผมรู้ว่าคุณรักพี่รุตม์ ตั้งแต่วันที่ผมรับคุณกลับมาจากกกระบี่แล้ว” ลีลากับนรุตม์อึ้งว่ารู้ได้ยังไง

ศตวรรษเล่าให้ฟังถึงวันนั้น ที่บ้านพักริมทะเลชุมพร
นรุตม์กอดลีลาแน่น ลีลามองนรุตม์ด้วยสายตาเป็นคำถามว่าคิดอะไรอยู่
”ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครที่ดึงผมออกจากความรับผิดชอบกับงานหรือว่าครอบครัวได้ ผมอยู่คนเดียวจนชินและชา....ผมไม่เคยรู้สึก”รัก”กับใคร....จนผมได้พบกับคุณ คุณทำให้ผมไม่อยากอยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป อยากมีชีวิตที่มีคุณเดินเคียงข้าง การได้กอดคุณทำให้ผม...มีความสุข...ผมอยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้...” เขากอดลีลาแน่น “เวลาที่มีแค่คุณกับผม...ตลอดไป”
ลีลารู้สึกไม่ต่างกับนรุตม์ แต่ก็รู้ว่าสิ่งที่ต้องทำเพื่อพ่อไม่สามารถล้มเลิกได้ “คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ระหว่างเรา...” ลีลาจะพูดแต่นรุตม์จูบเบาๆ ทำให้ลีลาชะงัก
นรุตม์มองลีลาด้วยความรัก พูดอย่างหนักแน่น ”ขอแค่ได้อยู่กับคุณ ถึงต้องแลกด้วยชีวิต ผมก็ยอม”
-ลีลากอดนรุตม์ด้วยความรัก สองคนกอดกันด้วยความรัก ศตวรรษยืนตะลึงที่ได้ยินทุกอย่าง

“วรรษ...พี่...”
ศตวรรษจับมือนรุตม์“พี่คือพี่ชายที่ผมเคารพ ส่วนคุณลีคือผู้หญิงที่ผมรัก” เขาจับมือลีลาไปวางในมือนรุตม์ “ผมอยากให้คนที่ผมรักทั้งสองคนมีความสุข”
“คุณวรรษ..ลี”
“วันนี้คุณก็ยังเป็นผู้หญิงที่ผมรัก แค่เปลี่ยนสถานะจากคนรักเป็นพี่สาว” ศตวรรษเข้ากอดลีลา “ผมขอให้พี่...มีความสุขนะครับ” ลีลากอดศตวรรษ รู้ว่าศตวรรษเจ็บปวด ศตวรรษค่อยๆ ผละออกจากลีลา เขาพยายามฝืนยิ้ม “อีกไม่นานผมจะปรับตัวได้ พี่สาวไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมต้องไปคุยงานกับพ่อก่อน”
ลีลาร้องไห้เสียใจรู้สึกผิดที่ตัวเองสร้างแผลในใจให้กับศตวรรษ
นรุตม์กอดปลอบโยนลีลา “ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นนะ”

ศตวรรษเดินเข้ามาในบ้าน ชะงักที่เห็นศิริ กัลยา และศิรินธารยืนรออยู่ ศิริเข้ามากอดศตวรรษไว้
“ผมไม่เป็นไรครับพ่อ ผมจะไม่เป็นไร”
ศิรินธารกับกัลยาเห็นศตวรรษน้ำตาคลอ ทั้งคู่สงสารศตวรรษเหลือเกิน กัลยากับศิรินธารได้แต่จับมือศตวรรษอย่างเป็นกำลังใจ ศตวรรษมองทุกคนด้วยสายตาขอบคุณ

วันต่อมา ที่เมรุเผาศพ ทุกคนเดินเข้าไปที่เมรุแล้ววางดอกไม้จันท์
“พ่อมีชีวิตอยู่กับไฟแค้นมาตลอด สิ่งที่ลีเห็นคือไฟในใจของพ่อเผาพ่อให้ทุกข์ทรมานเพราะความแค้น ลีเคยคิดว่าไฟจะต้องล้างด้วยไฟ ลีจุดไฟแค้นขึ้นมาหวังจะให้ไฟล้างไฟไปเอง แต่วินาทีที่ลีจุดมันขึ้นมา ลีกับพ่อคือคนแรกที่ถูกเผา สุดท้ายไฟที่คิดจะเผาคนอื่นมันกลับเผาใจเราให้ทุกข์ทรมาน”
“ทำร้ายกันแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นเถ้ากันทุกคน” ดลปลงอนิจจัง
ศิริเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้จันท์ “พี่ชลัมน์ ฉันขออโหสิกรรมให้พี่ทุกอย่าง ขอให้พี่ไปสู่ภพที่ดี”
“หลับให้สบายนะพี่” ดลเอ่ยขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ศิริกับดลวางดอกไม้จันท์ในเตาเผา
นรุตม์กับลีลาเดิน เข้ามาวางดอกไม้จันท์
“พ่อขา...ลีไม่เคยลืมช่วงเวลาที่พ่อเลี้ยงดูลีมา จนถึงตอนนี้ พ่อก็ยังเป็นพ่อของลีเสมอ ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ลีจะขอเป็นลูกพ่อ ลีจะดูแลพ่ออย่างดี ลีรักพ่อนะคะ...” ลีลากับนรุตม์วางดอกไม้จันท์เป็นครั้งสุดท้าย ลีลาร้องไห้มีนรุตม์โอบกอดอย่างปลอบโยน
ควันจากปล่องไฟบนเมรุเผาศพปรากฏขึ้น สุดท้ายร่าง ก็เหลือเพียงควันและเถ้าถ่าน

วันต่อมา ลีลากับนรุตม์ถวายสังฆทาน กัลยากับศิรินธาร ป้าเพ็ญในชุดขาวถวายด้วยเช่นกัน ทั้งหมดต่างกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้คนที่จากไป
ลีลาเอาน้ำที่กรวดมาเทที่โคนต้นไม้ “ข้าพเจ้าขออุทิศบุญนี้ให้กับนายชลัมน์ กรประดิษฐ์ และเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ขอพระแม่ธรณีโปรด เป็นพยานบุญในครั้งนี้ด้วยเถิด” ลีลาเอ่ยจบหันกลับมา
นรุตม์ยืนอยู่กับกัลยา ศิรินธาร และป้าเพ็ญ
“ลูกหยีดูสดใสขึ้นนะ” ลีลาเอ่ยขึ้น
“ค่ะ ได้มาปฏิบัติได้ตามลมหายใจตนเอง จิตใจสงบ ไม่ร้อนก็ไม่ทุกข์ มันเบาสบาย รู้สึกดีจริงๆ”
“ขอบคุณคุณกัลยานะคะที่เป็นธุระจัดการเรื่องศพของคุณพ่อ”
“อโหสิกรรมกันไปจะได้ไม่ติดค้างกัน”
“ลีหวังว่าพ่อจะละจากไฟแค้น อยู่ในที่สงบสุขสักที ความอาฆาตแค้นไม่เคยทำให้พ่อมีความสุขเลย สักวันจนวาระสุดท้าย”
“หมั่นทำบุญให้คุณชลัมน์บ่อยๆ ความเย็นของบุญจะช่วยท่านได้นะคะ” ป้าเพ็ญเอ่ยแนะนำ
“ค่ะคุณป้า”
“ลูกหยีก็หวังเหมือนกันค่ะ หวังว่ากล้าจะไม่ทุกข์ทรมาน ตอนนี้ลูกหยีทำบุญเพื่อเตรียมพร้อมกับความตายที่ต้องเจอ”
“เขาว่าจิตก่อนตายนั้นสำคัญ ถ้านึกถึงบุญก็ขึ้นสวรรค์ นึกถึงบาปก็ลงนรก” กัลยาเอ่ยขึ้น
“เขาถึงว่าสวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจไงคะ ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย สำคัญที่จิตเราเลือกจะไปสวรรค์ หรือนรก เราเลือกได้ค่ะ” ป้าเพ็ญอธิบาย
“ตอนนี้วรรษก็มุ่งมั่นทำงาน ลูกหยีก็มีชีวิตที่สงบ แม่ก็ชักเหงา อยากมีห่วง” กัลยาเอ่ยขึ้นอย่างเหงาๆ ทุกคนมองกัลยาอย่างสงสัย “ตั้งแต่ลูกๆ โต บ้านเราก็เงียบเหงา ไม่มีเสียงหัวเราะ ถ้ามีเด็กเล็กๆ สักคนก็คงจะดี ไม่รู้ว่ารุตม์จะช่วย แม่ได้ไหม”
“ผมไม่รู้ว่าลีเขาจะยอมร่วมมือด้วยไหม ถ้าเขายอม ผมก็พร้อมครับคุณแม่”
ลีลาหันมองนรุตม์เหวอๆ แบบโยนให้กันอย่างนี้เลยเหรอ
กัลยาเอ่ยกับลีลา “ตอนนี้เดชาเลิศรัตน์จะฝากความหวังในการสร้างเสียงหัวเราะไว้ที่ลีแล้วนะ”
“อันนี้ไม่ได้เรียกว่าขอแต่งงาน แต่เรียกว่ามัดมือชกใช่ไหมคะ” ทุกคนมองลีลายิ้มๆ ลีลาหยิกนรุตม์
“คุณแม่ครับ ลีทำร้ายผม” นรุตม์ร้องโวยวาย
“ถ้านรุตม์ทำให้ลีเสียใจบอกแม่นะ แม่จะจัดการให้”
“คุณแม่...” นรุตม์ทำเสียงตัดพ้อ
กัลยาโอบลีลาไว้ “แม่ต้องเข้าข้างลูกสะใภ้อยู่แล้ว เราผู้หญิงด้วยกัน”
“ลูกหยีเห็นสนับสนุนอีกเสียงค่ะ”
นรุตม์ยิ้มที่ทุกคนดูเข้ากันดี ทุกคนยิ้มขำ ส่วนลีลายิ้มมีความสุข

ที่โรงพยาบาลสงฆ์ กัลยา ศิริ ดล วัลภา ดลฤดี ศตวรรษ และศิรินธารนั่งรออยู่ในหอฉัน
“ยินดีด้วยนะครับพี่” ดลเอ่ยขึ้น
“ขอบคุณมาก”
“ผมอยากเป็นเจ้าภาพจัดงานแบบนี้บ้างจริงๆ”
ศิริเห็นแดนกับภารดีเดินเข้ามาก็เอ่ยยิ้มๆ “พี่ว่าก็คงอีกไม่นานนะ”
ดลหันไปเห็นแดนกับภารดีเข้ามาสวัสดีศิริกับกัลยา “ผมจะฉลองสามวันสามคืนเลย ถ้าลูกชายผมขายออกจริงๆ” แดนกับภารดี มองทั้งคู่ที่ยิ้มขำๆ อย่างไม่เข้าใจ
“เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาแล้วค่ะ” ป้าเพ็ญเอ่ยขึ้น
ทุกคนหันไปเห็นนรุตม์กับลีลาในชุดพิธีการที่เรียบง่าย งดงาม ก้าวเข้ามาในห้อง วัลภากับดลฤดีเดินเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้น
“สวยที่สุด เห็นแล้วอยากแต่งบ้าง” ดลฤดีเอ่ยชม
“หาเจ้าบ่าวให้ได้ก่อนไหมดีดี้” วัลภาแซว ดีดี้เซ็งที่โดนขัดคอ “วันนี้ลีสวยจริงๆ เจ๊ดีใจด้วยนะลี” วัลภาเข้าไปกอดลีลา
“ดีใจด้วย” ดลฤดีอวยพร สามคนกอดกัน ดลฤดีร้องไห้ออกมา
“ดีดี้ แกร้องไห้ทำไม” ลีลาตกใจ
“ฉันดีใจ ในที่สุดแกก็จะมีความสุขสักที ฝากเพื่อนดีดี้ด้วยนะคะ รับไปแล้วห้ามคืนนะคะ” ดลฤดีหันไปฝากฝังกับนรุตม์
“ครับ” นรุตม์ยิ้มรับ
แดนกับภารดีเดินเข้ามา “ดีใจด้วยนะลี”
“ยินดีด้วยนะคะพี่รุตม์”
“ฉันก็ดีใจกับแกด้วยนะแดน ฝากเพื่อนลีด้วยนะคะ ตีได้ดุได้ค่ะรายนี้” ลีลาเอ่ยยิ้มล้อเลียนแดน
แดนกับภารดียิ้มเขินๆ นรุตม์กับลีลายิ้มอย่างยินดี
“แล้วจะฉลองเมื่อไหร่คะ?” ภารดีเอ่ยถาม
“เราจะไม่จัดงานฉลองค่ะ การแต่งงานเป็นเรื่องของครอบครัว กับคนที่รักและอยู่เคียงข้างเรามาตลอด ลีไม่ต้องการงานใหญ่โตแต่ต้องการแค่คนที่ยินดีกับเราจริงๆ”
“แต่พี่รอไปงานฉลองของเอมกับแดนอยู่นะ”นรุตม์แซวภารดี
แดนตอบรับ ไม่มีเขิน “ขอหลายทีแล้วแต่เล่นตัว ตอนนี้เลยว่าจะรอให้แก่ไม่มีใครเอา จะได้เลิกเล่นตัวสักที” ภารดีอายหยิกแดนด้วยความหมั่นไส้ ทุกคนหัวเราะมีความสุข

งานพิธีการเริ่มต้นขึ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวถวายภัตตาหาร ทุกคนรับศีล เจ้าบ่าวเจ้าสาวถวายธูปเทียนปัจจัย พระพิธี 9 รูป ศตวรรษมองภาพลีลากับนรุตม์ที่ถวายให้พระอยู่
ศิรินธารเข้ามาประกบศตวรรษด้วยความเป็นห่วง “ไหวไหม พี่วรรษ”
ศตวรรษรู้ว่าศิรินธารเป็นห่วง ยิ้มรับ “พี่โอเค”
“ไม่ว่ายังไงก็ยังมีลูกหยีอยู่เป็นเพื่อนนะพี่”
ทุกคนมีความสุขที่เรื่องทั้งหมดจบลงด้วยดี

ลีลา และนรุตม์เดินเข้ามาด้านในบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ทั้งคู่ชะงักที่เห็น พนักงานตั้งแถวยาวรออยู่
“ยินดีด้วยค่ะคุณรุตม์ คุณลีลา” เหมียวกับจิ๊บเอ่ยแสดงความยินดี
พนักงานต่างโปรยดอกไม้ให้กับทั้งคู่ ราวกับคู่บ่าวสาวที่เดินออกจากโบสถ์ แขกในโรงแรมต่างมองด้วยความสนใจ ถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอ ชาติรับหน้าที่ถ่ายวิดีโอ นรุตม์กับลีลายิ้มอย่างขอบคุณ
ที่ปลายทาง ธีรพัฒน์เข็นเก้าอี้รถเข็นผู้ป่วยพาอารีย์ในชุดพนักงานถือช่อดอกไม้สวยงามเข้ามา
“คุณอารีย์” นรุตม์ดีใจที่เห็นอารีย์ปลอดภัย
“อาการดีขึ้นแล้วเหรอคะ” ลีลาถาม
“ค่ะ อารีย์ขอเป็นตัวแทนพนักงานทุกคนอวยพรให้ชีวิตคู่ของคุณนรุตม์ กับคุณลีลาหวานชื่นตลอดไปนะคะ”
ลีลาเข้ารับดอกไม้จากอารีย์ “ขอบคุณมากนะคะ”
“ขอบคุณคุณลีที่ช่วยดิฉันไว้ ไม่งั้นดิฉันคงตายไปแล้ว”
ธีรพัฒน์เอ่ยยิ้มๆ กับนรุตม์ “ยินดีด้วยนะครับ”
“แผนของคุณ?”นรุตม์เอ่ยถาม
“แผนของเราทุกคนค่ะ” พนักงานทุกคนพร้อมใจกันตอบ
“ไม่ต้องกังวลว่าเราจะรบกวนแขกที่มาพักนะครับ เพราะเราแจ้งแขกทุกท่านล่วงหน้า และทุกท่านก็มาร่วมยินดีด้วยครับ” ธีรพัฒน์รายงาน
“รอบคอบสมเป็นคุณ”
“ก็ศึกษามาจากคุณไงครับ”
นรุตม์ประกาศ “งั้นพรุ่งนี้ผมจะจัดเลี้ยงพนักงานทุกคน”
“เย้!” พนักงานต่างพากันดีใจ
“ไม่เมาไม่เลิก” ชาติหลุดปาก นรุตม์หันมองเขม็ง พนักงานคนอื่นๆ รีบตะครุบตัวชาติไว้ ตบปาก อีกฝ่ายที่ปากเสีย ชาติยิ้มแหย ๆ
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ”
“ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”
นรุตม์กับลีลายิ้มกับความปรารถนาดีที่ พนักงานทุกคนมอบให้

วันรุ่งขึ้น ที่บ้านสถานสงเคราะห์ของซิสเตอร์ เด็กๆ กำลังวิ่งเล่น มีซิสเตอร์ดูแลอยู่ ลีลากับนรุตม์ก้าวเข้ามาพร้อมกับขนมและของเล่น
“พี่ลี...สวัสดีครับ/ค่ะ”
“พี่เอาขนมกับของเล่นมาฝากเยอะเลย เข้าแถวนะคะ...”
ซิสเตอร์เดินเข้ามายิ้มอย่าง ยินดีให้กับเด็กๆ
“สวัสดีครับซิสเตอร์ ผมกับลีอยากจะช่วยสมทบเงินทุนการศึกษากับค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กๆ ที่นี่”
“ขอบคุณมาก...คุณช่วยต่ออนาคตให้กับพวกเขา”
“ความรู้คือสมบัติที่มีค่าที่สุด ลีอยากให้เด็กๆ ทุกคนมีโอกาสที่ดี”
“ขอบคุณแทนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ”
ซิสเตอร์ยินดีที่เห็นลีลายิ้มได้ ขณะที่นรุตม์มองลีลาด้วยความรัก

เช้าวันใหม่ นรุตม์นั่งมองทะเลอยู่ ลีลาเข้ามากอดคอจากทางด้านหลังเอาคางวางที่ไหล่นรุตม์ “คิดอะไรอยู่”
“ผมชอบที่ดินตรงนี้ ถ้าเราจะมาอยู่ที่นี่ สร้างกิจการของเราเอง ที่นี่จะเป็นบ้านที่มีคุณ ผมแล้วก็ลูกๆ”
ลีลาขยับมานั่งข้างนรุตม์ นรุตม์โอบลีลาให้เอนพิงกับตัวเองไว้ “ลีไม่คิดเลยว่าจะได้มีวันนี้จริง ๆ...วันที่ไม่ต้องร้อนรน..ได้อยู่กับคนที่ลีรัก ใจที่สงบมันมีความสุขดีนะ ไม่ต้องเป็นไฟ ไม่ต้องทำร้ายใคร”
“ต่อจากนี้ไป...ผมจะเป็นไฟที่คอยเผาคุณไปตลอดชีวิต” ลีลามองว่าหมายความว่ายังไง “ผมจะเป็นไฟรัก”
ลีลาขำ “มุขนี้มันไม่เข้ากับคุณเลยนะ”
“ผมยอมทำทุกอย่างที่มันไม่เข้ากับผม ถ้ามันทำให้คุณยิ้มได้ตลอดไป”
ลีลาอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มนรุตม์ “ฉันรักคุณ...เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม”
นรุตม์ยิ้มอย่างให้สัญญา “...ตลอดไป” เขาโอบกอดลีลาไว้มองท้องฟ้าที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นเป็น สัญญาณในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของทั้งสองคน ชีวิตที่สุขสงบตลอดไป


******อวสาน******

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 12 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ