อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13/3 วันที่ 26 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13/3 วันที่ 26 ธ.ค. 58

หนูนาส่ายหน้า “ไม่ค่ะ” เธอแน่วแน่ “ฉันจะบอกพ่อ เมื่อกี๊..พอนึกว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสได้เรียกพ่ออีกแล้ว.. ฉัน..ฉันเสียใจมาก ฉัน...”
“ใจเย็นๆ เดี๋ยวเธอกลับไปนอนพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปเจอน้ารามเอง”
“พรุ่งนี้แต่เช้าเลยนะคะ”
“อื้อ!” เขาพยักหน้า ลูบหัวหนูนารับประกันคำตอบ
แป้นเดินกระย่องกระแย่งมา มองไปเห็นสีหนาทอยู่ใกล้ชิดกับหนูนาอยู่ แหม..ดูสวีทกันซะด้วย แป้นยิ้มอิ่มๆใจ ก่อนจะบอกเสียงเบาๆอย่างเกรงใจออกไป “ข้าวต้มสุกแล้วค่ะ นายจะรับมั๊ยคะ”

สีหนาทกับหนูนาเพิ่งรู้สึกตัว สีหนาทหันไปบอก “เอาสิ ขอบใจมากนะแป้น”


แป้นรีบชะแว๊บกลับเข้าไป หนูนาเขินๆ ที่แป้นมาเจอเข้า เป็นฝ่ายที่ขยับตัวบ้าง “เดี๋ยวฉันเข้าไปช่วยแป้นในครัวก่อน..” หนูนาทำท่าจะไป ก่อนจะคิดบางอย่างได้จนหันกลับมา “คุณสิงห์คะ พรุ่งนี้...อะไรๆ จะเปลี่ยนไปมั๊ยคะ?
สีหนาทเข้าใจความกังวลของหนูนา ดึงมาใกล้ตัว ตอบอ่อนโยน น้ำเสียงไม่ล้อเล่น “พรุ่งนี้.. ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเธอ นารา เพราะสำหรับฉัน ลองถ้ารักแล้ว รักสุดหัวใจ ไม่สนใจหรอกว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นแค่คนงานไร่ธรรมดาๆ หรือว่าเป็นหลานสาวเศรษฐี”
หนูนาหน้าแดงขึ้น พูดอุบอิบ “ฉันชอบเป็นหนูนาคนงานไร่ต๊อกต๋อยมากกว่า”
สีหนาทลูบนิ้วเล็กๆของหนูนาในมือเล่น หว่านล้อมตาหวานๆ น้ำเสียงแผ่วเบา “แล้วไม่อยากจะเป็นนายหญิงของไร่บ้างเหรอ งานดีกว่าเยอะนะ” หนูนาหน้าแดงยิ่งกว่าเก่า มือไม้เริ่มขยุกขยิกเพราะอาการเขินมาก “ก็ได้.. เธอยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ หนูนา แต่บอกฉันสักนิดได้มั๊ย ว่าเธอจะรับข้อเสนอนี้ไว้พิจารณา”
สีหนาทเชยคางหนูนาขึ้น หนูนาสบแววตาซึ้งๆอ้อนวอนอยู่ในทีของสีหนาท แล้วศีรษะเล็กๆนั้นก็ผงกรับเบาๆ นิดเดียว ก่อนจะสะบัดมือแว่บหาย... ทิ้งให้สีหนาทยืนยิ้มกริ่มลำพองใจอยู่คนเดียว
“ไอ้เพ็กลอ มันหักหลังกู!!!” เสียงอดิสรลอดออกมาจากกระท่อมไม้เล็กๆที่ซุกตัวอยู่ในป่าลึก ในที่นั้นมีคงและลูกน้อง 4-5 คนที่เหลืออยู่
“พวกนั้น ช่วยกันปิดข่าวที่ไอ้เพ็กลอมันโดนตำรวจจับ ..ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน นี่แปลว่า...เรื่องบวชต้นไม้ ตำรวจอาจจะทำขึ้น..เพื่อ..ให้เสี่ยยอมขนไม้”
“หุบปาก! น้ำหน้าอย่างไอ้กชน่ะเหรอ มันจะรู้” อดิสรตาแดงก่ำวาวโรจน์ด้วยแรงแค้น “แผนนั่นมันต้องเป็น...ฝีมือของไอ้สิงห์ ไอ้ ไอ้นรก มันอยากจะตามเป็นศัตรูกูไปทุกชาติ” อดิสรอยากจะคลั่ง อยากจะบ้า กระทืบเท้าดิ้นรนไปด้วยแรงแค้น “โธ่เว๊ย!!!” เขาหยิบปืนมายิงระบายแค้น ลูกน้องพากันผงะ หลบ
“คุณสร!!” คงกลัวใครมาได้ยิน
อดิสรกระแทกปืนลง “กูสาบาน ถ้ากูไม่ได้ฆ่ามัน กูก็ไม่ขออยู่เป็นคน ไอ้สิงห์ มึงทำกูเจ็บ มึงจะต้องชดใช้ ชดใช้ให้กู ยิ่งกว่าชีวิตของมึง!!!” อดิสรแผดเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้น

เช้าวันต่อมา ที่โต๊ะอาหาร เรือนใหญ่ ไร่บัวขาว สีหนาทและหนูนาเพิ่งอิ่มจากมื้ออาหารเช้าง่ายๆ มีชามข้าวต้มและแก้วกาแฟเปล่าวางอยู่ หนูนาหน้าเสียขณะที่ฟังสีหนาทบอกเล่าเหตุการณ์เมื่อวาน
“น่าเสียดายที่ไอ้อดิสรมันหนีไปได้ แต่ก็ยังดีเราก็มีหลักฐานภาพถ่ายตอนกำลังตัดไม้มายืนยัน แถมพยานอีกหลายปาก ตอนนี้ทางตำรวจออกหมายจับแล้ว คดีอุกฉกรรจ์ ลักลอบตัดไม้อุทยาน ใช้อาวุธสงครามต่อสู้ทำร้ายเจ้าพนักงาน”
หนูนาพอฟังมาถึงตรงนี้ ใจบีบมาก “โดนเข้าหนนี้ นายนั่นคงยิ่งแค้นคุณมากขึ้น ถ้าตำรวจยังจับตัวเค้าไม่ได้ แล้ว..” เธอมองสีหนาท แววตาเป็นห่วง
สีหนาทแววตาอ่อนโยนลง บีบไหล่หนูนา “ฉันไม่ค่อยห่วงตัวฉันกับน้ารามเท่าไหร่เพราะเราพอจะเอาตัวรอดได้ แต่เธอกับยัยน้องนี่สิ.. สันดานอันธพาล บางครั้งมันเล่นงานศัตรูไม่ได้ ก็จะมาเล่นงานคนบริสุทธิ์ คนใกล้ชิดแทน”
“ฉันจะระวังตัวค่ะ แล้วนี่คุณพร้อมจะพาฉันไปโรงพยาบาลรึยังคะ?”
“ไปทำไมกัน เสียเวลาเปล่าๆ”
“เอ๊ะ แต่เมื่อคืนคุณสัญญาแล้ว นี่คุณจะผิดคำพูดเหรอ?”
“ใครว่าล่ะหนูนา ยังฟังไม่จบก็โวยวายอีกแล้ว ที่ฉันบอกว่าเสียเวลาเปล่า เพราะน้ารามกลับมาที่ไร่ตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ตอนนี้พักอยู่ที่บ้าน”
หนูนาชะงักไป ที่เผลอโวยไปก่อนอีกจนได้ “ก็คุณชอบพูดไม่หมด จะยั่วให้ฉันโวยวาย นึกว่าฉันไม่รู้ทันงั้นเหรอ”
สีหนาทอมยิ้ม ยิ่งชอบที่รู้ทัน “ถ้ารู้ทันจริง ทีหลังก็อย่าโวยสิ หนูนา ไปสิ ถ้าอยากจะคุยกับน้าราม พ่อของเธออยู่ใกล้ๆนี่แล้ว”
หนูนาเงียบไปทันที...พอรู้ว่าถึงเวลาจริงๆ ใจข้างในอกเริ่มสั่นระรัวขึ้น

ในห้องทำงาน บ้านศักดา “ไอ้ลูกโง่!!!” หนังสือพิมพ์ถูกทึ้ง ฉีกกระชากจนขาดเป็นริ้วๆ ความอดทนแหลกลาญลงเป็นผุยผง “ฉันมีลูกโง่!!! ทำไมมันหน้าโง่อย่างงี้ ฉิบหาย ป่นปี้กันหมด” ศักดาเอาเท้าขยี้เศษหนังสือพิมพ์ แค้น!! “ไอ้พวกแร้ง มันเอามือหรือเอาส้นตีนเขียนวะ กูจะเหลือเครดิตอะไรอีก ไอ้ ไอ้สันดานเอ๊ย”
ลูกน้องเข้ามาบอกด้วยความเกรงๆอารมณ์คนเป็นนาย “พ่อเลี้ยงครับ ผมบอกคุณสร ตามที่พ่อเลี้ยงบอกแล้วครับ”
“ไอ้โง่นั่นมันว่ายังไง ห๊ะ!! ตกลงมันไปซุกหัวขี้เลื่อยของมันอยู่ที่ไหน!!”
“เห็นว่า ตอนนี้กบดานอยู่ที่กระท่อมบนเขาครับ”
“กระท่อมงั้นเหรอ? แล้วมึงบอกมันตามที่กูสั่งรึเปล่า ที่ให้มันหลบออกชายแดนไปซะ ไปให้ไกลหูไกลตา อย่ามาอยู่แถวนี้ให้ไอ้พวกนั้นมันล่าหัว!!”
“คือ..นายสรไม่ยอมไปครับ บอกว่าจะแก้แค้นไอ้พวกไร่บัวขาวให้ได้ก่อน”
“ฉิบหาย แล้วนึกเหรอว่ากูไม่แค้น มันทำทุกอย่างของกูป่นปี้ แต่มีปัญญารึไง ตอนนี้ยังเอาตัวไม่รอด แล้วนึกว่าแก้แค้นไอ้สิงห์มันหมูนักรึไง ป่านนี้มันคงระวังตัวแจไปแล้ว” ลูกน้องรับอารมณ์ของศักดาที่ไม่อาจไปลงที่อดิสรได้อย่างเต็มๆ “ไปย้ำกับมัน ให้ฝังในกะโหลกมันให้ได้ ว่ามันต้องหนีไป บอกมันว่าเรื่องทางนี้กูจะจัดการเอง ถ้าไม่มันทำตาม มึง!! จะโดนก่อนคนแรก”
ลูกน้องผงะ หน้าเสียมาก แล้วรีบออกไป ศักดาเอาเท้าขยี้ๆๆเศษหนังสือพิมพ์บนพื้นซ้ำอย่างสุดจะทน!!!
หน้าห้องทำงานศักดา ลูกน้องก้มๆหน้าออกมา เห็นรัศมีถือหนังสือพิมพ์เดินตรงดิ่งมา “พ่อเลี้ยง อยู่ในนั้นใช่มั๊ย” ลูกน้องพยักหน้า รัศมีตรงดิ่งไปทุบประตู “พ่อเลี้ยง มันเรื่องอะไรกัน เมื่อคืนที่ตำรวจโทรมา นักข่าวโทรมา คุณบอกว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แล้วทำไม ทำไมพวกนั้นถึงกล้าเขียนข่าวแบบนี้”
ในห้อง ศักดาได้ยินเสียงรัศมีที่มาไล่เบี้ย เบือนหน้า โธ่เว๊ย!!!
“พ่อเลี้ยง พูดกับฉันสิ!! ทำไมเค้ากล้าเขียนแบบนี้ ถ้ามันไม่จริง แล้วรูปลูกคุณในนี้ มันคืออะไร บอกฉันสิ บอกมา!!!”
ในห้องศักดาได้แต่ทุบโต๊ะ ฮึ่ย!!! เรื่องเยอะจริ๊ง!!

หนูนาสีหน้าไม่มั่นใจ เมื่อสีหนาทพาเดินมาจนใกล้กับทางไปบ้านพักของราม...“คุณสิงห์คะ ถ้า..ถ้าพ่อเค้าไม่อยากเจอฉันล่ะคะ ตั้งสิบห้าปี ที่เค้าไม่เคยมาหาฉันเลย ถ้าพ่ออยากเจอฉันจริง พ่อก็คง...”
สีหนาทคว้ามือเย็นๆมากุมเอาไว้กับอก ให้ความมั่นใจ “หนูนา น้ารามมีเหตุผลที่เค้าไม่ไปหาเธอ แต่มันคืออะไร เธอต้องไปถามน้ารามเอง ถ้าเธอได้รู้ ฉันเชื่อว่าเธอจะเข้าใจเค้า”
หนูนาแม้ฟังสีหนาทแล้ว สีหน้าก็ยังหวั่น “แล้วคุณ..จะไม่เข้าไปด้วยกันเหรอคะ?”
“ไม่.. “ เขาปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ ใช้ปลายนิ้วไล่รอยย่นบนหน้าผากให้มันลบเลือนไป “อย่ากลัวไปเลยนะหนูนา จำเอาไว้ ทั้งคนที่อยู่ในบ้านนั้น และคนที่รอเธออยู่ตรงนี้ รักเธอ”
หนูนาได้รับพลังใจจากสีหนาท ฮึดสู้ วินาทีนั้นตัดสินใจ ยอมผละออกมา แล้วเดินตรงไปยังบ้านราม.. สีหนาทมองตาม อย่างเอาใจช่วย

หนูนาเดินมาใจหวั่นๆ อาการคล้ายคนเท้าไม่ติดพื้น เห็นรามกำลังให้อาหารไก่อยู่เดินเข้าไปหา รามเห็นหนูนาก็ยิ้มให้
“ทำไมน้ารามไม่นอนพักคะ เมื่อคืนก็เหนื่อยมาทั้งคืน”
“น้านอนตอนฟ้าแจ้งไม่ได้สักที พอได้ยินเสียงเจ้าพวกนี้มันร้องเลยมาหาอะไรให้มันกินหน่อย”
“ขอโทษค่ะ เช้านี้หนูนามัวแต่วุ่นๆ ไม่งั้นจะไปเอาเศษผักจากโรงครัวมาให้พวกมัน”
“จะขอโทษทำไม น้าสิต้องขอบใจ ที่ช่วยดูแลเจ้าพวกนี้แทนน้าตั้งหลายครั้ง” เขาชมหนูนา “หนูเนี่ยเลี้ยงไก่เก่งนะ”
เมื่อได้ยินรามพูดดังนั้น.. หนูนาสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมด บอกราม “ที่หนูนาเคยบอกน้ารามไงคะ ว่าตอนเด็กๆหนูเคยเลี้ยงลูกเจี๊ยบ พ่อ..ซื้อมาให้เป็นของขวัญวันเกิด” รามชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงของหนูนาที่พูดถึง พ่อ..อย่างอ่อนไหวขึ้นกว่าทุกที “แต่ไม่ได้เลี้ยงไว้ในสุ่มแบบนี้หรอกค่ะ เพราะมีแค่ตัวเดียว” เธอระลึกความหลัง “จำได้ว่า มันร้องเจี๊ยบๆ คอยเดินตามหนูนาทั๊งวัน แปลกนะคะตอนนั้นหนูนาแค่หกขวบ แต่กลับจำได้แม่น”
“คนเรา มักจำช่วงที่มีความสุขได้ดี”
“ค่ะ ตอนเด็กๆที่หนูนาได้อยู่กับพ่อ” หนูนามองหน้าราม นิ่ง “เป็นช่วงที่หนูมีความสุขมากที่สุด”
รามรับรู้ถึงความรู้สึกของหนูนาที่ส่งมา รู้สึกเจ็บลึกในอก เพราะไม่มีโอกาสได้เป็นพ่อ อย่างใครๆเขา “หนูโชคดีแล้วล่ะนะ..” เขาก้มหน้า ในอกขมขื่น...คิดถึงลูกขึ้นมา
“ครั้งที่แล้ว หนูนาว่าจะบอกน้าราม ว่าเจ้าลูกเจี๊ยบชื่ออะไร แต่ยังไม่ได้บอก..” รามหันไปให้อาหารลูกไก่ต่อ พยายามข่มความรู้สึกเจ็บร้าวของใจตัวเองไว้ “มันชื่อเจ้าก้านไม้ขีดไฟ” มือที่กำลังโปรยอาหารให้ไก่ชะงักไป...“เพราะขามันเล็กนิดเดียว เหมือนกับก้านไม้ขีด” รามยืนตัวแข็ง.. ใจที่เคยนิ่งอยู่เสมอระอุ ระรัวขึ้นยังกับกลองตี “น่าเสียดาย ที่มันอยู่กับหนูนาไม่นาน เพราะว่าแม่ ไม่ชอบ บ่นว่ามันร้องหนวกหู แม่ก็เลย..จับมันโยนลงน้ำ หนูนา....ช่วยไม่ทัน” เธอน้ำตาร่วง “นาร้องไห้ทั้งคืน แล้ว พ่อ..ก็เข้ามาปลอบ บอกว่า” หญิงสาวพยายามกลั้นสะอื้น “จะหาเจ้าก้านไม้ขีดไฟตัวใหม่มาให้..”
รามยิ่งฟังยิ่งรู้สึกร้อนสลับกับเย็น ใจเต้นแรงสลับกับจะหยุดเต้น! มันจะเป็นไปได้จริงๆหรือนี่ แต่ที่หนูนาเล่ามามันช่าง..ช่างเหมือนกับเรื่องของเขากับลูก
“นาก็รอ รอ...แต่ก็ไม่มีเจ้าก้านไม้ขีดไฟ และพ่อ....” เธอสะอื้นไห้ “ก็ไม่กลับมา....”
รามมองหญิงสาวที่อยู่ต่อหน้า รู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เขลาเสียเหลือเกิน รามเสียงแผ่วโหย ไม่อยากจะเชื่อ “นารา….”
“ทำไมคะพ่อ ทำไมพ่อไม่ทำตามสัญญา พ่อทิ้งนาทำไม” รามถูกความจริงที่ไม่คาดฝันจู่โจม เข่าอ่อนแทบจะทรุด ถึงกับเซ จะถอยไปด้านหลัง หนูนาผวา รีบคว้าเสื้อรามเอาไว้ “อย่านะคะ พ่ออย่าหันหลังให้นาอีก นาอุตส่าห์มาตามหาพ่อ ยอมลำบากทุกอย่าง พ่อยังจะทิ้งนาไปอีกเหรอ? นาทำผิดอะไรคะพ่อ พ่อถึงไปจากนา พ่อไม่รักนาแล้วเหรอ?”
ความปวดร้าวแน่นทึบทั้งใจ รามค่อยๆประคองใบหน้าเปียกชื้นของลูกขึ้น เสียงหลุดออกมาจากลำคออย่างยากเย็น “ยัย...ยัยหนู” รามตวัดร่างลูกเข้ามากอด ระวังเหมือนกอดดวงแก้วที่กลัวจะแตกสลาย “ลูก.....ลูกพ่อ”
รามกอดลูก หน้าตาแดงก่ำกลั้นสะอื้นจนเนื้อตัวสั่น
หนูนาซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของรามเริ่มรู้สึกได้..ว่าพ่อ กำลังร้องไห้ “พ่อ...” หนูนาเอื้อมแขนไปกอดรามตอบ นี่คืออ้อมกอดที่เธอโหยหาและรอคอยมาถึงสิบห้าปีเต็ม
รามและหนูนากอดกันร้องไห้ ไม่ใช่ด้วยความเศร้าอีกต่อไป แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจที่ได้กลับมาหากันอีกครั้ง

ที่สวน โรงแรมสิงห์คำ หยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบงาม ดูราวกับหยาดน้ำตา...ปลายนิ้วของขนิษฐาป้ายเอาหยาดน้ำนั้นออก...ขนิษฐายังดูเศร้า ขณะที่ยืนนิ่งมองดูพุ่มดอกกุหลาบในสวน นึกถึงคนที่เลือกเอามันมาปลูก แล้วก็เบือนหน้า รู้สึกตัวว่าไม่ควรจะไปนึกถึงเขาอีก ขนิษฐาเดินออกมา เจอเข้ากับพนักงานที่มาทำงานแต่เช้า
“คุณน้อง เป็นยังไงบ้างคะ เมื่อคืนคงจะวุ่นวายกันน่าดู..”
ขนิษฐาประหลาดใจ “ วุ่นวาย ?”
“ก็..หนูเห็นข่าวคุณสิงห์กับคนที่ไร่ไปช่วยตำรวจจับนายอดิสร ที่มันไปลอบตัดไม้อุทยาน เมื่อคืนนี้ไงคะ นี่..คุณน้องไม่ทราบมาก่อนเหรอคะ?”
ขนิษฐาฟังแล้วแทบจะทรุดทั้งยืน อะไรกันนี่!!

ที่ห้องทำงานขนิษฐา พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์วางหราอยู่ ใกล้ๆกันขนิษฐาเร่งกดโทรศัพท์ สีหน้ากังวลและเคร่งเครียด

สีหนาทยืนรอหนูนาอยู่ที่ใต้ร่มไม้ ห่างจากบ้านรามพอควร เสียงมือถือดังขึ้น ... สีหนาทหยิบขึ้นมา มองหน้าจอ แล้วรับ “ครับ สารวัตร ตามตะเข็บชายแดนก็ไม่เจอตัวมันเหรอครับ ครับ ยังไงผมจะวางกำลังป้องกันรอบๆไร่ให้แน่นหนาขึ้น”

ขนิษฐา คิ้วขมวดมุ่น! “สายไม่ว่าง” เธอกดโทรอีก แล้วก็ส่ายหน้า
เลขาหันมา “สายที่ห้องทำงานคุณสิงห์ก็ไม่ว่างค่ะ”
ขนิษฐากดวางสายมือถือ คว้าหนังสือพิมพ์แล้วจะเดินออก หันมาบอกเลขา “ฉันจะกลับไร่ มีอะไรก็โทรเข้าเครื่องฉัน” ขนิษฐาว่าแล้วรีบเดินออกไป....ระหว่างนั้น ร่างบางชะงัก รู้สึกมึนๆขึ้นมา ขนิษฐาเอานิ้วกดคลายที่ขมับ ส่ายหน้า ไม่สนใจอาการตอนนี้.. รีบไป

รามและหนูนานั่งด้วยกันที่ชานเรือน หรือบันไดบ้าน หนูนาอิงไหล่พ่อ รามโอบลูก และลูบศีรษะเล็กๆนั้นอย่างเอ็นดู ชิดใกล้ ท่าทางทั้งสองคนสนิทสนมราวกับว่าไม่เคยจะเหินห่างกันไปเลย...
“ถ้าไม่ได้เห็นภาพพ่อที่จุ๊เค้าถ่ายมา หนูคงไม่รู้ว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่ ทำไมคะพ่อ ทำไมพ่อถึงไม่ติดต่อมา” รามนิ่งเงียบไป “แม่บอกว่าพ่อไม่รัก ไม่ต้องการแม่กับนาแล้ว แต่นาไม่เชื่อ นาเลยต้องมาถามพ่อด้วยตัวเอง”
“รัศมี..เค้าอยากให้เป็นแบบนี้...” รามก้มหน้า ละอายใจ
“แล้วพ่อก็ยอมงั้นเหรอคะ ? ยอมร่วมมือกับแม่หลอกนาว่าพ่อตาย พ่อรู้มั๊ยว่านาเสียใจแค่ไหน ถ้าตอนนั้นนารู้ว่ายังมีพ่อ นาจะไม่เหงา ไม่เศร้าแบบนั้นเลย อย่างน้อยนาก็ยังมีพ่อ และไปหาพ่อได้ แต่พ่อปล่อยให้เด็กหกขวบร้องไห้หาพ่อจนหลับไปทุกๆคืน ทำไมคะพ่อ หรือว่าพ่อไม่สนใจนาแล้ว?”
“ไม่ใช่”
“ถ้างั้น..มันเพราะอะไร? ทำไมพ่อถึงต้องยอมแม่ ทั้งๆที่...พ่อรักนา ทำไมถึงพ่อต้องปล่อยมือจากนา...”
รามเห็นความอึดอัดคับข้องของลูก ก็รู้ว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องเล่าความจริงให้ฟัง แม้ว่าความจริงนั้นเป็นสิ่งที่เขาอยากจะลืมมากที่สุดก็ตาม “ไม่ใช่ความผิดของลูก เป็นเพราะพ่อเอง...พ่อ...ผิดเอง”
“พ่อทำอะไรคะ? ทำไมถึงไม่มีใครยอมบอกนา แม่ก็ไม่พูด คุณตาก็บอกแค่ว่า..ถ้าหนูนารู้แล้วอาจจะต้องเสียใจ”
รามก้มหน้าอย่างสำนึก เสียใจ..“ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะเลวร้ายสักแค่ไหน ตอนนี้พ่อไม่สนใจแล้วต่อให้ใครทั้งโลกประณามพ่อ แต่คนๆเดียวที่พ่อ.. กลัวว่าเขาจะรับไม่ได้ คือ...” รามมองหนูนา
หนูนาอึ้ง เมื่อเห็นแววตาของพ่อก็เข้าใจถึงความปวดร้าวนั้นได้ทันที ถึงกับอ่อนยวบลง “ถ้าตอนนี้ พ่อเหนื่อย” เธอแตะมือพ่ออย่างเป็นห่วง “ก็ยังไม่ต้อง...”
“ไม่เป็นไร พ่ออยากให้หนูได้รู้ทุกอย่าง หนูจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะรังเกียจพ่อเลวๆคนนี้มั๊ย”
หนูนาอยากจะค้าน แต่สายรามที่มองตรงไปเบื้องหน้าหนูนาอย่างแน่วนิ่ง ทำให้หนูนาไม่ขัด ตัดสินใจ นิ่งฟังพ่อก่อน สายตาของรามมองกลับไปสู่วันวาน.....

“พ่อกับแม่ จริงๆแล้วเราสองคน ไม่ควรจะต้องมาเจอกัน”
ท้องถนนในชนบทย่านบ้านเก่าของราม รถสปอร์ตเปิดประทุนแล่นฉิวมาบนทางสายเล็กๆ รัศมีในวัย 18 ท่าทางรั้นและเอาแต่ใจ ขับรถเล่นอย่างคะนองมือเท้า

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13/3 วันที่ 26 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ