อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 12/2 วันที่ 9 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 12/2 วันที่ 9 ธ.ค. 58

จังหวะที่คุยกันอยู่ลีลามองไปที่ฟุตบาทเห็นอารีย์กำลังเดินขึ้นบันไดสะพานลอย อีกฝ่ายกำลังหยิบมือถือออกมา กดโทรออก พลางข้ามจากฝั่งที่รถลีลาจอดอยู่ไปอีกฝั่งหนึ่ง
ลีลามองรู้สึกสะดุดใจที่เห็นคนที่เดินตามหลังอารีย์ ใส่เสื้อคลุมเอาฮูทคลุมหัวไว้ ลีลามองตามรู้สึกไม่สบายใจ ไฟแดงเปลี่ยนเป็นเขียว หญิงสาวตัดสินใจขยับหาที่เข้าจอดรถข้างทาง หันมองไปที่ทางลงสะพานลอยที่อยู่อีกฝั่ง

ที่บ้านศิริ ศตวรรษนั่งเล่นเปียโน นรุตม์กลับเข้ามามองศตวรรษอย่างใช้ความคิด ศตวรรษหันมาเห็นก็พุ่งเข้ามาหาทันที “พี่รุตม์ ผมกับคุณลีเลือกห้องจัดเลี้ยงแล้วนะครับ”


“ก็ดีนะ เวลาเตรียมงานน้อยๆ ตัดสินใจเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี แล้วทำไมถึงกลับเร็วล่ะ ไม่ไปไหนกับแฟนต่อเหรอ”
“คุณลีมีธุระต้องรีบไปต่างจังหวัดน่ะครับ ผมจะตามไปด้วยแต่คุณลีว่าจะทำงานไม่สะดวก ผมก็เลยกลับ”
“ธุระ?...” นรุตม์นึกถึงสิ่งที่นักสืบบอกมาว่าทุกวันศุกร์ลีลาจะขับรถกลับบ้านต่างจังหวัด “วันนี้วันศุกร์ใช่ไหม”
“ครับ...”
เสียงมือถือของนรุตม์ดังขึ้น นรุตม์มองแล้วกดรับสาย “สวัสดีครับ”
“คุณณรุตม์คะ ดิฉันอารีย์นะคะ”
“มีเรื่องด่วนหรือเปล่าครับ” นรุตม์เดินห่างจากศตวรรษออกมา

อารีย์ที่เดินอยู่บนสะพานลอย เห็นว่าบนสะพานลอยไม่มีคนอื่นอยู่เลย จึงเดินคุยมือถือด้วยสีหน้าร้อนรนมาก
“เรื่องที่คุณสั่งให้หาตัวคนที่ทำร้ายมิสเตอร์เฉิน อารีย์ทราบตัวแล้วค่ะว่าเป็นใคร”
“ใครครับ” นรุตม์สีหน้าตื่นเต้นนิด ๆ
“เขาคือ...”อารีย์กำลังจะบอกขณะที่กำลังจะก้าวลงบันไดก็ชะงักเพราะชายเสื้อด้านหลังเหมือนมีคนดึงไว้ อารีย์เห็นลำไพรที่สวมเสื้อคลุมมีฮูดเข้ามาด้านหลัง “เธอ!” อารีย์หันกลับมาเห็นลำไพรในระยะประชิด จังหวะที่อารีย์พูดปั๊บ ลำไพรก็ผลักเข้าที่ไหล่ของอารีย์ อารีย์ร้องด้วยความตกใจ หงายหลังร่วงลงบันไดสะพานลอยจากขั้นบนสุด ลีลาที่นั่งอยู่ในรถตกใจ เมื่อเห็นอารีย์ ที่ถูกผลักตกบันไดสะพานลอย
ร่างอารีย์กลิ้งไปกับบันได หัวอารีย์กระแทกกับขั้นบันไดจนไปกองอยู่ที่ขั้นพักบันได โทรศัพท์ของอารีย์ หล่นแตกกระจาย
“คุณอารีย์ คุณอารีย์!” นรุตม์ตกใจมากที่โทรศัพท์ถูกตัดสายไป นรุตม์กระวนกระวายรีบกดโทรด่วน “คุณธี ตามหาคุณอารีย์ให้เจอเดี๋ยวนี้!”
ลีลารีบเปิดประตูลงจากรถทันที แล้วรีบวิ่งข้ามถนนไป ขณะที่ลำไพรยิ้มสะใจ ก่อนจะเดิน เร็วๆ ลงบันไดมาพลางใช้เท้าสะกิดอารีย์เห็นนิ่งไม่ไหวติง
“คุณอารีย์!” ลำไพรตกใจที่ได้ยินเสียงลีลา จึงรีบวิ่งหนีไปทันที ปล่อยอารีย์นอนแน่นิ่งไว้อย่างนั้น “คุณอารีย์!” ลีลารีบเข้าไปประคองอารีย์ที่เลือดอาบหน้า
อารีย์ที่สติสุดท้ายกำลังจะขาด “มือ...ถือ...” ลีลาพยายามตั้งใจฟัง “มือ...” อารีย์เอ่ยไม่จบก็สลบไปคาอ้อมแขนของลีลา
“คุณอารีย์ คุณอารีย์!” ลีลาพยายามร้องเรียกอีกฝ่าย

นรุตม์รีบเข้ามาที่หน้าห้องผ่าตัดแล้วต้องชะงักที่เห็นลีลาที่เสื้อมีรอยเปื้อนเลือด กำลังจะเดินเลี้ยวออกไปอีกทาง
นรุตม์รีบคว้าแขนลีลาไว้ “คุณเป็นอะไร!”
ลีลาชะงักที่เห็นนรุตม์ เห็นสายตาอีกฝ่ายมองที่ตัวเอง ก็มองตามสายตาแล้วจึงเห็นคราบเลือดที่อยู่บนเสื้อผ้าตัวเอง ลีลาเข้าใจพยายามบิดมือออก “ฉันไม่ได้เป็นอะไร...”
นรุตม์ยังไม่ยอมปล่อยมือ “บอกผมมาว่าคราบเลือดพวกนี้มาจากไหน!”
ธีรพัฒน์ที่ตามเสียงของนรุตม์มา รีบตรงเข้ามาหา “คุณรุตม์...คุณลีเป็นคนโทรบอกผมเรื่องคุณอารีย์ครับ”
นรุตม์หันมองแปลกใจ“คุณไปเจอคุณอารีย์ได้ยังไง”
“ผ่านไปเจอ”
“ที่ไหนเหรอครับที่คุณผ่านไปเจอ”
“เส้นหน้าโรงแรม ตรงซอย 120”
“บ้านคุณไม่ได้ไปทางนั้นนี่”
ลีลาไม่พอใจ “คุณกำลังคิดว่าที่ฉันเจอคุณอารีย์ไม่ใช่ความบังเอิญ?”
“ผมจำเป็นต้องสงสัยเพราะตอนเกิดเรื่องคุณอารีย์โทรคุยกับผม เขากำลังจะบอกผมว่าคนที่วางแผนทำร้ายมิสเตอร์เฉินคือใคร”
“คุณสงสัยฉัน?”
“...ถ้าผมจะสงสัยเพราะเคยรู้จักไลฟ์สไตล์ของคุณ มันก็ไม่แปลก”
“คนเราเปลี่ยนทุกวัน เปลี่ยนทางกลับบ้าน เปลี่ยนความคิด”
“เปลี่ยนใจ...”
ลีลาฝืนยิ้มรับดูไม่สะทกสะท้าน “ค่ะ”
ธีรพัฒน์มองอาการของนรุตม์กับลีลาอย่างไม่เข้าใจ เพราะสายตา ของลีลาก็ดูยังมีเยื่อใยกับนรุตม์ มือถือลีลาสั่นขึ้น ลีลามองเห็นว่าเป็นมัสยาโทรมา “ฉันทำหน้าที่พลเมืองดีเรียบร้อยแล้ว ขอตัวนะคะ” ลีลากดรับโทรศัพท์แล้วเดินออกไปเลย
นรุตม์หันไปทางธีรพัฒน์“คุณธี คนของเราไปที่โน่นแล้วใช่ไหม”
“ครับ”
นรุตม์คิดแค่ชั่วขณะ “ขอกุญแจรถคุณหน่อย” ธีรพัฒน์งงแต่ก็รีบหยิบส่งกุญแจรถตัวเองให้นรุตม์ นรุตม์ส่งกุญแจรถของ ตัวเองให้ธีรพัฒน์ “พรุ่งนี้ผมจะคืนให้” นรุตม์เอ่ยแล้วรีบเดินออกไป
ธีรพัฒน์มองตามสงสัยว่านรุตม์คิดจะทำอะไร
ลีลาขับรถออกมาจากโรงพยาบาล โดยที่นรุตม์ขับรถของธีรพัฒน์ตามออกมา นรุตม์ขับตามรถของลีลาไปห่างๆ รถของลีลาวิ่งไปตามทาง

ที่บ้านพักของวิทยา ในรีสอร์ทวิรัตน์ วิทยาเดินคุยมือถือเข้ามาที่หน้าบ้านพักเป็นบ้านไม้ที่อยู่ห่างออกมาจากรีสอร์ท สีหน้าวิทยาเคร่งเครียดมาก “แล้วคุณอารีย์ปลอดภัยหรือยังครับ...” วิทยาสีหน้าผ่อนคลายเพราะทางโน้นบอกว่าปลอดภัยแต่ยังไม่ฟื้น “จะเกี่ยวกับคุณณรัลหรือเปล่า..ผมไม่แน่ใจ ผมจะลองสืบให้..” วิทยาเห็นหน้าบ้านพักค่อนข้างมืดก็เดินไป กดสวิทช์เปิดไฟ แต่ไม่ติด
วิทยากดมือถือ“ผมให้แจ้งการไฟฟ้ามาเช็คไฟที่รีสอร์ทตั้งแต่บ่าย ทำไมไฟยังไม่มาอีก รีบจัดการก่อนคุณณรัลกลับมา” จังหวะที่เดินวิทยาอยู่นั้นเตะเข้ากับของที่วางอยู่ วิทยาวางสายแล้วเปิดไฟฉายจากมือถือ เปิดลิ้นชักค้นๆ ของ
เวลาต่อมา วิทยาจุดเทียนในห้องสองจุด จากนั้นเปิดขวดแอลกอฮอลล์แล้วชุบสำลี มองที่ขาของตนเห็นว่ามีรอยแผลมีเลือดซึมนิด ๆ เสียงมือถือวิทยาดังขึ้น เป็นข้อความเข้าวิทยาวางสำลีแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาดู สีหน้าแปลกใจ “คุณณรัล...” วิทยากดเปิด เป็นคลิปที่วิทยาไปพบนรุตม์กับธีรพัฒน์ แล้วเสียงประตูบ้านก็ดังขึ้น
วิทยาสะดุ้งแล้วเดินไปเปิดประตู พอเปิดออกมาก็เห็นณรัลยืนอยู่ที่หน้าประตู วิทยายังไม่ทันเอ่ยปาก ณรัลก็ต่อยวิทยา วิทยาเซไปยังไม่ทันตั้งหลัก ณรัลตามเข้าไปต่อยซ้ำ แรงโมโหทำให้ณรัลคว้าเก้าอี้ไม้จะฟาด วิทยาหลบ เก้าอี้เลยไปฟาดกับเสา ขาเก้าอี้หักครึ่งเป็นซี่แหลม ณรัลยังไม่หยุดพยายามจะฟาด วิทยาหลบจน เก้าอี้หลุดเป็นชิ้นๆ กระจายอยู่ที่พื้น
ณรัลกระชากคอเสื้อวิทยาขึ้นมาแล้วต่อยไม่นับ วิทยาพยายามปัดป้องแต่ดูจะไม่ได้ผลนัก “แกหักหลังฉัน ไอ้ทรยศ! ทั้งที่ฉันไว้ใจแก!” ณรัลเอ่ยเสียงแค้น วิทยาไม่ได้ปัดป้อง ปล่อยให้ณรัลต่อย ณรัลเห็นวิทยาไม่ปัดป้องก็เหวี่ยงวิทยาด้วยอารมณ์ทั้งเสียใจทั้งแค้นอย่างมาก
วิทยาที่เสียหลักก็ไม่ได้ฝืนขืนตัวไว้ ปล่อยให้ตัวเองถูกเหวี่ยงไปตามแรง จนวิทยากวาดของบนโต๊ะ ทั้งขวดแอลกอฮอลล์ กระดาษเอกสารรวมทั้งเทียนที่จุดอยู่ร่วงลงพื้น เทียนที่หล่นลงบนกระดาษที่เปียกด้วยแอลกอฮอลล์ ทำให้ไฟลุกพรึ่บติดเอกสารที่กระจายบนพื้น ไฟลามจากกระดาษไล่ลามไปที่ไปติดกับผ้าปูที่นอน ไฟลามอย่างรวดเร็ว
วิทยาที่ร่วงลงพื้นอยางเสียการควบคุม ร่างวิทยาหงายลงไปถูกขาเก้าอี้เสียบเข้าที่กลางหลัง วิทยาได้แต่ตาเบิกโพลงร้องไม่ออก ณรัลมองไฟรอบตัวที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว ก็ตกใจจะไปแล้วหันมองวิทยา ณรัลจะเข้าไปช่วยด้วยความเป็นห่วง แต่กลับชะงักมองด้วยสายตาที่หมดความไว้ใจ หมดความผูกพัน มองวิทยาเป็นคนแปลกหน้าในชีวิต ณรัลหันหลังให้วิทยาและวิ่งออกไปจากไฟที่ลุกโหม ณรัลพุ่งตัวออกมาจนห่างออกมาพอที่จะปลอดภัย ลุกขึ้นยืนนิ่งมองเพลิงโหมผลาญบ้านพักของวิทยา
ขณะเดียวกัน วิทยาที่บาดเจ็บมองไฟที่กำลังลุกโหม ความเจ็บปวดที่เพิ่มมากขึ้น นึกถึงเรื่องสายข้างตัว ณรัลที่นรุตม์เอ่ยถึง และช่วงที่เจอลำไพรตรงบันไดหนีไฟ วิทยาก็มั่นใจว่าเป็นลำไพร วิทยาพยายามใช้กำลังเฮือกสุดท้ายคลานไปที่โทรศัพท์ กระเสือกกระสนทั้งที่ลมหายใจรวยรินเต็มที วิทยากดโทรศัพท์เปิดสปีคเกอร์โฟน เสียง สัญญาณจากโทรศัพท์ว่าสัญญาณต่อสายติดแล้ว
นรุตม์กดรับสายวิทยา “วิทยา...ฮัลโหล” นรุตม์ไม่ได้ยินเสียงตอบโต้ นรุตม์ชักไม่สบายใจ
“ละ...ละ...”วิทยาพยายามพูดว่าเป็นลำไพรแต่เสียงออกมาไม่ชัดนัก
“ผมได้ยินไม่ชัด พูดเสียงดังหน่อยได้ไหม” นรุตม์พยายามตั้งใจฟัง แต่ได้ยินไม่ชัด วิทยาพยายามจะพูด แต่ก็สายไปแล้ววิทยาขาดใจตายไปเสียก่อน นรุตม์รู้สึกว่าเงียบไปไม่มีการตอบรับ มองมือถือแล้วพยายามกดโทรกลับไป แต่ไม่มีคนรับสายแล้ว

ตัวบ้านไม้บางส่วนที่ถูกไฟแผดเผาพังลงมา ณรัลมองไม้ที่ยังกรุ่นด้วยความร้อนอย่างตัดสินใจ นั่งลงแล้วทิ้งตัวแนบไม้ที่ยังร้อน เสียงณรัลที่ร้องด้วยความเจ็บปวดก้องไปทั่วบริเวณ

ขณะเดียวกัน นรุตม์ยังพยายามกดซ้ำแต่ไม่มีการรับสาย นรุตม์เครียดกังวล มองไปข้างหน้าเห็นว่า รถของลีลาเร่งความเร็วแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนย่อยกะทันหัน นรุตม์เลี้ยวตามเข้าไปแล้วชะงักเพราะไม่เห็นรถของลีลาอีกแล้ว นรุตม์คิดแล้วขับรถเข้าไปในซอย หวังจะตามลีลาให้ทัน
รถของนรุตม์ที่แล่นเข้ามาในซอย ผ่านทางเข้าถนนสายเล็กๆ ไป ทางด้านขวาของถนน เห็นรถของลีลาที่จอดแอบอยู่ พอรถนรุตม์แล่นผ่านไป ลีลาค่อยๆ ขับรถออกมาในความมืด แต่ขณะที่ตัวหน้ารถยื่นออกมากลาง ซอยยังไม่ทันได้ขับออกไป ทันใดนั้นก็มีแสงจากไฟหน้ารถเปิดสาดใส่รถของลีลา หญิงสาวตาพร่าไปชั่วขณะ ยังไม่ทันจะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ รถของนรุตม์ก็พุ่งมาขวางรถของลีลาไว้ทำให้ลีลาไปต่อไม่ได้ ลีลามองไปที่กระจกหลังก็เห็นมีแต่ป่าทึบมืด จึงนั่งนิ่งอยู่ในรถ

นรุตม์ลงมาจากรถตรงเข้าเคาะกระจกรถข้างคนขับ ลีลาตัดสินใจลงมาจากรถมองนรุตม์ด้วยสายตา สมเพช จงใจกวนประสาท “ขอบคุณนะคะที่รักฉันมากขนาดนี้”
“ผมยังแสดงออกแบบนั้นอยู่เหรอ”
ลีลาเข้าไปใกล้แตะเหมือนยั่วยวน กวนประสาทหวัง ให้นรุตม์ถอยไปเอง “ฉันเห็นมีแค่เหตุผลเดียวที่ทำให้คุณตามฉันมา” นรุตม์กลับจับมือลีลาไว้ไม่ถอยอย่างเคย ลีลาชะงักที่นรุตม์รุก
“เหตุผลของผมคืออยากมารู้จักครอบครัวของว่าที่น้องสะใภ้ พ่อกับอาของคุณ”
ลีลาอึ้งไปนิดแต่ตั้งสติได้ “ฉันมีพ่อดลเป็นพ่อบุญธรรม ไม่มีอาที่ไหนอีก แล้วพ่อดลก็ไม่ได้อยู่ที่นี่”
นรุตม์โชว์รูปภาพบ้านที่นักสืบแอบถ่ายมา “แล้วคนที่อยู่บ้านหลังนี้ บ้านที่เป็นชื่อคุณ สองคนนี้คือใคร”
“เขาเป็นเจ้าของที่ที่ขายบ้านให้กับฉัน ฉันจะใช้ที่นี่เป็นบ้านพักสำหรับฮันนีมูนระหว่างฉันกับคุณวรรษ”
“ถ้าคุณยืนยันแบบนั้นผมคงต้องทำตามแผนเดิม”
“แผนอะไร”
“เชิญเจ้าของบ้านมาคุยให้เคลียร์ว่าที่คุณพูดะไรคือความจริงบ้าง ป่านนี้คนของผมคงกำลังเคาะประตู บ้านหลังนั้นอยู่” ลีลามีท่าทีตกใจ แล้วเสียงมือถือนรุตม์ดังขึ้น นรุตม์กดรับสีหน้าตะลึง “บ้านหลังนั้นโดนรื้อหมดแล้ว เป็นไปได้ยังไง”
ธีรพัฒน์โทรรายงานด้วยสีหน้าร้อนรน “คนของเราเข้าไปถึงที่นั่นแต่บ้านหลังนั้นถูกรื้อเหลือแต่โครง ไม่มีของอะไรทิ้งไว้เป็นร่องรอย ชาวบ้านแถว นั้นบอกว่า มันถูกรื้อตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไม่รู้ว่าคนในบ้านหายไปไหนครับ”
นรุตม์ที่ยังคุยมือถือหันมาทางลีลา แต่เห็นว่าลีลากำลังยกกล้องโทรศัพท์ขึ้นถ่ายคลิปวิดีโอที่ทำให้เห็นทั้ง ลีลา และนรุตม์
“ลี!...” ธีรพัฒน์ตกใจที่ได้ยินเสียงของนรุตม์เรียกชื่อลีลา แล้วสายก็ถูกตัดไป ธีรพัฒน์สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
ลีลารีบวิ่งแล้วพยายามจะกดส่งคลิปทางมือถือ นรุตม์วิ่งตามมาพลางเก็บมือถือตัวเอง จังหวะที่นรุตม์ จะถึงตัว ลีลามองหน้าจอที่พยายามจะบีบอัดวีดีโอส่ง นรุตม์เข้ามาคว้ามือถือจากลีลา ลีลาจับแน่นไม่ยอมปล่อย นรุตม์พยายามจะดึงมาแต่ลีลาไม่ยอม ลีลาพยายามจะหนีจังหวะก้าว ลีลาถอยผิดจังหวะจนขาพลิกล้มลงไปกับพื้น
นรุตม์ลงนั่งตรงหน้าลีลา แล้วเอามือถือจากมือลีลามา มองที่หน้าจอเป็นห้องไลน์ที่ไม่ระบุชื่อ และเห็นว่าคลิปถูกส่งไปแล้วแต่ปลายทางยังไม่ได้อ่าน
“คุณส่งไปให้ใคร” นรุตม์เอ่ยท่าทีคุกคาม
“ฉันส่งคลิปกับรูปไปที่ปลอดภัย ถ้าคุณไม่หยุดวุ่นวายกับฉัน คนของฉันจะส่งคลิปไปให้หนังสือพิมพ์กับน้องชายของคุณ คุณวรรษจะคิดยังไง ถ้าเห็นคลิปกับรูปที่พี่ชายตามว่าที่ภรรยาของเขามา”
“วรรษไม่มีทางเชื่อคุณ”
“งั้นก็ข่าวอื้อฉาว พี่น้องแย่งผู้หญิงกัน ชื่อเสียงโรงแรมคุณเกือบพังมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำไมฉันจะทำอีกครั้งไม่ได้”
นรุตม์ดึงแขนลีลาเข้าหาตัวช้าๆ สีหน้าสายตาดูพร้อมโต้ตอบไม่ยั้ง “มันไม่ฉลาดเลยนะที่คิดจะเป็นศัตรูกับผม”
“จะใช้อะไรดีล่ะคะ เงิน อำนาจ พวกคุณมันเป็นจอมทำลายชีวิตคนอื่นอยู่แล้วนี่ สูงส่ง เห็นแก่ตัว ละโมบ เป็นคุณสมบัติของเดชาเลิศรัตน์สินะ”
“ลีลา...วรรษเขาจริงใจกับคุณ ไม่ว่าคุณจะเกลียดพวกเราด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม อย่าใช้หัวใจของน้องชาย ผมเป็นเครื่องมือ”
ลีลาจงใจเอ่ยกวนประสาทท้าทาย “ฉันเกรงว่าจะไม่ทันแล้วน่ะสิคะ”
“เราจบกันแบบสันติไม่ได้ใช่ไหม”
“แอ็กชั่นเท่ากับรีแอ็กชั่น พูดให้ง่ายๆ เคยทำไว้แค่ไหน ก็ต้องโดนตีคืนเท่ากันให้สาสม!” นรุตม์อึ้งกับการ ท้าทายของลีลา “คืนนี้เราสนุกกันมากพอแล้ว หลีกทางให้ฉัน ก่อนที่คุณจะต้องลำบาก”
นรุตม์มองความมั่นใจของลีลาอย่างไม่พอใจ เริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาบ้าง“หยุดเถอะลี...ก่อนที่คุณจะไม่เหลืออะไรเลย...”
ลีลายิ้มเหมือนเย้ย“คำขู่ของคุณ ทำให้ฉันคิดว่าที่คุณต้องการมากที่สุดตอนนี้คือ การตื่น!...” ลีลาดึงนรุตม์เข้ามาจนใกล้มาก “เพราะคุณไม่มีวันชนะฉัน แต่ถ้าคุณยังอยากฝัน ฉันจะปลุกคุณเอง...” เสียงเฟสไทม์ดังขึ้นเป็นศตวรรษวีดีโอเฟสไทม์มา ลีลายิ้มร้าย “ถ้าฉันไม่รับสาย คุณวรรษต้องสงสัย แล้วถ้าฉันไม่กลับไปก่อนเที่ยงคืน คนของฉันจะส่งคลิปให้น้องชายคุณ”
นรุตม์มองอย่างลังเล ลีลามองนรุตม์ด้วยสีหน้ามั่นใจมากว่ายังไงก็ต้องยอม นรุตม์จำต้องส่งมือถือคืนให้กับลีลา ลีลารับมามองอย่างผู้ชนะแล้วกดรับเฟสไทม์

“คุณลี คุณอยู่ที่ไหนครับ”
“ลีมาธุระน่ะค่ะ คุณเข้าไปที่โต๊ะก่อนเลยค่ะ”
“ธุระที่ไหนทำไมมันดูเป็นป่ามืดล่ะครับ มีอะไรหรือเปล่า”
“ลีจอดรถหยิบของน่ะค่ะ ลีกำลังจะรีบไป”
“เร็วหน่อยนะครับ ผมคิดถึง”
“ลีก็คิดถึงคุณค่ะ”

ลีลากดวางสายแล้วหันมายิ้มกับนรุตม์ที่ยืนมอง สายตาของนรุตม์ปิดความเจ็บปวดไว้ไม่มิด “น้องชายคุณรอฉันอยู่ บายนะคะ” ลีลาหันมาหานรุตม์ยิ้มอย่างสะใจในชัยชนะ ลีลาพยายาม จะลุกแต่ เจ็บที่ข้อเท้าซ้าย ลีลาสะดุดจะล้ม
นรุตม์ที่ไวกว่าเข้ารับตัวลีลาไว้ ลีลาสะบัดให้หลุดจะเดินต่อแต่ก็อวดเก่งได้ไม่กี่ก้าว ลีลาเจ็บแต่กัดฟันไว้ นรุตม์มองรู้ว่าลีลาพยายามจะอวดเก่ง สุดท้ายนรุตม์ก็ทนไม่ได้เข้าไปอุ้มลีลา
“ปล่อย! ฉันเดินเองได้”
“ผมไม่อยากให้วรรษต้องรอนาน”
“นานแค่ไหนคุณวรรษก็พร้อมจะรอคนที่เขารัก”
“วรรษจริงใจกับคนที่เขารักเสมอ แล้วคุณล่ะ...จริงใจกับวรรษบ้างไหม” ลีลาอึ้งเงียบไป ด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ ลีลารู้สึกผิดแต่ยังต้องทำเป็นเชิดหน้าไว้
นรุตม์อุ้มลีลาเดินกลับไปที่รถ ท่ามกลางความเงียบ ทั้งคู่อยู่ในช่วงเวลาที่ได้กลับมาใกล้ชิดกัน ลีลาเหลือบมองนรุตม์ด้วยความเสียใจ

นรุตม์วางลีลาตรงที่นั่งคนขับ จังหวะที่วางหน้าของทั้งสองคนอยู่ในระยะใกล้ ต่างคนต่างนิ่งไปเหมือนถูกสะกด
“ผมจะปกป้องครอบครัวของผมให้ถึงที่สุด”
“น้องชายคุณก็จะปกป้องฉันเหมือนกัน” ลีลายิ้มแบบเชิญตามสบาย
นรุตม์มองลีลาด้วยสายตาผิดหวัง ลีลามองด้วยสายตาท้าทายมากว่าจะเอายังไง นรุตม์ขยับออกมาปิดประตูรถ ลีลาสตาร์ทรถพยายามหักใจไม่หันไปมองนรุตม์ที่ยืนอยู่ แล้วขับรถออกไปด้วยใจที่เจ็บปวด นรุตม์มองตามด้วยความเสียใจ

ลีลาขับรถมาตามทางด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่สายตาเจ็บปวดนึกถึงภาพความหลังที่เคยมีความสุข แต่ไม่สามารถย้อนกลับคืนไปได้อีกแล้ว ลีลาร้องไห้ด้วยความอัดอั้นกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ที่บ้านพักของวัลภา ชลัมน์กับมัสยานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเห็นด้วยสีหน้าผ่อนคลาย วัลภากับดลฤดียกชาออกมาให้
“ขอบคุณมากนะจ๊ะที่ช่วยเหลือ”
“ครอบครัวของลีก็เหมือนครอบครัวของดีดี้ค่ะ”
“คุณพ่อกับคุณป้าจะพักที่นี่นานเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ เรื่องความปลอดภัย ภากำชับกับทางซิเคียวริตี้ แล้วว่านอกจากภา ลี ดีดี้ ห้ามใครเข้ามาที่นี่เด็ดขาด”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 12/2 วันที่ 9 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ