อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13 วันที่ 26 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13 วันที่ 26 ธ.ค. 58

“นี่! ฉันได้ยินนะ!” พวงมองเรืองหวาน “คนเค้าเข้าใจกัน ดีกันไม่ชอบ!! ชอบเห็นคนทะเลาะกันรึไง แบบนี้สิถึงได้ไม่มีใครเอาไปทำผัวซะที” นพแทบจะพูดไม่ออก
“เอาน่า ไอ้นพ ก็แกมาว่าน้องพวงก่อนทำไม หายกันน่ะ” เรืองถามอย่างสงสัย “ทำไมวันนี้พวกพี่ใหญ่ พี่เมฆ หายไปไหนกันหมด วงเหงาเลย”
นพทำหน้าเหมือนกับรู้ “นี่แกไม่รู้เหรอ”
เรืองตั้งใจฟัง “ก็....” เรืองยิ่งตั้งใจ “ก็ไม่รู้ซิ ! ไม่ได้ไปกับพวกมันด้วยนี่หว่า ข้างบนคงเรียกไปสั่งงานอะไรเพิ่ม ดีแล้วที่ไม่เรียกพวกเรา จะได้ไม่ต้องเหนื่อย” นพยิ้มเผล่ พูดอย่างภูมิใจ
เรืองฟังแล้วหน้านิ่งไป...สงสัยขึ้นมา

ห้องทำงานสีหนาท หนูนาวางบันทึกการทำงานประจำวันวางลงบนโต๊ะทำงาน เธอมองปฏิทินแล้วถอนใจเบาๆ
สีหนาทเดินเข้ามาสังเกตเห็นอาการหนูนา ก็ถาม “เป็นอะไรรึเปล่า?”


“เปล่าค่ะ แค่รู้สึกว่า..วันเวลามันผ่านไปเร็วจัง เผลอแป๊บเดียว ก็ใกล้จะสิ้นเดือนแล้ว..” แววตาหนูนาแฝงแววเศร้าและใจหาย..รู้ดีว่าไม่อาจอยู่ตรงนี้ได้ตลอดไป..
“ก็แค่หมดเดือน แล้วทำไมต้องทำหน้าจ๋อย ?”
หนูนารีบกลบเกลื่อน “ฉันแค่ใจหายเฉยๆ ว่าแต่ฉัน สองสามวันมาเนี่ยคุณเอง..ก็ใจลอยบ่อยๆ” หนูนาสาธิตท่าให้ดูหันหน้า 45 องศาตาทอดยาวเอานิ้วลูบที่คาง
สีหนาทเซอร์ไพร์ส “นี่ล้อฉันเหรอ!! นี่เดี๋ยวนี้ กล้าล้อเลียนเจ้านาย?”
“ก็..คุณทำบ่อยจนจำได้เอง..” คนพูดเห็นสีหนาทหน้าดุ “ก็ทีคุณยังชอบแกล้งฉันบ่อยๆ!!”
สีหนาทเห็นหนูนารีบแก้ตัวเป็นการใหญ่ ..ก็ยิ้ม “ใครว่าอะไรเธอล่ะ” อ้าว.. มือจับสองไหล่ แล้วไล่ลงมาที่สองแขนของหนูนา “รู้ว่าเธอคอยสังเกตฉันแบบนี้ มันน่าดีใจจะตาย” หนูนาอึ้งไป แทบจะพูดไม่เป็นคำ..“หนูนา..” เขาไม่สนใจกับอาการแก้ตัวอีกแล้ว พูดเรื่องที่อยากพูด “เห็นเธอเป็นแบบนี้แล้วฉันไม่สบายใจเลย มันอึดอัดแทน! มีอะไรที่ยังค้างคาใจ ก็พูดออกมาเถอะ!”
หนูนาโดนจี้ใจอย่างแรง แต่ยังปฏิเสธ “คุณ..เอาอีกแล้ว ฉันบอกแล้วว่าไม่มีอะไร!”
สีหนาทขึ้นเหมือนกัน “ไม่มีอะไร หรือว่าไม่กล้า! เธอจะเก็บงำเอาไว้อีกนานแค่ไหนฟังฉันนะหนูนา กับสิ่งที่มันสำคัญในชีวิต ถ้าเราไม่พูด ไม่ใช่แค่จะเสียใจภายหลัง แต่อาจจะต้องเสียใจไปจนตาย!!”
“คุณ!”
“ทำไมถึงไม่เชื่อใจฉันบ้าง ที่ฉันพูด ฉันทำทุกอย่างเนี่ย มันยังไม่พอให้เธอเชื่ออีกเหรอ ว่าฉัน พร้อมจะยอมรับทุกอย่างที่เธอเป็น ทุกอย่างจริงๆ”
หนูนามองหน้าสีหนาท เห็นสายตาที่หนักแน่นนั่นแล้วหัวใจเต้นระรัว! จะต่อต้านไปอีกได้สักแค่ไหน..
“คุณสิงห์ครับ” เสียงรามเรียก สีหนาท และหนูนาต่างชะงักกันไป หนูนาได้สติรีบผละออกจากสีหนาท “คนของเราพร้อมแล้วครับ”
สีหนาทพยักหน้ากับราม บอกหนูนา “ฉันเลือกเวลาถามไม่ดีเลยใช่มั๊ย?” เขาตัดใจลงก่อน “กลับไปที่ห้องพักซะพอฉันกลับมาเราค่อยมาคุยกัน ฉันกับน้ารามจะออกไปธุระ”
หนูนารู้สึกได้ถึงพิรุธทั้งของสีหนาทและราม และเห็นว่าการแต่งตัวของรามดูมิดชิดรัดกุมแถม ยังมีด้ามปืนพกโผล่ออกมาให้เห็นจากเสื้อผ้า หนูนาอึ้ง!! “คุณกับน้ารามจะไปไหนกันแน่คะ มืดค่ำป่านนี้แล้ว”
สีหนาทหลบๆตาหน่อย “จะไปพบสารวัตรกชหน่อย ไปครับน้าราม”
หนูนามาขวางหน้า “มีอาวุธ แล้วก็เตรียมคนงานไปแบบนี้ จะไปจับไม้กันใช่รึเปล่า?”
“หนูนา” รามเตือน “เบาๆสิ”
หนูนามองพ่อ มองสิงห์ความเป็นห่วงพุ่งขึ้น “แค่เป็นสายให้ตำรวจก็พอแล้วนี่คะ? ทำไมจะต้องเอาตัวเองลงไปเสี่ยงด้วย!”
“ก็เรารู้จักพื้นที่ดีกว่า อย่าทำหน้าแบบนี้สิ! ฉันกับน้าราม เอาตัวรอดได้น่ะ”
แต่ยังไงมันก็เสี่ยงอยู่ดี !เพิ่งจะไม่นานนี้เอง ที่เราเกือบ..เกือบจะโดนเค้าฆ่า!!”
“หนูนา นี่ถ้ารู้ว่าเอะอะขนาดนี้ ไม่ให้รู้เรื่องก็ดีหรอก!”
“ก็แล้วให้รู้ทำไมล่ะ ไม่ให้รู้เลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง!”
สีหนาทเห็นอาการหนูนา ยิ้มยั่ว “เฮ้อ..ไม่ให้รู้ก็ไม่ได้รู้สิว่ามีคนคอยห่วง แต่ป่า ก็ต้องมีคนคอยห่วงเหมือนกัน ไอ้คนเห็นแก่ได้ที่มันคอยแต่จะจ้องล้างผลาญอย่างเดียว! ไม่เคยสำนึกว่าไม้ตะละท่อนที่มันเลื่อยไป เหมือนมันตัดแขนตัดขาตัดลมหายใจของตัวเอง! หนูนา..ป่า..คือลมหายใจของเรา ถ้าปล่อยให้มีคน มาพรากลมหายใจเราไปง่ายๆ อีกหน่อยไม่เหลือป่า พวกเราจะเป็นยังไง! ประเทศนี้จะเป็นยังไง! จะต้องมีคนจัดการกับคนพวกนี้!”
หนูนาอึ้ง ไม่สามารถเถียงได้อีก “ถ้า.. ถ้ายังงั้น ฉันขอไปด้วย!”
“ยิ่งอันตรายกันไปใหญ่! เดี๋ยวก็คอยเป็นห่วงกันจนไม่เป็นอันทำอะไร!” สีหนาทลูบผมปลอบ “อย่าตีโพยตีพายสิ ยังไม่ทันมีอะไรเลย!เดี๋ยวเธอกลับไปที่ห้อง พักผ่อนซะ พรุ่งนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย แล้วฉันจะมาทวงคำตอบที่เราค้างกันไว้”
“งั้น...งั้นฉันขอรอฟังข่าวอยู่ที่นี่ได้มั๊ย ?”
“เชื่อคุณสิงห์เถอะนะหนู กลับไปห้องซะ ไม่งั้น..อาจจะมีคนสงสัย”
“ได้ยินที่น้ารามบอกรึเปล่า กลับไปซะ อย่าดื้อ..”
หนูนาตัวสั่น..น้ำตาคลอใจจะขาด แต่รู้ว่ายังไงก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจผู้ชายสองคนนี้ได้เลย

ท้ายรถกระบะปิดลง!! เห็นคนงานแน่นเต็มรถกระบะทั้งสองคัน! สีหนาท กับรามเดินเร็วๆมาถึง เชษฐ์ที่รอสแตนบายด์อยู่ขยับตัว ทั้งหมดขึ้นไปบนรถ เรืองแอบดูอยู่ที่หลังต้นไม้ สีหน้าตื่นตกใจไม่น้อย เรืองเห็นว่าคนงานหลังรถต่างพกพาอาวุธติดตัวกันไป รถแล่นออกไป!!
เรืองโผล่ออกมาจากที่ซ่อน หน้าเครียด รีบเดินหลีกไปอีกมุม แล้วควักเอามือถือออกมา กดเบอร์โทร์ ที่หน้าจอ ขึ้นชื่อการโทรออกหา “คุณอดิสร” เรืองรออดิสรรับสายอย่างใจจดจ่อ

โฟร์วิลล์ที่อดิสรนั่งมา กำลังแล่นเข้าไปในพื้นที่ป่า ในรถ อดิสรนั่งอยู่ที่เบาะหลังกำลังคุยสายกับคนของตัวเอง สีหน้าคร่ำเคร่ง ด้านหน้ามีคนขับกับคงนั่งอยู่ “ไม่พอ!! มึงจะต้องเพิ่มคนดูต้นทางมาอีก งานนี้กูจะต้องมั่นใจได้ว่าไม่มีหมาตัวไหนมันมาสอด เข้าใจมั๊ย!!” อดิสรสั่งเสียงหงุดหงิด

เรืองกระวนกระวาย “เสี่ย รับซะทีสิ!” เรืองเดินพล่านจะเอายังไงดี กำลังจะกดมือถือซ้ำ !!
“มาทำอะไรแถวนี้” ก้อนถาม
เรืองชะงัก ก้อนเห็นท่าทางเรืองดูแปลกๆ ก็มอง สังเกต
“ฉัน...ฉันว่าจะไปออฟฟิศ ขอเบิกเงินล่วงหน้าหน่อย แต่ไม่เห็นใครเลย”
“ก็มันปิดแล้ว แกก็รู้เวลาไม่ใช่เหรอ!”
“ฉันรู้..ก็เผื่อว่าคุณเชษฐ์จะยังอยู่แถวๆนี้” เรืองตัดบท “แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร งั้นฉันไปล่ะ” เรืองกลบเกลื่อนแล้วรีบผละไป
ก้อนมองตามหลังเรือง “เดี๋ยว!!” เรืองชะงักหันกลับมาหวาดๆ “งั้นไปช่วยกันตรวจแนวกันไฟหน่อย คนขาดพอดี จะได้ เอาโอทีไปใช้... ไป”
เรืองเอ่ยอย่างจำยอม “ได้จ้ะ” ก้อนเดินนำออกไป ลับหลังก้อน เรืองแอบสบถ “โธ่เว๊ย!” จำใจเดินตามก้อนไป

“ให้ไปรับอาวุธและอุปกรณ์เพิ่ม ?” เชษฐ์ซึ่งกำลังขับรถอยู่แปลกใจ “ตกลงครับ” เขาวางสาย “ สายของสารวัตร รู้มาจากวงใน ว่าล่าสุดไอ้อดิสรมันออร์เดอร์อาวุธหนักมาอีกเพียบ”
ทุกคนนิ่งเงียบกันไปเมื่อได้ยินอย่างนั้น
สีหนาทหนักแน่น “เราจะต้องรอบคอบกันมากขึ้น! เพราะจุดประจำการของเราเป็นจุดที่เสี่ยงที่สุด!” สีหนาทพูดโดยรู้ถึงอันตราย แต่ก็ยังคุมสติเอาไว้ ทุกคนในรถที่ฟังต่างรับรู้ถึงอันตรายที่รอคอยอยู่
รถสีหนาทและรถคนงาน สองคันแล่นตะบึงไปในความมืดเบื้องหน้า

หนูนากระสับกระส่ายหวีๆผม ประเดี๋ยวก็วางหวี หน้าเครียด นึกได้จะหวี แล้วก็วางลงอีก
แป้นประแป้งหน้าขาวพลางมองเพื่อนอย่างแปลกใจ “หนูนา...แกเป็นอะไร? หน้าเครียดเชียว กลุ้มใจอะไร?” หนูนาจับหวีมาหวี แต่เหมือนจะขูดผมซะมากกว่า ยังไม่ตอบ หน้าก็ยิ่งเครียด แป้นใช้ศิลปะการเดาอันแม่นยำ “เรื่องนาย หรือว่าน้าราม?”
หนูนาจี้ถูกจุด อึ้ง กระแทกหวี “ทั้งสองคน!!”
แป้นชะงักกับคำตอบ “เฮ้ยยย.. จริงอ่ะ สองคนเลยเหรอ ไหนทีแรกบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับน้ารามไง” เธอจี้เลย! “ตกลงแกรักแกใครชอบกันแน่ !!”
“แป้น!! ฉันรักน้ารามแบบพ่อ”
“แต่.. รักนายแบบอื่น?”
หนูนาหน้าแดง “บ้า..ฉันยังไม่ทันคิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย”
“ไม่คิดก็คิดเสียเถอะวะ ตกลงว่ารัก หรือไม่รัก?” แป้นจ้องหน้าท่าทางไม่เลิกจี้ง่ายๆ
“ก็ได้ๆ นายสิงห์ เค้าก็..มีอะไรดีๆหลายอย่าง.. เหมือนกัน”
“แล้วดีน่ะ รักหรือไม่รักล่ะ”
“แป้น เรื่องแบบนี้มันพูดยากนะ ฉัน...”
“เฮ้อ !! ฉันล่ะไม่เข้าใจแกจริงๆ ทำไมกะอีแค่รัก หรือไม่รักเนี่ยไม่รู้ตัวเชียวเรอะไง” หนูนาอึ้งไป เมื่อเจอแป้นใส่เข้าตรงๆ “ชีวิตคนเรามันสั้นนะหนูนา จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้! ทั้งที่รักที่ชอบ ก็มัวแต่เฉย เอาแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วถ้ามันเกิดอะไรขึ้น! คนที่จะเสียใจที่สุดก็คือแกนั่นแหละ” หนูนาฟังแล้วก็อึ้ง “ฉันจะบอกให้ คนเรานะ จะคิด จะทำอะไรก็ทำ! จะรักก็รัก! จะไม่รักก็ตัดๆไปซะ! ต่อให้ต้องเสียใจว่าคิดผิดทำผิด! ก็ยังดีฝ่ามานั่งคร่ำครวญเสียดายว่าตอนนั้นโอกาสมี แต่ไม่ยอมทำนะแก” คำพูดของแป้นเหมือนประทัดที่ระเบิดขึ้นในหัวหนูนา แทบจะเซไป “ฟังฉันนะหนูนา กับสิ่งที่มันสำคัญในชีวิต ถ้าเราไม่พูด ไม่ใช่แค่จะเสียใจภายหลัง แต่อาจจะต้องเสียใจไปจนตาย”
หนูนาร้อนใจบีบมือตัวเองแน่น ร้อนรุ่มไม่ต่างนั่งอยู่ในกองไฟ กลัวจนจับจิตว่าจะไม่มีโอกาสเรียกรามว่าพ่อ จะไม่มีโอกาสจะบอกสีหนาทว่าหัวใจของเธอยินดีแค่ไหนที่จะตอบรับไมตรีของเขา หนูนาผุดลุกขึ้นทันที!! “แป้น ฉันจะไปเรือนใหญ่”
“เดี๋ยวนี้เลยเหรอ?” หนูนาพยักหน้า แล้วไปควานหาเสื้อไว้ใส่คลุมทับเสื้อนอน “แกนี่ บทจะร้อนก็ร้อนฉ่าขึ้นมา! จะไปพูดอะไรตอนนี้ล่ะ รอพรุ่งนี้เช้าดีกว่า”
“ฉันรอไม่ได้! นายสิงห์กับน้ารามเค้าไปจับไม้เถื่อนกัน!” ห๊า!!! แป้นอ้าปากค้าง “นี่ฉันอึดอัด จนใจมันจะระเบิดอยู่แล้ว!! อย่างน้อยไปรอที่เรือนใหญ่ อาจจะได้ข่าวอะไรบ้าง คุณสิงห์เค้าไม่อยากให้ใครรู้ ฉันก็จะไปรอเงียบๆ”
“เดี๋ยว” แป้นถอนใจ “ขืนปล่อยแกไปคนเดียว คนเห็นได้นินทาตาย ฉันไปด้วย”
“ขอบใจนะแป้น ขอบใจจริงๆ”
แป้นส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร แล้วบีบมือเย็นๆ บีบไหล่ของหนูนาให้แข็งใจเข้าไว้!

ณ จุดเตรียมตัวก่อนเข้าจุดตัดไม้ กชและทีมตำรวจในชุดดำอำพรางตัว กำลังเตรียมปฏิบัติภารกิจ
จุฑารัตน์ และทีมกล้องก็เตรียมพร้อมอยู่อีกด้าน กชเดินมาหา จุฑารัตน์รีบเดินล้ำมา และพยักหน้าให้ตากล้องตามมา
“ใจเย็นๆ คุณ! ตำแหน่งที่จะให้พวกคุณเก็บภาพข่าว เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่พาไป อยู่ตรงนั้นพวกคุณจะปลอดภัย และอย่างที่เราตกลงกัน ห้ามออกนอกเขตที่ทางเราอนุญาตเด็ดขาด! เพื่อความปลอดภัยของพวกคุณเอง” จุฑารัตน์ชะงักไป กชดูย้ำซะจนดุ กชบอกเจ้าหน้าที่ “ฝากพวกเค้าด้วยนะ” แล้วกชหันไปบอกกับจ่า “เดี๋ยวพอผมให้สัญญาณ ระดมเจ้าหน้าที่ติดตามมาทันทีเลยนะจ่า”
“ครับผ๊ม!”
กชหันไปพยักหน้าให้ทีมแรกที่แต่งชุดอำพรางเหมือนกัน แล้วคืบนำไปในความมืดอย่างระวังตัว จุฑารัตน์มองอย่างลุ้นมาก จ่าและเจ้าหน้าที่อื่นๆหันไปเตรียมตัวกัน!

อดิสรวอสื่อสารกับกลุ่มที่ดูต้นทาง ด้านหลังของอดิสร คงและลูกน้องกำลังวางเครื่องไม้เครื่องมือ ยังเห็นว่าทั้งที่รอบๆต้นไม้มีผ้าเหลืองพันอยู่ตำตา!
คงทึ้งผ้าเหลืองออกจากไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอย่างไม่ใยดี แล้วให้ลูกน้องวางเลื่อย เตรียมจะเลื่อย
“ดูต้นทางกันให้ทั่วๆ กระจายออกไปให้รอบ ! อย่าอู้แม้แต่นิดเดียวนะมึง! งานนี้เราจะพลาดไม่ได้” อดิสรวางเครื่องมือสื่อสารลง แล้วโทรศัพท์อดิสร สั่นเตือนมีสายเรียกเข้า อดิสรหยิบมาดู แสยะหน้า “ไอ้เรือง มันโทรมาทำไมกันตอนนี้วะ!” อดิสรส่ายหน้ากดตัดสาย แต่แล้วมือถือสั่น มีสัญญาณเข้ามาอีกครั้ง!!
ในป่า...ลูกน้องอดิสร 3 คน กระจายกันดูต้นทางบริเวณก่อนถึงพื้นที่ตัดไม้ กชในชุดดำพรางตัว นำทีมลูกน้อง 2 คนย่องเงียบกริบเข้าไป... ลูกน้องหันมาเห็นเงาคน ไหวตัว จะยิง กชย่องมาด้านหลังปิดปาก ล็อคหลัง ปลดปืน!!
ลูกน้องคนอื่นก็ถูกลูกน้องของกชเข้าจู่โจมด้วย คนร้ายพยายามจะยิงต่อสู้ แต่ถูกหน่วยปราบปรามเข้าบู๊และปลดปืน

อดิสรคุยมือถือหน้าตื่น “มึงแน่ใจนะ !! ว่าเห็นจริงๆ”
เรืองหลบคุยกับอดิสร ในมุมหนึ่งของไร่บัวขาว “แน่ใจเสี่ย มันพกอาวุธกันไปทุกคน แล้วตรงกับวันที่เสี่ยลงมือแบบนี้ไม่บังเอิญแน่ๆ”
อดิสร วางสายลงอย่างแค้นมาก! “ปัดโธ่เว๊ย ไอ้สิงห์” อดิสรแค้นสุดๆ

ทางเข้าจุดตัดไม้ กชและชุดปราบปรามปลดปืนลูกน้องอดิสรได้จนครบ ทว่าลูกน้องคนที่สี่ที่เดินไปสำรวจทางอื่นกลับมาเห็นเข้า กชรีบหมอบต่ำ แล้วกระโจนเข้าหา เพื่อเลี่ยงวิถีกระสุน แต่ไม่ทันซะแล้ว มันลั่นปืนขึ้นซะก่อน เปรี้ยงๆ !!

อดิสรถือปืนกลแนบกายกำลังจะออกวิ่งไปทางด้านหลังหันขวับ ตามเสียงปืน อดิสรสั่งลูกน้องที่กำลังขนของ “ไม่ต้องขนแล้วเว้ย ไป๊!!!”
ทันใดสปอตไลท์แรงสูงสองดวงส่องสว่างจ้าขึ้น ...เสียงจากโทรโข่งดังขึ้น “นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เราล้อมบริเวณนี้ไว้หมดแล้ว ยอมมอบตัวซะแต่โดยดี!!”
อดิสร และลูกน้องชะงัก ยังไม่ทันจะได้หนีพ้น ไม่ทันขาดคำ กชนำทีมกรูเข้ามา แผ่ล้อมตีขนาบ มีแต่ด้านหลังที่กระจายกำลังโอบรอบไม่ได้ เห็นว่าตำรวจบางนายนอกจากมีปืน ยังมีโล่ห์ไว้ช่วยกันกระสุน ในส่วนที่เสื้อเกราะกันไม่ได้อีกด้วย

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13 วันที่ 26 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ