อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 12/2 วันที่ 25 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 12/2 วันที่ 25 ธ.ค. 58

รามเอาผ้าปัดไล่แมลงที่มาตอมผลไม้ที่วางเอาไว้ แล้วรามหยิบฝาชีมาครอบปิด รามคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า
ขนิษฐา ไข่และบุญตากำลังตรวจดูข้าวของท้ายรถที่เตรียมเอาไปงาน รามเดินผ่านมาจากอีกด้านหนึ่ง เห็นเข้า ชะงัก และตะลึงลานไปเล็กน้อยกับภาพขนิษฐาที่สวยงามอย่างมาก ขนิษฐายังตรวจของอยู่อย่างไม่รู้ตัว .... รามมองขนิษฐา คนเราเมื่อไม่ได้คุยกันทักกันปกติแล้ว กลับคิดถึงขึ้นมาอย่างประหลาด...แต่ขนิษฐาเหมือนรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมา ก็เงยมองมา....

สายตาของขนิษฐา เห็นแต่ด้านหลังของรามที่เดินหลังไวๆไปเหมือนกับไม่ใยดี … ขนิษฐามองด้านหลังของรามที่เดินลิ่วๆไป ใจเจ็บ
“น้าราม...” ขนิษฐาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟา เผลอเรียกรามออกมาโดยไม่รู้ตัว


อดิสรกำลังเอาแผ่นพับที่อยู่ในห้องมาพัดให้กับขนิษฐาอย่างแผ่วเบา อดิสรเขี่ยปอยผมของขนิษฐาให้ออกไปข้างๆอย่างอ่อนโยน เป็นมุมอ่อนโยนของอดิสรที่เห็นขนิษฐาป่วยอยู่ ไม่กวนหรือล่วงเกิน ทว่าเมื่อได้ยินเสียงเรียกของขนิษฐาก็ชะงัก ไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า...“คุณน้อง คุณรู้สึกตัวรึยัง ?” เขาก้มลงไปถามใกล้
ประตูเปิดกว้างออก พร้อมเสียงอันดังของสีหนาท “ทำอะไร !!!” อดิสรผงะ ขนิษฐาที่ได้ยินเสียงดังค่อยๆตื่น...สีหนาทก้าวพราดเดียวเข้ามาผลักอดิสรออกห่างจากขนิษฐา“ไอ้คนฉวยโอกาส คนป่วยก็ยังไม่เว้น!”
อดิสรสะบัดอย่างโมโห “ลืมตาดูซะบ้าง ฉันช่วยคุณน้องและดูแลเค้าอยู่ต่างหาก”
ขนิษฐาฟื้นขึ้นมาอย่างไม่ค่อยรู้เรื่องราวเท่าไหร่นัก
โปรดิวเซอร์รีบบอก “จริงค่ะคุณสิงห์ คุณอดิสรมาช่วยคุณน้องไว้จริงๆค่ะ”
“ช่วยก็ส่วนช่วย แต่เมื่อกี๊นี้มันอะไร เมื่อไหร่คนอย่างแกจะรู้จักให้เกียรติ์ผู้หญิงกับเขาบ้าง”
“มันจะมากไปแล้ว คนอย่างนายอดิสรไม่จำเป็นต้องฉวยโอกาสกับผู้หญิงตอนที่ไม่รู้สึกตัวหรอก!”
ผู้คนเริ่มมามุง และมองๆกัน สีหนาทเป็นห่วงชื่อเสียงขนิษฐา สั่งอดิสร “ถอยออกไปซะ ถ้าแกยังรู้จักให้เกียรติ์ยัยน้องจริงๆ แล้วแกกับฉันเราค่อยมาเคลียร์กัน”
“ทำไมฉันจะต้องฟังแก” อดิสรประท้วงกับขนิษฐา “คุณน้องนี่น่ะเหรอที่พี่ชายคุณทำกับผม ผมอุตส่าห์เสี่ยงอันตรายช่วยคุณเอาไว้แท้ๆ”
ขนิษฐาจำอะไรไม่ค่อยได้นัก ตอบด้วยความรู้สึกของตัวเอง “คุณอดิสรที่คุณช่วยฉัน ฉันขอบคุณมาก แต่คราวหน้า อย่าลำบากอีกเลยนะคะ”
อดิสรชะงัก หน้าแตกแหลกละเอียดยิ่งกว่าตอนสิงห์ด่า แทบพูดไม่ออก สีหนาทมองหน้าอดิสร เป็นไงล่ะมรึง!!! “ได้ยินชัดแล้วใช่มั๊ย นายบอกไม่คิดจะฉวยโอกาสตอนที่ผู้หญิงเค้าไม่รู้สึกตัว ตอนนี้ที่เค้ารู้สึกตัวและพูดกับนายอยู่ ก็รู้จักจำให้ขึ้นใจซะด้วย !!”
อดิสรจุกมาก “คุณน้อง คุณ คุณกล้าหยามน้ำใจของผมขนาดนี้ แล้วคุณจะต้องเสียใจ!!”
สีหนาทรีบเข้ามายืนปกป้องขนิษฐาเอาไว้....อดิสรผลักประตูออกไปอย่างโมโหมาก อดิสรเดินกระแทกกระทั้นออกไป ทั้งเตะ ปัด ฟาดข้าวของที่อยู่ระหว่างทางอย่างอารมณ์แรง สีหนาทและขนิษฐาออกจากห้องมามอง เห็นอารมณ์โกรธร้ายกาจของอดิสร สีหนาทบีบไหล่ปลอบขนิษฐา

อดิสรเดินมา ท่าทางหัวเสียมาก แล้วเจอเข้ากับรัศมีที่ออกมาคุยมือถือกับเพื่อนและเพิ่งวางสายลงไป
“หายไปไหนมาตั้งนาน พ่อเธอ ถามหาเธอตั้งหลายครั้ง” แต่อดิสรไม่สน จะเดินต่อ “อารมณ์บูดแบบนี้ ถ้าให้ฉันเดาคงหัวเสียเรื่องยัยขนิษฐานั่นมา ใช่รึเปล่า?”
อดิสรหยุดเดิน อดกลั้นที่จะไม่ด่าไปแรงกว่านี้ “ไม่ใช่เรื่องของคุณ!!!”
“ฉันเป็นห่วงหรอกนะ ถึงได้พูด ถามจริงๆเถอะ ดูไม่ออกเลยเหรอว่าแม่นั่นมันเมินใส่เธอ เพราะอะไร?”
“พูดยังงี้ หมายความว่าไง ?”
“สายตาของผู้หญิงด้วยกันมองปร๊าดเดียวก็รู้!! แม่ขนิษฐานางฟ้าของเธอชอบนายราม!!! ท่าทางหลงหัวปักหัวปำ”
อดิสรสุดทน รับไม่ได้มากๆ “ไร้สาระ!!! อย่าพูดแบบนี้ให้ผมได้ยินอีก ไม่งั้นต่อให้เป็นคุณ ผมก็จะไม่เกรงใจ!!”
รัศมีไม่ยอมแพ้ “ถ้าเป็นแค่เจ้านายลูกน้องกันจริง เรื่องอะไรแม่นั่นต้องออกรับแทนมันทุกอย่าง ปกป้องกันซะขนาดนั้น มีนายจ้างลูกจ้างที่ไหนเค้าทำกัน” อดิสรที่ปฏิเสธเสียงแข็ง เจอดอกนี้ไปก็ยังชะงัก “ไอ้คนงานนั่น เห็นเงียบๆหงิมๆ จริงๆเขี้ยวเล็บมันขนาดไหน เธอเองก็รู้!! แล้วอ่อนอย่างยัยนั่น จะเหลือเหรอ ชิส์” อดิสรฟังถึงตรงนี้จี้ดดขึ้นรัศมีสวน “ก็มัวแต่เทอดทูนมันอยู่อย่างงี้ไงล่ะ ถึงได้มองไม่เห็น อย่างเธอจะไปกินของเหลือของไอ้รามนั่นทำไม” พูดจบเธอก็สะบัดจากไป
เมื่อรัศมีไปแล้ว อดิสรเครียด !! ถึงกับต้องเอากำปั้นทุบกำแพงอย่างเจ็บใจ แล้วภาพๆหนึ่งแว่บขึ้น ขนิษฐาละเมอเรียกชื่อของรามขึ้นมา อดิสรคิดแล้วก็สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ความแค้น ผิดหวัง เสียหน้า เผาใจทั้งใจ

สีหน้าหงุดหงิดของสีหนาท มองหาไปทั่วบริเวณ ก็ไม่เห็นหนูนา “หายไปอยู่ที่ไหนนะ ยัยตัวยุ่ง!” ชายหนุ่มชักเริ่มกระวนกระวาย

หนูนาหลบมาอยู่ตรงสวน รอบๆไม่มีคนเพราะอยู่ในงานกันหมด หนูนาถอนใจอย่างโล่งอก ค่อยๆเดินผ่อนฝีเท้าลงอย่างผ่อนคลาย...พอเดินพ้นซุ้มต้นไม้มา... กลับชนเข้ากับใครบางคน!! “อุ้ย ขอโทษค่ะ ฉันขอโทษ...” เงยหน้ามอง อึ้ง!!
“เดินประสาอะไร!” แต่พอเห็นชัดๆว่าใคร อึ้ง!! “ยัยนา!!”
หนูนามองเห็นรัศมีที่มายืนต่อหน้า ตะลึงไปเลย “แม่....”
ทั้งสองต่างอึ้งมาก ที่มาเจอกันซึ่งๆหน้าเข้าจนได้!!
รัศมีปราดเข้ามา จะคว้าตัวหนูนา “นึกแล้วว่าต้องใช่แก! แกมาทำอะไรที่นี่ห๊ะ” หนูนาผวาหลบ แล้วเริ่มถอยหนี “นี่ฉันถามน่ะไม่ได้ยินรึไง !!” รัศมีตามคว้าตัวหนูนาเอาไว้จนได้ “ตอนนี้ฉันจับโกหกแกได้แล้ว !!” หนูนาอึ้งๆ “แกหลอกตาของแก หลอกใครต่อใครได้ แต่หลอกฉันไม่ได้ แกไม่ได้กลับไปหาพ่อแกจริง แกทำอะไรของแกอยู่กันแน่”
หนูนาอึ้ง “นา..ไม่ได้หลอกใคร นาไปหาพ่อจริงๆ แม่เข้าใจผิดแล้ว”
“ยังปากแข็งอีกเหรอ อ๋อออ หรือว่า แกมีผู้ชายใช่มั๊ย?” หนูนาอึ้ง กับข้อคิดข้อสมมติฐานของรัศมี “นังลูกไม่รักดี แกมัวไปหลงผู้ชายอยู่ใช่มั๊ย ถึงได้ไม่กลับบ้านกลับช่อง” หนูนาส่ายหน้า ไม่อยากจะเชื่อว่าแม่จะใส่ร้ายกันได้ถึงขนาดนี้ “แกเห็นตัวอย่างจากฉัน แล้วยังไม่รู้จักจำอีกงั้นเหรอ อยากจะให้ตาแกโกรธ แล้วเฉดหัวเราแม่ลูกออกจากกองมรดกรึไง หมดเวลาของแกแล้ว แกต้องกลับบ้าน กลับวรรณพาณิช กลับไปกับฉัน”
หนูนารวบรวมเรี่ยวแรง ผลักแม่ออกห่างจนได้ “แม่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งนา”
“นัง นังลูกอกตัญญู!!”
หนูนารีบวิ่งหนี รัศมีไม่ยอม วิ่งตาม แต่ด้วยความที่ส้นรองเท้าสูงมาก มันเลยพลิกลง ว๊าย!!! รีบลุกขึ้น
“คุณรัศมี” สีหนาทปรากฏกายขึ้นมา เรียกรัศมีพร้อมหยิบกระเป๋าคลัชที่รัศมีทำตกไว้ขึ้นมาให้ดู “นี่ของคุณรึเปล่าครับ” รัศมีหันมองไม่สน จะตามแต่หนูนา แต่สีหนาทตามไปจับแขนรัศมีรั้งเอาไว้ แล้วเอากระเป๋าใส่มือให้ “ฮึ่ย!!” รัศมีกระชากกระเป๋าอย่างหัวเสียที่สีหนาททำให้เสียเวลา ก่อนจะรีบตามหนูนาไป สีหนาทมอง หน้าเครียด

รัศมีวิ่งออกมาโผล่ที่ลานจอดรถด้านหนึ่ง เห็นรถจอดอยู่เป็นตับ รัศมีมองหาอย่างหงุดหงิด พยายามจะเดินตามหาหนูนา แต่แล้วเห็นรถบางคันแล่นออกไป รัศมีมองตาม ไม่เห็นหนูนา รถอีกคันออก รัศมีหันมองอีก ไม่ใช่อีก รัศมีหาจนหัวหมุน แล้วขว้างกระเป๋าครัชกับพื้น!!! ฮึ่ย!! เจ็บใจมากๆ

หนูนาบอกสีหนาท พร้อมกับขนิษฐาซึ่งยืนอยู่ด้วย “ขอโทษด้วยนะคะที่ขอให้คุณพากลับมาก่อน พอดี ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายจริงๆ” เธอหลบตาอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไร ฉันก็อยากกลับเร็วเหมือนกัน” ขนิษฐาบอก
หนูนาพยักหน้า เบาใจที่ขนิษฐาไม่โทษว่าตัวเอง “งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยว” สีหนาทเรียกไว้
หนูนาหันมา มองสีหนาทว่ามีอะไร สีหนาทมองหนูนา แววตาเหมือนมีอะไรบางอย่างอยากจะพูด หนูนาลุ้นๆ รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ สีหนาทคิด.. แล้วตัดสินใจพูดเลี่ยงไปเรื่องอื่น “ให้บุญตาเดินไปส่ง มันดึกแล้ว ถ้าฉันไปเองเดี๋ยวมันจะไม่ดี”
บุญตา ที่มารับเจ้านายไปตามคำสั่งของสีหนาท รับคำเดินไปส่งหนูนา..
“ขนาดไม่ได้อยู่จนงานจบ ยังรู้สึกเหนื่อยจริงๆ น้องก็ขอตัวด้วยคน..” ขนิษฐาผละไปด้วย
สีหนาทเหลียวกลับไปมองตามหลังหนูนาที่เดินไปกับบุญตา แล้วหน้าเข้มขึ้น ย้อนคิด!
ในงานการกุศล บริเวณสวน สีหนาทมาเดินตามหาหนูนา“ไปไหนของเค้า ?”
สีหนาทเดินออกมา ได้ยินเสียงรัศมีก้องๆออกมาจากในสวน สงสัยเดินเข้าไปดู
“มันหมดเวลาของแกแล้ว แกต้องกลับบ้าน กลับวรรณพาณิช กลับไปกับฉัน”
หนูนารวบรวมเรี่ยวแรงผลักแม่ออกห่าง “แม่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งนา”
“นัง นังลูกอกตัญญู”
สีหนาทคิดหนัก!!!

เสียงมือถือดังขึ้น เรืองพลิกตัวจากที่นอนขึ้นมา เห็นว่าในอ้อมแขนของเรืองคือพวงนั่นเองสองคนกำลังจะสวีทกัน พวงต้องพลอยชะงักไปด้วย แล้วส่ายหน้าห้ามเรืองรับสาย แต่เรืองมองที่หน้าจอ ไม่สนที่พวงห้าม ลุกขึ้น
“ที่บ้านพี่โทรมา”
พวงหน้าหงิกอย่างเสียอารมณ์
เรืองลุกขึ้นมีกางเกงติดกายเดินออกไปรับสายนอกห้อง ไม่ให้พวงได้ยิน พวงชะเง้อๆมอง เรืองเหลือบเห็นงับประตูปิดซะเลย “นาย มีอะไรเหรอครับ ?”
อดิสรหน้าบูดบึ้ง หงุดหงิดมาก กลับออกมาจากงานก่อนเช่นกัน “เรื่องที่ฉันให้แกไปสืบว่าไอ้สิงห์มันจะตัดต้นสักลายดำเมื่อไหร่ ไปถึงไหนแล้ว”
เรือง สายตาหลุกหลิก เพราะไม่ได้สนใจสืบนัก ในช่วงนี้ เรืองอึกอัก “เอ่อ คือว่า..ไอ้สิงห์มันระวังตัวมาก หลังจากโดนปล้นไม้คราวก่อน มันก็วางเวรยามซะแน่นหนา ยังไม่เห็นมันบอกกำหนดตัดออกมาเลย แต่ยังไงผมจะสืบให้ได้เรื่องเร็วๆนี้แหละ”
อดิสรพูดเสียงเหี้ยม โกรธมากๆ “ก็อย่าให้มันช้านัก แล้วอีกเรื่องนึงล่ะ ที่ฉันให้แกเล่นงานไอ้ราม ไปถึงไหนแล้ว” เขาฟังคำตอบเรืองแล้วร้อนใจ “รีบจัดการให้ฉัน ถ้าแกจัดการมันได้ มาเอาเงินไปอีกสองเท่า” เรืองชะงัก ตาโตขึ้นทันที …. อดิสรวางสาย แววตาเหี้ยม “ไอ้ราม แกกับฉัน อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!!”

ที่บ้านวรรณพาณิช “แกว่าอะไรนะ!” วรรณคุยมือถือ สีหน้าไม่อยากจะเชื่อ!!
รัศมีแอบคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่งของบ้านศักดา “คุณพ่อฟังไม่ผิดหรอกค่ะ หลานสาวคนโปรดของคุณพ่อ มันโกหก! มันไม่ได้ไปคืนดีกับพ่อมันอย่างที่บอก วันนี้หนูเจอตัวมันในงานเลี้ยง มันเอาแต่หนี พฤติกรรมมันส่อว่ามันต้องทำอะไรไม่ดีเอาไว้” วรรณยิ่งฟัง ก็ยิ่งอึ้ง …. รัศมีฟ้องต่อฉอดๆ“ก่อนที่มันจะทำงามหน้า คุณพ่อต้องสั่งให้มันกลับบ้าน แล้วรีบๆส่งมันไปเมืองนอกซะ ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี!!!”
“นี่แกเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย รัศมี”
รัศมีอึ้งไป “ทำไมคุณพ่อพูดแบบนี้ หนูกำลังทำหน้าที่แม่ เหมือนที่คุณพ่อก็เคยพยายามห้ามหนูเมื่อก่อนนี้ไงล่ะ”
“แต่แกกับยัยนา มันไม่เหมือนกัน แกนึกว่าฉันโง่เหรอที่จะมาเชื่อตามที่แกใส่ร้ายลูกให้ฉันฟังเนี่ย”
รัศมีปรี๊สมาก “คุณพ่อ หนูจะโกหกคุณพ่อทำไม”
“แต่ฉันมั่นใจว่ายัยนาไม่มีทางที่จะทำกับฉัน อย่างที่แกเคยทำ ที่แกหลอกฉันว่าแกไปเที่ยวทุ่งหญ้าป่าเขาอะไรของแก แต่จริงๆแล้วไปกกอยู่กับพ่อของยัยนา”
รัศมีน้อยใจวรรณอย่างมาก “นี่หนูกำลังพูดเรื่องยัยนาอยู่แท้ๆ ทำไม ทำไมจะต้องมารื้อฟื้นเรื่องของหนูด้วย คุณพ่อก็เป็นแบบนี้ตลอด ทำไมไม่ฟังหนูบ้าง”
“ก็เพราะว่า แกไม่เคยทำให้ฉันไว้ใจแกได้ยังไงล่ะ” รัศมีจุก “รัศมี แกเป็นแม่ประสาอะไร จิตใจของแกทำด้วยอะไรถึงได้มาใส่ร้ายลูกแกแบบนี้ เรื่องของยัยนาฉันมั่นใจว่าฉันตัดสินใจดีแล้ว ฉันเชื่อยัยนา” ติ๊ดดดด เสียงวางหูมาจากฝั่งของรัศมี วรรณชะงัก รู้ว่ารัศมีตัดสายไปแล้ว แต่ไม่วายส่ายหน้าอย่างอดสู “นารา แกไม่มีทางหลอกตาคนนี้หรอกใช่มั้ย?”
รัศมี แม้วางสายไปแล้วมือยังกำมือถือสั่นระริก น้ำตารื้นขึ้นที่ขอบตา แล้วปามือถือทิ้งอย่างแสนจะแค้น รัศมีอัดอกจุกเสียด คำพูดพ่อทำให้จุก เจ็บอย่างที่สุด!!!
วันต่อมา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง สีหนาทปรึกษาอยู่กับกช
“หนูนา ทองการค้าเป็นแค่ชื่อนามสกุลหลอกๆ นี่ตัวจริงของผู้ช่วยของผม” สีหนาทวางเอกสารที่หามาได้จากเว็บไซด์ของธนาคารวรรณพาณิช เป็นรายชื่อผู้ถือหุ้นของวรรณพาณิชลำดับต้นๆ “เธอเป็นลูกสาวของคุณรัศมี วรรณพาณิช เป็นหลานสาวคนเดียวของตระกูลนี้ ชื่อเต็มๆคือ นารา วรรณพาณิช” กชดูเอกสาร ยังไม่อยากจะเชื่อสายตา “คุณหนูนาราเพิ่งจบปริญญาตรีมาหมาดๆ ก็เลยมีเวลาว่าง มาเล่นบทเป็นคนงานจนๆที่ไร่บัวขาว”
กชรู้ว่าสีหนาทประชด พูดขึ้น “ดูหน้าตาผิวพรรณ กิริยามารยาทเป็นผู้ดี แต่ก็ไม่นึกเลย ว่าจะมาจากตระกูลระดับนั้น คุณคิดว่าคุณหนูจากตระกูลเศรษฐีหมื่นล้าน จะดั้นด้นมาเป็นคนงานในไร่ของคุณเพื่ออะไร”
สีหนาทอึ้งไป ก่อนจะบอก “ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน” สีหนาทคิด อยากรู้และหนักใจอยู่ไม่น้อย !!

ที่เรือนใหญ่ สีหนาทกำลังเดินมาที่ห้องทำงาน ในหัวยังครุ่นคิดเรื่องหนูนา ห่างจากประตูห้องสองสามเมตร เห็นหนูนาเคลื่อนไหวจัดเก็บแฟ้มอยู่ สีหนาทชะงัก จากทีแรกจะเดินเข้าไป หยุดมองดู..
ในห้องหนูนากำลังจัดวางแฟ้มตามหมวดหมู่ แล้วเอาสมุดงานมาเช็คตารางงาน…สีหนาท รู้สึกทึ่งนิดๆที่หลานสาวเศรษฐีหมื่นล้าน ดูเป็นกันเองคุ้นเคยกับห้องทำงานของเขาอย่างไม่ขัดเขิน
หนูนาเริ่มรู้สึกตัวว่ามีคนมองอยู่ พอหันไปเห็นสีหนาท ก็ชะงักไปอย่างประหลาดใจ “คุณ…มาเงียบๆอีกแล้ว ทำไมมาแล้วถึงไม่เข้ามาล่ะคะ”
“อ๋อ ก็ฉันไม่อยากกวนเธอ”
หนูนานิ่วหน้ากับคำตอบของสีหนาท “กวนฉัน? แต่นี่ห้องทำงานของคุณนะคะ พูดอะไรแปลกๆ”
สีหนาทคิด เดินมาใกล้ ยิ้มๆ “แล้วถ้าพูดแบบนี้แปลกมั้ย? ฉันยังไม่รีบเข้าห้องทำงานเพราะว่าหิวข้าวแล้ว จะมาชวนเธอไปกินมื้อเที่ยงกัน” สีหนาทยิ้มหน้าเป็นให้หนูนา เปลี่ยนเป็นสีหน้ายามที่ชอบหยอกเย้าหนูนาตามปกติ

สีหนาทกับหนูนานั่งร่วมโต๊ะกัน สองคนนั่งกันคนละฝั่ง ขณะที่รับประทานสีหนาทพูดขึ้น “เธอคุ้นกับอาหารเหนือดีแล้วใช่มั้ย? หนูนา”
“ค่ะ อาหารเหนืออร่อยหลายอย่าง แล้วทั้งป้าไข่ ป้าอวนก็ทำอาหารเก่งทั้งคู่”
สีหนาทพยักหน้า “แล้วปกติอยู่ที่บ้าน เธอกินอะไร?”
หนูนาชะงักไป “ก็ อาหารภาคกลางทั่วๆไป เจ้าของบ้านกินอะไร ฉันก็ กินที่เหลือ..” สีหนาทเห็นหนูนาตอบไปก็หลบๆสายตา.. สีหนาทครุ่นคิดเผลอยกมือขึ้นถูคาง เหม่อ..หนูนาลอบมอง “คุณมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าคะ”
“รู้ได้ไงว่าฉันไม่สบายใจ”
หนูนายิ้มสดใส ยกมือถูคางล้อๆ “เวลาคุณคิดอะไรไม่ตก หรือมีเรื่องกังวลใจอะไร คุณชอบเอามือถูคางอยู่เรื่อย”
“ช่างสังเกตเหมือนกันนะเรา เก่งจริง หนูนา ... ส่งมือมาหน่อยสิ”
หนูนาระแวงนิดๆ “ทำไมคะ ?”
“ฉันมีบางอย่างอยากจะบอกเธอ แต่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นมันไม่เท่ากับมือคลำ”
“งั้น ฉันไม่รู้ก็ได้ค่ะ !”

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 12/2 วันที่ 25 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ