อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 12/6 วันที่ 25 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 12/6 วันที่ 25 ธ.ค. 58

ทุกคนในงานต่างแยกย้ายกันเอาผ้าเหลืองห่มต้นไม้ สีหนาทถือผ้าเหลืองมา จะชวนหนูนาไปห่มต้นไม้ด้วยกัน แต่หนูนาเมิน หันไปหาราม ไปช่วยรามห่มต้นไม้ สีหนาทจ๋อยไปเบาๆ รามเหลือบมอง เห็นสีหนาทจ๋อยเพราะหนูนา ก็คิด..
สีหนาทห่มต้นไม้อยู่กับผู้ใหญ่บ้าน รามกับหนูนาห่มต้นที่แล้วเสร็จแล้ว รามพาหนูนาหาต้นไม้ต้นใหม่ รามจงใจเดินมาทางสีหนาท เพื่อพาหนูนามาให้ช่วยสีหนาท “ต้นนี้แล้วกัน หนูช่วยคุณสิงห์นะ” รามมองไปต้นอื่น “เดี๋ยวน้าไปช่วยทางโน้นเค้าก่อน”

หนูนาอึ้งเลย อยากจะตามรามไป!! แต่สีหนาทรีบผละมาจับแขนรั้งตัวหนูนาเอาไว้ “ไม่ได้ยินเหรอ น้ารามเค้าบอกให้เธอช่วยฉัน” หนูนาหน้าตายังไม่ยอม “ไหนบอก..ว่ารักน้ารามเหมือนพ่อ ไม่เชื่อฟังคนที่เธอรักเค้าเหมือนพ่อแล้วเหรอ?”


หนูนาหันขวับ! “แล้วคุณล่ะ ไม่อยากบวชคนรู้จักเองกับมือแล้วเหรอ! ทำไมจะต้องให้คนนอกอย่างฉันมาแซงแทรกด้วย ?”
“แล้วใครว่าเธอเป็นคนนอกล่ะ.. นี่อุตส่าห์พามาแนะนำกับ..” เขาหันไปมองต้นไม้ “สุดยอดคุณปู่ เค้าอยู่มาตั้งเกือบร้อยปีแล้วนะ”
“พามาบวชต้นไม้ ก็ไม่เห็นจะต้องอำกันเลย คุณอำฉันต่อหน้าคุณเชษฐ์ กับพ..” เธอเกือบหลุดปาก “น้าราม คุณชอบทำให้ฉันเป็นตัวตลกอยู่เรื่อย!”
“อ๋อ ที่แท้ก็ไม่ชอบหน้าแตกต่อหน้าน้ารามนี่เอง ไม่เอาน่าไม่มีใครเห็นเธอเป็นตัวตลกซะหน่อย” สีหนาทกลั้นขำ
“แค่นี้คุณยังหัวเราะเลย!”
สีหนาทชะงัก ทำการอธิบาย “ไม่ใช่เพราะฉันเห็นเธอเป็นตัวตลก แต่เพราะ.. หนูนา.. เธอทำให้สิงห์ขี้หงุดหงิดยิ้มยากอย่างฉัน ยิ้มได้และก็มีความสุขเวลามีเธออยู่ใกล้ๆต่างหากล่ะ” สีหนาทมองหนูนาตาหวาน หนูนาชักจะโวยไม่ออกกับคำหวานๆนั่น..แล้วปลอบประโลม จับไหล่บางเอ็นดู “ไม่เอาน่า เราอย่ามาเถียงกันเรื่องเล็กๆน้อยๆนี่เลย รู้มั๊ย ว่าทำไมฉันถึงพาเธอมา” หนูนายังหน้านิ่ง ทำไม่รู้ ไม่ชี้ สีหนาทเอาชายผ้าเหลืองใส่มือหนูนา “ก็ฉันอยากทำบุญร่วมกับเธอ...” เขามองหนูนา สายตาสื่อความหมายลึกซึ้ง “มีคนเค้าบอกว่าทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน แล้วจะได้เกิดมาเจอกันอีก” คนพูดมองหนูนาแววตาแพรวพราววิบวับ
หนูนาอึ้ง และก้มหน้าเขินที่สีหนาทหยอดเข้าให้มากมายอีกแล้ว สีหนาทเห็นหนูนาใจอ่อนลงแล้ว ก็จูงมือชวนกลับไปตรงต้นไม้ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านยืนคอยอยู่ สีหนาทเอาชายผ้าด้านหนึ่งให้ผู้ใหญ่ช่วยถือ แล้วเขากับหนูนาช่วยกันจับชายผ้าอีกด้านนึงไว้ สองคนจับชายผ้าเหลืองด้วยกันแล้วเดินวนรอบต้นไม้ไปเคียงกัน พอวนมาครบรอบแล้วก็ช่วยกันผูกต้นไม้..ระหว่างนั้นสายตาสีหนาทมองหนูนาที่อยู่ข้างๆกันอย่างใจฟู อิ่มอกอิ่มใจซะเหลือเกิน..
แสงแฟลชสาดเข้ามาจากทางด้านหลัง หนูนาหันไปอย่างตกๆใจ “ยัยจุ๊!”
จุฑารัตน์สะพายกล้องมาเก็บภาพด้วยตัวเอง ยิ้มแป้นให้เพื่อน

จุฑารัตน์คุยกับหนูนาสองคน เดินคุยกันห่างออกมาจากคนอื่นๆ
“คุณสิงห์เค้า ยังดีกับแกอยู่ใช่มั๊ย ? หนูนา”
“ก็..เค้าก็ไม่ได้ร้าย หรือไม่ดีอะไรกับฉันหรอก” สีหน้าหนูนาเขินนิดๆเมื่อนึกถึง แล้วแปลกใจ “จู่ๆทำไมถึงมาถามแบบนี้ มีอะไรรึเปล่า?”
จุฑารัตน์ร้อนตัว “ไม่มี๊!! ก็แค่ถามเฉยๆ ก็..ถ้าเค้ายังเอ็นดูแกดี ฉันก็สบายใจไง”
หนูนามองเพื่อน รู้สึกตะหงิดๆ “ไม่มีอะไรแน่นะจุ๊ ?”

จุฑารัตน์ชะงักไป เมื่อโดยเพื่อนจี้ถามเข้าให้ เธอนึกถึงตอนที่โดนกช และสีหนาทไล่เบี้ยเรื่องหนูนาจนรู้ความจริง เ“ไม่ให้ฉันบอกหนูนา ว่าคุณรู้แล้วว่าหนูนาเป็นใคร?” สีหนาทพยักหน้า“ทำไมล่ะคะ ?”
สีหนาทนิ่งไปนิด ก่อนบอก “ผมไม่อยากให้เค้าบอกความจริงเพราะว่าโดนจับได้ แต่อยากให้เค้าบอกเพราะเป็นการตัดสินใจของเค้าเองมากกว่า และยิ่งเรื่องของน้าราม ผมยิ่งต้องเคารพการตัดสินใจของเค้า ให้หนูนาเค้าเป็นคนบอกน้ารามเอง”
“ก็ได้ค่ะ งั้นฉันจะรูดซิปปากเอาไว้ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกัน”

จุฑารัตน์รีบแก้ตัวกับหนูนา “โอ๊ยแน่สิ! จะไปมีอะไร๊ แค่เห็นว่าช่วงนี้พวกมอดไม้มันเริ่มระบาด! แล้วคุณสิงห์เค้าก็ต้องเตรียมรับมือกับพวกมัน ฉันก็เลยเป็นห่วงแกน่ะสิหนูนา ช่วงนี้แกต้องระวังตัวให้มากๆนะ”
จุฑารัตน์จับมือเพื่อนย้ำ หนูนาพยักหน้า จุฑารัตน์แววตาแฝงความเป็นห่วงอยู่ลึกๆ

ต้นไม้ส่วนใหญ่มีผ้าเหลืองพันรอบเกือบจะครบแล้ว ผู้ใหญ่บ้านยังให้หนูนาช่วยพันไม้ต้นที่เหลืออยู่ ชาวบ้านก็มาล้อมช่วยกันอย่างอบอุ่น
มุมหนึ่ง จุฑารัตน์กำลังสัมภาษณ์สีหนาท รามยืนกอดอกฟังครุ่นคิด ขณะที่เชษฐ์ฟังอย่างเมามันส์ได้อารมณ์
สีหนาทพูดจบแล้ว จุฑารัตน์กดปิดที่อัดเสียง
“เป็นยังไงบ้างครับ?”
“จุ๊ว่าถ้านายอดิสรเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างที่คุณสิงห์บอกจริง น่าจะต้องรู้สึกอะไรบ้างล่ะค่ะ”
เชษฐ์สะใจ “แหม ผมล่ะอยากเห็นหน้าไอ้พวกนั้นจริงๆตอนที่ได้เห็นบทสัมภาษณ์อันนี้!”

เช้าวันต่อมา ที่บ้านศักดา อดิสรอ่านข่าวไปตาก็แทบจะถลน “พิธีบวชต้นไม้ครั้งนี้ เพื่อปัดรังควานสิ่งชั่วร้าย เสนียดจัญไรที่ชอบมารบกวนป่า โดยเฉพาะพวกนายทุน อย่างเจ้าของรีสอร์ทดัง ที่ทั้งครอบครัวร่ำรวยขึ้นมาได้ก็เพราะทำลายชาติ!” อดิสรอึ้งมาก หมายถึงเราชัดๆ แค้น!! “เราหวังว่าพิธีนี้จะช่วยคุ้มครองต้นไม้ให้พ้นจากคนใจหยาบ ที่ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน ให้รู้จักกลัวบาป สำนึกในกรรมชั่วที่จะติดตัวไปทุกๆชาติ!! พวกเขาจะได้หยุดล่วงเกินต้นไม้ หยุดทำเลว หยุดทำสิ่งผิดกฎหมาย!”
อดิสรอ่านเสร็จ ขยำหนังสือพิมพ์ทันที “ไอ้สิงห์ มึ๊ง มึงหยามกู๊!!!” เขาขยำๆ และเขวี้ยงหนังสือพิมพ์ไปอย่างโกรธเกรี้ยว แล้วตะโกนสั่งคง “มึงไปตามพวกไอ้ชาติมา!!”

“นาย พ่อเลี้ยงสั่งว่าช่วงนี้อย่าเคลื่อนไหว ถ้านายส่งคนไปเก็บไอ้สิงห์แล้วพ่อเลี้ยงรู้เข้า..”
“ใครว่าอั๊วะจะเก็บมัน!!!” คงชะงักไป “แค่จะสั่งสอนให้มันสำนึกเท่านั้น! อีกหน่อยจะได้ไม่กล้าอ้าปากโง่ๆพ่นคำพูดอวดดีแหกตาชาวบ้านอีก มันคงคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่พิทักษ์ป่าวิเศษวิโส!! อยากจะเห็นน้ำหน้ามัน!! ตอนที่ไอ้ต้นไม้พวกนั้นมันเหลือแต่ตอ ว่ามันยังจะปากดีอยู่อีกมั๊ย”
“แต่ถ้าพ่อเลี้ยงร..
“ใครให้มึงสะเออะไปบอกพ่อกูล่ะ! พ่อกูไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง!!” อดิสรขู่กราดใส่ลูกน้องในห้อง “ถ้าใครกล้าสะเออะไปบอก พวกแกจะโดนก่อน!!” เขานึกสะใจ “ไอ้สิงห์ มันอยากใจบุญกับต้นไม้นัก!! งั้นกูจะสงเคราะห์ ส่งต้นไม้พวกนั้นขึ้นสวรรค์ให้!” อดิสรยิ้มเหยียด เหี้ยมและสะใจเพียงแค่ได้คิด!!!

มือถือของสีหนาทดังขึ้น!! สีหนาทและหนูนานั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานด้วยกัน สีหนาทหยิบมารับ“ครับสารวัตร”
เสียงกชจากมือถือ “ข่าวดีครับคุณสิงห์!”
สีหนาทพอรู้ว่ากชจะคุยเรื่องอะไร เหลือบมองหนูนานิดนึง ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปคุยที่ด้านนอก หนูนาซึ่งกำลังจดบันทึกงานอยู่ รู้สึกได้ว่าสีหนาทไม่อยากให้ได้ยิน มองตาม ตะหงิดใจเล็กๆ

ที่โรงพัก กชพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ไม่น่าเชื่อว่าวิธีนี้จะล่อนายอดิสรมาขนไม้ได้จริงๆ นายเพ็กลอ เอเย่นต์เพิ่งติดต่อมาเมื่อตะกี๊นี้เอง ผมเพิ่งเห็นวันนี้เองว่าความแค้น มันก็ใช้ประโยชน์ได้!”
สีหนาท ยิ้มมุมปาก “หึ! เพราะคนอย่างไอ้อดิสร มันไม่ใช่คนที่จะทนให้ศัตรูหยามหน้าเอาได้! ลองถ้าผมกับน้ารามบอกว่ารักและหวงแหนผืนป่าตรงไหนมากเป็นพิเศษ คนอย่างมันก็ต้องดิ้นเร่าๆ อยู่ไม่เป็นสุข !”
“มันก็เลยจะต้องออกมาตัดไม้ตรงนั้น เพื่อเย้ยพวกคุณ ! ทำให้เข้าแผนเรา ทีนี้เราจะได้มีหลักฐานจับตัวการใหญ่ได้คาหนังคาเขาสักที!”
สีหนาทสีหน้าเข้ม พอใจเช่นกันกับช่วงเวลาที่รอคอยมานาน!

ที่ห้องประชุมศักดารีสอร์ท หุ้นส่วนทั้งหลายนั่งกันอยู่พร้อมหน้าในห้องประชุม นายพลเซ็นสัญญาเป็นคนสุดท้าย ลายเซ็นของหุ้นส่วนคนสุดท้ายบันทึกลงกระดาษเป็นที่เรียบร้อย คงหยิบเอกสารนั้นมาให้ศักดา ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างรัศมี ถัดมาคืออดิสร
ศักดาดูเอกสารสัญญาแผ่นสุดท้าย ยิ้ม “เรียบร้อย !” สีหน้าศักดายามนี้เต็มไปด้วยความสมหวัง มั่นอกมั่นใจ!

แก้วแชมเปญอยู่ในมือของหุ้นส่วนทั้งหลาย ศักดาเป็นศูนย์กลางวงสนทนา ศักดาพูดคุยปราศรัยกับทุกคนอย่างชื่นมื่น เดี๋ยวก็ยิ้ม เดี๋ยวก็หัวเราะอย่างมีความสุข และคอยพูดเชียร์อดิสรกับหุ้นส่วน“ในส่วนของคาสิโน เราจะทำให้ฟูลออบชั่น ไม่แพ้มาเก๊า เรียกว่าน้องๆลาสเวกัสเลย นายสรเค้าไปดูงานมาหมดแล้ว”
อดิสรเสริม “แต่ของเรา ผมตั้งใจจะเน้นบริการให้ดียิ่งกว่าทั้งสองที่ที่ว่ามา เพราะภาพลักษณ์ของเรา การบริการต้องเป็นที่หนึ่ง รับรองว่านักเล่นทั้งหลายจะต้องติดใจ มากันแล้วมากันอีก!” อดิสรรับรองกับหุ้นส่วน ซึ่งฟังแล้วก็พากันยิ้มรับอย่างพออกพอใจกับภาพฝันที่สองพ่อลูกวาดให้
รัศมีฟังๆจนชักจะเบื่อ... เหลือบมองมือของศักดาที่โอบไหล่ตัวเองอยู่ แต่สายตาและความสนใจมีแต่เรื่องการลงทุนกับหุ้นส่วน รัศมีเอ่ยขึ้น “รัศขอตัวสักครู่นะคะ”
ศักดาที่กำลังโม้เพลิน ชะงักไปเล็กน้อย แต่แล้วก็ไม่อะไร หันกลับไปคุยโม้ต่อ...

รัศมีหลบมาจิบแชมเปญตามลำพัง สักพักมีเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามา รัศมีหันไป แปลกใจนิดๆที่เป็นศักดา ศักดาเข้ามาพร้อมซ่อนกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ที่ด้านหลัง
“เทพีนำโชคของผม ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะครับ” เขาทำหน้าอ้อน “คุณไม่ดีใจเหรอ?”
“ทำไมฉันจะไม่ดีใจล่ะ คุณดูมีความสุขซะขนาดนี้! แต่..ผู้หญิงเราไม่ได้ชอบฟังเรื่องธุรกิจมากสักเท่าไหร่หรอกนะคะ”
“อืม..งั้นถ้าเป็นเรื่องนี้ คุณจะชอบมั๊ย?” ส่งโปสเตอร์ขนาดกลางแผ่นหนึ่งให้ พลางบอก “วันที่เราแถลงข่าวการสร้างโรงแรมโกลด์คลาสอย่างเป็นทางการ ผมจะแถลงเรื่องงานแต่งงานของเราในวันนั้นเลย” รัศมีดูโปสเตอร์ เห็นกำหนดการตามที่ศักดาเอ่ยจริงๆ ก็ตะลึงไป “คิดว่าตอนนั้น คุณพ่อคุณ คงจะไม่รังเกียจว่าที่ลูกเขยคนนี้อีกแล้ว คุณว่ามั๊ย?”
“พ่อเลี้ยง” รัศมียอมเผยความรู้สึก “ฉันก็นึกว่าคุณเอาแต่ทำงาน จนลืมฉันซะแล้ว!”
“แหม...ดูคุณพูดเข้าสิ ผมตั้งใจทำงาน ก็เพราะใครล่ะ ถ้าจะดองกับวรรณพาณิช ผมเองก็ต้องคู่ควร ไม่ให้พ่อคุณดูถูกเราได้”
รัศมีชะงักไป เธอนึกถึงที่วรรณต่อว่าวันก่อน ยังเป็นแผลใจอยู่!!
“นี่หนูกำลังพูดเรื่องยัยนาอยู่แท้ๆ ทำไม ทำไมจะต้องมารื้อฟื้นเรื่องของหนูด้วย คุณพ่อก็เป็นแบบนี้ตลอด ทำไมไม่ฟังหนูบ้าง”
“ก็เพราะว่า แกไม่เคยทำให้ฉันไว้ใจแกได้ยังไงล่ะ” รัศมีจุก
วรรณต่อว่า “รัศมีแกเป็นแม่ประสาอะไร จิตใจของแกทำด้วยอะไรถึงได้มาใส่ร้ายลูกแกแบบนี้ เรื่องของยัยนาฉันมั่นใจว่าฉันตัดสินใจดีแล้ว ฉันเชื่อยัยนา”
รัศมีบอกศักดา “ถึงคุณพ่อจะว่ายังไง ฉันก็ไม่สนใจอีกแล้ว! เพราะฉันมีคนพิเศษอย่างคุณอยู่ด้วยแล้วทั้งคน ...คุณจะมาดูแลฉันตลอดไปแล้วนี่คะ แล้วจะต้องแคร์คนอื่นไปอีกทำไม” รัศมีว่าพลางกอดศักดา ซึ้งใจ ดีใจมาก “พอกันที !จากนี้ไม่ต้องสนใจว่าคุณพ่อ หรือพวกพี่ชายพี่สะใภ้เห็นแก่ตัวพวกนั้นจะว่ายังไงอีก! แล้วก็ไม่ต้องคอยปากเปียกปากแฉะกับลูกสาวที่ไม่เคยเชื่อฟังอะไรแม่อย่างฉันด้วย!” รัศมีกอดศักดา พูดด้วยความรู้สึกรอดพ้น ! รู้สึกตัวเองกำลังจะได้เป็นอิสระกับเค้าสักที !

หน้าบ้านราม ที่ไร่บัวขาว หนูนายิ้มสดใสเห็นแล้วขบขันเมื่อเห็นฝูงลูกเจี๊ยบเดินตามรามกันเป็นพรวน“ท่าทางพวกมันจะติดน้ารามแล้วนะคะ”
รามยิ้มๆ โปรยอาหารให้ “ไม่ว่าลูกสัตว์หรือลูกคนก็เหมือนกัน” หนูนามองอย่างสงสัย “ตอนเล็กๆจะเดินตามพ่อแม่ต้อยๆ”
หนูนาชะงักไป “เหมือนหนูนาเลยนะคะ...” เธอเงยมองราม สายตาสื่อความหมาย “ตอนเด็กๆหนูก็เดินตามพ่อ..”
รามฟังและมองใบหน้านั้นของหนูนา ความรู้สึกนึกถึงลูกก็หวนกลับมากระแทกใจอีก“ตอนเด็กๆ..ติดพ่อติดแม่ แต่ตอนโต คนเรา..ก็ต้องมีทางของตัวเอง”
หนูนาความเจ็บปวดวาบแปลบขึ้นมาในอก “มีทางของตัวเอง... แต่ก็ไม่มีทางลืมพ่อแม่ได้หรอกนะคะ อย่างพ่อของหนูนา ถึง...เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ..” หนูนามองรามจากด้านหลัง “ถึงพ่อจะไม่รู้ว่าหนูนาอยู่ตรงนี้ ..แต่ยังไงพ่อก็อยู่ในใจของหนูนาเสมอ..” หนูนาพูดไปน้ำตาก็จะไหล
รามเห็นอาการหนูนา เห็นหน้าซึมๆสงสาร ลูบผมหนูนาอย่างอ่อนโยน ปลอบประโลม...“ฉันเชื่อว่าพ่อของหนู ก็จะต้องคิดถึงหนูเหมือนกัน...”
หนูนามองราม มันอึดอัดเหลือเกิน.. หนูนาน้ำตาปริ่ม อยากจะเอ่ยปากเรียกรามว่า “พ่อ” เหลือเกิน...อยากจะพูดออกไปมากเหลือเกิน...
เสียงฝีเท้าของใครบางคน ทำให้รามหันไปมองเชษฐ์นั่นเองที่เข้ามา “น้าราม” เชษฐ์บอกเสียงเบา สำรวม “คุณสิงห์เรียกคุยหน่อยน่ะครับ” สายตาของเชษฐ์ ดูมีความระมัดระวัง ไม่หยอกล้อเล่นหัวอย่างทุกที
รามนิ่งลง รู้สึกได้ทันทีว่าเป็นเรื่องซีเรียส หันไปบอกหนูนา “วันนี้ คงจะไม่ได้อยู่กินข้าวเย็นกับหนูแล้วล่ะ”
หนูนาหน้าจ๋อยลง แต่ปากบอก “ไม่เป็นไรค่ะ หนูนาจะเอากับข้าวใส่ตู้เย็นไว้ให้ น้ารามหิวตอนไหน ก็เอามาอุ่นทานได้นะคะ”
รามลูบหัวหนูนาอย่างเอ็นดู “ขอบใจหนูมากนะ” รามเดินไปกับเชษฐ์
หนูนาถอนใจ “อีตาสิงห์ เลิกงานแล้วแท้ๆ ยังจะใช้งานอะไรพ่ออีกเนี่ย” หนูนาแอบมีนอยด์เบาๆ

สีหนาทยืนอยู่ตรงกลางที่ด้านหน้า มีรามและเชษฐ์ คอยสนับสนุน เบื้องหน้าคือคนงานชายหน่วยก้านดีนับสิบราย
สีหนาทประกาศ “การจับไม้ครั้งนี้สำคัญมากเอเย่นต์ที่เป็นสายให้ตำรวจยืนยันมาแล้วว่าไอ้อดิสรจะลงมาคุมเอง โอกาสทองไม่ได้มีบ่อยๆ เราจะต้องรวบตัวมันให้ได้!”
เขษฐ์เสริม “แน่นอน ว่าถ้าไอ้อดิสรมาเอง สถานการณ์มันก็อาจจะรุนแรงได้มาก เพราะไอ้นี่พอได้จับอาวุธสงครามแล้วมันบ้าระห่ำ!! มีใครที่ไม่แน่ใจ และไม่อยากร่วมด้วยรึเปล่า?”
ทุกคนที่ฟังอยู่ มีหลายคนที่ดูครุ่นคิด แต่ก็ไม่มีใครยกมือขึ้นมาเลย
สีหนาทกล่าว “ขอบใจทุกคนมาก ถ้าเรื่องนี้ผ่านไปได้ฉันจะมีรางวัลให้พวกนายทุกคน”
คนงานรีบบอก “ไม่ต้องหรอกครับนาย นายเองก็ไม่ได้อะไรจากเรื่องนี้”
“ฉันรู้ว่าทุกคนอยากจะช่วยกันปกป้องป่า แต่ให้ฉันได้ตอบแทนอะไรพวกนายบ้าง มันยังนับว่าน้อย..ถ้าเทียบกับน้ำใจของพวกนาย” คนงานฟังด้วยความซึ้งใจ
รามเตือนขึ้น “ขอฝากพวกเราเอาไว้อีกอย่าง ทุกคนที่มาอยู่ที่นี่ คือคนที่ทำงานกันมานานและไว้ใจกันได้ ขอให้พวกเราช่วยกันเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ อย่าบอกใครเป็นอันขาด เพื่อความสำเร็จของแผนนี้ และความปลอดภัยของพวกเราเอง”
คนงานไม่มีใครโต้แย้ง สีหนาท ราม และเชษฐ์สบายใจเมื่อคุยกันเข้าใจดี

พวงหยิบถั่วคั่วป้อนให้เรือง ทั้งสองนั่งสวีทอยู่ในวงสังสรรค์ยามเย็นของกลุ่มคนงานชาย
นพหันไปส่ายๆหน้ากับคนงานด้วยกัน แอบเม้าท์ “ไม่กี่วันก่อนยังด่ากันไฟแล่บ เผลอแผล็บ! รักกันปานจะกลืน นังพวงนี่มันผีเข้าผีออกจริงๆ”
“นี่! ฉันได้ยินนะ!” พวงมองเรืองหวาน “คนเค้าเข้าใจกัน ดีกันไม่ชอบ!! ชอบเห็นคนทะเลาะกันรึไง แบบนี้สิถึงได้ไม่มีใครเอาไปทำผัวซะที” นพแทบจะพูดไม่ออก

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 12/6 วันที่ 25 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ