อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/3 วันที่ 11 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/3 วันที่ 11 ธ.ค. 58

“ครับ”
“รุตม์พาตัวลีลาไปเพราะไม่ต้องการให้งานแต่งงานเกิดขึ้นใช่ไหม”
“ครับ...วรรษเชื่อลีลาทุกอย่าง ผมอยากจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม”
“แต่ระหว่างรุตม์กับวรรษ มันคงจะไม่เหมือนเดิม”
“ผมรู้ครับ แต่ผลของมันคุ้มที่จะทำ”
ศิริพอใจที่ได้ยินการตอบรับของนรุตม์เป็นอย่างที่คิด “หวังว่าครั้งนี้วรรษจะยอมตัดใจ พ่อขอบใจมากนะรุตม์ ขอบใจ...”

“ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนครับ” นรุตม์วางสายด้วยสีหน้าหนักใจ แล้วเดินกลับขึ้นบ้านพักไป
ที่ริมหาด กระบี่ ศตวรรษนั่งอยู่ในรถที่ตัวเองเช่ามา ค่อยๆ ขยับตัวลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในรถ เพียงลำพัง ศตวรรษตั้งสติมองหาลีลา “คุณลี..” ศตวรรษรีบคว้ามือถือมาโทรหาลีลา


เสียงมือถือลีลาดังมาจากในกระเป๋าสะพายที่หล่นที่พื้น ลีลารีบคว้าด้วยความไวหยิบขึ้นมาเห็นว่าเบอร์ศตวรรษโทรเข้ามา เธอรีบกดรับ “คุณวรรษ!” ทันทีที่ลีลาพูด นรุตม์เข้า มาดึงมือถือจากมือของลีลาทันที “คุณรุตม์!” ศตวรรษลงมายืนอยู่ข้างรถคุยมือถือ ได้ยินเสียงลีลาก็ฟังอึ้งๆ ที่มีชื่อ นรุตม์ “คุณรุตม์! เอาโทรศัพท์ฉันมา!” ลีลาเข้ามาคว้าเพื่อจะเอาโทรศัพท์คืน แต่นรุตม์ไม่ยอม ลีลาไม่ยอม
นรุตม์ใช้มือข้างที่ว่างรวบลีลาไว้ แล้วคุยโทรศัพท์กับศตวรรษ “วรรษ...”
“พี่รุตม์ พี่พาคุณลีไปไหน พี่รุตม์ พี่ได้ยินผมไหม พี่รุตม์!”
นรุตม์นิ่งไปชั่วขณะ ลำบากใจแต่จำเป็นต้องทำ “ลีลาเป็นผู้หญิงที่พี่รัก พี่จะดูแลเขาอย่างดี เมื่อถึงเวลาพี่จะพาเขากลับบ้านเอง” ลีลาได้ยินพยายามจะร้อง แต่นรุตม์ไวกว่าใช้มือปิดปากลีลาไว้แน่น
“แต่คุณลีเป็นภรรยาของผม”
นรุตม์รู้สึกผิดแต่ต้องฝืนตัดบท “...แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯ” นรุตม์กดวางสายแล้วกดปิดเครื่องไปเลย
ศตวรรษพยายามจะโทรกลับไปให้ได้ แต่ไม่มีสัญญาณติดต่อไม่ได้ ศตวรรษหัวเสียมาก

ลีลาหันมาเสียงดังใส่ด้วยความโกรธ “สกปรก!! คุณไม่มีวิธีการที่มันดูดีกว่านี้เพื่อหยุดฉันแล้วใช่ไหม”
“แล้วที่คุณพาวรรษมาจดทะเบียน แล้วคิดจะใช้ร่างกายมัดผู้ชาย มันดูดีแล้วใช่ไหม พ้นคืนนี้ไปวรรษคง ไม่เชื่อว่าผมกับคุณจะนอนจับมือกันหรอกนะ”
ลีลาโกรธมากตีศอกใส่ตัวนรุตม์ ชายหนุ่มเสียหลักไปนิด ลีลาวิ่งไปที่ประตูจะเปิดออก นรุตม์เข้าจับไว้ไม่ยอมให้ลีลาเปิด
“ฉันทุ่มทุกอย่างเพื่อวันนี้ ใครก็ขวางฉันไม่ได้!”
“จะให้ผมทนดูคุณเดินลงนรกเพราะความไม่รู้ ผมทำไม่ได้”
“ฉันไม่สนว่ามันจะนรกหรือสวรรค์ ถ้ามันทำให้พ่อฉันมีความสุขฉันจะทำ!”
“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมหยุด!”
“ฆ่าฉันให้ตายสิ ฉันถึงจะหยุด! เห็นความเจ็บปวดของพ่อ มันก็เหมือนอยู่ในนรก ยี่สิบปีที่ต้องเห็นพ่อจมกับความเจ็บปวด...ความเจ็บแค้นของพ่อฉันมีแต่ลูกอกตัญญูเท่านั้นที่จะทนอยู่เฉยได้!”
นรุตม์สวนกลับด้วยความทนไม่ได้ “ลี...ความจริงพ่อของคุณ...”
ลีลาตาขวาง“พ่อของฉันทำไม”
นรุตม์ลังเล “บางทีพ่อของคุณอาจจะไม่ได้พูดความจริง”
“สิ้นทางถึงขนาดต้องโยนเรื่องเลวๆ ให้พ่อฉันเลยเหรอ ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเลวขนาดนี้!”
นรุตม์พยายามทั้งปรามและขอร้อง“ฟังผมก่อนได้ไหมลี ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวด ผมเข้าใจ...แต่”
“คุณไม่รู้! คุณไม่รู้ว่าการที่ต้องเห็นพ่อของตัวเองพิการ หลบซ่อนตัวหนีคดี... แบกรับความอับอายที่ถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้ขี้โกง! มันเป็นยังไง!...” ลีลาพรั่งพรูความเก็บกดตลอดยี่สิบปี ความกดดันที่ทำร้ายตนมาตลอด “คุณไม่มีวันเข้าใจว่าการที่ต้องเห็นพ่อตรอมใจจนต้องเป็นมะเร็ง มันเจ็บแค่ไหน คุณไม่เคยเห็นพ่อตัวเองยกมือไหว้ขอฆ่าตัวตายเพื่อหนีความเจ็บปวด...คุณไม่เคยเห็น...ไม่เคย..ไม่เคย!!!” หญิงสาวระเบิดความเจ็บปวดทั้งหมดทิ้งตัวร้องไห้อย่างหนักหน่วง นรุตม์มองลีลาด้วยความสงสาร

ที่ห้องทำงานของณรัล ณรัลหันกลับมาด้วยสีหน้าแปลกใจ “ทำไมอยู่ๆ คุณแม่ถึงอยากรู้เรื่องของลีลากับผมล่ะครับ”
“วรรษแอบออกไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อเช้าสงสัยว่าจะไปกับลีลา แม่ไม่เข้าใจเลยว่าผู้หญิงคนนั้นต้องการ อะไร”
ณรัลฟังแล้วเห็นเป็นโอกาส “ผู้หญิงคนนั้นเคยทอดสะพานให้ผมครับแม่ ให้ท่าหาญกล้า แต่พอรู้ว่านรุตม์เป็นคนที่มีอำนาจบริหาร เขาก็ทิ้งทุกคนเพื่อไปควงกับนรุตม์ ผมคิดว่าสองคนนั้นอาจจะลึกซึ้งกันก็ได้นะครับแม่”
“รัลกำลังคิดอะไรอยู่”
“ผม...ผมไม่อยากคิดมาก แต่ถ้าการที่ลีลาแต่งงานกันครั้งนี้เพื่อช่วยนรุตม์ล่ะครับแม่”
“รุตม์ไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ ถึงมีอำนาจสูงสุดตอนนี้ แต่จะถูกถอดเมื่อไหร่ก็ได้ น้องอาจจะพยายามหาหลักประกันความมั่นคงของตัวเอง”
“วรรษเคยรู้เรื่องพวกนี้ไหม”
“ถึงจะรู้ แต่วรรษเป็นคนจิตใจดี แล้วก็ยังมีความเป็นเด็กมาก ถ้าเป็นจริง ก็คงตามสองคนนั้นไม่ทัน หรอกครับแม่” กัลยากังวลมาก ณรัลแอบมองด้วยสีหน้าพอใจ

ศตวรรษเดินออกมาจากรีสอร์ทด้วยอาการหัวเสีย พลางคุยมือถือ “ผมตามหาเป็นสิบๆ ที่แล้ว พี่ช่วยโทรเช็คให้ผมหน่อยได้ไหมครับว่า พี่รุตม์พาตัวคุณลีไปไว้ที่ไหน”
ภารดีถือสายด้วยสีหน้าเครียด “พี่จะลองดูนะ ถ้าได้ข่าวจะรีบบอกวรรษนะ” ภารดีดวางสาย
แดนที่กำลังนั่งคุยงานอยู่ด้วยใกล้ๆ กัน เห็นภารดีร้อนใจจะโทรหานรุตม์ก็เอ่ยห้ามขึ้น “ไม่ต้องโทร...” ภารดีเหลือบมองแดน แต่มือยังกดโทรออก แดนเดินเข้ามาจับมือภารดีที่กำลังกด โทรศัพท์ บีบมือภารดีไว้ไม่ให้กดโทรออก
ภารดีจะดึงมือออก แต่แดนบีบไว้แน่น “อะไรของคุณเนี่ย” หญิงสาวร้อนใจ “ถ้าพี่รุตม์พาลีลาไปจริงจะต้องเป็นเรื่องใหญ่ เข้าใจไหม”
“ที่นรุตม์ทำมันถูกต้องแล้ว”
ภารดีมองอย่างไม่อยากเชื่อ “แย่งคนรักของน้องชายเนี่ยนะ ถูก??”
แดนดึงมือถือมาจากภารดี หญิงสาวจะคว้ามือถือคืน แต่แดนเหวี่ยงมือออกไม่ให้ภารดีเอื้อมถึง ภารดีมองอย่างหัวเสีย แล้วมองไปที่มือถือของแดนที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเก้าอี้ที่แดนนั่ง ภารดีรีบเข้าไปหยิบมือถือแดน แดนมองนิ่ง ภารดีหยิบมือถือของแดนพยายามจะกดแต่ติดรหัสเข้าไม่ได้ ภารดีมองแดนที่ยิ้มอย่างเป็นผู้ชนะก็ไม่ยอมแพ้ คว้าโทรศัพท์ของโรงแรมที่ตั้งวางอยู่จะกดโทรออกแต่ไม่มีสัญญาณ ภารดีมองแดนเห็นแดนถือสายโทรศัพท์ที่ถูกดึงออกอยู่ในมือ หญิงสาวโกรธมากเข้าไปแย่งมือถือจะเอาคืนจากแดนให้ได้ แดนที่คอยหลบเจอภารดีที่ฮึดสุดแรง คว้าข้อมือแดนไว้ แล้วพยายามจะแกะมือแดนให้ปล่อย แต่แดนไม่ยอมปล่อย ภารดีพยายามทั้งจิกทั้งกัด จนแดนทนฤทธิ์ไม่ไหวต้องใช้วิธีกอดภารดีไว้แน่น ๆ ภารดียังขืนๆ
“อย่าดื้อได้ไหม ผมบอกก็เชื่อกันหน่อยได้ไหม”
“แล้วทำไมฉันต้อง” ภารดีหันมาพูดกับแดนแล้วชะงักกับระยะใบหน้าที่ไม่ห่างกันนัก “เชื่อ...”
แดนกับภารดี ต่างคนต่างชะงักกันไป แดนเองก็อึ้งที่ได้อยู่ใกล้ภารดีในระยะประชิด แดนเสียงอ่อนลงแบบไม่ได้ตั้งใจ “เชื่อเถอะนะ” แดนมองด้วยสายตาอ่อนโยน ภารดีไม่เคยใกล้กับผู้ชายคนไหนมากเท่านี้ ก็ทำหน้าไม่ถูกนิดๆ ภารดีหลบตาลงเห็นว่าตัวเองกำลังโดนแดนกอดก็ยิ่งเขิน แล้วใช้มือที่แนบอยู่กับตัวชายหนุ่ม จิกและหยิกแดนแบบเต็มแรง “โอ๊ยๆๆๆ” แดนต้องรีบปล่อยมือจากภารดีแล้วถอยห่าง
ภารดีเขินแต่ไม่ยอมเปลี่ยนประเด็น “ฉันจะไม่โทรตามที่คุณบอก...ถ้าคุณยอมบอกความจริง” แดนมองตอบทำท่าไขสือว่าความจริงอะไรไม่รู้สักนิด “คุณบอกว่าพี่รุตม์ทำถูก แสดงว่ารู้ว่าเพราะอะไร” ภารดีคาดคั้น
“ผมรู้ว่าลีรักนรุตม์ เขาก็ต้องแต่งงานกับคนที่เขารัก มันถึงจะถูก...”
“แค่นั้น”
“อืม...”
“ฉัน..ไม่...เชื่อ”
“ก็เป็นเรื่องของคุณ ผมมีธุระ เรื่องงานที่คุณพรีเซนทต์ ผมโอเค จัดการได้เลย” แดนหยิบมือถือ แล้วรีบออกไป ภารดีมองตามไม่ยอมแพ้

ที่บ้านพักที่ชุมพร นรุตม์มองสายตาแข็งกร้าวของลีลาแล้วเอ่ยขึ้น “ฟังผมก่อนได้ไหมลี”
“ฉันไม่สน!...ฉันยอมแลกทุกอย่างของชีวิตกับความสุขครั้งสุดท้ายของพ่อ ใครก็ห้ามฉันไม่ได้!” นรุตม์ลังเล นึกถึงที่ดลบอก
“ลีไม่มีทางเชื่อคุณ พ่อที่เลี้ยงดูมาอย่างชลัมน์กับผู้ชายที่รู้จักกันไม่นาน ลีต้องเชื่อชลัมน์อยู่แล้ว ถ้าคุณพูดไป ลีต้องคิดว่าพ่อถูกใส่ร้าย คนที่จะเชื่อนอกจากชลัมน์ก็คืออา อาจะเป็นคนบอกลีลาเรื่องนี้เอง”
ลีลาต่อว่า “ฉันเคยคิดว่าคุณเป็นคนดี แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิด ทั้งที่รู้ว่ามันเลว คุณก็ยังจะปกป้องมัน!”
นรุตม์ใช้สองมือบีบต้นแขนลีลาทั้งสองข้าง “อย่าพูดถึงท่านแบบนั้น”
“ฉันจะพูด ฉันเกลียดมัน มันทำลายครอบครัวฉัน!”
“คุณทำแบบนั้นไม่ได้!!”
ลีลาผลักนรุตม์สุดแรง แล้วคว้าของที่ใกล้มือทุกอย่าง ทั้งขวดแก้ว แจกันทรงสูงที่กระแทกกับผนังจนแตก กระจายกลายเป็นสภาพขวดปากฉลาม หมอน โทรศัพท์ในห้อง และของใกล้มือทั้งหมด แต่นรุตม์ก็ตั้งรับด้วยความนิ่ง
ลีลามองอย่างหัวเสียที่เห็นนรุตม์ไม่ยอมแพ้ ไม่หลีกทางให้ คว้าขวดที่แตกเป็นปากฉลามขึ้นมาขู่นรุตม์ ลีลาสายตากร้าว“อย่าบังคับให้ฉันต้องทำ!”
“ผมรู้ว่าคุณไม่อยากทำร้ายใคร ผมไม่อยากให้คนที่ผมรักต้องฝืนใจทำเรื่องเลวร้าย ผมคิดแบบนั้น มันผิดใช่ไหม” ลีลาชะงัก “ผมยอมเลวเพื่อคนที่ผมรัก บอกมาสิว่าที่ผมทำมันผิด ผมยอมให้คุณแต่งงานกับวรรษไม่ได้ เพราะผม รักคุณ แค่คุณบอกว่าคุณไม่รักผม ผมจะไป” นรุตม์อ้อนวอน “บอกผมสิ...ว่าคุณไม่รักผม” ลีลาเริ่มสับสนที่ถูก นรุตม์ต้อน ยิ่งพูดนรุตม์ก็ยิ่งก้าวเข้าหาลีลา “บอกผมสิว่าคุณไม่ได้รักผม พูดมาสิลี”
ลีลาอึ้งเพราะในหัวใจมีแต่นรุตม์คนเดียว “อย่าทำแบบนี้กับฉัน...”
“ถ้าคุณจะไปจากที่นี่...ต้องเอาชีวิตผมไปด้วย” นรุตม์ก้าวเข้าหาลีลา ความแหลมของขวดปากฉลามห่างจากตัวนรุตม์ไม่กี่นิ้ว ลีลามองด้วยอาการตระหนกกับสิ่งที่นรุตม์ทำ “ฆ่าผมสิลี...ถ้าคุณไม่รักผม” ลีลาน้ำตาร่วงได้แต่ยืนนิ่ง นรุตม์จับที่มือของลีลาที่จับขวดแจกัน ลีลาไม่สู้ ไม่ขัดขืน นรุตม์ดึงขวดแจกันออกมาจากมือของลีลาด้วยอาการยอมแพ้
“ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้ ทำไม...” ลีลาร้องไห้ระเบิดความกดดันที่ต้องรับมาตลอด
นรุตม์กอดลีลาด้วยความสงสาร นรุตม์จูบลีลาเบาๆ สัมผัสจากนรุตม์ที่ปลอบโยนทำให้ลีลายอมปล่อยใจไปกับนรุตม์ ด้วยความรักที่เต็มหัวใจ

ศตวรรษจอดรถ พลางกดโทรศัพท์โทรหาภารดี ภารดีมองโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเครียด แล้วกดรับ
“พี่เอมโทรหาพี่รุตม์หรือยังครับ”
“พี่ขอโทษ...พี่มีปัญหานิดหน่อย คงช่วยโทรหาพี่รุตม์ไม่ได้”
“ผมโทรไปเขาไม่ยอมรับสาย แล้วใครจะช่วยผมได้”
“ก็มีคนเดียวที่พี่รุตม์จะยอมรับสาย”
ศตวรรษคิดตามคำพูดของภารดี

ที่บ้านของศิริ เสียงมือถือศิริดังขึ้น ศิริมองมือถือแล้วกดรับ “ตอนนี้วรรษอยู่ที่ไหน กระบี่...ไปทำอะไรที่นั่น”
ศตวรรษร้อนใจ “ตอนนี้พี่รุตม์ลักพาตัวภรรยาผมไปครับพ่อ”
“ภรรยา?” ศิริชะงักไปที่ได้ยิน
“ผมกับคุณลีจดทะเบียนสมรสกันแล้วครับ”
ศิริอึ้งไปนิด “แล้ววรรษอยากให้พ่อช่วยอะไร”
“ช่วยบอกผมทีว่าตอนนี้พี่รุตม์อยู่ที่ไหน”
“พ่อจะจัดการให้” ศิริกดวางสาย แล้วโทรหาธีรพัฒน์ “ส่งที่อยู่ของนรุตม์ตอนนี้ให้ฉันด่วนที่สุด”
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น กัลยาเดินเข้ามาในห้อง “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ เรื่องตาวรรษ”
“รุตม์กำลังตามตัวให้อยู่ คุณอย่ากังวลไปเลยนะ”
“ฉันกังวลเรื่องลีลา ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาวุ่นวายกับลูกชายของเราทุกคน แล้วยังเรื่องความสัมพันธ์ของลีลา กับนรุตม์ สองคนนั้นเหมือนจะลึกซึ้งต่อกันนะคะ ฉันกลัวว่าวรรษจะโดนหลอก”
“ณรัลบอกคุณอย่างนั้นเหรอ”
“ณรัลไม่...” กัลยานึกได้ว่าแก้ตัวไปก็เท่านั้น “ฉันบังคับให้ลูกเล่าให้ฟังเองค่ะ”
“ผมคิดวิธีจัดการไว้แล้ว แต่คุณต้องทำตามที่ผมบอก”
“ถ้ามันจะทำให้ทุกอย่างจบได้ด้วยดี”
“ทุกคนคือลูกรักของผม ผมต้องการให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีที่สุด เชื่อใจผมได้ไหมคุณกัล”
กัลยามองศิริที่กำลังมองมาเพื่อรอคำตอบ

ที่บ้านของดล ภารดียืนรออย่างอดทนพลางมองเข้าไปในบ้าน
แดนเห็นภารดีที่ยังยืนอยู่หน้าบ้านก็ส่ายหัว ระอาใจ “ตื้อจริงๆ”
“ถ้านรุตม์เอาตัวลีลาไปจริงๆ หวังว่ากลับมาคราวนี้ศตวรรษจะยอมล้มเลิกงานแต่งงาน” ดลเอ่ย
“ไม่รู้ว่าลีจะเป็นยังไงบ้าง” แดนเป็นห่วง
“คนรักกันไม่ทำร้ายกันหรอก” แดนชะงักไปนิดอย่างสะเทือนใจ เพราะยังตัดใจไม่ได้ร้อย เปอร์เซ็นต์ ดลมองแดนอย่างเข้าใจ “การได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข นั่นคือความสุขจากรักแท้....”
“ผมพยายามอยู่ครับพ่อ ผมจะต้องทำให้ได้”
ดลตบไหล่แดนอย่างปลอบใจ“แล้วข้างนอกนั่น...พ่อว่ารอทั้งคืนเขาก็ทำได้นะ”
แดนมองออกไปที่ภารดีที่ยังยืนรอ อยู่ด้านนอกอย่างอดทน

“จะกางเต็นท์นอนเลยไหม?” เสียงแดนดังขึ้น
ภารดีหันมองแดนที่เดินออกมา“ถ้าทำให้คุณยอมพูดความจริง ฉันก็จะทำ”
“ผมก็อยากบอกคุณนะ แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาสองคน” ภารดีกำลังจะสวนว่าแล้วคุณ ไปรู้ได้ยังไง “กำลังจะสวนว่าผมไปสอดรู้ได้ยังไงใช่ไหม”
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ”
“เวลาคุณคิดจะด่า ปีกจมูกคุณจะบานๆ หุบๆ แบบนี้”
“ไม่จริง” ภารดีรีบเอามือปิดจมูกทันที
“จริง...คุณไม่รู้ตัวเอง”
ภารดีอาย แดนขำๆ ท่าทางของหญิงสาว
“นี่คุณกำลังเบี่ยงประเด็นใช่ไหม”
“พูดตรงๆ เลย อีกไม่นานคุณก็จะเข้าใจ แต่ตอนนี้ผมขอให้คุณอยู่เฉยๆ ปล่อยให้นรุตม์จัดการเรื่องนี้ไป เท่านั้นก็พอ”
“แต่...”
“พี่รุตม์เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่คุณเคยเจอ ไม่มีใครดีเท่าเขา คุณเคยพูด จำได้ไหม...ที่คุณร้อนใจอยู่ตอนนี้ เพราะคุณไม่เชื่อใจเขาแล้วใช่ไหม”
“ฉัน...” ภารดีหน้าเหวอที่โดนย้อน
“ถ้าเชื่อก็อยู่เฉย ๆ เข้าใจไหม...” ภารดีอยากจะเถียงแต่เถียงไม่ออก แดนใช้สองมือประคองหน้าของภารดี “ตอบก่อนว่าเข้าใจไหม?”
ภารดีจนแต้ม ตอบสะบัดเสียงนิดๆ “เข้าใจ!...พอใจหรือยัง”
แดนยิ้มแล้วจัดการจับตัวภารดีหันกลับไปที่รถ “งั้นก็กลับบ้านไปทำงานที่ผมจ้าง แล้วก็รอฟังข่าว”
“แต่...”
“อย่าดื้อ....กลับบ้านนะ”
ภารดีเห็นสายตาของแดนเหมือนพี่ชายเกลี้ยกล่อมน้องจนอยู่มือ“ฉันอดทนรอได้ไม่นานหรอกนะ”
แดนยิ้มน่ารักใส่ให้หญิงสาว ภารดีเห็นแล้วชะงักไปนิด เริ่มรู้สึกถึงความน่ารักของแดน ภารดีทำเมินแล้วก้าวขึ้นรถแบบไม่เต็มใจนัก หญิงสาวเหลือบมองเห็นแดนยิ้มน่ารักโบกมือให้ ภารดีหันหน้าหนีแล้วขับรถออกไปเลย แดนมองตามยิ้มๆ รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ารักดี

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/3 วันที่ 11 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ