อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 12/5 วันที่ 25 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 12/5 วันที่ 25 ธ.ค. 58

สีหนาทเห็นรามตำหนิตัวเอง ก็ให้กำลังใจ “น้าราม ผมเชื่อว่าลูกสาวของน้าเค้าจะเข้าใจในเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ที่มันไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้” เขาคิดแล้วบอก “แต่สำหรับผู้หญิง ที่เค้ารังเกียจน้าคนนั้น ผมไม่มีอะไรจะแนะนำ นอกจากจะบอกว่า ผมเห็นด้วยกับยัยน้องว่า น้ารามเป็นคนที่มีค่า เพราะฉะนั้นอย่ามัวเสียเวลาให้กับคนที่ไม่รู้ค่าของน้ารามอีกเลย”

“ขอบคุณครับคุณสิงห์ ที่คุณเตือนสติผม” เป็นครั้งแรกที่รามกล้ายอมรับความเจ็บปวดอย่างตรงๆ กล้าที่จะถอยออกมาห่างจากปมของตัวเอง แต่สายตา และท่าทางของรามก็ยังดูเป็นกังวลไม่น้อย “ที่ผ่านมา ผมเอาแต่ฝังใจอยู่กับคำพูดว่า พ่ออย่างผมคือตัวอุปสรรคในชีวิตของลูก จนผมลืมคิดไปว่าผมสามารถจะสอนสิ่งนี้แก่ลูกผมได้ ให้แกเข้าใจความผิดพลาดของคนเรา ของพ่อแก ให้แกเข้าใจและไม่ต้องหลบหนีจากมันเหมือนผม!!” สีหนาทพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับรามอย่างเต็มที่ “ถ้าคุณสิงห์ไม่ว่าอะไร พองานที่ไร่ว่างลงแล้ว ผม..ผมจะขอลางาน..เพื่อไปกรุงเทพสักสามสี่วัน”


“ได้สิครับ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
รามโล่งอกขึ้นมาก แต่แล้วก็นึกถึงเรื่องขนิษฐา หน้าเครียดลงอีก “คุณสิงห์ครับ แล้วเรื่องคุณน้อง”
สีหนาทถอนใจ “ความรัก..นี่มันแปลกนะครับน้าราม ใครจะรักกับใครมันไม่มีกฎเกณฑ์อะไรเลย และถึงผมจะเป็นเจ้าของไร่ ก็ไม่มีอำนาจไปห้ามใครให้รัก หรือไม่รักกันได้ ถ้าน้ารามจะเห็นยัยน้องเป็นแค่เจ้านาย ก็ทำถูกแล้วที่จะไม่ให้ความหวังเค้า แต่ ถ้าหลังจากที่น้าจัดการอะไรๆได้เรียบร้อยแล้ว..คิดจะเปลี่ยนใจ ผมก็ไม่ขัดข้อง..” รามมองสีหนาทอย่างไม่อยากจะเชื่อ “อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้ว น้าไม่ใช่แค่ผู้จัดการไร่” มองหน้ารามแน่นิ่ง “น้าเป็น เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่ผมเคารพรัก เหมือนกับคนในครอบครัวเราคนนึง แล้วคำว่า ครอบครัวมันไม่มีใครสูง หรือต่ำกว่าใคร เรามีแต่จะรักและหวังดีต่อกันเท่านั้น”
รามอึ้ง..และทึ่งในน้ำใจของสีหนาทที่ยอมรับเขาได้ถึงขนาดนี้…..แม้ไม่พูดอะไรออกมา แต่แววตาของรามปรากฏแววของความตื้นตัน และยังแฝงด้วยความหวังเรื่องลูกขึ้นมาอีกครั้ง

ขนิษฐาเดินออกมาบอกสีหนาทที่โต๊ะอาหาร เห็นร่องรอยความเศร้าในแววตาอิดโรยที่ไม่ได้หลับได้นอน แต่ปกปิดร่องรอยนั้นไว้ด้วยเมคอัพ
ไข่ซึ่งรินกาแฟให้สีหนาทอยู่ ฟังแล้วตาโต “คุณน้องจะไปอยู่ตี้โรงแรม งานมันหนักขนาดนั้นเลยกะเจ้า? ถึงต้องไปอยู่ไปนอนตั้งหลายๆคืนแบบนี้” ไข่หันไปไล่เบี้ยสิงห์ “น่าจะหาคนมาช่วยงานคุณน้องนะเจ้า ถ้างานหนักจะอี้”
สีหนาทมองขนิษฐา รู้ว่าไม่ใช่เรื่องงาน ลุกขึ้น บอกขนิษฐา “ก็ดีเหมือนกัน เห็นน้องไปๆกลับๆช่วงนี้พี่ก็เป็นห่วง” เขาโอบไหล่ขนิษฐา ปลอบ “พักอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะสบายใจเลยนะ ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้”
ขนิษฐารู้สึกได้ถึงความห่วงใยจากสีหนาท...พยักหน้า โล่งใจที่สีหนาทเข้าใจและไม่เซ้าซี้
ไข่บ่น “บอกให้หาคนมาช่วย กลายเป็นยุส่งซะอีกแน่ะ อย่าทำงานให้มัน หนักมากนะเจ้า”
ขนิษฐาพยักหน้าน้อยๆให้ไข่ไปตามมารยาท แต่ดวงตาเศร้าสร้อยไม่สดใสแบบทุกที

ที่ห้องทำงานสีหนาท หนูนากอดสมุดบันทึกงาน ถามอย่างแปลกใจ “คุณจะออกไปธุระ ?”
“โทษที ที่ฉันลืมบอกเธอตั้งแม่เมื่อวาน พอดีฉันมีธุระด่วน แต่ฉันบอกนายเชษฐ์ไว้แล้ว ว่าให้เค้าพาเธอไปดูงานที่ไร่แทนฉัน”
“ให้ฉันดูงานในไร่แทนคุณ?” หนูนาหน้าตาตกใจมาก
“ทำไมล่ะ คนที่จะมาเป็นคุณนายของไร่..” สีหนาททำแววตากรุ้มกริ่ม มีความนัย “ยังไงก็ต้องมาช่วยกันดูอยู่แล้ว”
หนูนาอึ้งๆ เขิน หลบตาบ่นๆ “ใครบอกคุณ ! ฉันยังไม่ได้รับปากซะหน่อย !”
“แต่ก็ยังไม่ได้ปฏิเสธเหมือนกัน”
หนูนาชะงัก จะพูด สีหนาทรีบเอานิ้วปิดปากห้ามไว้ “คนจะไปธุระ ยังไม่มีเวลาฟัง! เอาเป็นว่า” เขาเลื่อนมือลงมาจับไหล่ทั้งสองของหนูนา “ฉันฝากบ้านนี้ กับไร่นี้ไว้กับเธอเลยก็แล้วกันนะหนูนา” พอหนูนาจะค้าน สีหนาทก็แทรกขึ้นอีก “เดี๋ยวเรื่องในไร่ เชษฐ์จะช่วยเธอเอง ฉันไปล่ะ” ว่าแล้วก็รีบออกไปเลย
หนูนาค้อนเข้าให้หน่อยๆ คนอะไร อยู่ๆก็มาโยนกลองให้เฉยเลย.. หนักใจก็หนักใจ อายก็อาย....สีหนาทพอเดินพ้นมาจากหนูนา สีหน้าสดใสช่างหยอกเย้า กลับกลายเป็นนิ่งลง..มีแววครุ่นคิด

กชนำจุฑารัตน์มานั่งที่โต๊ะอาหาร ที่นั่งของสองคนเป็นมุมที่ไม่พลุกพล่าน
จุฑารัตน์มองไปรอบๆอย่างข้องใจ “มีอะไรทำไมไม่คุยกันที่โรงพักคะสารวัตร พามาร้านอาหารอีกแล้ว นี่ไม่ได้จะจีบฉันจริงเหรอ?” กชส่ายหน้า ประมาณว่าเข้าข้างตัวเองซะจริงจริ๊ง “ถ้างั้นเรื่องอะไรล่ะ” เธอถามอย่างสงสัย “หรือว่า เอเย่นต์ค้าไม้มันแอบอยู่ที่นี่”
“เอเย่นต์ค้าไม้น่ะยังควานหาตัวกันอยู่ ตอนนี้มีแต่ เอเย่นต์ค้ามนุษย์”
จุฑารัตน์ขมวดคิ้ว งง!! กชเอาเอกสารออกมาวาง จุฑารัตน์พอเห็นว่าเป็นใบสมัครงานของหนูนาก็ชะงัก! “ใบสมัครงานของหนูนา? นี่มันเรื่องอะไร”
“ดูข้างล่างนั่นสิ ที่อยู่ที่คุณหนูนา กรอกเอาไว้ มันคุ้นๆบ้างมั๊ย” จุฑารัตน์มองแล้วสตั๊นท์ไปทันที “เค้ามีแต่เอาคนงานต่างด้าวมาปลอมเป็นคนไทย แต่คุณเอาคุณหนูไฮโซมาปลอมเป็นชาวไร่ คุณสิงห์เค้าเอาเรื่องเพื่อนคุณได้เลยนะที่ปกปิด ปลอมแปลงที่อยู่ในเอกสารสมัครงานแบบนี้”
“คุณ! นี่! นี่คุณสิงห์ให้คุณมาคุยกับฉันเหรอ นี่เค้ารู้ตัวจริงของหนูนาแล้วเหรอ ว่าเป็น…”
“คุณนารา วรรณพาณิช ใช่ คุณสิงห์ทราบแล้ว” จุฑารัตน์อึ้งไป “คุณกับเพื่อนนึกว่าจะตบตาคนอื่นเค้าไปได้ตลอดเหรอ”
“นึกแล้ว!” เธอเอ่ยอย่างกระวนกระวาย “แต่คุณสิงห์ ไม่โกรธมากหรอกใช่มั๊ย เค้าน่าจะรู้นะว่าอย่างหนูนาน่ะไม่มีทางเป็นพิษเป็นภัยกับใคร เค้าไม่เอาเรื่องจริงๆหรอกใช่มั๊ย”
กชนิ่งไป จุฑารัตน์มอง แล้วกชส่ายหัว แอ็คป่วย “อย่าลืมว่าไร่บัวขาวไม่ถูกกันกับพ่อเลี้ยงศักดา แล้วคุณแม่ของคุณนาราเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วว่าเป็นหุ้นส่วนและคู่หมั้นกับทางโน้น”
“แม่ก็ส่วนแม่ ลูกก็ส่วนลูกสิ!! หนูนาไม่มีทางเป็นอันตรายกับไร่นั้นแน่ๆ ฉันรับรอง!” กชยังนิ่ง คุมเชิง วางท่าไม่เชื่อ “หนูนาเค้าแค่มาหาพ่อเค้าก็เท่านั้นเอง!”
กชชะงัก “หาพ่องั้นเหรอ?” สีหนาทที่แอบฟังอยู่หลังฉากบริเวณนั้นอึ้งไป!
จุฑารัตน์พยักหน้า “จริงๆนะ ให้ฉันไปยืนยันกับคุณสิงห์ก็ยังได้ ถ้าหากว่าเค้าไม่เชื่อ”
“พ่อของคุณนาราอยู่ที่ไร่บัวขาว? ใคร?”
“ผมว่าผมทราบ” สีหนาทเดินออกมา จุฑารัตน์หันไปเห็นสีหนาทก็อึ้ง เหวอไปอย่างคาดไม่ถึง!!! สีหนาทโล่งอก…ในที่สุดสิ่งที่เคยสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับหนูนา ก็ทะลุปรุโปร่งในที่สุด !!
ที่แปลงสัก ไร่บัวขาว รามพูดยิ้มๆ “ทราบแล้วครับ เดี๋ยวน้าจะให้คนงานจัดการให้เสร็จตามที่หนูบอกนะ”
หนูนาสะดุ้งๆ “อุ๊ย! ไม่ใช่หนูหรอกค่ะ คำสั่งของ..นายสิงห์เค้าต่างหากล่ะคะ”
เชษฐ์ที่มาคอยช่วยหนูนาอยู่พูดแทรกขึ้น “อู๊ย จะใครสั่งก็ไม่ต่างกันหรอกครับ ก็ครือๆกันนั่นแหละ” เชษฐ์บอก
หนูนาเขินมาก รีบปฏิเสธ “ไม่ใช่หรอกค่ะ หนูนาแค่เป็นลูกจ้างของเค้า! ไม่มีอำนาจไปสั่งใครเองหรอกค่ะ”
เชษฐ์มองรามแล้วส่งสายตา พูดเบาๆกับราม “แน่ะ ดูสิ เขิน เขิน!” หนูนาตวัดสายตามองเชษฐ์แบบรู้ทัน “อุ่ย..แค่สั่งด้วยสายตา ผมก็เกรงใจแล้วคร๊าบบ...”
เชษฐ์ทำท่าเจียมตั๊ว เจียมตัวมากๆ จนหนูนาที่ทำขรึม ชักจะเก๊กไม่อยู่ เชษฐ์ก็ยิ่งทำหน้าเบ้ขอร้องหนักมาก จนหนูนากับรามพากันขำเชษฐ์อย่างอดไม่ได้! รามกับหนูนาหัวเราะด้วยกัน หนูนามองรามรู้สึกดีจริงๆที่ได้ยืนอยู่ข้างๆและเห็นรอยยิ้มของพ่อใกล้ๆแบบนี้ สายตาที่หนูนามองรามเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แสนผูกพัน

สีหนาทขึ้นเรือนใหญ่มา เจอไข่เป็นคนแรก ไข่รีบกุลีกุจอบอก “วันนี้จะตั้งสำรับที่นี่หรือไปทานบ้านนายรามเจ้า” สีหนาทชะงักไป ยังไม่ทันตอบ ไข่สรุปเลย “ไปบ้านโน้นใช่กะเจ้า ถ้ายังไงเอากับข้าวเราไปเผื่อเขาด้วยนะเจ้า ป้าเตรียมไว้พร้อมแล้ว”
สีหนาทเงียบไปเล็กน้อย ก่อนบอก “วันนี้ ฉันกินที่นี่แหละ”
ไข่ชะงักไปอย่างแปลกใจเล็กน้อย “แล้วจะให้ป้าจัดเผื่ออีหล้าหนูนาด้วยกะเจ้า?”

หนูนากำลังตักข้าวให้กับราม แต่หางตาคอยมองไปตรงทางเดินอยู่เนืองๆ
รามเห็นอย่างนั้น ก็พูดขึ้น “พักหลังคุณสิงห์มากินข้าวด้วยทุกวัน ไม่รู้ว่าวันนี้แกติดธุระอะไรนะ ?”
“ก็ดีแล้วล่ะค่ะ เจอหน้ากันทั้งวัน ไม่เจอซะบ้างก็ดี!” หนูนาทำเป็นไม่สนใจ นั่งลงเตรียมกินข้าวกับราม แต่ในใจก็เผลอนึกถึงคนที่เคยมานั่งข้างๆ เผลอมองที่นั่งว่างข้างๆอย่างไม่รู้ตัว

จากมุมห่างๆมุมหนึ่ง…สีหนาทแอบมองหนูนาซึ่งกินข้าวอยู่กับรามตามลำพัง…แล้วก็ย้อนคิดถึงเหตุการณ์ก่อนนั้น
“คุณ!” หนูนาดิ้น ผลักสีหนาทออกอย่างแรง “บ้า คิดอกุศล ฉันบอกคุณแล้วว่าไม่ได้คิดกับน้ารามแบบนั้น”
“เธอเห็นว่าฉันตาบอดเหรอไง ออเซาะออดอ้อนน้ารามเค้าซะขนาดนั้น แล้วจะบอกว่าไม่คิดอะไรเนี่ยนะ!”
“คุณตัดสินอะไรเอาไว้ในใจ ก็เห็นแต่แบบนั้นแหละ! แต่ฉันไม่ได้คิด ทุกอย่างที่ฉันทำไป เพราะฉัน... “ หนูนาโพล่งออกมา “รัก ฉันรักน้าราม !!!”
“ฉันรักน้ารามเหมือน...เหมือนพ่อ รักเหมือนพ่อ และจะไม่มีทางจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น คุณเข้าใจมั๊ยคะ?”
คิดแล้วสีหนาทก็ถอนใจ...เมื่อนึกถึงที่ได้เคยต่อว่าหนูนาอย่างผิดๆมาก่อน
วันต่อมา ที่เรือนใหญ่ ไร่บัวขาว
“งานตัดสางวันนี้ผมฝากน้ารามด้วยนะครับ” สีหนาทซึ่งเตรียมจะออกไปธุระ บอกกับราม“ เมื่อกี๊นี้สารวัตรกชโทรมา เห็นว่ามีความคืบหน้าเรื่องลักลอบตัดไม้ เห็นว่าได้ตัวเอเย่นต์ที่เคยค้าไม้กับพวกมันมาแล้ว”
หนูนาเพิ่งมาถึง ได้ยินเข้าก็ถาม “นี่คุณจะออกไปข้างนอกเหรอคะ?” สีหนาทพยักหน้า
รามบอกหนูนา เข้าใจว่าสีหนาทจะให้หนูนาไปด้วย “เรื่องบันทึกงานเดี๋ยวน้าจัดการให้เอง หนูไปกับคุณสิงห์เถอะ เผื่อคุณสิงห์อยากจะให้ช่วยอะไร” แต่หนูนาแอบมองๆรามแววตาละห้อย
สีหนาทเห็นอย่างนั้นก็บอก “เธอไปไร่กับน้ารามเถอะ”
หนูนาประหลาดใจ เซอร์ไพร์สมาก “คุณให้ฉันอยู่นี่ได้จริงๆเหรอคะ”
สีหนาทพยักหน้า “ที่โรงพักไม่มีอะไรให้ช่วยหรอก” เขาบอกราม “ผมฝากหนูนาด้วยนะครับ น้าราม” สีหนาทเดินออกไป หนูนาดีใจที่ไม่ต้องห่างจากพ่อ

ห่างออกมา สีหนาทกำลังจะขึ้นรถ เหลียวหลังไปมองเห็นสองพ่อลูกเดินคุยกัน หนูนาคุยแจ้วๆกับราม สีหนาทเห็นแล้วยิ้มนิดๆ แล้วหันกลับมา เหงาเบาๆ ไอ้เราต้องไปคนเดียวสินะ เฮ้อ..ก่อนจะขึ้นรถไป

ที่สถานีตำรวจ เสียงมือถือดัง เอเยนต์ ชาวจีน หน้าตาดูรู้ว่าเป็นต่างด้าว กำลังต่อสาย ด้านหลังกชนั่งรออยู่อย่างลุ้น มีเจ้าหน้าที่อื่นอยู่ด้วยอีก 1-2 คน

ที่สนามยิงปืน อดิสรซ้อมยิงปืน กระสุนพุ่งออกไปทะลุเป้าหมายอย่างดุดัน!!! เปรี้ยงๆๆๆๆ!!!
ลูกน้องเดินเข้ามาหาพร้อมมือถือ “ไอ้เพ็กลอมันโทรมาครับ”
อดิสรกำลังบรรจุกระสุน กระแทกปืนลงอย่างโมโห! กระสุนกระจาย “สมองโดนขี้เลื่อยอุดรึไง ถึงจำไม่ได้ว่าพ่อกูห้ามไม่ให้กูยุ่งกับพวกเอเย่นต์ ให้กูทำตัวเป็นง่อย!!” เขาถือปืนขึ้นมา แค้นๆ “อย่าเพิ่งขยับตัวทำอะไรทั้งนั้น!!!”
ลูกน้องกลัวๆอารมณ์อดิสร แต่อึกอักตอบ “ขอ ขอโทษครับ ผม ผมจะปฏิเสธมันไปครับ” อดิสรส่ายหน้า จะหันกลับไปยิงปืนต่อ “ แต่ เอ่อ..มันฝากให้ผมบอกเสี่ยว่าครั้งนี้.. จะให้ถึงสามเท่า”
อดิสรกำลังเหนี่ยวไกปืน ชะงักไป!

ที่ห้องประชม สถานีตำรวจเชียงราย กชกำลังประชุมกับสีหนาท และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ
กชส่ายหน้า “เงินล่อซื้อสามเท่า มันยังปฏิเสธ จะเอายังไงดี”
สีหนาทคิด แล้วบอก “เริ่มฉลาดขึ้นบ้างแล้วล่ะซิ คงรู้ว่าอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะโปรเจ็คท์ที่มันทุ่มอยู่นี่ มีค่ากว่านั้นเยอะ”
จ่าบอก “แล้วยังงี้ เราได้ตัวเอเยนต์มา จะมีประโยชน์อะไรมั๊ยครับเนี่ย”
“ถ้าเงินน้อยกว่าโปรเจ็คท์นั่นซื้อมันไม่ได้แล้ว อะไรจะล่อใจให้มันขนไม้ได้” กชเครียด
หมู่ไม้ใหญ่ยืนต้นอย่างงามสง่าในผืนป่า ....... หนูนานุ่งซิ่นและเสื้อพื้นเมืองสไตล์สาวเหนือที่สุภาพอ่อนหวาน เตรียมตัวมาวัด เธอเดินเคียงมากับสีหนาท รามและเชษฐ์นำไปข้างหน้า หนูนามองไปเห็นประรำพิธีอย่างเรียบง่าย สำหรับสงฆ์ทำพิธีสวดให้ต้นไม้ อยู่ด้านหน้า มีที่วางสายสิญจน์ และมีผ้าเหลืองอยู่จำนวนมาก มีชาวบ้านยืนรอพิธีเริ่มกันอยู่
หนูนาถามสีหนาทอย่างแปลกใจ “ไหนคุณบอกว่าจะมางานบวชคนรู้จัก แต่ฉันไม่เห็นมีวัดเลย ?” หนูนาถามหน้าเหรอหรา
เชษฐ์ รามซึ่งรู้เรื่องงานวันนี้ดีต่างหันควับ พากันมองมาที่สีหนาท เขษฐ์สงสัย “นี่คุณสิงห์บอกน้องหนูนา ว่าเราจะมางานบวชคนรู้จักเหรอครับ?”
สีหนาทอำหน้าตาย “ก็ไม่ใช่เหรอ?” เขาวางมือบนบ่าเชษฐ์ บีบแรง! “แล้วนายไม่รู้จักรึไง ทั้งนาย ทั้งฉัน ทั้งน้ารามมาที่นี่ออกจะบ่อย สนิทและรู้จักกับเจ้าของงานดีเลย!”
สีหนาทส่งซิกสายตากับเชษฐ์มองไปทางต้นไม้ แล้วเชษฐ์ก็เข้าใจ รีบรับมุก “อ๋อออ คร๊าบ รู้จักๆ โอ๊ย! คนเก่าคนแก่ อยู่มานาน” เบาๆ “นานจนรากงอก!” หนูนาเลิกคิ้วเชษฐ์เห็นสายตาหนูนา รีบชิ่ง “แหม! เอ่อ ผมกับน้ารามไปช่วยเตรียมงานบวชก่อนดีกว่า ไปกันครับน้าราม”
รามยิ้มๆ ก่อนจะไปกับเชษฐ์ หนูนาตาเขียวใส่สีหนาททันที!
“ทำไมมองฉันแบบนั้น ?”
“ตกลงเรามาทำอะไรที่นี่กันแน่คะ!”

พระสงฆ์กำลังสวดมนต์ บทอาราธนาพระปริตร เห็นว่าบริเวณที่ไม้ใหญ่ยืนต้นตอนนี้มีสายสิญจน์ล้อมอยู่โดยรอบเป็นบริเวณกว้าง สีหนาม ราม เชษฐ์ หนูนาและชาวบ้านกำลังพนมมือฟังพระสวดกัน อีกมุม จุฑารัตน์กับตากล้องประจำจุดตั้งกล้องเก็บภาพงานพิธีอยู่อย่างขมีขมัน หนูนาพนมมืออยู่ในพิธี มองไปเห็นจุฑารัตน์ เซอร์ไพร์ส จุฑารัตน์เห็นหนูนาก็ยิ้มทัก แล้วหันไปทำงานบอกช่างเก็บมุมนั้นมุมนี้ต่อ หนูนาเหลือบไปมองสีหนาทว่ามองตัวเองทักจุฑารัตน์อยู่รึเปล่า สีหนาททำเฉยๆ หนูนาแอบโล่งเบาๆ สีหนาทจริงๆแล้วเห็น แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วแอบมองหนูนายิ้มๆ ก่อนจะสวดมนต์ต่อ

ต่อมาพระสงฆ์ห่มผ้าเหลืองให้ต้นไม้ สีหนาทเป็นลูกมือช่วย รามและเชษฐ์ก็เข้ามาช่วยห่มผ้าเหลืองให้ต้นไม้ด้วย
ทุกคนในงานต่างแยกย้ายกันเอาผ้าเหลืองห่มต้นไม้ สีหนาทถือผ้าเหลืองมา จะชวนหนูนาไปห่มต้นไม้ด้วยกัน แต่หนูนาเมิน หันไปหาราม ไปช่วยรามห่มต้นไม้ สีหนาทจ๋อยไปเบาๆ รามเหลือบมอง เห็นสีหนาทจ๋อยเพราะหนูนา ก็คิด..

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 12/5 วันที่ 25 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ