อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 12 วันที่ 9 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 12 วันที่ 9 ธ.ค. 58

เช้าวันใหม่ ศิริ กัลยาอยู่ที่โต๊ะอาหาร นรุตม์เดินเข้ามา“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณพ่อ คุณแม่”
กัลยาถอนใจแต่ไม่ได้ปั้นปึ่งกับนรุตม์เหมือนเคย นรุตม์กับศิริมองหน้ากันว่าเกิดอะไรขึ้น
ศตวรรษเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เห็นกัลยานั่งนิ่งๆ แต่ก็พยายาม จะร่าเริง “อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อคุณแม่”
กัลยาหันมองศตวรรษ สายตานิ่งๆ ของกัลยาทำให้ทุกคนมองและ เกร็งรับอารมณ์ของกัลยา “วรรษ...เรื่องงานแต่ง...” ทุกคนรอฟัง “ถ้าจะให้แม่ช่วยอะไรก็บอกนะ” ทุกคนอึ้ง ไม่อยากจะเชื่อหู
“คุณแม่ยอมอนุญาตแล้วเหรอครับ”

“แม่อยากให้วรรษมีความสุข...”
ศตวรรษยิ้มเข้าไปกอดกัลยา “ขอบคุณนะครับคุณแม่ ขอบคุณที่สุดเลยครับผมจะจัดงานที่โรงแรมของเรา อยากให้เกียรติคุณลีมากที่สุด”


“แล้วกำหนดวันงานหรือยัง” ศิริเอ่ยถาม
“อีกสองอาทิตย์ครับ ผมจะนัดคุณลีไปดูสถานที่วันนี้เลยนะครับ”
“เอาสิ” นรุตม์ตอบรับ
ศตวรรษรีบหยิบมือถือกดโทรแล้วลุกจากโต๊ะอาหารไปคุยโทรศัพท์
ศิริหันไปมองกัลยาอย่างสงสัยที่อีกฝ่ายยอมง่ายๆ
“ฉันอยากให้ลูกอยู่ในสายตา...”
ศิริยิ้มให้กัลยา สบตากับนรุตม์อย่างโล่งใจ นรุตม์สบตากับป้าเพ็ญที่ยิ้มให้อย่างยินดี

เวลาต่อมา ที่โรงแรม Castle ลีลาเดินคุยมือถือเข้ามา “ลีมาถึงแล้วค่ะคุณวรรษ...คุณอยู่ที่ไหนคะ?”
“สวัสดีค่ะคุณลีลา” อารีย์เดินเข้ามาเอ่ยทักทาย ลีลาหันมาเห็นอารีย์ยกมือไหว้ก็รีบรับไหว้ ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “ดิฉันอารีย์ จะเป็นคนประสานงานเกี่ยวกับการจัดงานทั้งหมด คุณวรรษรออยู่ทางโน้นค่ะ” ลีลาเดินเคียงข้างตามอารีย์ที่นำไป
ลำไพรเดินมาจากอีกทางก้าวเข้ามาชนกับลีลา พอตั้งตัวได้ต่างก็มองหน้ากัน ลำไพรจะเดินเชิดไป
“คุณลำไพร...” อารีย์เอ่ยเรียกอีกฝ่าย ลำไพรยังไม่หยุด อารีย์ตามไปกระชากลำไพรไว้ “คุณลำไพร!”
ลำไพรจำต้องหยุดตามแรงกระชากของอารีย์ “ฉันต้องรีบไปเคลียร์งานค่ะ”
“เธอชนคุณลีลา”
“แล้วยังไงคะ” ลำไพรย้อนถาม
อารีย์มองลำไพรด้วยสายตาไม่พอใจ สีหน้าลำไพรกวนประสาท จะไม่ยอมขอโทษลีลา
ลีลายิ้มๆ “โรงแรมระดับห้าดาว ไม่น่าเชื่อว่าจะพนักงานจะอ่อนด้อยเรื่องมารยาทสังคมนะคะ”
อารีย์เอ่ยกับลำไพร “ขอโทษคุณลีลาเดี๋ยวนี้...”
ลำไพรยืนนิ่ง บรรยากาตึงเครียดมาก อารีย์มองลำไพรด้วยสายตากร้าว พยายามจะบังคับให้ลำไพร ขอโทษลีลาซึ่งยืนนิ่งรอด้วยสีหน้าดูระรื่นมาก
“คุณลี..” ศตวรรษเดินเข้ามาหา “ผมเห็นคุณช้าก็เลยมาตาม...เราไปที่ห้องจัดเลี้ยงกันเลยไหมครับ”
ลีลามองศตวรรษ ที่ยิ้มสวยอย่างขัดไม่ได้ ลำไพรมีสีหน้าผ่อนคลายคิดว่ารอด แต่..
อารีย์ขัดขึ้น “ขอประทานโทษนะคะคุณวรรษ ขอให้คุณลำไพรขอโทษคุณลีลาก่อนนะคะ” ทุกคนชะงัก “เมื่อสักครู่คุณลำไพรล่วงเกินคุณลีลาโดยไม่ได้ตั้งใจ ดิฉันคิดว่าคุณลำไพรต้องการขอโทษคุณลีลาด้วยความรู้สึกผิด ใช่ไหมคะคุณลำไพร”
ลำไพรมองอารีย์ด้วยสายตาไม่พอใจ มองลีลาด้วยสายตากร้าว
“ได้ครับ...” ศตวรรษเห็นลำไพรยังนิ่งจึงเอ่ยเร่ง “พี่รุตม์รออยู่ ช่วยเร็วหน่อยนะครับ”
“คุณลำไพร” อารีย์เอ่ยเสียงหนักแน่น
ลำไพรไม่พอใจที่โดนกดดัน แต่เห็นสายตาของศตวรรษที่มองมา ลำไพรจำต้องฝืนยกมือขึ้นไหว้ลีลา แทบจะกันฟันพูด “ดิฉันขอ...โทษค่ะ” ลีลารับไหว้ยิ้มสะใจ
ศตวรรษเอ่ยกับอารีย์ “คุณอารีย์เตรียมโปรไฟล์ผลงานการจัดงานให้แล้วใช่ไหมครับ”
“ค่ะ” ศตวรรษกับลีลาจะเดินไป อารีย์หันมาเอ่ยกับลำไพร“ถ้ายังไม่รู้ตัวว่าอยู่ในฐานะอะไร ฉันจะรายงานพฤติกรรมของคุณกับจีเอ็ม”
ลีลาได้ยินแบบนั้นก็หันมามองยิ้มเย้ยสะใจ อารีย์รีบเดินตามลีลาไป ลำไพรมองตามยิ่งโกรธ

ที่ห้องทำงานของนรุตม์ นรุตม์เลื่อนสตอรี่บอร์ดงานโฆษณามาตรงหน้าภารดี
ภารดีเปิดออกดูอย่างสนใจ “เอมคิดว่าพี่รุตม์จะหาคนอื่นมาทำงานนี้แทนเอมแล้วซะอีก”
“ภาพลักษณ์ของเอมเหมาะสมทุกอย่าง พี่มีเวลาอีกแค่สองเดือนก่อนที่ ทางสมาคมจะส่งคณะกรรมการมา ภาพลักษณ์ และความพร้อมจะต้องสมบูรณ์แบบที่สุด”
“ค่ะ” ภารดีมองอย่างลังเล “พี่รุตม์คะ เรื่องของวรรษกับคุณลี”
“พี่นัดกับวรรษไว้ ต้องรีบไปแล้ว” นรุตม์ลุกขึ้น เดินออกมากับภารดีที่หน้าห้อง “ขอบคุณนะที่เอมยอมช่วยพี่...”
“ถ้ามันทำให้พี่รุตม์ยิ้มได้ เอมยินดีทำทุกอย่างค่ะ...”
นรุตม์ได้แต่ยิ้มแล้วเดินแยกไป ภารดีมองตามอย่างใช้ความคิด

ภายในห้องจัดเลี้ยง ศตวรรษยืนดูตัวอย่างผลงานการจัดงานที่ผ่านมาอยู่ที่มุมหนึ่ง อารีย์อยู่กับลีลา ลีลามองพนักงานกำลังจัดเตรียมงานแถลงข่าวอย่างสนใจ
“เป็นการดูห้องที่วุ่นๆ หน่อยนะคะ เรากำลังจัดเตรียมห้องสำหรับการเซ็นสัญญาร่วมทุนกับมิสเตอร์เฉินค่ะ ที่คุณลีช่วยท่านไว้น่ะค่ะ”
ลีลานึกได้“ค่ะ...”
“ต้องขอบคุณคุณลีลาที่ช่วยท่านไว้ การเซ็นสัญญาครั้งนี้เป็นความฝันของท่านประธาน เป็นก้าวสำคัญของ Castle”
ลีลาฟังอย่างเก็บข้อมูล“ยินดีค่ะ....ลีก็ต้องขอบคุณคุณอารีย์มากนะคะ” เห็นอารีย์มองมาก็รีบอธิบาย “เรื่องคุณลำไพร...”
“พนักงานทุกคนอยู่ในความดูแลของดิฉัน งานโรงแรมภาพลักษณ์ และคุณภาพการบริการเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ในแผนกไหนก็ตาม” ลีลายิ้มให้อารีย์อย่างเป็นมิตร
“เลือกได้หรือยังว่าชอบแบบไหน” ลีลาชะงักที่ได้ยินเสียงนรุตม์ นรุตม์เดินเข้ามา ศตวรรษเดินเข้าไปหานรุตม์ แล้วทั้งคู่ก็เดินมาหาลีลา อารีย์ขยับออกห่างอย่างรู้หน้าที่ เดินไปตรวจดูงานอีกทางหนึ่ง
“พี่รุตม์จะช่วยจัดการเรื่องงานแต่งให้กับเรา ถ้าคุณลีมีไอเดียก็บอกได้เลยนะครับ พี่รุตม์เนรมิตได้หมด”
“ยินดีค่ะ...ลีกับคุณวรรษไม่ค่อยถนัดเรื่องพิธีการเท่าไหร่”
“คุณลีคงถนัดแต่เรื่องลับหลังมั้งครับ...”
“ลับหลัง...” ศตวรรษงง
“พี่หมายถึงเบื้องหลังน่ะ คุณลีเขาเป็นดีไซเนอร์ อยู่ส่วนออกแบบไม่ใช่ปฏิบัติ คุณต้องออกแบบวางแผนเก่งอยู่แล้ว จริงไหมครับ”
ลีลารู้ว่าโดนกระทบ “ค่ะ....เพราะถ้าฉันออกหน้า ไม่มีงานไหนที่ฉันจะเอาไม่อยู่ คุณรุตม์ก็เคยเจอมาแล้วนี่คะ”
นรุตม์อึ้งไปที่โดนลีลาย้อนศรคืน ศตวรรษรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างนรุตม์กับลีลาดูไม่ค่อยเป็นมิตรกันนัก
“พี่รุตม์คะ” ลีลาหันไปเห็นภารดีเดินเข้ามาด้วยอาการยิ้มแย้มแจ่มใสมาก นรุตม์มองแปลกใจ ภารดียิ้ม เข้ามายืนข้างนรุตม์ ลีลาเห็นรอยยิ้มภารดีที่สดใสมากรู้สึกขวางหูขวางตา “พี่เห็นข่าวแล้วยินดีด้วยนะคะคุณลี ยินดีด้วยนะวรรษ”
“ขอบคุณครับพี่เอม...แล้วพี่เอมกับพี่รุตม์ล่ะครับเมื่อไหร่จะมีข่าวดี” ทุกคนอึ้งๆ กันไปที่จู่ๆ ศตวรรษเปิดประเด็น “ก็พี่เอมไม่ใช่เหรอครับที่พี่รุตม์บอกว่าขอแต่งงานแล้ว” ทุกคนยิ่งเงียบ
“ไม่ใช่พี่จ้ะ” ภารดีเอ่ยปฏิเสธ
“ไม่ใช่เหรอครับ...ผมคิดว่า..”
นรุตม์ขัดขึ้น “ไม่เป็นไร เพราะเรื่องของพี่กับผู้หญิงคนนั้นมันจบไปแล้ว”
ศตวรรษหน้าเสีย “ผมขอโทษครับพี่”
“พี่ลืมมันไปหมดแล้ว”
“รักง่ายลืมง่ายดีนะคะ” ลีลาเอ่ยเสียงเยาะ
“มันไม่ง่ายหรอกครับ แต่ผมเลือกให้ค่ากับคนที่เห็นค่าเราเท่านั้นครับ” นรุตม์มองลีลา ต่างคนต่างรู้สึกเจ็บ
“อีกไม่นานพี่รุตม์ก็จะหายค่ะ” ภารดีจับมือนรุตม์ไว้ ยิ้มให้กำลังใจ “เพราะเอมจะอยู่ข้างพี่รุตม์ ไม่มีวันจากไปไหน”
“ขอบใจนะ”
ภารดีมองลีลาอย่างจงใจบอกว่าไม่มีวันคืนนรุตม์ให้อีกแล้ว
ลีลามองภารดีด้วยความรู้สึกหึง “ก็ถูกนะคะ ไม่มีประโยชน์ที่เราจะย่ำอยู่กับที่ วันที่ลีเดินหน้าแล้ว ลีไม่เคยคิดจะถอยหลัง”
นรุตม์เตือนอย่างจงใจ “ระวังนะครับ ทางเดินอาจจะไม่ราบรื่นเสมอไป” ลีลามองนรุตม์รู้ว่าชายหนุ่ม จะกางปีกปกป้องศตวรรษเต็มที่ มือถือนรุตม์สั่นขึ้น จึงกดรับฟังแล้ววางสาย “พี่ต้องไปประชุม ฝากด้วยนะครับคุณอารีย์”
อารีย์รับคำสั่ง นรุตม์จึงเดินออกไป ภารดีมองลีลาด้วยรอยยิ้มเย้ย
ลีลาหงุดหงิด“ลีขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะคุณวรรษ”
ลีลาเดินไป ภารดีมองตามอย่างหมายมาด

ลีลาเดินออกมาอย่างฉุนเฉียว หงุดหงิดในใจพยายามจะตั้งสติ สงบอารมณ์ตัวเองให้ได้ พอหันกลับมา ก็ชะงักที่เห็นภารดีเดินเข้ามา ลีลามองอย่างตั้งรับถามขึ้น “คุณมีปัญหาอะไรกับฉันเหรอคะ”
“ฉันไม่มีปัญหาเลยค่ะ ฉันอยากมาขอบคุณที่คุณเปิดโอกาสให้ฉันอีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ฉันก็ต้องขอบคุณจริงๆ ที่คุณได้เพชรแต่ไม่รู้ค่าของมัน ฉันคิดว่าคุณฉลาดมาตลอด มีวันนี้ล่ะที่เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่อย่างที่คิด ได้ของรักคืนโดยไม่ต้องพยายามอะไรเลย มันดีจริง ๆ”
“สุขจนปล่อยใจลอยสูงขนาดนี้ เวลาตกลงมามันจะเจ็บหนักนะคะ นรุตม์น่ะไม่ได้รักใครง่ายๆ คุณคิดเหรอ ว่าเขาจะลืมฉันได้จริงๆ”
“ถ้าคุณรู้จักพี่รุตม์ขนาดนั้น ก็คงรู้ว่าคนอย่างพี่รุตม์ลืมยากทั้งความดี และความเลว...”
ลีลาอึ้งไป ภารดีเดินออกไปทิ้งให้ลีลาอยู่กับความเจ็บปวด เพราะที่สุดก็ไม่สามารถลืมนรุตม์ได้จริงๆ

บริเวณริมน้ำหลังโรงแรม นรุตม์มีสีหน้าผิดหวังเมื่อได้ยินเรื่องราวที่นักสืบรายงานมา “ตามหาใบสูจิบัตรของลีลาไม่พบเลยเหรอ”
“ครับ...นอกจากประวัติที่มีคุณดล พิริยะกุล รับเป็นบุตรบุญธรรม ก็ไม่มีเบาะแสอะไรให้สืบต่อเลยครับ แต่จากที่ผมตามมาสักพัก” นักสืบส่งซองรูปให้กับนรุตม์ นรุตม์มองรูปของลีลาที่ถูกแอบถ่าย เป็นภาพบ้านของชลัมน์ มีลีลาอยู่กับชลัมน์ที่นั่งบนรถเข็นที่ระเบียง โดยมีมัสยาลงมารับของจากลีลา แต่เป็นภาพระยะไกลไม่ชัดนัก “ทุกวันศุกร์ คุณลีลาจะขับรถกลับบ้านต่างจังหวัด”
“บ้านต่างจังหวัด...” นรุตม์มองรูปอย่างสงสัย
“ที่บ้านหลังนี้มีผู้ชายพิการกับผู้หญิงอีกหนึ่งคน”
นรุตม์มองภาพชลัมน์กับ มัสยาด้วยความสงสัยว่าเป็นใคร “สืบมาว่าบ้านหลังนี้มีชื่อใครเป็นเจ้าบ้าน และผมอยากได้รูปของทั้งสองคนที่ชัดกว่านี้ เร็วที่สุด”
“ครับ”
นรุตม์มองภาพอย่างพยายามใช้ความคิด

ที่รีสอร์ทวิรัตน์ ณรัลคุยโทรศัพท์ด้วยอาการสบายๆ “มันเพิ่มจำนวนซิเคียวริตี้ก็ไม่แปลกแต่ไม่มีผลอะไรกับแผนของเรา สำคัญที่เธอต้องเปลี่ยนรายละเอียดในเอกสารการเซ็นสัญญาร่วมทุนให้ได้ รีบจัดการก่อนไอ้เฉินบินกลับมา” ณรัลเอ่ยจบวางสาย สีหน้าร้ายพึงพอใจ
ธีรพัฒน์เข้ามาที่โต๊ะทำงานเห็นกาแฟกับแก้วน้ำวางอยู่ที่โต๊ะ ธีรพัฒน์กดโทรศัพท์ “เมด กาแฟกับน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะ...ผมสั่ง?...ไม่เป็นไร...ผมคงลืมเองขอบคุณมาก” เขานั่งทำงานพลางหยิบแก้วน้ำเปิดฝาแล้วดื่ม ลำไพรยืนแอบมองผลงานด้วยสายตาพอใจ

ธีรพัฒน์เดินมาตามทางเดินแล้วเกิดอาการมึน จึงเดินเข้าไปในห้องน้ำ ธีรพัฒน์ยืนล้างหน้า ที่อ่างล้างหน้า จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมารู้สึกมึนจนวูบลงไปนอนกับพื้น ประตูห้องน้ำเปิดออก ลำไพรเปิดประตูเข้ามาตรงเข้ามาเขย่าตัวธีรพัฒน์เช็คจนแน่ใจว่าไม่มีสติ ลำไพรยิ้มร้ายหยิบมือถือธีรพัฒน์ขึ้นมา กดส่งอีเมล์ของธีรพัฒน์ เข้าอีเมล์ตัวเอง

อารีย์เดินมาจากทางโต๊ะทำงานของธีรพัฒน์ พยายามกดโทรศัพท์หา“คุณธี...ทำไมไม่รับโทรศัพท์” อารีย์ยังพยายามโทรหาอีกฝ่าย เสียงมือถือดังขึ้น อารีย์ชะงักมองหาที่มาของเสียง เห็นธีรพัฒน์กดรับโทรศัพท์ออกมาจากห้องน้ำท่าทางเพลียมาก
“ครับ คุณอารีย์”
“คุณธี” ธีรพัฒน์หันมาเห็นอารีย์ก็กดวางสาย “ดิฉันจะแจ้งว่าข้อมูลการจัดงานของคุณวรรษกับคุณลีลาวางอยู่ที่โต๊ะแล้วนะคะ”
“ขอบคุณครับ...”
“คุณธี...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” อารีย์ถามอย่างเป็นห่วง
“มันเพลียๆ มึนๆ น่ะครับ ผมไปก่อนนะครับ ชักไม่ไหว” ธีรพัฒน์เดินออกไป อารีย์มองตาม แปลกใจ

หลังเลิกงาน อารีย์เดินมาตามทาง ท่าทางเครียดนึกถึงอาการแปลกๆ ของธีรพัฒน์ ขณะที่กำลังจะเดินถึงป้ายรถเมล์ ก็ชะงักที่เห็นลำไพรยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ตามลำพัง อารีย์กำลังมองอย่างใช้ความคิด อารีย์เองเห็นลำไพรเปลี่ยนแก้วของธีรพัฒน์กับลำไพร นึกถึงที่ธีรพัฒน์บอกว่าหลับในห้องน้ำ อารีย์มองไปที่ลำไพรอีกที แล้วชะงักที่เห็นเด็กหนุ่มดูบุคลิกเป็นพวกแว้นเดินเข้ามาหาลำไพร
ลำไพรมองแบงค์อย่างหัวเสีย “ไอ้แบงค์ ฉันสั่งแล้วใช่ไหมว่าอย่าโผล่หัวมาแถวนี้!”
“ไหนพี่ว่าผมซ้อมไอ้ศักดาแล้วจะจ่ายทันทีไง ไหนล่ะเงิน!”
อารีย์รีบหลบไปด้านหลังป้ายรถเมล์ แล้วเดินไปให้ตรงกับจุดที่ลำไพรกับแบงค์ยืนอยู่ ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ถ่ายคลิป โดยพยายามหาช่องว่างจากหลังป้ายรถเมล์
“ก็ฉันบอกแล้วว่าจะเอาไปให้เอง”
“ผมซ้อมไอ้ศักดาให้พี่ตั้งหลายอาทิตย์แล้ว ถามพี่ก็เบี้ยวไปเรื่อย วันนี้ไม่ได้ผมไม่ยอม!”
“หุบปาก ไม่งั้นฉันไม่จ่าย!” ลำไพรตวาดกลับ แบงค์ยอมเงียบ ลำไพรหยิบเงินจากกระเป๋าส่งให้ห้าพัน “อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกนะ”
“ก็แค่เนี้ย!” แบงค์พอใจ เดินออกไป ลำไพรมองตามอย่างหัวเสีย
แบงค์เดินกำเงินอย่างอารมณ์ดี
อารีย์รีบเดินตามมาตะโกนเรียกไว้ “น้องแบงค์คะ!”
แบงค์หันมามองอารีย์อย่างแปลกใจ “ผมไม่คุ้นหน้าป้าเลย ป้ารู้จักผมได้ยังไง?”
“พี่มีเรื่องอยากถามน้องหน่อย”
แบงค์มองชุดของอารีย์ “ป้าทำงานที่โรงแรม? ผมไม่ว่าง...” เขาทำท่าจะเดินหนี
“หมื่นนึง!” แบงค์ชะงักหันไปมองอารีย์ อารีย์ย้ำ “เงินสด...”
“ป้าอยากรู้อะไร”แบงค์ถามขึ้น อารีย์มองอย่างพอใจ จังหวะนั้นเอง ลำไพรที่นั่งอยู่ในแท็กซี่ที่แล่นผ่านมามองเห็นอารีย์ยืนคุยอยู่กับแบงค์ก็มองด้วยความตกใจ

ลีลาจอดรถติดไฟแดง ระหว่างนั้นคุยโทรศัพท์กับวัลภาด้วยสีหน้าร้อนรน “ลีกลับจากช็อปแล้วค่ะเจ๊ กำลังจะกลับจันท์ คุณป้าบอกว่ามีคนมาถามเรื่องของลีจากคนแถวบ้าน”
จังหวะที่คุยกันอยู่ลีลามองไปที่ฟุตบาทเห็นอารีย์กำลังเดินขึ้นบันไดสะพานลอย อีกฝ่ายกำลังหยิบมือถือออกมา กดโทรออก พลางข้ามจากฝั่งที่รถลีลาจอดอยู่ไปอีกฝั่งหนึ่ง

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 12 วันที่ 9 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ