อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 12/5 วันที่ 10 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 12/5 วันที่ 10 ธ.ค. 58

“25 ปีก่อน หลังจากที่ Castle ได้รับการยอมรับและก้าวขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆ พ่อคิดจะเอาที่ดินที่จะสร้าง Castle Land มาทำรีสอร์ท ถึงได้รู้ว่าชลัมน์โกงเอาที่ดินนั้นมาจนเจ้าของที่ต้องผูกคอตาย แล้วยังให้คนเข้ามาสร้าง หลักฐานปลอมว่าพ่อยักยอก แต่พ่อจับได้ซะก่อน พ่อถึงตัดสินใจดำเนินคดีกับชลัมน์...ถ้าลีลาเป็นลูกสาวของ ชลัมน์จริง เขาอาจต้องการทวงคืน”
“รู้อย่างนี้แล้วพ่อยังจะยอมให้ลีลาแต่งงานกับวรรษเหรอครับ”
“เท่าที่ผ่านมา รุตม์คิดว่าถ้าพ่อไม่ยอมแล้วลีลาจะหยุดไหม?” นรุตม์นิ่งไปรู้ว่าลีลาไม่ หยุดแน่นอน “มันคงจริงอย่างที่ดลบอก” นรุตม์มองศิริสงสัยว่าดลบอกว่าอะไร

อีกด้านหนึ่ง ภายในบ้านพักของวัลภา “ผมโกรธเพราะศิริใช้ไม้แข็งกับพี่ ทำลายความเป็นเพื่อนของเรา ทำลายชีวิตพี่และเพราะความเป็นเพื่อน ผมถึงช่วยพี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่อยากให้พี่กับลีต้องเจอกับเรื่องเลวร้าย แล้วพี่ต้องการอะไรถึง ได้ปล่อยให้ ลีเข้าไปแก้แค้น!!”


ชลัมน์ไม่ปฏิเสธ เพราะรู้ว่าดลไม่เชื่อ “ฉันแค่ต้องการของๆ ฉันคืน”
“เรื่องมันจบไปแล้ว พี่ไม่ควรรื้อฟื้นอีก” ดลเอ่ยเสียงเครียด
“ชีวิตฉันต้องพังเพราะมัน แกจะให้ฉันลืมได้ยังไง!!”
“เพราะผมรู้ว่าพี่เจ็บปวดเพราะศิริทำกับพี่มันมากเกินไป ทั้งเรื่องงาน เรื่องแจ้งความ แล้วยังเรื่องของ...” ดลเอ่ยขึ้นแล้วชะงักไปที่เกือบหลุดปาก ชลัมน์กับมัสยามองอย่างสงสัยที่เห็นดลชะงักไป
“เรื่องอะไรคะ?” มัสยาเอ่ยถามขึ้น
“มีเรื่องอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีก...”ชลัมน์คาดคั้น
ดลอึกอัก “ก็เรื่องที่พี่ต้องพิการ และต้องเสียมะลิวัลย์”
“แค่นี้มันยังไม่พออีกเหรอ ฉันต้องเสียขา เสียเมีย เสียธุรกิจที่ฉันร่วมสร้างกับมันมา แต่มันฮุบไปหมดทุกอย่าง”
“ลีไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ พี่ไม่ควรกดดันให้ลีเข้าไปเสี่ยงแบบนั้น ลีเป็นลูกของพี่นะ”
“ก็เพราะเป็นลูก ลียิ่งต้อเข้าไปทวงทุกอย่างกลับคืนมา สิ่งที่พ่อสร้าง ลูกต้องได้ครอบครองมันถึงจะยุติธรรม!”
“พี่จะไม่หยุดใช่ไหม”
“ไม่”
“พี่รู้ตัวไหมว่า พี่กำลังฆ่าลูกสาวของพี่ทั้งเป็น”
“ฉันกำลังให้ลูกที่ฉันเลี้ยงมาแสดงความกตัญญูต่างหาก”
ดลมองชลัมน์อย่างหงุดหงิด รู้ว่าเปลี่ยนใจชลัมน์ไม่ได้แน่ ขณะนั้นเองวัลภาที่แอบฟังอยู่ก็รู้สึกเครียดไปกับสิ่งที่ได้รับรู้มาเช่นกัน

วันต่อมา ที่บ้านของดล แดนรีบเดินเข้ามาที่ห้องรับแขกด้วยอาการรีบร้อน แดนเห็นดลนั่งรออยู่ในห้อง “พ่อบอกว่าลีมีเรื่องด่วน เรื่องอะไร...” แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นนรุตม์ “ทำไม...”
“เพราะพ่อเชื่อว่ามีแต่นรุตม์กับลูกที่จะช่วยลีได้” นรุตม์กับแดนรอฟังว่าหมายถึงเรื่องอะไร “งานแต่งงานของลีกับศตวรรษจะเกิดขึ้นไม่ได้”
“แต่ทุกอย่างมันถูกลีกำหนดไปแล้ว...” แดนจนใจ
“งั้นเราก็ต้องทำทุกทางเพื่อล้มการแต่งงานครั้งนี้ แดน...”
“ผมทำไม่ได้” แดนคิดเครียด “ลีหวังกับการแต่งงานครั้งนี้มาก ถ้าผมทำลีจะต้องเกลียดผม ผมทำไม่ได้”
ดลมองทางนรุตม์
“จะให้ผมพังงานแต่งงานของน้องชายตัวเองโดยไม่มีเหตุผลที่มันสมควรผมคงทำไม่ได้”
ดลมองนรุตม์ด้วยอาการลังเล “ถ้าลีลาแต่งงานกับศตวรรษ แม่กับน้องสาวของเธอคงไม่มีความสุข”
“ถ้าเป็นเหตุผลนั้น ทำไมตอนลีจะแต่งกับผม คุณอาถึงไม่ขัดขวางล่ะครับ” ดลอึ้งไป “คุณอาคงไม่คิดว่าข้ออ้างลอยๆ ที่ไร้น้ำหนักจะทำให้ผมเชื่อง่ายๆ ใช่ไหมครับ มันดูไม่เป็นเหตุผลเลย สู้บอกว่าลีเป็นลูกสาวของอาชลัมน์ที่มองพ่อผมเป็นศัตรูยังจะดูดีซะกว่า”
ดลกับแดนชะงัก มองนรุตม์
“พ่อเธอรู้เรื่องนี้หรือเปล่า” นรุตม์แค่ยิ้มรับ
“แล้วทำไมยังยอมให้ลีแต่งงาน” แดนเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“คุณอาครับ...เราควรจะพูดตรงๆ กันสักที ผมไม่ผูกใจเจ็บเรื่องที่ลีลาทำกับผม แต่ผมก็ต้องปกป้องครอบครัว ถ้าลีลาเข้ามาเพื่อทำร้ายให้ครอบครัวผมต้องเจ็บปวด ผมจำเป็นที่จะต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
“คุณจะทำอะไรลี” แดนกังวล
“ถ้าจำเป็น...ลีกับครอบครัวก็คงอยู่ในเมืองไทยไม่ได้อีก”
“งั้นเราก็มีเป้าหมายตรงกัน ล้มงานแต่งงานครั้งนี้”
“ไม่ครับ” ดลมองว่าทำไม “เขาว่าจงเก็บมิตรไว้ใกล้ตัว แต่จงเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัวยิ่งกว่า ไม่ว่ายังไงงานแต่งของลีลากับศตวรรษก็ต้องเกิดขึ้น ถ้าเขาสองคนเป็นสามีภรรยากันแล้ว...” นรุตม์เอ่ยตั้งใจจะล่อ หลอกให้ดลพูดเหตุผลจริงๆ ออกมา “ความดีของวรรษอาจจะทำให้ลีลาเปลี่ยนใจ”
“แต่ลีลากับศตวรรษเป็นพี่น้องกัน สองคนนั้นจะแต่งงานกันไม่ได้” ดลเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีทางเลี่ยง
นรุตม์กับแดนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินแล้วหันไปมองดล
ในห้องทำงานของศตวรรษ ชายหนุ่มในชุดสูทหันกลับมา ลีลาเข้ามาช่วยจัดการจับปก ดูความเรียบร้อย สายตาลีลาพอใจมาก “ยินดีด้วยนะคะ Residence Manager คนใหม่ วันนี้คุณดูดีมากนะคะ”
“ดีพอที่จะเดินเคียงข้างคุณหรือเปล่า”
ลีลายิ้มรับ “แค่คุณรักลีก็พอแล้วค่ะ” ศตวรรษมองลีลาด้วยรอยยิ้มหวาน ขยับเข้าหาลีลา ลีลามองศตวรรษที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้จะจูบ ลีลากลับยกมือปิดปากของศตวรรษไว้ “มันคงดูไม่ดีนะคะ ถ้าคุณจะมีรอยลิปสติกในการประชุม”
“ครับผม...รอผมนะ ประชุมเสร็จแล้วไปกินกลางวันด้วยกัน”
“ค่ะ” ศตวรรษเดินออกไป ลีลามองตามด้วยความรู้สึกโล่งใจ สักพักเสียงมือถือของลีลาดังขึ้น ลีลารับสาย “ถึงแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเจอกันที่ช็อปนะคะเจ๊...”

วัลภากดวางสาย ดลฤดียังตามมาสะกิด “เจ๊ไม่รู้”
“แต่เจ๊สงสัยใช่ไหมว่าที่พ่อลีต้องการจริงๆ ไม่ใช่ที่ดิน”
“แต่งกับคุณวรรษ ลีจะต้องตายทั้งเป็น...คำนี้มันทำให้เจ๊รู้สึกไม่ดี”
“ลูกหยีไม่กลับค่ะคุณแม่” เสียงของศิรินธารดังขึ้น วัลภากับดลฤดีหันไปก็เห็นกัลยาลากศิรินธารมาในระยะใกล้แล้ว
“บ้านช่องก็มี ทำไมต้องมานอนโรงแรม”
“ลูกหยีมีสามีแล้ว จะให้เป็นลูกแหง่ติดกับคุณแม่ไม่ได้หรอกค่ะ”
“ถึงจะมีสามีหรือเป็นแม่คน ลูกหยีก็ยังเป็นลูกของแม่อยู่ดี กลับบ้าน เราต้องคุยกัน”
“ไม่ค่ะ” ศิรินธารพยายามจะดึงมือให้หลุด “ลูกหยีตัดสินใจแล้ว ลูกหยีจะย้ายออกจากบ้าน จะสร้างครอบครัวของลูกหยีกับกล้า”
“อยู่นอกบ้าน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น แม่จะช่วยลูกได้ยังไง”
“มันมีอะไรเกิดขึ้นหรอกค่ะ กล้ารักลูกหยี เขาสัญญาว่าจะกลับตัว ลูกหยีเชื่อกล้าค่ะ”
“ถ้าจะไปต้องขออนุญาตคุณพ่อก่อน ไปหาคุณพ่อกัน”
“แม่คะ!”
กัลยาไม่ฟังจะดึงศิรินธารไปให้ได้ จังหวะที่กำลังถูลูถูกังเดินผ่านวัลภากับดลฤดีไป
หาญกล้าเดินเข้ามาตรงกลางจับข้อมือของกัลยาที่จับศิรินธารอยู่มองกัลยาด้วยสายตากร้าว “ช่วยปล่อยภรรยาผมด้วยครับคุณแม่” ขณะที่พูดหาญกล้าใช้แรงบีบข้อมือกัลยาด้วยความแรงจนกัลยาเจ็บ กัลยามองหาญกล้า สายตาหาญกล้ากร้าวใส่กัลยา
กัลยาไม่ยอมปล่อย หวงห่วงลูกไม่ยอมง่ายๆ กัลยามองกร้าวไม่แพ้กัน “เรื่องของฉันกับลูก แกไม่เกี่ยว”
“ในฐานะสามี ผมก็ต้องดูแลภรรยาเหมือนกัน” มือหาญกล้าบีบหนักกว่าเดิมจนกัลยาต้องปล่อยมือจาก ศิรินธาร
กัลยาเจ็บจนโกรธจัด“ไปให้พ้น!” เธอใช้อีกมือที่ยังว่างผลักหาญกล้า
หาญกล้าอาศัยจังหวะนี้ผลักกัลยาสวน ไปด้วยความแรงจนกัลยาล้มหงาย
“คุณแม่!” ศิรินธารตกใจ จังหวะที่กัลยาจะล้มไปถึงพื้น แต่วัลภาที่อยู่ใกล้รีบเข้าไปรับร่างกัลยาไว้
ศิรินธารที่จะโผเข้าไปดูแม่ ถูกหาญกล้าดึงแขนไว้ไม่ยอมให้ไป “เมียผมไม่ใช่เด็กแล้ว เลิกคิดทำลายครอบครัวผมสักที” หาญกล้าพูดจบก็ลากศิรินธารจะออกไป
“ลูกหยี!!” ศิรินธารชะงักหันมา “กลับบ้านกับแม่นะลูก”
“ขอโทษนะคะแม่ ลูกหยีจะไม่กลับไปอีกแล้วค่ะ” ศิรินธารเดินออกไป หาญกล้ามองอย่างเยาะเย้ย
“ลูกหยี...ลูกหยี!!” กัลยาจะลุกแต่ขาแพลงเพราะล้มผิดท่า ร้องไห้พยายามจะลุกแต่ทำไม่ได้ วัลภากับดลฤดีต้องช่วยประคองให้ลุก “ไอ้กล้า! เอาลูกฉันคืนมา ไอ้กล้า ไอ้เลว!” กัลยาร้องไห้จนเป็นลมไป
วัลภากับดลฤดีตกใจ “คุณกัลคะ...คุณกัล”

นรุตม์เดินกลับเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าเครียด แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นศิริที่รออยู่
“อาดลว่ายังไงบ้าง” นรุตม์นิ่งอึ้ง มองศิริอย่างลังเล
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ลีลาน่ะครับ...” ศิริมองหน้าคล้ายถามว่าทำไม “เอ่อ...”
ขณะนั้นเอง ศตวรรษเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน “พ่อครับ”
ศิริหันมาถามลูกชายคนเล็ก “คุณแม่มาถึงหรือยัง เมื่อกี้โทรมาว่าจะมากินกลางวันฉลองให้วรรษ”
“คุณแม่คงไปกินไม่ไหวแล้วครับ”
ศิริกับนรุตม์มองสีหน้าเครียดๆ ของศตวรรษว่าเกิดอะไรขึ้น

ภายในช็อป La Lune กัลยานอนหมดสติ ใบหน้ายังมีคราบน้ำตา
“ผู้หญิงที่ว่าเจ๋งๆ เก่งมาจากไหนก็แพ้ทางลูกหมด” ดลฤดีอ่อนใจ
วัลภาเห็นด้วย “คุณกัลยาเลยดูน่าสงสารไปเลยนะเจอลูกสาวหลงผัวขนาดนี้”
“จิตแตกไม่พอ” ดลฤดีขัดใจ “ยังหน้ามืดตามัว โดนผัวสวมเขาแบบเหยียบหน้ากันแล้วยังจะไปเชิดชูมันอีก เห็นแล้ว อยากจะสกายคิกเรียกสติให้หายโง่” ลีลาชะงักหันมองเพื่อน “ก็ฉันเพิ่งรู้ว่า หาญกล้ามันเหน็บเมียน้อยไว้กับเอวตัวเอง หลอกยัยจิตแตกมาตลอดน่ะสิ”
“แกหมายถึงใคร” ลีลาสงสัย
“ลำไพร...” วัลภาตอบแทน
ดลฤดีมีสีหน้าแบบว่าเวทนาศิรินธาร “ไม่รู้จะสมน้ำหน้าหรือสงสารดี”
“สงสารคนเป็นพ่อเป็นแม่นะ ลูกเห็นคนอื่นดีกว่า” ลีลาเอ่ยขึ้นอย่างปลงๆ
สามสาวมองกัลยาด้วยสายตาสงสาร
บริเวณหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ศิรินธารยืนอยู่ตรงสวนด้านหน้ากับสถาปนิก “จะใช้เวลานานแค่ไหน”
“ผมคุยกับผู้รับเหมาคิดว่าไม่น่าจะเกินอาทิตย์ครับ”
“จะเพิ่มคนงานก็ได้นะ เท่าไหร่ฉันก็จ่าย แต่ขอให้ตกแต่งให้เสร็จเร็วที่สุด” สถาปนิกรับคำ แล้วเดินออกไป สวนกับหาญกล้าที่เดินเข้ามา ศิรินธารยิ้มเอาใจ “เรื่องเอกสารเรียบร้อยแล้วนะคะ”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้พอเราโอนชื่อจากคุณเป็นผมแล้วไปทำเรื่องย้ายชื่อเข้าบ้านกันเลยไหม”
“พรุ่งนี้วันหยุดค่ะ...”
“งั้นก็เซ็นโอนชื่อจากคุณเป็นผมก่อน”
“ทำไมรีบจัง รอวันจันทร์ทีเดียวไม่ได้เหรอคะ”
หาญกล้าชะงักรู้ว่าใจร้อนมากเกินไป “ก็ผมรู้ว่าคุณรำคาญเรื่องทำเอกสาร ก็อยากให้มันเรียบร้อยเร็วๆ”
“กล้ารู้ใจลูกหยีจริงๆ”
“น้ากล้า!” เสียงของต้อมดังขึ้น
ศิรินธารชะงักที่เห็นหาญกล้าเดินนำกลอย พร และต้อมเข้ามา หาญกล้าเอ่ยกับศิรินธารต่อหน้าทุกคน “เราจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมจะให้ทุกคนอยู่สบาย ไม่ต้องอุดอู้กันอีกแล้ว” ศิรินธารยืนอึ้ง “ลูกหยี...”
“สวัสดีค่ะ คุณแม่ พี่พร”
กลอยกับพรรับไหว้แบบไม่ได้ใส่ใจนัก ต้อมแค่มองแต่ไม่ไหว้ไม่สวัสดี
“ทำไมทำหน้างงแบบนั้นล่ะคะลูกหยี” พรเอ่ยถาม
“กล้าไม่ได้บอกลูกหยีก่อนน่ะค่ะว่าคุณแม่กับพี่พรจะมา”
“สมาชิกในครอบครัวก็ควรจะได้เห็นบ้านใหม่ด้วยกัน” หาญกล้าตีขลุม ศิรินธารหันมองกลุ่มของกลอย แล้วอึ้งที่เห็นมากันทั้งโคตร “มันเป็นความฝันของผมที่จะให้ครอบครัวได้มาอยู่ด้วยกัน มันเป็นหน้าที่ของลูกผู้ชายอย่างผม ต้อง ขอบคุณลูกหยีที่ช่วยให้ฝันของผมเป็นจริง ลูกหยีเป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบที่สุด” ศิรินธารได้แต่ยิ้มรับอย่างฝืน
“แล้วห้องนอนต้อมห้องไหนครับน้ากล้า น้าสัญญาว่าถ้ามีบ้านใหม่จะให้ต้อมมีห้องส่วนตัว” ต้อมเอ่ยขึ้นแบบไม่เกรงใจใคร ศิรินธารได้ฟังก็เหวอ ๆ
“ต้อมมันโตแล้วก็ควรจะมีห้องของตัวเองนะ”กลอยออกความเห็น
“เอาเตียงแบบรถแข่งนะน้ากล้า ต้อมเห็นที่ห้างไม่กี่หมื่นเอง”
กลอยมองไปรอบๆ บ้าน “แม่ว่าจะปลูกต้นมะม่วงตรงนั้น ปลูกมะยมหน้าบ้าน ขนุนหลังบ้านเลยดีไหมลูกหยี”
ศิรินธารมองกลอย มองบ้านแบบอึ้งหนัก
“งั้นพี่จะรับจ้างซักรีด เอาเครื่องซักผ้าอันใหญ่ไปเลย หมู่บ้านรวยๆ แบบนี้จะได้โขกราคาให้หนักๆ” พรเอาบ้าง
“ซักรีดเหรอคะ?” ศิรินธารย้อนถามอึ้งๆ
“อืม...ทำไมจ๊ะ ลูกหยีมีปัญหาหรือเปล่า”
“อ้อ...ไม่มีค่ะ”
กลอยกับพรสบตากันมองศิรินธารที่ดูหงอๆ ก็ยิ้มให้กัน
พรอดกระซิบด้วยความพอใจไม่ได้ “กล้ามันแน่จริงนะแม่ กำยัยลูกหยีไว้ในมือเลย”
“เชื้อเก่งจากแม่ทั้งนั้น” กลอยยิ้มสะใจ
“ลูกหยีจ๊ะ กล้าเล่าให้ฟังว่าลูกหยีจะยกหุ้นของตัวเองให้กับกล้าจริงเหรอ”
“ลูกหยีจะขอให้คุณพ่อลงชื่อของกล้าร่วมด้วยค่ะ เป็นของเราทั้งสองคน”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 12/5 วันที่ 10 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ